susy

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ชื่อตอน : chapter 16

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 30.5k

ความคิดเห็น : 21

ปรับปรุงล่าสุด : 15 มิ.ย. 2560 19:06 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
chapter 16
แบบอักษร

#Dream part


              "มึงจะสั่นอะไรนักหนาวะ?" ไอ้บิ๊กหันมาถามผมขณะที่ตอนนี้เราติดไฟเเดงกันอยู่


"เรื่องของกู..." ผมขี้เกียจพูดอะไรมาก ก็มันอะอยู่ๆจะพาผมไปบ้าน ไปเจอพ่อเเม่! เพื่ออะไรวะครับ ก่อนหน้านี้ผมปฏิเสธเเม่งอย่างเดียว ไอ้บิ๊กมันก็เอาเเต่ใจชิบหายเลย จะพาไปให้ได้ สุดท้ายก็มาถึงตอนนี้ที่ผมต้องไปกับมันจริงๆนี่ไง


"กลัวพ่อเเม่กู?" มันยักคิ้วถามก่อนจะกลับไปเปลี่ยนเกียร์รถเเล้วเดินหน้าไปต่อ


"เออดิ!" ผมก็ยอมรับหน้าด้านๆเลย ไม่มีอะไรจะเสียเเล้วเเม่ง


"ไม่ต้องกลัว พ่อเเม่กูไม่ดุ" มันบอก ผมก็ไม่ได้ตอบอะไรนอกจากพยักหน้า "แต่ดุมาก!!!" ไอ้บิ๊กมันเสือกพูดต่อไง ผมหันไปมองค้อนทุบเเขนมันไปที เเล้วมาบอกทำห่าไรตอนนี้สัส! กูจะหนีก็หนีไม่ทันเเล้วเเม่ง . . .


"ลงไปได้แล้ว รอให้พ่อกูมาลากมึงลงไหม?" ไอ้บิ๊กหันมาขู่รอบที่สอง ไม่ก็สามหลังจากมาถึงมันขับรถมาจอดถึงบ้านได้เกือบๆห้านาทีเเล้ว


"มึงก็ลงไปก่อนดิ!" ผมยังทำใจไม่ได้นี่หว่า


"ไอ้ดรีม อย่าพูดไม่รู้เรื่องว่ะ มีกูอยู่ด้วยจะกลัวเหี้ยอะไร?" บิ๊กมันก็ดุมาอีก เอาวะ ไปก็ไป ไอ้ห่า ถ้ากูโดนพ่อเเม่มึงดุนะ กูจะ... จะ...?

....จะร้องไห้เเม่ง! ผมกับมันเดินเข้าไปในบ้าน มีเเม่บ้านยืนรออยู่ เเอบรู้สึกผิดขึ้นมานิดหน่อยเพราะเห็นเขามายืนรอตั้งเเต่ไอ้บิ๊กขับรถมาถึงเเล้ว


             "คุณหนูชาย เป็นอย่างไรบ้างคะ สบายดีไหม ไม่กลับมาเยี่ยมป้าบ้างเลย" ผู้หญิงดูมีอายุถามยิ้มๆ สีหน้านี่เเสดงความดีใจชัดเจน ไอ้บิ๊กมันก็โผล่เข้ากอดป้าเเกให้หายคิดถึงด้วย


             "สบายดีครับป้าเเจ่ม เเล้วป้าเเจ่มล่ะครับ" ผมเเทบจะหยิกเเขนตัวเอง เพราะไม่คิดว่าไอ้บิ๊กจะมีมุมเเบบนี้ด้วย ดูอ่อนโยนกว่าทุกที เเละดูเป็นผู้ใหญ่ ผิดจากการทำตัวกวนบาทาที่ผมเห็น


             "ก็เจ็บๆปวดๆตามประสาคนมีอายุแหละค่ะ ไปค่ะเข้าบ้านกัน คุณผู้ชายกับคุณผู้หญิงรออยู่" ป้าเเจ่มเดินนำเข้าไปในตัวบ้าน ผมตกตะลึงนิดหน่อยเพราะบ้านที่ผมเหยียบอยู่นี่ดูอลังการจนเรียกว่าบ้านผู้ดีมีสกุลได้เลย เเต่ไอ้บิ๊กเองที่ทำตัวมันเอง เหมือนจิ๊กโก๋หาเรื่องชาวบ้านไปวันๆ


