ถั่ว งอก.

ติดเหรียญติดกุญแจนะจ้ะ

“หมาตัวนี้ไง”

ชื่อตอน : “หมาตัวนี้ไง”

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย แอ็คชั่น,บู๊ล้างผลาญ

คนเข้าชมทั้งหมด : 655

ความคิดเห็น : 5

ปรับปรุงล่าสุด : 11 มิ.ย. 2560 09:50 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
“หมาตัวนี้ไง”
แบบอักษร

๑๘

“หมาตัวนี้ไง”

“ตะวันยังไม่ทันตกดินเลยนะ มึงก็จะก๊งเหล้าแล้วเหรอ” อิฐพูดอย่างยิ้มๆขณะที่ญาณนั้นหอบบรรดาบรรจุภัณฑ์ของมึนเมาในกระเป๋าผ้าแล้วก็นั่งลงในโซนพักผ่อนภายในโรงเรียนสอนศิลปะป้องกันด้วยของเขา


บรรดานักเรียนที่มาสอนในวันหยุดนั้นเห็นภาพนี้จนชิน แม้จะถามครูฝึกตัวเองแล้วได้คำตอบที่ว่า ‘แค่เพื่อน’  


แต่ดูยังไงๆก็เหมือนจะมีบางคนคิดมากกว่าเพื่อน


“ขอดื่มหน่อย แก้เครียด...” ญาณพูดไปก็ถอนหายใจไป ขณะที่อิฐนั้นค่อยลงนั่งข้างๆเธอ ร่างบางก็เปิดกระป๋องเบียร์แล้วส่งมันให้ชายหนุ่ม


เขารับมาพร้อมเอ่ยถาม “เครียดเรื่อง ?”


ญาณนั้นยกกระป๋องเบียร์ของเธอซด ก่อนจะหันมองชายหนุ่มด้วยสายตาจริงจังพลางพูดออกมา “...เสียตัวในรอบห้าปี”


กึด!


อิฐกัดปากตัวเองอย่างจัง มือกำกระป๋องเบียร์แน่นจนบุบเข้าไป แล้วเขาก็ค่อยๆตั้งสติพลางถอนหายใจออกมาอย่างกระฟัดกระเฟียด “หมาตัวไหนจะมาเอามึงได้ลงญาณ...”

“หมาเวร...” ญาณตอบกลับในทำนองที่ด่าเขาไปด้วย เธอก็รู้ เขาก็รู้ ต่างคนเลยต่างเงียบไป


“ขออนุญาตครับ” เสียงทุ้มนั้นเอ่ยขึ้น แต่ญาณก็ไม่แน่ใจว่าใช่อย่างที่เธอคิดจริงรึเปล่า เลยหันหลังกลับไปมองที่บานประตูเลื่อนนั้นพบกับร่างสูงในชุดที่คุ้นตา


แม่งใช่จริงด้วย....

ร่างบางหันกลับมาแล้วถอนหายใจพลางพูดพึมพำ “...หมาตัวนี้ไง”







หญิงสาวนั้นจิบๆเบียร์ไปเพลินๆ แค่กระป๋องเดียวเท่านั้นแหละเพราะเธอสนใจที่จะมองเด็กหนุ่มนั้นขยับตัวไปมามากกว่า


เพราะมันสร้างความรำคาญให้แก่เธอได้ดีเลยเชียว


ดูมัน... ดูขายาวๆที่ขยับผิดจังหวะนั้น

นี่มันรำมวยหรือทำไทเก๊กแบบพวกอาม่ากันวะ

แถมอีกอย่างนั้นอิฐสอนด้วยวิธีประนีประนอมเหมือนโอ๋เด็กจนเธอทนไม่ไหว เขาเตะกระสอบทรายแทบไม่แกว่งด้วยซ้ำยังมีหน้าไปชมว่าดีแล้ว


“วันนี้เหมือนแรงจะตกไปเยอะนะ” อิฐพูดพลางสวมอุปกรณ์เป้ามือแล้วเรียกให้เด็กหนุ่มหันมาแล้วยกมันขึ้นมา “...นอนไม่พอหรอ ?”


