ณัฐวรรณณี

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ชื่อตอน : ออกค่ายอาสา

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย รักวัยรุ่น

คนเข้าชมทั้งหมด : 20.5k

ความคิดเห็น : 4

ปรับปรุงล่าสุด : 19 มิ.ย. 2560 08:43 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ออกค่ายอาสา
แบบอักษร

ตอนที่ 18 ออกค่ายอาสา

ต้นตระการเดินเข้ามาที่โรงอาหารคณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ด้วยเหตุผลที่ว่าคิดถึงแฟนและมาดูสภาพเพื่อนรักว่าเหมือนกับเพื่อนอีกตัวที่อยู่คณะหรือไม่ และเขาก็ได้ผลสรุปว่าเหมือน

รวีรินนั่งเหม่อลอยใครเข้ามากวนก็นิ่งปกติเธอต้องด่าหรือกวนประสาทกลับไปแล้วแต่นี่ยังเฉย

“ อ้าวๆถ้าไม่กินฉันกินแล้วนะ เส้นอืดหมดแล้ว “

“ เฮ้ยๆของฉัน “

“ ก็เห็นนั่งเหม่อนึกว่าไม่กิน “

“ ที่คณะไม่มีข้าวรึไงถึงมากินคณะคนอื่นเขา “

“ มาหาแฟนผิดหรอ?” รวีรินเบะปากมองเพื่อนรักที่นั่งอยู่ข้างพิรญาที่กำลังนั่งทำงานอยู่อย่างหมั้นไส้ตั้งแต่ตกลงคบกันนี่ไม่ห่างกันสักวินาทีเลยก็ว่าได้

“ เฮ้ยไอ้ต้น กำหนดการค่ายออกยังวะ “

“ ออกแล้วกูให้เพราอัพลงให้มึงอยู่ “

“ เพื่อนกูอยากไปเพิ่มไปได้ไหม?” ปราชญ์เป็นเพื่อนคณะสถาปัตย์คนหนึ่งของพวกเธอแต่บังเอิญช่วงปีหนึ่งดันไปรับน้องอยู่บ้านเดียวกันกับต้นตระการเลยสนิทสนมกลมเกลียวกันอย่างมาก

“ ได้ดิว่ะ เอารายชื่อมากูจะไปจัดการให้ “

“ แล้วเพราไปไหมอ่ะ “

“ มันไม่ได้ชวน “

“ อ้าวนึกว่าชวนแล้วแล้วไม่ไป “

“ นายยังไม่เอ่ยสักคำเลยเหอะ “ ต้นตระการทำท่าคิดครู่หนึ่งก่อนจะยิ้มออกเพราะมองเห็นหน้ารวีรินที่ทำท่าอยากรู้อยากเห็นพอดี

“ งั้นไปนะ ไปให้หมดเลย “

“ ว๊ายไม่เอาด้วยหรอกต้น ลำบากแย่เรายิ่งบอบบาง “

“ วิศวะปีสามไปเกือบหมดเลยนะ “

“ งั้นไป! “ เชอร์รี่ดึงใบรายชื่อในมือปราชญ์มาเขียนชื่อตัวเองพร้อมเพื่อนสาวอีกสามคนทันที

“ เดี๋ยวๆแกจะถามฉันหน่อยหรอ?”

“ ไม่อ่ะยังไงแกก็ต้องไป “

“ แล้วมันเป็นค่ายอะไร “

“ พอดีเรามีงบจากปีที่แล้วเหลือรวมกับงบปีนี้ได้มาเยอะหน่อยเลยอยากทำเยอะๆ ไปสร้างห้องสมุด โรงอาหารแล้วก็ซ่อมอาคาร ขนของบริจาคไปที่เชียงราย เลยมาขอให้ไอ้ปราชญ์ช่วยดูแบบห้องสมุดให้แบบง่ายๆ “

“ ขึ้นเขาด้วยหรอต้น?”

