ณัฐวรรณณี

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ชื่อตอน : ดูแลคนป่วย

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย รักวัยรุ่น

คนเข้าชมทั้งหมด : 24.8k

ความคิดเห็น : 2

ปรับปรุงล่าสุด : 09 มิ.ย. 2560 13:48 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ดูแลคนป่วย
แบบอักษร

ตอนที่ 5 ดูแลคนป่วย

ภูผาเดินออกจากห้องปฏิบัติการของคณะเพราะพึ่งทำแลปเสร็จกำลังจะเดินเข้าไปทักต้นตระการที่เรียนอยู่ห้องใกล้กันแต่ไอ้เพื่อนสุดที่รักกลับรีบแล้วเดินลงบันไดไปเลยยังไม่ทันจะเข้าไปคุยด้วยซ้ำ

“ มึงรีบไปไหนวะ?”

(“ ไปเคลียร์งานกูต้องไปดูยัยรินด้วย ยัยทอมบอกว่ามันป่วยไม่ได้มาเรียน”)

“ หรอ? งานอะไรวะกูเคลียร์แทนมึงก็ได้ “

(“ ไอ้สัดขอบคุณมากแต่พ่อกูบังคับว่าต้องเป็นกูห้ามใช้มึงแทน ถ้ามึงอยากช่วยนะ ไปดูยัยรินแทนกูจะดีมาก “)

“ กูไม่เคยเห็นยัยนั้นป่วยจะรู้ได้ไงว่าเป็นยังไง “

(“ มึงจะเห็นลูกแมวเลยแหละ สรุปจะไปแทนไหม?”)

“ เอาแบบนั้นก็ได้แล้วยัยนั้นอยู่ไหน “ เขาตอบรับก่อนจะเดินลงจากตึกเธออยู่คอนโดที่อยู่คนละซีกโลกกับเขาเลย ภูผามองเสื้อผ้าในรถที่เตรียมไว้หลังออกกำลังกายเสร็จพอดีกับการจะได้นอนไม่ต้องวนรถกลับไปเอาเสื้อให้เหนื่อยเปล่าๆ

ด้วยความเป็นห่วงเพื่อนต้นตระการจึงบอกรหัสห้องและเบอร์ห้องให้เขารู้รวีรินจะได้ไม่ต้องลุกออกจากเตียงมาเปิด

ห้องคอนโดหรูตกแต่งด้วยสีน้ำตาลกับดำเป็นหลักมีหินอ่อนตกแต่งไม่ต่างจากห้องเขาเพียงแต่ห้องของหญิงสาวมีกลิ่นหอมเหมือนกลิ่นตัวเธอฟุ้งไปทั่วห้อง ภูผาเดินเข้าไปยังห้องขวามือที่คิดว่าเป็นห้องนอนสรุปเป็นห้องทำงานที่ยังมีแบบค้างอยู่ เขาเดินมาฝั่งตรงข้ามที่มีถึงสองห้องสรุปอีกห้องเป็นห้องแต่งตัวที่ใหญ่โคตรๆ ห้องนอนของรวีรินเป็นห้องนอนจริงๆห้องนอนที่มีแต่เตียงขนาดใหญ่กับโซฟาเล็กอันหนึ่งแล้วก็ไม่มีอะไรเลย ส่วนคนตัวเล็กก็นอนขดอยู่บนเตียงนอนขนาดใหญ่ยังไม่รู้การมาของเขา

ไอร้อนส่งผ่านมาถึงมือใหญ่ที่นาบอยู่บนหน้าผากทำให้รู้ว่าเธอมีไข้ค่อนข้างสูงตั้งแต่วันนั้นจนวันนี้ก็ผ่านมาสามวันยังไม่หายเลยสินะ

“ แม่ครับ เพื่อนป่วนต้องทำยังไงบ้าง “

(“ แล้วเขามีอาการยังไงบ้างล่ะลูก “)

“ ไม่รู้ครับตอนนี้นอนอยู่ตัวก็ร้อน “

(“ ถ้าเขาอ้วกหรือไอ แล้วมีไข้จนสั่นให้ไปส่งโรงพยาบาลก่อนนะภูแต่ถ้ามีไข้เฉยๆภูก็เช็ดตัวให้เพื่อนกินอาหารอ่อนๆแล้วก็ลงไปซื้อยาแก้ไข้ให้เพื่อน หรือไม่ภูก็มารับแม่ไปดูอาการ “) แม่ของเขาเป็นถึงผอ.โรงพยาบาลเลยนะจะให้ไปรับเวลานี้โดนคนอื่นด่าตายแน่ๆ

