by.. ฟาง

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

14/ อุบัติเหตุจริงหรือ? (แก้คำผิด)

ชื่อตอน : 14/ อุบัติเหตุจริงหรือ? (แก้คำผิด)

คำค้น : ตอนี่ 14

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 35.9k

ความคิดเห็น : 148

ปรับปรุงล่าสุด : 10 ส.ค. 2560 11:05 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 400
× 0
× 0
แชร์ :
14/ อุบัติเหตุจริงหรือ? (แก้คำผิด)
แบบอักษร

​โปรดP...

ผมใจร้ายกับไอ้ปอนั่นผมรู้แต่มันเป็นสิ่งที่ผมตั้งใจทำ มันเป็นการเห็นแก่ตัวที่ผมเอ่ยตัดความหวังทุกเส้นทาง แต่ก็ยังดูแลและปฏิบัติต่อมันเหมือนเดิม แต่ผมไม่คิดว่าการกระทำกับคำพูดของผมมันสวนทางกันนะ เพราะผมก็ได้บอกไปแล้วว่าทุกสิ่งทุกอย่างที่ผมทำให้ นั่นเพราะผมอยากให้มันมีวันเวลาดีๆเหมือนคนอื่นเขาบ้าง ที่ผมมีให้ไอ้ปอนั่นคือความสงสารและเห็นใจมันล้วนๆ

ตรู๊ดๆๆ "เออ ว่าไงโย" ผมอึ้งไปสักพักก่อนจะวางสายโทรศัพท์ ไอ้โยโทรมาบอกว่าแม่ของมินเสียชีวิตแล้ว ทีนี้เด็กคนนั้นจะทำยังไงล่ะเท่าที่ผมรู้มาน้องมันเหลือแต่แม่คนเดียวนี่ แถมตอนนี้ได้ข่าวว่าไอ้ตุลย์กำลังอยู่ในช่วงง้อมินซะด้วย

"เป็นอะไรครับพี่โปรด หน้าเครียดเชียว"

"ไม่เป็นอะไรคืนนี้กูไม่ได้มาหานะ กลับจากร้านลุงเลิศก็เข้าห้องเลยห้ามเถลไถลเดี๋ยวก็โดนฉุดอีกหรอก"

"รับทราบครับท่าน" ไอ้ปอหันมาตะเบ๊ะก่อนจะถอดผ้าเช็ดตัวเหลือแต่กางเกงในใส่เสื้อผ้าตรงตู้นั่นแหละ เฮ้อ ไอ้นี่มันเริ่มขี้อ่อยขึ้นทุกวัน

"ไอ้ปอ ตกลงมึงกำลังอ่อยอยู่ใช่มั้ย" ผมนอนกระดิกเท้าตาก็ดูโคนันที่ไอ้ปอมันติดนักติดหนา

ฟุบ! "อั้ยย๊ะรู้ด้วยเก่งจริงน๊า จุ๊บๆจุ๊บเผื่อคืนนี้กับพรุ่งนี้ด้วย" ผมอดหัวเราะเบาๆ ไม่ได้เมื่อไอ้ปอมันกระโดดมานั่งคร่อมทับแล้วจุ๊บไปทั่วหน้าทั่วคอจนเปียกน้ำลายหมดแล้วมั้ง

เพี๊ยะ! "ไอ้ชีไปเปลือยใส่เสื้อผ้าเดี๋ยวนี้เลย ชอบแก้ผ้านะมึงน่ะ" ไอ้ปอมันลอยหน้าลอยตาแถมบดๆเบียดๆก้นใส่ลูกชายผมอีก หน้าตามันดูอ้อนแต่เป็นอ้อนมืออ้อนตีนนะครับเด็กอะไรกวนฉิบหาย

"อื้ออ" ไอ้ปอทุบอกผมตุบๆเมื่อผมรั้งคอมันมาจูบ พอเห็นสถานการณ์ล่อแหลมมันก็ลนลานไปใส่เสื้อผ้า หึหึนึกว่าจะแน่ไอ้แมงปอเอ้ย


ผมมาร่วมงานสวดอภิธรรมศพแม่ของมิน เห็นหน้าน้องมันแล้วอดสงสารไม่ได้ มินเป็นเด็กที่ผมรู้สึกถูกชะตาตั้งแต่เห็นหน้าครั้งแรก ไม่ใช่ลักษณะชู้สาวเพียงแต่ผมรู้สึกว่าเด็กคนนี้หนักแน่น มั่นคง และมีอะไรน่าค้นหา ที่สำคัญเด็กคนนี้จะเป็นคนที่เพื่อนผมขาดไม่ได้ในอนาคต จะว่าไปแล้วผมก็ชอบคนบุคลิกน่าค้นหาแบบมินนะ มันดูตื่นเต้น ท้าทาย ไม่น่าเบื่อและมีคุณค่าดี ตลอดงานไอ้ตุลย์ก็อยู่เคียงข้างมินตลอด ถ้ามันได้รับโอกาสและทั้งคู่คบหากันจริงๆผมว่าพวกเขาจะดูเหมาะสมกันมาก

พอออกจากวัดผมก็กลับไปทำงานที่ร้านต่อ อีกไม่กี่วันมหาวิทยาลัยก็จะเปิดแล้วงานอะไรที่กองๆอยู่ผมก็ต้องรีบเคลียร์ให้เสร็จเรียบร้อย จะได้ไม่เป็นภาระให้พี่บัญชามากนัก