“ ไม่เชิงครับแก้ม มันอยู่บนดอยก็จริงแต่รถไปถึงเรานั่งรถจากกรุงเทพไปเชียงรายแล้วก็ต่อรถขึ้นไปบนดอย นอนบนนั้นสามคืน “ สามสาวมองหน้ากันซึ่งกวินตาและพิรญาตกลงไปแล้วแน่นอนว่าเธอไม่มีสิทธิ์เลือกได้แต่ยอมเออออตามไปด้วยทั้งๆที่ยังไม่รู้รายละเอียดอะไรเลย

“ เดินทางวันจันทร์หน้านะ ก็เตรียมตัวอะไรให้พร้อมเสื้อกันหนาวผ้าห่มยารักษาโรค แล้วก็ของใช้ส่วนตัว “ สาวๆพยักหน้ารับคำรวีรินถึงกับกุมขมับไปกับคณะที่ไม่ใช่คณะตัวเองไม่เท่าไหร่แต่เป็นคณะของภูผานี่สิประเด็น พนันหมดตัวให้ตายยังไงเขาก็ไป

“ อ่ะ “

“ อะไรของมึง” ภูผามองเพื่อนที่อยู่ดีๆก็ยื่นกระดาษมาให้เขาที่กำลังนั่งทำงานเตรียมการไปค่ายให้มันอยู่ทั้งๆที่เขาไม่ได้เป็นอะไรกับสโมสนนักศึกษาคณะวิศวกรรมศาสตร์เลยแต่เขาทำงานหนักกว่ารองประธานอย่างต้นตระการซะอีก

“ รายชื่อเด็กสถาปัตย์ที่จะไปด้วยเขาขอเพิ่มมา “

“ ทำไมไม่สมัครตั้งแต่ทีแรกถ้ารถไม่พอให้ทำยังไง “

“ ดูรายชื่อก่อนแล้วค่อยมาบ่นกู “ ภูผาหยิบรายชื่อมาดูอย่างช่วยไม่ได้เขาไล่สายตาอ่านไปเรื่อยๆจนเริ่มตะหงิดๆใจตรงเห็นชื่อพิรญาก่อนและชื่อต่อมาคือ

‘รวีริน ฉัตรสดีเดชา’

“ มีคนมาขอไม่ไปอีกประมาณสิบคนพอดี รถน่าจะพอ “

“ โหยไอ้ควาย เมื่อกี้ยังบ่นอยู่เลย “

“ พูดมากแล้วมึงไปทำงานไป!!! “  ภูผานั่งอมยิ้มอยู่คนเดียวสักพักก่อนจะหันหน้าไปตะโกนบอกเพื่อนที่นั่งอยู่ในห้องสโม

“ วันไปค่ายใครก็ได้เอากีตาร์ไปด้วยนะ! “

“ เช้ดดดด ไอ้ภูจะเล่นกีตาร์ว่ะตฤณ “

“ เหี้ยหิมะตกประเทศไทย “

เวลานัดหมายคือหกโมงเย็นเพื่อนให้ไปถึงเช้าที่นู่นซึ่งกว่าคนจะรวมตัวกันได้นี่ก็เลยเวลามาครึ่งชั่วโมงแล้วแต่คนยังไม่ครบ รวีรินกำลังนั่งคุยกับหนุ่มวิศวะคนอื่นๆอย่างสนุกสนานเธอรู้จักพวกเขาซะส่วนมากเพราะสนิทกับต้นตระการเจอกันที่ผับก็บ่อยๆเลยเข้ากันได้ดี

“ หูยๆเด็กปีหนึ่งอักษรมาแล้วว่ะ “

“ ระวังนะเบียร์เดี๋ยวยัยมดก็จับได้หรอก “

“ คนจริงเขาไม่กลัวเมียกันหรอก ริน “

“ มึงว่าไงนะ!! “ มณีนุขสาวห้าวประจำคณะวิศวกรรมศาสตร์ที่เธอบังเอิญไปรู้จักที่ร้านเหล้าเนื่องจากเธอไปตามหาแฟนที่เป็นประธานสโมสร

