mimosa

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ตอนที่ 1 : ซูซา(xuxa)

ชื่อตอน : ตอนที่ 1 : ซูซา(xuxa)

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 729

ความคิดเห็น : 3

ปรับปรุงล่าสุด : 10 มิ.ย. 2560 15:26 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 1 : ซูซา(xuxa)
แบบอักษร


“ดูนั้นสิ นั้นใช่ ซูซา  เลโอเนอุส รึเปล่า” เสียงซุบซิบของผู้คนรอบข้างดังเข้าสู่โสตประสาทของเขา ชายหนุ่มเดินไปตามทางเดินในอาคารหลังโตกลางตัวเมืองแห่งแสงสีเสียงในราชอาณาจักรแฟงเทเชีย


          “หืม ฉันว่าใช่นะ หน้าตาซนๆกับผมสีม่วงแบบนั้นมีอยู่คนเดียวแหละ” เสียงซุบซิบที่ค่อนข้างดังสำหรับเขา ยังคงดังต่อไป ถึงคนพวกนั้นจะพยายามซุบซิบกันให้เบาแค่ไหน สุดท้ายเขาก็ได้ยิน ...ก็นะ... ความสามารถเรื่องหูดีจนถึงขั้นหูผีนี่มันเป็นกรรมพันธุ์


          “คนอะไร ชื่อก็แปลก เสียงก็แปลก หน้าก็แปลก แปลกไปหมดทั้งตัวแต่มีเสน่ห์ดีนะ” เสียงนั้นยังคงดังตามมาไม่หยุด ถึงแม้ว่าตอนนี้เขาจะเข้ามานั่งในห้องพักนักแสดงแล้วก็ตาม เขานั่งลงบนเก้าอี้บุนวมกลางห้องพัก ในขณะที่หูก็ยังคงแอบฟังเสียงพูดคุยทั้งสอง**เพื่อเก็บข้อมูล **

          “ฉันว่าไม่แปลกนะ เขาสวยกำลังดี เอ้ย ฉันหมายถึง หล่อกำลังดี” ประโยคนี้ทำเอาเขาคิ้วขมวดเล็กน้อย

          “สวยน่ะถูกแล้วล่ะเธอ ไม่ว่าจะตา จมูกหรือปาก มองยังไงมันก็ให้ความรู้สึกว่าสวยอะเธอ เห็นแล้วจะละลาย” พอฟังประโยคนี้เขาถึงกับยกมือขึ้นมาจับริมฝีปากของตัวเอง ถึงแม้จะไม่ใช่ครั้งแรกที่ได้ยินคนพูดแบบนี้ก็ตาม แต่มันก็อดยกมือขึ้นมาจับส่วนที่ถูกชมว่าสวยไม่ได้

          “ใช่ๆ สวยจริงๆ และหล่อด้วย เป็นผู้ชายที่มีครบหมดทุกอย่างจริงๆ”เสียงนั้นกล่าว “แต่เสียอย่างเดียว เขาเห็นแก่ตัวและเอาแต่ใจตัวเองมากไปหน่อย”

          “ใช่ๆ ฉันก็ว่างั้น แต่จะว่าไป นิสัยของเขายังกับนายเอกในนิยายขายดีเรื่องนึงเลยนะ จำได้ไหม” เขาเผลอยิ้มกับประโยคนี้ เนื่องจากเขารู้ว่านิยายที่เสียงทั้งสองกล่าวถึงนั้นหมายถึงนิยายเรื่องอะไร เพราะเขาเองก็อ่านมันก่อนมาทำงานอยู่หลายครั้ง มีการ์ตูนและหนังที่ทำมาจากนิยายเรื่องนี้ไว้ที่ห้องด้วยซ้ำ

          “อะ...เอ่อ คุณซูซาครับ” เสียงเรียกชื่อของเขาที่ดังขึ้นใกล้ๆ ทำให้เขาหยุดสนใจเสียงพูดคุยทั้งสองแล้วหันมามองบุคคลที่เรียกเขาแทน “ผมชื่อสก็อตครับ ได้รับหน้าที่ให้มาดูแลคุณในครั้งนี้ ฝากตัวด้วย”

          “หะ? นายเนี้ยนะ ตลกแล้ว หน้าตาจืดๆแบบนี้ ฉันไม่อยากได้มาดูแลหรอก” เขากล่าวพร้อมกับสะบัดหน้าหนีอย่างไม่อยากจะมองหน้าของคนที่อ้างว่าจะมาเป็นผู้ดูแลของเขา “ไปเปลี่ยนคนมาเดี๋ยวนี้ ไม่งั้นงานในวันนี้ยกเลิกทั้งหมด”

          “อะ...เอ่อ” ชายหนุ่มที่เข้ามาทักเขาถึงกับทำตัวไม่ถูก

          “ต้องขอโทษด้วยนะครับ ท่านซูซา ไอ้เจ้าพวกบ้า!! ไปเปลี่ยนคนมาใหม่เดี๋ยวนี้เลย!!เอาให้ถูกใจท่านซูซาด้วย!!” เสียงของผู้กำกับงานครั้งนี้ดังขึ้นพร้อมกับพนักงานสองสามคนที่เข้ามาลากชายหน้าจืดออกไปจากตรงหน้าเขา

          เขาเอนหลังพิงเก้าอี้บุนวม ยกขาขึ้นมาไขว้ห้างพร้อมรอยยิ้ม ปฏิกิริยาที่ผู้คนต่างพากันตามใจเขา มันช่างน่ารื่นรมย์และน่าตลกเสียจริง ดวงตาสีฟ้าจ้องมองเหล่าทีมงานที่พากันวิ่งวุ่นเพื่อทำให้เขาพอใจ...ปฏิกิริยาจริงแบบนี้ เป็นอะไรที่น่ารื่นรมยิ่งกว่าตอนดูละครเสียอีก...

+++++++++++++++++++++++++++++

                   1 เดือนหลังจากนั้น

          เวลาผ่านไปอย่างรวดเร็วราวกับเป็นเพียงหนึ่งหน้ากระดาษในนิยายสักเรื่องหนึ่งหรือไม่ก็หนึ่งนาทีในภาพยนตร์สักเรื่อง นับจากเหตุการณ์ในวันนั้น เสียงซุบซิบนินทาเกี่ยวกับตัวเขาก็มีมากกว่าเดิม โดยส่วนใหญ่มีแต่คนหมั่นไส้เขา แน่นอนว่าเป็นใครมาเจอคนนิสัยแบบเขา มันก็ต้องมีอาการหมั่นไส้และไม่ชอบขี้หน้าเป็นธรรมดา แต่ด้วยรูปร่างหน้าตาของเขาและนามสกุลของเขา มันจึงยังทำให้เขายังคงอยู่ในวงการนี้ได้

          “หืม?” ดวงตาสีฟ้ามองจ้องหน้าชายหนุ่มคนหนึ่งในนิตยสารที่ผู้จัดการของเขาส่งมาให้

          “มีอะไรหรอคะซูซา?” เสียงผู้จัดการของเขาถาม ทันทีที่เห็นเขาขมวดคิ้ว

          “ผู้ชายคนนี้หน้าคุ้นๆ” เขาจ้องภาพชายคนนั้น นึกออกว่าเคยเจอที่ไหน แต่ในสถานการณ์ไหนเนี้ยสิ “อ้อ!!ไอ้หมอนี่ ที่ฉันไล่ออกไปนี่!!!”

          “ไหนๆ โห จริงด้วย” ผู้จัดการสาวเข้ามายืนดูด้วย

          “โหจริงด้วยนี่คืออะไรกัน เซล่า!! ฉันไล่มันออกแต่มันดันไปเป็นทีมงานมากความสามารถในค่ายหนังชื่อดังนี่มันคืออะไร!!” เขาหันมาพูดกับหญิงสาว ที่จ้องมองรูปของชายหนุ่มที่อยู่ในหน้านิตยสารเดียวกันกับชายหนุ่มที่ซูเคยไล่ออก

          “จะว่าไป คนๆนี้เขาเป็นผู้กำกับมากฝีมือนี่นา” เธอกล่าว “เขาคือ โซโลม่อน อวาลอน เมื่อไม่นานมานี้เพิ่งได้รับอนุมัติ ให้เปิดบริษัทเป็นของตัวเองได้ หลังจากนั้นก็มีผลงานดีๆออกมาเพียบเลยล่ะ”

          “หืม?” เขาขมวดคิ้ว สีหน้าแสดงถึงความไม่ชอบใจ  แน่นอนว่าคนเอาแต่ใจตัวเอง แบบเขาย่อมไม่ชอบให้เธอหรือใครหน้าไหนมาชมคนอื่นต่อหน้าเขาแบบนี้แน่ มันเหมือนกับเป็นการบอกกลายๆว่าเขาจะมีคู่แข่งมาขัดความรุ่งเรืองของเขายังไงชอบกล...เขาว่าเขาเคยบอกเธอไปแล้วนะ...

