by.. ฟาง

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

16/ ไอ้คุณแฟน (แก้คำผิด)

ชื่อตอน : 16/ ไอ้คุณแฟน (แก้คำผิด)

คำค้น : ตอนที่ 16

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 34.4k

ความคิดเห็น : 119

ปรับปรุงล่าสุด : 06 ต.ค. 2560 12:30 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 300
× 0
× 0
แชร์ :
16/ ไอ้คุณแฟน (แก้คำผิด)
แบบอักษร

​โปรดP...

"พี่โปรด เค้ากลัวอ่ะ" ไอ้ปอกำชายเสื้อผมแน่นตอนต่อแถวเช็คอินที่สนามบิน

"ครบโหลละ" ผมไม่ได้ดุอะไรมันแค่พูดเสียงเรียบๆก่อนจะลากกระเป๋าพามันไปเคาน์เตอร์เช็คอิน พนักงานเอาบัตรประชาชนคืนให้พร้อมบอร์ดดิ้งพาส ผมก็ยังยึดบัตรมันไว้ก่อนที่มือข้างหนึ่งจะจูงแขนพามันเข้าด่านตรวจ อีกข้างก็ลากกระเป๋าเดินทางไปด้วยไม่ได้โหลดใต้เครื่องหรอกครับขี้เกียจรอเสียเวลารอรับ ขากลับยิ่งไม่โหลดแน่ๆเพราะจะช้ามากผมเคยรอรับกระเป๋าที่โหลดใต้เครื่องเกือบชั่วโมงแน่ะกว่าจะได้

"เดี๋ยวพาไปกินข้าวต้มมัด" ผ่านด่านตรวจผมก็พาไอ้ปอเดินไปทางเล้าจ์ของสายการบิน ไอ้ปอหันซ้ายหันขวาท่าทางตื่นเต้นตั้งแต่เห็นรูปปั้นยักษ์แล้ว

"มีข้าวให้กินด้วยมั้ยอ่ะ เค้าหิวข้าว"

"งั้นไปกินข้าวกัน" ผมพามันไปร้านที่เคยนั่งกินกับเพื่อนๆ แต่จู่ๆไอ้ปอก็กระตุกกระเป๋าเป้ด้านหลังที่ผมสะพายอยู่

"อะไร?" 

"เค้าแบกเป้เอง พี่โปรดลากกระเป๋าเถอะ" ผมมองมันตั้งแต่หัวจรดเท้า ไอ้เด็กที่ใส่เสื้อกล้ามเหมือนผมแค่มันใส่สีขาวผมใส่สีดำ ใส่กางเกงยาวถึงเข่าทั้งคู่แถมหนีบแตะที่ซื้อมาจากพัทยาเหมือนกัน แต่ที่ไม่เหมือนกันคือไอ้คู่แฝดผมตรงหน้านี้มันตัวพอๆกับเมียไอ้ตุลย์แต่ยังไม่เจียมจะแบกเป้หนักเกือบสิบโลเนี่ยนะ 

"มองทำไมเค้าแบกไหว เค้าก็ผู้ชายเหอะ"

"มึงลากกระเป๋าไป" ผมส่งกระเป๋าใบเล็กให้มันลาก ก่อนจะดึงมือมันไปทางร้านอาหาร

"เดี๋ยวพี่โปรด เค้าไม่กินข้าวละ ตัวบอกบนเครื่องก็มีแจกข้าวใช่มั้ย"

"เออ เดี๋ยวแอร์แจกข้าวไม่ก็ขนมนี่แหละ" ผมเหลือบตามองไอ้ปอ สงสัยไอ้เค็มมันจะหิ้วท้องไว้รอกินของฟรีแน่ๆ

"แล้วข้าวต้มมัดที่ตัวว่ามันเสียตังค์มั้ยอ่ะ"

"ฟรีครับคุณเค็ม มีทั้งขนมไทยขนมฝรั่ง น้ำชากาแฟให้คุณเค็มบริโภคแบบฟรีๆไม่อั้น" ผมโค้งตัวกลั้นหัวเราะตอบคำถาม มันแค่ได้รับคำตอบตาก็เป็นประกายขึ้นมาตามประสาเค็มๆทันที ผมเบนเข็มพามันเดินไปห้องรับรองของสายการบินเจ้าของฉายาข้าวต้มมัดในตำนานโดยไม่รอคำชักชวนที่ไอ้ปอจะหาข้ออ้างมาเป็นเหตุผลชี้แจง 

หลังจากหาที่นั่งได้แล้ว ผมกับไอ้ปอก็พากันปฏิบัติการสวาปามข้าวต้มมัดของเขา ไอ้ปอมันดีตรงที่ไม่มัวมานั่งอายในสิ่งที่ไม่เคยทำ แต่มันจะพยายามศึกษาและปรับตัวให้เข้ากับสถานการณ์ เวลาผมสอนอะไรมันจะตั้งใจฟังตั้งใจเรียนรู้ทุกเรื่องไม่เว้นแม้แต่เรื่องนั้นน่ะ หึหึ

"พี่โปรดเค้ากลัว" ผมคาดเข็มขัดให้มันพร้อมกับดึงมือไอ้ปอมาจับไว้ มือมันเย็นเฉียบน่าจะเพราะความตื่นเต้นและกลัวนั่นแหละ

"เดี๋ยวตอนเครื่องขึ้นมันวูบนิดๆหรือถ้าหูอื้อก็ไม่ต้องตกใจ ไหนเอารายการที่มึงอยากไปมาให้กูดูซิ" ผมเบี่ยงเบนความสนใจของไอ้ปอเรื่องที่มันใจจดใจจ่อกับการนั่งเครื่องบินเป็นครั้งแรก

"พี่โปรดมานั่งตรงนี้ดีมั้ยอ่ะ" ผมเลิกคิ้วใส่มัน เป็นอะไรวะตอนแรกไหนบอกอยากเห็นก้อนเมฆ

