หนูแดง/หนูแดงตัวน้อย/NooDangzz
email-icon facebook-icon Twitter-icon

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

สะบายดี ครั้งที่ 7: อย่ายุ่งกับดากเด้อ[100%]

ชื่อตอน : สะบายดี ครั้งที่ 7: อย่ายุ่งกับดากเด้อ[100%]

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 6.2k

ความคิดเห็น : 20

ปรับปรุงล่าสุด : 09 ก.ค. 2560 01:14 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
สะบายดี ครั้งที่ 7: อย่ายุ่งกับดากเด้อ[100%]
แบบอักษร

สะบายดี ครั้งที่****7: อย่ายุ่งกับดากเด้อ

พากลับมาที่ห้อง จัดการวางข้าววางของเสร็จ ผมก็ตั้งท่าจะหันไปบอกมันให้ทำตัวตามสบายเพราะเห็นมันเดินเกร็งๆ มาตั้งแต่เมื้อกี้แล้ว ทั้งที่ปกติมันน่าจะไร้ซึ่งความเกรงอกเกรงใจเหมือนที่เคยทำ ถ้าให้ผมเดานะ ผมว่าเป็นเพราะก่อนจะแยกกันรอบที่แล้ว ผมต่อว่ามันไปน่ะ ครั้งนี้มันก็เลยไม่ค่อยกล้าอะไรกับผมเท่าไหร่

“ไม่ต้องเกร็ง ถือซะว่าเป็นห้องตัวเองก็ได้ ทำตัวตามสบายเถอะ พี่เห็นแล้วอึดอัดแทน”

เรียกแทนตัวเองว่าพี่ไปเรียบร้อย ปั้นรักสบตาผม ผมก็ยิ้มให้ แต่มันไม่ตอบอะไรกลับมาทั้งนั้นนอกจากวางกระเป๋าบาเลนเซียก้าอะไรของมันลงบนโต๊ะใกล้ๆ กับเตียง ก่อนจะทรุดตัวลงนั่งบนพื้น แทนที่จะนั่งบนเตียง

เห็นแล้วผมก็เลิกคิ้วสูงเล็กน้อยประมาณว่า ‘แล้วแต่นะ’ เพราะตอนแรกผมกะว่าจะชวนมันนอนบนเตียงด้วย บังเอิญห้องที่ผมเช่ามันเป็นห้องที่มีเตียงเดี่ยวไซส์ควีนเบด ถึงจะไม่ใหญ่มาก แต่ผู้ชายตัวขนาดผมกับมันก็นอนข้างกันได้สบายๆ โดยไม่ต้องเบียด

พอทำทีเป็นไม่สนใจ เดินไปเปิดตู้เย็น คว้าน้ำดื่มมารินใส่แก้ว ปั้นรักก็ถามขึ้น

“มีผ้าห่มอีกไหม”

หมอนนี่ไม่ถามแล้วเพราะมันเห็นเต็มสองตาว่าบนเตียงมีหมอนอีกใบ ผมพยักพเยิดปลายคางไปยังตู้เสื้อผ้า

“ในตู้น่าจะมีนะ”

สิ้นเสียง ปั้นรักก็ลุกขึ้นไปเปิดตู้ คว้าผ้าห่มสีเขียวที่ลักษณะคล้ายๆ ผ้าขนหนูออกมา จากนั้นก็จัดการเอาปูบนพื้น เห็นก็รู้เลยว่าคืนนี้มันคงจะนอนบนพื้นแน่ๆ ผมไม่ติดใจหรอก รู้ว่ามันคงจะเกรงใจ หรือไม่ก็เกร็งๆ ที่ต้องมาอยู่ร่วมห้องกับผม แต่ถึงอย่างนั้น ผมก็ดันออกปากถาม

“แล้วไม่นอนเตียงกับพี่เหรอ”

ถามเพราะอยากรู้น่ะ ไม่ได้อยากจะให้มันมานอนข้างๆ หรืออะไร และตอนนั้นเองผมถึงได้รู้ว่าผมคิดผิดที่ไปหลงคิดว่ามันเกรงใจ ความจริงแล้วมันน่ะ...