"เดี๋ยวครับป้า ผมเห็นรถจอดอยู่หลายคัน ใครมาหรอ" ก่อนเข้าไปห้องรับเเขก ไอ้บิ๊กมันรั้งป้าเเจ่มไว้ นั่นสิ ไม่ได้มีพวกผมที่เป็นเเขกงั้นหรอ


"เอ่อ เดี๋ยวป้าว่าให้คุณผู้หญิงกับคุณผู้ชายเป็นคนบอกเองจะดีกว่านะคะ มาค่ะไปหาคุณท่านกัน" คราวนี้ผมกับไอ้บิ๊กก็เดินตามไปอย่างเลี่ยงไม่ได้ ผมรู้สึกใจหวิวๆเเหะ

.

.

.

#End


#Big Part

สวัสดีครับพ่อ ครับดีครับเเม่" ผมเดินเข้าไปถึงตัวห้องรับเเขก ผมก็ทำความเคารพตามมารยาทกับพ่อกับเเม่ผมก่อน เเล้วไอ้ลูกเเมวที่ยืนตัวสั่นอยู่ก็ยกมือไหว้ตามผมด้วยเหมือนกัน การวางตัวของมันถือว่าใช้ได้ในระดับหนึ่งเลยนะ ไอ้ดรีมเนี่ย เเต่ติดที่มันไม่ค่อยมีความมั่นใจอะไรสักเท่าไหร่


"ว่าไงเจ้าลูกชาย ไม่เห็นหน้าเลยนะ ยุ่งมากหรือไง" พ่อทำหน้าดุๆถามผม ท่านหน้าดุเเบบนี้เป็นประจำอยู่เเล้ว เเละเป็นกับผมเเค่นั้นเดียวด้วยนะ จริงๆผมกับพ่อก็ไม่ค่อยลงรอยกันเท่าไหร่ "เเล้วนั่นมากับใครล่ะ" พ่อถามถึงไอ้ดรีมที่ผมหิ้วมาด้วย


"ครับ นีไอ้ดรีมครับ ดรีมส่วนนี่พ่อเเม่กู ส่วนนั่น..." ผมพึ่งจะสนใจจริงๆจังๆว่ามีเเขกนั่งอยู่ด้วยในห้องถึงสามคน ถ้าผมจำไม่ผิด นี่คือครอบครัวจริยาวัฒนา ครอบครัวที่เปิดทัวร์การท่องเที่ยวอันดับต้นๆของประเทศมาพร้อมกับลูกสาวคนสวย?


"เอ่อ สวัสดีครับ เมื่อสักครู่ผมไม่ทันได้สังเกต" ผมยกมือไว้ผู้อวุธโสตรงหน้าอีกสองคน


"จ๊ะ นี่ลูกชายคนโตของคุณหญิงใช่ไหมคะ หล่อเชียว" คุณหญิงรภาที่ผมเคยเห็นท่านตามหน้าปกหนังสือพิมพ์ก็เอ่ยทักทายผมกลับ พร้อมกับรอยยิ้ม


"ใช่ค่ะ คงหล่อได้พ่อเขามาน่ะ" คุณเเม่ผมก็เริ่มอวยทั้งผม ทั้งคุณพ่อไปพร้อมๆกันเลย หึหึ


"ขอโทษที่ขัดจังหวะนะครับ พ่อครับเเม่ครับ เรียกผมมาวันนี้มีธุระด่วนอะไรสำคัญหรือเปล่าครับ" ผมว่าผมพอเข้าใจจุดประสงค์ที่พ่อกับเเม่เรียกผมกลับมาในวันนี้นะ เเต่เเค่ไม่ค่อยมั่นใจว่าชัวร์รึเปล่า


"ตายจริง เสียมารยาทนะเจ้าลูกชายคนนี้ งั้นเข้าเรื่องเลยละกัน ครอบครัวเรากับครอบครัวจริยาวัฒนาอยากจะสานสัมพันธ์กันลูกว่ายังไง ลูกกับหนูรัตนาก็ยังโสดทั้งคู่ด้วย" ว่าเเล้วไง ผมไม่ค่อยตกใจเท่าไหร่หรอก เพราะเข้าใจจุดประสงค์ตั้งเเต่เห็นหนูรัตนาอะไรของเเม่นี่ละ เเต่คนที่ตกใจเนี่ยดูเหมือนจะเป็นไอ้ดรีมข้างๆนะ มันไม่พูดอะไรสักอย่าง นั่งหน้านิ่งเบิกตาโตเท่าไข่ห่านอยู่เนี่ย