          “ไม่อยากจะพูด แต่ว่าถ้าได้เจอก็เป็นบุญมากๆเลยล่ะ เพราะนอกจากเขาจะเป็นผู้กำกับแล้ว เขายังเป็นทั้งนักแสดงและนักพากย์มากฝีมืออีกด้วย  แบบว่า ซูจ๋า เขาเป็นที่หมายปองของทั้งสาวน้อยสาวใหญ่เลยล่ะ” หญิงสาวกล่าว เขารู้สึกว่า เธอเริ่มจะเข้าไปอยู่ในโลกส่วนตัวของเธอเสียแล้วสิ...อีกอย่าง...ไอ้ที่บอกว่าไม่อยากจะพูดแต่พูดมาซะหมดเปลือกนี่มันคืออะไร?...

          “นี่เธอจะบอกว่า เจ้านั้นมันมีความสามารถมากกว่าฉันงั้นเหรอ?” เขากดเสียงต่ำจนหญิงสาวที่กำลังล่องลอยอยู่ในโลกความฝันของเธอชะงัก

          “ฉันก็แค่คิดในฐานะผู้จัดการเฉยๆ” เธอกล่าว

          “...ฉันจะไปที่สำนักงานของหมอนั้น” เขากล่าว

          “หะ...ดะ...เดี๋ยวสิซู” หญิงสาวพยายามห้าม

          “จะไป...เดี๋ยวนี้” เขากดเสียงต่ำพร้อมกับลุกขึ้นยืน ดวงตาปรายมองรูปของโซโลม่อน อวลอนบนนิตยสารในมือก่อนจะโยนมันไปไว้บนโต๊ะอย่างแม่นยำ “ก็แค่ไปทักทายนิดๆหน่อยๆเท่านั้นเอง”

          หญิงสาวกลืนน้ำลายกับใบหน้าแสยะยิ้มของชายหนุ่ม เธอรู้ว่าเขาไม่ได้แค่ไปทักทายแน่นอน แต่คงไปอาละวาดล่ะสิไม่ว่า

+++++++++++++++++++++++++++++++++++++

                   ณ  บริษัทของอวาลอน

          “คุณโซโลม่อน!คุณโซโลม่อน!!” เสียงเรียกที่ทวีความดังขึ้นมาเรื่อยๆ ทำให้หนุ่มใหญ่ที่กำลังเดินมุ่งหน้าไปยังห้องทำงานของตนหันไปตามเสียงเรียกนั้น

          “มีอะไรงั้นเหรอ? เสียงดังเชียว” โซโลม่อนถามชายหนุ่มหน้าจืดที่วิ่งมาหยุดยืนอยู่ข้างๆเขา

          “คือ...คุณโซโลม่อน งานครั้งแรกของผม...ขอบคุณมากๆนะครับ เพราะผมได้พบกับคุณแท้ๆ” ชายหนุ่มกล่าวตะกุกตะกักด้วยความประหม่าและใบหน้าที่มีริ้วสีแดงขึ้นพาดผ่านแก้มทั้งสองข้าง

          “หึหึ พูดอะไรแบบนั้น ผลงานของฉันออกมาได้ดีก็เพราะฉันปลุกมนต์เสน่ห์ของเธอขึ้นมาต่างหาก” โซโลม่อนกล่าวพลางเชยคางคนอายุน้อยตรงหน้า ใบหน้าของคนสูงวัยแต่ยังคงความหล่อเหลาบาดใจค่อยๆเคลื่อนเข้าไปใกล้กับใบหน้าของชายหนุ่มอายุน้อยกว่าซึ่งในตอนนี้ใบหน้าสีขาวซีดน้อยๆนั้นกลายเป็นสีแดงอมชมพูแทบจะทั่วทั้งหน้าแล้ว

          “มิสเตอร์โซโลม่อน!!!” เสียงของใครบางคนดังขึ้นทำให้การกระทำต่างๆหยุดลง

ปัง**!!!!**

          “อยู่ที่ไหน!!!โผล่หัวออกมาเดี๋ยวนี้นะ!!!!” ประตูถูกเปิดออกพร้อมกับชายหนุ่มผมสีม่วงที่เดินเข้ามา โดยมีพนักงานสองสามคนพยายามเข้ามาห้ามเขาไว้ แต่พอเขาตวัดดวงตาสีฟ้าหันไปมอง พนักงานพวกนั้นก็ชะงักแล้วล่าถอยไป

        “เกิดอะไรขึ้น? แล้วนั้นใคร?”โซโลม่อนถามพนักงานคนหนึ่งที่ทำงานกับเขามานาน ดวงตาสีน้ำตาลทองเบื้องหลังกรอบแว่นสี่เหลี่ยมหันไปมองอีกหนึ่งบุคคลที่เปิดประตูเข้ามาเสียเสียงดัง

          “คุณโซโลม่อน เกิดเรื่องแล้วครับ! ซูซา ที่เป็นศิลปินอันดับต้นๆบุกมาสำนักงานของเราครับ คนที่เป็นคนดังในบทความหลายๆที่น่ะครับ” พนักงานคนที่ทำงานกับโซโลม่อนมานานกล่าว

ดวงตาสีฟ้าจ้องมองใบหน้าของทุกๆคนในห้องนี้ ก่อนที่ดวงตาสีฟ้าคู่นั้นจะไปหยุดอยู่ที่ โซโลม่อน อวาลอน ซึ่งยืนอยู่ใกล้ๆกับอดีตพนักงานที่เขาเพิ่งไล่ออกไป เขาก้าวขาตรงไปหาโซโลม่อน

“ใครงั้นเหรอ? นี่แกพูดยังกับไม่รู้จักฉันคนนี้งั้นแหละ เจ้าโง่ มีใครบ้างที่ไม่รู้จักฉันกัน” เขาไปหยุดยืนอยู่ตรงหน้าโซโลม่อน ดวงตาสีฟ้าจ้องอีกฝ่ายเขม็ง ยิ่งอีกฝ่ายมีหน้าตาเหมือนกับคุณลุงใจดีไม่สู้คนมันยิ่งทำให้เขากล้ามากกว่าเดิม “ไอ้สำนักงานแคบๆแบบนี้มันจะไปรุ่งได้ยังไงกัน อย่างแกน่ะไม่มีทางมาเป็นคู่แข็งของฉันหรอก”

เขาเตะสิ่งของที่อยู่ใกล้ๆไปทีหนึ่งจนพวกมันล้มละเนละนาด และสิ่งของที่ว่าก็คือแจกันอันใหญ่ที่วางประดับอยู่ข้างทางเดินซึ่งในตอนนี้มันแตกไปแล้วเรียบร้อย

ดวงตาสีน้ำตาลทองหลังกรอบแว่นจ้องมองใบหน้าของคนที่เข้าข่ายบุกรุกที่ทำงานของเขา โซโรม่อนครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่งและตัดสินใจว่าถ้ามันจะมาหาเรื่องเขาถึงถิ่นแบบนี้ เดี๋ยวเขาจะจัดให้ตามปรารถนาเลย!!!

“อย่างนั้นหรอกเหรอ งั้น ฉันอยากให้เธอยกโทษให้กับทางเราด้วยนะ เดี๋ยวทางเราเองก็จะปรับปรุงใหม่” โซโลม่อนพูด ใบหน้าของเขายังคงเหมือนคุณลุงใจดีอยู่เช่นเดิม ฝ่ามือหนาเอื้อมไปโอบหลังของแขก “เธอคือคนที่ผู้เขียนบทความพูดถึงบ่อยๆสินะ ทำให้เธอโกรธแบบนี้ ฉันนี่ไม่ไหวเลย ถ้าจะให้ฉันก้มหัวขอโทษให้เธอล่ะก็...”

