by.. ฟาง

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

18/ คนชั่วครั้งชั่วคราว (แก้คำผิด)

ชื่อตอน : 18/ คนชั่วครั้งชั่วคราว (แก้คำผิด)

คำค้น : ตอนที่ 18

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 34.8k

ความคิดเห็น : 184

ปรับปรุงล่าสุด : 27 ส.ค. 2560 22:31 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 100
× 0
× 0
แชร์ :
18/ คนชั่วครั้งชั่วคราว (แก้คำผิด)
แบบอักษร

โปรดP...

หลังกลับมาจากเที่ยวภูเก็ตผมกับไอ้ปอก็ยังเหมือนเดิม มันยังอยู่ในสถานภาพเด็กในปกครองของผม พอเปิดเทอมเราก็ต่างคนต่างไปเรียนต่างทำหน้าที่ของตัวเอง วันที่มีประชุมผู้ปกครองโรงเรียนมันผมนี่แหละไปเป็นผู้ปกครองให้โดยมีเสียงกระซิบกระซาบจากนักเรียนในโรงเรียนผ่านหูมากพอสมควร ตอนนี้ว่างเมื่อไหร่เราก็ไปนั่นมานี่ด้วยกันกินข้าวด้วยกันบางคืนก็นอนด้วยกัน คนอื่นๆภายนอกเห็นอาจคิดว่าเราเป็นคนรักกันแต่ผมกับไอ้ปอเราต่างก็รู้ดีว่ามันไม่ใช่ ผมยังไม่รู้สึกอย่างนั้นกับไอ้ปอเลยสักนิด

"พี่โปรด อาทิตย์นี้ตัวจะให้เค้าไปที่ร้านอีกมั้ย"

"ทำไม อย่าบอกว่ามึงใจแตกนะ" ไอ้ปอเบ้ปากใส่จนผมต้องเอื้อมมือไปบีบปากมันก่อนจะลุกไปสูบบุหรี่หลังห้อง ในหัวตอนนี้กำลังคิดไปถึงเรื่องไอ้ตุลย์กับมิน 

ทั้งคู่กำลังเข้าสู่สภาวะวิกฤตมันอ่อนไหวจนผมเป็นห่วงความสัมพันธ์ของพวกเขา ไอซ์คนที่ไอ้ตุลย์รอได้กลับมาแล้วและดูเหมือนน้องชายของผมกำลังจะถูกไอ้ตุลย์ทิ้ง ผมคิดว่าเร็วๆนี้ไอ้ตุลย์มันต้องตัดขาดกับมินแน่ทั้งที่น้องมันไม่ผิดอะไรเลยความผิดเป็นของเพื่อนผมล้วนๆ แต่จะให้ทำยังไงได้มันเป็นเรื่องส่วนตัวของเขา หน้าที่ของผมก็ทำได้แค่ตักเตือนแต่ไม่ได้แปลว่าผมจะตามไปก้าวก่ายชักจูงในสิ่งที่มันตัดสินใจ คนเราโตๆกันแล้วไม่จำเป็นต้องพูดอะไรกันเยอะแยะน่าจะคิดกันเองได้

เรื่องผมกับไอ้ตุลย์มันแตกต่างกันมาก ไอ้ตุลย์กับมินทั้งคู่คบกันในสถานะคนรักและอยู่กินฉันผัวเมียด้วยกัน ส่วนผมกับไอ้ปอเรียกว่าอยู่ในสถานะเลี้ยงดูปูเสื่อจุนเจือกันมากกว่า

"โปรดปราณ"

"เออ ว่าไง" ผมบีบปากที่ชอบเรียกว่าโปรดปราณอยู่บ่อยครั้งอย่างหมั่นเขี้ยว

"ปีหน้ามีวันเกิดเค้าด้วยนะ อ่ะดูเลย" ไอ้ปอยื่นโทรศัพท์ที่เปิดหน้าปฏิทินให้ดู จะว่าไปปีนี้มันก็ไม่ได้จัดงานวันเกิดหรอกและผมก็ลืมไปแล้วด้วย

"แล้วไง มึงอยากได้อะไร" ไอ้ปอหน้าหงอยลง พลิกตัวนอนหันหลังให้ผมซะงั้น

"นี่ตัวจะไม่ง้อเค้าจริงๆใช่มั้ย" พอผมเอาแต่นอนดูโคนันที่พักนี้ชักจะติดตามไอ้ปอ สักพักมันก็หันมาเล่นงานผม

"มึงจะให้กูง้อมึงเรื่องอะไรอีกวันๆนึงมึงงอนกูตั้งกี่เรื่อง อย่าพูดมากน่ะโคนันกำลังเฉลยเนี่ยมึงไม่อยากรู้เหรอว่าใครเป็นคนร้าย" ผมเอามือปิดปากลากคอมันมานอนหนุนแขนเหมือนเดิม มันก็บ่นงุ้งงิ้งไปตามเรื่องตามราว แต่พอไอ้เด็กไม่มีวันโตโคนันเฉลยเท่านั้นแหละไอ้ปอก็ลุกขึ้นนั่งคุยฟุ้งอวดว่าคิดแล้วต้องเป็นคนนี้ ผมล่ะอ่อนใจกับความขี้คุยของมันจริงๆเลยน่าไปมัดรวมกับไอ้โยชะมัด

"ปีหน้าวันเกิดเค้าตัวเองพาเค้าไปภูเก็ตอีกได้มั้ย มีหลายอย่างเลยที่เค้ายังไม่ได้ทำพาราเซลลิ่ง(เรือลากร่ม)ก็ยังไม่ได้เล่น"

