ชะโดตัวโต
facebook-icon

เชิญพบกับภาคต่อของ 'พี่คิณ - ณิริณ' 'พี่ภาคย์ - ไออุ่น' ในเรื่อง 'HATE ME: บงการรัก' เรื่องราวของภัทธิรา ลูกสาวคนเดียวของพี่คิณ - ณิริณ และเป็นน้องสาวฝาแฝดของพี่ภาคย์กับการที่จะต้องจำใจแต่งงานกับ 'คิริน' เพื่อแลกกับชีวิตของภิชญ์น้องชายของเธอ ***โหวต เม้น ให้กำลังใจกันด้วยนะคะ***

HATE EFFECTS: 24 พายุลูกใหม่ 100% รีไรท์

ชื่อตอน : HATE EFFECTS: 24 พายุลูกใหม่ 100% รีไรท์

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย อีโรติก

คนเข้าชมทั้งหมด : 13.8k

ความคิดเห็น : 12

ปรับปรุงล่าสุด : 15 ส.ค. 2560 17:05 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
HATE EFFECTS: 24 พายุลูกใหม่ 100% รีไรท์
แบบอักษร

HATE EFFECTS: 24


หลังจากที่ตำรวจเคลียร์พื้นที่เรียบร้อยแล้ว สี่หนุ่มสาวได้กลับไปยังกระท่อมของหมู่บ้านชาวประมงอีกครั้งเพื่อกล่าวลาลุงและป้าผู้เป็นเจ้าของ ตลอดทางวาณิชาก็บ่นไฟแลบถึงเรื่องเกิดขึ้นแต่มือก็ยังไม่ยอมปล่อยใบหูของภากรเป็นอิสระ แต่เมื่อสองลุงป้าเห็นสภาพของแต่ละคนแล้วพวกเขาจึงให้อยู่ทำแผลให้เรียบร้อยเสียก่อน


ภาคิณโทรหาผู้เป็นแม่บอกว่าตอนนี้เจอคนที่หายไปเมื่อคืนแล้วเพื่อให้ผู้ใหญ่ทุกคนสบายใจ ตอนนี้ในกระท่อมมีเพียงแค่เจ้าของและผู้มาเยือนเท่านั้น ที่เหลือล่วงหน้ากลับโรงแรมที่พักไปเรียบร้อย


"ซวยซ้ำซวยซ้อนดีจริงๆ เมื่อวานเมียจมน้ำ แต่ก็ยังดีที่ผัวเอ็งตามมาทันและลุงกับป้าก็อยู่แถวนั้นพอดี มาวันนี้ผัวก็มาลื่นตกโขดหิน...เอ็งสองคนไปทำบุญบ้างก็ดีนะ" หญิงสูงวัยกล่าวติดตลก วาณิริณหันไปมองน้องสาวด้วยสายตาคาดคั้นหวังคำตอบจากเธอ "นังหนูนั่นน่ะ ปากไปโดนอะไรมาเรอะ?"


"เป็นห่วงคนหายน่ะค่ะเลยรีบร้อนไปหน่อย วิ่งแล้วสะดุดล้มเอง" วาณิริณตอบกลับด้วยความสุภาพแต่ก็ยังไม่วางสายตาจากผู้เป็นน้อง วาณิชาก้มหน้าหลบพลางนึกเข่นเขี้ยวภากรที่หาเรื่องมาให้เธออีกแล้ว "ขอบคุณลุงกับป้านะคะที่ช่วยดูแลทั้งสองคน ไม่รู้จะตอบแทนยังไงเลยค่ะ"


"ไม่เป็นไร นิดๆหน่อยๆเองนะ" ลุงกล่าว "เอ็งสองคนก็อย่าทำให้คนอื่นเดือดเนื้อร้อนใจอีกล่ะ เห็นไหมล่ะว่าเขาเป็นห่วงกันขนาดไหน"


"ครับ / ค่ะ" สองตัวต้นเหตุพูดเสียงเบาๆพร้อมกัน


"เอ้อ ทำแผลไปนะเดี๋ยวป้ากับลุงเอาปลาไปส่งที่ตลาดก่อน เสร็จแล้วก็ไม่ต้องรอนะกลับกันได้เลยเพราะกว่าจะเสร็จก็คงจะมืดนั่นแหละ" หญิงสูงวัยยิ้มก่อนจะชวนสามีออกจากกระท่อมนี้ไป


เมื่อได้จังหวะวาณิชาก็เขยิบเข้ามาแล้วกอดเอวของพี่สาวเอาไว้ "ลุงกับป้าเขาเข้าใจผิดน่ะ พี่ณิริณอย่าถือสาเลยนะคะ"