“ไม่เอาอะ เดี๋ยวตื่นมาแล้วไอตกเป็นของยูขึ้นมา ใครจะรับผิดชอบ”

...มันกลัวผมจะทำมิดีมิร้าย

โถ ไอ้ปั้น! มึงนี่น่าปล้ำมากเลยนะ!

ถึงกับต้องประชดประชันมันในใจ เห็นมันทำหน้าแหยงๆ ใส่ผมด้วยแล้ว ผมก็แทบอยากจะไสหัวมันออกไปจากห้อง แต่เป็นคนอนุญาตให้มันมานอนไงเลยพูดออกไปไม่ได้ จึงทำได้แค่บอกเร็วๆ เท่านั้น

“ไม่ทำหรอกน่า เห็นพี่เป็นคนยังไง”

“หื่น” มันตอบหน้าตาเฉย

ผมเลยว่าเสียงเข้มใส่ “ถึงจะเป็นเกย์ แต่พี่ก็เลือกนะ”

ตอกกลับไปอย่างนั้น ปั้นรักก็ไม่พูดอะไร เพราะนัยยะที่ผมแฝงออกมามันหมายถึง...’ต่อให้มึงมายืนแก้ผ้าตรงหน้ากู กูก็ไม่เอามึงหรอก!’ อะไรประมาณนั้น

และดูเหมือนว่าคำพูดนั้นจะทำให้ปั้นรักผ่อนคลายลงเล็กน้อย ก่อนที่มันจะเริ่มเกาตามเนื้อตามตัว เป็นสัญญาณให้ผมรู้ว่ามันคงจะเหนียวตัวเพราะเดินทางทั้งวัน แต่ผมไม่พูดอะไร นอกจากเข้าไปอาบน้ำก่อน พอกลับออกมาถึงได้เอ่ยปาก

“ถ้าเหนียวตัวก็ไปอาบน้ำเถอะ ผ้าเช็ดตัวมีในตู้อีกผืน”

ได้รับอนุญาต ปั้นรักก็พยักหน้ารับอือออ ลุกขึ้นยืน ตรงไปคว้าผ้าเช็ดตัวมาพาดบ่าพลันถอดกางเกงยีนของตัวเองลง เหลือเพียงกางเกงบ็อกเซอร์เท่านั้น

ผมมองตามขณะใช้ผ้าเช็ดตัวเช็ดปลายผมของตัวเองที่เปียกน้ำจนชื้น มองตอนแรกก็ไม่คิดอะไร แค่มองธรรมดา แต่พอมองไปมองมา สายตาเจ้ากรรมก็ดันไปจับจ้องอยู่แต่ลวดลายกางเกงบ็อกเซอร์ของมัน

สีสันฉูดฉาดขนาดนี้ มันกล้าซื้อมาใส่ได้ยังไง...

เป็นสิ่งที่ผมสงสัย และดูท่าสายตาผมจะทำให้ปั้นรักรำคาญใจไม่น้อย ก่อนที่มันซึ่งอยู่ในสภาพมีบ็อกเซอร์ตัวเดียวปกปิดของสงวนจะหันมาสบตาผมพลางว่าเสียงขุ่น

“เอ้า มองๆ”

ผมแสร้งทำเฉยๆ แต่การที่เฉยนั้นทำให้ปั้นรักทำหน้าหาเรื่องใส่

“ยังๆ ยังจะมองอีก”

ผมเลิกคิ้วสูงเล็กน้อย “ทำไม มองไม่ได้เหรอ”

“ถ้ามองหน้าก็ไม่ว่า” มันบอก “แต่มองดากนี่เสียวคัก”

โว้ย! กูไม่ได้มองดากมึงสักหน่อย แค่มองลายกางเกงบ็อกเซอร์มึงเฉยๆ!

