กมัยธร/DARIN_NA/พอฝัน

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ชื่อตอน : ตอนที่ 6

คำค้น : เล่ห์ศรรัก

หมวดหมู่ : นิยาย อีโรติก

คนเข้าชมทั้งหมด : 176

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 12 มิ.ย. 2560 10:21 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 6
แบบอักษร

**แจ้งก่อน ๆ ๆ นิยายเรื่องนี้ขายใน MEB นะคะ เพราะฉะนั้นที่ลงใน ธัญวลัย จะไม่ครบทุกตอนนะคะ (จะได้ไม่เสียความรู้สึกเนอะ ๆๆ )http://cdn-th.tunwalai.net/files/emotions/900168017.gif**​​

“เดี๋ยวผมโทรหานะ รับโทรศัพท์ด้วย” ภควัติบอกภาวการณ์เมื่อมาส่งหญิงสาวที่อพาร์ตเมนต์ของอารียา

“ขอบคุณนะคะ ที่มาส่ง” หญิงสาวเอ่ยขอบคุณแล้วต้องหน้าแดงกับสายตาของอีกฝ่าย เพราะทำให้คิดถึงเรื่องคืนที่ผ่านมา

“นอนแค่คืนเดียวได้มั้ย”

“ไม่ได้ค่ะ บอกเพื่อนไว้แล้ว” ภาวการณ์หลุดขำออกมากับสีหน้าเบื่อโลกของชายหนุ่ม ที่อ้อนวอนเกือบตีสามหญิงสาวก็ยังยืนยันคำเดิม แม้จะช้ำไปหมดทั้งตัว

“โอเค ไปนะ” ภควัติมองไปยังอพาร์ตเมนต์ตรงหน้า แล้วหันมามองหญิงสาวอย่างไม่รู้จะทำอย่างไรดี จึงเดินขึ้นรถขับออกไป

หญิงสาวเดินเข้ามาถึงหน้าห้องของอารียา เคาะประตูอยู่สักพักหนึ่งก็มีเสียงเปิดประตู แต่คนที่เปิดประตูไม่ใช่อารียาแต่เป็นวาระตรี

“ตรี มาเมื่อไหร่นี่” ภาวการณ์ทักเด็กสาว

“เมื่อวาน” วาระตรีตอบด้วยน้ำเสียงติดห้วน ๆ วาระตรียิ้มให้นิดหนึ่งก่อนจะเดินเข้าไปนอนในห้อง ภาวการณ์ส่ายหน้าวางกระเป๋าลง พร้อมกับอารียาทีเดินออกมาจากห้องน้ำพอดี

อารียามองอย่างตกใจที่เห็นภาวการณ์ ความจริงหญิงสาวโกหกภควัติว่าโทรหาเพื่อนแล้ว แต่ไม่ได้โทรหาใครเลยสักคน

“ภา มาได้ยังไงนี่ มาตั้งแต่เมื่อไหร่” อารียาถามเพื่อนอย่างดีใจ

“ความจริงก็มาตั้งนานแล้ว มีข่าวดีจะมาบอก” ภาวการณ์รู้สึกเขิน ๆ เมื่อต้องบอกเรื่องแต่งงานที่มันปัจจุบันทันด่วน แม้แต่ตัวเองยังงง ๆ ถึงจะคุยกันได้ทุกเรื่องก็เถอะ แต่เรื่องแบบนี้ก็ทำให้พูดไม่ออกไปเหมือนกัน

“เรื่องอะไรจ๊ะ”

“เอ่อ…คือว่า…ฉัน....จะแต่งงาน”

“แต่งงาน  เมื่อไหร่" อารียาร้องอย่างดีใจและตื่นเต้นเสียงดังลั่นจนวาระตรีต้องยกมือขึ้นปิดหูทั้งสองข้าง ภาวการณ์มองเพื่อนสาวที่ดูจะดีใจจนทำอะไรไม่ถูก ทำให้หญิงสาวหัวเราะออกมา

“ต้นเดือนหน้าเตรียมตัวทันหรือเปล่า ฉันก็เพิ่งรู้ฤกษ์เมื่อวันก่อน”  อารียาอ้าปากจะพูดต่อ แต่เหมือนกับคิดอะไรได้ หยิบโทรศัพท์ขึ้นมากดหาเพื่อนอีกสองคนที่อยู่ห้องตรงข้ามทันที

“นี่ ตื่น ๆ กันได้แล้ว ภามาหาเร็วเข้า” หลังจากอารียาวางสายไม่ถึงห้านาทีสาวิตรีเดินเข้ามาก่อน และนิดาก็ตามเข้ามาติด ๆ ทุกคน โผเข้ากอดภาวการณ์จนหล่อนล้มหงายลงไปบนโซฟา แต่ก็ยังหัวเราะอย่างมีความสุขเมื่อได้มาเจอเพื่อน

