by.. ฟาง

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

13/ คำอ้อนวอน (แก้คำผิด)

ชื่อตอน : 13/ คำอ้อนวอน (แก้คำผิด)

คำค้น : ตอนที่ 13

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 36.4k

ความคิดเห็น : 178

ปรับปรุงล่าสุด : 10 ส.ค. 2560 10:48 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 200
× 0
× 0
แชร์ :
13/ คำอ้อนวอน (แก้คำผิด)
แบบอักษร

​ปอรักP...

ผมว่าตอนนี้ผมยิ้มผมมีความสุขเหมือนตอนอยู่กับหลวงพ่อเลย พี่โปรดผู้ชายที่ผมหมั่นไส้ผู้ชายที่เป็นไม้เบื่อไม้เมาทุกครั้งที่เจอหน้า แต่วันนี้ผู้ชายคนนั้นเป็นคนหยิบยื่นความสุขที่ห่างหายไปให้กลับมาอีกครั้ง

"ไอ้ปอ ห้ามลงไปลึกมากนะ!" พี่โปรดตะโกนมาจากเตียงชายหาดของโรงแรม พี่โปรดนี่ปากร้ายแต่ใจดีกับผมเสมอเลยแฮะ อย่างที่อุ้มกระเตงผมไปดูพระอาทิตย์ขึ้นตอนเช้า ผมทั้งง่วงทั้งเพลียขี้เกียจมากๆเลยลองเสี่ยงอ้อนดู แต่พี่เขาก็อุ้มไปดูพระอาทิตย์ขึ้นจริงๆด้วย ความใจดีของพี่โปรดมันทำให้ผมหัวใจเต้นแรงขึ้นทุกที จนผมกลัวว่าสักวันหนึ่งผมจะเป็นคนพังเงื่อนไขของพี่โปรด และเป็นคนทำลายสัญญาให้จบเร็วขึ้นด้วยมือของตัวเอง

สายตาผมเลื่อนตามคนตัวสูงที่ใส่แค่กางเกงขาสั้นเดินเปลือยอกใกล้เขามาทุกที แสงแดดยาม5โมงนิดๆส่องกระทบกับคนตรงหน้า ทำให้ผมอยากเอื้อมมือไปสัมผัสร่างกายนั้นอีกครั้ง

"หึหึ น้ำลายไหลน่ะ คิดลามกอะไรอยู่วะไอ้เด็กทะลึ่ง" ผมต้องกะพริบตาปริบๆ นี่ผมมองพี่โปรดซะเพลินตาจนไม่รู้ว่าพี่เขาเดินมาถึงตัวแล้วเหรอ

"เฮ้ยพี่โปรดอย่า! เค้ากลัวคลื่น" ผมรีบตะเกียกตะกายคว้าคอ ขาเกี่ยวเอวพี่โปรดจนแน่นเมื่อโดนลากลงทะเลลึกกว่าที่ยืน จนขาหยั่งไม่ถึงพื้นทราย

"กลัวคลื่นหรือว่ายน้ำไม่เป็น เอาจริงๆ" พี่โปรดกอดเอวผมรั้งให้แนบชิดกว่าเดิม เสียงหัวเราะแผ่วเบาดังข้างๆหู

"เค้าว่ายน้ำเป็นหรอก มีเด็กวัดที่ไหนว่ายน้ำไม่เป็นบ้าง แต่ว่ายน้ำทะเลไม่เป็นต่างหาก" ผมจงใจงับปากทับรอยที่เห็นตั้งแต่เช้ามืดตอนพี่โปรดมารับ มันเหมือนรอยข่วนเล็กๆหลายรอยที่คอกับแขน ผมพยายามมองข้ามไปไม่อยากให้ความใส่ใจกับที่มาที่ไปมากนัก เพราะผมไม่ได้มีสิทธิ์อะไรจะท้วงถามเรื่องส่วนตัวพี่โปรดมากขนาดนั้น ยิ่งผมให้ความสนใจใคร่รู้ หัวใจผมมันก็ยิ่งหน่วงแปลกๆ

"แน่ใจนะว่ามึงว่ายน้ำเป็น งั้นกูปล่อย" พี่โปรดปล่อยมือที่กอดเอว ผมรีบกอดคอพี่โปรดแน่นกว่าเดิมแต่ปากก็ยังแข็งบอกว่าตัวเองว่ายน้ำเป็นอยู่ เรื่องอะไรจะบอกว่าตัวเองว่ายน้ำไม่เป็นล่ะน่าอายจะตาย ถ้าคนขี้แกล้งแบบพี่โปรดรู้ต้องยิ่งหาเรื่องแกล้งผมหนักกว่านี้แน่ๆ