"จะไม่ถือสาก็ไม่ได้เพราะก่อนหน้าที่พี่เห็นมันไม่ได้เป็นแบบที่ณิชาปฏิเสธ คิดเอาเองก็แล้วกันว่าพี่หมายถึงอะไร" บรรยากาศเข้าสู่ความเงียบลงทันที วาณิริณหันไปทางวาณิชาอีกครั้งแล้วถอนหายใจ "ณิชาโตแล้วต้องลดความเจ้าอารมณ์ของตัวเองลง ดูผลที่เกิดขึ้นตอนนี้สิ...พ่อ แม่ ทุกคนเป็นห่วงณิชาจนแทบไม่ได้หลับได้นอนกันทั้งนั้น ซ้ำวันนี้ยังต้องมาเจอเรื่องอันตรายแบบนี้อีก ทีนี้พอจะคิดได้หรือยังว่าต้องทำยังไง?"


สาวน้อยพยักหน้าเบาๆ เพราะอารมณ์ของเธอเองนั่นแหละที่ทำให้ทุกคนวุ่นวายไปทั้งหมด "ณิชาขอโทษค่ะ ต่อไปนี้จะพยายามทำตัวให้เป็นผู้ใหญ่มากขึ้น" วาณิชาเขยิบออกมาเล็กน้อยแล้วหยิบกล่องยาสามัญไปข้างๆภากร "ขอบคุณ...ค่ะ...ที่ช่วย เดี๋ยวณิชาทำแผลให้"


ภากรยิ้มชอบใจและยอมนั่งนิ่งๆให้คุณหมอจำเป็นปฐมพยาบาลให้ ทันใดนั้นเอง... "โอ้ยยย โอ้ยๆ ณิชาเบาๆ เจ็บ อ้ากกกก" 


ยัยตัวแสบเทแอลกอฮอล์ราดเข้าที่บริเวณแผลที่ถูกยิง แม้จะแค่เฉียดๆแต่ภากรก็ปวดแสบปวดร้อนจนน้ำตาซึม "บุญคุณก็ส่วนบุญคุณแต่ว่าแค้นก็ต้องชำระ เพราะนาย...เอ่อ พี่กรทำให้ณิชาตกใจก่อน ฉะนั้นก็รับผลกรรมด้วยนะคะ"


"เดี๋ยว เดี๋ยววว อ้ากกก"


กระท่อมน้อยน่าอยู่กลับกลายเป็นสงครามขนาดย่อมไปเสียแล้ว วาณิริณและภาคิณต่างหัวเราะเบาๆพร้อมส่ายหัวไปมา คู่นี้คงอีกนานกว่าจะเลิกตีกันได้ ภาคิณใช้นิ้วโป้งแตะไปที่บริเวณแผลที่มุมปากของเธอ วาณิริณสูดปากด้วยความแสบ 


"พี่ขอโทษ" เสียงแผ่วเบาเต็มไปด้วยความรู้สึกผิดในหัวใจ ทั้งๆที่เรื่องนี้ไม่เกี่ยวกับเธอเลยเสียด้วยซ้ำและที่สำคัญ...ในเวลานั้นเขาไม่สามรถปกป้องเธอได้เลย


วาณิริณส่งยิ้มอ่อนหวานให้สามี "อย่าคิดมากสิคะ เรื่องมันผ่านไปแล้ว" เขาเอื้อมมือหยิบสำลีชุบเบตาดีนแล้วค่อยๆซับไปที่มุมปากของเธอ ระมัดระวังอย่าตั้งใจเพื่อไม่ให้เธอเจ็บไปมากกว่านี้ "โอ้ย ซี้ดด"


"หลังจากวันนี้ไปเราสองคนต้องเจออะไรอีกเยอะ ป่านนี้ไอ้การันต์มันคงเริ่มระแคะระคายบ้างแล้ว...งานประมูลเครื่องเพชรที่มันจัดบนเรือที่เราจะไป วันนี้ทีมของผู้กองที่เป็นภรรยาของสารวัตรขึ้นไปสำรวจบนเรือก็เลยได้รู้ว่าเป้าหมายจริงๆของมันคือส่งเด็กสาวไปขายพวกค้ากามที่ต่างประเทศ" ภาคิณพูดด้วยโทนเสียงที่เบาที่สุด ยิ่งสืบค้นก็ยิ่งได้เห็นว่าเนื้อแท้ของการันต์นั้นเป็นคนที่อันตรายที่สุดเท่าที่เคยเจอมา


"ทำเรื่องน่ารังเกียจแบบนี้ได้ยังไง" วาณิริณนึกประณามอดีตเพื่อนร่วมชั้นเรียนด้วยความรู้สึกขยะแขยงและรังเกียจมาก "เหตุผลบางส่วนที่ยัยปลาต้องตายอาจจะเป็นเรื่องนี้ด้วยก็ได้"


