กมัยธร/DARIN_NA/พอฝัน

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ชื่อตอน : ตอนที่ 7 40%

คำค้น : เล่ห์ศรรัก

หมวดหมู่ : นิยาย อีโรติก

คนเข้าชมทั้งหมด : 126

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 14 มิ.ย. 2560 10:11 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 7 40%
แบบอักษร

ภาวการณ์และอารียานั่งลงอย่างหมดแรง ภาวการณ์คิดถึงภควัติ ในใจร้องเรียกหาเขาตลอดเวลาพลางมองไปทางอารียาที่นั่งกอดเข่าเช่นเดียวกัน

“ขอโทษนะยา ถ้าฉันไม่ลงมาหาสร้อยก็คงไม่ต้องเป็นอย่างนี้”

“อย่าโทษตัวเองสิภา ไม่มีใครรู้ว่ามันจะเกิดเรื่องแบบนี้ขึ้นนี่นา” อารียาเข้ามากอดเพื่อนสายตาก็ยังคงหาทางออก ในที่สุดก็คิดบางอย่างได้ขึ้นมา ถ้าไฟไหม้ทุกคนก็คงจะรู้ไม่ว่าคน ๆ นั้นจะเป็นใครก็ตาม

“ภา ฟังนะ ฉันจะทำให้ไฟไหม้บังกะโล เมื่อพวกมันมาดับไฟ เราก็วิ่งออกไปทันทีเลย ไม่รู้ว่าจะสำเร็จมั้ย แต่ก็ดีกว่าอยู่เฉย ๆ” อารียาลุกขึ้นไปหาตะเกียงแล้วปัดมันลงพื้นทันที แล้วทั้งสองก็ตะโกนสุดเสียง

“ช่วยด้วย ช่วยด้วย ไฟไหม้ช่วยด้วย” ชายทั้งสี่คนที่นอนอยู่รีบวิ่งเข้ามาด้วยความตกใจ เมื่อเห็นสองสาวใช้ผ้าตบดับไฟอยู่ จึงเข้าไปช่วย ภาวการณ์และอารียายืนดูอยู่จนแน่ใจว่าพวกมันไม่สนใจแล้ว จึงวิ่งออกมาทันที แต่ออกมาไม่ทันพ้นบังกะโล ภาวการณ์ก็ถูกกระชากผมอย่างแรงจนหงายหลังไป อารียาหันกลับมาเห็นเพื่อนตกอยู่ในเงื้อมมือของคนร้ายก็จะเข้าไปช่วยแต่ภาวการณ์ห้ามไว้

“ไป ยา ไปหาคนมาช่วย ไป” อารียาละล้าละลังตัดสินใจวิ่งออกไปหาคนช่วย ส่วนภาวการณ์นั้นถูกตบลงไปกองอยู่กับพื้น

“ฤทธิ์มากนักนะมึง เหมือนไอ้บ้านั้นแท้ๆ สมกันจริง ๆ” ผันลากหญิงสาวเข้าไปข้างในบังกะโลที่ทั้งสี่คนกำลังดับไฟ

“เฮ้ย ปล่อยมัน ให้มันไหม้ไป ไปกันได้แล้วเดี๋ยวพวกมันก็แห่กันมาหรอก มึงตามไปลากนังผู้หญิงมาด้วย เดี๋ยวก็วิ่งไปบอกพ่อมึงให้มาจับเข้าตารางหรอก" พูดแค่นั้นก็ลากภาวการณ์ให้เดินตามไป หญิงสาวร้องไห้ออกมาภาวนาขอให้อารียาหาคนมาช่วยได้ทัน

อารียาวิ่งไม่คิดชีวิต หล่อนวิ่งไปเคาะบังกะโล แต่ก็ไม่มีใครอยู่สักคนจึงวิ่งต่อไป พร้อมกับส่งเสียงร้องขอความช่วยเหลือ จนชนกับร่างของนราธิปที่ได้ยินเสียงของหญิงสาวเคาะประตูเรียกคนมาช่วย ตั้งแต่บังกะโลแรกที่หล่อนเคาะเลยก็ว่าได้