“เอ่อ...คุณโซโลม่อนครับ” พนักงานที่ทำงานกับโซโลม่อนมานานพยายามจะทักท้วงอะไรบางอย่าง แต่พอโซโลม่อนหันมามองเขาก็ปิดปากเงียบทันที

“ที่นี่คงไม่เหมาะ ไปที่ห้องทำงานของฉันดีกว่า” โซโลม่อนกล่าว

“อ่า...เอาแบบนั้นก็ได้” เขาตอบตกลง ถึงแม้จะรู้สึกสังหรณ์ใจแปลกๆ แต่เขาก็ปลอบใจตัวเองว่าคิดมากไปเอง มันจะไปมีอะไรเกิดขึ้นได้ล่ะ

“คุณโซโลม่อน” ชายหน้าจืดมองโซโลม่อนด้วยความเป็นห่วง

“ไม่ต้องๆ ฉันไม่เป็นอะไร” โซโลม่อนยิ้มแล้วเดินนำเขาเข้าไปในห้องทำงานของตน

“จะไม่เป็นอะไรแน่เหรอครับ คุณโซโลม่อนน่ะ ไปเรียกตำรวจกันเถอะครับ” หนุ่มหน้าจืดเดินเข้ามาเขย่าแขนพนักงานที่ทำงานกับโซโลม่อนมานาน

“ไม่ต้องหรอก ฉันแค่ห่วงว่า...” พนักงานคนนั้นกลืนน้ำลาย “เจ้าหนุ่มซูซานั้นจะไม่ตายไปซะก่อน”

ปัง**!!!**

ตึง**!!!**

ทันทีที่ประตูห้องทำงานปิดลง ร่างของเขาก็กระแทกกับกำแพงพร้อมกับมือของใครอีกคนที่จับอยู่ที่คอ มันเกิดขึ้นเร็วมาก เขาตกใจกับสิ่งที่เกิดขึ้น...ตกใจถึงขั้นลืมไปเลยว่าในสถานการณ์เช่นนี้ควรทำเช่นไร...

“เอ๊ะ?” ใจของเขาหายวาบเมื่อเจอเข้ากับใบหน้าดุดันของโซโลม่อน แรงบีบที่คอเพิ่มขึ้นเล็กน้อย

“แกมาที่นี่ต้องการอะไรกันแน่? ไอ้เด็กเหลือขอ” โซโลม่อนถามเสียงเรียบ ทั้งแววตา,ท่าทางและน้ำเสียงของโซโลม่อน อวาลอน ทำเขารู้สึกกลัว

“อั่ก!” เป็นอีกครั้งที่มันเกิดขึ้นเร็วมาก กำปั้นหนักๆพุ่งตรงเข้าใส่ท้องของเขา มันเร็วและรุนแรงพอที่จะทำให้เขาเข่าทรุด...ในสถานการณ์นี้เขาควรทำเช่นไร?...

“อั่ก!!” ฝ่ามือใหญ่กดหัวเขาติดกับพื้น...เฮ้ย!!!...ให้เขาได้คิดก่อนได้ไหมว่าในสถานการณ์แบบนี้มันควรทำยังไง!!!!... เขาน้ำตาไหล คิดจนแทบปวดหัวว่าควรจะทำยังไงดี สู้? ใช่ต้องสู้...แต่ผลที่ตามมาล่ะมันจะเป็นยังไง?

“เอ้า เป็นไงบ้างไหนบอกสิ?” โซโลม่อนถามคนอายุน้อยกว่าที่นอนแน่นิ่งอยู่บนพื้น

“...” คำถามเมื่อกี้เขาควรตอบไหม? เขาคิดไม่ตก เขาควรทำอย่างไร?แล้วหมอนี่จะฆ่าเขาหรือเปล่า คำถามมากมายผุดขึ้นมาในหัว เขาใจเย็นมากพอที่จะค่อยๆตอบคำถามตัวเองทีละคำถาม...แต่ใจเย็นเกินจนเวลามันผ่านไปหลายนาที...

“หืม?” โซโลม่อนหรี่ตามองชายหนุ่มตรงหน้าที่ยังคงนอนแน่นิ่ง กลัว? เหมือนอีกฝ่ายกลัวจนตัวแข็ง มือหยาบกำเส้นผมสีม่วงแน่น เส้นผมของอีกฝ่ายนุ่มลื่นจนกำแทบไม่ติดมือเขาจึงจำเป็นต้องออกแรงมากกว่าปกติ โซโลม่อนกระชากหัวของคนที่ยังคงนิ่งให้เงยหน้าขึ้นมาสบตาซึ่งการโดนจิกหัวแบบนี้มันทำให้ชายหนุ่มตรงหน้าโซโลม่อนมีปฏิกิริยาตอบกลับบ้าง

“โอ๊ยเจ็บ!!” เขากำลังนอนคิดอะไรตั้งหลายอย่าง คำตอบยังได้ไม่ทันหมด เขาก็รู้สึกเจ็บที่หนังศีรษะ...อ้าวเฮ้ย!!!...

“อะไรกันก็แค่เด็กอมมือนี่นา” โซโลม่อนจ้องใบหน้าเห้ยเกด้วยความเจ็บปวดของคนตรงหน้า “จะสู้ก็ยังไม่มีปัญญาเลย แกน่ะ”

“...” เขายังคงเลือกที่จะเงียบเพราะมันน่าจะเป็นผลดีกับตัวเขามากที่สุด...เลือกระหว่างต่อปากต่อคำแล้วโดนตบกับชกหน้าโซโลม่อนแล้วโดนชกคืน...อยู่เฉยๆนั้นแหละน่าจะดีที่สุด มั้งนะ

“ฉันว่ารีบๆเลิกแค่นี้ซะไอ้นิสัยแย่ๆแบบนี้ ไม่งั้นสักวันจะโดนฆ่าเอาจริงๆแน่” โซโลม่อนปล่อยมือออกจากเส้นผมของชายหนุ่มตรงหน้าเขา รู้สึกเสียดายนิดหน่อย ที่ต้องปล่อยมือ ผมไอ้หนูนี่นุ่มลื่นได้ใจดี

“...” เขายกมือขึ้นมาจับหัวของตัวเอง ดวงตาสีฟ้าหลุบมองโซโลม่อน อวาลอน ปฏิกิริยาของอีกฝ่ายทำเขาใจหายถึงขั้นตกใจก็จริง แต่มันก็ไม่ต่างอะไรจากที่เขาเคยคิดเคยนึกภาพเท่าไร เขาสงสัย ว่าถ้าเขายังทำนิสัยแบบนี้ต่อไป อีกฝ่ายจะมีปฏิกิริยาอย่างไร?

“คงเพราะหน้าตาแกก็สวยดีตั้งแต่เกิดสินะ คนถึงพากันยอมดีด้วย” โซโลม่อนกล่าวเมื่อลองมองสำรวจใบหน้าของคนอายุน้อยกว่า “อย่าหลงตัวเองไปหน่อยเลย โตได้แล้ว”

“คะ...คนอย่างคุณจะไปรู้อะไรเล่า!!!” เขากะจะใช้จังหวะนี้เอาคืนอีกฝ่ายที่ทำเขาใจหายเสียหน่อยโดยการชกอีกฝ่าย แต่ก็ไม่โดน เขาค่อนข้างเคืองที่โดนว่าแบบนั้นและหงุดหงิดที่เอาคืนโซโลม่อนไม่ได้ เขากัดฟันกรอด

“เรียกคุณโซโลม่อนสิ เรื่องแค่นี้ยังต้องให้สอนรึไงห๊ะ?” โซโลม่อนจิกผมของอีกฝ่ายอีกครั้ง เขากำมันสุดแรงกะสั่งสอนเจ้าเด็กเหลือขอนี่ และต้องเพิ่งแรงอีกเพราะผมของอีกฝ่ายมันนุ่มลื่นแทบจะหลุดมือ

