1Nightstand / น้ำตาแม่มด

เรื่องนี้จะอัพวันเว้นวันนะคะ เป็นเรื่องที่สองที่มีความดาร์กในอดีตของนางเอกค่อนข้างเยอะ ฝากติดตามเรื่องใหม่นี้ด้วยนะคะ ดาว ไลค์ หรือคอมเม้น ทุกอย่างเป็นกำลังใจชั้นเลิศสำหรับไรท์ อาจจะเขียนไม่เก่ง แต่ความตั้งใจเต็มร้อยค่า....😀😁

Headache...เรื่องน่าปวดหัว

ชื่อตอน : Headache...เรื่องน่าปวดหัว

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย อีโรติก

คนเข้าชมทั้งหมด : 1.3k

ความคิดเห็น : 7

ปรับปรุงล่าสุด : 15 มิ.ย. 2560 10:14 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
Headache...เรื่องน่าปวดหัว
แบบอักษร

...ตอน Headache...เรื่องน่าปวดหัว...




แสงแดดที่สาดส่องผ่านกระจกใสเข้ามาให้ห้องนอนทำเอาร่างสูงที่นอนหลับอย่างเป็นสุขเริ่มกลิ้งตัวไปมาเพราะถูกความร้อนและความสว่างจ้าปลุกให้ตื่นขึ้นมา มือหนากวาดไปข้างๆตัวเพื่อควานหาหมอนข้างมีชีวิตที่ตนก่ายกอดมาตลอดทั้งคืน แต่ก็พบความว่างเปล่าทำเอาเด้งตื่นขึ้นมานั่งมองกวาดไปรอบๆห้องด้วยความกลัวว่าหญิงสาวจะหนีไปเพราะความเจ้าเล่ห์ของเขาที่หลอกล่อเธอให้ตอบรับกับกิจกรรมรักครั้งแรกเมื่อคืน

ร่างบางที่นั่งแต่งหน้าอยู่ตรงหน้าโต๊ะเครื่องแป้งทำเอาชายหนุ่มถอนหายใจออกมาอย่างโล่งใจ มือหนาคว้าหยิบผ้าขนหนูมาพันรอบๆเอวแล้วเดินไปโอบกอดอ้อนคนรักจากทางด้านหลัง “จะไปไหนแต่เช้าครับ แล้วทำไมไม่ปลุกผมล่ะ ชาทำเหมือนได้ผมแล้วจะชิงหนีเลย”

//เพี้ยะ// “บ้า!! ชาสิที่ต้องเป็นคนพูดคำนี้ ไม่ใช่ทรัพย์”มือบางตีลงที่แขนแกร่งที่โอบรอบร่างเธออยู่โทษฐานที่ทำเธออายตั้งแต่เช้า “ถ้าอยากจะออกไปด้วยกันก็รีบไปอาบน้ำ ชาให้เวลาแค่สิบนาที ถ้าทรัพย์ช้า ชาจะไม่รอ”

//ฟอด// “รับทราบ รอแปปนึงนะครับ” ทรัพย์กดหอมแก้มบางอย่างอารมณ์ดี ก่อนจะเดินเข้าห้องน้ำไปอาบน้ำแต่งตัว เพื่อที่จะได้ออกไปทำธุระของแฟนสาว


“ชาจะไม่บอกผมจริงๆเหรอว่าพวกเรากำลังจะไปไหนกัน”ตอนนี้ทั้งสองคนมาอยู่ในรถที่กำลังเคลื่อนตัวเข้าสู่ใจกลางเมืองกรุงเทพ โดยคนขับคือทรัพย์ที่ขับไปตามทางที่หญิงสาวข้างกายบอก

“ทรัพย์จำได้ไหมว่าพวกเราสัญญาอะไรกับน้ำฟ้าเอาไว้ เลี้ยวขวา”นัยน์ตาหวานจดจ้องอยู่ที่หน้าจอของมือถือที่โชว์แอพริเคชั่นแผนที่

“ได้สิ ทรัพย์ก็จัดการในส่วนที่มารับปากแล้วนิ ทำไมเหรอ หรือว่าพี่ฟ้าโทรมาบอกว่างานมีปัญหา”คิ้วหนาขมวดเข้าหากันอย่างไม่เข้าใจ ก็ในเมื่อเขาจัดการในส่วนงานที่รับปากมาจนเรียบร้อยแล้ว จนกระทั้งเขาเห็นป้ายขนาดใหญ่ของบริษัทแห่งหนึ่งที่เขาจำได้ว่าหญิงสาวข้างกายได้พูดอะไรเอาไว้ในวันนั้น “เฮ้ย!! บริษัทแลนด์บุ๊คมาร์คนิ ชารู้จักเจ้าของจริงๆเหรอ” ดวงตาของชายหนุ่มเบิกโตอย่างตกใจปนสงสัย