“คุณช่วยด้วยค่ะ ช่วยเพื่อนฉันด้วย ถูกจับอยู่บังกะโลสุดท้าย” อารียาพูดเสียงหอบจนต้องนั่งลง  หล่อนเกือบจะเป็นลมเพราะว่าหายใจไม่ทัน นราธิปมัวแต่มองหญิงสาว ไม่ทันได้สังเกตว่ามีผู้ชายตามมาอีกคน มันวิ่งถือไม้มาฟาดที่ศีรษะของชายหนุ่มเต็มแรง แล้วฉุดอารียาให้เดินตามไป นราธิปยกมือคลำท้ายทอยด้วยความมึนหัว

ขณะที่ภควัติและคนอื่น ๆ ที่ได้ยินเสียงอารียาร้องต่างวิ่งมาทางเดียวกัน ทั้งสองวิ่งตรงมาทันทีที่เห็นสภาพเพื่อน

“บังกะโลที่ไฟไหม้นั่น ไปก่อนเดี๋ยวฉันตามไป ไป” นราธิปพยายามบอกที่อยู่ของภาวการณ์เพื่อให้เพื่อนไปช่วยก่อนที่จะตามมาทีหลังเมื่อรู้สึกหายมึนบ้างแล้ว

ภควัติมาถึงก็เห็นว่าบังกะโลนั้นมีควันไฟออกมาเต็มไปหมด บอดี้การ์ดคนหนึ่งเดินเข้าไปสำรวจรอบ ๆ บริเวณ แล้วกลับออกมารายงาน

“เห็นรอยรถแล่นออกไปทางโน้นครับ” ภควัติฉายไฟเดินตามรอยนั้นไป

“คงยังไปไม่ไกลมาก เพราะธิปบอกว่ามันเพิ่งตามมาเอาตัวเพื่อนคุณภาไปเมื่อกี้” ธนินปลอบเพื่อนให้เย็นลง เพราะความโกรธของภควัติแทบฆ่าคนได้เลยทีเดียว แม้แต่แม่ของภควัติก็เอาไม่อยู่ มีแต่พ่อซึ่งได้เสียชีวิตไปแล้วเท่านั้นที่ห้ามเพื่อนคนนี้ได้

“รถมาแล้วครับ อีกสองนาทีมาถึง” ไผททำงานอย่างรู้ใจเจ้านาย เพราะถ้ายิ่งช้าภควัติจะยิ่งอารมณ์ร้าย อย่าทำให้โกรธมากกว่านี้ดีที่สุด

รถกระบะสองคันวิ่งมาจอดภายในไม่ถึงสองนาที  ทั้งหมดขับรถไปตามรอยนั้นทันที ขับไปได้ไม่นานก็มีสายรายงานว่าเจอเป้าหมายแล้ว

“ลูกพี่ครับ สายบอกว่ามีพวกมันดักรอเต็มไปหมดเลยทำยังไงดี" ลูกน้องที่นายผันที่จ้างมาเฉพาะงานพูดขึ้น

“เออ กูรู้ แล้วมีทางออกทางอื่นมั้ยล่ะวะ” นายผันพูดอย่างหัวเสีย

“ไม่มีหรอกที่นี่พวกนั้นเขาคุมอยู่ ถ้าฉันรู้ว่านายจะมาเล่นกับพวกนี้นะฉันไม่มาหรอก ไม่คุ้ม” ลูกน้องบ่นอย่างกลัว ๆ พวกมันบางคนเริ่มปอดแหก ขณะที่ภาวการณ์นั่งฟังอย่างไม่ค่อยเข้าใจนัก

เล่นกับคนพวกนี้ หมายความว่าไงนะ แล้วเรามาเกี่ยวอะไรด้วยนะ

ความคิดของหญิงสาวก็สิ้นสุดลง เมื่อนายผันจอดรถข้างทาง ขณะที่ลูกน้องบางคนวิ่งลงจากรถทันทีที่รถจอด

“เฮ้ย พวกมึงกลับมาก่อน กูจะเพิ่มเงินให้” นายผันตะโกนแต่พวกมันไม่ฟังสียง วิ่งกันแบบไม่คิดชีวิต นายผันหันกลับมามองหญิงสาวทั้งสองแล้วหันไปมองลูกน้องที่เหลืออย่างชั่งใจ แล้วมันก็เลือกที่จะลากสองสาวไปด้วย เมื่อมาถึงท่าเรือ นายผันใช้ปืนจ่อเจ้าของเรือเร็วที่เพิ่งขับมาจอด แล้วสั่งให้ออกเรือ