"อาจจะมากกว่านั้น วันก่อนพี่ให้เทวินทร์กับลูกน้องไปที่คอนโดเก่าของปาลิตา เจอแผ่นดีวีดีที่เขียนชื่อไอ้การัตน์อยู่หลายแผ่น คิดว่าน่าจะเป็นหนังที่มันถ่ายไว้เพื่อข่มขู่เหยื่อ" ทำแผลเสร็จภาคิณก็ทิ้งสำลีลงข้างๆ มือหนาลูบผมของเธอแล้วเปลี่ยนมาจับที่ใบหน้า "ปาลิตาน่าจะรู้ถึงที่มาของการเงินไอ้การันต์ มันถึงต้องจัดฉากฆ่าปิดปากก่อนที่พ่อมันจะโดนแฉ"



"ณิริณ ฉันถามแกจริงๆเถอะนะว่าที่แกคอยห้ามฉันไม่ให้คบกับการันต์เนี่ย เพราะแกก็แอบชอบเขาใช่ไหม!!?"

"แกอย่ามาโกหก การันต์บอกฉันหมดแล้วว่าแกเคยไปสารภาพรักกับเขา แต่พอถูกปฏิเสธแกก็เลยจะมายุแยงฉันน่ะสิ! หึ! ฉันก็หลงคิดว่าแกน่ะแสนดีแต่ที่ไหนได้ ร่าน!!!"

"ฉะ...ฉันขอโทษ"

ระหว่างทางกลับโรงแรม ในหัวของวาณิริณนั้นมีแต่ภาพเหตุการณ์ต่างๆของเธอกับปาลิตาวนเวียนเข้ามาซ้ำๆ ทั้งแต่เริ่มแรกที่รู้จักและกลายเป็นเพื่อนสนิทกัน ตอนที่ทะเลาะจนถึงขั้นแตกหักเพราะสาเหตุที่เธอพยายามกันเพื่อนสาวออกจากการันต์และภาพวินาทีสุดท้ายของชีวิตปาลิตา


ทุกสิ่งทุกอย่างมันกำลังรวมเข้าเป็นเรื่องเดียวกัน 


วันนี้ภาคิณจัดการหาไกด์ทัวร์พาพนักงานทุกคนออกล่องเรือไปตามเกาะ จึงไม่กังวลว่าเรื่องภายในจะมีใครคอยซักถามแบบน่ารำคาญ สี่หนุ่มสาวกลับโรงแรมที่พักวาณิชาก็โดนสุชาติให้โอวาทชุดใหญ่โทษฐานที่ทำให้ทุกคนกระวนกระวายใจ ไหนจะสภาพฟกช้ำของภากรและไหนจะบาทแผลที่มุมปากของวาณิริณอีก 


"โตแล้วนะณิชา พ่อไม่อยากให้หนูทำตัวเอาแต่ใจแบบนี้!! ดูสิว่าคนอื่นเขาเดือดร้อนกันขนาดไหน เป็นอะไรขึ้นมาแล้วพ่อกับแม่จะทำยังไง!!" เสียงเข้มของชายวัยกลางคนทำให้ลูกสาวคนเล็กของเขาไม่กล้าสบตา


วาณิชาน้ำตาคลอด้วยความสำนึกผิด "ขอโทษค่ะที่ทำให้ทุกคนเป็นห่วง ฮึก ต่อไปณิชาจะไม่ดื้ออีกแล้ว"


ลำเพยเข้ามาปลอบใจลูกสาวคนเล็ก มือเธอลูบผมดำขลับเบาๆเหมือนเมื่อครั้งที่วาณิชายังเด็ก "พอเถอะพี่ชาติลูกกลัวแล้วนะ ถือซะว่าฟาดเคราะห์วันเกิดก็แล้วกันนะลูกนะ" หันไปทางภากรแล้วส่งยิ้มอบอุ่นให้ "ขอบใจนะจ๊ะภากร อุตส่าห์ช่วยดูแลน้องให้จนเจ็บตัวไปหมด พรุ่งนี้คงจ้องไปขอบคุณเจ้าของกระท่อมเสียหน่อย"


"อุบัติเหตุน่ะครับ" ภากรยกมือเกาหัวเล็กน้อย "น้องไม่เป็นอะไรก็พอใจแล้วครับ"


ยัยตัวแสบเช็ดน้ำตาแต่ก็ไม่ยอมหันไปมองคนข้างหลัง ลำเพยหัวเราะเบาๆก่อนจะเดินไปหาลูกสาวคนโตโดยปล่อยให้สุชาติอบรมวาณิชาอีกเล็กน้อย นาตยามองทุกคนที่กลับมาก็พลอยโล่งใจแต่ก็สงสัยว่าภูชิตหายไปไหน


"ณิริณเจ็บไหมลูก! ณิริณ!!"