“หมายถึงมิสเตอร์ชาลีใช่ไหม ก็...รู้จักกันประมาณหนึ่ง”ทิชาตอบรับแบบแบ่งรับแบ่งสู้ หญิงสาวไม่อธิบายขยายความเพิ่มเธอเปิดประตูลงจากรถทันทีที่รถจอดนิ่งสนิท

“สวัสดีค่ะ บริษัทแลนด์บุ๊คมาร์คยินดีต้อนรับค่ะ ไม่ทราบว่าคุณลูกค้าจะมาติดต่อเรื่องอะไรคะ”ประชาสัมพันธ์สาวยกมือขึ้นไหว้อย่างสวยงาม ก่อนจะส่งยิ้มและเอ่ยถ้อยคำต้อนรับตามที่ได้ฝึกมา

“ไม่ทราบว่าวันนี้มิสเตอร์ชาลีเข้าบริษัทไหมคะ”คำถามถึงผู้บริหารของบริษัทของชาทำให้พนักงานส่วนใหญ่หันมามองอย่างสนใจ

“ท่านประธานเข้ามาค่ะ คุณลูกค้ามีเรื่องอะไรจะติดต่อคะ ดิฉันขอแนะนำให้ติดต่อคุยกับคุณประพันธ์ รองประธานของบริษัทแทนน่าจะดีกว่านะคะ”

“ไม่ล่ะค่ะ แจ้งเลขาของมิสเตอร์ชาลีให้ฉันหน่อยคะ ว่าทิชากร ภูมิพิชิตมาขอเข้าพบท่านประธาน” ทิชายังคงยืนยันความต้องการเดิม พร้อมแจ้งชื่อและนามสกุลของตัวเองไป

ประชาสัมพันธ์สาวสะดุ้งตกใจทันทีที่ได้ยินนามสกุลของหญิงสาวที่มาติดต่อ พนักงานส่วนใหญ่ย่อมรู้จักนามสกุลเก่าของนายหญิงสมิธดีอยู่แล้ว มือจึงรีบหยิบหูโทรศัพท์ขึ้นต่อสายหาเลขาท่านประทานทันที พูดกับอีกฝ่ายไม่กี่ประโยคก็ได้รับคำตอบกลับมา “ท่านประธานบอกให้คุณหนูขึ้นไปเลยค่ะ”

สรรพนามที่พนักงานเปลี่ยนมาแทนตัวของทิชา ทำเอาทรัพย์ขมวดคิ้วเข้าหากันอย่างสงสัย แฟนสาวเขาเป็นใครกันแน่ ทำให้ถึงรู้สึกบริษัทสื่อสิ่งพิมพ์ยักษ์ใหญ่ของอังกฤษได้ และท่าทางต้อนรับอย่างดีเป็นพิเศษของพนักงานบริษัทอีก “ชาจะไม่บอกทรัพย์หน่อยเหรอว่ารู้จักกับประธานบริษัทแลนด์บุ๊คมาร์คได้ยังไง”

แต่ก่อนที่ร่างบางจะได้ทันตอบคำถามแฟนหนุ่ม ลิฟต์ตัวที่ทั้งสองโดยสารมาการเคลื่อนขึ้นมาถึงชั้นผู้บริหาร ประตูเปิดออกพร้อมทั้งการมาต้อนรับของเลขาสาวของท่านประธาน “คุณหนูทิชาสวัสดีค่ะ ท่านประธานรออยู่ในห้องแล้วคะ”

ทิชากับทรัพย์เดินตามเข้าไปในห้องทำงานขณะใหญ่ที่มีชายหนุ่มต่างชาติก้มหน้าก้มตาทำงานอยู่ ทรัพย์เพ่งมองอย่างเพ่งพินิจใบหน้าหล่อเหลาสไตล์หนุ่มยุโรป ผมสีน้ำตาล ตาสีฟ้า จมูกเป็นสันโด่ง แต่ก็พอมีเค้าโครงหน้ามาทางเอเชียคือไม่ดูคมสันมากเกินไปมีความละมุนหวานแฝงอยู่ ทันทีที่ฝ่ายนั้นเงยหน้ามาเห็นคนรักของเขาก็รีบลุกขึ้นแล้วปรี่มากอดร่างบางไว้ทันที