ติ๊ง {แมงปอ : เค้ากลับมาถึงห้องครบ32แล้วนะ ฝันดีครับพี่โปรด} ไอ้ปอมันจะไลน์มารายตัวแบบนี้ทุกคืน พอมันสารภาพความรู้สึกถึงแม้ว่าผมจะไม่ตอบรับ แต่ดูเหมือนความตึงเครียดความกังวลของมันจะเริ่มลดน้อยลง มันเริ่มเป็นตัวของตัวเองมากขึ้นแสดงออกมากขึ้น แต่ก็ไม่ได้อยู่ในขอบเขตที่น่ารำคาญอะไร บางเรื่องออกจะน่ารักด้วยซ้ำดีกว่าให้มันมาเก็บกดแล้วทำหน้าเหมือนจะตายทุกเวลา ถึงแม้วันข้างหน้าไอ้ปอต้องเจ็บปวดกว่าวันนี้ แต่นั่นก็เป็นสิ่งที่มันเต็มใจเลือกเอง ในเมื่อมันเลือกแบบนั้นแล้วเวลาที่ผมยังได้ใช้กับมันอะไรที่ทำได้ผมก็จะทำให้มันเต็มที่ยกเว้นเรื่องความรู้สึก เรื่องนี้เป็นเรื่องเดียวที่ผมคิดให้ตายยังไงก็ไม่ใช่มันอยู่ดี


วันที่ฌาปนกิจศพแม่ของมิน ผมเห็นน้องมันอยู่ในชุดผ้าเหลืองแล้วยิ่งเอ็นดู ไอ้ตุลย์ดูแลมินและดูแลเรื่องงานตลอดจนถึงวันที่เราเอาอัฐิแม่ดาไปโปรยที่สมุทรสาครดูๆไอ้ตุลย์กับมินน่าจะโอเคกันแล้ว แต่ที่น่าเห็นใจก็คงไม่พ้นไอ้มึนดิวน้องรหัสตัวแสบ ผมเพิ่งรู้ว่าคนที่มันรักปักใจก็คือมินนั่นเอง แต่ก็ไม่แปลกใจหรอกถ้าเป็นมินต่อให้เป็นผมตอนยังไม่รู้จักน้องมันและน้องมันไม่ใช่คนของไอ้ตุลย์ ผมก็อยากลองเข้าไปทำความรู้จักและค้นหาดูเหมือนกัน

ตรู๊ดๆๆ "ว่าไงไอ้แมงปอ"

"สวัสดีครับโทรจากโรงพยาบาลxxx ไม่ทราบว่าคุณเป็นญาติของนายปอรัก สุรดิษมั้ยครับ" ผมวางปากกาที่กำลังเซ็นงาน แล้วหันมาสนใจกับข้อความจากปลายสายแทน

"ครับ ไม่ทราบว่ามันเป็นอะไรรึเปล่า" 

"ตอนนี้คนเจ็บได้รับอุบัติเหตุถูกมอเตอร์ไซค์เฉี่ยวชนและรักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาลครับ"

"โอเคเดี๋ยวผมไป ขอบคุณมาก" ผมละมือจากงานที่กำลังทำแล้วเดินไปฝากงานกับพี่บัญชา ก่อนจะขับรถตรงไปโรงพยาบาล มันทำยังไงถึงไปโดนรถเฉี่ยวเข้าวะเนี่ย

"ไม่ทราบว่านายปอรัก สุรดิษ รักษาตัวอยู่ที่ไหนครับ"

"อ๋อ น้องที่ถูกนำตัวมาเมื่อกี้ใช่มั้ยคะ ตอนนี้ยังอยู่ห้องฉุกเฉินค่ะ" ผมเดินไปทางที่ประชาสัมพันธ์โรงพยาบาลบอก พยาบาลหน้าห้องฉุกเฉินพาผมเข้าไปข้างใน ไอ้ปอนอนหลับสนิทอยู่บนเตียงข้างๆมีหมอหนุ่มคนหนึ่งกำลังทำแผลที่เท้าให้มัน

"คุณหมอคะ ญาติของน้องมาแล้วค่ะ"

"มันเป็นอะไรมากมั้ย" ผมกอดอกยืนดูคุณหมอที่กำลังบรรจงทำแผลจนเกินเหตุ

"สวัสดีครับ น้องได้รับอุบัติเหตุถูกรถเฉี่ยวชนมาต้องเย็บที่คางเก้าเข็ม ข้อเท้าพลิก มีแผลถลอกตามร่างกาย หมอต้องขอให้นอนโรงพยาบาลเพื่อดูอาการอีกวันสองวันนะครับ"

"อืม" ผมไม่ได้สนใจว่าหมอกับพยาบาลจะทำท่ายังไงที่เห็นอาการเสียมารยาทของผม ผมกำลังข้องใจว่ามันไปทำยังไงให้รถเฉี่ยวในเวลาเกือบตี1วะ

"ญาติผู้เสียหายใช่มั้ยครับ" สักพักบุรุษในเครื่องแบบสองนายก็เดินเข้ามาสอบถามประวัติของไอ้ปอ ผมเลยได้รับคำตอบที่ตัวเองคาใจสงสัยคร่าวๆ 

มีพยานที่เกิดเหตุบอกว่าไอ้ปอกำลังเดินออกจากเซเว่นตรงข้ามโรงเรียน มันก็ไอ้เซเว่นที่มันไปซื้อยาตอนถูกฉุดจนเกือบจะถูกข่มขืนนั่นแหละ จู่ๆก็มีมอเตอร์ไซค์พุ่งเข้ามาจะชน ดีที่มันหลบทันแต่ก็ไม่วายโดนเฉี่ยวอยู่ดี ตำรวจสอบถามรายละเอียดสักพักก็ขอตัวกลับ ส่วนผมก็บอกทางโรงพยาบาลช่วยจัดการเรื่องห้องพิเศษให้ไอ้ปอมันนอน พุ่งเข้ามาชนงั้นเหรอ?