ลายกางเกงแม่งก็น่าให้มองจริงๆ นั่นแหละ เด่นสะดุดตา เป็นลายดาวสีเหลือง พื้นสีแดงแจ๋อย่างกับเอาแม่สีมาสาดขนาดนี้ อยากจะถามมันมาก... มึงกลัวควายไม่วิ่งมาขวิดหรือไง

โดยปกติผมจะทำเป็นไม่สนใจนะ กะว่าแค่มองแล้วก็ไม่ได้ใส่ใจอะไร แต่เพราะมันพูดมาอย่างนี้ ผมก็เลยแกล้งทำเป็นจ้องเขม็งเลย

ปั้นรักมองหน้าผมอย่างไม่ไว้ใจ เอามือทั้งสองข้างมากุมแก้มก้นไว้ทันควัน

“แน่ะๆ มองอีก คิดอะไรลามกอยู่อะดิ”

บอกตรงๆ ว่าไม่ได้คิดสักนิด ตอนแรกกะแค่แกล้งมองเขม็งแล้วก็หยุด แต่เห็นท่าทางหวาดระแวงของมันแบบประดิษฐ์ๆ ผมก็อดหมั่นไส้ขึ้นมาไม่ได้

จ้องแม่งเลย จ้องให้มากกว่าเดิม จ้องเขม็ง จ้องตาเป็นมัน จ้องหื่นๆ แกล้งแลบลิ้นเลียริมฝีปากยั่วมันด้วย ปั้นรักออกอาการเลิ่กลั่กเป็นการใหญ่ เห็นท่าทางของมันแล้ว ผมก็รู้สึกสนุกขึ้นมา ยิ่งพอมันหันดาก...เอ้ย ก้นหนี ผมก็จ้องอย่างกับว่าจะสิงเข้าไปในกางเกงบ็อกเซอร์ของมัน

“เลิกมองได้แล้ว เสียว!”

เสียวที่โดนมองหรือเสียวเพราะกลัวว่าผมจะทำมิดีมิร้ายมันก็ไม่รู้ ผมมองอยู่อย่างนั้นอีกครู่หนึ่งแล้วก็แสร้งไม่สนใจเพราะคิดว่าควรยุติการแกล้งแต่เพียงเท่านี้ คราวนี้ปั้นรักถึงได้เริ่มวางท่าทางปกติ แต่ถึงอย่างนั้นก็ยังเหลือบมองผมอย่างไม่ไว้ใจมาเป็นระยะ

“พี่ไม่ทำอะไรหรอกน่า”

พูดไปอย่างนั้นเพราะหนึ่งรำคาญที่มันมองผมในทางไม่ดีไม่ยอมหยุด และสอง...ผมไม่คิดจะทำอะไรมันจริงๆ

ปั้นรักสูดลมหายใจเข้าปอด ส่งสายตาประหนึ่งไม่เชื่อมา ทว่าก็ยอมที่จะเดินผ่านหน้าผมเพื่อไปเข้าห้องน้ำแล้ว ผมก็ว่าจะเลิกแกล้งมันอยู่แล้วนะ แต่พอมันเดินผ่านแล้วพูดใส่ผมว่า...

“ขนดากลุกซู่”

...ผมก็ดันหมั่นไส้มันขึ้นมาอีก

ขนลุกนักใช่ไหม ได้! จกดากมันแม่ง!

ไม่ได้คิดอย่างเดียว ยื่นมือไปจับตูดมันเข้าให้หมับหนึ่ง ปั้นรักสะดุ้งโหยง ร้องเสียงดัง

“เฮ้ย!”

แค่นั้นยังไม่พอ สบโอกาส ผมก็ฟาดไปไม่แรงนักอีกทีดังเพียะ

ผิวเนื้อที่เด้งรับมือนี่มันแบบ... แหม เด้งดีดึ๋งดั๋ง

แน่นอนว่าปั้นรักร้องโวยวายกับการกระทำนั้นของผมสุดเสียง

“ยูทำบ้าอะไรเนี่ย!”