“น้องชา พี่คิดถึงเรามาก”ประโยคภาษาไทยที่พูดออกมาค่อนข้างเปล่งเพี้ยนแต่ก็พอจับใจความได้ แต่ทรัพย์ไม่ได้สนใจในสิ่งที่ชายอีกคนพูดเลย เขาเบิกตาโตทันทีที่ร่างของแฟนสาวเข้าไปอยู่ในอ้อมแขนของผู้ชายคนอื่นที่ไม่ใช่เขา

“เฮ้ย!! ทำอะไรนะ”มือหนาดึงร่างของคนรักเข้ามาตัวเองทันที พร้อมทั้งโอบกอดร่างบางเอาไว้อย่างหวงแหน

“น้องชา ผู้ชายคนนี้เป็นใครคะ หนูไม่คิดจะแนะนำให้พี่รู้จักหน่อยเหรอ”หญิงสาวแทบกรอกตาไม่รอบทิศกับน้ำเสียงไม่พอใจปนหงุดหงิดของผู้ชายที่เธอมาหา เธอรู้สึกถึงบรรยากาศที่เปลี่ยนไป มันช่างน่าอึดอัดจนรู้สึกขนลุก??

“เออ...ทรัพย์ นี้พี่ฌอร์น หรือคุณชาลี ฌอร์น สมิธ ลูกพี่ลูกน้องของชาเอง พ่อของชาเป็นน้องชายของแม่พี่ฌอร์น ส่วนนี้ทรัพย์ค่ะ แฟนของชาเอง”หญิงสาวคนกลางแนะนำชายหนุ่มทั้งสองให้รู้จักกันอย่างใจเย็น

“พี่ชาย?/boyfriend?”สองหนุ่มตะโกนขึ้นมาพร้อมๆกัน

“หนูมีแฟนทำไมไม่บอกพี่ก่อนคะ พี่จะได้ช่วยเราดูว่าผู้ชายคนนั้นมาดีรึเปล่า”ฌอร์นไม่พูดเปล่า เขาใช้จังหวะที่ทรัพย์ยังคงตกใจกระชากน้องสาวกลับมาในอ้อมแขนของเขาอีกครั้ง “แล้วนี้คบกันนานหรือยังคะ น้องชาไม่บอกพี่แบบนี้ พี่ก็น้อยใจเป็นเหมือนกันนะ เรื่องของไอ้ตาแก่บ้ากามก็อีกเรื่องหนึ่ง ถ้าพี่ไม่บังเอิญกลับมาไทยแล้วไปหาเราที่บ้าน พี่ก็คงจะไม่รู้เรื่องเลยใช่ไหม”มือหนาลูบศีรษะของน้องสาวอย่างแผ่วเบาก่อนจะดึงมากอดแน่น สร้างความรู้สึกหมั่นไส้ให้กับทรัพย์เป็นอย่างมาก

“พี่ฌอร์นไม่ต้องเป็นห่วงชาอีกแล้วครับ ผมสามารถดูแลชาได้”ทรัพย์ใช้ความหน้าด้านแทนอีกฝ่ายว่าพี่เหมือนคนรักโดยไม่คิดจะขออนุญาตเจ้าของชื่อก่อน น้ำเสียงที่พูดนั้นก็ไม่มีความถ่อมตน คล้ายไม่ใส่ใจว่าอีกฝ่ายคือพี่ชายของคนรัก พร้อมทั้งดึงร่างของทิชากลับเข้ามาหาตนเองอีกครั้ง

หญิงสาวแทบอยากจะกลอกตาให้หมุน 360 องศาพร้อมถอนหายใจออกมาจนหมดลม ตอนนี้เธอไม่ต่างอะไรกับเชือกที่ถูกดึงไปมาระหว่างคนรักและพี่ชาย ช่างเหมือนกับที่คิดไว้ก่อนหน้านี้เลย

ฌอร์นเป็นพี่ชายที่รักและหวงทิชาประหนึ่งเป็นพ่อคนที่สอง ตั้งแต่ที่พ่อเธอจากไปฌอร์นก็เข้ามารับบทบาทในการดูแลเรื่องทุกอย่างของเธอแทนแม่ที่กำลังอ่อนแอจากการเสียสามีที่รักไป อีกทั้งแม่เป็นเพียงแม่บ้านที่ไม่ได้ทำงาน ทำให้ลูกพี่ลูกน้องของเธอคนนี้ต้องเข้ามาดูแลเรื่องค่าใช้จ่ายในการเรียนและใช้ชีวิตของเธอมาโดยตลอด ในสายตาคนอื่นเขาเป็นผู้บริหารที่เฉียบขาด แต่กับเธอนั้นเขาเป็นผู้ชายอ่อนโยน ที่เฝ้าทะนุถนอมเธอราวกับเธอเป็นตุ๊กตาที่เขาพร้อมจะปกป้องดูแลตลอดเวลา ที่ผ่านมามันเลยเหมือนเธอเป็นอภิสิทธิ์ของเขาแต่เพียงผู้เดียว