“ยายภาจะแต่งงาน”

“หา! อะไรนะ!” สาวิตรีและนิดาอุทานออกมาพร้อมกัน

“จริง ๆ ต้นเดือนหน้า”

“กับใคร เป็นคนที่ไหน ทำงานอะไรเป็นคนดีหรือเปล่า” นิดาและสาวตรีผลัดกันถาม

“เป็นคนกรุงเทพ ทำธุรกิจอยู่ที่นี่ เท่าที่ดูก็ไม่ใช่คนเลวร้ายอะไร”

“ชื่ออะไร นามสกุลอะไร” อารียาถามบ้าง

“ชื่อ ภควัติ อัมฤทธิภักดีอนันต์”

“ห๊า!” สาวิตรีร้อง ภาวการณ์และเพื่อน ๆ หันมาสนใจเพื่อนสาวทันที

“ฉันรู้จัก ผู้ชายคนนี้เพลย์บอยเลยนะเธอ ไม่มีใครจับเขาอยู่เลยสักคน แต่ว่าเป็นคนที่ทำงานเก่งมาก มีคู่หูเพลย์บอยอยู่คนหนึ่ง ชื่ออะไรน้า”

“นราธิป” ภาวการณ์ต่อให้

“เออ ใช่ ๆ คนนี้ก็ใช่ย่อยเห็นเงียบ ๆ แต่ควงหญิงไม่ซ้ำหน้าสักคนเดียว” สาวิตรีพูดขึ้น เพราะเป็นคนที่เที่ยวกลางคืนเยอะที่สุดในกลุ่ม และชอบอ่านนิตยสารเกี่ยวกับพวกเซเลบไฮโซ

“ตายแล้ว จะดีหรือภา” นิดาเป็นหวงเพื่อน อารียามองหน้าภาวการณ์อย่างเป็นห่วง

“จริงด้วย คิดดี ๆ นะ” ภาวการณ์ยิ้ม คำพูดของเพื่อนไม่ได้ทำให้ความเชื่อมั่นในตัวของภควัติน้อยลงเลย หล่อนรู้ข้อนี้อยู่แล้วจากเพื่อนและแม่ของเขาเอง

“ฉันรู้จ้ะ ตอนนี้เขาความจำเสื่อม แล้วแม่เขาก็เล่าเรื่องของเขาให้ฟังหมดแล้ว” หญิงสาวบอกยิ้ม ๆ

“ความจำเสื่อม หมายความว่าไง” อารียาถามอย่างสงสัย แล้วภาวการณ์ก็เล่าเรื่องตั้งแต่ต้นจนถึงปัจจุบันให้เพื่อนฟัง

“งั้นก็คงไม่มีอะไรมั้ง จากที่ฟังก็เป็นคนดีอยู่ ขนาดอยู่บ้านเดียวกัน สองต่อสองไม่ทำอะไรเกินเลยก็ถือว่าเป็นสุภาพบุรุษพอดูอยู่เหมือนกัน” สาวตรีพูดพลางวิเคราะห์อย่างคนที่ดูคนออกมากกว่าคนอื่น

“เฮ้อ ดีใจจังเลยได้เจอคนดีๆ สักที” อารียากอดภาวการณ์แน่น ดีใจจนน้ำตาคลอ

“แล้วนี่จะอยู่กับพวกเรากี่วัน”

“ก็จะอยู่สละโสดสักอาทิตย์หนึ่ง”

“ไปเที่ยวเกาะเสม็ดกันดีกว่า ไม่ได้ไปด้วยกันนานแล้วนะ ไปพักสักสองคืน”

“โอเค วันศุกร์ทุกคนลาหัวหน้าเลย เราจะไปเที่ยวเกาะกัน” ทุกคนลงความเห็นกัน แล้วอารียาก็นึกถึงน้องต่างมารดาขึ้นมาได้ จึงเดินไปเคาะประตู

“ตรี วันศุกร์พี่จะไปเกาะเสม็ด จะไปด้วยหรือเปล่า” อารียาตะโกนเข้าไป

“ไม่ไป เกาะเสม็ดน่าเบื่อจะตาย ไปกันเถอะ” เสียงภายในตอบกลับมา อารียาเดินกลับมานั่งที่โต๊ะ คุยกันต่อพักหนึ่งก็ทยอยกันไปทำธุระส่วนตัว เพราะทุกคนลุกจากที่นอนแล้วตรงมาที่ห้องอารียาเลย ขณะที่ระตรีนอนลืมตาอย่างดีใจ เพราะคืนวันศุกร์เกรียงไกรนัดหล่อนออกไปเที่ยว

ภควัติเดินออกมาจากห้องทำงานตรงไปหานราธิปที่ออกมาพร้อมกับธนิน

“ว่าไง ว่าที่เจ้าสาวไม่อยู่หลายวันเหงาล่ะสิ” ธนินแซวเพื่อน

“ดูทำหน้าเข้า แกปล่อยให้เขามีอิสระบ้างสิวะ จะให้มาอยู่กับแกโดยไม่คบใครได้ยังไง”