"ยังไม่รับปาก นี่เพิ่งมิถุนาเองมึงวางแผนไกลไปมั้ย" ไอ้ปอล้มตัวนอนเหมือนเดิมแต่แขนมันกอดรัดผมไว้แน่นคล้ายจะส่งความรู้สึกอะไรสักอย่างที่ผมมองข้ามไป ผมโคตรจะเกลียดอยู่อย่างหนึ่งนั่นคือการรอคอยอย่างไม่มีจุดหมาย และผมก็ไม่อยากให้ไอ้ปอมันต้องเป็นแบบนั้นด้วย เพราะมันจะเหนื่อยเปล่าๆแค่นั้นเอง


"โปรดมึงว่าไอ้ตุลย์มันจะทำไงต่อวะแล้วเมื่อกี้มึงตั้งใจจะบอกมันเรื่องที่มินท้องรึเปล่า ระวังเถอะไอ้โยมันจะมาฉีกอกมึง" ไอ้นัทดักคอผมอย่างรู้ทัน ถูกอย่างที่ไอ้นัทว่าเมื่อกี้ผมตั้งใจจะบอกไอ้ตุลย์เรื่องที่มินท้องเผื่อจะช่วยให้มันตัดสินใจได้รอบคอบและง่ายขึ้นบ้าง 

เรื่องมินท้องก็เป็นอีกเรื่องหนึ่งที่ตอนรู้ครั้งแรกทำให้พวกผมงงเป็นไก่ตาแตกและรู้สึกยินดีในเวลาเดียวกัน พวกผมทุกคนกำลังจะเป็นลุงเป็นป้า เรากำลังจะมีสมาชิกตัวน้อยๆเพิ่มเข้ามาในครอบครัวอีกคน

"ก็คงเลือกไอซ์มั้ง แต่กูไม่รู้ว่ามันจะเคลียร์กับมินเมื่อไหร่แค่นั้นแหละ" ไอ้นัทมีสีหน้ากังวลขึ้นมา ตอนที่ผมกับไอ้นัทขึ้นไปเห็นสภาพไอ้ตุลย์กับไอซ์ผมก็เดาได้เลยว่าเมื่อกี้มินมาเจอกับอะไร มันทำให้ผมรู้สึกเคืองไอ้ตุลย์ขึ้นมาอย่างช่วยไม่ได้ 

ผมกับไอ้นัทเอาของของมินรวมทั้งกับข้าวไปที่คอนโดยัยชมพู่ ทุกคนต่างมีสีหน้าเคร่งเครียดมินเองก็อยู่ในสภาพบอบช้ำเหลือเกินนั่นยิ่งทำให้ผมเคืองไอ้ตุลย์ขึ้นไปใหญ่ ผมได้แต่เอาใจช่วยให้มินก้าวข้ามความเจ็บปวดนี้ให้ได้เพื่อตัวของมินเองและเพื่ออีกหนึ่งชีวิตที่กำลังจะลืมตาในอีกไม่ช้า

จากเหตุการณ์วันนั้นอีกไม่กี่วันถัดมาไอ้ตุลย์กับมินก็เลิกกันอย่างเป็นทางการ ถึงผมจะเสียดายเสียความรู้สึกและเสียใจกับเรื่องนี้มากแค่ไหนแต่ตอนนี้ทุกอย่างมันก็ชัดเจนขึ้น มินกลับมาจากคอนโดของไอ้ตุลย์ในสภาพหัวใจพังยับเยินก็คอนโดเดียวกับผมนั่นแหละเพียงแต่ยังไม่มีใครรู้ว่าผมซื้อห้องตรงข้ามไอ้ตุลย์แค่นั้นเอง วันนั้นพวกเราอยู่กับน้องเป็นกำลังใจให้น้องทั้งที่ผมมั่นใจว่าเราทุกคนก็มีสภาพจิตใจที่เลวร้ายพอๆกัน อีกคนก็เพื่อนรักอีกคนก็น้องที่พวกผมรักและเอ็นดู น้องมันเหลือแค่ไอ้ตุลย์คนเดียวที่เป็นหลักแต่ตอนนี้หลักนั้นกลับเปลี่ยนไปเป็นหลักให้คนอื่นเสียแล้ว แต่ถึงจะเสียใจจะเจ็บปวดมากแค่ไหนผมก็ยังมองเห็นความเข้มแข็งความเด็ดเดี่ยวความทรนงในแววตาคู่นั้นของมินเสมอ

แว่บหนึ่งทำให้ผมคิดถึงไอ้ปอ จริงสินะไอ้ปอเองมันก็ไม่เหลือใครเหมือนกัน ถ้าวันหนึ่งที่ผมตัดขาดกับมันหวังว่าวันนั้นมันจะเข้มแข็งและหยัดยืนอยู่ได้เหมือนที่มินเป็นนะ


"ไอ้ปอ มึงคิดว่าโลกนี้มีอะไรที่เป็นไปไม่ได้มั้ย" ผมเอ่ยถามตอนที่มันกำลังก้มหน้าก้มตาเล่นเกมส์ในโทรศัพท์ ฮึ่ม! อยากจะยึดโทรศัพท์มันอีกสักรอบหลังจากที่เคยยึดมาแล้วรอบหนึ่งเพราะไอ้เรื่องเล่นเกมส์จนลืมทำการบ้านนี่แหละ มันก็อ้างเหตุผลไปเรื่อยว่าคลายเครียดบ้างว่างบ้าง เด็กม.หกที่กำลังยุ่งวุ่นวายอยู่กับการติวเข้ามหาลัยเนี่ยนะว่าง ไอ้เค็มจอมแถ!