กลุ่มของภควัติวิ่งลงเรืออีกลำขับตามไปติด ๆ เมื่อเรือจอดเทียบนายผันก็ลากสองสาวไปยังรถที่จอดไว้แล้วขับออกไปอย่างรวดเร็ว นายผันขับรถมาได้ไม่ไกลนักกลับต้องเจอด่านตรวจ พวกมันต้องหยุดรถแล้วลากสองสาวลงเดินเข้าไปในป่าข้างถนน ทั้งสองสาวพยายามขืนตัวทำให้พวกมันเดินช้าลง ลูกน้องนายผันรำคาญส่งกำปั้นเข้าไปยังท้องสองสาวแล้วยกร่างบางขึ้นแบกแล้ววิ่งต่อไป

“เฮ้ย ไปทางไหนต่อได้อีกวะ” นายผันหันมาถามลูกน้องที่เหลือ

“เข้าไปอีกครับจะเป็นป่าทึบ มีถ้ำเล็กๆ อยู่ พอใช้หลบได้” นายผันวิ่งไปทางที่ลูกน้องบอกทันที

ภควัติสั่งให้คนขับจอดรถแล้ววิ่งเข้าไปในป่า เมื่อเห็นรถของนายผันจอดอยู่ริมถนน โดยมีเพื่อนและคนของตนวิ่งตามไป ชายหนุ่มไปได้ครึ่งทางก็มีลูกกระสุนพุ่งเฉียดศีรษะไปนิดเดียว

“ขอเตือน อย่าได้ล้ำเส้นเข้ามา ไม่งั้นผู้หญิงสองคนนี่ตาย” เสียงนายผันดังมาจากหลังน้ำตกภควัติพยายามมองหาต้นเสียงแต่ก็ไม่เจอ แค่โผล่ออกไปนิดเดียวกระสุนก็พุ่งเข้าใส่

“ส่งผู้หญิงคืนมา แล้วจะเอาอะไรก็เอาไป” นราธิปตะโกนกลับไปด้วยเสียงดังพอกัน นายผันได้ยินเช่นนั้นก็คิดว่าเป็นการดี ถ้าได้ฆ่าสองหนุ่มนั่น แทนที่จะรุมโทรมผู้หญิง เสี่ยศักดิ์คงพอใจมากกว่าที่ได้เห็นสองหนุ่มตายไป

“ได้ ข้าจะส่งผู้หญิงคืน แต่มึงสองคนต้องมาเป็นตัวแทน”

“โง่แท้ มันเอาอะไรคิดวะ” ธนินพึมพำถอนหายใจออกมา พลางหันไปมองเพื่อน ทั้งสามมองหน้ากันพลางพยักหน้าอย่างรู้กัน

“ได้ ส่งผู้หญิงมาก่อน” ภควัติตะโกนตอบกลับไปแม้จะรู้ว่าไม่มีทางได้ตัวผู้หญิงก่อนแน่ แต่ก็ยอมเล่นไปตามเกม

“แกสองคนเดินเข้ามาช้า ๆ อย่าตุกติก” ภควัติและนราธิปวางปืนแล้วเดินเข้าไปช้า ๆ “เดินขึ้นมาหลังน้ำตกชั้นสี่ จะมีถ้ำเล็ก ๆ อยู่ เดินเข้ามาช้าๆ” นายผันบอก ขณะที่ลูกน้องคนหนึ่งกำลังนั่งมัดมือมัดเท้าสองสาว เมื่อมัดเสร็จแล้วมันก็เดินไปสมทบกับลูกพี่ที่นั่งอยู่ ทั้งสองพยายามลุกขึ้นแต่ลุกไม่ได้ เพราะถูกมัดมือและเท้า และถูกปิดปากด้วยเทปกาว ภาวการณ์ใช้แรงเฮือกสุดท้ายลุกขึ้นมาได้แล้วค่อย ๆ กระโดดไปทีละนิด หญิงสาวกระโดดไปได้แค่สิบครั้งก็ล้มลงอีก การที่ไม่มีมือไว้ยันรองรับน้ำหนักตัวเองทำให้ภาวการณ์ทั้งเจ็บและจุกจนต้องร้องออกมา ทำให้ชายคนที่จับทั้งสองมัดหันมาตามเสียง เมื่อเห็นภาวการณ์จะหนีจึงลุกมาตบไปที่หน้าของภาวการณ์

ความคิดเห็น