“ เปล่าจ๊ะ “

“ โอ๊ยๆไอ้คนจริง กูอยากจะถุยน้ำลายใส่ “

“ มึงมาช้าไอ้ต้น! “

“ ช้าเหี้ยอะไรกูกับภูพึ่งไปขนของมาเพิ่มมึงอ่ะช้า ไปไหว้ศาลเลยมึง” คณะค่ายอาสาเดินเท้ากันไปไหว้ศาลและสิ่งศักดิ์สิทธิ์ภายในมหาวิทยาลัยให้ช่วยในการเดินทางในครั้งนี้ให้ปลอดภัยด้วย

“ เชิญสาวๆขึ้นก่อนเลยนะครับ “

“ ขอเสียงให้สาวคณะสถาปัตย์หน่อยครับ!!!! “ เสียงของใครบางคนพูดใส่ไมค์ทำให้พวกเธอได้รับการต้อนรับเป็นอย่างดี รวีรินมองหาที่นั่งที่ว่างซึ่งด้านหลังไม่ว่างเธอจึงเลือกนั่งเบาะก่อนแถวท้ายสุด

“ กรี๊ด! น้องคณะวิศวะคนไหนเหงาอยากได้เพื่อนนั่งข้างบอกพี่เชอร์รี่ได้เลยนะคะ  ย้ำนะคะว่าผู้ชาย ชะนีพี่ไม่ชอบนะจ๊ะ “ เชอร์รี่สร้างสีสันตั้งแต่รถยังไม่ออกทำให้คนบนรถคันที่สองซึ่งเป็นรถคันสุดท้ายที่รวมบรรดาวิศวะที่ตกหล่นจากคันแรกและเด็กคณะอื่น

“ อ้าวๆพ่อเทพบุตรทั้งสามของคณะเราขึ้นรถคันนี้นะโว้ย!!! ประธานด้วยว่ะๆๆๆ”

“ อ้าวๆ ยังไงก็ขอขอบคุณทุกคนนะครับที่มาช่วยค่ายอาสาของพวกเราในวันน้นะครับ ในฐานะที่ผมเป็นประธานค่ายและประธานสโมสรก็อยากให้ทุกคนเต็มที่เลยนะไม่ต้องสนว่าเราไม่ใช่คณะเดียวกันปีเดียวกัน เพราะตอนนี้เราลงเรือลำเดียวกันทำงานด้วยกันแล้ว ก็สนุกไปด้วยกันนะครับ “

“ หล่อเลยค่ะประธาน “

“ เชอร์รี่ก็สวยนะครับ น่าเสียดายผมมีเมียแล้ว “

“ รู้ย่ะ เมียเธอสวยแถมยังโหดใครจะกล้าเล่น “

“ แต่ไอ้ภูยังไม่มีนะครับ “

“ ไม่ชอบแย่งของเพื่อนค่ะ! “

“ ฮิ้วๆๆๆ!!!! “ เสียงแซวต้อนรับชายหนุ่มที่โผล่ขึ้นมาจากชั้นล่างเขาเดินขึ้นมาอย่างงงๆ ต้นตระการนั่งข้างพิรญาไปแล้วเขามองหาที่ว่างที่อื่นซึ่งไม่มีที่ว่างเดียวที่มีคือข้างรวีริน ดูเหมือนทุกคนจะอยากให้เป็นแบบนั้นหมด

“ นั่งด้วยนะ “

“ ไม่ได้ติดป้ายห้าม “

“ ยัยนี่ “ อยากจับตีซะให้เข็ด พอสมาชิกครบรถก็เคลื่อนตัวไปได้สักพักพิธีกรประจำรถคงเป็นใครไปไม่ได้นอกจากสนพิธีกรเมื่อตอนขึ้นรถและเชอร์รี่ที่จะดูแลด้านหลังเองทั้งหมด