"เค้าไม่คิดว่าโลกนี้มีอะไรที่เป็นไปไม่ได้หรอกนอกจากเราจะไม่ให้มันเป็น แต่เค้าคิดว่าโลกนี้มีสามสิ่งที่เราไม่สามารถเรียกคืนมาได้นั่นคือ เวลา โอกาส และคำพูด" ไอ้ปอวางโทรศัพท์ไว้กับโซฟาแล้วตั้งท่าจะเดินมาหาผมที่โต๊ะทำงาน

"ถ้ามึงจะอ่อยนะ กูแนะนำว่ารอให้กูเสร็จงานก่อนแล้วค่อยอ่อย" ผมพูดดักมันขึ้นมาก่อน ก็ตอนนี้เราอยู่ที่ร้านและกำลังทำงาน ถ้าผมหนีบมันมาทำงานที่ร้านด้วยเมื่อไหร่แทบจะไม่ได้ทำงานทำการเพราะความขี้อ่อยของมันนั่นแหละ

"อะไรเล่า เค้าแค่จะนวดให้เฉยๆหรอกคิดลึกไปไหนเนี่ยโปรดปราณ ฮ่าๆๆ"

ป๊อก! "โอ้ย! เค้าเจ็บนะ" ผมคว้าปากกาได้ก็ปาใส่มันอย่างแม่นยำ สมน้ำหน้าชอบทำนักไอ้ท่าทางอ้อนมืออ้อนตีนยียวนกวนประสาทน่ะ

"อีกหน่อยกูจะพามึงไปรู้จักกับสิ่งมหัศจรรย์ที่ชาตินี้ทั้งชาติมึงก็ไม่มีวันได้รู้จักและสัมผัสแน่นอน" ผมเคาะปากกาอีกด้ามกับโต๊ะมือก็เลื่อนดูรูปท้องมินที่ไอ้โยมันแท็กให้ในเฟซเห็นแล้วอดยิ้มไม่ได้แมงที่อยู่ในท้องนั้นโตวันโตคืนเลยเว้ย พูดถึงเฟซบุ๊คแม้แต่เด็กห้าขวบยังมีแต่ผมเพิ่งมีเอาเดือนกว่าๆนี่แหละ

"เค็ม มึงมีเฟซมั้ย" ผมเงยหน้าถามเมื่อเห็นว่ามันเงียบไปตั้งนานนึกว่านั่งเล่นเกมส์อยู่แต่ผิดคาดมันกำลังนั่งมองผมด้วยสีหน้าหมองๆ เป็นอะไรของมันอีกหรืองอนที่โดนปากกาปาใส่เมื่อกี้

"เป็นอะไรวะ?"

"เปล่า ปอง่วงเฉยๆขอนอนหน่อยนะ" ไอ้ปอลุกไปเอาหมอนกับผ้าห่มผืนเล็กของที่เพิ่งมีเสริมเข้ามาในห้องทำงานตอนผมพกมันมาทำงานด้วยบ่อยๆ มันนอนหันหน้าเข้าหาพนักโซฟาเอาผ้าห่มคลุมโปง ผมคลุกคลีกับไอ้ปอตั้งแต่ปลายปีที่แล้วจนนี่ก็สิงหาของอีกปีทำให้พอจะรู้ว่าพฤติกรรมอย่างนี้มันกำลังนอยด์อะไรสักอย่างอยู่ ปากกาด้ามที่ผมปาใส่เมื่อกี้ถูกวางไว้บนโต๊ะทำงานมันเอามาวางให้เมื่อไหร่วะ? ผมมัวแต่ดูรูปที่ไอ้โยแท็กให้เลยไม่ได้สังเกตหรือว่า... 

ผมมองคนที่นอนคลุมโปงบนโซฟา หรือนี่อาจเป็นสาเหตุก็ได้รู้ทั้งรู้ว่าไอ้ปออาจคิดอะไรผิดแต่ผมก็ไม่ได้แก้ไขความเข้าใจของมันในครั้งนี้ มันไม่ใช่เรื่องที่ผมต้องให้ความใส่ใจมากเกินไป

ก๊อกๆ "ขอโทษครับคุณโปรด" พี่บัญชาเคาะก่อนจะเปิดประตูส่งสายตาบอกความนัยให้ผมเดินตามออกไปข้างนอก

"มีคนต้องการพบคุณโปรดน่ะครับ" ผมเดินออกไปหน้าประตูก็เจอกับกอล์ฟ

"สวัสดีครับคุณโปรด ไม่เจอกันนานเลยใจร้ายจังไม่ติดต่อกันบ้างนะครับ" พอพี่บัญชาเดินลับไปกอล์ฟก็เข้ามานัวเนียผมทันที กลิ่นแอลกอฮอล์อ่อนๆบ่งบอกว่ากอลฟ์น่าจะกรึ่มๆมาแล้ว

"อ่าา คุณโปรด" ผมกับกอล์ฟยืนจูบกันข้างประตูห้องทำงานที่เปิดแง้มอยู่ จูบไปจูบมาก็ชักติดลมผมเคยบอกแล้วไงว่ากอล์ฟน่ะลีลาดีมากคนหนึ่ง ผมดึงกอล์ฟเข้าห้องทำงานโดยที่ลืมนึกไปว่าในห้องยังมีไอ้ปอนอนอยู่ พอก้าวเข้ามาในห้องทั้งที่ปากและมือผมกับกอล์ฟยังอีรุงตุงนังพันกันอยู่กอล์ฟก็หยุดชะงักก่อนจะอุทานออกมาเบาๆ นั่นทำให้ผมนึกได้ว่ายังมีสิ่งมีชีวิตอยู่ในห้องอีกหนึ่งชีวิต

"จะต่อกันก็ได้นะครับ เดี๋ยวผมออกไปรอข้างนอก" ไอ้ปอพูดเสียงเรียบๆสายตาของมันไม่ได้มองมาที่ผมกับกอล์ฟ แต่กำลังก้มหน้าเล่นเกมส์ในมือถืออย่างเอาเป็นเอาตาย

"อุ๊ย! ขอโทษด้วยนะไม่คิดว่าคุณโปรดจะมีคนอยู่ด้วยงั้นค่อยต่อกันวันหลังก็ได้ครับคุณโปรด กอล์ฟยังใช้เบอร์เดิมอยู่นะ"