ผมกำลังจะแกล้งบอกมันว่าทำให้เสียวดากมากขึ้นไง ทว่ายังไม่ทันจะได้พูด หมัดหลุนๆ ของมันก็พุ่งมาปะทะที่ซีกหน้าผมแล้ว

ต่อยดังผัวะ ผมถึงกับเสียหลักไปเลย ถึงจะไม่แรงมากแต่รู้สึกทันทีเลยว่าปากแตกเพราะรสเค็มปร่าที่อบอวลในปาก ปั้นรักก็ดูตกใจเหมือนกันที่พลั้งมืออย่างนี้ ทว่าครู่เดียวก็รีบเก็บอาการ รีบพูดเร็วๆ

“เป็นเกย์หื่นบ่นิ เว้าแล้วเว้าอีกว่านอนนำได้อยู่ แต่อย่ายุ่งกับดาก ฮ่วย!”

หลุดภาษาลาวออกมาเฉยเลย จากนั้นก็ตามมาด้วยบ่นเป็นภาษาอังกฤษที่ผมฟังไม่เข้าใจ จากนั้นก็หายเข้าห้องน้ำไปอย่างรวดเร็ว ปล่อยให้ผมยืนสูดปากตัวเองด้วยความเจ็บปวดตามลำพัง ถึงอย่างนั้นก็ยังไม่หยุดบ่น ยังมีเสียงบ่นพึมพำกับการกระทำของผมเมื่อครู่ดังออกมาให้ได้ยินอีกเป็นระยะตลอดการอาบน้ำของมัน จนผมอยากจะพุ่งไปถีบประตูแล้วจกดากมันให้สาแก่ใจ อุตส่าห์ทำเงียบๆ ไม่ตอบโต้แล้วนะ มันยังจะตะโกนมาอีก

“โว้ย! หื่นคัก! บักหื่น!”

“ถ้าไม่หยุดบ่น พี่จะตามจกดากทั้งคืนนะจะบอกให้”

ผมสวนกลับไป เท่านั้นแหละ เสียงเงียบไปเลย พักใหญ่ๆ ปั้นรักถึงออกจากห้องน้ำมาพร้อมกับสีหน้าปั้นปึ่ง

“มาจกดากไอ ไอจะขมิบมือยูให้ขาด”

ผมถึงกับหลุดหัวเราะ

มึงจะโหดยันดากไม่ได้นะไอ้ปั้น!

ทว่าก็ไม่ได้พูดอะไร ได้แต่ยืนมองมันแต่งตัวเร็วๆ ก่อนที่จะทิ้งตัวลงนอนแล้วออกคำสั่งผมหน้าตาเฉย

“ปิดไฟได้แล้ว แล้วตอนไอนอน อย่ามาแอบจับอะไรของไอด้วย ไม่งั้นแจ้งตำรวจนะเว้ย”

“คร้าบๆ”

ผมตอบรับขณะยังหัวเราะอยู่ เดินไปปิดไฟให้มันตามสั่งแต่โดยดี

เพราะตะลอนเที่ยวทั้งวัน พอหัวถึงหมอน ผมก็หลับคร่อกเหมือนชัตดาวน์ตัวเองไปเลย ปั้นรักเองก็เช่นกัน หลังจากที่มันโทรอายัดพวกบัตรสำคัญๆ ที่หายไปกับกระเป๋าเงินเป็นที่เรียรร้อย มันก็ปิดสวิตซ์ตัวเองทันที เหมือนจะหลับไปก่อนผมอีกมั้ง ผมก็ไม่ได้ไปรบกวนอะไรมันหรอกถ้าหากว่าพอตกดึก หูผมไม่ได้ยินเสียงดังกึ้กๆ มาจากมันน่ะนะ

ตอนแรกก็ไม่รู้ว่าเป็นเสียงอะไร รู้แต่ว่าเสียงนั้นมันทำให้ผมหลับต่อไม่ลง ผมเป็นพวกที่ถ้ามีเสียงอะไรรบกวนแม้แต่หน่อยเดียวก็จะตื่นขึ้นมาทันที ยังไม่ทันที่จะได้รู้ว่าเสียงนั้นเป็นเสียงอะไร ผมก็ได้ยินเสียงของปั้นรักดังขึ้นมาเสียก่อน

“cold… (หนาว...)”