"อื้ออ"

"ไง หาเรื่องเจ็บตัวอีกแล้วนะมึง ตี1มึงไปทำอะไรที่เซเว่น กูบอกกี่ครั้งแล้วว่าเลิกจากร้านลุงเลิศให้รีบกลับห้อง"

ก๊อกๆ ผมยังไม่ทันอ้าปากซักอะไรไอ้ปอมากเพราะมันเพิ่งตื่น แต่ไอ้หมอคนเมื่อคืนก็เข้ามาตรวจซะก่อน อะไรวะนี่จะ9โมงแล้วยังไม่ออกเวรอีกเหรอ หมอเขาเข้าเวรกัน24ชั่วโมงรึไง

"ถ้ารู้สึกตึงๆแผลก็ขอยาแก้ปวดที่พยาบาลได้นะครับ แล้วรู้สึกคลื่นไส้อยากอาเจียนหรือเบลอๆอะไรรึเปล่า"

"ไม่ครับ"

"โอเคครับคนเก่ง งั้นพักผ่อนเยอะๆนะครับ" สัส! คนเก่ง หมอพูดกับคนไข้แบบนี้ก็ได้เหรอวะเพิ่งรู้ สงสัยไอ้หมอนี่น่าจะเป็นสายเดียวกับไอ้โย สายหมอขี้หลีน่ะ

ผมนั่งไขว่ห้างดูการซักถามระหว่างหมอกับคนไข้ ถ้ามึงจะใส่ใจและละมุนขนาดนี้นะเดี๋ยวกูจะติดต่อให้มาเป็นหมอประจำตัวของไอ้ปอซะเลย

"พี่โปรดมาได้ไงอ่ะ"

"กูหายตัวมามั้ง ตอบคำถามของไอ้หมอนั่นแล้วมาตอบกูบ้างว่าไงมึงไปทำอะไรที่เซเว่นตอนตี1 กูบอกกี่ครั้งแล้วไอ้ปอหรือว่ามึงไม่ต้องทำแล้วก็ได้นะร้านลุงเลิศน่ะ ถ้าอยากพักอยู่ที่นั่นก็ตามใจเลิกเรียนแล้วมึงอยู่แต่ในห้องเลยไม่ต้องออกไปไหน เช้ามาถึงเวลาเรียนก็ไปเรียน" พอคุณหมอที่แสนจะใส่ใจคนไข้ออกจากห้องผมก็หันมาใส่ไอ้ปอทันที มันทำหน้าหงอยๆลงไอ้ผมก็สงสารอยู่หรอกแต่อดโมโหไม่ได้ ทำไมมันดื้อด้านแบบนี้วะ

"ปากอมอะไรอยู่ จะตอบกูได้รึยัง"

"ปอไปซื้อน้ำยารีดผ้าอ่ะ จะเอามารีดชุดนักเรียน"

"แล้วทำไมมึงไม่ซื้อตั้งแต่เลิกเรียนห๊ะ!"

"ก็ตอนนั้นปอลืม มานึกออกตอนที่เก็บร้านให้ลุงเลิศเสร็จแล้วอ่ะ"

"เว้ยกูปวดหัว!ไม่ได้เจอมึงไม่กี่วันมึงก็มีเรื่องอีกละ จะสร้างปัญหาไปถึงไหนวะไอ้ปอ" ไอ้ปอมันน้ำตาคลอแล้วพลิกตัวหันหน้าหนี แม่งกวนตีนจริงๆตัวเองผิดแท้ๆยังจะมีหน้ามาทำงอนอีก ผมไม่ได้สนใจจะง้อมันหรอกได้แต่ลงมาสูบบุหรี่ข้างล่างให้หายหงุดหงิดแทน 

พอใจเริ่มเย็นก็แวะซื้อชาเขียวปั่นกับเค้กชาเขียวเอาไปให้มัน แต่เข้ามาภายในห้องก็เจอกับตำรวจสองนายกำลังสอบถามมันถึงเรื่องที่เกิดขึ้น หนึ่งในสองนั้นผมพอจะคุ้นหน้าคุ้นตาอยู่บ้าง

"อ่าวคุณโปรด สวัสดีครับ"

"สวัสดีครับหมวด"

"คุณโปรดรู้จักน้องเขาด้วยเหรอครับ"

"ครับ แล้วหมวดจับคนขับมอเตอร์ไซค์ได้รึยัง"

"ยังเลยครับ ผู้เห็นเหตุการณ์บอกว่ามอเตอร์ไซค์คันนั้นไม่มีป้ายทะเบียนแถมกล้องวงจรปิดตรงนั้นก็เสียพอดี" ผมอดขำเบาๆไม่ได้ นี่แหละครับประเทศไทย พอเกิดเหตุการณ์อะไรในที่สาธารณะกล้องวงจรปิดใช้การไม่ได้นั่นคือเรื่องปกติมาก ถ้ามันใช้ได้นี่สิผมถึงจะแปลกใจ

"ตกลงน้องไม่ได้มีปัญหาอะไรกับใครแน่นะ เพราะคนที่เห็นเหตุการณ์เขาบอกว่ารถคันนั้นจงใจขับเข้ามาพุ่งชนน้อง" ผมขมวดคิ้วกับคำซักถามของผู้หมวด จงใจงั้นเหรอ?