“...อึก...ไม่...อย่า...อย่าตีผม” เขาต้องยอมรับว่านี่มันเกินคาด  เขาโดนจิกหัวอีกครั้งแถมท่าทางของอีกฝ่ายก็พร้อมจะทำร้ายเขาได้ทุกเมื่อ เขาควรรีบออกไปจากสถานการณ์แบบนี้ก่อนที่เขาจะเจ็บตัวมากไปกว่านี้

“หึ” โซโลม่อนแสยะยิ้ม เขาปล่อยมือจากผมของอีกฝ่าย ใบหน้าคมสวยเหยเก ดวงตาสีฟ้ามีน้ำตาคลอ ท่าทางหวาดกลัวเป็นการบอกยอมแพ้กลายๆของอีกฝ่ายทำเขาเลือดในกายสูบฉีด

“อึก” เขาทรุดตัวลงไปนั่งกองกับพื้น เขารู้สึกเหมือนจะโล่งใจ แต่ก็ไม่สุดถ้าอยากจะโล่งใจจริงๆ อย่างแรกเลยคือเขาต้องหาทางออกไปจากที่นี่เสียก่อน เขาต่อกรกับโซโลม่อนไม่ได้ ฝืนไปมีแต่เสียกับเสีย...รีบเผ่นก่อนเสียชีวิตน่าจะดีที่สุด...

“โอเค ถ้าไม่อยากเจ็บตัว งั้นก็” โซโลม่อนปลดซิบกางเกงของตนก่อนจะควักเอาแก่นกายของตนออกมา “ทำให้ไอ้นี่แข็งซะ”

เขาเบิกตากว้างกับสิ่งที่เกิดขึ้น นี่มันชักจะเกินไปแล้ว!! เขาปากสั่นอย่างคนทำอะไรไม่ถูก เขาควรทำเช่นไร? เขารู้สึกกลัว ในตอนนี้เขามีทางเลือกอยู่ไม่มากนัก จะทำหรือว่าจะสู้? ถ้าเขาสู้ ผลที่ตามมามันไม่น่าจะใช้ผลดีกับตัวเขาเท่าไร งานของเขาคงจบไม่สวยแน่ แล้วถ้าเขาทำล่ะ...อย่างน้อยๆ มันน่าจะทำให้เขาสามารถทำงานต่อไปได้...

น้ำตาแทบไหล เขาแทบอยากกัดลิ้นตาย  แก่นกายที่จ่ออยู่ตรงหน้าทำเขาผะอืดผะอม เขากล้ำกลืนฝืนทนต่อทุกๆความรู้สึกที่ตีวนปั่นป่วนอยู่ในหัวตอนนี้ให้มันหายไป เขาสามารถทนได้ เขาสามารถทำได้ เพื่อผลลัพธ์ที่ดี เขาต้องทน

เขาค่อยๆขยับเข้าไปใกล้อีกฝ่ายมากขึ้น ใบหน้าของเขาซีดอย่างไม่อาจห้ามได้ เขาไม่เคยทำอะไรแบบนี้ให้ใคร แน่นอนว่าเขาเคยศึกษามาบ้างแต่ไม่เคยปฏิบัติ!! เขากลืนน้ำลายก่อนจะตวัดลิ้นไล่เลียแก่นกายที่จ่ออยู่ตรงหน้าตามที่เขาเคยเห็น...หวังว่าโซโลม่อนจะพอใจ...

ดวงตาสีน้ำตาลทองหรี่มองชายหนุ่มตรงหน้า ท่าทางของอีกฝ่ายเหมือนจะเป็นการเป็นงาน แต่จริงๆไม่ได้เรื่องเลยสักนิด

“เฮ้ย ทำให้มันดีๆสิ” โซโลม่อนจิกเส้นผมสีม่วงของอีกฝ่ายอีกครั้ง

“โอ๊ย!!” เป็นอีกครั้งที่ปฏิกิริยาของอีกฝ่ายไม่เป็นไปตามที่เขาคิด...เขาว่าเขาทำตามที่เคยเห็นมาทุกอย่างแล้วนะ...

“จะว่าไป แกคงไม่เคยมีอะไรกับใครมาก่อนสินะ” โซโลม่อนกล่าว ยิ่งใบหน้าของคนอายุน้อยกว่ามีริ้วสีแดงพาดผ่านมันยิ่งทำให้เขามั่นใจความคิดของตัวเอง

“ระ...เรื่องนั้น...” เขาอยากจะพูดว่า เรื่องนั้นใครจะไปเคยกันล่ะ แต่เขาก็เลือกที่จะเงียบ โซโลม่อนพูดถูกเรื่องที่เขายังไม่เคยมีอะไรกับใคร...แทบไม่เคยคิดด้วยซ้ำ...

“ใช้ปากไม่ได้เรื่อง ถ้าบอกให้ใช้ปากก็น่าจะรู้งานกว่านี้สิ” โซโลม่อนกล่าว ฝ่ามือหนากำเส้นผมของอีกฝ่ายแน่นขึ้น

“โอ๊ย!เจ็บ! อย่าดึงผม ฉันจะพยายามก็ได้ ไอ้บ้า!!” เขาทั้งเจ็บทั้งหงุดหงิด มันน่าหงุดหงิดสิ้นดี ทั้งที่พยายามแล้วแต่ผลที่ออกมาคือการโดนจิกหัวแล้วโดนว่า ว่าไม่ได้เรื่อง

“หึ” โซโลม่อนแสยะยิ้ม เขาจับที่กรามล่างของชายหนุ่ม ออกแรงบีบเพียงเล็กน้อยมันก็อ้าออกแล้ว จากนั้นเขาก็กระแทกแก่นกายของตนเข้าไปในปากของไอ้เด็กเหลือขอตรงหน้ารวดเดียวสุดลำ “ถ้างั้นเดี๋ยวจะสั่งสอนให้”

“อุ๊กกกก” เขาเบิกตากว้าง แทบอยากสำรอกทุกสิ่งทุกอย่างออกมาจากปาก โดยเฉพาะไอ้สิ่งที่กำลังขยับเข้าออกอยู่ในปากของเขาในตอนนี้!!!

“ถ้ากัดแม้แต่นิดเดียวนายโดนถอนจนหมดปากแน่” โซโลม่อนขู่ เขาขยับแก่นกายเข้าออกโพรงปากของอีกฝ่ายในจังหวะที่รัวเร็วและรุนแรง

“อุ๊ก...อื้อ...อ๊อก...อื้อ” เขาอยากจะร้องไห้ แต่อันที่จริงเขาร้องไปแล้ว น้ำตาไหลออกมาอยู่สักพัก เขาต้องใช้ความพยายามในการอดกลั้นมันเอาไว้ เสียงร้องของเขาตอนที่ท่อนเอ็นนั้นเข้ามาในคอ ไม่ใช่เสียงที่น่าอภิรมย์เลย สำหรับเขา มันน่าอาย จนอยากจะเอาหัวมุดดินหนีทุกสิ่งทุกอย่าง

โซโลม่อนขยับสะโพกไม่นาน เขาก็ปลดปล่อยหยาดปรารถนาใส่ปากของชายหนุ่ม เขาสำลัก เขาเผลอกลืนบางส่วนลงไปและพ่อบางส่วนออกมา...แทบอ้วก!!...

“แค่ก อ้ากกก” เขาคิดว่าเขาเข้าใกล้กับคำว่าสติแตกเข้าไปทุกทีๆ ร่างกายของเขาหลุดการควบคุม มันสั่น และตัวเขาก็อยากหนีออกไปให้ไกลจากที่นี่ โซโลม่อนจับแขนข้างหนึ่งของเขาเอาไว้ อีกฝ่ายกำแขนของเขาแน่นแล้วจับแขนของเขาบิดไปไขว้หลัง

“เจ็บ!ผมเจ็บนะ!!คุณมันสัตว์ชั้นต่ำ!!ไหนบอกว่าถ้าทำแล้วผมจะไม่เจ็บตัวไง!!!” เขาปากสั่น ตัวสั่นและน้ำตาไหล เขาอยากออกไปจากที่นี่ แบบนี้มันเริ่มจะมากเกินไปแล้ว เขากลัวสิ่งที่จะเกิดขึ้นต่อไปนี้ ถ้าเขาไม่รีบออกไปจากที่นี่เขาแย่แน่

“พูดอะไรกัน ฉันไม่เห็นได้ยินเธอพูดอะไรเลย?” โซโลม่อนแสยะยิ้ม “แถมตรงนี้ของเธอ ดูจะตื่นเต้นดีใจเวลาโดนทำให้เจ็บตัวน่าดูไม่ใช่เหรอ?”