งึมงึมๆ ฟังไม่ได้ศัพท์ รู้แต่ว่ามันพูดภาษาอังกฤษ ผมก็เลยดันตัวลุกขึ้นนั่ง หยิบโทรศัพท์ไปส่องมันก็เห็นว่าปั้นรักนอนขดเป็นกุ้งอยู่

อ๋อ หนาวล่ะสินะ

กอดกระเป๋าบาเลนเซียก้า ตัวงออย่างกับกิ้งกือ ฟันกระทบกันดังกึ้กๆ พึมพำๆ ไม่หยุด ตอนนี้ผมเลยรู้ว่าเสียงที่ดังมาให้ได้ยินอยู่นานสองนานคือเสียงฟันมันนั่นเอง เห็นแล้วก็สมเพชปนเวทนา จะว่าขำก็ขำอยู่เหมือนกัน

แหม ทำเป็นปากดีอย่างโน้นอย่างนี้ สุดท้ายก็ไม่พ้นกูจนได้

เพราะมันเอาผ้าห่มที่อยู่ในตู้เสื้อผ้าไปปูนอนแล้ว ผ้าเช็ดตัวก็ใช้ซับน้ำตอนอาบน้ำ ยังเปียกชื้นๆ อยู่ จะเอามาห่มให้มันก็เดี๋ยวจะไม่สบายเอา ถ้าปิดแอร์ก็จะร้อนอีก ดังนั้นผมจึงเอาผ้าห่มตัวเองที่เหลืออยู่ผืนเดียวไปห่มให้มัน แต่ถ้าจะห่มให้มันคนเดียว ก็เท่ากับว่าผมจะไม่มีผ้าห่มใช้ใช่ไหมล่ะ ผมก็เลยทิ้งตัวลงไปนั่งบนพื้นก่อนล้มตัวนอนข้างๆ มัน ตลบผ้าห่มคลุมกายให้ปั้นรักด้วย

ทันทีที่ผ้าห่มคลุมตัว ความอบอุ่นแผ่ซ่านขึ้นมา ปั้นรักก็กระชับผ้าห่มแน่นทันที มิหนำซ้ำยังออกแรงดึงจนผ้าห่มบนตัวผมถูกดึงไปทางมันทั้งหมด

เฮ้ยๆ ตลกละมึง ไม่ได้ยกให้มึงนะ

ผมเอื้อมมือไปดึงผ้าห่มกลับมา ปั้นรักที่ยังอยู่ในห้วงนิทราส่งเสียงรำคาญใส่

“อื้อ...F*ck”

ผมถึงกับชะงัก

ไอ้นี่... ขนาดหลับ มันยังจะกวน...

พอปล่อยมือ ปั้นรักก็ดึงผ้าห่มไปทั้งหมด ซ้ำยังพลิกตัวตะแคงหนีไปอีกข้างด้วย ทำเอาผมที่นอนอยู่ข้างๆ ถอนหายใจออกมา

ลงมานอนข้างมันนี่ตัดสินใจพลาดแท้ๆ

แต่พอเห็นมันกรนดังคร่อกๆ เพราะหลับสบายกว่าเดิม ผมก็อดยิ้มออกมาไม่ได้ทั้งที่ไม่รู้ว่าจะยิ้มทำไม พลันความหมั่นไส้ก็ประดังประเดเข้ามา เลยฟาดก้นมันไปไม่แรงนักทีหนึ่ง

ฝ่ามือกระทบแก้มก้นดังเพียะ เท่านั้นเสียงของปั้นรักก็ดังตามมา

“อือ...อย่ายุ่งกับดากเฮาเด้”