"หึหึ ไอ้เค็มเอ้ย ไหนอ้าปากซิเดี๋ยวกูเอาน้ำทะเลหยอดปากให้ มึงจะได้รู้ว่ามึงเค็มเหมือนอะไร" พี่โปรดหัวเราะเสียงดังเมื่อผมอ้าปากประชดพี่เขา เอาสิถ้าพี่โปรดจะเอาน้ำทะเลใส่ปากผมจะจริงๆนะ ผมจะ จะอะไรดีวะ

"อ อื้อ" กำลังนึกอยู่ว่าจะทำอะไรดี จู่ๆพี่โปรดก็แนบปากลงมา เกี่ยวตวัดลิ้นผมจนแทบหายใจหายคอไม่ทัน

"อื้ม พี่โปรด" ผมซบหน้ากับไหล่พี่โปรดเมื่อพี่ยอมปล่อยปากผมให้เป็นอิสระ คนอะไรจูบมาทีผมแทบจะหมดเรี่ยวแรง พี่โปรดหัวเราะเบาๆแล้วลากผมขึ้นฝั่งไปล้างตัว

"จะไปไหนอ่ะ อย่าเพิ่งขึ้นเลยนะเค้าอยากเห็นพระอาทิตย์ตกก่อนได้มั้ยครับ" ผมรั้งแขนพี่โปรดไว้ แล้วถามด้วยเสียงที่คิดว่าอ้อนมากที่สุด 

ผมรู้ตัวอยู่หรอกว่าพอมีพี่โปรดเข้ามาในชีวิตผมก็เริ่มเปลี่ยนไปทีละนิด เริ่มผ่อนคลายความกังวลทุกสิ่งทุกอย่าง เริ่มยิ้ม หัวเราะ และคิดเรื่องอื่นนอกจากเรื่องเรียนกับเรื่องเอาตัวรอดไปวันๆหนึ่ง ชีวิตที่มีแต่สีดำกับเทาผมเริ่มเติมสีสันให้ชีวิตตัวเองมากขึ้น เริ่มมีเวลาหันมองสิ่งรอบตัวมากขึ้นและเริ่มมีความโลภครอบงำจิตใจมากขึ้น ผู้ชายคนนี้เขากำลังจะเริ่มครอบครองจิตใจผมมากขึ้นทุกวัน

"ก็นี่ไง กูกำลังจะพามึงไปดูไข่แดงตกทะเล ไปอาบน้ำกัน เดี๋ยวไข่แดงมึงจะตกทะเลไปซะก่อนแล้วจะมาโวยวายใส่กูอีก" ผมเดินตามพี่โปรดกลับขึ้นห้องไปอาบน้ำพร้อมกัน จากที่เมื่อก่อนรู้สึกเขินอายยังไงตอนนี้มันก็ยังเขินอายเหมือนเดิมแหละ เพียงแต่ต้องพยายามทำเป็นไม่รู้ไม่ชี้ ไม่งั้นพี่โปรดต้องแกล้งหนักขึ้นอีกแน่ๆ

หมับ! เอ่อ..มันห้ามมือตัวเองไม่ได้จริงๆ เห็นทีไรผมต้องคว้ามาจับเล่นทุกที

"หึหึ กูว่าไม่ต้องไปดูไข่แดงแล้วมั้ง ดูไข่กูก็ได้" ผมค่อยๆปล่อยเจ้าสิ่งที่อยู่ในมืออย่างเสียดาย ฮึ่ย กำลังมันมือเชียวไว้คืนนี้ก่อนเถอะ

"เค้าอยากไปดูไข่แดงตกทะล" ผมเข้าไปถูหน้ากับอกพี่โปรด นัวเนียอ้อนเข้าไว้ครับนาทีนี้

"เออๆ ไปกัน"

"เดี๋ยวๆ ไปทั้งชุดนี้เนี่ยนะ" ผมรีบขืนตัวท้วง ก็ทั้งผมกับพี่โปรดใส่แค่กางเกงว่ายน้ำกับเสื้อคลุมอาบน้ำเองนะ