“ เชอร์รี่ครับๆ “

“ คะสน “

“ คือผมให้ความสนใจคู่หลังมากเลยครับ “

“ ทำไมคะทำไม?” เชอร์รี่ทำท่าตื่นเต้นก่อนจะเดินมาที่เบาะของรวีรินและภูผาซึ่งทั้งสองกำลังสนใจไอแพดที่อยู่ในมือมากกว่า

“ ผมอยากรู้ว่าทำไมต้องใส่เสื้อคู่ด้วยครับเปิดตัวแล้วหรือว่ายังไง?” เชอร์รี่ยื่นไมค์ให้ภูผาที่มองไปที่เพื่อนอย่างคาดโทษ

“ ก็ไม่ได้ปิดตั้งแต่ทีแรกเลยไม่จำเป็นต้องเปิด “

“ ฮิ้วววว โอ๊ยไอ้น้ำเน่า! เปลี่ยนคู่ๆ “ รวีรินแกล้งหัวเราะเบาๆและหันไปสนใจไอแพดมากกว่าเธอโหลดนิยายเป็นอีบุ๊คมาตั้งหลายเล่มไว้ระหว่างเดินทาง

“ เดี๋ยวก็ได้เมารถหรอก “

“ ไม่เมาหรอกฉันอ่านหนังสือบนรถออกจะบ่อย “

“ เอาผ้าห่มมาป่ะ?”

“ เอามาทำไมจะเอาหรอ?”

“ อื้อฉันง่วง “ รวีรินหยิบหมอนผ้าห่มให้เขาและหันไปสนใจหนังสือนิยายตรงหน้ามากกว่า ภูผากางผ้าห่มและนอนพิงไหล่รวีรินไป

“ มันหนัก! “

“ ฉันเหนื่อยของพิงหน่อย “ ภูผาเสียงอ่อนเหมือนจะอ้อนจนเธอยอมเก็บไอแพดใส่กระเป๋าจัดท่านอนให้เขาดีๆ สุดท้ายก็ใจอ่อนจนได้

ภูผาขยี้ตาเพราะแสงมันสาดเข้ามาทางกระจกพระอาทิตย์ขึ้นแล้วพร้อมกับเห็นบ้านเรือนคนเยอะขึ้นน่าจะใกล้ถึงที่หมาย ชายหนุ่มก้มลงไปมองคนตัวเล็กที่นอนหลับอยู่ ตอนดึกๆอยู่ดีๆรวีรินก็บอกว่าง่วงขอนอนตักหน่อยเขาเลยตามใจหยิบเสื้อกันหนาวที่เตรียมมามาใส่แทนและให้ผ้าห่มกับเธอไป เขาเลยเป็นหมอนหนุนให้เธอและเธอก็นอนขดกับเบาะตัวเองและเบาะเขาบางส่วน

“ ภู กูถ่ายรูปให้เอาไหม?”

“ ได้แต่ระวังโดนด่านะ “

“ เอาน่า “ ต้นตระการปีนเบาะมาถ่ายรูปของรวีรินที่กำลังหลับบนตักของเขาให้และส่งเข้าไลน์อย่างรวดเร็ว

“ รินถึงแล้วนะ “

“ อื้อ…. ถึงแล้วหรอ?”

“ ขาชาแล้วเนี่ย “

“ น้อยๆหน่อยย่ะไม่ได้หนักอะไรขนาดนั้น “

“ ไปล้างหน้าแปรงฟันได้แล้วต้องเดินทางต่อ “ รวีรินหาวนอนก่อนจะพยักหน้าและเดินตามลงไปล้างหน้าแปรงฟันซื้ออะไรอุ่นๆกินขนของขึ้นรถช่วยคนอื่นๆและพร้อมจะเดินทางต่อไปยังโรงเรียนบนดอย