คราวนี้ผมถึงกับหลุดหัวเราะอย่างห้ามไม่อยู่

ถึงมันจะกวน แต่มันก็ตลกดีเหมือนกัน ทำผมหัวเราะได้ขนาดนี้ งั้นเรื่องผ้าห่มก็ช่างมันเถอะ

ผมนอนมองเงาของปั้นรักตรงหน้าอีกครู่หนึ่งก่อนจะหลับตาลงบ้าง ไม่นานนักก็ผล็อยหลับไปโดยไม่รู้ตัว

ตอนนอนมันไม่เท่าไหร่ ตอนตื่นมานี่สิหายนะ เพราะผมตื่นมาในสภาพถูกปั้นรักกอดก่ายประหนึ่งหมอนข้าง ใช้หน้าอกผมต่างหมอนอีก อะไรไม่ว่า น้ำลายมันก็มาหยดลงบนคอเสื้อผมด้วยเถอะ จะว่าขยะแขยงก็พูดได้ไม่เต็มปาก ถ้ามันไม่หล่อ ไม่น่ารักล่ะก็ ป่านนี้ผมถีบติดประตูไปแล้ว

“ปั้นรัก ตื่นได้แล้ว ปั้น...”

เรียกไปเขย่าไป ปั้นรักก็ส่งเสียงอือออไม่หยุด หนำซ้ำยังจะกอดผมแน่นขึ้นกว่าเดิมด้วย

มึงเป็นตุ๊กแกหรือไง!

แทบจะสิงผมอยู่แล้วเถอะ ผมเลยตัดสินใจลุกขึ้นนั่งพรวดทันที ทำเอาปั้นรักที่หลับอยู่เทกระจาดไม่เป็นท่า พอตั้งหลักได้ก็โวยวายลั่น

“อะไรเนี่ย!”

ยังจะถามอีกเหรอว่าอะไร น้ำลายมึงหกรดหน้าอกกูจนจะกลายเป็นแอ่งน้ำขังอยู่แล้ว!

ผมมองสภาพมันที่ยังเมาขี้ตาอยู่อย่างระอา พอมันเริ่มหายงัวเงียก็ตวัดมองผมพลางย่นคิ้วยู่

“แล้วปลุกไอขึ้นมาทำไมเนี่ย”

ถ้าไม่ปลุก แล้วมึงจะทันรถกลับเวียงจันท์รอบแรกไหมล่ะ มันคงลืมไปแล้วล่ะมั้งว่าเมื่อคืนนี้มานอนที่ห้องผมทำไม แต่ยังไม่ทันจะได้บอกอะไร ปั้นรักก็เอะใจอะไรขึ้นมาได้บางอย่าง

“เดี๋ยวนะ เมื่อคืนนี้ยู...นอนกับไอ?”

ผมพยักหน้า เท่านั้นแหละ มันก็รีบกระเด้งตัวลุกขึ้นยืน ดึงกางเกงบ็อกเซอร์ลงแล้วหันมองก้นตัวเองทันที

“Didn’t I lost my butt’s virgin!? (เสียซิงตูดไปหรือยังวะเนี่ย!)”

ผมแปลได้นะประโยคนี้ มันกำลังถามว่ามันโดนผมทำอะไรไปหรือยัง แต่เดี๋ยวนะไอ้ปั้น มึงไม่ต้องพิสูจน์ด้วยการถอดกางเกงโชว์ต่อหน้ากูก็ได้ไหม!

ผมทำหน้าไม่ถูกเลยตอนเห็นกล้วยหอมของคนตรงหน้า ถ้าเป็นกล้วยเหี่ยวๆ จะไม่ว่า นี่เพิ่งตื่นนอนไง โอ้โห ชี้หน้ากูเลย

เหมือนมันจะมาสำนึกขึ้นได้ในตอนนี้ว่ากำลังยืนโชว์อะไรต่อมิอะไรให้ผมดูอยู่ มันก็เลยรีบพุ่งไปคว้าผ้าเช็ดตัวมาห่อช่วงล่างตัวเองไว้ ก่อนจะโวยวายตามมาอีก

“เอ้าแนมๆ เดี๋ยวปั๊ด!”