ภาคิณมองภรรยาคนสวยที่ยืนเหม่อสักพักก็สะกิดเธอให้ตื่นจากภวังค์ "คิดอะไรอยู่หรอ หืม? แม่เรียกยู่นะ"


วาณิริณสะดุ้งก่อนจะยิ้มนิดๆออกมามา "คะ อะ...แม่เรียกหนูหรอคะ?"


"จ้ะ มีอะไรกันรึเปล่า สีหน้าดูไม่ค่อยดีกันเลย" ลำเพยสังเกตมาสักพักจึงได้ถามขึ้นด้วยความเป็นห่วง "ทะเลาะกันหรอจ้ะ"


"ปละ เปล่าค่ะ...ณิริณแค่หน้ามืดนิดหน่อยค่ะ"


"เอะ? หน้ามืดหรอ...เหนื่อยง่ายไหม? มีวิงเวียนอยากอาเจียรบ้างหรือเปล่าลูก เอ...หรือว่าอยากทานอะไรเปรี้ยวๆบ้างไหม?" ลำเพยถามด้วยท่าทีที่ตื่นเต้นอยู่ไม่น้อย ภาคิณพอจะเดาออกก็เผยยิ้มเล็กน้อย ถ้าเป็นที่แม่ยายของเขาหวังเอาไว้ก็คงจะดี 


คนถูกถามอ้ำอึ้งไปก่อนจะถอนหายใจออกมาเบาๆ "ไม่ ไม่มีค่ะ แค่รู้สึกหน้ามืดเฉยๆ"


"ไม่เป็นไรๆ สงสัยจะอาการแรกๆ" พูดจบก็เดินไปทางแม่ดองของเธอแล้วกระซิบกระซาบกันไปมา 


"เห็นไม่ไกลจากนี่มีร้านขายยาอยู่ ลองไปซื้อมาสักสามอันก็ได้ค่ะจะได้แน่ใจ" นาตยาเสนอความคิดเห็น


"เรารีบไปกันดีกว่านะคะ ไปจ้ะพี่ชาติ...ปล่อยเด็กๆไปพักเถอะ" ลำเพยรีบเอ่ยชวนสามีพร้อมกระซิบว่าอาจจะมีข่าวดีให้ฟัง


สุชาตินิ่งไปสักพัก "จะรออะไรล่ะ รีบๆเข้าเถอะนะอยากรู้ใจจะแย่" เสียหัวเราะเริ่มดังขึ้นก่อนที่ผู้ใหญ่ทั้งสามจะพากันออกไปนอกโรงแรม


ภาคิณเดินมาโอบเอวภรรยาสาวเอาไว้ "สงสัยแม่เขาจะคิดว่าณิริณ...ท้อง"


"เฮ่อ ณิริณคงพูดอะไรผิดไปมั้งคะ?" ถอนหายใจซ้ำแล้วซ้ำอีก เพราะไม่อยากให้เป็นห่วงจึงพูดโป้ปดออกไป "ณิชา ไปอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าเถอะ พรุ่งนี้จะได้เอาชุดไปคืนลุงกับป้า"


"ค่ะ" ตากลมแดงเพราะวันนี้วาณิชาร้องไห้หนักถึงสองรอบ "จะ จะไปด้วยไหม...คะ" ภากรที่ยืนนิ่งอยู่นานก็เหมือนจะเริ่มมีอาการขึ้นมาบ้าง "ฉะ อื้ม ณิชาถามว่าพี่กรจะไปพร้อมกันไหมคะ? อ้อ! เรื่องนี้พี่กรก็ต้องมีส่วนรับผิดชอบด้วย ณิชามีของที่อยากได้อยู่ให้เวลา 1 ชั่วโมง ถ้าช้า!! ณิชาจะไปกับพอร์ช"


"อ้าว!!? ณิชารอก่อนสิ" แม้จะเจ็บอยู่แต่ก็เร่งฝีเท้าตามแม่สาวขี้งอนจนทันถึงตัว อากับกิริยาทั้งสองที่ใครๆได้เห็นต่างก็คิดเหมือนๆกันว่านี่ไม่ใช่แค่เด็กฝึกงานกับผู้บริหารอย่างแน่นอน


ด้านสองสามีภรรยาพอกลับถึงห้องพักได้ภาคิณก็เดินมาขวางหน้าวาณิริณก่อนที่เธอจะเดินเข้าห้องน้ำ ร่างเล็กตกใจเล็กน้อย "ณิริณจะไปถอดเสื้อเกราะ อึดอัด"


"ณิริณยังไม่รู้วิธีถอด เดี๋ยวพี่ถอดให้"


"ว้าย !!!"