“ครับ...” กุมภ์ตอบอ้อมแอ้มก่อนจะปล่อยหมัดใส่เป้ามือ เสียงดังปั่ก ปั่ก


เสียงโห่ไม่พอใจของญาณนั้นดังมาแต่ไกล พร้อมร่างบางที่เดินมาพร้อมกระป๋องเบียร์ในมือ เธอเดินเซเล็กน้อยแต่ยังถือว่าพอจะยังมีสติ


เธอเป็นคนคออ่อนง่าย แต่เมายาก ถ้าจะให้เมาจนหมดสติไปเหมือนคราวก่อนก็ต้องมอมไปหลายแก้วหลายกระป๋อง ...อิฐรู้เรื่องนี้ดี


ร่างบางเดินมาแก้เป้ามือออกจากชายหนุ่มแล้วยื่นกระป๋องเบียร์ให้เขาถือ พร้อมหันมาส่งเป้ามือให้กุมภ์แล้วถอดนวมออกจากมือของเขามาสวมแทน


“ถอย” เสียงแหบพร่านั้นพูดขึ้นพร้อมผลักเพื่อนสนิทของเธอออกไปห่างๆตัวแล้วยกมือขึ้นมาตั้งการ์ดรอเด็กหนุ่มสวมเป้ามือเสร็จแล้วยกขึ้นมาตั้งอย่างงงๆ


“ดูนี่นะ” ร่างบางพูดขณะที่ตัวเองนั้นโงนเงนเล็กน้อย แต่เธอก็สะบัดหน้าไปมาแล้วเริ่มขยับเท้าเป็นจังหวะอย่างที่เธอเคยเรียน ก่อนจะบิดสะโพกส่งแรงไปที่หมัดขวาชกเข้าที่เป้ามือของกุมภ์อย่างจัง


เด็กหนุ่มถอยหลังไปด้วยแรงชกนั้น ดวงตาสีนิลเบิกกว้างขึ้นอย่างตกตะลึง


อิฐที่รู้ถึงฝีมือของหญิงสาวดีนั้นคลี่ยิ้มบางๆออกมาก่อนจะวางมือลงบนหัวของเธอแล้วยีไปมา “เมาแล้วชอบโชว์พราว”


“ฮึ่ย...” ญาณทำเสียงรำคาญแล้วปัดมือชายหนุ่ม


ขณะที่มีสายตาคู่นั้นจ้องมองพวกเขาทั้งสองอย่างนิ่งๆ








เมื่อหมดชั่วโมงเรียนนั้นกุมภัณฑ์ก็เก็บอุปกรณ์แล้วก็หันมายกมือไหว้ครูทั้งสองก่อนจะเลื่อนประตูเปิดออกไป


หากแต่เด็กหนุ่มนั้นยังไม่ทันได้ออกไปไหนไกลก็ถูกกระชากให้เข้ามาอยู่ในวงล้อมของบรรดาเด็กวัยรุ่นที่คุ้นตาเขาดี


“ได้ข่าวว่ามึงเรียนมวยเหรอวะ” ขุนพูดขึ้นขณะที่ก้มมองกุมภ์ที่ล้มอยู่กลางวงของพวกเขา ใช้สายตามองตั้งแต่หัวจรดเท้าพลางพูดออกมา “หุ่นมึงก็มีเค้าอยู่นะ...”


“นี่มันเรื่องอะไร ?” กุมภ์ขมวดคิ้วเป็นปมค่อยๆลุกขึ้นยืนแล้วปัดเนื้อปัดตัว


ขุนตรงเข้ามากระชากคอเสื้อของคนที่สูงกว่า ถลึงตาใส่อย่างเอาเรื่อง


“เป็นมึงเองใช่มั้ย !” ขุนตะโกนใส่หน้าเขา “มึงคือไอ้คนที่สวมหน้ากากนั้นใช่มั้ย!!”


“หมายถึงอะไร...” คนที่ยังไม่เข้าใจนั้นหันไปมองที่แผนที่หยิบโทรศัพท์ออกมาแล้วเปิดภาพที่แค็ปมาได้จากวีดีโอ เป็นภาพที่ไม่ค่อยชัดแต่มองเห็นเลือนรางว่าเป็นเสี้ยวหน้าของหน้ากากสีแดง มีเขา