"ผมไม่มีปัญหากับใครจริงๆครับ" ไอ้ปอยังยืนยันหนักแน่น ตำรวจสองนายนั้นซักถามอีกไม่กี่คำถามก่อนจะขอตัวกลับ 

ผมหยิบชาเขียวปั่นกับเค้กในตู้เย็นมาวางไว้บนโต๊ะกินข้าวก่อนจะเข็นไปให้มันที่เตียง ไอ้ปอก็ยังทำหน้าตูมๆใส่ผมเหมือนเดิมสงสัยจะยังงอนอยู่

ป๊อก! "จะกินมั้ย ถ้าไม่กินกูจะได้กิน" ไอ้ปอรีบคว้าเค้กกับแก้วชาเขียวไปกอดแล้วค่อยๆตักเค้กเข้าปาก หน้ายังซีดๆอยู่แฮะ

"มึงปวดหัวมั้ยเนี่ย" ผมเดินไปนั่งบนเตียงเอื้อมมือไปลูบหน้าผาก ตัวมันร้อนเลยแหละ สัสเอ้ย! สงสัยจะไข้ขึ้นแล้วเสือกไม่บอก

"มึงไม่ต้องแดกแล้วนะน้ำน่ะ เป็นอะไรทำไมไม่บอกจะทำตัวงี่เง่าไปถึงไหนวะปอ กูชักจะรำคาญมึงละอะไรนักหนาวะไอ้สัส แม่ง!" ผมสบถใส่หน้ามันก่อนจะเดินไปเคาน์เตอร์พยาบาลด้านนอกขอยาแก้ปวดลดไข้มาให้มัน ดีนะที่วันนี้เป็นวันเสาร์ไม่งั้นคงขาดเรียนทั้งคู่

"กินยาแล้วนอนไปเลย" ผมยืนดูมันกินยาเสร็จแล้วมันก็ล้มตัวนอนหันหลังให้ เห็นแบบนั้นผมเลยออกมาโทรศัพท์หาลุงเลิศที่ระเบียง ตั้งแต่ผมรับเลี้ยงดูไอ้ปอเป็นเรื่องเป็นราวลุงเลิศก็รู้และแกก็พูดคุยกับผมเหมือนเดิม วางสายจากลุงเลิศผมก็โทรหาไอ้นัทให้มันช่วยเอาเสื้อผ้าของผมและแวะซื้อเสื้อผ้าไซส์ไอ้ปอมาให้ที่โรงพยาบาล เรื่องไอ้ปอผมว่าไอ้นัทมันคงรู้แล้วแหละเห็นชอบส่งสายตาน่ารำคาญมาให้ผมอยู่บ่อยครั้ง 

พอกลับเข้ามาในห้องไอ้ปอก็หลับไปแล้ว ผมนั่งเก้าอี้ข้างๆเตียงสำรวจแผลที่คางตามเนื้อตัวกับที่ขามันอีกครั้ง ก็พอเข้าใจว่ามันคงกำลังขวัญเสียแล้วผมยิ่งไปใส่อารมณ์ด้วยมันคงจะน้อยใจ แต่ขืนผมโอ๋ผมให้ท้ายมันก็จะประมาทเลินเล่อคอยแต่จะมีเรื่องให้ตัวเองต้องเจ็บตัวอยู่เรื่อย ผมไม่ได้เจอไอ้ปอเกือบสองอาทิตย์รู้สึกว่ามันจะผอมลงนิดหนึ่งนะ

"มึงจับน้องมันแดกลงท้องเลยมั้ยท่านโปรด" ไม่รู้ว่าผมนั่งมองไอ้ปอนานเท่าไหร่แต่น่าจะนานพอสมควร มารู้สึกตัวอีกทีไอ้นัทก็กระซิบข้างๆหูจนผมเกือบศอกกลับเข้าให้สิ

"มาเมื่อไหร่วะ" ผมเดินตามไอ้นัทไปนั่งที่โซฟา มันยักคิ้วให้แล้วหันไปมองไอ้ปอ

"เด็กที่มึงกำลังซุ่มไว้? แล้วไปโดนอะไรมา"

"โดนมอเตอร์ไซค์เฉี่ยว" ผมมองตามสายตาไอ้นัทไปยังคนที่นอนหลับสนิทบนเตียง ไม่รู้ปีนี้ปีชงของมันหรือไงเจ็บตัวถี่ยิบ

"ดูเหมือนมึงกำลังหงุดหงิดนะโปรด"

"อืมแม่งดื้อด้าน กูบอกอะไรไม่เคยจำ"

"หึหึ ท่าทางมึงจะห่วงเด็กมันมากนะ"

"เออห่วงสิ กูรับปากมันไว้แล้วว่าถ้ามันมาเป็นเด็กกูมันจะไม่มีวันเจ็บตัวอีก แล้วดูดิแม่งหาเรื่องให้ตัวเองเจ็บตัวอีกละ" ผมอดบ่นไม่ได้ เรื่องของเรื่องก็คือผมยังยึดติดกับคำสัญญาที่เคยให้ไว้ มันจะไม่มีวันเจ็บตัวอีกไม่ว่าจะเรื่องอะไรก็ตาม แต่ผมไม่ได้อยู่กับมัน24ชั่วโมงไง เคยขอให้มันดูแลตัวเองดีๆแล้วดูที่มันทำสิไปซื้อน้ำยารีดผ้าตอนตี1เนี่ยนะ

"หึหึ น้องมันยังเด็กเว้ยมึงต้องใจเย็นหน่อย โปรดมึงจริงจังป่ะวะถ้าไม่จริงจังมึงก็อย่าแสดงความเป็นห่วงเป็นใยน้องมันมาก เดี๋ยวเด็กมันจะมีความหวังสงสารเด็กมันบ้าง เฮ้อ กูไม่น่าถามเลยว่ะ ดูยังไงมึงก็ยังไม่โอเคกับเด็กคนนี้" จากไอ้ดิวก็มาเป็นไอ้นัทที่พูดคำว่าสงสารไอ้ปอ

"ก็อย่างที่มึงคิดไอ้ปอไม่มีทางใช่คนที่กูจะโอเคด้วย แต่กูยอมรับว่ากูเอ็นดูมัน สงสารเห็นใจมันและอาจจะรู้สึกดีกับมัน แต่รู้สึกดีกับรู้สึกรักมันคนละเรื่องนะเว้ย ไอ้ปอยังไม่ใช่คนที่ทำให้กูรู้สึกอยากหยุดอยู่ที่มันคนเดียว เพราะกูกินข้าวกับมันแต่กูก็ยังไปกินข้าวกับคนอื่นได้ กูจูบมันแต่กูก็ยังจูบกับคนอื่นได้และกูเอากับมันแต่กูก็ยังอยากเอากับคนอื่นได้อีก ไอ้ปอยังไม่ใช่คนสำคัญคนพิเศษที่ทำให้กูหยุดได้ว่ะ" ผมเหมือนจะเห็นขนตางอนๆของมันกะพริบ สงสัยจะตื่นแล้วแต่ไม่กล้าลืมตามั้ง