“เรื่องนั้นฉันไม่อะไรอยู่แล้ว แต่รู้มั้ยฉันไปส่งเขายังไม่ทันจะกลับเข้าบ้านเลย สายที่ให้ดูแลหล่อนอยู่ก็โทรมาบอกว่า ทั้งสี่สาวกำลังจะออกเที่ยวครับ” ภควัติพูดอย่างไม่ค่อยพอใจนัก จะโทรไปถามก็กลัวว่าหล่อนจะรู้ว่าให้คนคอยตามอยู่

“เออน่า ก็ไปเที่ยวตามประสาผู้หญิงบ้างสิวะ” ธนินตบบ่าเพื่อน

“ฉันเป็นห่วงเรื่องเสียศักดิ์เรายังไม่ได้ทำอะไรเลย ฉันกลัวจะเกิดเรื่อง สังหรณ์ใจยังไงไม่รู้”

“อย่าคิดมากน่า มีไผทดูแลอยู่คงไม่ปล่อยให้มันทำอะไรง่าย ๆ หรอก” นราธิปปลอบเพื่อน ไผทเป็นบอดี้การ์ดของบ้านภควัติและนราธิปมานานแล้วและไว้ใจได้ ทั้งไผทและลูกน้องอีกจำนวนหนึ่งถูกสั่งให้คอยดูแลความปลอดภัยของภาวการณ์

“ว่าไงไอ้จิ้น ได้ข่าวอะไรมั้ย” เสี่ยศักดิ์เดินเข้ามายืนข้างๆ ลูกน้องนายผัน ส่งสายตาเหี้ยมมาเป็นนัยว่าถ้าพลาดอีก ไอ้จิ้นเหลือแต่ชื่อแน่

“ได้ครับ ได้ข่าวว่านังผู้หญิงของมันจะไปเที่ยวเกาะกันครับ แต่ยังไม่แน่ใจว่าจะไปเกาะไหน” ไอ้จิ้นรายงานอย่างเร่งรีบ เสี่ยศักดิ์หัวเราะออกมาเสียงดัง

“ดี ฉันจะได้จัดการสบาย” เสี่ยมองหน้าลูกน้อง

“แล้วนี่ไอ้หลานชายข้ายังไม่ตื่นอีกหรือวะ” เห็นทุกคนพยักหน้าก็ถอนหายใจออกมาอย่างหนักใจ

“อะไรนะไปเที่ยวเกาะ” เสียงนราธิปดังขึ้นเมื่อได้ยินสายที่โทรเข้ามารายงานตนเองแทน เมื่อโทรหาภควัติไม่ติด

“เออ ๆ คอยเฝ้าไว้ให้ดี เดี๋ยวฉันไปบอกมันเอง” นราธิปจะวางสายแต่ปลายสายเรียกไว้ก่อน

“คุณธิปครับ ท่าทางคราวนี้ไม่ค่อยดี มีสายรายงานว่าเห็นคนของเสี่ยศักดิ์ในอพาร์ตเมนต์ของเพื่อนคุณภาครับ” ไผทรายงาน นราธิปนิ่งไปนิดหนึ่งก่อนที่จะพูดขึ้น

“โอเค ดูไว้อย่าให้คลาดสายตา แค่นี้ก่อนนะ” นราธิปวางสายแล้วเดินไปยังห้องของภควัติทันทีแต่ไม่พบ จึงเดินไปถามเลขาหน้าห้องที่เพิ่งเดินถือถ้วยกาแฟเข้ามา

“คุณวัติไปไหน”

“ลงไปดูงานข้างลางค่ะ เห็นว่าผู้จัดการเจอปัญหาเลยลงไปดู” เลขาพูดยังไม่ทันจบ นราธิปเดินตัวปลิวออกไปแล้ว เมื่อมาถึงชั้นล่าง เห็นภควัติกำลังคุมลูกน้องทำงานอย่างขะมักขะเม้น

“วัติ มานี่หน่อย” ภควัติเดินตามเข้ามาด้วยสีหน้าแปลกใจ เมื่อเห็นหน้าเครียด ๆ ของเพื่อน

“มีอะไรวะ”

“ไผทโทรมาบอกว่าทั้งสี่สาวกำลังจะไปเที่ยวเกาะวันศุกร์นี้” ภควัติได้ยินแล้วก็ต้องถอนใจ

“ไม่แค่นั้น ไผทบอกว่า มีคนของเสี่ยศักดิ์อยู่ในอพาร์ตเมนต์ของเพื่อนคุณภาด้วยท่าทางไม่ค่อยดี”

“วันศุกร์ฉันจะไปด้วย แต่จะไม่ให้พวกเธอรู้” ภควัติบอก จะให้เขาอยู่เฉยๆ คงทำไม่ได้เขาเป็นห่วงหล่อน ห่วงมากด้วย