"เครื่องจะขึ้นแล้วเปลี่ยนไม่ได้รอให้รักษาระดับก่อนแล้วกัน ทำไมไหนบอกจะเพ้อดูท้องฟ้าสายลมและแสงแดด หึหึ" ไอ้ปอหยิกที่ขาเมื่อผมล้อเลียนที่มันเคยเพ้อตาปรอยถึงทะเลสายลมอะไรสักอย่าง

"ก็เค้าไม่อยากให้ตัวนั่งใกล้แหม่มอ่ะ" มันกระซิบบุ้ยปากไปที่นั่งริมทางเดินโดยมีผมนั่งคั่นกลาง

"กูไม่นิยมบริโภคพวกแฮมพวกชีส กูชอบกินข้าว อีกอย่างกูไม่ชอบกินนมแต่กูกิน..." ผมจงใจเว้นวรรคสุดท้ายแล้วก้มมองช่วงล่างไอ้ปอ มันหน้าแดงก่ำหันหน้าหนีหลับตาปี๋เมื่อเครื่องบินพาเราเหินขึ้นท้องฟ้า พอแอร์โฮสเตสนำอาหารเครื่องดื่มมาบริการไอ้ปอก็ทำตาวาววับถ่ายรูปใหญ่ แต่พอเห็นว่าเป็นสปาเกตตีมันก็เบ้ปากแล้วกระซิบกระซาบถึงสาวชาวต่างชาติที่เบียดแขนมาชนแขนผมจนเกินพอดี ผมก็ได้แต่หัวเราะกับท่าทางของไอ้ปอ นี่ตอนแรกก็ยังกลัวอยู่ว่ามันจะเมาเครื่องบินแต่ไม่เมาแฮะ 


ใช้เวลาเดินทางจากสนามบินสุวรรณภูมิถึงสนามบินภูเก็ตหนึ่งชั่วโมงยี่สิบห้านาที ไอ้ปอมองทะเลจากหน้าต่างเล็กๆบนเครื่องมันยิ้มน้อยยิ้มใหญ่คุยจ้อถ่ายรูปวิวทะเลจากมุมบนท้องฟ้าไม่หยุด มันกำลังมีความสุขที่เป็นความสุขจริงๆนั่นทำให้ผมอุ่นใจว่านอกจากความเจ็บปวดที่มันจะได้รับจากผมในวันข้างหน้า แต่อย่างน้อยวันนี้ผมก็ได้มอบความสุขให้มันเหมือนกัน

"ไอ้ปอนี่เหรอแผนที่มึงวางไว้ มักน้อยนะมึงน่ะเที่ยวได้ติดดินมาก" ผมอัดนิโคตินยืนมองแอร์พอร์ตบัส เป็นรถเมล์แอร์สีส้มที่แปะป้ายว่าเข้าเมืองอย่างเซ็งๆ ถึงเราจะมาถึงภูเก็ตตอน7.50น.ก็เถอะแต่นี่มันหน้าร้อนนะครับ ไอ้ผมก็นึกว่ามันจะให้รถโรงแรมมารับเพราะผมให้มันจัดการเรื่องโรงแรมโดยตัดเงินผ่านบัตรเครดิตของผมนี่แหละ แต่ผมไม่มีเวลามาเช็คหรอกว่ามันค่าอะไรบ้างรู้แต่ค่าใช้จ่ายมันน้อยกว่าที่คิดไว้เยอะ 

มันบอกว่าทริปนี้ต้องไม่เกินเจ็ดพันผมแทบจะงับหัวมันกลัวว่าไอ้ปอจะจองโรงแรมน่ากลัวน่ะสิ แต่จะน่ากลัวเรื่องอะไรไม่ต้องรู้หรอกครับ ต้องเถียงกับมันตั้งนานถึงจะสรุปได้ว่าทริปนี้เราจะตั้งงบไม่เกินสองหมื่นห้าพันบาทกับเวลาสี่คืนห้าวัน แต่มันคงไม่รู้ว่าผมแอบเพิ่มโปรแกรมอะไรในทริปนี้ไปอีก ผมกลัวว่ามันจะเหมารวมค่าใช้จ่ายไปในนี้น่ะสิขืนเหมารวมไปจริงๆผมคงต้องกินบะหมี่เกี๊ยวที่ภูเก็ตทุกวันแน่ๆ

จัดการเช็คอินรับกุญแจห้อง ผมกับไอ้ปอก็พากันขึ้นลิฟต์มาชั้นสาม กลิ่นหอมๆของตะไคร้ทันทีที่ลิฟต์เปิดทำให้ค่อยสดชื่นขึ้นมาบ้าง

"พี่โปรดชอบมั้ย โรงแรมนี้ละครเรื่องเลือดมังกรตอนกระทิงเคยมาถ่ายทำที่นี่ด้วยนะ" ผมปาดเหงื่อทันทีที่ก้าวเข้าห้อง ปรับแอร์สิบแปดองศาคือสิ่งที่ผมทำเป็นอย่างแรก ไอ้ปอมันทำท่าทางอวดภูมิตั้งแต่บอกคนขับว่าให้จอดที่แยกร้านหนังสือเส้งโห ลงจากรถแอร์พอร์ตบัสที่ใช้เวลาเดินทางจากสนามบินมาตัวเมืองก็หนึ่งชั่วโมงพอดีกับระยะประมาณสามสิบกิโลแต่ใช้เวลาเดินทางตั้งหนึ่งชั่วโมง ฮึ่ม! ขากลับผมจะใช้บริการรถโรงแรมช่างหัวไอ้ปอมัน!