"เมื่อไหร่มึงจะเจอคนที่มึงคิดว่าใช่ซักทีวะโปรด ไอ้ตุลย์ก็กำลังหวานหยดย้อยกับน้องมิน ไอ้โยก็ หึหึ" ผมหันมาสบตากับไอ้นัทแล้วอดขำพร้อมกันไม่ได้ ไอ้โยกับไอ้ดิวสุดท้ายเรื่องมันก็เป็นอย่างที่ผมตั้งใจเอาไว้และแล้วมันสองตัวก็กินกัน ถึงแม้ตอนนี้ไอ้ดิวยังอาจจะลืมมินไม่ได้ แต่ผมเชื่อว่าสักวันหนึ่งไอ้ดิวมันจะรักไอ้โยเพื่อนผมจนสุดหัวใจ

"ไม่รู้ว่ะกูไม่รีบเจอเมื่อไหร่ก็เมื่อนั้น แต่คิดว่าถ้ามันจะเจอแค่สบตากันแวบแรกก็รู้แล้วว่ามันต้องใช่" 

"มัวแต่มองหาคนที่ใช่ ระวังจะพลาดโอกาสกับคนที่ใช่กว่านะมึง" ไอ้นัทเหลือบตาไปที่เตียง มันคงรู้ว่าไอ้ปอตื่นแล้ว

"มันเป็นแค่คนที่กูรู้สึกดีรู้สึกสงสาร แต่รู้สึกดีกับรู้สึกรักมันต่างกันเยอะโดยเฉพาะจังหวะการเต้นของหัวใจ ถ้าวันไหนที่กูเจอใครที่ทำให้หัวใจกูเต้นแรงแล้วกูจะพาไปแนะนำในฐานะเพื่อนสะใภ้" ไอ้นัทส่ายหัวไปมานั่งคุยกันสักพักมันก็ขอตัวกลับ ผมเดินลงไปข้างล่างกับมันเพราะคิดว่าคนข้างบนคงต้องการเวลาเป็นส่วนตัวเพื่อจัดการความรู้สึกของตัวเอง


เที่ยงวันอาทิตย์ผมพาไอ้ปอกลับมาที่ห้อง เจอลุงเลิศยืนถือกิ่งอะไรสักอย่างรออยู่หน้าร้าน

"ลุงครับ"

เพี๊ยะ! ผมรีบคว้าไอ้ปอมาหลบข้างหลังก่อนเพี๊ยะที่สองจะตามมา

"พอแล้วลุง ไอ้ปอมันเพิ่งออกจากโรงพยาบาลเดี๋ยวก็เดี้ยงหนักกว่าเดิมอีก" ลุงเลิศสูดหายใจลึกๆก่อนจะด่าไฟแล่บ เพราะมันดันไปรับปากกับลุงเลิศว่าจะกลับห้องเลยยังไม่ไปซื้อของแต่มันกลับแอบไปจนเกิดเรื่อง ไอ้ปอก้มหน้ารับฟังนิ่งๆ ผมสงสารมันอยู่หรอกแต่ก็อดสมน้ำหน้าไม่ได้ ชอบทำให้คนอื่นเขาเป็นห่วงอยู่เรื่อย 

พอลุงเลิศด่ามันจนหนำใจผมก็พาไอ้ปอขึ้นรถขับไปจอดต่อท้ายรถป้าลัยเจ้าของห้องเช่า คนในห้องแถวคงพอจะเดากันได้มั้งว่าผมกับไอ้ปอเป็นอะไรกัน ก็อย่างที่บอกน่ะผนังห้องบางจะตายแล้วเสียงไอ้ปอเบาซะที่ไหน พอเริ่มคุ้นเคยกับสถานที่มาเมื่อไหร่ผมก็เอารถมาจอดต่อท้ายรถป้าลัยประจำ

"ปอเป็นยังไงบ้างลูก"

"ไม่เป็นอะไรมากหรอกครับป้าลัย แค่เย็บตรงคางนิดเดียวกับข้อเท้าพลิกแค่นั้นเอง"

"แล้วตำรวจจับได้มั้ยคะคุณ" ป้าลัยหันมาถามเอาความกับผม เรื่องนี้แหละที่ผมสงสัยอยู่เพราะถึงตอนนี้ตำรวจก็ยังจับไม่ได้ จะว่าเป็นอุบัติเหตุงั้นเหรอ ผมว่าไม่น่าจะใช่หรือเปา?

"ตำรวจยังจับไม่ได้ครับป้า" ป้าลัยทำหน้าเจ็บแค้นทั้งสาปแช่งคนที่ขับรถมาเฉี่ยวไอ้ปอ คนในห้องแถวก็มาถามนั่นนี่ไอ้ปอเหมือนกัน เห็นท่าทางเพลียๆของมันแล้วเลยต้องขอตัวพามันไปพักผ่อน ผมอุ้มไอ้ปอต่อหน้าทุกคนนั่นแหละ พอเข้าห้องมาพัดลมไอเย็นสามตัวก็ได้ใช้งานพร้อมกันทันที

"พี่โปรด ปอรู้สึกตงิดๆยังไงไม่รู้"

"อะไรของมึง แล้วพรุ่งนี้จะเรียนยังไงกูไปรับไปส่งได้ แต่ตอนอยู่ในโรงเรียนล่ะมึงจะใช้ชีวิตยังไงไอ้ไม้ค้ำ" ผมก้มมองไอ้ปอที่ใส่แต่เสื้อยืดกับกางเกงในนอนทับอกผมอยู่ คิ้วมันกำลังขมวดใหญ่