“ฉันจะไปด้วย” นราธิปบอกกับภควัติที่พยักหน้ารับ

ภควัติกลับมาถึงบ้านเร็วกว่าปกติ เพื่อหวังจะได้เจอหญิงสาวที่เข้ามาเก็บเสื้อผ้าเพื่อไปเที่ยว กับพบเพียงคุณหญิงภรรคฤดีนั่งอยู่ในห้องนั่งเล่นคนเดียว ชายหนุ่มเดินหน้าบึ้งเข้าไปหอมแก้ม หน้าตาลูกชายบอกให้รู้ว่ากำลังไม่ค่อยพอใจ

“ว่าที่ลูกสะใภ้กลับไปแล้วหรือครับ” ภควัติถามด้วยน้ำเสียงผิดหวังปนน้อยใจนิด ๆ

“เป็นอะไรล่ะ น้อยใจอะไรหนูภา ฮึ" คุณหญิงยกมือขึ้นลูบผมบุตรชายอย่างเอ็นดู

“ก็แม่ดูสิครับ พอเจอเพื่อนหน่อยก็ลืมเราหมดเลย”

“ดูพูดเข้า หนูภามาได้ยินก็เสียใจแย่”

“วันนี้ผมอุตส่าห์กลับเร็วจะมาทานข้าวด้วยก็ไม่รอ” ชายหนุ่มคิดแล้วก็ทำหน้าบึ้งมากยิ่งขึ้นไปอีก

“รู้ได้ยังไงว่าเขากลับไปแล้ว” ชายหนุ่มเงียบและก็มีเสียงถามขึ้นมาจากห้องครัว

“นั่นสิคะ รู้ได้ยังไง” ชายหนุ่มหันไปตามเสียง และต้องยิ้มหน้าบานขึ้นมาจนคนมองหมั่นไส้

“ผมนึกว่าคุณกลับไปแล้ว” ชายหนุ่มเดินเข้ามาหา

“มานี้เถอะ ผมเรื่องจะคุยด้วย” ภควัติดึงมือหญิงสาวให้เดินตามไปในห้องทำงาน

“อะไรคะ ภากลับไปแล้วค่ะนี่ใครก็ไม่รู้” ภาวการณ์แกล้งพูดงอน ๆ

“ขอโทษครับผม ก็ไม่รู้นี่” หญิงสาวยิ้มออกมาให้กับความขี้อ้อนของคนตรงหน้า แล้วก็ถูกชายหนุ่มดึงไปจุมพิตเนิ่นนาน หนักหน่วงจนทำให้หญิงสาวต้องเบี่ยงหน้าหนีแล้วค้อนให้

“ไหนว่ามีเรื่องจะคุยไงคะ” ภาวการณ์ถามเสียงสั่น หอบหายใจกับจุมพิตที่มายังกับพายุของชายหนุ่ม หญิงสาวแก้มแดงด้วยความอาย ภควัติไม่รู้จะเริ่มยังไงถึงจะไม่ทำให้หญิงสาวสงสัย

“ว่ายังไงคะ”

“เอ่อ…อาทิตย์หน้าไปไหนหรือเปล่า หรือว่ากลับมาบ้านวันศุกร์เลย”

“ไปเที่ยวเกาะค่ะ ไปกับเพื่อนสามคนนั่นแหละ”

“เกาะอะไรไปด้วยได้มั้ย” ภควัติลองหยั่งเชิงดู ถ้าได้เขาจะได้ไปด้วยอย่างเปิดเผย

“ไปเกาะเสม็ด มีแต่พวกผู้หญิงทั้งนั้น และอีกอย่าง ภาจะไปฉลองสละโสด” ภาวการณ์ยิ้มเจ้าเล่ห์ให้ชายหนุ่ม

“ใจร้าย เดี๋ยวผมไปฉลองบ้างนะ” ภควัติก้มลงไปกระซิบข้างหู

“ก็ไปสิคะ ภาจะทำอะไรได้” ภาวการณ์ทำท่าจะผละห่างจากอ้อมกอดของชายหนุ่ม แต่ภควัติไม่ยอม เชยคางหญิงสาวขึ้นมาเพี่อสบตากัน

“ผมพูดเล่น ผมไม่รู้ว่าคุณได้ยินอะไรจากใครมาบ้าง ผมยอมรับว่าอาจจะมีบ้างตามประสาผู้ชายแต่ต่อไปผมให้สัญญา ว่าจะไม่ทำให้คุณต้องเสียใจจากเรื่องนี้แน่ เชื่อผมนะ” ภควัติสบตากับหญิงสาวอย่างเปิดเผย ชายหนุ่มอยากจะพูดบางอย่างแต่เขาอยากจะเก็บเอาไว้ก่อน รอให้ถึงวันแต่งงานแล้วเขาจะบอกคำนั้น ขณะที่ภาวการณ์อยากจะถามบางอย่างออกไปแต่ก็ไม่กล้า ทำได้แค่ก้มหน้าซบกับอกของชายหนุ่ม