“ ครับ ผมขอดูอาการก่อนนะครับ “

(“ ว่าแต่เพื่อนคนไหนทำไมลูกชายแม่ถึงได้โทรมาปรึกษาแบบนี้ “)

“ แม่รู้จักเขาอยู่แล้วครับ แค่นี้ก่อนนะครับตื่นพอดี “

(“ จ้า “) แม่เขาไม่ถามอะไรตอบเพราะคิดว่ารู้คำตอบอยู่แล้วว่าเป็นใครในชีวิตก็ไม่ได้สนิทอะไรกับใครมากมายอยู่แล้ว

“ อื้อ….” คนตัวเล็กเริ่มรู้สึกตัวพอได้สติเห็นหน้าเขาที่นั่งอยู่บนเตียงข้างๆเธอเลยพยายามที่จะลุกมานั่งพิงหัวเตียงท่าทางอ่อนเพลีย

“ เป็นไง “

“ ยังไม่ตาย “

“ ตอบดีๆถ้าไม่อยากตาย แม่ถามว่าอ้วกรึเปล่า “

“ ไม่ ปวดหัวเฉยๆ “

“ แล้วกินยายัง?”

“ กินพาราก่อนนอนแต่ไม่ดีขึ้น “

“ ไปโรงบาลไหมฉันพาไป “ หญิงสาวส่ายหน้าไปมาเพราะเธอไม่ชอบทำให้เป็นเรื่องใหญ่ตอนแรกก็ไม่ได้ป่วยมากมายขนาดนี้หรอกแต่เพราะงานมันเยอะทำให้ไม่ได้หลับไม่ได้นอนอาการเลยแย่ลงจนถึงทุกวันนี้

“ นายมาทำไม “

“ มาแทนไอ้ต้นมันไปทำงาน “ รวีรินพยักหน้าเข้าใจก่อนจะล้มตัวลงนอนอีกครั้งเธอไม่มีแรงที่จะลุกขึ้นมาเถียงหรือจะลืมตาด้วยซ้ำ

“ เธอกินข้าวยัง?”

“ ยัง “

“ อย่าพึ่งหลับฉันจะไปซื้อข้าวต้มมาให้ “

“ ไม่เป็นไรนายกลับไปเถอะ “

“ ไอ้ต้นจ้างมาแพง เธอจะให้เพื่อนขาดทุนว่างั้น “

“ อื้อ…” รวีรินหลับตาไปแล้วมือใหญ่ลูบใบหน้าเล็กๆที่ยังร้อนอยู่ด้วยใจที่ไม่ค่อยดีเท่าไหร่เธอเหมือนคนไม่มีแรงอะไรเลย เขาต้องไปเอากะละมังใส่น้ำอุ่นมาเช็ดตัวให้เธอซึ่งคนที่นอนอยู่ทำเสียงรำคาญเล็กๆแต่ก็ยอมให้เช็ดแต่โดยดี

ภูผาโทรสั่งโจ๊กจากโรงแรมเพราะคอนโดเป็นของโรงแรมดังในกรุงเทพส่วนเขาก็ลงไปซื้อยาที่ร้านขายยาใกล้ๆโดยให้แม่เป็นคนสั่งให้เขาขึ้นมาถึงห้องเป็นเวลาเดียวกับที่โจ๊กมาถึงพอดี

“ นี่! ตื่นขึ้นมากินข้าวก่อนจะได้กินยา “

“ ฉันง่วง “

“ ตื่นขึ้นมากินไม่อย่างนั้นฉันจะพาเธอไปโรงบาล “ รวีรินงัวเงียตื่นขึ้นมาด้วยใบหน้าบูดบึ้งแต่ตายังปิดอยู่ไม่ได้สนใจเลยว่าเขาเอาอะไรให้กิน

“ อ้าปาก “

“ ฉันกินเอง “

“ กินเองเธอก็ไม่กินหรอก เร็วๆ “ คนโดนรู้ทันได้แต่บ่นงึมงำอ้าปากแต่โดยดี ภูผามองหญิงสาวตรงหน้าที่นั่งพิงหัวเตียงอย่างนึกสงสารถ้าไม่ใช่เขาเธอก็คงไม่ป่วยแถมยังดูป่วยมากด้วยงานการก็ยังทำไม่เสร็จ

“ หน้าฉันมีอะไรติด “

“ คิดว่าผมเธอน่ารำคาญชะมัด “

“ เอายางมาดิอยู่ในตู้นั้น “  ภูผาเปิดลิ้นชักเอายางยืดสีดำออกมาก่อนจะลุกขึ้นไปรวบผมให้เธออย่างเบามือที่สุด

“ ฉันทำเองได้ “

“ อย่ามาปากเก่ง กินยาด้วย “

“ ไม่ได้เอายาตายให้ใช่ไหม?”