"ไม่เป็นไรครับพี่พอดีผมจะกลับแล้วเหมือนกัน ผมกลับก่อนนะครับคุณโปรด" ไอ้ปอเก็บของมันใส่กระเป๋าเป้ ลุกจากโซฟาเดินผ่านผมกับกอลฟ์ออกไป ท่าทีเฉยชาของมันทำให้ผมรู้สึกพอใจเล็กๆที่มันยังสำนึกว่าตัวเองอยู่ในสถานะไหน 

ในขณะที่กำลังจะพากอล์ฟขึ้นไปชั้นบนของผับก็จ๊ะเอ๋กับไอ้ตุลย์นั่งหน้าเครียดดื่มอย่างไม่ลืมหูลืมตาตามลำพัง ตั้งแต่มันกลับมาคบกับไอซ์มันก็มาผับผมบ่อยขึ้นแต่มาคนเดียวดื่มคนเดียวนะ สภาพคนหลงทางตอนนี้ของเพื่อนรักทำให้อารมณ์ต้องการเรื่องเซ็กส์ของผมฮวบฮาบลงทันที

"ขอโทษด้วยนะกอล์ฟ พอดีเพื่อนผมมาน่ะ" ผมบุ้ยปากไปทางที่ไอ้ตุลย์นั่งดื่มอยู่ พอกอล์ฟหันไปเห็นก็พยักหน้ารับอย่างเข้าใจก่อนจะจูบลาอย่างเสียดาย อืม กอล์ฟก็เป็นคนไม่เยอะไม่งี่เง่าไม่เรื่องมากเข้าตาผมทีเดียวเหมือนกันนะเนี่ย


ความสับสนของไอ้ตุลย์มันยุ่งยากกว่าที่คิดดูเหมือนตอนนี้ชีวิตมันกำลังเข้าขั้นวิกฤตจนผมอดเป็นห่วงไม่ได้ เพราะมัวแต่กังวลเรื่องของไอ้ตุลย์ทำให้ผมไม่ได้ติดต่อไปหาไอ้ปอ ไหนจะงานที่ผับไหนจะเรียนไหนจะมินอีก ทุกอาทิตย์พวกผมต้องพามินไปหาหมอเพื่อแมงที่อยู่ในท้อง ผมไม่ถือว่ามันเป็นภาระอะไรผมคิดว่ามันมาจากความเต็มใจที่จะทำของพวกเราทุกคน คำว่าครอบครัวที่มินชอบพูดกับพวกเราบ่อยๆทำให้ผมซึมซับความอบอุ่นนี้เข้าไปถึงข้างในหัวใจกับคำคำนี้

"เมื่อวานกูเจอเด็กใครไม่รู้เว้ย" ไอ้โยทำปากยื่นปากยาวมือก็ลูบท้องใหญ่ๆของมิน ผมล่ะกลัวว่ามันจะแตกจริงๆ

"เด็กใครวะ" ไอ้เดียร์ถามอย่างต้องการเอาคำตอบเรียกง่ายๆว่าเสือกนั่นแหละ

"เด็กใครไม่รู้ว่ะแต่กูถ่ายรูปมาได้ด้วย ไอ้โปรดมึงเอาไปให้ไอ้นัทกับไอ้เดียร์ดูดิ๊ว่าใช่เด็กมันรึเปล่า ไอ้ดิวให้กูเป็นปาปารัสซี่เห็นไอ้ดิวบอกว่าเด็กไอ้นัทนี่ ฮ่าๆๆ" ผมรับโทรศัพท์จากไอ้โยกำลังจะยื่นส่งต่อไปให้ไอ้นัทแต่ต้องหยุดชะงักกับรูปที่เห็น

"มึงไปเจอมันที่ไหนดิว" ผมมองรูปในโทรศัพท์นิ่งๆถามว่ามีความหึงหวงอย่างคนรักไหมตอบได้เต็มปากว่าไม่มี แต่ถ้าถามถึงความไม่ชอบใจในฐานะเจ้าของมันผมมีจนล้นอยู่เต็มสมอง เพราะตอนนี้ผมเป็นเจ้าของและของของผมทุกชิ้นถ้าผมยังไม่ยกให้ใครก็ต้องไม่มีใครสามารถฉกฉวยเอาไปเล่นได้ 

รูปในโทรศัพท์ที่เห็นคือไอ้ปอกับไอ้เบียร์เพื่อนสนิทคิดไม่ซื่อของมันกำลังเลือกซื้อเสื้อกันอยู่ ดูท่าทางมึงจะสิงกันกลางร้านอยู่แล้วนะนั่น

"จตุจักรน่ะครับท่าน มากันสองคนเด็กม.ปลายนี่มันน่ารักน่าเอ็นดูจริงๆ"

"ใช่ๆมึงต้องเห็นกับตานะโปรด ดิวๆน้องตัวเล็กๆมันว่ายังไงนะแฟนน้องมันถึงเช็ดหน้าเช็ดตาให้ยกใหญ่"

"ปอร้อน"

ป๊าบ! "เออใช่ๆ แค่ปอร้อนคำเดียวแฟนน้องน่ารักรีบประคบประหงมทันที" ไอ้โยกับไอ้ดิวมันช่างเป็นคู่ที่เข้าขากันดีจริงๆ แบบนี้ดีเตะรวมกันได้ไม่ต้องเหนื่อยให้เสียเวลา


ก๊อกๆ ไอ้ปอเดินมาแหวกม่านก่อนจะเปิดประตูห้องให้ ผมถอดรองเท้าถุงเท้าเสร็จก็คว้าผ้าเช็ดตัวไปอาบน้ำโดยไม่พูดอะไรกับมัน ยังหงุดหงิดไม่หายก็วันนี้ไอ้คู่สร้างคู่สมมันแซะผมอยู่ได้ทั้งวันเลยหนิ

"เมื่อวานมึงไปไหนมา" ล้มตัวนอนข้างมันได้ผมก็อ้าปากถามในเรื่องที่ทำให้ต้องถูกไอ้คู่เวรนั้นแซะจนผมแทบพรุน