“เสร็จหรือยังนี่ เร็วๆ หน่อยสิยะ” สาวิตรีที่อยู่ในชุดบิกินีสีชมพูเร่งเพื่อนที่ดูจะช้าเป็นเต่าใน ความคิดของหล่อน ไม่นานเพื่อนสาวก็เดินตามกันออกมาจากห้องในชุดเก่งของแต่ละคน ค่ำนี้ทุกคนตกลงกันว่าจะเล่นน้ำใกล้ ๆ กับบังกะโลที่มาพักกัน ทั้งหมดรอให้มืดก่อน เพื่อที่จะได้ใส่ชุดที่ตัวเองเตรียมมาเล่นน้ำให้สนุก โดยไม่มีใครมาคอยจ้องมอง แต่ทั้งสี่สาวไม่รู้เลยว่ามีสายตาของคนสองกลุ่มกำลังจ้องมองอยู่

 กลุ่มหนึ่งมองด้วยสายตามุ่งร้าย แต่อีกกลุ่มหนึ่งมองด้วยสายตาเป็นห่วง และหนึ่งในนั้นเป็นเจ้าของดวงตาที่ส่งประกายตาไม่ค่อยพอใจขึ้นมา เมื่อเห็นภาวการณ์แต่งชุดวันพีชสีฟ้า ถึงแม้จะไม่โป๊มากนัก เมื่อเทียบกับเพื่อนคนอื่น ๆ แต่มันก็ทำให้เห็นส่วนโค้งสวนเว้าที่ชายหนุ่มไม่อยากให้คนอื่นได้มอง ภควัติแทบจะไปดึงตัวหล่อนขึ้นมาจากน้ำ แต่ก็ทำไม่ได้จึงได้แต่นั่งฟึดฟัดอยู่ข้าง ๆ นราธิปนั่งขำเพื่อนอยู่ข้าง ๆ แล้วยังมีธนินอีกคนที่ขอตามมาด้วย

“เป็นอะไรวะ นี่มันก็ไม่มีคนแล้ว มืดแล้วด้วยไม่มีใครเห็นหรอกน่า” นราธิปตบไหล่เพื่อน

“ก็พวกแกไงเห็น แล้วยังคนของแกอีกแต่งชุดธรรมดาเล่นกันไม่ได้หรือไงกัน” ภควัติพูดอย่างหัวเสีย นราธิปมองเพื่อนแล้วอ้าปากจะพูด ธนินห้ามไว้เสียก่อน

“ช่างมันเถอะ มันหวงของมัน ก็น่าหวงอยู่หรอก น่าหม่ำจริง ๆ” ธนินสะดุ้ง เมื่อภควัติเตะก้นเสียงดังป้าบ

“โอ๊ย อะไรวะ” ธนินหันมาทำหน้างง

“เมื่อกี้แกพูดว่ายังไง” ธนินคิดตามและนึกคำพูดของตัวเองเมื่อครู่

“ฉันหมายถึง คนที่ใส่บิกินี่สีชมพูโน่น ฉันไม่ได้หมายถึงคุณภา” ธนินชี้ไปทางสาวิตรี นราธิปมองตามพลางหัวเราะ

“แล้วไป”

“เฮ้ย เดี๋ยว มันเตะฉันแล้วกลับไปนั่งเฉย แค่เนี่ยะ”  ธนินหันไปฟ้องนราธิป ขณะที่ภควัติเดินเข้าไปนั่งที่เดิมพลางมองไปรอบ ๆ บริเวณ

“พวกแกว่า ลูกน้องเสี่ยศักดิ์จะกำลังมองดูเหมือนเราหรือเปล่า”

ขณะที่ฝ่ายที่มองดูด้วยสายตามุ่งร้ายกำลังเคลื่อนตัวเข้ามาในความมืดของร่มไม้ มองดูสาว ๆ ที่กำลังจะขึ้นจากการเล่นน้ำกันพอดี และการเคลื่อนไหวของพวกมันก็อยู่ในสายตาของไผททุกย่างก้าวไผทเห็นว่าทั้งสี่สาวเดินมาใกล้พวกที่ซุ่มอยู่ จึงสั่งให้ลูกน้องเดินเข้าไปใกล้ ให้มันไม่มีโอกาสที่จะทำอะไรได้ถนัด พวกมันเลยได้แต่มองดูอย่างเสียดายโอกาส ก่อนถอยห่างไปเมื่อทั้งหมดหายเข้าไปในบังกะโร