“ อื้อยาตายจะกินไม่กิน “ รวีรินชักสีหน้าเมื่อคนตรงหน้าต่อปากต่อคำเก่งจริงๆเธอรับยาจากเขากินเสร็จก็นอนลงทันทีไม่รอให้อาหารย่อยเลยด้วยซ้ำ

“ จะกลับแล้วปิดไฟให้ด้วยนะ “

“ อื้อ “ ใครบอกจะกลับเขาเตรียมมานอนขนาดนี้ใครจะโง่กลับกันล่ะ ภูผาเห็นคนป่วยนอนหลับไปแล้วมองนาฬิกาก็หกโมงกว่า เขายังไม่ได้กินข้าวเลยจึงเดินไปเปิดตู้เย็นซึ่งแน่นอนมันมีสิ่งที่เขาต้องการรวีรินทำอาหารทิ้งไว้เขาเลยเอาอุ่นกินได้ง่ายขึ้นถือโอกาสได้เดินสำรวจห้อง

ห้องทำงานของรวีรินเต็มไปด้วยตู้หนังสือทั้งหนังสือเรียนหนังสือเล่นเรียกได้ว่าจัดเป็นห้องสมุดเลยก็ได้ โมเดลที่ยังค้างอยู่มีรูปร่างแล้วอีกไม่นานก็คงเสร็จเป็นแบบของร้านอาหารสักอย่าง  บนโต๊ะทำงานใหญ่มีรูปหญิงสาวตั้งแต่สมัยเด็กจนมาถึงปัจจุบัน

เธอไม่ได้หน้าตาเปลี่ยนไปเลยแถมยังพัฒนาการดีเยี่ยมสวยขึ้นอย่างเห็นได้ชัดภูผาไม่เคยปฏิเสธใครเลยเมื่อมีคนชมว่ารวีรินสวยเพราะเธอสวยจริงๆ เขานึกย้อนไปถึงวันแรกที่เจอกัน

วันนั้นต้นตระการพาเขาไปกินข้าวที่คณะสถาปัตย์บอกว่ามีเพื่อนอยู่ที่นั้นแต่ความจริงเขาก็พอจะรู้ว่าต้นตระการไม่ได้อยากไปหาเพื่อนสนิทคนนั้นอยากไปหาสาวที่ตัวเองเรียกว่าทอมๆๆอยู่ทุกวันนั้นแหละ

“ ริน นี่ภูผาเพื่อนคณะแต่มันเรียนคนละสาขากับฉัน “

“ หวัดดี “ เธอหันมายิ้มให้เขาก่อนจะหันกลับไปสนใจจานอาหารของตัวเองต่อคนโดนเมินชักสีหน้าอย่างไม่พอใจที่โดนเมินก่อนทั้งๆที่เขากำลังคิดว่าเธอสวยมากอยู่แล้วเชียว

คิดถึงวันนั้นภูผาก็ได้แต่หัวเราะเบาๆนั้นคงเป็นจุดเปลี่ยนที่ทำให้เขานิ่งใส่เธอมาตลอดแถมยังเมินตลอดด้วยก็เขาโดนทำก่อนนี่

ภูผาเดินกลับเข้ามาในห้องนอนเธอยังนอนอยู่แบบเดิมเขาต้องเดินไปเปลี่ยนน้ำและมาเช็ดตัวให้เธอใหม่ ไข้จะได้ลดเร็วๆไม่ลืมที่จะติดคูฟีเวอร์ให้เธอด้วยแม่ไม่ได้บอกแต่เห็นคนอื่นเขาทำกัน

ชายหนุ่มเดินเข้าไปอาบน้ำแล้วกลับมาออกมาด้วยชุดนอนเขาต้องเอาเสื้อผ้าไปซักและตากไว้สำหรับใส่พรุ่งนี้คนทำอะไรไม่เป็นก็ได้แต่ยืนโง่ไม่รู้จะทำยังไงจนสุดท้ายคิดว่าน่าจะกลับไปเปลี่ยนชุดที่ห้อง

ร่างสูงนอนลงที่เตียงใหญ่แต่อีกคนกลับไม่รู้สึกตัวซะงั้น สงสัยเขาต้องสอนเธอใหม่ว่าอย่างนอนหลับลึกถ้ามีใครแอบทำอะไรขึ้นมาจะทำยังไง