"ไปซื้อของครับ" ไอ้ปอตะแคงหันหลังให้พึมพำตอบเบาๆเห็นแล้วน่าเบื่อจริงๆ ผมรู้ว่ามันเป็นบ้าอะไรคงจะเรื่องกอล์ฟวันก่อนนั่นแหละ ตอนนี้ไอ้ปอมันกำลังยับยั้งชั่งใจอะไรไม่ได้และแสดงอาการออกมาจนน่ารำคาญ วันก่อนผมเพิ่งนึกยินดีที่มันไม่รู้สึกอะไรจนเฉยชาอยู่เลยนะ

"ไอ้ปอกูรู้ว่ามึงเป็นอะไรไม่พอใจเรื่องอะไร แต่กูก็เคยบอกมึงแล้วไม่ใช่เหรอว่าการที่กูเลี้ยงดูปูเสื่อมึงมีมึงเป็นเด็กแต่มันไม่จำเป็นว่ากูต้องมีมึงเป็นเด็กแค่คนเดียว อย่าลืมสิว่ามึงเป็นใครมึงน่ะเป็นแค่เด็กกูแต่ไม่ใช่เมียกูอย่าทำตัวน่าเบื่อมากนัก" ผมไม่ได้พูดด้วยน้ำเสียงตะคอกหรือรำคาญอะไรแต่ผมพูดด้วยน้ำเสียงนิ่งๆพูดในสิ่งที่ตัวเองคิดและรู้สึกหมดทุกอย่าง ส่วนมันจะคิดยังไงก็เรื่องของมัน สรุปแล้วผมกับไอ้ปอก็ต่างคนต่างนอนเช้ามาต่างคนต่างไปเรียนมันยังเตรียมชุดนักศึกษาให้ผมเหมือนเดิมและก็ยัง...บีบยาสีฟันให้ผมเหมือนเดิม


{โปรดปราณ : เย็นนี้กูจะไปรับที่โรงเรียน}

ติ๊ง{แมงปอ : เย็นนี้ผมมีธุระครับ} 

ผมขมวดคิ้วทันทีที่ไอ้ปอตอบไลน์มาแบบนี้ ผม? มีธุระ?

ตรู๊ดๆๆ "ครับพี่โปรด"

"เย็นนี้มึงจะไปไหน?"

"พี่ที่โรงเรียนกวดวิชานัดไปติวเพิ่มน่ะครับ" ผมถามนิ่งๆไปมันก็ตอบกลับมานิ่งๆเหมือนกัน ไอ้ปอมันเป็นแบบนี้เสมอเวลาผมทำอะไรมัน มันจะย้อนศรทำกลับมาแบบนั้นตลอด นี่คงเป็นอีกหนึ่งเหตุผลมั้งที่ผมไม่อยากให้มันมาเป็นคนที่ผมจะรู้สึกด้วย เพราะสักวันถ้าผมทำอะไรผิดไปไอ้ปอคงไม่มีทางลงให้ผมและมันคงย้อนศรเหมือนที่ผมทำกับมันแน่ๆ ถ้าผมจะมีคนแบบไอ้ปออยู่ในความรู้สึกมันทำให้ผมกลัวจริงๆ

"ส่งเวลาเลิกเรียนมาก็แล้วกัน เดี๋ยวกูไปรับที่โรงเรียนกวดวิชา"

"ครับ แค่นี้ก่อนนะครับต้องเข้าเรียนแล้ว สวัสดีครับ" ไอ้ปอวางสายไป ไม่มีคำว่าเค้า ไม่มีคำว่าตัว ไม่มีแม้แต่คำว่าปอ ถ้าไอ้ปอเป็นคนในความรู้สึกของผมแล้วถ้ามันทำตัวห่างเหินกับผมแบบนี้ผมจะเจ็บปวดมากแค่ไหนกันนะ เป็นเรื่องแรกที่ผมมั่นใจในความคิดตัวเองว่าตัวเองคิดถูกแล้วล่ะที่คนนั้นของผมจะไม่ใช่ไอ้ปอ


"ปอ มึงคิดจะยกเลิกสัญญากับกูรึยัง" หลังเสร็จกิจกรรมบนเตียงที่ผมเสร็จแบบไม่สุดกับไอ้ปอที่ไม่เสร็จผมก็เอ่ยปากถามอย่างตัดสินใจดีกว่าปล่อยให้เรื่องมันอึมครึมแบบนี้ ผมเป็นพวกไม่ชอบอะไรที่คลุมเครือค้างคาซะด้วยถ้ามันน่ารำคาญใจมากนักผมก็จะตัดปัญหานั้นทิ้งไป

"จะยกเลิกแล้วเหรอครับ" ไอ้ปอนอนคว่ำแล้วหันหน้าไปอีกทาง เสียงสั่นๆของมันเอ่ยขึ้นมาอย่างแผ่วเบาฟังแล้วอดใจหวิวตามไม่ได้

"มันจะดีกว่าถ้าเลิกตอนนี้ กูจะให้มึงล้านนึงตามที่บอกไว้ส่วนค่าใช้จ่ายเรื่องการเรียนกูจะให้มึงเหมือนเดิมจนจบปริญญา" ไอ้ปอคว้าผ้าเช็ดตัวมาพันเอวแล้วเดินเข้าห้องน้ำทันที สักพักใหญ่ๆมันก็เดินกลับมาหน้าแดงตาแดงจนน่ากลัว

"ถ้างั้นก็แล้วแต่พี่เลยครับ" ไอ้ปอพูดไปด้วยหาเสื้อผ้าใส่ไปด้วยสุดท้ายมันก็หอบหมอนไปนอนด้านล่างเตียง มีแต่เสียงติ๊กต๊อกของนาฬิกาปลุกดังขึ้นในความมืดและแล้วคนที่อดทนไม่ไหวก็คือผมที่ต้องลงไปอุ้มมันขึ้นมานอนบนเตียงรั้งหัวมันมาหนุนแขนเหมือนเดิม มือผมที่สัมผัสโดนความเปียกชื้นเต็มแก้มกับหมอนเป็นเครื่องยืนยันว่าตอนนี้มันกำลังเจ็บปวดมากขนาดไหน