เขาเบิกตากว้างเมื่อก้มลงมองจุดที่ฝ่ามือหนานั้นลูบคลำ เขามีอารมณ์? โอเคยอมรับว่ามันน่าตื่นเต้นและทำเขามีอารมณ์ ดังนั้นเขาขอตัวไปจัดการตัวเองที่บ้านได้ไหม ปล่อยเขาไปเถอะ!!! ถึงจะคิดเช่นนั้น ตัวเขาเองกลับเงียบ เพราะไม่รู้ว่าจะตอบอีกฝ่ายอย่างนี้ดีหรือไม่...โดยส่วนตัว...โซโลม่อนไม่น่าจะฟังเขา... มันจึงเท่ากับว่า ไม่ว่าจะพูดหรือเงียบก็มีค่าเท่ากัน

“หือ? หวังอะไรอยู่สินะถึงได้ถ่อมาถึงที่นี่” โซโลม่อนผลักร่างของคนอายุน้อยกว่าให้นอนราบลงไปกับพื้นโดยมีเขาทาบทับอยู่ด้านหลัง

เขาคิ้วกระตุก อีกฝ่ายพูดปานว่านี่คือละคร โซโลม่อนคิดว่าเขามาที่นี่เพื่อเรียกร้องความสนใจ? หวังจะมีเซ็กส์ด้วย? ตลก!!!!ใครจะไปทำเรื่องน่าอายปัญญาอ่อนแบบนั้นกัน!!!!

“อ้า!” เขาสะดุ้งเมื่อรู้สึกว่ากางเกงขายาวที่เคยใส่อยู่มันถูกดึงจนหลุดออกไปจากตัว เขาหันไปมองด้านหลังก็พบกับโซโลม่อนที่กำลังจ้องมองก้นของเขาอยู่ “ยะ...อย่ามองนะ”

ฝ่ามือหนาทั้งสองข้างจับลงไปที่แก้มก้นทั้งสองข้างของอีกฝ่ายอย่างรุนแรงแล้วค่อยๆแยกแก้มก้นออกเผยให้เห็นช่องทางลับสีชมพู

“รูก้นสีชมพูเสียด้วย” โซโลม่อนก้มตัวลงเข้าไปใกล้ช่องทางลับ เขาก้มหน้าลงไปใช้ลิ้นไล้เลียช่องทางลับก่อนจะสอดเข้าไปในนั้น

“อ้า!!!!!” เขากรีดร้อง เขาตื่นตระหนกเมื่อรู้สึกถึงความเปียกชื่นและสิ่งแปลกปลอมนิ่มๆหยุ่นๆที่สอดเข้ามาในช่องทางลับของเขา เขาพยายามดิ้นหนีแต่ฝ่ามือของอีกฝ่ายก็จับเขาไว้แน่น

เขาควรทำอย่างไร? คำถามนี้วนเวียนไปทั่วสมองของเขา เขาน้ำตาไหล คิดจนเริ่มปวดหัวตุบๆว่าควรทำอย่างไรดี ตัวเลือกที่มันผุดขึ้นมาในหัวคือสู้ หันกลับไปหาโซโลม่อนอย่างรวดเร็ว จิ้มตาของโซโลม่อนแล้วกัดคอของอีกฝ่ายซะ เอาให้เส้นเลือดใหญ่ขาดไปเลย!!! แต่ถ้าเขาทำแบบนั้น งานของเขาล่ะ?

เมื่อนึกถึงงาน เขาจึงทำได้เพียงอยู่เฉยๆ ปล่อยให้อีกฝ่ายทำตามใจชอบ เขาเม้มปากสั่นๆของตน กำมือแน่นจนมือสั่น เล็บจิกเข้าไปในฝ่ามือจนเลือดซิบ น้ำตาของเขายังคงไหล นี่คือสถานการณ์ของหมาจนตรอก นี่คือสถานการณ์อย่างคนที่ทำอะไรไม่ได้...เขาเกลียดสถานการณ์แบบนี้ที่สุด!!!!

“อื้อ...อ้า...ฮ้า...อ๊า” ไม่อยากจะยอมรับ แต่เขารู้สึกดี ตอนที่ดูมันก็รู้สึกดี แต่พอมาเจอเองกับตัว...มันก็ไม่ได้แย่... ตลกแล้ว หลอกตัวเองแบบนี้ไม่ได้ช่วยเท่าไรเลย!!! เออ!!รู้สึกดีจริง!!!แต่ในขณะเดียวกันมันก็รู้สึกหน่วงๆและแย่เกินจะบรรยาย!!! พระเจ้า!!เขาอยากกลับบ้าน!!!!

“เอ้า จับขาของตัวเองไว้ จะได้เห็นของตัวเองชัดๆ” โซโลม่อนจับร่างของอีกฝ่ายนอนหงายก่อนจะจับขาของชายหนุ่มยัดใส่มือของเจ้าตัว ให้อีกฝ่ายจับไว้ ดวงตาสีน้ำตาลทองจ้องมองช่องทางลับที่เต้นตุบๆราวกับเชิญชวน เขาแทบอดใจไม่ไหว โซโลม่อนกดนิ้วเข้าไปในช่องทางลับรวดเดียวสองนิ้ว

“อ้า!!!ไม่นะ!!!” เขากรีดร้อง น้ำตาไหลพราก ในใจร่ำร้องให้ใครสักคนมาช่วย แต่รู้ๆกันอยู่ว่าความจริงมันโหดร้ายแค่ไหน...ไม่มีใครมาช่วยเขาออกไปจากสถานการณ์แบบนี้...

“อ๊ะ...อะ...อ้า” เขาจุก อยากอ้วก อยากกัดลิ้นตาย ขยะแขยง อึดอัด ความรู้สึกตีวนกันจนแทบบ้า เขาจุกข้างในอก มันทำเขาคิดอะไรไม่ออก จะทำยังไงดี? มีเพียงคำถามนี้ในหัวเท่านั้น นิ้วมือทั้งสองที่ขยับเข้าออกตรงช่องทางของเขา ทำเขาร้องไห้ พระเจ้า!!ได้โปรด!!ให้มันหยุดที!!!

“รูของเธอจะได้ขยายไง” โซโลม่อนถอนนิ้วออกก่อนจะนำแก่นกายของตนมาจ่อที่ช่องทางลับของอีกฝ่าย “แล้วฉันจะมอบรางวัลให้เธอเอง”

“อ๊า!!!!” เขากรีดร้องเมื่อท่อนเอ็นร้อนสอดเข้ามาในช่องทางลับของเขา เขาควรทำไง? จะทำยังไงดี? คำถามเหล่านี้วิ่งวนเวียนในหัวของเขาจนแทบบ้า เขาหอบหายใจพยายามสงบสติอารมณ์เท่าที่จะทำได้  นึกถึงงานเข้าไว้ เขาคิดทั้งน้ำตา

“อือ” โซโลม่อนคว้าคอคนตรงหน้าเข้ามาใกล้ก่อนจะกดริมฝีปากลงไปบนริมฝีปากของอีกฝ่าย ลิ้นหนาสอดเข้าไปในโพรงปากของร่างด้านใต้ เกี่ยวตวัดดูดดึงลิ้นของอีกฝ่าย ปฏิกิริยาที่เขาได้คือคนอายุน้อยกว่าดิ้นหนี แต่ก็ไม่สามารถหนีไปไหนได้ เขาดึงคอของอีกฝ่ายไว้เพื่อรับจูบของเขาในขณะที่ช่วงล่างก็ขยับเข้าออกอย่างรุนแรงตามแรงอารมณ์

ต้องยอมรับว่าเซ็กส์ในครั้งนี้มันก็ไม่ต่างอะไรกับการมีอะไรกับเด็กที่สดๆซิงๆ โซโลม่อนเคยมีอะไรกับเด็กแบบนี้มานับครั้งไม่ถ้วน แต่กับเด็กเหลือขอคนนี้มาต่างออกไป ต่างถึงขนาดที่เขาเป็นฝ่ายดึงอีกฝ่ายเข้ามาจูบก่อน

ดวงตาสีฟ้าที่เขามองสบมันสั่นระริก แต่ในขณะเดียวกันมันก็ให้ความรู้สึกสงบนิ่ง ราวกับเจ้าของ ของมันพยายามทำตัวให้นิ่งอย่างไรอย่างนั้น ...ถ้าคิดว่าโดนกระแทกแล้วยังนิ่งได้ก็ลองดูสิ...