ทำท่าเหมือนแม่เวลาขู่จะตีลูกอะ

“อยู่กับยูแล้วอันตรายโคตรๆ”

พอมันพูดมาอีก ผมก็รู้สึกปวดหนึบที่ขมับขึ้นมาโดยไม่มีสาเหตุทันที

กูไม่ได้คิดจะทำอะไรมึงเลย มีแต่มึงที่ปู้ยี่ปู้ยำกูเนี่ย!

ทำคุณบูชาโทษ โปรดสัตว์ได้บาปเป็นยังไง ผมสำนึกได้ในตอนนี้

“รีบไปล้างหน้าล้างตาไป เดี๋ยวไปขึ้นรถไม่ทันหรอก”

แล้วผมก็ตัดบทก่อนที่จะปวดหัวไปมากกว่านี้ ปั้นรักทำท่าจะสวนอะไรคืนมาสักอย่าง ทว่าพอจะอ้าปากเท่านั้น เสียงโทรศัพท์ของมันก็ดังขึ้นมาก่อน ผมบุ้ยปากให้มันเป็นเชิงบอกให้รีบรับโทรศัพท์ ปั้นรักเดินไปรับแต่โดยดีขณะที่ผมนับหนึ่งถึงสิบและท่องไว้ในใจว่าอีกไม่นาน มันก็จะหายหัวไปจากชีวิตผมแล้ว

หากแต่การให้มันเดินไปรับโทรศัพท์นั้นเหมือนเป็นการตัดสินใจที่ผิด เพราะคนที่โทรมาก็คือแม่มัน ก่อนที่ผมจะได้ยินมันเถียงกับบุพการีครู่หนึ่งที่ผมพอจะจับใจความได้ว่า...คุณแอนไม่อยากให้มันกลับ

ไม่อยากให้มันกลับ!?

โอ๊ย จะมาห้ามลูกตัวเองทำไม มันอยากกลับก็ให้มันกลับๆ ไปเลย!

แต่ผมจะทำอะไรได้ล่ะ พอปั้นรักเถียงแม่ตัวเองไม่ชนะ มันก็วางสายแล้วหันมาบอกผม

“สงสัยไอคงต้องอยู่กับยูสักระยะ”

“ทำไม”

“โดนแม่ไล่ออกจากบ้าน” มันว่าพลางทำหน้าเนือยๆ

ไม่รู้ว่าผมจะสงสารหรือขำมันดี แต่พอมันบอกว่า...

“แม่บอกว่าไอจะกลับบ้านไม่ได้จนกว่ายูจะกลับไทย”

เท่านั้นแหละผมก็รู้ทันทีว่ามันเป้นแผนของคุณแอนที่ต้องการให้ปั้นรักนำเที่ยวผมจนจบตามที่ได้ตกลงกันในตอนแรกเพื่อเป็นการบังคับให้มันรับผิดชอบสิ่งที่ตัวเองพูดไว้กลายๆ เอาจริงๆ ผมก็ไม่ได้มีปัญหาหรอกถ้าหากว่ามันไม่กวนอารมณ์ผมตลอดเวลาน่ะนะ เพราะตอนนี้ดูท่าทางมันจะมีปัญหาใหญ่แล้วด้วยเพราะมันพึมพำบ่นออกมา

“แล้วจะเอาเงินที่ไหนใช้วะเนี่ย”

ก็ว่าแล้วว่าจะต้องเป็นอย่างนี้ มันทำกระเป๋าเงินหายนี่นา บัตรอะไรก็หายไปหมด ต่อให้คุณแอนโอนเงินมาก็เท่านั้น เพราะยังไงมันก็ไปกดเงินไม่ได้อยู่ดี ที่ติดตัวมันอยู่ก็คือเงินที่ผมให้เฉพาะค่ารถเท่านั้น ผมเลยอดที่จะยื่นข้อเสนอไปไม่ได้