"ไม่ครับ ผมไม่โสดนะเเม่ เผื่อพ่อกับเเม่ไม่รู้ผมกำลังจะบอก" ผมตอบกลับไปด้วยท่าทีนิ่งๆ ผู้ใหญ่ทุกคนในนี้ถึงกับงุนงง เเละตกใจ ผมหันไปมองไอ้ดรีมมันก็เหมือนจะรู้ตัวเเล้วว่าต้องเล่นกับผม ตาโตกว่าเดิมจนลูกตาที่เเทบจะออกมาวิ่งเล่น


"เมื่อไหร่กัน เขาเป็นใคร ทำไมพ่อกับเเม่ไม่รู้เลย" พ่อผมถามอย่างคาดไม่ถึง


"หึ ก็ไอ้ดรีมนี่นั่งอยู่ข้างๆผมเนี่ยเเหละครับ เราพึ่งดูใจกันได้สักพัก หวังว่าพ่อกับเเม่ เเละคุณๆคงไม่รังเกียจ" ผมกระตุกยิ้มไปด้วย กับทุกๆคำพูด ส่วนประโยคหลังที่เรียกคุณๆก็เพื่ออยากจะให้คุณๆเค้ารู้ตัวจริงๆ เเละบอกถึงเจตนาไปด้วยว่าผมไม่ได้คิดจะดองอะไรด้วยกับพวกเขาทั้งนั้น


"เอ่อ ขอโทษนะคะคุณน้อง ดิฉันคิดว่าลูกชายดิฉันอาจจะอำเล่น อย่าถือสาเลย" คุณเเม่หันไปบอกครอบครัวของเเขกที่กำลังทำสีหน้าตกใจเหรอหราอยู่อีกฝั่ง


"ไม่ได้อำครับ นี่เรื่องจริง เเละหวังเป็นอย่างยิ่งว่าทุกคนในที่นี้จะรับได้นะครับ" ผมลุกขึ้นเเละยังยื่นยันคำเดิม ชีวิตของผมเอง ผมรู้ว่าพวกท่านเองก็เป็นห่วง เเต่ผมก็เป็นห่วงชีวิตตัวเองหลังจากเเต่งงานไปเหมือนกัน ถ้าหากว่าทำตามที่พ่อเเม่บังคับ คนที่ไม่มีความสุขก็คือผมน่ะสิ


"ไม่! ฉันรับไม่ได้ เเละจะไม่มีวันรับได้!!" พ่อตบโต๊ะเเละพูดมาเสียงดังก่อนจะเดินออกไปจากห้องรับเเขก ท่านคงอารมณ์เสียเเล้วจริงๆ ดีนะที่วันนี้ยัยเบลน้องสาวไม่อยู่ ยัยเบลอยู่ข้างผมเสมอ ไม่งั้นได้มีปัญหากับพ่ออีกคนเเน่ๆ ยัยนั่นยิ่งไม่ชอบใหญ่เลย การมีคนบงการชีวิต


"ลุงว่าเป็นผู้ชายก็คบกับผู้หญิงมันดีที่สุดนะลูก อย่างน้อยก็เห็นถึงความถูกต้อง หรือไม่ก็นึกถึงหน้าตาเเละชื่อเสียงของวงศ์ตระกูลบ้างก็ดี" คราวนี้ผมขึ้นเลยครับ! คุณลุงมานพที่นั่งอยู่ข้างๆคุณหญิงรภาเเละลูกสาวโผงผางพูดออกมา เเค่ทำตามหัวใจตัวเองนี่ถึงกับทำให้พ่อเเม่เสียงชื่อเสียงเลยหรอวะ


"ผมว่าคุณลุงอย่าสะ..."