"ชู่วว พอแล้วไม่ต้องร้อง ยังไม่ยกเลิกหรอกน่ะหยุดร้องได้แล้ว" ไอ้ปอมันน้ำตาไหลเงียบๆไร้เสียงสะอื้นเหมือนตอนที่อยู่สระว่ายน้ำพัทยาครั้งนั้นแม้ว่าผมจะกระชับกอดมันแน่นขึ้นแค่ไหนแต่น้ำตาของมันก็ยังไหลเงียบๆเหมือนเดิมอยู่ดี

ไม่ว่าจะยิ่งใหญ่แค่ไหนก็ตาม แต่ว่าโลกนี้ก็กว้างใหญ่เกินกว่าที่พระอาทิตย์จะมองหาสิ่งมีชีวิตเล็กๆอย่างแมงปอเจอได้

​คำพูดของไอ้ปอที่แหลมพรหมเทพวันก่อนยังติดอยู่ในหัวผม วันที่พระอาทิตย์มองหาแมงปอไม่เจองั้นเหรอ? น่าตลก แมงปอตัวน้อยตัวนี้ถ้ามันจะปีกร่วงมันก็ต้องร่วงโรยเพราะโดนความร้อนของพระอาทิตย์เท่านั้น ถ้ากูยังสนุกยังไม่เบื่อกับสิ่งมีชีวิตเล็กๆอย่างมึง มึงก็ต้องอยู่ภายใต้แสงตะวันอย่างกูเท่านั้นแหละแมงปอ


"แล้วตกลงวันก่อนมึงไปทำไมสวนจตุจักร" ผมเหลือบตามองไอ้ปอที่เดินก้มหน้าก้มตาบวมๆปูดๆเพราะร้องไห้จนเกือบถึงเช้านั่นแหละ

"กูรอคำตอบอยู่" ผมจะควักบุหรี่ขึ้นสูบก็ต้องเก็บไว้ที่เก่าเพราะใกล้ถึงหน้าโรงเรียนไอ้ปอแล้ว ขืนสูบบุหรี่ถ้าอาจารย์มาเห็นเดี๋ยวจะหาว่ามันสูบไปด้วยน่ะสิ

"มะรืนนี้วันเกิดไอ้คิท เค้ากับไอ้เบียร์เลยไปหาซื้อของขวัญวันเกิดให้ไอ้คิท" ผมกระตุกยิ้มกับเหตุผลของมัน อืม..ก็พอจะฟังขึ้น

"ปอ มาเช้านะมึงจะมาลอกการบ้านกูอีกเหรอ" ไอ้เพื่อนสนิทคิดไม่ซื่อที่ชื่อเบียร์มันเอ่ยทักขึ้นมา แต่สายตาท้าทายนั้นถูกส่งมาถึงผมอย่างชัดเจน

"เปล่า การบ้านกูทำเสร็จหมดแล้ว" ไอ้ปอยังก้มหน้าก้มตาอยู่ ผมรั้งคอมันมากอดไว้จงใจเลิกคอเสื้อให้ไอ้เพื่อนสนิทมันได้เห็นร่องรอยของผมเมื่อคืนชัดๆแล้วยักคิ้วใส่ไอ้เบียร์พร้อมกับยิ้มที่ไอ้ตุลย์เคยทักว่าผมยิ้มได้กวนตีนให้ไอ้เบียร์ไปอีกที มันหน้าเสียไปแว่บหนึ่งก่อนจะนิ่งสงบลง อืม..น่าสนุกกว่าที่คิดดูท่าทางแล้วไอ้นี่มันจะร้ายเหมือนกันนี่หว่า

"แวะกินข้าวมันไก่ก่อนก็แล้วกันกูหิวเมื่อคืนใช้พลังงานไปเยอะ มึงน่ะจะไปด้วยกันก็ได้นะ" ผมกอดคอไอ้ปอพามันเดินไปร้านข้าวมันไก่ก่อนถึงโรงเรียน ไอ้เบียร์ก็เดินตามมานั่งด้วยกันนะ แต่ผมไม่ได้ให้ความสนใจอะไรมากมายนอกจากนั่งกินข้าวมันไก่ที่ไอ้ปอตักไก่กับข้าวใส่ช้อนให้เหมือนเดิม

"กูจะกลับไปนอนที่ห้อง เย็นนี้จะมารับเดี๋ยวไปที่ร้านด้วยกันเลย" กินข้าวเสร็จผมก็เดินมาส่งมันหน้าโรงเรียน ยังมีสายตาคนอื่นมองบ้างประปรายแต่ไม่เยอะเท่าวันแรกๆแล้วและผมก็ไม่ได้สนใจอะไรกับสายตาของคนที่ผมไม่แคร์

"อื้อ เอาเสื้อผ้ามาให้เค้าเปลี่ยนด้วยนะ"

"ที่ผับก็มีกูเอาไปให้เขาซักแล้ว ตั้งใจเรียนล่ะ"

"รับทราบครับท่าน อย่าเอาแต่นอนตื่นมากินข้าวเที่ยงด้วยล่ะในตู้เย็นมีกล่องข้าวอยู่"

"เออๆ เข้าไปได้แล้ว" ไอ้ปอส่งยิ้มตาบวมมาให้ก่อนจะโบกมือแล้วเดินเข้าไปในโรงเรียน

"เดี๋ยวมึงน่ะ ของบางสิ่งบางอย่างมันมีแค่ให้มึงเห็นไม่ได้มีให้มึงครอบครองของเขามีเจ้าของอย่าเผลอไปแตะต้องเข้าล่ะ รอให้เจ้าของเขาอนุญาตก่อนค่อยเอาไปเล่น หึหึ"