"เออก็ดี แต่จะดีกว่านี้ถ้ามึงไม่พากูนั่งรถบัส" พอปลดสัมภาระทุกอย่างถอดรองเท้าได้ผมก็พุ่งตัวนอนบนเตียงหันมองรอบๆห้องอย่างถูกใจในรสนิยมการเลือกโรงแรมของไอ้ปอไม่น้อย มันเป็นมือใหม่หัดเที่ยวแต่ถือว่าหาโรงแรมได้ดีทีเดียว ไม่ใช่ระดับห้าดาวอะไรหรอกครับน่าจะสามดาวแต่ห้องกว้างพอสมควรไม่ได้อึดอัดอะไรกับการพักสองคนและเตียงก็กว้างมากด้วย ถึงจะไม่มีสระว่ายน้ำแต่มันก็ไม่จำเป็นอะไรเพราะผมตั้งใจไว้แล้วว่าจะพาไอ้ปอไปหย่อนให้ปลากินที่เกาะราชาและอีกหลายเกาะที่ตั้งใจไว้

"พี่โปรดอาบน้ำก่อนมั้ย?" ไอ้ปอเอาเสื้อผ้าออกมาจัดใส่ตู้ มันยังพกแปรงสีฟัน ยาสีฟันหลอดเล็ก อุปกรณ์อาบน้ำมาเหมือนเดิมแต่ย่อเป็นขนาดเล็กๆ ต้องชื่นชมมันพอได้วันเดินทางแน่ชัดไอ้ปอมันศึกษาทุกเรื่องตั้งแต่การนั่งเครื่องจนถึงที่กินที่เที่ยว ผมเห็นมันจดใส่สมุดไดอารี่ที่พกติดตัวประจำ

"ไอ้ปอ มันมีห้องสวีทที่ยังว่างทำไมมึงไม่จองให้กู" ผมเปิดดูรายละเอียดโรงแรมแล้วเดินเอาโทรศัพท์ยื่นแทบจะจ่อหน้ามัน ไอ้เค็มมีหน้าอ้างเหตุผลว่าอยู่กันสองคนทำไมต้องไปอยู่ห้องสวีทให้มันเปลืองเงินเปล่าๆ โถ่ไอ้เค็ม! ผมเดินกลับมานอนดูทีวีอย่างเซ็งๆโดยมีไอ้ปอกำลังจัดของเข้าตู้เสื้อผ้า มันบ่นเรื่องผมไม่รู้จักใช้เงินลอยตามหลังมาอีกด้วย ถ้าผมได้มันเป็นเมียผมไม่ต้องโดนจำกัดค่าข้าวเหลือวันละร้อยเหรอวะ

"มาอาบน้ำก่อนเร็ว เดี๋ยวเค้าจะพาไปไหว้หลวงพ่อแช่มที่วัดฉลองตัวรู้จักมั้ย" ไอ้ปอกอดอกยักคิ้วหลิ่วตาให้ ผมต้องเบะปากใส่มันก่อนจะลุกไปปิดม่านถอดเสื้อผ้าตัวเอง ส่วนไอ้ปอไม่ต้องถามถึงหรอกเห็นผมถอดปุ๊บมันก็ถอดเสื้อผ้าตัวปั๊บวิ่งดุ๊กดิ๊กมาจับไข่ผมแล้วดึงเข้าห้องน้ำเฉยเลย ไอ้นี่เห็นลูกชายผมเป็นอะไรวะเดี๋ยวมันแผลงฤทธิ์เถอะมึงจะร้องไม่ออก

ผมกับไอ้ปออาบน้ำเสร็จก็พากันลงมาข้างล่าง มันเดินลิ่วๆไปร้านกาแฟเล็กๆหน้าโรงแรมไม่รู้ไปต่อรองอะไรมา สักพักมันก็รับกุญแจรถเดินยิ้มแฉ่งกลับมาหา

"เค้าเช่าได้วันละสองร้อยแหละ พี่เขาลดให้ตั้งห้าสิบบาทประหยัดได้อีก" ผมส่ายหน้ากับความเค็มของมัน แล้วเดินไปนั่งคร่อมรถมอเตอร์ไซค์คันที่มันชี้และจับหมวกกันน็อกยัดใส่หัวให้มันอย่างเรียบร้อย

"บอกก่อนว่ากูไปไม่ถูกนะ"

"แหมๆ นี่ไงเค้าตั้งไว้แล้ว" ไอ้ปอชูโทรศัพท์ที่มีจีพีเอส จุดหมายถูกตั้งไว้ที่วัดไชยธารารามหรือวัดฉลอง ในตัวเมืองภูเก็ตมีถนนหลายเส้นส่วนมากแออัดจอแจเพราะมีรถราวิ่งขวักไขว่ และบางเส้นบางซอยจะเป็นทางวันเวย์ถึงจะมีจีพีเอสแต่ก็ทำเอาผมมึนไปเหมือนกัน ส่วนไอ้คนอวดภูมิท่าทางรู้มากน่ะเหรอ หึหึ มันหน้าแดงหน้าดำจากแดดเดือนเมษาบ่นพึมพำคางเกยไหล่ผมนี่แหละ อยากหัวเราะเยาะใส่มันจริงๆเลย ถึงจะศึกษามาดียังไงแต่ถ้าไม่ได้ลงพื้นที่มันก็ไม่เชี่ยวหรอกไอ้แมงปอเอ้ย สงสัยผมต้องพาแมงปอตัวนี้บินสู่โลกกว้างบ่อยๆแล้วมันจะได้รู้ว่าโลกนี้ยังมีความงดงามที่แฝงไว้ด้วยความน่ากลัวอีกมากมาย


"ขออะไรของมึงเยอะแยะ ขอเป็นครึ่งชั่วโมง" ผมอดถามมันไม่ได้ ก็มันนั่งขอกับหุ่นขี้ผึ้งของหลวงพ่อแช่มอยู่เป็นนานสองนาน