“พอได้แล้วค่ะ ทำตัวเป็นเด็กๆกันอยู่ได้”หญิงสาวสะบัดแขนให้หลุดจากการจับจากสองหนุ่ม ก่อนจะเดินนำไปยังส่วนของโซฟา แล้วนั่งลงเพื่อเตรียมคุยธุระที่เธอมาที่นี้ “ขยับออกห่างหน่อยได้ไหม ชาอึดอัด”สองหนุ่มเร่งฝีเท้าเดินตามมาแล้วนั่งลงขนาบทั้งสองข้างของเธอ ทั้งสองต่างขยับเข้ามาใกล้จนแทบจะเกบตักของเธออยู่แล้ว

“ชามีธุระจะคุยกับพี่ฌอร์นไม่ใช่เหรอ รีบพูดเลย เราจะได้รีบกลับ งานที่โรงแรมกองสูงเท่าหัวแล้วมั่ง”ทรัพย์สะกิดแขนเร่งคนรัก ก่อนจะยกเรื่องที่เธอเป็นกังวลมากที่สุดมาอ้าง

“งานเยอะก็กลับไปทำเองสิ มาเกาะติดกับน้องชาทำไม น่ารำคาญ”ฌอร์นพูดด้วยน้ำเสียงที่ไม่ดังมากหนัก ราวกับบ่นกับตัวเอง แต่ตำแหน่งนั่งที่ค่อนข้างใกล้กันทำให้อีกสองคนจึงได้ยินชัดทุกประโยค “น้องชาค่ะ พี่ฌอร์นว่าหนูมาทำงานกับพี่ที่นี้ดีกว่าไหม หนูอยากทำตำแหน่งไหนบอกมาได้เลยเดี๋ยวพี่จัดการให้ จะได้ไม่ต้องไปคอยรับใช้คนอื่นเค้า” คำพูดของพี่เมียแทบทำทรัพย์ควันออกหู เรื่องอะไรจะยอมให้พรากเมียไปง่ายๆแบบนั้น ชายหนุ่มกอดร่างของคนรักเอาไว้แน่น พร้อมแยกเขี้ยวขู่คนที่คิดจะมาแย่งเธอไป

“พอแล้วค่ะ ขืนยังเถียงกันอยู่แบบนี้ชาก็ไม่ได้พูดธุระกันพอดี”หญิงสาวร้องห้ามออกมาอีกครั้ง เพราะแบบนี้ไงเลยไม่อยากให้มาเจอกัน “พี่ฌอร์นไปนั่งที่โซฟาตัวนั้นเลยค่ะ ทรัพย์ก็เหมือนกันแยกไปนั่งตัวนั้นเลย”ร่างบางชี้ไปยังโซฟาเดียวที่อยู่ฝั่งซ้ายขวา พร้อมดันร่างใหญ่ของสองหนุ่มให้ขยับออกไปตามคำสั่งของเธอ

“ชาอ่ะ/น้องชา”เสียงโอดครวญของฌอร์นและทรัพย์ดังขึ้นทันที แต่พอเห็นว่าหญิงสาวไม่ยอมใจอ่อนอ่อนข้อให้จึงยอมย้ายไปนั่งโซฟาที่ร่างบางบอก

“ทีนี้คงพร้อมกันแล้วนะคะ ชาจะได้เข้าเรื่องซะที”เมื่อเห็นทั้งสองยอมนั่งสงบในที่ของตัวเอง ทิชาก็เริ่มพูดธุระที่ทำให้เธอเข้ามาหาพี่ชายที่บริษัทแห่งนี้

ทิชาเล่าเรื่องหุ้นโรงเรียนของน้ำฟ้าให้กับชาลีฟัง อีกฝ่ายนั่งรับฟังโดยดีและยอมรับว่าตอนแรกสนใจที่จะซื้อหุ้นตัวนั้นจริง แต่ตอนหลังๆมาเห็นความผิดปกติบางอย่างของหุ้นตัวนั้นจึงสั่งระงับการติดต่อซื้อขาย และบอกกับทิชาให้วางใจว่าตัวเขาจะคอยช่วยดูและดึงๆเอาไว้ ยังจะไม่ซื้อขายและจะไม่ให้ฝ่ายนั้นปล่อยขายให้คนอื่นเช่นกัน