"เออน่ะ ไปเถอะเชื่อกู" ผมเดินตามแรงจูงมือ พี่โปรดพาขึ้นลิฟต์ไปอีกชั้นจากนั้นก็พาผมเดินมาที่สระว่ายน้ำ เวลา6โมงเย็นแบบนี้วิวรอบๆสระที่หันหน้าไปทางทะเลมันทำให้ผมแทบเดินสะดุด ทั้งสระมีแค่ฝรั่งผู้ชายสองคนดูเหมือนจะเป็นคู่รักกำลังหยอกล้อเล่นกัน ผมไม่ได้ให้ความสนใจอะไรพวกเขา แต่ความสนใจทั้งหมดของผมมันพุ่งตรงไปยังทัศนียภาพข้างหน้ามากกว่า สาบานได้จริงๆว่าเกิดมาผมยังไม่เคยเห็นอะไรสวยงามขนาดนี้มาก่อน

พี่โปรดจูงมือผมไปที่เก้าอี้นอน ก่อนจะปลดเสื้อคลุมแถมมากระตุกเชือกเสื้อคลุมผมแล้วถอดออกให้ด้วย ผมก็มัวแต่เหม่อมองภาพทะเลกว้างใหญ่ที่อยู่ข้างหน้าก็เลยไม่ได้ทักท้วงอะไร

"มานี่" ผมเดินตามพี่โปรดต้อยๆ ไม่ว่าพี่เขาจะสั่งให้ทำอะไรผมก็ทำตามหมด มันเหมือนไม่เป็นตัวของตัวเอง สติผมกำลังจะหลุดลอยยังไงไม่รู้

"มึงชอบมั้ย" พี่โปรดให้ผมเกาะไหล่ตัวเองพาไปริมขอบสระ มองลงไปด้านล่างเห็นชายหาดและคลื่นที่กระทบฝั่งเป็นระลอก สายลมเย็นๆพัดมาพร้อมกับแสงพระอาทิตย์กำลังจะคล้อยต่ำลงที่ขอบทะเลอีกด้านหนึ่ง

"ชอบครับมันสวยจังเน๊อะพี่โปรด ถ้าปอมีมือที่ยิ่งใหญ่ปอจะเอื้อมไปกอดพระอาทิตย์ตอนนี้ไว้ ถึงพระอาทิตย์จะไม่ได้เป็นของใครและเป็นที่เฝ้ามองได้สำหรับทุกคน แต่ปอก็อยากจะดื้อรั้นอยากจะเอาแต่ใจ ทะเยอทะยานอยากเป็นเจ้าของพระอาทิตย์แต่เพียงผู้เดียว"

"หึหึ พระอาทิตย์มันมีแต่ความร้อนแรง มึงอย่าเอาตัวเองเข้าไปเสี่ยงให้ต้องโดนมันเผาไหม้เลย ของบางสิ่งบางอย่างมันมีไว้แค่ให้เราชื่นชม แต่ไม่ได้มีไว้เพื่อให้เราเป็นเจ้าของครอบครองมัน" พี่โปรดอุ้มผมขึ้นนั่งขอบสระ ก่อนจะแนบหน้าตัวเองไปกับแขนที่พาดขอบสระว่ายน้ำ สายตาจ้องมาพร้อมๆกับเอ่ยประโยคนั้น คำพูดที่แฝงอยู่ในประโยคนั้นผมเข้าใจดีว่าพี่โปรดต้องการจะสื่ออะไร ผมไม่รู้ว่าตัวเองใช้สายตายังไงมองพี่โปรด และไม่รู้ว่าการกระทำของตัวเองมันจะสื่อออกมาในลักษณะไหน แต่ที่รู้ตอนนี้ก็คือ..ผมห้ามใจตัวเองไม่ได้จริงๆ

"จุ๊บ ถ้าปอจะต้องตายเพราะความร้อนนั้น ปอก็จะก้มหน้ายินยอมรับความเจ็บปวดและการแตกสลายในครั้งนี้ครับ" ผมรั้งหน้าพี่โปรดขึ้นมาพร้อมกับก้มหน้าประทับริมฝีปากตัวเองลงไปอย่างแผ่วเบา 

ถ้าความสุขมันหมายถึงความรัก ผมคิดว่าคนที่มือของผมกำลังประคองหน้าเขาไว้ในวินาทีนี้เขาคือความสุขของผม พี่โปรดรั้งตัวผมให้ลงมาในน้ำดันตัวผมให้อยู่ชิดขอบสระจับผมให้หันหน้าไปทางทะเลกว้าง จากนั้นพี่เขาก็เคลื่อนตัวมาโอบกอดผมไว้ทางด้านหลัง พระอาทิตย์กำลังจะลาลับไปทุกที แสงไฟถูกเปิดใช้งานรอบๆบริเวณสระว่ายน้ำแทนแสงของพระอาทิตย์