โดยรถที่พาไปเป็นรถกระบะหลายคันเพราะจะได้ขนของได้ง่ายๆและคล่องตัวสำหรับการขึ้นเขาถ้าเอารถที่หนักมากแถมของยังหนักอีกก็ทำให้ลำบากมากขึ้น

“ ขอต้อนรับทุกคนเข้าสู่โรงเรียนXXXนะครับ ที่นี่เป็นสถานที่ทำงานของพวกเรานะครับ เนื่องจากทางโรงเรียนได้จัดสถานที่นอนให้พวกเราแล้วก่อนจะปล่อยให้เข้าที่พักขออนุญาตจับกลุ่มการทำงานเลยนะครับ พวกเราได้แบ่งกลุ่มทั้งหมดห้ากลุ่มนะครับ ห้องสมุด โรงอาหาร ทาสีห้องเรียนใหม่  ทำอาหาร สอนนะครับ “ รวีรินนั่งรวมกับเพื่อนต่างคณะและเพื่อนของเธอรอฟังว่าเธอจะอยู่ฝ่ายไหนจนชื่อเธอไปโผล่ที่สอนร่วมกับเชอร์รี่ทำอาหารก็เป็นกวินตา ส่วนพิรญาไปอยู่ทาสี

“ ห้องนอนของผู้หญิงนะครับบนอาหารนะครับ ส่วนของผู้ชายนะครับผู้ต้องโถงประชุมนะครับ “

“ เชอร์รี่ต้องนอนไหนคะ?”

“ แล้วแต่เชอร์รี่เลยครับ ผมคิดว่าฝั่งโถงห้องประชุมน่าจะยินดีต้อนรับเชอร์รี่” และก็ได้เวลาแยกย้ายไปที่พักก่อนจะลงมาพบกันด้านล่างเพื่อเริ่มกันเลย แต่เพราะวันนี้โรงเรียนปิดจะเปิดอีกทีพรุ่งนี้ทำให้เธอไม่มีงานสอนต้องไปทำอย่างอื่นช่วยคนอื่นก่อน

“ ริน!มาช่วยดูแบบทางนี้หน่อย “ เธอกำลังจะเดินไปทาสีแต่ถูกปราชญ์เรียกไปทางห้องสมุดที่กำลังจะปรับปรุงใหม่อยู่

“ ทำไมอ่ะแบบมีปัญหาหรอ?”

“ เปล่าแค่อยากให้ช่วยดู “ เพราะเขาโดนใครบางคนบังคับให้เรียกเธอมาใกล้ๆมากกว่าคนนั้นไม่ใช่หรอกไอ้หน้าหล่อที่ยืนนิ่งอยู่ข้างๆเขานี่เอง

“เอาแบบมาดูหน่อย “ ภูผากางแผ่นชาร์ตที่ออกแบบมาเรียบร้อยคำนวณทุกอย่างเรียบร้อยโดยมีอาจารย์เซ็นประเมินให้เรียบร้อย หญิงสาวรับไอแพดที่มีรูปสามมิติมาดูรอบๆ

“ มันก็ไม่ได้มีปัญหาอะไรมากนะ “

“ อย่างนี้ก็สบายใจหน่อย เดี๋ยวฉันไปคุยกับพวกนั้นก่อนนะ “ รวีรินมองเพื่อนร่วมคณะอย่างงงๆอยู่ดีๆก็เรียกอยู่ดีๆก็ไป

 “ อย่ามายืนแถวนี้มันอันตราย “ ไม่มาแต่เสียงมือใหญ่จับหันของเธอหันออกมาอีกทาง

“ ฉันมาช่วยดูนะ “

“ เออรู้แต่มันอันตรายถ้าไม้ตกใส่หัวขึ้นมาทำไง “

“ เหมือนนายจะแช่งฉันอยู่นะ “

“ เปล่าๆไปได้แล้วไป “ รวีรินยอมเดินขึ้นมาบนตึกเพื่อช่วยคนอื่นทาสีภายในอาคารที่ค่อนข้างทรุดโทรม

“ ที่บอกว่าเคลียร์กันแล้วนี่ยังไง?”