“มีอารมณ์ห่วงหุ้นของโรงเรียนเพื่อน ไม่คิดจะห่วงหุ้นของครอบครัวบ้างเหรอ”เมื่อบทสนทนาในส่วนธุระของน้องสาวจบลง ฌอร์นก็ถือโอกาสยกอีกเรื่องมาพูดทันที เพราะเขาพอรู้ว่าที่น้องไม่ยอมเข้ามาหาเขาบ่อยๆนั้นเพราะไม่อยากจะคุยเรื่องของธุรกิจของตระกูล

“ของครอบครัวอะไรกัน พี่ฌอร์นก็รู้ว่าทางนั้นไม่ได้อยากให้พวกเราเข้าไปยุ่ง เห็นแก่ตัวได้แม้แต่ญาติสายเลือดเดียวกัน พอพ่อชาเสีย หรือแค่คุณน้าแต่งงานกับคนต่างชาติกลับใช้เรื่องไร้สาระพวกนี้มากันพวกเราออกจากหุ้น เป็นไงล่ะสุดท้ายก็ไปไม่รอด”

“แต่ชาอย่าลืมนะว่านั้นเป็ยบริษัทที่คุณตาคุณยายสร้างขึ้นมานะ เราจะยอมปล่อยให้มันจบเพราะการบริหารแย่ๆของคนพวกนั้นได้จริงๆเหรอ” ผู้เป็นพี่พยายามเตือนสติน้องสาว ถึงเขาจะถูกกันออกจากหุ้นตัวนั้นไม่ต่างกับเธอ แต่เพราะคำขอของมารดา และตัวเขาที่ไม่มีอคติกับพวกญาติมากเท่ากับทิชา อาจเป็นเพราะตอนนั้นตัวเขายังมีแด๊ดที่คอยดูแลทั้งเขาและแม่เป็นอย่างดี ชีวิตจึงไม่ลำบากอะไร แตกต่างกับชาที่พอคุณลุงจากไปนอกจากจะขาดหลักยึด เงินหรือหุ้นที่ควรได้กลับถูกพวกญาติๆโกงไปอีก ทำให้เธอต้องใช้ชีวิตอย่างลำบาก จนทางเขาต้องยื่นมือเข้าไปช่วย สถานะการเงินจึงดีขึ้น

“พี่ฌอร์นเข้าไปดูเองเหอะค่ะ ชาไม่เอาด้วยหรอก เดี๋ยวทางนั้นจะหาว่าเราเข้ามาซ้ำเติมหรือไม่อาจหาว่าพวกเรามาหาผลประโยชน์ คืดแย่งหุ้นไป หรือไม่ก็คิดว่าพวกเราจะมาปลอกลอกพวกเขาอีก”หญิงสาวยังคงดื้อดึงปฏิเสธกลับไปเสียแข็ง “ไม่มีเรื่องอะไรแล้วนะ ชากลับเลยนะคะ แล้วจะมาเยี่ยมหาใหม่ค่ะ สวัสดีค่ะ”

ชาลีทำได้แต่พยักหน้าตอบรับ เขารู้ดีว่าตอนนี้น้องหงุดหงิดมากแค่ไหนจึงไม่คิดจะรั้งเอาไว้ ทำได้แค่ดึงร่างบางมากอดลาและปล่อยให้ว่าที่น้องเขยจูงมือทิชากรออกจากห้องทำงานไป


หลังจากที่ทิชาจัดการเรื่องที่ได้รับปากน้ำฟ้าไปเรียบร้อยแล้ว วันนี้เธอก็มีนัดคุยถามไถ่ข่าวคราวความเป็นไปเรื่องหุ้นที่น้ำฟ้าวุ่นมาตลอดหลายอาทิตย์ จนแทบไม่ได้ติดต่อกับเพื่อนคนอื่นๆเลย ซึ่งสองสาวนัดเจอกันที่ร้านกาแฟชื่อดังโดยมีแฟนหนุ่มของทั้งคู่ตามมาด้วย

“ยัยฟ้าเป็นไงบ้างแก ทำไมหน้าแกโทรมแบบนี้เนี้ย” ใบหน้าที่ดูเครียดของน้ำฟ้า ทำให้สีหน้าดูหมองและไม่สดใสเหมือนที่ผ่านมาจนทิชาอดเป็นห่วงไม่ได้