"แต่ถ้าเจ้าของมันไม่เห็นคุณค่าไม่รู้จักรักษาให้ดีเล่นจนหนักมือและทำพัง มันก็ไม่ผิดที่จะมีคนเห็นคุณค่าในสิ่งนั้นและเก็บมาซ่อมแซมครอบครองอย่างเห็นคุณค่า ยังไงก็ดูแลของเล่นให้ดีๆหน่อยนะครับเพราะวันไหนที่ทำหลุดมือมาผมมั่นใจว่าของเล่นชิ้นนั้นจะไม่มีวันหวนคืนไปหาเจ้าของเดิมอย่างแน่นอน หึ" ไอ้เบียร์มันพูดเรียบๆก่อนจะเดินตามไอ้ปอเข้าไปในโรงเรียน

"หึหึ น่าสนุก นี่แหละอีกเหตุผลนึงที่แมงปออย่างมึงยังต้องอยู่ใต้แสงตะวันอย่างกูไปก่อนนะ" ผมอดขำตัวเองไม่ได้ที่เกิดความรู้สึกสนุกสนาน เมื่อได้เห็นไอ้เบียร์เพื่อนสนิทคิดไม่ซื่อมันเจ็บปวดและทรมานกับการได้เห็นได้ใกล้ชิดแต่ไม่ได้ครอบครองในสิ่งที่มันต้องการ 

"ถึงสักวันกูจะเบื่อของเล่นชิ้นนี้ แต่รับรองได้ว่าคนที่จะเป็นเจ้าของของเล่นชิ้นเก่าของกูคนถัดไปต้องไม่ใช่เพื่อนสนิทคิดไม่ซื่อแบบมึงแน่นอน"

"ปอมึงดูดิ๊ว่าน่ารักมั้ยวะ" ผมเอารูปอัลตร้าซาวด์แมงที่อยู่ในท้องป่องๆของมินมาอวดไอ้ปอ สิ่งมีชีวิตเต้นดุ๊กดิ๊กที่ผมเห็นวันนี้มันทำให้ผมรู้สึกรักขึ้นมาอย่างเต็มหัวใจเป็นสิ่งมีชีวิตแรกที่ผมรักโดยไม่มีข้อแม้ใดๆ น่าสงสารไอ้ตุลย์ผมไม่รู้ว่ามันจะมีโอกาสได้เห็นภาพพวกนี้ไหม

"นี่มัน...พี่โปรดไปเอาภาพพวกนี้มาจากไหนครับ" ไอ้ปอถามเสียงนิ่งๆ ดูเหมือนมันจะเริ่มคิดเลอะเทอะเตลิดไปอีกแล้วพักนี้มันชอบคิดเพ้อเจ้อ ผมก็ไม่ได้สนใจอะไรมากหรอกไม่อยากบ้าตามมัน

"ถ้ากูบอกว่ารูปลูกกูล่ะ?" ผมเหลือบตาดูปฏิกิริยาของไอ้ปอ มันหน้าเสียไปก่อนจะวางสีหน้าเรียบเฉยเหมือนเดิม

"งั้นปอก็จะยินดีด้วยครับ" เอาล่ะครับสีหน้าแบบนี้มันจะหาเรื่องผมอีกเห็นแล้วน่ารำคาญนิดๆนะเนี่ย

"ลูกของน้องชายกูเอง"

"อ่าว ไหนตัวบอกว่าตัวเป็นลูกคนเดียวไงแล้วมีน้องชายเมื่อไหร่ไหนเอามาดูซิ น่ารักเนอะเค้าอยากเจออ่ะ" พอผมเฉลยว่าเป็นลูกของน้องชายแค่นั้นแหละมันก็กลับมาเป็นไอ้ปอหน้าเป็นเหมือนเดิม

"มึงเชื่อมั้ยว่าน้องชายกูเป็นคนอุ้มท้องแมงนี่"

"ตัวเองพูดอะไรอ่ะเค้างง น้องชายมันแปลว่าผู้ชายไม่ใช่เหรอแล้วจะมาอุ้มท้องได้ยังไง นี่ตัวเมารึเปล่าหรือนอนพักผ่อนไม่เพียงพอไม่สบายตรงไหนมั้ยเนี่ย" ไอ้ปอมันกระวนกระวายรีบมาแตะหน้าแตะตัวผมใหญ่

"มึงไม่เชื่อเหรอ งั้นดูนี่" ผมรั้งคอไอ้ปอมาหนุนแขนแล้วสไลด์รูปในโทรศัพท์ให้ดูมินที่กำลังส่งยิ้มให้กล้อง ในรูปเห็นความอุ้ยอ้ายได้อย่างชัดเจนเพราะรูปนี้ถ่ายบนเตียงนอนไอ้โยเป็นคนถ่ายรูปส่งเข้ามาในไลน์กลุ่ม

"เฮ้ย! นี่เป็นรูปจริงๆไม่ได้ตัดต่อใช่ปะ เป็นเรื่องมหัศจรรย์มากเค้าไม่เคยเห็นมาก่อนแต่เค้าไม่ได้ว่าน้องตัวเองแปลกประหลาดนะมันเป็นสิ่งที่น่ายินดีเป็นเรื่องที่น่าอิจฉาด้วยซ้ำ อื้อเค้าอยากท้องแบบนี้มั่งอ่ะตัวทำให้เค้าหน่อย" ไอ้ปอมันลุกขึ้นนั่งพูดเสียงจริงจังพร้อมกับส่งสายตาจริงจังมาให้ มันกำลังสติแตกบ้าขั้นสูงสุดอะไรทำให้คิดว่าผู้ชายทุกคนจะท้องได้วะ

"ไอ้ปอมึงตั้งสติดีๆก่อน เอายาคลายเครียดหน่อยมั้ยกูมีติดกระเป๋าอยู่มึงจะได้ไม่เพ้อเจ้อ"