"แหม ท่านโปรดปราณครับ ท่านเห็นว่าชีวิตของกระผมมันสมบูรณ์แบบนักเหรอ แต่ในเมื่อมันเป็นแบบนี้สิ่งที่กระผมทำได้ก็คงได้แค่ขอกับสิ่งศักดิ์สิทธิ์เพื่อเป็นกำลังใจเล็กๆให้ตัวเองมีกำลังใจ ถ้าไม่ได้ก็สุดแท้แต่เวรแต่กรรมเถอะครับ"

ผมชะงักตั้งแต่มันเรียกว่าโปรดปราณแล้ว ขนาดเพื่อนผมยังมีไอ้ตุลย์คนเดียวที่เรียกปีละไม่เกินสามครั้ง แต่ไอ้ปอเรียกผมว่าโปรดปราณมาหลายครั้งในรอบเดือนแล้วและผมเองก็ไม่เคยทักท้วงสักครั้ง

"เออๆไอ้เค็มขอเสร็จรึยังจะได้ไปที่อื่น เหลือพรไว้ให้คนอื่นเขาขอบ้างเหอะ" ผมเดินนำมันมาที่รถมอเตอร์ไซค์ฟิโน่สีชมพู มึงเลือกได้เหมาะกับหนังหน้ากูมาก! ไอ้ปอเดินฮัมเพลงอย่างอารมณ์ดีผ่านหน้าผมไปที่พระมหาเจดีย์พระจอมไทผมก็ได้แต่เดินตามมันไป ชั้นบนสุดเป็นที่ประดิษฐานของพระบรมสารีริกธาตุ ไอ้ปอหยอดเงินใส่ตู้แล้วปักหลักนั่งอธิษฐานขออีก เมื่อเห็นท่านั่งของมันทำให้ผมต้องเดินออกมาดูวิวข้างนอกซึ่งสามารถมองเห็นทิวทัศน์บริเวณในวัดได้อย่างสวยงาม

ผมสังเกตดูไอ้ปอเวลามาเที่ยววัดวาสายตามันจะแสดงออกถึงความสุข ความสงบ และอยู่นานกว่าสถานที่อื่นๆ อย่างตอนไปพัทยาเราได้มีโอกาสไปทำสังฆทานที่วัดสว่างฟ้า นาเกลือ ไอ้ปอมันก็นั่งสนทนากับหลวงพ่อจนผมต้องสะกิดชวนมันกลับไม่งั้นมันจะฟุ้งไม่เลิก

"พี่โปรด เมื่อกี้ตัวขออะไรอ่ะ" ไอ้ปอเดินมายืนข้างๆผม สายตาสอดรู้สอดเห็นของมันแสดงออกมาอย่างชัดเจน 

"กูไม่ได้ขออะไรเยอะแยะเหมือนมึงหรอก กูขอแค่ข้อเดียว ขอให้คำขอของมึงเป็นจริง หึหึ" ผมยักคิ้วให้มันแล้วเดินลงไปข้างล่าง ยืนรอมันที่รถ สักพักมันก็เดินตามมา หน้าแดงหูเหอแดงก่ำไปหมดไม่รู้ว่าเป็นเพราะแดดหรือเพราะอะไร แต่ที่ผมบอกมันเมื่อกี้คือเรื่องจริง ผมไม่รู้นะว่าไอ้ปอมันขออะไรบ้างแต่ไม่ว่ามันจะขอเรื่องอะไรก็ตามผมก็อยากให้คำอธิษฐานของผมเป็นจริงขึ้นมา

"อร่อยเนอะ"

"มึงจะไม่เก็บท้องไว้กินมื้อต่อไปเลยเหรอไอ้ปอ ไหนลิสต์รายการร้านอาหารที่มึงจดไว้เป็นตั้งล่ะ" ผมมองหมี่ฮกเกี้ยนพิเศษใส่ไข่ กับอดีตถุงทอดมันที่ตอนนี้เหลือแต่ถุงเปล่าๆและใบตองเปล่าๆที่เคยมีห่อหมกอยู่ในนั้น ที่ห้องรับรองสายการบินว่ามันกินเยอะแล้วนะมาร้านหมี่อ่าวเกต้องเรียกว่ามันตะกละขั้นสูงสุดเลยมั้ง

"โปรดปราณครับนี่เพิ่งจะบ่ายสองเองนะ กว่าจะมื้ออาหารเย็นก็ค่ำนู่นป่านนั้นย่อยหมดละ" ผมถอดใจในความแถของมันแต่สุดท้ายมันก็กินจนเรียบ ผมเคยมากินหมี่ฮกเกี้ยนกับพวกไอ้ตุลย์แต่ไม่เคยมาร้านนี้สักที ส่วนมากจะไปกินอีกร้านที่ไอ้ปอกระซิบบอกว่ามันศึกษามาดีแล้ว ร้านที่ผมว่าน่ะเดี๋ยวนี้ไม่โอเคอย่างแรงขายได้เฉพาะนักท่องเที่ยวส่วนมากคนในพื้นที่หรือที่รู้จริงๆจะไม่กินแล้วล่ะ นั่นไงมีแอบอวยว่าตัวเองรู้จริงด้วยสิ

"มึงมีโปรแกรมจะไปไหนต่ออีกมั้ย" ออกจากร้านหมี่อ่าวเกก็แวะเซเว่นซื้อลูกอมกับน้ำ ไอ้ปอยืนเลียไอติมจนผมชักอยากพามันกลับไปกินไอติมที่ห้องแล้วเนี่ย

"ปอ กลับห้องกันดีมั้ยวะ" ลิ้นแดงๆของมันทำให้ผมอดพูดขึ้นมาไม่ได้

"ไม่เอาเค้าเพิ่งอิ่ม รู้หรอกว่าจะชวนกลับไปทำอะไร" ผมเซ็งทันทีเมื่อนึกถึงรายการอาหารที่มันตะบี้ตะบันยัดไป