“ อะไรของแกเนี่ยอยู่ดีๆก็เดินมาถามร้อยวันพันปีไม่เห็นถาม “

“ เมื่อกี้เขาเห็นกันทั้งค่าย สรุปยังไง “

“ ก็กลับมาเป็นเหมือนเดิมตั้งแต่ต้น “

อาหารกลางวันมีชาวบ้านทำมาให้เต็มไปหมดจนคณะค่ายอาสาแทบจะกินไม่หมด ช่วงบ่ายรวีรินได้รับหน้าที่ใหม่ลงไปซื้อของที่ตีนภูเพื่อจะได้ขึ้นมาทำอาหารเย็นซึ่งคนที่สั่งไม่ใช่ใคร

“ เธอไปซื้อของกับพวกนั้นนะ “ อยู่ดีๆภูผาก็เดินเข้ามาในห้องที่เธอทำงานอยู่แล้วก็เข้ามาสั่งงานซะงั้น

“ เนี่ยๆ งานฉันเยอะสุดเลยทำเกียรติบัตรให้ฉันด้วยนะ “

“ ได้ๆไปขอกับไอ้ภูนะ “

“ มาบ่นอะไรอีก “

“ นายฉันแรงงานฉันเยอะไป “

“ ฉันไม่ให้เธอไปแบกปูนก็บุญแล้ว “ ไอ้นี่..รวีรินเบะปากอย่างหงุดหงิดบอกให้กลับไปเป็นเหมือนเดิมมันก็กลับอยู่แต่มันมากกว่าเดิมซะอีกทำไมภูผาปากร้ายได้ขนาดนี้ว่ะเนี่ย

“ ถ้ามึงกล้าให้คนสวยของกูไปแบกปูนกูจะสั่งซ่อมมึงกลางภูนี่แหละ “

“ เฮียผมน้องเฮียนะโว้ย “

“ แล้วไงว่ะกูชอบผู้หญิงสวย “ พี่ๆปีสี่ที่ตามมาทีหลังเริ่มทะยอยลงจากรถกันเรื่อยๆน้องๆปีอื่นๆรีบวิ่งเข้ามาช่วยขนของกันให้วุ่น

“ ไหนใครก็ได้ช่วยเอาน้องรหัสกูมาให้กูเจอทีสิ กูตามตัวมันมาเป็นเดือนแล้วไม่เคยเห็นติดต่อมาหากูเลย “

“ ไอ้เฮียนี่มาถึงก็แหกปากเลยโว้ย “

“ กูพี่มึงไหมล่ะไอ้สัด สวัสดีครับน้องริน “ เฮียตั้มเดินเข้ามาตบหัวภูผาก่อนจะหันหน้ามายิ้มหวานให้เธอแล้วก็ไม่สนใจภูผาอีกเลยเพราะเขาคุยกับเธออย่างสนุกสนาน

“ น้องรินเบื่อคนอย่างไอ้ภูเมื่อไหร่มาหาพี่ได้นะ พี่น่ะใจดี ไม่นอกใจ ไม่เจ้าชู้ แถมไม่ปากแข็งด้วย “

“ มึงมีเมียแล้วนะไอ้เฮีย “

“ เสือกจังเลยมึงนิ “ ภูผาเถียงพี่รหัสไม่ได้จริงๆพี่เขาถือว่าโหดสุดในคณะตอนนี้ก็ว่าได้แม้จะไม่ใช่เฮดว้ากเพราะขี้เกียจเป็นแต่เรื่องปากแหละกิตติศัพท์ของพี่แกก็ทำให้ทุกคนกลัวหัวหดมีเขานี่แหละที่ต่อปากต่อคำได้แต่สุดท้ายก็แพ้เหมือนเดิม