รถเบนซ์ของเกรียงไกรแล่นมาจอดหน้าอพาร์ตเมนต์ของอารียาตอนตีสามกว่า วาระตรีในชุดเดรสสั้นรัดรูปสีน้ำเงินก้าวลงมาเมื่อชายหนุ่มมาเปิดประตูรถให้ คืนนี้ทั้งคู่นัดกันไปเที่ยวผับแถวรัชดา ความจริงนี่ไม่ใช่คืนแรกที่วาระตรีออกไปกับเกรียงไกร เพียงแต่หญิงสาวยังไว้ตัวไม่ยอมจบลงบนเตียงง่าย ๆ เพราะต้องการให้ตัวเองดูเป็นผู้หญิงที่มีค่า และคืนนี้วาระตรีวางแผนเอาไว้แล้ว หล่อนจะจับเขาให้อยู่ในคืนนี้

วาระตรีก็ดำเนินการตามแผนที่ตัวเองคิดไว้ทันที ร่างบางล้มลงบนพื้นเนื่องจากเหยียบบันไดผิดขั้น เกรียงไกรรีบเข้ามาประคองร่างบางให้ลุกขึ้น  

“เป็นยังไงบ้างครับ” ชายหนุ่มถามแต่สายตากับอยู่บริเวณเนินอกที่โผล่พ้นเสื้อยามที่วาระตรีก้มลง

“ไม่เป็นไรค่ะ” วาระตรีตอบปฏิเสธอาย ๆ ก้าวเท้าเดินไปก็ร้องอุทานออกมา ทำให้ชายหนุ่มที่ยืนมองอยู่ขยับเข้ามาใกล้

“ไหวมั้ยครับ”

“เจ็บข้อเท้าค่ะ แย่จริง ระตรีซุ่มซ่ามจริง ๆ เลย”

“เดี๋ยวผมไปส่งที่ห้องนะครับ” เข้าทางวาระตรีพอดี หญิงพยักหน้ากล่าวขอบคุณเบา ๆ ปล่อยให้ชายหนุ่มประคองมาจนถึงหน้าประตูห้องพัก หญิงสาวไขกุญแจเข้าไปก่อนจะหันมาชวน

“เข้ามาดื่มอะไรก่อนสิคะ” มีหรือที่ชายหนุ่มอย่างเกรียงไกรจะปฏิเสธ ประคองหญิงสาวไปนั่งที่โซฟา เกรียงไกรจับเท้าวาระตรีขึ้นมาดู

“ขอผมดูหน่อยนะครับ” แต่ชายหนุ่มไม่ได้แค่ดูเฉย ๆ ก้มลงเป่าบริเวณข้อเท้า ก่อนจะใช้ริมฝีปากจูบและไล้ไปตามเรียวขา และทำท่าจะเลยขึ้นมาถึงหัวเข่า วาระตรีเอ่ยปาก

“อย่าทำอย่างนี้สิคะ คุณกลับไปก่อนเถอะ” วาระตรีออกปากไล่ชายหนุ่ม แต่อีกฝ่ายไม่สนใจก้มหน้าลงมาหอมแก้มหญิงสาว แล้วเลื่อนริมฝีปากลงมาประทับจุมพิตโดยที่วาระตรีนั้นไม่ได้ขัดขืนเลยสักนิดเดียว

“อุ๊ย…อื้อ” วาระตรีสะดุ้งเมื่อเกรียงไกรดึงทึ้งชุดเดรสจนขาดติดมือ ฝ่ามือแกร่งประทับลงใจกลางลำตัวและไล้หนักหน่วง จนร่างบางนอนราบไปกับโซฟา

“อื้อ…สวย” เกรียงไกรพึมพำเบา ๆ ก้มลงงับยอดดอกบัวที่ตั้งชันเชิญชวนให้เข้าหา สองมือทำหน้าที่บีบเคล้นร่างบอบบางทั้งบนและร่าง จนวาระตรีร่ำ ๆ จะหลุดจากการเป็นผู้หญิงอ่อนประสบการณ์ แต่ต้องข่มใจไว้เพื่อให้แผนลุล่วง

“อื้อ…คุณเกรียงไกรคะ ระตรีร้อนค่ะ ช่วยระตรีด้วย” เกรียงไกรบีบเคล้นหนักมือกระชากบิกินี่ตัวน้อยขาดวิ่น ก่อนจะก้มลงไปหา

“อื้อ…” วาระตรีแอ่นหยัดจนสะโพกลอย เกรียงไกรใช้เวลาไม่นานนักที่จะทำให้อีกฝ่ายระเบิดความสุขออกมา และมันก็ทำให้วาระตรีลืมแผนการจนหมดสิ้น ผลักร่างเกรียงไกรลงนอน ก่อนจะสร้างความสุขให้อีกฝ่ายตามความต้องการที่ไม่สิ้นสุดของตัวเอง เกรียงไกรหลับตาพริ้ม ความเสียวกระสันทำให้หลุดเสียงครางออกมาเป็นระยะ