"ฮ่าๆๆ ไว้พรุ่งนี้นะครับโปรดปราณ" นี่เป็นอีกครั้งที่มันเรียก ผมมองหน้ามันนิ่งๆนึกสงสัยตัวเองเหมือนกันว่าทำไมไม่รู้สึกโกรธเคืองไอ้ปอในเรื่องนี้

"เอ่อ ไปต่อกันเถอะปอรัก" มันยิ้มกว้างอีกครั้งแล้ววิ่งมาซ้อนมอเตอร์ไซค์คางเกยไหล่คุยฟุ้งให้ฟังเรื่องสถานที่ต่อไปทันที ผมก็ได้แต่นึกขำตกลงมันรู้เหนือรู้ใต้ศึกษาข้อมูลมาจริงๆหรือเปล่าเนี่ย จะให้ผมขับมอเตอร์ไซค์ไปสะพานสารสินที่เชื่อมต่อระหว่างภูเก็ตกับจังหวัดพังงา คือมันต้องขับย้อนไปทางสนามบินอีกหลายสิบกิโล แล้วมันอยากดูพระอาทิตย์ตกที่แหลมพรหมเทพจะทันไหมล่ะ? บอกเลยว่าดูจากเวลาแล้วไม่ทัน ผมต้องดึงสมุดโปรแกรมของวันนี้มาจากมันแล้วเป็นคนจัดตารางเอง เห็นลายมือยุกยิกจดสถานที่ที่อยากไปของมันแล้วน่ากลัวว่าวันต่อๆไปผมคงต้องจัดตารางเองแล้วล่ะสิ

"เค้าอยาก"

"ถ้ามึงบอกว่าอยากกินอะไรอีกนะ กูจะเอาไอติมของโปรดของมึงยัดปากมึงตรงนี้แหละ" ผมรีบดักคอไอ้ปอไว้ก่อน ตกลงวันนี้ผมพามันไปขับรถเล่นแถวชายหาดป่าตองแวะเดินห้างจังซีลอนไม่แวะไม่ได้ครับอากาศก่อนเทศกาลสงกรานต์ร้อนมากจนผมทนไม่ไหวต้องยกธงขาวจริงๆ

"อั้ยยะ กล้าๆหน่อยแล้วจะรุ่ง" เห็นมันทำปากยื่นปากยาวแล้วอดดีดไม่ได้ ไอ้ปอก็หน้าหงิกหน้างอไปตามระเบียบแต่ไม่นานมันก็คุยฟุ้งเหมือนเดิม

"เค้าจะบอกว่าเค้าอยากไปดูพระอาทิตย์ตกที่หาดป่าตองหรอกคนอะไรไม่ฟังอีร้าค่าอีรม ไปกันนะ" ปากเอ่ยชวนแต่มือดึงผมไปที่มอเตอร์ไซค์ จะจอดรถไว้ที่ห้างก่อนก็ได้นะครับเดินไปนิดเดียวก็ข้ามฟากถนนไปชายหาดป่าตองแล้ว แต่ผมเกรงว่าเราจะกลับมาค่ำเกินไปเลยเอารถไปจอดริมหาดดีกว่า

"ตอนเกิดภัยพิบัติพวกเขาคงตั้งตัวไม่ติดเนอะ น่าสงสารคนที่ต้องสูญเสียเหลือเกิน" ไอ้ปอนั่งแปะกับหาดทรายแล้วเหม่อมองรอบๆชายหาดด้วยแววตาหม่นหมอง 

หาดป่าตองที่ตอนนี้เริ่มเปิดแสงสีเพื่อต้อนรับราตรีและนักท่องเที่ยวที่กำลังมาเยือน หาดป่าตองที่เคยได้รับความบอบช้ำวันนี้ทั้งผู้คนและสถานที่ได้กลับมาเริ่มต้นลุกขึ้นสู้กันอีกครั้ง ผมมองตามสายตาไอ้ปอก่อนจะเลื่อนสายตาไปมองทะเลมองเกลียวคลื่น ถ้าตอนนี้เกิดเหตุการณ์นั้นผมกับไอ้ปอเราสองคนก็คงต้องไปพร้อมๆกัน

"ไอ้ปอ ถ้าต้องตายพร้อมกับกูมึงจะตายมั้ย?" ไม่รู้อะไรทำให้ผมถามคำถามนั้นกับมัน ไอ้ปอส่งสายตามาแทนคำตอบ ทุกสิ่งทุกอย่างมันชัดเจนอยู่ในตาใสๆคู่นั้น

"จุ๊บ อย่าลืมคำตอบนี้ล่ะปอรัก หวังว่าถ้าวันนั้นมาถึงเชือกปอที่ถักทอมาจากความรักของมึงจะผูกมัดกูไว้ได้นะ" เห็นสายตาของมันแล้วอดไม่ได้เลยต้องเอนตัวไปจุ๊บปากอย่างแผ่วเบา

"สัญญาครับ ตราบใดที่เชือกปอเส้นนี้ยังมีพี่โปรดเป็นความรักและยังจำทุกเรื่องราวความสุขของเราได้ เชือกปอเส้นนี้จะไม่มีวันไปผูกมัดใครนอกจากความสุขตรงหน้าคนนี้เท่านั้น" ไอ้ปอส่งยิ้มหวานที่สุดเท่าที่ผมเคยเห็น มันไม่ใช่รอยยิ้มสดใสเหมือนหลายๆครั้งที่ผ่านมาแต่มันเต็มไปด้วยความอ่อนหวานและอ่อนโยนจนทำให้ผมใจเต้นแรงไปกับรอยยิ้มมันอีกครั้ง อืม..อีกครั้งงั้นเหรอ?