"ไม่เป็นไรในโรงเรียนปอมีไอ้คิทกับไอ้เบียร์ช่วย แต่พี่โปรดปอรู้สึกว่ามอเตอร์ไซค์คันนั้นมันตั้งใจขับชนปอจริงๆนะ ตอนออกจากโรงบาลเมื่อกี้ก็เหมือนมีใครมองไม่รู้ หรือจะเป็นคนขับมอเตอร์ไซค์อ่ะแบบจะมาขู่ไม่ให้ปอเอาเรื่องอะไรแบบเนี๊ย" อืม จินตนาการมันช่างลึกล้ำแต่ก็มีส่วนใช่อยู่มาก ที่ผมคล้อยตามมันเพราะผมก็รู้สึกว่ามีคนมองเราตั้งแต่อยู่โรงพยาบาลจนถึงหน้าห้องเมื่อกี้จริงๆ เพียงแต่ผมยังไม่ได้เอ่ยปากบอกไอ้ปอเกรงว่ามันจะกลัวเอาน่ะสิ

"มึงไปอยู่คอนโดกูซักเดือนสองเดือนมั้ยปอ ห้องที่มึงเคยไปน่ะ" ผมตั้งใจชวนมันจริงๆ ตัวเองไม่คิดจะไปอยู่ประจำกับมันหรอกอาจไปๆมาๆ แต่ก็คงจะปลอดภัยกว่าอยู่ที่นี่

"ไม่เอาอ่ะ อยู่นู่นมันไกลโรงเรียนปอขี้เกียจตื่นเช้า" 

"ไอ้เค็มชีเปลือย มึงมันเด็กขี้เกียจขนานแท้" ผมผลักหัวมันออกก่อนจะลุกไปสูบบุหรี่หลังห้อง ในหัวก็กำลังประเมินสิ่งที่น่าจะเป็นไปได้อยู่

ตรู๊ดๆ "สวัสดีครับพี่บัญชา ขอโทษที่รบกวนเวลานอนนะพี่"

"ไม่เป็นอะไรครับ คุณโปรดมีอะไรรึเปล่า" ผมคุยถึงเรื่องที่ตัวเองกำลังสงสัยและรบกวนให้พี่บัญชาจัดการเป็นธุระตามเรื่องให้ ก่อนจะเดินไปนอนกกไอ้ปอในห้องต่อ สัญชาตญาณมันบอกผมว่าเรื่องที่ไอ้ปอโดนชนคงไม่ใช่เรื่องบังเอิญแน่ๆ


"เด็กที่ชื่อเปาตอนนี้เพิ่งออกจากโรงพยาบาลเหมือนกันครับคุณโปรด" ผมดูรูปที่พี่บัญชาแนบมาให้ เปาโดนดักทำร้ายร่างกายเมื่ออาทิตย์ก่อน จากนั้นไอ้ปอก็โดนรถเฉี่ยว ถ้าสองคนนี้จะมีอะไรที่เหมือนกันก็คงจะเป็นเรื่องผม

"แล้วตำรวจว่าไงเรื่องคนร้ายล่ะครับ"

"ตอนนี้ยังจับตัวไม่ได้ครับ" ผมชักกังวลเรื่องไอ้ปอทันที มันเหมือนมีอะไรสักอย่างที่เกี่ยวข้องกัน

"ผมรบกวนพี่บัญชาช่วยส่งคนไปดูแลไอ้ปอหน่อยนะครับ" ผมเองก็ยังไม่รู้ว่าต้นตอมาจากเรื่องอะไรและจากใคร จะไปขอให้ลุงสันต์ช่วยก็อีกนิดหนึ่ง ตอนนี้มันเป็นเรื่องที่ผมคาดคะเนเอาเองทั้งนั้นหวังว่าคงไม่มีอะไรเกิดขึ้นอีกนะ


"มารับไอ้ปอเหรอคุณ"

"ครับลุง" ผมนั่งดื่มเบียร์รอไอ้ปอเก็บร้าน ตั้งแต่วันที่มันออกจากโรงพยาบาลนี่ก็ผ่านมาจะ1เดือนยังไม่มีเหตุการณ์อะไรเกิดขึ้น ขามันก็เดินได้ตามปกติแล้ว

"ลุง ผมว่าถ้าไอ้ปอมันขึ้นม.หก ผมจะให้มันเรียนพิเศษตอนเย็นน่ะลุงจะว่ายังไงครับ" ผมเอ่ยถามลุงเลิศที่นั่งกินข้าวหลังปิดร้าน ไอ้ปอหันขวับมามองแต่ไม่ได้แย้งอะไร

"ก็ดีเหมือนกันนะคุณนี่ก็ใกล้จะสอบปิดเทอมแล้ว ผมว่าจะให้มันหยุดอ่านหนังสือตั้งแต่อาทิตย์หน้าด้วยซ้ำ"

"ลุง แล้วใครจะมาช่วยลุงอ่ะ" ไอ้ปอถลามานั่งปั้นจิ้มปั้นเจ๋อจนน่าหมั่นไส้ ถกไปถกมาก็ได้ข้อสรุป ผมกับลุงเลิศมีความคิดเห็นตรงกันว่าจะให้ไอ้ปอหยุดทำงานที่ร้าน เพื่อให้มันมีเวลาอ่านหนังสือเตรียมสอบ จากนั้นช่วงปิดเทอมจนถึงม.หก ผมจะให้มันเรียนพิเศษ ผมเคยถามมันแล้วเรื่องเรียนต่อมหาวิทยาลัย ตอนแรกมันบอกจะไม่เรียนจนผมต้องด่ามันไปหลายรอบ ชักแม่น้ำทั้งห้ามาอธิบายถึงเหตุผลให้มันฟัง สุดท้ายมันก็ตัดสินใจเรียนต่อมหาวิทยาลัย แต่ผมก็ยังไม่ได้ถามมันว่ามันตั้งใจจะเรียนคณะไหนต่อไปความฝันของมัน มันอยากจะเป็นอะไร