เพราะมีจำนวนคนมากห้องสมุดที่รื้อออกใหม่เกือบจะหมดก็เริ่มมีเค้าโครงขึ้นมาบ้างคิดว่าพรุ่งนี้น่าจะขึ้นโครงทุกอย่างเสร็จเรียบร้อย

พอกินข้าวเย็นเสร็จเป็นเวลาที่สรุปกิจกรรมแต่เพราะเป็นวันแรกกิจกรรมยังไม่มีจึงเป็นการแนะนำตัวทำความรู้จักกันมากยิ่งขึ้นพิธีกรไม่ใช่ใครอื่นสองคนบนรถนั้นเอง

“ สวัสดีค่ะชื่อริน คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ปีที่สามค่ะ “

“ มีแฟนยังครับ?!! “

“ ยังไม่มีค่ะ “

“ เฮียตั้มมีอะไรจะถามต่อไหมครับ?”

“ แล้วกับไอ้เหี้ยนี่ล่ะ “ เฮียตั้มดึงคอน้องรหัสที่อยู่ใกล้ๆเข้ามาใกล้เพื่อเป็นการถามว่าเขาเป็นอะไรกับเธอ

“ พี่เคยฟังเพลงไม่ต้องรู้ว่าเราคบกันแบบไหนไหมคะ “

“ ฮิ้วววว ๆๆๆ “ ภูผายิ้มออกมาเล็กๆอย่างน้อยธอก็ไม่ได้ปฏิเสธว่าไม่ได้เป็นอะไรกับเขาได้แค่นี้ก็ไปเถอะ

“ สวัสดีครับภูผา คณะวิศวกรรมศาสตร์ปีสามครับ “

“ ไหนๆเมื่อกี้ก็เลือกเพลงไปแล้ว แล้วตอนนี้ความสัมพันธ์เป็นยังไงครับ “

“ เคยฟังเพลงนี้ไหม? “

“ อะไร “

“ อธิบายไม่ถูกแต่รู้สึกดี “

“ โอ๊ยยย!!!คบกันเลยไป!!!! “ เสียงโวยวายของเด็กคณะวิศวทำให้ภูผาเผลอยิ้มกว้างออกมาเล็กน้อย อยู่ดีๆเขาก็นึกเพลงนี้ขึ้นมาอาจจะเพราะว่าถูกเปิดให้ฟังบ่อยๆโดยใครบางคนที่ชอบฟังเพลงของนักร้องคนนี้มาก

พอดึกแล้วก็ได้เวลาแยกย้ายอากาศเริ่มเย็นแถมไฟก็เริ่มเหลือน้อยลงทุกคนสวดมนต์ไหว้พระและแยกย้ายไปตามตึกนอนของตัวเอง ผู้ชายต้องแบ่งเวรกันเฝ้าของมีค่าและอุปกรณ์ก่อสร้างต่างๆ

“ อธิบายไม่ถูกแต่รู้สึกดี ขอแค่มีเธออยู่ความรู้สึกมันดี๊ดี โอ๊ยๆใครจะคิดคนอย่างภูผาเนี่ยนะจะคิดคำนี้ ฉันจะเป็นลม “

“ เลิกล้อได้แล้วนอนๆจะได้ตื่นแต่เช้า “ รวีรินตอบไปพร้อมกับอ่านเอกสารการสอนวิชาภาษาอังกฤษพรุ่งนี้ซึ่งคุณครูพึ่งเอาหนังสือมาให้ดูเมื่อตอนเย็นนี่เอง

ตอนเช้าเธอต้องไปเข้าแถวพร้อมเด็กและตอบคำถามเด็กทุกคนที่วิ่งเข้ามาถามว่าเธอเป็นดารารึเปล่าแล้วมาที่นี่ทำไมอีกเยอะแยะคาบแรกของเธอเป็นนักเรียนชั้นป.ห้าซึ่งวิชาที่เธอสอนเป็นวิชาภาษาอังกฤษ