"ลองชิมผัดผักเหลียงใส่ไข่ดู" ไอ้ปอตักผัดผักใส่ช้อนแล้วใช้สายตาบังคับให้ผมกินที่มันตักให้

"คือตอนนี้กูดื่มอยู่ไงปอ ตักยำมาให้กูจะไม่ว่าซักคำ" ผมติงมันอย่างเอือมๆแต่ก็ยกช้อนมากินให้จบๆไป ไม่งั้นมันจะจ้องอยู่อย่างนั้นแหละ

"ที่จริงเค้าอยากขึ้นไปนั่งชั้นบนนะ เสียดายโต๊ะเต็มแล้วอ่ะ" ไอ้ปอมันชะเง้อดูว่าจะมีใครเช็คบิลกลับบ้างไหม ชั้นบนก็เหมือนชั้นล่างนี่แหละครับเพราะเราไม่ได้ไปกินร้านอาหารที่อยู่บนเขาเหมือนเขารังอีกหนึ่งสถานที่ที่ไอ้ปอมันจดรายชื่อไว้ แต่ที่นี่มันคือร้านxxxข้างบนไม่ได้สูงจนเห็นวิวทิวทัศน์อะไร อีกอย่างนี่มันตัวเมืองแถมอยู่ในซอยที่มีแต่บ้านเรือนไม่รู้ว่ามันจะขึ้นไปเสพอะไรข้างบน

"อยากไปกินแบบดูวิวทำไมไม่ไปร้านกันเองแถวท่าเรือฉลองวะ ได้ดูทะเลกับลมเย็นๆแนวที่มึงชอบ" ผมยกเบียร์ดื่มไปด้วยกินไปด้วย ไปๆมาๆก็กลายเป็นว่าอ้าปากให้ไอ้ปอตักอาหารหย่อนใส่ปากให้ เคยตัวน่ะครับปกติกินข้าวด้วยกันในห้องผมก็ให้มันป้อนบ่อยๆ

"กรี๊ด แฟนกันแน่ๆ อิจฉานางนะเธอมีแฟนน่ากินขนาดนั้นดูท่าจะอิ่ม"

"ดูไม่เหมาะกันเลยเนอะ"

"เออวะแก เหมือนเด็กกะโปโลเกินไปเสียดายแฟนนาง" ไอ้ปอมันหันไปตามเสียงพูดของผู้หญิงโต๊ะข้างหลังน่าจะเป็นนักท่องเที่ยวเหมือนกัน ผมก็มองตามแต่ไม่ได้สนใจอะไรและยังสะกิดเรียกยำตะไคร้จากไอ้ปอต่อ

"ตักกินคนเดียวได้มั้ยอ่ะ"

"ทำไม มึงอาย?" ผมย้อนถามมันนิ่งๆก่อนจะขยับนั่งตัวตรง ผมไม่ชอบที่จะต้องมานั่งแคร์คนอื่นโดยเฉพาะคนที่ไม่รู้จัก และผมก็มั่นใจว่าที่ทำอยู่ไม่ได้ทำให้ใครเดือดร้อน อีกอย่างมันก็ไม่ได้น่าเกลียดจนกลายเป็นอนาจารในที่สาธารณะสักหน่อยแล้วทำไมต้องอาย?

"อย่าหน้าบึ้งสิ เค้าไม่ได้อายแต่เค้ากลัวว่าพี่โปรดจะอายต่างหากล่ะ" ไอ้ปอพึมพำ ผมว่ามันคงเก็บเอาคำว่าไม่เหมาะกันเลยของผู้หญิงโต๊ะนั้นมาคิดแน่ๆ พักนี้ขี้คิดมากจนผมนึกภาพไอ้ปอเด็กวัดคนเก่าไม่ค่อยออกแล้ว

"มึงรู้จักพวกเขาเหรอ?" ผมพยักพเยิดไปทางโต๊ะนั้น ไอ้ปอสั่นหัวแต่หน้ายังจ๋อยเหมือนเดิม คนพวกนี้ก็ยังไงกันวะแม่งนินทาได้ระยะเผาขนจริงๆ แทนที่ผมจะรำคาญไอ้ปอแต่ผมกลับเคืองพวกเธอที่ทำให้ไอ้หน้าเป็นกลายเป็นไอ้หน้าจ๋อยซะงั้น

"ขอโทษนะครับมีปัญหาอะไรกับแฟนผมรึเปล่า คำว่าดูไม่เหมาะกันเลยผมว่ามันไม่น่าจะใช้วิจารณ์คนที่ไม่รู้จักกันนะครับ อ้อ อีกอย่างไม่รู้ว่าพวกคุณมองกันยังไง แต่ผมว่าแฟนผมเหมาะกับผมที่สุดและก็น่ารักที่สุดสำหรับผมด้วย" ผมลุกเดินไปที่โต๊ะเจ้าปัญหาก่อนจะพูดด้วยเสียงที่ดังประมาณหนึ่งหรือดังมากวะ? เพราะหันหลังกลับมาที่โต๊ะปรากฏว่าโต๊ะรอบข้างต่างก็พากันมองบ้างหัวเราะเบาๆบ้าง บางโต๊ะก็กระซิบคุยเรื่องเมื่อกี้แต่ผมก็ยังไม่สนใจอีกนั่นแหละ ผมมาเที่ยวไม่มัวแต่มานั่งนอยด์กับเรื่องไร้สาระหรอก

"ปากจะฉีกถึงหูแล้วมึงอ่ะ เดี๋ยวแวะมหานครภูเก็ตก่อนนะ เมื่อกี้กูยังดื่มไม่ถึงแม่งเสียอารมณ์ฉิบหาย" ผมตั้งจีพีเอสแล้วแว้นพาไอ้ปอไปนั่งชิลที่มหานครภูเก็ต