"ปอ กูขออะไรอย่างนึงได้มั้ย กูขอจากใจกูจริงๆ"

"...." ผมเงียบไม่กล้าเอ่ยปากตกลงกับคำขอของพี่โปรด ลึกๆแล้วผมพอจะรับรู้ว่าคำขอนั้นมันคือเรื่องอะไร

"ปออย่ารักกูเลยนะ ไม่ว่าตอนนี้มึงจะรู้สึกหรือยังไม่รู้สึกแต่กูไม่อยากให้มึงรู้สึกกับกูจริงๆ เพราะกูคงตอบรับความรู้สึกของมึงไม่ได้ มันไม่ใช่ว่ากูรักใครอยู่หรือมันไม่ใช่ว่ากูเฝ้ารอใครอยู่ แต่มันเป็นเพราะกูมั่นใจว่าคนนั้นของกูคงไม่ใช่มึงแน่ๆ กูสงสารกูเห็นใจมึงนั่นคือความรู้สึกที่กูมีให้ แต่ปอความเห็นใจความสงสารมันไม่ได้หมายถึงความรักนะ มันห่างไกลกันมากกว่าโลกกับพระอาทิตย์ซะอีก กูไม่อยากให้ความหวังมึง ไม่อยากให้ทุกสิ่งทุกอย่างที่กูทำมันเป็นการให้ความหวัง แต่กูแค่อยากทำให้มึงมีช่วงเวลาที่ดีกับเขาบ้าง พรุ่งนี้ อาทิตย์หน้า เดือนหน้า ปีหน้า กูอาจจะรู้สึกดีกับมึงในซักวัน แต่ก็นั่นแหละรู้สึกดีมันก็ไม่ได้หมายถึงรู้สึกรักอยู่ดี ถ้าตอนนี้มึงยังไม่ได้เผลอไผลมึงยับยั้งใจไว้ได้ทันกูก็อยากให้มึงตัดใจซะตั้งแต่ตอนนี้ แต่ถ้ามึงเผลอใจคิดไปแล้วกูก็ขอให้มึงสะกดความรู้สึกนั้นให้ลึกที่สุด อย่าปล่อยให้มันออกมาทำลายเวลาของกูกับมึงให้สั้นมากกว่าที่คิดเลย"

น้ำตาผมไหลออกมาเป็นทางแต่ไร้ซึ่งเสียงสะอื้น มันแค่ไหลออกมาเฉยๆ ดีแล้วที่พี่โปรดไม่ได้เห็นน้ำตาของผมจะได้ไม่รู้ว่าตอนนี้ผมคิดอะไรอยู่ เพราะถ้าพี่โปรดเห็นผมก็ไม่รู้เหมือนกันว่าผมจะเอาเหตุผลอะไรไปอ้างถึงที่มาของน้ำใสๆนี้ดี

"ไอ้ปอข้อดีของการไม่ได้ครอบครอง คือสุดท้ายแล้วเราจะไม่มีวันเสียมันไป คนที่รักมึงจริงๆจะไม่มีวันวิ่งหนีให้มึงต้องวิ่งไล่ตามเขา จะมีแต่คอยถามมึงว่าเหนื่อยมั้ยและพร้อมจะจับมือไปด้วยกันทุกเวลา ซึ่งคนนั้นไม่ใช่กูแน่นอนอย่าคาดหวังอะไรกับกูเลยนะ บางครั้งสิ่งที่อันตรายที่สุดในชีวิตของคนเราก็คือการคาดหวัง และกูไม่มีความหวังอะไรจะให้มึง ขอบคุณในสิ่งที่มึงกำลังคิดกับกู แต่กูรับไว้ไม่ได้จริงๆว่ะ"

ความมืดเลื่อนเข้ามาทำให้ผมต้องหลับตาลงเมื่อฝ่ามือใหญ่เคลื่อนมาปิดดวงตาทั้งสองข้างของผมจนสนิท ฝ่ามือของพี่โปรดชุ่มไปด้วยน้ำตาของผม หมดแล้วความอดทนที่ผมพยายามอดกลั้น เสียงสะอื้นเล็ดลอดออกมาให้คนที่อยู่ข้างหลังผมยิ่งแนบตัวมาจนสนิท ผมหลงรักในความอ่อนโยนครั้งนี้ ผมหลงรักคนที่ไม่ควรหลงรักไปแล้ว ผมปรารถนาคนที่อยู่สูงเกินมือคว้าไปแล้ว ต่อไปนี้ผมต้องทำยังไงเพื่อให้ความรู้สึกของตัวเองกลับไปยืนตรงจุดเดิม จุดที่เราก็แค่เป็นคนแปลกหน้าต่อกัน