โซโลม่อนแสยะยิ้ม เขาตวัดดูดลิ้นคนอายุน้อยกว่า เกี่ยวลิ้นของอีกฝ่ายที่พยายามหนีเขาแต่สุดท้ายก็หยุดนิ่งให้เขาทำตามใจชอบ อาจมีต่อต้านบ้างด้วยการดันลิ้นของเขาให้ออกจากปากของเจ้าตัว ซึ่งอีกฝ่ายคงไม่รู้ว่าการทำแบบนี้มันยิ่งทำให้โซโลม่อนมีอารมณ์

“อึก...อ้ะ...อ้า” โซโลม่อนขยับสะโพกรัวเร็วตามแรงอารมณ์ มันสุขสมเกินคำบรรยาย ช่องทางลับที่ตอดรัดแก่นกายของเขาทำเขาแทบบ้า ไม่เคยมีคู่นอนคนไหนทำเขาแทบบ้าได้ขนาดนี้มาก่อน...อีกอย่าง...จูบกับเจ้าเด็กนี่แล้วรู้สึกดีอย่างบอกไม่ถูก

“ฮึก...อึก...อะ...อ้ะ...อ้ะ” เขาพยายามกัดปากกลั้นเสียงน่าอายเมื่อโซโลม่อนผละริมฝีปากออกไปจากเขา มันเป็นเรื่องยากที่จะกลั้นเสียง เพราะโซโลม่อนเล่นกระแทกเข้ามาในตัวเขารัวๆ ไม่ใช่แค่นั้น มันยังโดนจุดเสียวของเขาเข้าไปเต็มๆ...อยากกระอักเลือดตายชิบ...แต่รู้สึกดีไม่ใช่น้อย

“ฉันจะมอบรางวัลให้เธอ” โซโลม่อนกระซิบที่ข้างหูของร่างด้านใต้ด้วยเสียงแหบพร่า เขางับหูของอีกฝ่ายด้วยความหมั่นเขี้ยว ก่อนจะไล่เลียหูของชายหนุ่ม “โดยการฉีดน้ำเข้าไปในตัวเธอ”

“ฮึก...อะ...อ้า” เขาโอบกอดไหล่ของโซโลม่อนอย่างหาที่ยึดพร้อมกับจิกเล็บลงไปบนแผ่นหลังของอีกฝ่าย...อย่างน้อย...ถ้านี่คือการเอาคืนที่เขาสามารถทำได้ เขาก็จะทำ แต่ด้วยแรงอันน้อยนิดรวมกับผิวหนังหนาๆของโซโลม่อนมันทำให้สิ่งที่เขาทำนั้นเปล่าประโยชน์

“รับเอาไว้ซะ” โซโลม่อนกระแทกเข้ามาในตัวเขาอีกสองสามครั้งก่อนที่เขาจะกดเข้ามาลึกๆแล้วแช่ค้างไว้ เขารู้สึกได้ถึงสายธารร้อนที่ฉีดพ่นเข้ามาในตัวของเขา

“แฮ่ก...แฮ่ก...แฮ่ก” เขารู้สึกโหวงๆในหลายๆที่ ทั้งในท้อง ในอกและในหัว ทันทีที่โซโลม่อนถอนแก่นกายออกมา น้ำเชื้อที่อีกฝ่ายปล่อยทิ้งไว้มันก็ไหลออกมาด้วยเช่นกัน

...เขาต้องรีบออกไปจากที่นี่!!!!...

++++++++++++++++++++++++++++++++

เขาสั่งตัวเองแบบนั้น รีบออกไปจากที่นี่ หลังจากนั้นก็ไม่แน่ใจว่าเกิดอะไรขึ้นบ้าง โซโลม่อนไม่ได้สนใจเขา อีกฝ่ายทำเพียงแค่เดินเข้าไปอาบน้ำในห้องน้ำที่อยู่ภายในห้องทำงานของตน ส่วนเขาก็รีบใส่เสื้อผ้าแล้วรีบวิ่งออกมาจากที่นั่นทันที

ไม่สนใจว่าใครจะมองอย่างไร ไม่สนใจว่ายังมีอะไรคั่งค้างอยู่ในตัว เขาสนเพียงแค่เขาอยากกลับบ้าน เขานั่งแท็กซี่กลับมาที่คอนโดของเขาด้วยสภาพที่ไม่สู้ดีนัก ในเรื่องของร่างกาย นอกจากช่องทางลับที่มีน้ำเชื้อไหลเยิ้มตลอดเวลา การแต่งกายของเขาก็ดูปกติดีเพราะเขามีสติมากพอที่จะจัดมันให้เรียบร้อย

แต่ในส่วนของสภาพจิตใจนั้น เขาต้องยอมรับว่ามันยับเยิน เขาไม่แน่ใจว่าสิ่งที่เพิ่งเกิดขึ้นไปมันนับว่าเป็นการข่มขืนได้หรือเปล่า เขามีอารมณ์ร่วมก็จริงแต่เขาสมยอมงั้นเหรอ? คำตอบคือไม่ ดังนั้นมันคงนับได้ว่าเขาเพิ่งถูกข่มขืนมา

เขาเดินกุมท้องขึ้นไปตามขั้นบันได รู้สึกไม่สบายตัวเป็นที่สุด เขาพยายามกลั้นน้ำตาไม่ให้ไหล

“คนป่าเถือน...ปีศาจร้าย...เลว” เขาเม้มปาก ได้แต่ด่าทอโซโลม่อน เผื่อมันจะช่วยให้รู้สึกดีขึ้นบ้าง  เสียงของโซโลม่อนที่ดังก้องในหูมันหลอกหลอนเขา เขายกมือขึ้นมาข่วนหูของตัวเองเพื่อไล่สัมผัสที่อีกฝ่ายทิ้งไว้และตบกกหูของตัวเองไปทีหนึ่งเผื่อเสียงนั้นมันจะหายไป

“ฮึก...บัดซบ...ไอ้ระยำ” เสียงของเขาสั่น เขาน้ำตาแทบไหลเมื่อเดินมาถึงห้องพักของเขา เขาล้วงหยิบคีย์การ์ดเพื่อเปิดประตูเข้าไปในห้อง มือของเขาสั่นจนคีย์การ์ดล้วง เขาต้องก้มตัวลงไปเก็บ “โอ๊ย!!”

เขาปวดเอว ทันทีที่เขาก้ม เอวของเขามันดังกึก เขารู้สึกไม่ดีจนเข่าทรุด เขากัดฟัน หยิบคีย์การ์ดมาไว้ในมือ เขารูดการ์ดเพื่อเปิดประตูเข้าไปในห้อง

ทันทีที่เข้ามาในห้องพักได้ เขาจัดการปิดและล็อกประตู เขาถอดรองเท้าไว้หน้าห้อง เขาหมดแรงจะเดินเขาจึงคลานเข้าไปในห้องนั่งเล่นแล้วทรุดตัวลงนอน

“ฮึก...ฮือ....ฮือๆๆๆๆๆๆๆๆ อ้ากกกกกกกกกก กรี๊ดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดด” เขากรีดร้องเพื่อระบายความรู้สึกแย่ๆที่อัดอั้นมานาน น้ำตาไหลออกมาไม่หยุดและเขาไม่คิดจะอดกลั้นมันอีกแล้ว  “อ็อก!!”