"หยุดยิ้มได้แล้วไอ้เค็ม เดี๋ยวเหงือกมึงจะแห้ง" จูงมือไอ้ปอพาไปนั่งโต๊ะด้านหน้าติดถนนเผื่อสูบบุหรี่ด้วย พร้อมกับสั่งเบียร์ให้ตัวเองสั่งเครื่องดื่มอ่อนๆให้ไอ้ปอเสร็จสรรพ ร้านนี้ผมเคยมากับเพื่อนครั้งสองครั้งเป็นร้านเหล้าตั้งอยู่ริมทางธรรมดานี่แหละแต่มีดนตรีสดฟังนั่งดื่มชิลๆเพลินๆไป อยากเปลี่ยนบรรยากาศก็เดินข้ามฝั่งถนนเยื้องๆหน่อยจะเป็นผับชื่อร้านกทม. แต่วันนี้มากับไอ้ปอคงต้องขอผ่านไปก่อน

"เมื่อกี้ขอบคุณมากนะครับ นี่ไม่ต้องมาดักว่ากูพูดไปงั้นแหละมึงไม่ต้องเก็บมาคิดฝันเฟื่องล่ะ เค้ารู้หรอกว่าเมื่อกี้พี่โปรดแค่รำคาญ"

"เออใช่กูรำคาญที่สำคัญนะไอ้ปอกูสอนให้ฟัง ถ้าเราแคร์ความรู้สึกของคนอื่นมากกว่าตัวเอง เวลาเสียใจเราจะเจ็บมากกว่าเป็นสองเท่า อย่าเก็บคำคนอื่นมาใส่ใจมากนักมันไม่ได้มีผลให้ชีวิตของมึงดีขึ้นหรือเลวลง แต่มันเป็นเหมือนเสี้ยนเล็กๆที่ทำให้มึงรู้สึกรำคาญใจ มึงก็แค่ต้องบ่งออก อะไรไม่ดีก็โยนมันออกไปจากสมองซะบ้างเก็บเอาไว้ก็รกสมองเปล่าๆ" ไอ้ปอพยักหน้าหงึกหงักแล้วยกขวดเครื่องดื่มที่ผมสั่งให้ขึ้นชิม อึกแรกแค่นั้นแหละมันก็ทำเหมือนฮาร์ดร็อคพัทยาด้วยการยกขวดกระดกถี่ยิบจนผมต้องปรามไว้ ขี้เกียจแบกขี้เมากลับน่ะซ้อนมอเตอร์ไซค์เดี๋ยวร่วงไปต้องเป็นภาระให้เทศบาลมาเก็บอีก

"พี่โปรดเคยมาร้านนี้ด้วยเหรอ" มันกวาดสายตามองรอบๆร้านอย่างสนุกสนาน

"สองสามครั้งมั้ง"

"แล้วเคย.." ไอ้ปอชะงักเสียงแล้วเหลือบมองโต๊ะข้างๆที่มีทั้งผู้หญิงและผู้ชายกำลังมองมาเหมือนกัน มีผู้ชายคนหนึ่งส่งสายตามาให้ผมอย่างไม่ปิดบังอะไรเลย

"ซี๊ดด มึงหยิกทำไมเนี่ย"

"ก็ไปส่งสายตาตอบเขาทำไมล่ะ เค้าไม่สนใจหรอกนะว่าตอนนี้เค้าจะอยู่ในฐานะอะไรแต่เรามาเที่ยวไกลบ้านอ่ะ ถ้าตัวไปกับคนอื่นเค้าเองก็ไม่รู้จักใครที่นี่แล้วเค้าจะทำยังไง ให้กลับไปนอนห้องคนเดียวเหรอ" พอแอลกอฮอลล์เข้าปากมันก็ฉอดๆใส่ผม คิดตามคำพูดของมันก็จริงแฮะ ถ้าผมไปกับคนอื่นมันก็คงกลัวมาต่างถิ่นไกลซะขนาดนี้ เป็นเหตุผลที่ผมรับได้และเหตุผลนั้นก็ทำให้ผมต้องดึงมันลุกขึ้นยืนพร้อมกับลากเก้าอี้กลมแบบไม่มีพนักพิงที่มันนั่งอยู่มาไว้กล่างหว่างขาตัวเอง จากนั้นก็ฉุดมันมานั่งแล้วสอดมือรั้งเอวไอ้ปอเข้ามาจนชิด

"งั้นแบบนี้โอเครึยังถ้าโอเคแล้วก็เลิกหน้าหงิกหน้างอมาเที่ยวทั้งทีอย่าอารมณ์เสียน่ะ ไอ้ปอทริปนี้กูจะใจดีให้เราเป็นแฟนกันทั้งทริปก็ได้ แต่ถ้าเหยียบสนามบินสุวรรณภูมิเมื่อไหร่ต้องกลับไปเป็นเหมือนเดิมและมึงต้องยั้งๆใจไว้ด้วยอย่าให้มันลึกเกินกว่าที่เป็นอยู่เพื่อตัวมึงเอง อย่าคาดหวังอะไรมากมายถ้าไม่อยากเสียความรู้สึกเข้าใจนะแฟน" 

"อื้อเข้าใจครับโปรดปราณ เค้ารักตัวเองนะคุณแฟน จุ๊บ" ไอ้ปอพยักหน้ารับหันมาจุ๊บคางผมเบาๆแล้วเอนตัวพิงอกผมไว้ ผมเองก็รัดอ้อมแขนรั้งมันให้มาชิดแนบตัวกว่าเดิม คุณแฟนชั่วคราวของผมในทริปนี้บางทีมันก็มีมุมน่ารักให้ต้องอมยิ้มอยู่บ่อยครั้งเหมือนกันนะ