“อ๊า…ระตรี คุณเก่งจัง” เกรียงไกรก้มมองคนที่กำลังสนุกอยู่กลางลำตัว ก่อนจะหลับตาซึมซับความรู้สึก และปล่อยให้วาระตรีพาไปตามอารมณ์ตัณหาที่เกิดขึ้น

 ภาวการณ์ลุกขึ้นมาเข้าห้องน้ำกลางดึก เมื่อกลับมานอนยกมือรวบผมไปไว้ข้างหลัง แต่หญิงสาวรู้สึกว่าลำคอตัวเองโล่ง ๆ ผิดปกติ สร้อยของภควัติที่ใส่ตั้งแต่วันแรกที่ชายหนุ่มให้ หญิงสาวใจหายวาบเดินหาจนทั่วห้อง พยายามใช้ไฟฉายมองหาตามพื้นตามช่องเล็ก ๆ ตามใต้เตียง

อารียาตื่นขึ้นมาเมื่อมีแสงวาบ ๆ เข้ามาในความรู้สึก เห็นภาวการณ์กำลังก้ม ๆ เงยเหมือนกับหาอะไรอยู่

“หาอะไรภา”

“หาสร้อย ขอโทษนะที่ทำให้ตื่น” ภาวการณ์กล่าวด้วยน้ำเสียงไม่ค่อยดีนัก

“ไม่เป็นไร เดี๋ยวช่วยหาเป็นสร้อยเงินที่ใส่มาด้วยใช่หรือเปล่า” อารียาถามเสียงกระซิบ ขณะที่อีกสองคนยังนอนหลับสนิท

“ใช่ เส้นนั้นแหละ หรือว่าจะตกตอนเล่นน้ำ” ภาวการณ์คิดแล้วเดินลงไปยังบริเวณที่เล่นน้ำกันทันที โดยมีอารียาเดินลงมาเป็นเพื่อน ทั้งสองหาทั่วบริเวณกระทั่งมาไกลจากบังกะโลพอสมควร โดยไม่รู้เลยว่ามีชายสี่คนกำลังย่องเข้ามาใกล้ และรอจังหวะที่ทั้งสองเผลอ

“ไว้พรุ่งนี้ค่อยหาดีกว่านะ” อารียาบอกเพื่อน หล่อนรู้ว่าสร้อยเส้นนั้นสำคัญกับเพื่อนแค่ไหน ภาวการณ์นั่งลงอย่างหมดแรง

“กลับไปก่อนเถอะ หาไม่สะดวกหรอกมันอาจจะตกอยู่ในบ้านก็ได้ แต่เราหาไม่เจอเอง” อารียาปลอบเพื่อนสาวที่ทำท่าเหมือนจะร้องไห้ ก่อนจะฉุดเพื่อนให้ลุกขึ้นเดินกลับบังกะโล อีกเพียงไม่กี่ก้าวก็จะถึงเขตบังกะโลอยู่แล้ว ทั้งสองก็ต้องตกใจเมื่อมีชายฉกรรจ์สี่คนเข้ามาจู่โจมจับตัวทั้งสองไว้

อารียาพยายามจะอ้าปากร้องก็โดนปิดปากด้วยมือใหญ่ มีสิ่งเดียวที่ทำได้ตอนนี้คือสะบัดรองเท้าที่ทำด้วยไม้ของตัวเองไปที่บังกะโล เพื่อที่จะให้มันเกิดเสียงดังให้ทุกคนตื่นขึ้นมาเห็น แต่มันไม่ได้ผล เสียงที่รองเท้ากระทบกับประตูนั้นมันเบาเสียจนอารียาหมดหวัง เพราะอยู่ไกลเกินไป ทั้งสองดิ้นรนด้วยความกลัว ภาวการณ์สะบัดรองเท้าให้หลุดเผื่อจะทำให้คนอื่นรู้ว่าทั้งสองถูกพาไปทางไหน

ทั้งสองถูกพามาไกลจากที่พักอยู่พอสมควร กลุ่มชายฉกรรจ์วางหญิงสาวทั้งสองลงอย่างไม่ปรานี

“ปล่อยเราไปเถอะนะ อย่าทำอะไรเราเลย” อารียาพยายามพูดเพื่อให้ทั้งสี่คนเห็นใจ

“ปล่อยให้โง่เหรอ มีของสวย ๆ งาม ๆ มาให้ชิมถึงที่แล้วอย่างนี้ คืนนี้คงสนุกน่าดูเลย” ชายผิวดำมีแววตาหื่นกระหายจนน่ากลัว ทั้งสองสาวตัวสั่นพูดอะไรไม่ออก