เขาโก้งคออ้วก แต่สิ่งที่ออกมามีเพียงน้ำใสๆกับน้ำกรดในกระเพาะของเขาเท่านั้น เขาร้องไห้ เขาคลานไปที่โซฟาแล้วซบหน้าลงกับเบาะนุ่มๆของโซฟา มันไม่ได้ช่วยอะไรแต่เขาทำแล้วรู้สึกสบายขึ้นมานิดๆ

เขาควรทำความสะอาดตัวเองก่อน เมื่อคิดได้ดังนั้นเขาจึงลุกขึ้น ค่อยๆเดินตรงไปยังห้องน้ำ เขาถอดเสื้อผ้าออก

“ฮึก...บ้า” ทันทีที่กางเกงลงไปกองกับพื้น เขาก็สังเกตเห็นว่าน้ำเชื้อของโซโลม่อนมันไหลเยิ้มลงมาตามขาของเขา

สิ่งแรกที่เขาต้องทำคือเอาไอ้น้ำอสุจินี่ออกไปไกลๆจากรูก้นของเขา เขาคิดทั้งน้ำตา เขาค่อยๆทรุดตัวลงนั่งบนพื้นห้องน้ำ แล้วถ่างขาออก

“โอ้วพระเจ้า” เขาอุทานทั้งน้ำตา เขาเลื่อนมือลงไปยังช่องทางลับของตน เขาไม่เคยทำอะไรแบบนี้แต่จากที่เคยดูมา น่าจะต้องสอดนิ้วเข้าไปคว้านเอาน้ำออก

เขาสูดหายใจ เตรียมใจสักครู่จนเมื่อเขาพร้อม เขาจึงสอดนิ้วเข้าไปในช่องทางลับของเขาทีเดียวสองนิ้ว

“ฮึก...อ้า” เขารีบเอานิ้วออกเพราะรู้สึกไม่ดีเอาเสียเลยและที่สำคัญคือเขาอายเสียงของตัวเอง เขากุมขมับ ไม่อยากจะทำต่อด้วยซ้ำ แต่ถ้าไม่ทำ มันคงไม่เป็นผลดีกับตัวเขาเท่าไร

“ฮึก...ฮือๆๆๆๆ” เขาร้องไห้สักพักก่อนจะสูดลมหายใจ มันไม่ได้ช่วยอะไรแต่เขาต้องทำในสิ่งที่ควรจะทำ เขาลุกขึ้นไปหยิบแปรงสีฟันมาคาบไว้แล้วกลับลงมานั่งที่เดิม

เขาสูดลมหายใจเข้าออกแรงๆอยู่สองสามทีเพื่อให้กำลังใจตัวเอง เขาสอดนิ้วเข้าไปคว้านน้ำเชื้ออีกครั้ง

“ฮึก...อื้อ...ฮือออออ” เขากรีดร้องทั้งน้ำตา เขาหลับตาพยายามควานเอาน้ำเชื้อออกมาให้ได้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ เขาคิดว่าท่านั่งถ่างขาของเขาในตอนนี้ไม่น่าจะทำให้น้ำเชื้อออกมาได้หมด เขาลืมตาขึ้นมา เขากรอกตา แทบไม่อยากจะเชื่อว่าเขาต้องมาทำอะไรแบบนี้

เขาเปลี่ยนจากนั่งบนพื้นมาเป็นนั่งยองๆแทน ซึ่งท่านี้มันค่อนข้างได้ผล เขารู้สึกได้ถึงน้ำเชื้อที่ค่อยๆไหลลงมาตามช่องทาง เขาใช้มือนึงควานน้ำเชื้อส่วนอีกมือหยิบสายยางมาฉีดร่างกาย

กึก**!!!**

เขากัดแปรงสีฟันแน่นจนมันหักคาปากของเขา แถมแรงกัดของเขายังแรงพอที่จะทำให้ฟันของเขาฝังเลยจากด้ามแปรงสีฟันไปโดนลิ้นของเขาทำให้เลือดไหลออกจากปากของเขาเป็นจำนวนมาก

เขาต้องใช้เวลาอาบน้ำนานกว่าปกติ และต้องเสียงเวลากับการกินยาและปฐมพยาบาลตัวเองอีก

พอได้อาบน้ำแล้วเขารู้สึกดีขึ้น เขาชงชาแล้วหยิบคุกกี้ข้าวโอ๊ดมานั่งกินอยู่บนโซฟาตัวใหญ่  เขาเปิดช่องรายการหนังดู เวลานี้เป็นเวลาที่ซีรี่ย์ที่เขากำลังติดตามฉาย พอได้ดูซีรี่ย์แล้ว มันก็ทำให้เขารู้สึกดีมากขึ้นกว่าเดิม ยิ่งมีชาเย็นๆหอมๆกับคุกกี้รสโปรด มันยิ่งทำให้เขาดีขึ้น ชั่วขณะหนึ่ง เขาลืมไปแล้วว่าก่อนหน้านี้เขาเจอเรื่องร้ายๆอะไรมา

แอปเปิลสีแดง***~ร่วงลงมาจากท้องฟ้า~ผ่านหมู่เมฆา~ต้องแสงสุริยา~หล่นลงมาสู่มือของใครบางคน~***

 เสียงเพลงจากโทรศัพท์มือถือทำให้เขาอยากนั่งฟังไปเรื่อยๆมากกว่าอยากจะกดรับมัน เขาหยิบมันขึ้นมาดู หน้าจอแสดงชื่อว่า ‘ฮันเตอร์’ เขายิ้มแล้วกดรับสายทันที

“ไง ฮัน” เขากรอกเสียงไปตามสายก่อนจะกดปิดโทรทัศน์เพื่อคุยกับอีกฝ่าย

[“ไง ซิล วันนี้เป็นยังไงบ้าง”] ปรายสายถาม เขาชะงักไปครู่หนึ่งเมื่อลองทบทวนว่าวันนี้เขาเจออะไรมาบ้าง แล้วเขารู้สึกอย่างไรในวันนี้ เหตุการณ์ร้ายๆที่เขาไปเจอมามันฉายซ้ำเข้ามาในหัวราวกับเครื่องเล่นหนัง เขาน้ำตาไหลอีกครั้งหลังจากมันหยุดไหลไปแล้วสักพัก

“...ก็ สบายดี” เขาตอบ เขาเปล่าโกหก ก็แค่ตัวเขาในตอนนี้สบายดีเท่านั้นเอง

[ “...ทำไมนายร้องไห้?” ] ปรายสายถาม เขาเช็ดน้ำตา ไม่รู้เหมือนกันว่าต้องทำอย่างไร เขาไม่สามารถกลั้นน้ำตาไว้ได้

“...” เขาเลือกที่จะเงียบเพราะไม่รู้ว่าควรตอบว่าอย่างไรดี

[ “นายรู้ใช่ไหมว่านายสามารถคุยกับฉันได้ทุกเรื่อง?” ] ปรายสายกล่าว

“นั้นสินะ” เขาพึมพำ น้ำตายังคงไหล เขาอยากจะเล่า อยากจะพูดทุกๆอย่างให้ฮันเตอร์ฟัง “ฮัน...ฉัน”

[ “มีอะไร? เกิดอะไรขึ้น?” ] ฮันเตอร์ถามด้วยความเป็นห่วง มันยิ่งทำให้เขาร้องไห้ [“ซิล ได้โปรด บอกฉัน” ]

“ฮึก...แม่มังกร ไม่น่าเสียลูกไปเลยเนอะ” ซิลเลือกที่จะไม่บอกฮันเตอร์ เขาไว้ใจอีกฝ่ายและอยากบอกอีกฝ่าย แต่ในขณะเดียวกัน เขาก็รู้ว่าถ้าเขาบอกฮันเตอร์แล้วมันจะเกิดอะไรขึ้น

[ “...ใช่ อาจจะเสียลูกในท้องกับสามี แต่ก็ได้ไข่มังกรมาแทน” ] ฮันเตอร์ถอนหายใจ ถ้าซิลไม่คิดจะบอกเขา เขาก็จะไม่เซ้าซี้ถามให้อีกฝ่ายได้ทุกข์ [ “แต่โดยส่วนตัวฉันไม่ค่อยดูฉากแม่มังกร ฉันดูแต่ฉากน้องหนูหมาป่า” ]

“ฉันดูหมดเลย ยอมรับว่าบางฉากมันน่าเบื่อ แต่ถ้าดูหมดมันได้ข้อมูลเยอะดี” ซิลยิ้ม “ส่วนในเรื่องของตัวละคร ฉันชอบหมาป่าขาวกับแม่มังกร”

[ “ยังจำกฎได้ไหม ถ้านายชอบตัวละครตัวไหน ตัวนั้นจะตายทันที” ]

“ฉันไม่กลัวเพราะตัวละครของฉันตายแล้ว และฟื้นขึ้นมาแล้วด้วย ดังนั้น มันหลุดกฎแล้ว ฮะๆๆๆๆๆๆๆ”

[ “ใครจะรู้ อาจฟื้นแล้วตายอีกรอบก็ได้” ]

“ใครจะรู้ อาจอยู่รอดจนจบเรื่องก็ได้”

[ “ว่าแต่ได้ดูหนังเรื่องใหม่ที่เพิ่งเข้าโรงหรือยัง? เรื่องนั้นก็ทำมาจากนิทานพื้นบ้านนะ” ]

“ยังเลย ว่าจะไปดูหลังเสร็จงานน่ะ”

[ “กว่างานของนายจะเสร็จมันคงออกจากโรงแล้วล่ะ”]

“ตลก!!!ไม่นานขนาดนั้น!!!!”