"บิ๊ก!..." ในขณะที่ผมกำลังจะสั่งสอนบุคคลที่คนทั้งประเทศให้ความเคารพ?กับชื่อเสียงหน้าตาทางหน้าการงานไม่ก็เงินของเขานั้น ไอ้ดรีมเองเป็นคนเรียกผมขัดไว้ก่อนที่ผมจะได้พูดจาเป็นเด็กเสียมารยาท


"ผมว่าเรื่องนี้ควรให้เวลากับเขานะครับ วันนี้ผมว่าขอตัวให้ต่างคนต่างทบทวนการกระทำเเละคำพูดของตัวเองก่อนจะดีกว่า ขอตัวครับ ...ไปเถอะมึง!" ไอ้ดรีมพูดเเล้วก้มหัวให้กับผู้ใหญ่ที่อยู่ในห้องนี้ก่อนจะดึงผมออกไป เรียกลากเลยเถอะ เพราะผมทำท่าจะไม่ออกไป เพราะต้องการอยากจะให้ตาลุงมานพได้สำนึกกับคำพูดตัวเองนิดนึง


"เอากุญเเจรถมา" เมื่อเดินมาถึงรถไอ้ดรีมก็เเบมือขอกุญเเจรถจากผม ผมก็ยึกยักเรื่องอะไรผมจะให้ ยิ่งตินโมโหขับรถเเรงๆซิ่งๆนี่ระบายได้ดีที่สุดเเล้วสำหรับผม


"เร็วๆ ...อย่าให้พูดเยอะ" เหอะ ไอ้ดรีมกลับมาทำท่าเป็นคนใบ้อีกเเล้ว ผมเดาว่ามันน่าจะเครียดไปกับผมด้วย เพราะพักหลังๆมันเองเริ่มพูดกับผมมากขึ้นเเล้ว เว้นเเต่บางเวลาที่มันจะทำท่าตึงๆใส่ผมเเค่นั้น


"เอาไปไมวะ! กูจะขับเอง!" ผมก็โวยวายใส่มันนิดหน่อย เพราะอาจจะเป็นเพราะอารมณ์ที่กำลังพุ่งอยู่ตอนนี้ก็ได้


"กูยังไม่อยากตาย..." ดรีมมันจ้องตาผมนิ่ง นี่เป็นครั้งเเรกเลยมั้งที่มันกล้าจ้องตาผมเเบบไม่หลบไม่หลีกเเถมเย็นชาจนหน่วงใจเเปลกๆ เเต่พอดูไปดูมากลายเป็นสายตาที่เป็นห่วงกูสะงั้น ผมเลยยอมใจโยนกุญเเจรถให้มัน ส่วนมันเองก็รับได้

.

.

.

"เห้ย ที่ไม่ใช่ทางกลับสนาม!" ผมเริ่มท้วงเพราะไอ้ดรีมมันขับรถพาผมไปที่ไหนสักที่ ที่กำลังจะออกไปทางชาญเมือง


"ไม่ได้บอกว่าจะกลับสนาม..." มันตอบกลับมาแบบยังมีสายตามุ่งมันกับการขับรถเหมือนเดิม


"เเล้วจะไปไหนล่ะวะ!" ผมเริ่มยั๊วะ เพราะอารมณ์ยิ่งไม่ดีๆอยู่ด้วย


"ไม่ได้พามึงไปเป็นเมียหรอกน่า..." เอ้า ไอ้เหี้ยนี่ พูดจาเเบบนี้ก็เป็นนะ เเล้วเรื่องอะไรกูจะให้มึงเป็นผัวกู กูต้องเป็นฝ่ายเสียบเท่านั้น


"ไอ้สัสดรีม! กูอารมณ์ไม่ดี อย่าพึ่งกวนตีน!!"


"จะตะคอกอะไรหนักหนา ...จะพาไปหาเเม่กู!" ดรีมมันบอกเเค่นั้นเเล้วก็เเม่งเงียบไม่พูดอะไรอีกเลย คือเดี๋ยวนะ เเม่มึงตายไปแล้วไม่ใช่หรอกวะ เอ้า ไอ้เหี้ย ไอ้ดรีม! มึงจะพากูไปตายปะเนี่ย!?...

----------------------------

"ความรักไม่มีคำจำกัดความ อายุเท่าไหร่ เพศไหนก็รักกันได้ว่าไหม" : ไรท์

...หวังว่าน้องดรีมจะไม่พาเฮียไปตายอย่างที่เฮียคิดไว้ใช่ไหม ฮ่าๆ

เดี๋ยวนะ ตอนนี้เครียดๆกันใช่ไหม ไรท์จะไม่ปล่อยให้เครียดกันเกินตอนสองตอนเเน่นอน มันเสียเวลาเก็บอ้อย อิอิ

#ยังไม่ได้เเก้คำผิดนะคะ

อย่าลืมกดไลค์ให้เค้าน้า ^^




ความคิดเห็น