"ถ้ามึงตั้งใจสอบได้คะแนนดีๆ ปิดเทอมนี้กูจะพาไปเที่ยวภูเก็ต"

"จริงๆนะ! เค้าอยากไปตัวสัญญาแล้วนะ" ไอ้ปอกระโดดขึ้นเตียงมานั่งกลางลำตัวผมแล้วส่งยิ้มกว้างๆจนเห็นแก้มบุ๋มเหมือนเคย พักนี้มันยิ้มบ่อยขึ้น แต่ผมก็ยังไม่เบื่อแก้มบุ๋มๆของมัน

"เออ ตั้งใจสอบให้ดีแล้วกันอนาคตของมึง มึงต้องสร้างเองนะปอ กูเป็นแค่คนที่คอยช่วยเหลือมึงแต่เป็นคนสร้างให้มึงไม่ได้"

"อื้อเค้าสัญญา เค้าจะไม่ทำให้ตัวผิดหวัง" ไอ้ปอโน้มตัวมากอดผมพึมพำเบาๆ ผมค่อยใจชื้นขึ้นอย่างน้อยไม่ว่าไอ้ปอจะเริ่มเปลี่ยนไปยังไง แต่อย่างหนึ่งที่มันยังเป็นเหมือนเดิม นั่นก็คือมันยังรักที่จะเรียนรักที่จะใฝ่ดีเหมือนเดิม ขอให้เป็นแบบนี้ตลอดไปนะแมงปอ 

"เพราะชีวิตมันไม่ได้สมหวังไปทุกเรื่อง ไม่ว่าอนาคตถ้ามึงต้องเจอกับเรื่องแย่ๆขนาดไหนมึงก็ต้องดำเนินชีวิตต่อไปให้ได้ บางเรื่องมันก็เข้ามาเพื่อให้มึงเรียนรู้ แต่ไม่ได้ให้มึงครอบครองและยึดติด" ผมลูบหัวทุยๆของมัน 

​ถ้าความรู้สึกมันสั่งกันได้ก็ดี ผมจะได้สั่งความรู้สึกของตัวเองให้มีใจกับมันมากกว่าแค่คำว่า...รู้สึกดีๆ


**"เพราะของบางอย่างอยู่ใกล้มือ อยู่ในมือ อยู่ในความครอบครอง หลายๆคนเลยไม่เห็นคุณค่าของสิ่งนั้น เหมือนอากาศที่มีอยู่รอบๆตัวเรา คนเราถึงไม่ค่อยให้ความสำคัญเท่าไหร่ แต่วันไหนที่จมน้ำนั่นแหละ คนเราถึงจะรู้คุณค่าเห็นราคาของอากาศ"

***มีตอนท้ายยาวๆเพราะฟางสปอยล์ลักษณะนิสัยท่านโปรด ซึ่งจะนำพามาเป็นเรื่องราวในอนาคตอ่านแล้วน่าจะเดากันได้ และขอใช้พื้นที่นี้ตอบคอมเม้นกันบ้าง เอาที่ว่าเป็นแนวทางให้มโนกันต่อไปง่ายๆ คือฟางยังไม่มีรายละเอียดในหัวมีแค่คร่าวๆในแต่ละตอนว่าประมาณนี้ๆเน้อ 

 ใฝ่ดีคำนี้ของคุณแอปappในเม้นสักตอน และก้อนเนื้อในอก ฟางขออนุญาตนำมาใช้เน้อ มีหลายเม้นที่เหมือนเป็นแนวทางให้ฟางสามารถนำไปต่อยอดในตอนต่อไปได้ คุณmasodic ในตอน13ทำเอาฟางแคปจอรัวๆไว้ต่อยอดในอนาคต, ถามมาว่ารู้ตัวช้าใช่มั้ย?ตอบส่วนหนึ่งใช่แล้วจ้าว อ่าวนังฟางหงายไพ่ซะงั้น, เม้นถามเรื่องความรู้สึกท่านโปรดกับแฟนไก่จิกๆและนิสัยท่านโปรด ฟางตอบให้ด้านล่างเน้อมันยาวจัด, น้องจะเลวจริงๆหรือเข้าใจผิดเหมือนพระรามอันนี้อุ๊บไว้ แต่อย่าลืมว่าทุกคนมีด้านมืดทั้งนั้นแล้วแต่ใครจะมีและใช้มากน้อยแค่ไหน, เม้นนี้สำคัญสะดุดตาฟางมาก ถามว่าถ้าเป็นน้องหลงแล้วใครจะเล่า เอ่อ.นั่นสิฟางลืมคิดไปงานงอกเลยทีนี้ โดยส่วนตัวแล้วตัวเองไม่ใช่คนใสซื่อเลยไม่รู้ว่าจะเขียนให้น้องหลงเล่าออกมาใสๆได้มั้ยอ่ะ โฮฮ หนักมากเค้าลืมนึกไป ต้องไปหาดูหนังเด็กน้อย4-5ขวบก่อนปวดหัวเลยฟาง, ขอบคุณclaskสำหรับคำผิด ปราณีเป็นปรานีเน้อ แก้ไขแล้วจ้าวขอบคุณจริงๆกราบงามๆ

****จำคำท่านโปรดดีๆเมื่อได้ไก่จ๋ามาเป็นเมีย คำพูดกับการแสดงออกของท่านโปรดก็ยังย้อนแย้งกันเสมอ มันคือการอาการของคนปากอย่างใจอย่าง แต่ทำไงได้เล่นมั่นใจประกาศโตงๆขนาดนี้ กลับตัวก็ไม่ได้ให้เดินต่อไปก็มาดูว่าจะเดินได้ขึ้นขั้นไหน คนบางคนเรื่องของคนอื่นรู้หมด เข้าใจหมดฉลาดหมด แต่มาถึงเรื่องตัวเองเส้นผมกลับบังภูเขาโง่งมซะงั้น ท่านโปรดคงลืมไปว่าตัวเองก็เคยใจเต้นแรงกับลักยิ้มของน้องปอ 