“ ครูทำไมครูถึงเก่งอังกฤษอ่ะยากจะตาย “ เด็กผู้ชายตัวเล็กเดินตามมาถามเธอที่กำลังนั่งพักหลังสอนเสร็จ

“ ครูเคยไปเรียนต่อเมืองนอกตั้งหลายปีแนะ “

“ จริงอ่ะ?มันไกลไหมอ่ะเมืองนอก “

“ ไกลสินั่งรถก็ไม่ถึงต้องนั่งเครื่องบินข้ามทะเลข้ามภูเขาตั้งเยอะ”

“ ทำยังไงผมถึงจะได้ไปอ่ะ “ รวีรินมองเด็กชายตรงหน้าแล้วหันมองตัวเองตอนเธออายุแค่นี้เธอถูกพ่อบังคับให้ไปอยู่ต่างประเทศทุกปีเด็กสาวตอนนั้นไม่ได้สนใจเรื่องเรียนอะไรเลยเพราะคิดว่าพ่อส่งไปก็เท่านั้นแต่พอกลับมามองเด็กคนนี้เขาไม่มีอะไรที่เธอมีเลยแต่เด็กคนนี้กลับถามว่าทำยังไงถึงจะได้ไป

“ หนูต้องเรียนหนังสือเก่งๆตั้งใจเรียนให้ๆมาก “

“ มันต้องใช้เงินเยอะไหมอ่ะ ผมไม่มีเงิน “

“ มีเงินหรือไม่มีเงินไม่สำคัญมากหรอกสำคัญที่ว่าเราตั้งใจที่จะทำรึเปล่า โตไปเราจะรู้เองว่ามีโอกาสแบบไหนบ้าง ถ้าเราเรียนเก่งมากๆไปสอบทุนก็ไม่ต้องจ่ายค่าใช่จ่ายรัฐบาลเขาออกให้ “

“ จริงหรอ?!! “

“ จริงสิ มีทุนเยอะแยะอยู่ที่ว่าจะสอบได้รึเปล่า “

“ ผมจะตั้งใจเรียน “

“ เก่งมากเด็กน้อย “ เธอขยี้ผมเด็กชายก่อนจะยิ้มหวานที่เห็นความตั้งใจในแววตาคู่นั้น ภาพนั้นอยู่ในสายตาของใครบางคนที่กำลังถ่ายภาพอยู่ ภูผาหันมาเห็นพอดีจึงได้ภาพนั้นมาเขายิ้มมองคนในภาพอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะส่งกล้องต่อเพื่อไปช่วยเพื่อนมุงหลังคา

“ ไงความรู้สึกของการได้แอบมอง “

“ ใช่เรื่องที่จะมาถามกันบนหลังคาไหมไอ้เวร “

“ ตอบดิว่ะ “

“ ก็…น่ารักดี “

“ พึ่งรู้ตัวหรอไอ้โง่! “

“ รู้นานแล้วโว้ย “ 

รู้มาตั้งแต่ครั้งแรกที่เห็นแล้วว่าเธอน่ารักแค่ไหน...แต่ตอนนี้เขากลับรู้สึกอิจฉาไอ้เด็กผู้ชายคนนั้นที่เธอทั้งยิ้มหวานลูบหัวอย่างเอ็นดู ดูเขากับเธอตอนนี้สิกัดกันจะตายเขากลับไปเป็นเหมือนเดิมแบบที่เธอต้องการแต่มันก็เป็นไม่ได้เต็มร้อยหรอกเมื่อก่อนคนที่หาโอกาสเข้าหาจะเป็นรวีรินเองซะมากกว่าตอนนี้กลายเป็นเขาที่หาทางเข้าหาเธอแค่ได้แวะไปเห็นหน้านิดหน่อยเขาก็พอใจแล้วในหนึ่งวันจนบางครั้งก็โดนเพื่อนกับพี่บ่นว่าชอบแวบหายตัวไปตลอดเวลาทำไงได้....คนมันคิดถึง



แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น