“มีเรื่องอีกแล้วอ่ะแก แทบเรียกได้ว่าใหญ่กว่าเรื่องหุ้นอีก ทำเอาฉันกับพี่พีทแทบไม่ได้นอน ปวดหัวกับมันมากเลย” ประโยคที่ปล่อยมาพลอยทำให้เลขาสาวรู้สึกเครียดตามไปด้วย เธอคว้ามือของเพื่อนสาวมากุมหวังให้กำลังใจ

“เรื่องอะไรแก เล่ามา ยังไงฉันก็จะหาทางช่วยแกเต็มที่อยู่แล้ว” ทั้งน้ำเสียงและสายตาที่มองเพื่อนสาวเต็มไปด้วยความเห็นใจและหวังดีอยากแบ่งเบาภาระที่หนักอึ้งมาบ้าง

“เมื่ออาทิตย์ก่อนฉันไปหาคุณภามา แล้วได้รับกล่องไม้มาจากคุณภามากล่องหนึ่ง คุณภาบอกฉันว่าพ่อฝากเอาไว้ให้ฉันตอนที่ฉันกลับมาเมื่อไทย พอฉันกับพี่พีทเปิดดูของภายในพบว่ามันเป็นเอกสารโอนหุ้นโรงเรียนส่วนหนึ่งให้กับแม่ แล้วพ่อเป็นเพียงผู้ดูแลมันในระหว่างที่ฉันยังไม่บรรลุนิติภาวะ”น้ำฟ้าหยิบเอกสารในกล่องไม้นั้นออกมาให้เพื่อนดูพราวเล่าเรื่องต่างๆออกไป

“แต่ตอนนี้แกบรรลุนิติภาวะแล้วนิ แล้วทำให้หุ้นที่เป็นชื่อแม่แกถึงไม่โอนมาหาแกที่เป็นลูกล่ะ ในเมื่อถ้านับตามลำดับแล้วคนที่จะได้รับมรดกหากไม่ได้ทำพินัยกรรมก็จะมีพ่อแม่ สามีแล้วก็ลูก ในเมื่อตากับยายของแกเสียแล้ว พ่อของแกก็ไม่อยู่แล้ว มันก็ต้องตกมาหาแกได้แล้วสิ”ทิชาพลิกอ่านเอกสารเหล่านั้นอย่างรวดเร็ว

“นั้นแหละที่ฉันกับพี่พีทสงสัย การที่ฉันไม่รู้เรื่องหุ้นตัวนั้นเลย อาจเป็นเพราะพ่อยังคงดูแลมันอยู่” หญิงสาวลองบอกของสันนิษฐานของเธอและพีทให้กับทิชาและทรัพย์ฟัง

“แกหมายความว่ายังไง? ดูแลอยู่? มันจะเป็นไปได้ยังไงในเมื่อลุงภพเสียชีวิตไปแล้ว แกก็รู้ดีนิ ก็พวกเรายังไปงานศพด้วยกันอยู่เลย”ทิชาส่ายหน้าไปมาอย่างไม่เข้าใจความคิดของอีกฝ่าย

“คือ...ฉันกับพี่พีทคิดว่าพ่ออาจยังมีชีวิตอยู่" ทิชาอ้าปากค้างกับสิ่งที่ได้ยิน "แต่ฉันกับพี่พีทก็ยังไม่แน่ใจนะ พยายามสืบมาตลอดหนึ่งอาทิตย์เนี้ย ตอนนี้ฉันก็ยังลังเล สองจิตสองใจอยู่ว่าพ่อยังอยู่หรือพวกฉันแค่คิดมากไปเอง แต่พอมาคิดย้อนๆไปฉันก็เริ่มคิดว่าที่ผ่านมาฉันอาจถูกพ่อหลอกอยู่ก็ได้ แกจำได้ไหมวันงานของพ่อที่แกไปฉัน แกยังถามอยู่เลยว่าทำไมแขกที่มาร่วมงานน้อยมากทั้งๆที่พ่อถึงเป็นนักธุรกิจใหญ่ คนนับหน้าถือตาก็เยอะ แต่แขกที่มาร่วมงานมีแต่ญาติทั้งนั้น ข่าวงานศพก็ไม่ค่อยมีใครรู้ อีกอย่างนะฉันก็ไม่เคยเห็นศพพ่อด้วย”