เสื้อสีดำตัวใหญ่ถูกถอดออกอย่างรวดเร็ว เสื้อเกราะกันกระสุนที่เขาสวมให้เธอก็ไปต่างอะไรสิ่งที่บดบังทัศนวิสัย น่ารำคาญตาเสียจริง...มือหนาค่อยๆถอดเสื้อเกราะหนาอันนั้นอย่างพิถีพิถัน นำมันออกมาได้สายตาก็หยุดนิ่งมองเนื้ออกอวบขาวใต้บราเซียสีขาวไม่วางตา


สองมือเรียวโอบประคองใบหน้าคมคายให้สบตาเธอ "ชอบมองแต่ตรงนี้นะคะ"


"ก็ของโปรด น่ากินไปทั้งตัว" โอบรัดร่างเล็กเอาไว้แล้วระดมหอมแก้มทั้งซ้ายขวา สลับกันไปมา "รู้ไหมว่าจริงๆแล้ว อาภูชิตตั้งใจจะใช้ณิริณไว้ต่อรองกับพี่ แตาเพราะความประมาทของอา...เขาเลยพลาดท่าไปเอง"


"ถ้าเป็นแบบนั้นจริงๆ พี่คิณเลือกที่จะเสียอะไรไปหรอคะ?"


ฟอด ! เขาส่ายหัวแล้วกดจมูกลงแก้มนิ่งอีกครั้ง "ไม่สักอย่าง เพราะพี่รู้ว่าต่อให้สละอะไรไปแล้วอาภูชิตก็ไม่ยอมปล่อยอะไรกลับมาอยู่ดี พี่จะไม่ยอมเสียทั้งณิริณและบริษัท...มันคือทางเลือกของพี่"


เธอยิ้มแล้วซบหน้าลงที่แผงอกของเขา "ณิริณเชื่อค่ะ หลังจากวันพรุ่งนี้ยังไงเราก็จะได้กลับมาอย่างปลอดภัยแน่นอน หลังพายุ...ทะเลก็กลับมาสวยงามเสมอ"


มือหนายกขึ้นลูบผมเธอ "ใช่ แต่เราต้องผ่านพายุที่ชื่อไอ้การันต์ไปให้ได้เสียก่อน"


"อื้อ! อย่าค่ะ ณิริณเหนื่อย" หญิงสาวร้องห้ามเมื่อถูกเขาจู่โจมอย่างหนัก มือใหญ่ลูบไล้วนเวียนไปทั่วเรือนร่างราวกับเป็นเจ้าของเสียเอง "อื้ม"


คนตัวสูงส่งมอบรถจูบอันหอมหวานให้กับคนในอ้อมแขน พอได้หอมปากหอมคอก็ถอนออกอย่างอ้อยอิ่ง "เหนื่อยก็อยู่นิ่งๆนะครับที่รัก เดี๋ยวพี่จัดการเอง"


อื้อ อื้ออ...


ก๊อกๆ ก๊อกๆ


​"ณิริณจ๊ะ แม่ซื้อเครื่องมือตรวจครรภ์มาแล้ว เปิดประตูให้เข้าไปหน่อย..."

ภาคิณจิปากด้วยความขัดเคืองใจเล็กน้อย เมื่อเป็นอิสระก็รีบผละออกและสวมเสื้อผ้าให้เรียบร้อยทันทีก่อนจะเปิดประตูห้องให้ผู้ใหญ่ทั้งสามท่าน 


"ลองตรวจดูนะลูก พ่อซื้อมาห้าอันเลยจะได้ชัดเจน" สุชาติแม้จะหวงลูกสาวมากแต่พอคิดว่าจะเป็นข่าวดีก็อดตื่นเต้นไม่ได้


วาณิริณมองสิ่งของในมือแล้วถอนหายใจ "ค่ะ" เธอเดินหายเข้าไปในห้องน้ำราวๆครึ่งชั่วโมงแล้วจึงออกมาพร้อมกับผลที่เธอรู้ดีอยู่ "ขีดเดียวทุกอันค่ะ"


"จริงหรอลูก?" ลำเพยลุกเดินเข้าไปหาลูกสาวคนโต พอได้เห็นครบทุกอันก็ทำหน้าเสียดาย "นึกว่าจะได้ไปอวดคนแถวบ้านว่าจะมีหลานกับเขาบ้างแล้ว"


"ใจเย็นๆนะคะคุณลำเพย หนูณิริณกับตาคิณเพิ่งแต่งงานกันไม่ถึงปี ให้เวลาพวกเขาสักหน่อยนะคะ" นาตยาที่เผลอตื่นเต้นไปด้วยพูดปลอบแม่ดองด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน "กลับไปฉันจะช่วยบำรุงให้อีกแรงค่ะ"