"เค้าพูดจริงๆ ตัวทำให้เค้าท้องแบบนี้มั่งดิ" มันเขย่าแขนผมใหญ่ท่าทางเอาเรื่องดื้อรั้นน่าดู

"นี่ไอ้ปอ สมมุติว่าผู้ชายท้องได้จริงๆแต่มึงก็เรียนสุขศึกษามามึงน่าจะรู้นะว่าการที่คนเราจะท้องได้นั่นคือเวลาเอากันมันต้องโนคอนดอม และกูจำได้ว่ากูเคยบอกมึงไปแล้วว่าคนที่กูจะโนคอนดอมด้วยต้องเป็นคนที่กูรู้สึกพิเศษเป็นคนที่กูรักจริงๆคนที่จะมาเป็นเมียกูไม่ใช่แค่คู่ขาคู่ค้าคู่นอนแบบมึง โอเคนะทีนี้ก็กลับมาสู่โลกความจริงแล้วนอนซะเก็บไปฝันได้แต่ชีวิตจริงมึงต้องยอมรับในสิ่งที่เราตกลงกันไว้ เอางี้กูจะพามึงไปเล่นกับน้องกูบ่อยๆก็แล้วกันไปปิดไฟนอนได้แล้ว" 

ผมมองผ่านแววตาวูบไหวของไอ้ปอแล้วหลับตานอนหันหลังให้มัน เพราะการกระทำบางอย่างของผมมันทำให้ไอ้ปอคิดเตลิดและถลำตัวจนลึกขึ้นนั่นมันเป็นความผิดส่วนหนึ่งที่ผมยอมรับ ในวันข้างหน้าผมต้องจำกัดความใกล้ชิดไม่ว่าจะเป็นทางการกระทำหรือความรู้สึกระหว่างผมกับไอ้ปอให้ห่างกว่านี้เพื่อให้คงสถานะที่ผมเคยบอกมันไว้ 

​เพราะบางคนถูกกำหนดให้เข้ามาในชีวิต แค่ชั่วครั้งชั่วคราวแต่ไม่ใช่ตลอดไป...


***"การจากลาที่ไม่มีสัญญาณเตือนใดๆน่ากลัวที่สุด เพราะเราไม่มีทางรู้ว่าครั้งสุดท้ายมันคือเมื่อไหร่" 

ท่านโปรดกลัวที่จะเจอความเย็นชาจากคนที่ตัวเองรัก เพราะงั้นท่านโปรดจะได้เจอในอนาคต ไม่ใช่ความเย็นชานะคะแต่มันคือความว่างเปล่าอันนี้เจ็บกว่าเยอะ และคุณเชื่อเรื่องเวรกรรมมั้ย สิ่งที่ท่านโปรดคิดกับเบียร์เรื่องความสนุกเรื่องการได้แต่เฝ้ามองอ่ะ อีกหน่อยมันจะย้อนมาเข้าตัวท่านโปรดหมดเลย ตอนนี้ฟางจงใจเขียนให้น้องทำใจปล่อยท่านโปรดไปแล้วนะคะตอนที่ท่านโปรดถามเรื่องยกเลิกสัญญาอ่ะ แต่เป็นท่านโปรดที่ดึงน้องกลับมาอีกครั้งไม่ว่าจะเพื่อเหตุผลอะไรก็ตามมันจะผูกมัดทั้งตัวเองและน้อง ถ้าพฤติกรรมของน้องในอนาคตมันจะเปลี่ยนไปเพราะความถลำลึกความหึงหวงไม่เข้าใครออกใครก็อย่าว่าน้องเน้อ อันนี้สปอยล์ให้แล้วนะคะ

มีหลายคำถามมาหาฟางซึ่งตอบได้บ้างไม่ได้บ้าง ที่ไม่ได้เพราะเอาตรงๆเลยไม่ได้กั๊กเนื้อแต่ฟางยังไม่มีรายละเอียดในหัวเลย อย่างที่ถามว่าไก่จ๋ามีอะไรดีอิท่านมันถึงรัก แล้วอิท่านจะรักไก่จ๋าจริงๆเหรอ มันเหตุผลอะไรที่น้องจะเปลี่ยนเป็นหลง ตอบรวมๆคือฟางมีแค่เลข1 5 10คือรู้ว่าเริ่มต้นยังไง จะเป็นน้องหลงเพราะอะไร และจะจบยังไง แต่รายละเอียดปลีกย่อยอย่างไก่จ๋ามีอะไรดี ท่านรักนางจริงๆเหรอ อันนี้ยังไม่ได้แต่งเลย ไม่มีรายละเอียดสักนิดเพราะฟางอาศัยแต่งวันนี้ลงพรุ่งนี้บางครั้งก็แต่งตามคอมเม้นบ้าง555ต้องเสียค่าลิขสิทธิ์ให้เจ้าของเม้นมั้ยเนี่ย อธิบายเองงงเองอ่ะพะวงหาแต่หวยวันนี้555 

ขอบคุณทุกคอมเม้นทุกกำลังใจทุกการรอคอย ตอนหน้าถ้าไม่มีอะไรผิดพลาดฟางจะมาลงให้ในวันจันทร์ แต่ถ้าไม่สะดวกคงต้องเลื่อนเป็นวันอังคารนะคะ เดี๋ยวฟางแจ้งให้ทราบในวันจันทร์ตอนลงรายชื่อเจ้าของบ้านหมอที่เพจเน้อ อันนี้มีเหตุผลคือฟางยังตรวจคำผิดก็แค่ตัวแทนเล่ม2ไม่เสร็จจวนจะส่งให้โรงพิมพ์วันอังคารวันพุธนี่แล้ว เหลืออีกประมาณร้อยกว่าหน้าปุ้น และยังไม่ได้แต่งตอนต่อไปด้วยจ้าว

เจอคำผิดคำตกคำหล่นกรุณาท้วงติง กราบงามๆจ้าวว 






แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น