“หมายความว่าไง แกจะไม่เห็นศพพ่อแกได้ไง ตอนรดน้ำศพล่ะ หรือตอนจะเผาอีก”ทิชาส่ายหน้าไปมายังคงไม่เชื่อในเรื่องที่เพื่อนเล่ามา

“จริงๆนะ วันรดน้ำศพฉันยังกลับมาไม่ถึงไทยเลย แกอย่าลืมว่าฉันไม่รู้ข่าวพ่อป่วยเลย รู้อีกทีท่านก็เสียแล้ว ส่วนก่อนเผาคุณภาอ้างว่าพ่อสั่งเสียว่าห้ามเปิดโลงศพก่อนเผา เห็นบอกว่าท่านไม่อยากให้คนสนิทมาเห็นท่านในสภาพที่แย่แบบนั้น ก็เลยไม่มีการเปิดโลง”

“ใบมรณบัตรล่ะ แกตรวจสอบยัง” ใบกระดาษหนึ่งใบที่จะทำเมื่อบุคคลนั้นเสียชีวิตเป็นหลักฐานชิ้นสำคัญในการยืนยันข้อสงสัยทั้งหมด

“พี่พีทกำลังให้ลูกน้องหาอยู่ ฉันมีในมือเป็นแบบสำเนา น้าภาเก็บเอกสารตัวจริงเหล่านั้นเอาไว้หมด แต่มันอาจเป็นของปลอมที่ทำขึ้นมาก็ได้ ตอนนี้เลยต้องพยายามล้วงเข้าไปในระบบของราชการ มันเลยใช้เวลาหน่อย” น้ำฟ้าถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่ เธอปวดหัวกับเรื่องนี้มาหลายวันจนแทบไม่ได้สนใจเรื่องหุ้นของโรงเรียนเลย

“ถ้าสมมุตินะ ถ้าลุงภพยังไม่ตายจริงๆ พ่อแกจะทำให้คนอื่นเข้าใจว่าตัวเองตายแล้วไปทำไม”ทิชาถามคำถามที่เป็นสิ่งที่พีทและน้ำฟ้าสงสัยถึงสาเหตุมาโดยตลอด

“เพื่อจับคนโกงล่ะมั่งครับ”ทรัพย์พูดแทรกขึ้นมาหลังจากที่เขาจมอยู่กับเอกสารในมืออยู่นานจนไม่ได้ร่วมคุยกับคนอื่น “ตอนนั้นที่เราคุยกัน ผมจำได้ว่าหุ้นที่เราคำนวณของทางญาติพี่น้ำฟ้ามีประมาณ 45% ใช่ไหมครับ แต่ถ้าลองมาดูจากเอกสารเหล่านี้ปรากฏว่าหุ้นที่ทางนั้นจะได้ถือครองมีเพียง 15% เท่านั้น อีก 30% เป็นของพี่น้ำฟ้าแล้วก็ของแม่พี่ ไม่เชื่อลองดูเอกสารตัวนี้สิครับ มันติดอยู่กับเอกสารที่โอนหุ้นให้แม่พี่น้ำฟ้า”

เอกสารแผ่นหนึ่งที่ดูหนาเป็นพิเศษจริงๆแล้วมันเป็นเอกสารสองแผ่นซ้อนกันอยู่ ต้องบี้หัวกระดาษอยู่นานกว่าจะแยกสองแผ่นออกจากกันได้ ทรัพย์ส่งเอกสารแผ่นใหม่ที่เขาพึ่งเจอให้กับน้ำฟ้าและพีท

“ถ้ายังนั้นก็ลงล็อกกับที่พี่ฌอร์นบอกวันก่อนเลยว่าหุ้นที่ทางนั้นเสนอมามีความผิดปกติและดูน่าสงสัย”บทสนทนากับพี่ชายผุดขึ้นมาในหัวของทิชา

“พี่ฌอร์น? ใครกัน อ๋อ...ชาลี ฌอร์น สมิธ ญาติผู้พี่แกใช่ไหม”ชื่อที่ไม่คุ้นทำให้น้ำฟ้าถามเพื่อนกลับไป แต่ไม่นานเธอก็นึกถึงญาติหนุ่มที่ดูแลทิชามาตั้งแต่เรียนชั้นมัธยมออก

“อืมม..ใช่ แล้วตอนนี้แกจะทำยังไงต่อ อะไรหลายๆอย่างเริ่มยืนยันว่าคุณลุงภพยังมีชีวิตอยู่แบบนี้”