"ผมสัญญาครับว่าทั้งพ่อกับแม่ๆจะได้ข่าวดีไม่เกินปีใหม่นี้แน่ครับ" ภาคิณหันมาส่งยิ้มให้คนข้างๆ วาณิริณไม่พูดอะไรเพียงแต่ทำหน้านิ่งๆไว้เท่านั้น


"เออดีๆ เดี๋ยวเขาจะหาว่าลูกเขยบ้านนี้ไม่มีน้ำยา ฮ่าๆ" สุชาติหัวเราะชอบใจ เขาแตะไหล่ลูกเขยเบาๆก่อนจะนั่งลงที่โซฟา


ทุกคงยังคงอยู่พูดคุยกันในห้องนั้น นาตยาหันไปหยิบโทรศัพท์ของตนขึ้นมาแล้วพูดเบาๆ "ตายจริง! ลืมสนิทเลยว่าสั่งเค้กให้หนูณิชาเอาไว้ ป่านนี้น่าจะได้แล้วมั้งคะ"


"เย็นมากแล้วนะคะเนี่ย รีบๆดีกว่าเดี๋ยวตัวแสบของเราจะงอนเอาอีก" ลำเพยยิ้มอีกครั้งเมื่อนึกถึงความเอาแต่ใจของยัยตัวแสบ "เห็นออกไปกับภากรน่าจะอ้อนอะไรไว้สักอย่างแน่ๆ คิกๆ"


"ณิริณกับพี่คิณจะตามลงไปค่ำๆนะคะ" ผู้ใหญ่ทั้งสามพยักหน้ารับคำก่อนจะออกจากห้องไป แน่นอนว่าเมื่อได้อยู่กันตามลำพัง...กระต่ายตัวน้อยๆก็ไม่มีทางรอดพ้นจากพันธนาการของราชสีห์ผู้หิวโหยได้หรอก กว่าจะถึงเวลานัดอีกตั้งหลายชั่วโมงภาคิณจึงขอกอบโกยช่วงเวลานี้เสียก่อน


อีกด้านหนึ่ง....


ภากรและวาณิชากำลังเดินกลับเข้ามายังโรงแรมที่พัก ในระหว่างนั้นก็ได้เห็นว่าชลธิชาอดีตเลขาของน้องชายกำลังตามหลังการันต์อยู่ไกลๆ สองคนนั้นตรงไปยังสระว่ายน้ำของโรงแรมก็เกิดความสงสัย 


"ยัยนั่นรู้จักไอ้คนเลวแบบนั้นด้วยหรอ? อ่อ! สงสัยจะพวกเดียวกัน"


"ไม่เห็นจะแปลกเลย ยัยนั่นรู้จักผู้ชายทั้งโลกล่ะมั้ง?"


"เหมือนที่พี่กรรู้จักกับผู้หญิงทั้งโลกด้วยหรือเปล่า?" ยังคงกระแนะกระแหนอีกคนเรื่องเดิมๆ "แต่ณิชาอยากรู้ว่าสองคนนั้นจะคุยอะไรกัน ไม่ใช่เรื่องดีแน่ๆแหละ"


"ช่างมันก่อนเถอะ" ระหว่างที่วาณิชากำลังจะเดินไปทางด้านขวา ภากรคว้าตัวเธอไว้แล้วพยายามห้าม "ทุกอย่างมันมีทางจัดการอยู่แล้ว อย่าเข้าไปทำให้เสียแผนเลยน่า"


แม้ว่าจะอยากรู้แค่ไหนแต่วาณิชาก็พยายามไม่ดื้อดึงเหมือนแต่ก่อน เพราะไม่ต้องการให้ใครๆมองว่ายังทำตัวเหมือนเด็กอีกต่อไป "ก็ได้...วันนี้จะถือซะว่าทำทานให้พวกสัมพเวสี!" พูดจบก็เดินเชิดหน้าทำเป็นไม่สนใจใยดีต่อสิ่งใด


"ร้ายจริงๆ" ภากรยิ้มแล้วส่ายหัวเบาๆ เขาเดินตามสาวน้อยไปติดๆ จังหวะนั้นเขาได้เหลือบไปเห็นว่าชลธิชารับสิ่งของบางอย่างมาจากการันต์ก็รู้ว่าสองคนนี้คงจะต้องลงมือทำอะไรบางอย่างอีกไม่นานแน่ๆ


พลบค่ำ...