“เดี๋ยว รอลูกพี่ก่อนเดี๋ยวคงมา กูโทรไปบอกแล้ว” ทั้งหมดออกไปด้านนอกทิ้งให้สองสาวอยู่ภายในห้องเล็กที่อับและเหม็น ทั้งสองสาวพยายามหาทางออก ไม่ละความพยายามที่จะใช้แรงที่มีอยู่งัดหน้าต่างออกแต่ก็ไม่เป็นผล มันยังคงปิดนิ่งอยู่อย่างเดิม ทั้งสองนั่งลงสมองพลางคิดหาทางออกทุกวิถีทาง

นิดาตื่นขึ้นมาเมื่อรู้สึกเหมือนกับได้ยินเสียงบางอย่างด้านนอก มองไปบนเตียงไม่เห็นภาวการณ์และอารียา จึงคิดว่าทั้งสองคงนั่งคุยกันจึงจะเดินไปคุยด้วย แต่มองหาเท่าไหร่ก็ไม่เจอ จนเริ่มเอะใจกำลังจะเดินเข้าห้องพัก เห็นรองเท้าของอารียาตกอยู่ทำให้นิดาเริ่มใจไม่ดีรีบเข้าไปปลุกสาวิตรีทันที

“ตรีตื่น ตื่นเร็วเข้า ภากับยาหายไปไหนไม่รู้” น้ำเสียงตื่นตกใจทำให้สาวิตรีตื่นลุกพรวดขึ้นมา

“มีแต่รองเท้าของอารียาตกอยู่หน้าบ้านพัก” นิดาพูดใจเต้นรัว แล้วทั้งสองก็วิ่งออกไปดูด้านนอก แต่ไม่รู้จะไปทางไหนจึงมองหน้ากัน แล้วสาวิตรีก็พูดขึ้น

“ไปหาคนช่วยดีกว่า หลายคนจะเร็วกว่านะ” แล้วทั้งสองก็วิ่งไปหาบังกะโลข้าง ๆ แล้วเคาะประตูอย่างแรง ไผทผุดลุกขึ้นคว้าปืนเดินออกมาเปิดประตู เห็นว่าเป็นเพื่อนของแฟนเจ้านายก็เริ่มเอะใจ

“มีอะไรครับ” ไผทถาม

“เพื่อนของเราหายไปไหนไม่รู้ค่ะ เห็นแต่รองเท้าตกอยู่” ไผทกวาดตาหาร่างของภาวการณ์ทันที ชายหนุ่มตกใจขึ้นมากกว่าเดิม เมื่อไม่เห็นภาวการณ์และเพื่อนสาวอีกคนหนึ่ง

“ตายห่า ซวยแล้วกู” ไผทสบถออกมา พลางโทรศัพท์หาผู้เป็นนาย เขาให้คนดูอยู่แล้วมันเกิดขึ้นได้อย่างไร ภควัติกรอกเสียงมาตามสาย

“นายครับ พวกมันจับตัวคุณภากับเพื่อนไปแล้วครับ”

“นายปล่อยให้เป็นแบบนี้ได้ยังไง” ภควัติตวาดเสียงดั่งลันน่ากลัว ปิดโทรศัพท์วิ่งลงไปที่บังกะโลของหญิงสาวพร้อมกับธนินและนราธิปที่วิ่งตามลงไปไม่ห่าง เห็นไผทและเพื่อนของหญิงสาวยืนรออยู่แล้ว ไผทนั้นยืนอยู่กับลูกน้องที่ผลัดกันเฝ้าดูแลหญิงสาว ขณะที่สาวิตรีอ้าปากค้างไม่คิดว่าว่าที่เจ้าบ่าวของเพื่อนจะมาที่นี่ด้วย

“ว่าไง มันไปทางไหนรู้หรือเปล่า” ภควัติถามเสียงแข็งเมื่อมาถึง เรื่องความบกพร่องของบอดี้การ์ดนั้นเอาไว้ทีหลัง หญิงสาวสำคัญกว่า

“รอยเท้าไปทางนั้นครับนาย" ลูกน้องอีกคนหนึ่งที่ไผทสั่งให้ไปตามรอยก่อน วิ่งเข้ามาพร้อมกับรองเท้าของภาวการณ์ ภควัติและคนอื่นช่วยกันหาตามบังกะโลต่าง ๆ อย่างเงียบเชียบโดยไม่ให้รบกวนแขกที่มาพัก ส่วนสาว ๆ นั้นไผทให้ยืนรออยู่ที่บังกะโล

“เจอหรือเปล่า” ภควัติถามอย่างร้อนใจเมื่อหาทุกบังกะโลแล้วก็ไม่เจอ

“ไม่เจอครับ อาจจะไปไกลกว่านี้”

“ทุกคนออกตามหากันอีกที” ภควัติสั่งลูกน้อง ขณะที่ตัวเองภาวนาอยู่ในใจ ภาพของหญิงสาวที่อยู่ในอันตรายผุดขึ้นมาในความคิดตลอดเวลา 

รอผมนะ ภา ผมกำลังจะไปหาคุณ

ความคิดเห็น

}