“หาตัวให้เจอก่อนแล้วค่อยว่ากัน ถ้าถึงตอนนั้นแล้วความจริงปรากฏว่าพ่อหลอกฉัน ฉันจะไปต่างประเทศทันที จะไม่สนว่าเหตุผลที่เขาทำแบบนี้เพราะอะไร โรงเรียนจะเป็นยังไงต่อไปก็ช่างมัน การที่เขาทำแบบนี้แปลว่าเขาไม่เห็นว่าฉันเป็นลูก ดังนั้นฉันก็จะไม่สนในสิ่งที่ท่านรักเหมือนกัน”พอคิดตามว่าพ่อเธอยังมีชีวิตอยู่ แล้วตัวเธอโดนหลอกมาหลายปี ความโกรธก็พุ่งเข้ามาแทรกทุกอารมณ์และเหตุผล มันทั้งดีใจที่ท่านยังมีชีวิต น้อยใจที่ท่านไม่สนใจความรู้สึกเธอเลย และเสียใจที่ท่านโกหกเธอในเรื่องที่ร้ายแรงแบบนี้

“เฮ้ย! แกใจเย็นก่อน มันอาจจะไม่มีอะไรก็ได้ อย่าพึ่งหัวร้อนนำไปก่อนสิ เดี๋ยวเรื่องอื่นพานจะมีปัญหาไปด้วย”ทิชานวดไปตามเนื้อตัวของเพื่อนสาว หวังใช้สัมผัสอุ่นและการหยอกล้อให้เธออารมณ์ดีขึ้น

“นั้นสิ พี่ก็เห็นด้วยกับคุณทิชานะ พวกเราอย่าพึ่งคิดไปไกลขนาดนั้น ในอนาคตอะไรๆก็สามารถเปลี่ยนแปลงได้ ตอนนี้เราควรมีสติและรอหลักฐานทุกอย่างก่อนดีกว่าแล้วค่อยคิดแผนต่อไปกัน”พีทจับศีรษะของน้ำฟ้าส่ายไปมาคล้ายอยากให้เธอสลัดความคิดที่ไม่สบายใจทิ้งไปซะ “ตอนนี้เรากินข้าวกันก่อนเถอะ คุยกันต่อก็ไม่ได้อะไรอยู่ดี เพราะยังต้องรอหลักฐานก่อน ปล่อยอาหารไว้นานแล้วเดี๋ยวมันเย็นไปกว่านี้แล้วจะไม่อร่อย”

อาหารมื้อเที่ยงที่มาเสริฟวางบนโต๊ะได้พักใหญ่ก็ถูกสนใจจากคนสั่งอีกครั้งหลังจากที่มันถูกลืมเลือนไปนาน ทั้งสี่หยิบช้อนซ้อมขึ้นมาแล้วลงมือทานอาหารอย่างเอร็ดอร่อย บทสนทนาบนโต๊ะเปลี่ยนเป็นเรื่องราวที่เบาสมอง ทั้งเรื่องชีวิตคู่ของแต่ละคน หรือเรื่องหลาน ลูกแฝดของทรายก็ถูกยกมาพูดคุยกันอย่างสนุกสนาน



ชาลี ฌอร์น สมิธ ลูกพี่ลูกน้องที่ดูแลทิชาราวกับเป็นพ่อ

#เนื้อหาเป็นยังไงบ้าง เงียบจนไรท์ชักไม่แน่ใจว่ายังมีคนอ่านอยู่หรือเปล่า คอมเม้นบอกได้นะ ไรท์ยังไม่เก่งต้องการคำแนะนำอีกเยอะ

#อารมณ์เหมือนพ่อตากับลูกเขยที่ไม่ถูกกัน แต่นี้เปลี่ยนเป็นพี่แทน ทรัพย์จะต้องปวดหัวกับพี่ชาย(พ่อ)ของทิชาอีกมากก 555 สมกับความกะล่อนที่มีอยู่เยอะ

#ขอโทษที่มาช้าค่าา พอดีวันศุกร์ที่กำลังจะเขียนปั่นตอนนี้แต่ต้องหมดอารมณ์เพราะคนที่ไรท์เชียร์ในรายการ produce101 ss2 ดันตกรอบแบบชิวเฉียด อาจจะไร้สาระนิดหน่อย 555 แต่ความเศร้าทำให้ไม่มีอารมณ์เขียน พอเมื่อวานเริ่มมีอารมณ์เขียนก็ดันเข้าเวปธัญวลัยไม่ได้อีก เลยมาอัพให้ได้วันนี้ จะรีบเขียนให้อ่านในวันจันทร์แน่ สัญญา


1Nightstand <<< เพจ


แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น