ทั้งสองคนคุยโทรศัพท์กันอย่างสนุกสนาน รอยยิ้มประดับบนใบหน้าของคนทั้งคู่ ซิลมีความสุขเมื่อได้คุยกับฮันเตอร์ เขารู้สึกปลอดภัยและสบายใจที่ได้คุยกับอีกฝ่าย ส่วนฮันเตอร์เองก็มีความสุขที่ได้คุยกับซิล การที่เขาได้ยินเสียงของซิลมันทำให้ขาหายเหนื่อยจากงานที่ทำมาทั้งวัน

++++++++++++++++++++++++++++++++

อีกด้านหนึ่ง

บนยอดตึกหลังหนึ่ง มีร่างของชายหนุ่มคนหนึ่งกำลังนั่งส่องกล้องบนปืนไรเฟิลไปยังหน้าต่างของใครบางคนที่พักอยู่ในห้องพักห้องนั้น

ดวงตาสีเฮเซลบลูจ้องมองใบหน้ายิ้มแย้มของอีกฝ่ายผ่านเลนส์กล้อง เขายิ้มตามรอยยิ้มนั้น หัวใจเขาแทบสลายที่เห็นอีกฝ่ายร้องไห้

เขาเห็นทุกๆการเคลื่อนไหวของซิล เห็นตั้งแต่ซิลเดินเข้ามาในห้อง เขาแทบช็อกเมื่อเห็นซิลกรีดร้องแบบนั้น เกิดอะไรขึ้นกับซิล? นั้นคือคำถามที่ทำเขากระวนกระวายจนไม่เป็นอันทำอะไร

ฮันตัดสินใจโทรหาซิล คิดว่าอีกฝ่ายคงบอกว่าเกิดอะไรขึ้น แต่เขาก็หวังสูงเกินไป ซิลไม่บอกอะไรเขา ถึงกระนั้นก็ใช่ว่าเขาจะไม่มีวิธีที่จะหาคำตอบ

ซิลอาจไม่รู้ ว่าเขาติดกล้องและเครื่องติดตามไว้บนกระดุมเสื้อทุกๆตัวของซิล และเพียงแค่เขาเปิดกล้อง  ภาพที่เขาเห็นมันทำเขาโกรธ   โกรธจนไม่รู้จะโกรธอย่างไร โกรธจนแทบเสียสติ เขาอยากให้ซิลบอกเขา บอกเขาว่าเกิดอะไรขึ้น บอกเขาว่าจะให้เขาจัดการกับคนที่ทำกับซิลแบบนี้อย่างไร!!!

แต่ซิลก็ไม่บอก ซิลเลือกที่จะเงียบ เขารู้อยู่แล้วว่าซิลต้องเลือกทำงานให้เสร็จก่อนมาจัดการปัญหารายทางพวกนี้ ถ้าซิลเลือกแบบนั้น เขาก็จะเคารพการตัดสินใจของซิล และคอยสนับสนุนซิลอยู่เสมอ

ดวงตาสีเฮเซลบลูยังคงจ้องมองซิลผ่านเลนส์กล้อง ในขณะที่มือข้างหนึ่งถือโทรศัพท์แนบหู ส่วนมืออีกข้างกดแป้นพิมพ์โน้ตบุ๊กเพื่อหาข้อมูลบางอย่าง

ซิลนั่งคุยกับเขา จนกระทั่งหลับไป โดยที่ซิลไม่ได้กดวางสาย เห็นได้ชัดว่าซิลต้องการใครสักคน ต้องการใครสักคนคุยด้วย ต้องการใครสักคนปลอบ ต้องการใครสักคนอยู่ข้างๆ และใครสักคนที่ว่านั้นคือ ฮันเตอร์ เขายกยิ้ม รู้สึกดีใจและภูมิใจที่ซิลเห็นเขาสำคัญขนาดนั้น

“ราตรีสวัสดิ์ ฉันรักนาย” ฮันเตอร์พูดก่อนจะวางสาย ฮันเตอร์ถอนหายใจ เขาก้มมองโน้ตบุ๊กเมื่อมันส่งสัญญาณเตือนว่าได้ข้อมูลที่เขาต้องการครบหมดแล้ว ดวงตาสีเฮเซลบลูไล่อ่านข้อมูลที่ได้ไปทีละบรรทัดๆ 

“โซโลม่อน อวาลอน” ฮันเตอร์อ่านชื่อของบุคคลเจ้าของข้อมูล ทันทีที่ภาพของอีกฝ่ายเด้งขึ้นมาบนหน้าจอ เขาถึงกับยกปืนพกขึ้นมาจ่อหน้าจอโน้ตบุ๊กเมื่อเขาลองจินตนาการว่าบุคคลภายในภาพมาอยู่ตรงหน้าเขา

นัยน์ตาของเขาเต็มไปด้วยโทสะ เขาลั่นไกเตรียมยิง แต่สุดท้ายเขาก็เก็บปืนพกของเขาเข้าที่เดิม

“แกจะต้องชดใช้กับสิ่งที่แกทำกับซิลย่า” ฮันเตอร์กล่าว เสียงของเขาเยือกเย็นจับขั้วหัวใจ “ในตอนนี้แกรอดตัวไป แต่ในวันข้างหน้า แกจะต้องชดใช้อย่าสาสม หึหึหึ”









TBC.

+++++++++++++++++++++++++++++++++++++++


สวัสดีจ้านักอ่านทั้งหลาย!! ตอนแรกของนิยายเรื่องใหม่ก็เริ่มด้วย NC เลยเว้ย

บอกตามตรงว่าพยายมเขียนแบบว่า...เปลี่ยนแนว แล้วพอเอกลักษณ์ของตัวเองมันไม่ใช่แล้วแบบ ยากโว้ย+++ ดังนั้นกรุณาอย่างงว่าทำไมตอนแรกคนเขียนถึงเขียนแปลกๆ แค่ทดลองเขียนแนวใหม่เท่านั้นเอง ตอนหน้าก็กลับมาเขียนแบบที่ถนัดแบบเดิมและ(แนวที่ว่านี่คือแนวบรรยายนะจ้ะ)

นายเอกของเรื่องนี้มีอะไรมากกว่าที่คิดนะคะ และใครที่อ่านตอนนี้อาจจะตะหงิดๆว่า เอ มันคุ้นๆนะ อยากจะบอกว่าใช่ และขอบอกเลยว่า คนเขียนหมั่นไส้มันมากอยากเขียนเอาคืน เลยปูทางแบบนี้ไว้ก่อน ตอนหลังๆคือปฏิบัติการเอาคืน55555555

ตัวละครหลักโผล่มาสามตัวคือนายเอกซิลของเรา(คนนี้บอกเลยว่ามันต้นแบบมาจากหนุ่มเปอร์เซีย) และพระเอกของเรา...คนไหนดีหนอ5555 คนนึงมาแนวตาลุง อีกคนคือหนุ่มนัยน์ตาสีเฮเซลบลู มารอดูกันว่าตอนต่อไปจะเป็นไงหนอ

และเจอกันตอนหน้าจ้า

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น

}