ท่านโปรดเป็นคนเห็นแก่ตัวในระดับหนึ่ง คือคิดแต่มุมบวกของตัวเองว่าทำให้เพราะสงสาร เห็นใจ ซึ่งนั่นคือไม่ได้ทำเพื่อปอรักจริงๆแต่ทำเพื่อตอบสนองความรู้สึกของตัวเองที่ว่า"ก็สงสารอ่ะก็อยากช่วยให้มันมีความสุขบ้างอ่ะ" โดยที่รู้ทั้งรู้ว่าตอนจบแล้วความสงสารของตัวเอง มันจะยิ่งไปเพิ่มพูนความผูกพันให้น้องถลำตัวลึกขึ้น ยังไงก็ตามฟางยังเว้นช่องว่างเล็กๆให้ท่านที่ว่า ท่านเขาอยากให้น้องมีอนาคตดีๆจริงๆถึงตั้งใจส่งเสริมเรื่องการเรียนอย่างเต็มที่ เพื่อเป็นอีก1เหตุผลเล็กๆของความเป็นพระเอก 

แต่ท่านโปรดยังทำตัวแบบเดิมกับน้องนั่นคือการใส่ใจเกินเหตุและจะนำมาซึ่งความหัวปักหัวปำของน้อง โดยที่ท่านโปรดให้ข้ออ้างที่เห็นแก่ตัวในตอนจะตัดสัมพันธ์ว่า "ก็เตือนแล้ว บอกแล้ว" แต่อิท่านคะหัวใจมันก็แค่ก้อนเนื้อก้อนหนึ่งเท่านั้น พอมีคนมีใส่ใจดูแลแบบนี้ไอ้ก้อนเนื้อที่เต้นตุบๆมันจะบังคับกันได้มั้ยว่า "เฮ้ย ห้ามไปหลงไปรักไปชอบนะเว้ย" ไม่ด้ายยย มันบังคับกันไม่ได้อย่างแน่นอนอันนี้คอนเฟิร์ม 

ท่านโปรดเป็นคนที่มั่นใจในความคิดและการตัดสินใจของตัวเองสูงมาก จนบางเรื่องในอนาคตอาจจะเริ่มรู้ทั้งรู้ แต่คนมันอีโก้สูงอ่ะพูดง่ายๆว่ากลัวเสียฟอร์ม หรือกลัวจะสูญเสียความมั่นใจในตรงนี้ไปถ้าต้องยอมรับกับเพื่อนหรือกับตัวเอง เลยดันทุรังให้เป็นอยู่แบบนั้น คนปากหนักศักดิ์ศรีเยอะฟอร์มจัดปากไม่ตรงกับใจไม่ยอมรับอีกด้านของความรู้สึกตัวเองแบบนี้จะสูญเสียอะไรๆไปง่ายๆ แต่ไม่ใช่ในช่วงตอนนี้เน้อยังยืนยันว่าท่านยังไม่ได้รักน้อง และท่านโปรดคงลืมไปว่าไอ้ก้อนเนื้อที่เรียกว่าหัวใจนั่นของท่านก็มี เพราะมัวแต่มั่นใจมัวแต่ไปย้ำไปเตือนกับน้องให้ควบคุมความรู้สึกให้ได้ จนลืมไปว่าตัวเองลืมเตือนตัวเองเหมือนกัน เพราะมัวแต่มองคนอื่นจนไม่หันมองตัวเอง กว่าจะรู้ตัวก้อนเนื้อนั้นก็ไม่ได้อยู่ที่ตัวเองแล้ว (สปอยล์กันยาวๆในอีก1เหตุผลที่มาของน้องหลงของพี่ติณฑ์)

ฟางเคยเจอคนลักษณะนี้นะคะ แต่ไม่เยอะเท่าท่านโปรด เป็นคนประมาณว่าทำพลาดตรงนี้ไปแล้วรู้ว่ามันไม่ถูกต้อง แต่ยังรั้นสานต่อเรื่องผิดพลาดนั้นเรื่อยๆโดยไม่ยอมคิดจะกลับไปแก้ไขให้มันถูกต้องจนเรื่องมันบานปลาย ถ้าจะเอาให้เกาะกระแสก็คล้ายๆคดีสะเทือนขวัญ ฆ่าไปแล้วไม่ว่าจะเจตนาไตร่ตรองหรือเปล่าแต่ก็ทำผิดไปแล้ว ไม่รู้จะทำยังไงเลยหาวิธีกลบเกลื่อนความผิดอำพรางศพไปซะ ซึ่งแน่นอนว่าเรื่องยิ่งหนักหนากว่าเดิมอีก มันก็แค่ความคิดคนโง่ๆที่หวังว่ามันจะผ่านไปได้ด้วยดีแค่นั้นเอง

ขอบคุณทุกคำแนะนำ ทุกคอมเม้น ทุกกำลังใจ ตอนต่อไปคือวันศุกร์เน้อจ้าว พบคำผิดรบกวนท้วงด้วยนะคะ ปล.กลับจากเที่ยวภูเก็ต5ตอนโดยประมาณน้องไก่จะมาซึ่งเวลานั้นฟางกระชับข้ามเป็นช่วงระหว่างน้องจะเป็นเฟรชชี่เน้อ อยากแจกมาม่าตูมๆปังๆไวๆ แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นต้องทำการบ้านหาที่มาที่ไปให้ลื่นไหลด้วยก่อน แล้วเจอกันวันศุกร์จ้าวว

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น