แขนแกร่งโอบคนตัวเล็กหลวมๆไม่ได้สนใจเลยว่าจะคิดไข้ไหมแต่เพราะอยากให้อีกคนอุ่นมากกว่า คนที่นอนอยู่ได้รับไออุ่นจากอ้อมกอดเธอก็ขยับเข้าไปใกล้ก่อนจะหลับไปในอ้อมกอดอุ่นๆในอีกครั้ง

ตอนเช้ารวีรินตื่นขึ้นมาก่อนหญิงสาวมองคนที่กอดเธออยู่อย่างงงๆคิดว่ากลับไปแล้วแต่ไหงมานอนอยู่นี้พร้อมกับเปลี่ยนเสื้อผ้าแล้วด้วย หญิงสาวลุกออกจากอ้อมแขนเบาๆแม้จะมีอาการปวดหัวอยู่บ้างแต่ก็ดีกว่าเมื่อวานมาก

“ ซักไม่เป็นละสิท่า “ เธอเอาเสื้อผ้าของเขาลงเครื่องซักให้เรียบร้อยก่อนจะเข้าไปทำอาหารเช้า

ติ๊ด ติ๊ด

“ ฮัลโหล “

(“ เสียงดีขึ้นนี่หว่า “)

“ อื้อ “

(“ ไอ้ภูเอาอะไรให้กินว่ะทำไมดีขึ้นจัง “)

“ เอายา ไปจ้างมาเท่าไหร่ล่ะ “

(“ ไม่ได้จ้างเลยพูดเกริ่นขึ้นมานิดหน่อยมันก็ไปแล้ว “) เธอคุยกับต้นตระการต่ออีกนิดหน่อยก่อนจะเดินไปปลุกคนที่นอนหลับอยู่บนเตียงสรุปใครมาดูใครกันแน่

“ มีเรียนสิบเอ็ดโมงไม่ใช่รึไง จะนอนหรือตาย “

“ สงสัยจะติดไข้เธอมั้ง “

“ ฉันบอกให้นายกลับ “

“ ขี้เกียจมันไกล “ ตอบออกมาได้หน้าด้านๆ ภูผาลุกขึ้นจากเตียงไปกินอาหารเช้าที่อีกคนทำไว้ให้เวลาตอนนี้แปดโมงนิดๆยังพอมีเวลาอีกเยอะพอสมควร

“ เสื้อผ้านายตากอยู่ข้างนอกปั่นแห้งแล้วแต่รออีกสักพักล่ะกัน “

“ เธอไม่มีเรียนหรอ?”

“ ไม่ ฉันจะทำงาน “

“ แต่เธอยังไม่หาย “

“ โอ๊ยถึงป่วยใกล้ตายก็ต้องทำฉันไม่เสี่ยงติดเอฟแน่นอน “ อย่างเธอไม่มีทางติดเอฟแน่ๆ ภูผาคิดในใจคนเรียนอันดับต้นๆของคณะก็คงมีแต่รวีรินนี่แหละที่อาจารย์ยอมรับในฝีมือการออกแบบ

“ ไปกินยาอย่ามาเนียน “

“ ฉันหายแล้ว “

“ ถ้าเธอป่วยอีกฉันจะส่งเธอเข้าโรงพยาบาลไม่ให้ออกมาเลย “

“ โรงบาลที่ไหนเขาจะกักขังคนไข้ “

“ โรงบาลแม่ฉันเองจะลองดูก็ได้ “ รวีรินยอมเดินไปหยิบยามากินแล้วก็หายเข้าไปในห้องทำงานเลย คนรอเสื้อผ้าก็ดูข่าวดูทีวีรอไปพลางๆ

“ ฉันรีดผ้าไม่เป็น “ นั้นเป็นเสียงของภูผาที่หันมาบอกเธอหลังจากไปเอาเสื้อผ้ามาให้

“ ไปอาบน้ำไป “

“ เธอรีดเป็นหรอ?”

“ ฉันไม่ใช่คุณชายแบบนาย “ คนโดนด่าว่าคุณชายหงุดหงิดหน่อยแต่เขาก็ทำไม่เป็นจริงๆจะให้ทำยังไงว่ะเกิดมายังไม่เคยได้จับคำว่าเตารีด

ภูผานั่งอยู่บนรถของตัวเองอีกนิดเดียวก็ถึงมหาลัยกลิ่นหอมออกมาจากเสื้อทำให้นึกถึงคนที่ทั้งซักทั้งรีดให้ ถึงตัวเองจะป่วยยังจะทำให้อาจจะมีเสียงบ่นบ้างแต่มันก็ยังยอมทำให้เหมือนเดิม

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น