งานเลี้ยงเล็กๆริมชายทะเลของสองครอบครัวได้จัดขึ้นท่ามกลางบรรยากาศที่อบอุ่นโดยมีเพื่อนๆของเจ้าของวันเกิดมาร่วมงานด้วยเพียงเท่านั้น ก่อนหน้ามีเรื่องที่ต้องประหลาดใจแก่พนักงานบริษัทและนาตยาเมื่อภากรประกาศการสิ้นสุดทุกหน้าที่ของภูชิตในบริษัทต่อหน้าทุกคน เขาและภาคิณตั้งใจจะสังเกตอาการของชลธิชาและมันก็ได้ผลเมื่ออดีตเลขาสาวมีท่ามีลนลานและถามถึงสาเหตุจากตัวเขา...สิ่งที่ตอบไปเพียงอย่างเดียวก็คือ อีกไม่นานเธอจะได้รู้เอง


หลังจากผ่านวินาทีเป่าเทียนวันเกิดและเจ้าของวันเกิดอย่างสาวน้อยขาวีนได้ตัดเค้กแจกจ่ายให้ทุกคนเรียบร้อยแล้ว วาณิริณในชุดเดรสสีขาวถือถุงของขวัญมาวางไว้ตรงหน้าของน้องสาวเหมือนกับของหลายๆคน สีหน้าเธออ่อนเพลียจนวาณิชารู้สึกเป็นห่วง "พี่ณิริณดูเหมือนไม่สบายเลยนะคะ ไหวหรือเปล่า?" 


คนถูกถามส่งสายตามองค้อนให้สามีตัวเองก่อนจะหันกลับมายิ้มบางๆ "เปล่า ลองเปิดดูสิว่าณิชาชอบไหม?"


สาวน้อยแกะถุงของขวัญออกด้วยความตื่นเต้น พอเห็นหมวกถักไหมพรมปักชื่อของตัวเองอยู่ก็ดีใจจนแก้มแทบปริ "ชอบที่สุดเลยค่ะ ปลายปีนี้ณิชาจะเอาไปใช้พิชิตยอดดอยด้วยแหละเนอะๆ ณิชาใส่แล้วสวยหรือเปล่า?" วาณิชาสวมหมวกไหมพรมหันไปถามเพื่อนๆ


"สวยดี พี่ณิริณนี่เก่งทุกอย่างเลยนะครับ" ยูยิ้มแห้งๆ เขาแอบชอบวาณิริณมาตั้งแต่เจอครั้งแรกแม้ว่าเธอจะอายุมากกว่าเขาก็ตาม พอรู้ข่าวว่าเธอแต่งงานก็รู้สึกเสียใจอยู่ไม่น้อยและยิ่งได้เห็นภาคิณคอยตามติดแจก็ยิ่งตอกย้ำในความผิดหวังของเขาเอง


"ณิชาใส่อะไรก็สวยอยู่แล้วล่ะ ปออิจฉาทั้งสองคนพี่น้องเลย...เนอะๆพอร์ช" ปอทำท่ากระแซะพอร์ชทีนึง สายตาคมกริบของภากรก็จ้องมองดูอากับกิริยาจนอีกฝ่ายรู้สึกตัว


"แหม...เราไม่กล้าชมเยอะขนาดนั้นหรอก ณิชามีคนคอยตามหึงหวงอยู่นี่" พอร์ชหันมาสู้สายตาเช่นกัน "สงสัยเราต้องหาวิธีอื่นมาสู้แล้วล่ะมั้ง?"


"พูดอะไรกัน..." เจ้าของวันเกิดยู่หน้าลงเมื่อสายตาหันไปเห็นแขกที่เธอไม่ได้เชิญกำลังตรงเข้ามาในนี้ "ตัวซวย !!!" ทุกคนต่างนิ่งเงียบทันทีที่สาวน้อยตะโกนออกมา


บรรยากาศที่กำลังสนุกสนานต้องหยุดชะงักลงไปถนัดตากลายเป็นความตึงเครียด ภาคิณจึงรีบบอกให้เทวินทร์พาพวกผู้ใหญ่กลับไปพักที่โรงแรมก่อนเพราะไม่อยากให้มารับรู้อะไรมากมายในตอนนี้ การันต์ ญาดาและชลธิชาเดินเข้ามาในขณะที่วาณิริณขยับเข้าชิดตัวภาคิณ สองมือกำแขนเสื้อของสามีไว้แน่นจนเขาต้องยกมือโอบเอวเธอไว้หลวมๆ วาณิชาจะเข้าไปเอาเรื่องก็ถูกภากรล็อคตัวไว้ไม่ให้ทุกอย่างมันบานปลาย


"เอ่อ...พวกเราขอตัวก่อนนะ ณิชา! สุขสันต์วันเกิดนะ" ปอกล่าวส่งท้ายก่อนจะชวนพอร์ชและยูกลับที่พักของนักศึกษาฝึกงานที่อยู่ด้านหลังของโรงแรม ส่วนผู้มาเยือนเดินหยิบของบนโต๊ะกินตามใจชอบสร้างความไม่พอใจให้ยัยตัวแสบเป็นอย่างมาก