กุมภัณฑ์เบิกตากว้าง ทำให้ขุนยิ่งทึกทักเอาว่าเขาเป็นคนเดียวกัน


“พวกมึงไปเจอ*---”* หากว่าเด็กหนุ่มที่ไม่ทันได้พูดจบนั้นหมัดหนักๆของขุนก็ชกเข้าที่แก้มขวาของเขาก่อนจะถีบเข้าที่ท้องทำให้ร่างสูงเสียหลักล้มลงกองกับพื้น


“สู้ดิวะ !” ขุนตะโกนใส่เด็กหนุ่มที่ล้มลงก่อนจะเตะเข้าที่ตัวของเขาแล้วยกเท้าของมากระทืบแข้งขาของกุมภัณฑ์


แต่ไม่ใช่แค่ขุนที่เป็นคนเดียวที่ทำร้ายร่างกายเขา เด็กในกลุ่มที่เหลือต่างก็ยกเท้ามารุมเตะถีบคนที่นอนกองกับพื้น แม้แผนจะค่อยๆถอยหลังออกมาจากวงนั้น


กุมภ์หวนนึกถึงเรื่องราวในอดีตแล้วเขาก็กัดหมัดแน่น เอาแต่ปัดป้องไปมาไม่สวนกลับไป แต่อย่างนั้นก็แทบไม่ช่วยอะไร


“จำไว้ อย่ามาทำเก่งเสือกเรื่องของกูอีก !” ขุนพูดทิ้งท้ายก่อนจะถ่มน้ำลายใส่พื้นแล้วเดินหนีไปด้วยความสาแก่ใจ


คนที่เรียนศิลปะการป้องกันตัวมานั้นกลับกลายเป็นกระสอบทรายทนไม้ทนมือทนเท้าของเด็กหนุ่มนั้นจนอ่วม


ดวงตาคมที่ลืมตาได้แค่ข้างเดียวในตอนนี้นั้นมองเห็นรองเท้าผ้าใบเดินตรงเข้ามาหาเขา พร้อมกับเจ้าของร่างนั้นนั่งยองๆลงข้างๆ


“เรียนมวยมาให้พวกนั้นอัดเล่นรึไง...”

กุมภ์ค่อยๆยกหัวขึ้นเงยหน้ามองเจ้าของรองเท้าผ้าใบนั้น ญาณถอนหายใจออกมาแล้วมองเขาด้วยสายตาสมเพชเป็นสิ่งสุดท้ายที่เขามองเห็นก่อนจะหมดสติลง


ผ้าชุบน้ำเย็นประคบที่แก้มขวาบนใบหน้าของเด็กหนุ่ม ใบหน้าเรียบเนียนนั้นยังมีแผลพกช้ำจากคราวก่อนไม่ทันจางหายก็ดันมีแผลมาเพิ่มอีกเท่าตัว


เสียงครางในลำคออย่างเจ็บปวดนั้นทำให้ญาณเอามือที่จับผ้าชุบน้ำเย็นออกพร้อมกับดวงตาคมคู่นั้นที่ค่อยๆลืมขึ้นมา


เขาพบว่าตัวเองนอนอยู่บนโซฟาในห้องของเธอ


“ตื่นแล้วเหรอ” เธอพูดทักทายเขาก่อนจะจิ้มนิ้วที่แผลมุมปาก อันที่จริงเธอป้ายยาให้เขา เด็กหนุ่มคิ้วกระตุกด้วยความเจ็บ






“ครู...” มือหนานั้นเอื้อมมาจับมือของเธอเอาไว้ราวกับห้าม แต่แล้วเขากลับเรียกเธอเพื่อจะถามบางอย่าง “ครูคือคนที่ไอ้ขุนมันพูดถึงใช่มั้ยครับ...”




“นายพูดเรื่องอะไร” เธอสะบัดมือของเขา พอจะลุกเดินหนีเสียงทุ้มนั้นก็เอ่ยออกมาช้าๆอย่างยากเย็น





“วันนั้น... วันแรกที่ผมมาหาครู ผมคิดว่าผมตาฝาดแต่ว่าผมเห็น ...หน้ากากมารนั้นอยู่บนเตียงของครู” มือหนาของเขาเอื้อมมาจับมือของเธอเอาไว้ทั้งที่ตัวเองยังนอนบนโซฟา “ครูเป็นนักสู้ใต้ดินคนนั้นเมื่อสิบปีที่แล้วใช่มั้ยครับ...”





______________________


อ้าวเฮ้ย ไม่เหมือนที่คุยกันไว้นี่นา

555555555

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น