“งั้นเอางี้ ปั้นก็อยู่กับพี่จนกว่าพี่จะกลับไทยก็ได้ พี่จะออกเงินค่ากินอยู่ให้เอง ถือซะว่าเป็นค่าจ้างไกด์”

“นี่ยูยังคิดจะจ้างไออยู่อีกเหรอ” ปั้นรักถามพลางทำหน้าแหย

“บอกตรงๆ ...ไม่” ผมก็ว่าไปตามตรง

อย่างที่รู้กันว่าผมกับมันเข้ากันไม่ได้สักเท่าไหร่ การต้องมาอยู่กับมัน เป็นอะไรที่ไม่น่าพิสมัยสักนิด

“เนี่ย แล้วจะให้อยู่ทำไมวะ” มันว่า

“แล้วมีทางไปเหรอ”

พอผมสวน ปั้นรักก็ฮึดฮัด ทำท่าหัวเสีย ถึงไม่พูด คำตอบก็ชัดเจนเลยว่าไม่

“ถ้าไม่มีทางไปก็อยู่กับพี่นี่แหละ วันนี้พี่จะออกไปเที่ยว ไปด้วยกันเลยแล้วกัน”

“ไม่...” ปั้นรักทำท่าจะปฏิเสธ

ผมมองมันนิ่งก่อนจะว่าชัดๆ “ถ้างั้นก็นอนข้างถนน ไม่ไปเที่ยวด้วยก็แสดงว่าไม่ได้เป็นไกด์สิ”

สิ้นเสียง ปั้นรักก็เงียบ กลายเป็นบ่นพึมพำแทน

“เผด็จการฉิบ”

“เออ เลิกบ่นแล้วก็ไปล้างหน้าล้างตาได้แล้ว จะได้ไปกินข้าว”

“ให้ไออยู่ด้วยนี่ คิดจะทำอะไรไอหรือเปล่า” ยังจะมีหน้ามาจับผิดผมอีก

“ตัวเองยังเอาตัวไม่รอด ยังจะกล้ามาคิดแบบนี้กับพี่อีกนะ ถ้าจะทำก็ทำไปตั้งแต่เมื่อคืนแล้ว” ผมตอกกลับ

ปั้นรักทำหน้าแหยง “คิดไม่ซื่อจริงๆ ด้วย ยูนี่แม่งตัวอันตราย”

“ยังอยากเก็บไว้ไหมสวัสดิภาพดากน่ะ ถ้ายังอยากอยู่รอดปลอดภัยก็รีบไปล้างหน้าไป มัวชวนคุยอะไรไร้สาระอยู่ได้ พี่หิวแล้ว”

มันก็ยังไม่เลิกบ่นผมอยู่ดี แต่ตอนนี้ยอมเดินเข้าห้องน้ำไปแล้ว สงสัยจะห่วงสวัสดิภาพของตัวเองขึ้นมาเพราะเห็นผมทำหน้าตาจริงจังตอนพูดประโยคเมื่อกี้ ไม่ใช่อะไรหรอก ผมรำคาญน่ะเลยทำหน้าเครียดใส่

ผมมองตามพลางส่ายหน้าน้อยๆ พลางอมยิ้มออกมาทั้งที่ก่อนหน้ายังปั้นหน้าดุใส่มัน

ไอ้นี่มันโตมาแบบไหนกันวะเนี่ย นิสัยแปลกคนฉิบ...

-------------------------------

ไม่เจอกันนาน คิดถึงกันมั้ย 555

กลับมาแล้วนะคะ คงจะมาอัปถี่ๆ ละ ตอนนี้เริ่มเคลียร์งานได้แล้ว ถึงคิวสักที 

เป็นฉบับก่อนรีไรท์เหมือนเดิมค่ะ ฉบับสมบูรณ์ไปตามอ่านในแบบรูปเล่มเอาเน้อ

ความคิดเห็น