เที่ยงคืนกว่าๆออกจากร้านมหานครภูเก็ตได้ ผมนึกว่ามันจะเมาจนลืมเรื่องกิน แต่ไม่ครับไอ้แฟนมันยังให้ผมพามันแว้นไปกินข้าวต้มแห้งโกเบนซ์อีก คือมันมาถึงภูเก็ตยังไม่หยุดปากเกินชั่วโมงถ้าท้องอืดหรือปวดท้องผมจะไม่สงสัยอะไรเลย คนก็เยอะรอจนผมจะลากมันกลับแต่มันก็ใช้อภิสิทธิ์ของความเป็นแฟนหมาดๆบังคับให้ผมต้องนั่งรอเกือบครึ่งชั่วโมงถึงจะได้กินข้าวต้มชื่อดังนี้ กินกันคนละสองชามให้ท้องแน่นจะได้กลับไปหลับไปนอนสักทีขับมอเตอร์ไซค์ทั้งวันมันเพลียนะครับ 

อาบน้ำเสร็จตาจะหลับอยู่แล้วไอ้ปอมันก็เพ้อหาอาหารเช้าของโรงแรมแถมยังตะกละจะไปกินติ่มซำอีกจนผมต้องจูบปิดปากมันซะ เราจูบกันจนต่างคนต่างหลับทั้งๆที่ผมนอนคว่ำหน้าทับมันทั้งตัวแบบนั้น หวังว่าตื่นมาพรุ่งนี้เช้าไอ้แฟนชั่วคราวของผมมันจะไม่แบนเป็นกล้วยทับไปก่อนนะ ฝันดีล่ะไอ้คุณแฟน...



***"คนที่ชอบพูดถึงเรื่องแย่ๆของคนอื่น แปลว่าตัวเองไม่มีเรื่องดีๆมากพอให้พูดถึง เพราะฉะนั้นจงเมินหนีคนเหล่านี้ไป กฏของการใช้ชีวิตคือการอย่าฝืนตัวเองและพยายามทำให้ทุกคนพอใจ เพราะมันเป็นเรื่องที่เป็นไปไม่ได้และมันก็เหนื่อยเกินไป"

สปอยล์ๆ กรุณาจำที่น้องปอรักพูดที่หาดป่าตองด้วยเน้อ และ*​มันกลายเป็นความเคยตัว ​ที่ท่านบอกตอนกินข้าวร้านครัวธรรมชาติ 2ตอนที่ภูเก็ตจะไม่มีมาม่า เดี๋ยวจะแจกแต่น้ำอ้อยคั้นให้ชิมกัน ที่มาของคำแปลชื่อปอรัก ไม่ใช่ความรักที่ถักทอจากเชือกปอนะคะแต่เป็นเชือกปอที่ถูกถักทอมาจากความรักน่ะถูกแล้ว เพราะเชือกปอเส้นนี้มันมีเอาไว้เพื่อพัธนาการท่านโปรดโดยเฉพาะ วันพุธมาหวานกันก่อนจะไปรับความหน่วงนิดๆโดยประมาณตอนที่22 หรือก่อนหน้านั้นไก๋จ๋าจะมา ก็เตรียมช้อนกับตะเกียบกันไว้ ตอนที่26-27 ฟางจะแจกมาม่า ถ้าไม่มีอะไรคลาดเคลื่อนนะคะ แต่ยังไงน้องหลงต้องมาก่อนตอนที่30จ้าว 

​ทุกสถานที่ที่กล่าวมามีจริงทุกทีเน้อจ้าว 

​พรุ่งนี้ไม่ได้ลงน้องหลง เพราะฟางจะกลับไปตรวจคำผิดเล่ม2เรื่องก็แค่ตัวแทน เล่ม1 เมื่อวานแก้แล้วนะคะ คิดว่าสุดๆละตาทำงานจนล้า หลายคำถึงกับหาในพจนานุกรม ฉบับราชบัณฑิตยสถาน พศ2554 ทำกับน้องตาลที่จัดหน้า2คน พยายามให้มันหลุดไปน้อยมากที่สุดเน้อจ้าว

หลงลืมรักจะมาวันพุธ ท่านโปรดจะเปย์หนักพาเด็กไปหวานน้ำตาลหกเกาะไหนสักเกาะ ปีที่แล้วฟางไปมาขอบอกว่าเม็ดทรายดีงามมาก นุ่มขาวละเอียด อยากฝังตัวอยู่ที่นั่น555 

ขอบคุณทุกกำลังใจ ทุกการติดตาม ทุกๆคอมเม้น นะคะ มีเม้นคุณต่าย รัชนี เรื่องคนรู้จักคุณต่ายมันคล้ายที่จะเป็นน้องปอเลยฟางอ่านมาแล้ว และมันจะเป็นการแทงข้างหลังทะลุถึงหัวใจหนักมากจ้าว แค่คิดก็รวดร้าว

พบคำผิดรบกวนท้วงด้วยนะคะ สปาเกตตี พิมพ์ถูกแล้วเน้อ

แจ้งรายชื่อหนังสือ "ก็แค่ตัวแทน" ท่านใดรายชื่อพิมพ์ไม่ถูกต้องรบกวนแจ้งด้วยนะคะ กราบงามๆจ้าว (ปล. หลงลืมรักยังไม่เปิดจองเน้อจ้าว)

66.คุณ นริศรา  นครพนม

67.คุณ สรัสวดี  อยุธยา

68.คุณ จรรยาลักษณ์  นนทบุรี

69.คุณ รัชนี  กทม.

70.คุณ ณัฐวุฒิ  นนทบุรี

71.คุณ หทัยรัตน์  กทม.

72.คุณ ปูริดาภัทร  สงขลา

73.คุณ สุพัตรา  ระยอง

74.คุณ โสภิดา  สุราษฏร์ธานี

75.คุณ มัธนา  ตาก

76.คุณ วิภาวี  กทม.

77.คุณ สายพิณ  เพชรบุรี

78.คุณ บุษบง  กทม.






แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น