"ดูมีความสุขกันจริงๆนะ" การันต์กวาดมองไปรอบๆ แล้วปีนขึ้นไปนั่งบนโต๊ะโดยที่ไม่มีความเกรงใจ


"ปาร์ตี้ต้อนรับทายาทตัวน้อยหรอคะ? พี่คิณ" ญาดาเอ่ยทักทายทันที ริมฝีปากเฉดสีแดงสดเหยียดยิ้มร้ายส่งให้ "ยินดีด้วยนะคะ ทั้งสองคน"


ญาดายื่นมือออกมาแต่กลับถูกเขาปัดออก "ขอบใจแต่ไม่ต้องเสแสร้งก็ได้" ภาคิณไม่ใยดีเลยแม้แต่น้อย ตาคมกวาดมองไปทางอดีตเลขาสาว "กอบโกยไปเท่าไหร่แล้วล่ะ กว่าฉันจะรอให้เธอเปิดเผยฐานะมันนานมากเลยนะ"


"คือน้ำ...ก็คุณคิณไม่เห็นค่าในตัวของน้ำ ทั้งทุ่มเทให้ทุกอย่างแต่กลับไปสนใจผู้หญิงจืดชืดพรรนั้น" ชลธิชาสูดหายใจเข้าลึกแล้วระบายความในใจของตัวเองออกมา "น้ำคงต้องยื่นใบลาออกวันนี้นะคะ"


"นังโง่!!!" การันต์ที่ตั้งใจเพียงแต่จะมาข่มขวัญคู่ต่อสู้ ทุกอย่างที่วาดหวังไว้ในใจกลับพังลงเพราะคำพูดของชลธิชา เขากระชากตัวหล่อนเข้าไปหาแล้วบีบแขนเล็กสุดแรงที่มี "ปากเปราะนักนะมึง! แผนกูพังหมด!!"


ภากรลุกขึ้นเต็มความสูงแล้วเอามือล้วงกระเป๋า "นอกจากเธอจะได้ออกจากที่นี่แล้วเนี่ย ฉันก็หาที่อยู่ใหม่ให้แล้วนะ...ส่วนแม่เธอ ไม่ต้องห่วงหรอกเพราะฉันกับไอ้คิณเตรียมจ้างพยาบาลพิเศษให้แล้ว"


ชลธิชาเองก็ไม่มีอะไรจะเสีย เพราะถึงอย่างไรการันต์และญาดาก็เตรียมที่จะเฉดหัวเธอทิ้งอยู่แล้วเช่นกัน "ปลอยฉันนะไอ้บ้า!!" สลัดมือออกเต็มแรงจนหลุดแล้วเดินมาตรงหน้าของภาคิณอีกครั้ง "ฉันมีสิทธิ์ที่จะเปิดโปงพวกแก รู้ไว้ซะด้วยนะคะคุณภาคิณว่าฮันนีมูนบนเรือของคุณกับนังนั่นน่ะ พวกนี้เตรียมแผนฆ่าคุณถ่วงทะเลไว้หมดแล้ว...ส่วนนังณิริณมันก็เตรียมจะเอาไป ​ปิ้ว!! ขะ...อั่ก"


กรี้ดดดด


ญาดาและการันต์มองเหยียดร่างที่กำลังทรุดลงไปกับพื้นทราย ลำคอมีเลือดไหลซึมออกมาจนไม่มีเสียงที่จะพูดต่อทำได้เพียงก่นด่าและสาปแช่งอยู่ในใจ การันต์เป่าควันที่ปลายกระบอกปืนเก็บเสียงหัวเราะเบาๆก่อนจะเก็บกลับเข้าที่เดิม


"เจอกันพรุ่งนี้นะไอ้ภาคิณ มึงพลาดเมื่อไหร่...รับรองว่ามึงได้ขาดใจตายกลางทะเลแน่" 


"มึงก็เตรียมใจไว้ให้ดีก็แล้วกัน เพราะกูไม่มีทางพลาดให้มึงแน่ๆ" ทุกอย่างมันถูกกำหนดไว้แล้วว่าจะต้องไปทางไหน มีเพียงแต่โชคชะตาเท่านั้นที่จะเป็นผู้ชี้ชะตาของมนุษย์ทุกคนบนโลกนี้และไม่มีใครหลีกหนีกฏแห่งกรรมไปได้อย่างแน่นอน

_____100%____


อีกคู่ก็ตีกัน อีกคู่ก็กำลังมุ้งมิ้ง....ฮ่าๆ


เจอกันตอนต่อไปค่ะ

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น