"มึงดื่มได้มั้ย" พี่โปรดขับมอเตอร์ไซค์พาผมมาที่ชายหาดพัทยาใต้หน้าโรงแรมฮาร์ดร็อค ด้านหน้าโรงแรมฝั่งชายหาดเปิดเป็นร้านฮาร์ดร็อคคาเฟ่แบบเอ้าท์ดอร์ มีดนตรีสดร้องเพลงสากลกันให้มันหยด พี่โปรดบอกว่าด้านในมีร้านอาหารและอาหารที่นี่ถือว่าอร่อยทีเดียว ผมไม่ได้สนใจฟังมากหรอกเหมือนจิตตัวเองยังหลุดๆอยู่ ไม่เหมือนพี่โปรดทำตัวปกติดีทุกอย่างเก่งจังเลยนะครับผมก็อยากทำอย่างพี่ได้บ้าง ตอนนี้ถึงแม้ว่าผมจะพยายามทำตัวเป็นปกติเหมือนพี่โปรด แต่ผมก็รู้ว่ามันไม่เนียนและรู้ว่าพี่โปรดเองก็สังเกตเห็นด้วย 

ผมไม่รู้จะอธิบายความรู้สึกตอนนี้ยังไงดีมันพูดไม่ออกจุกไปหมด จะให้ทำยังไงได้ล่ะหัวใจคนเรานี่แหละพอมันจะเจ็บมันก็เจ็บสุดๆไปเลย มันไม่สามารถอธิบายความรู้สึกเป็นคำพูดได้จริงๆ แต่ถ้าผมยังจะยื้อแสดงออกมาแบบนั้นอยู่ คนที่จะลำบากใจไม่ใช่แค่พี่โปรดแต่จะเป็นตัวผมด้วย พี่โปรดดีกับผมมากมันเป็นความผิดของผมเองไม่รู้จักยับยั้งชั่งใจ ฉะนั้นผมก็ไม่ควรทำตัวเป็นภาระให้พี่โปรดต้องหนักใจอีก เท่าที่ได้รับจากพี่เขาทุกวันนี้มันก็ดีเกินพอแล้ว

"ปอว่าน่าจะดื่มได้นะทำไมพี่โปรดจะสั่งให้ปอดื่มเหรอ เอาสิปอก็อยากลองดื่มเหมือนกัน" ผมละทิ้งความเจ็บปวดที่ได้รับ ละทิ้งความรู้สึกของตัวเอง สะบัดทุกสิ่งทุกอย่างออกไป ตอนนี้มันยังเป็นเวลาของผมอย่างที่พี่โปรดพูดสักวันหนึ่งมันจะจบลง จะสั้นหรือยาวส่วนหนึ่งขึ้นอยู่กับการกระทำของผม ว่าผมจะทำให้พี่เขาลำบากใจมากน้อยแค่ไหน

"กูสั่งค็อกเทลอ่อนๆให้ชิมแล้วกัน อายุแค่ย่าง18มึงอย่าห้าวให้มากนักเดี๋ยวได้ใจแตกก่อนเวลาอันควร น้องเอามาร์การิต้าแก้ว สิงห์เหยือกนึง" พี่โปรดหันไปสั่งเครื่องดื่มกับพนักงานก่อนจะจ่ายเงิน ไม่นานเครื่องดื่มก็ถูกนำมาวางบนโต๊ะ โหแพงอ่ะ อะไรต้าๆกับเบียร์เหยือกเดียวแบงค์พันของพี่โปรดได้เงินทอนมาไม่ถึงสามร้อย แถมพี่โปรดยังหน้าใหญ่ทิปหมดเลยด้วย ผมต้องรีบขยับเก้าอี้ไปนั่งชิดหยิกขาแข็งๆนั่นแรงๆ พี่โปรดสะดุ้งนิดๆแล้วหันมาเลิกคิ้วใส่ทำให้ผมอดจิ๊ปากไม่ได้

"อะไรของมึง ทำหน้าซะยังกับกูไปฆ่าคนมา" ผมทำหน้าเซ็งๆก่อนจะหันไปให้ความสนใจกับเครื่องดื่มตรงหน้า มันเป็นแก้วปากกว้างขนาดกลางมีน้ำสีขาวมีน้ำแข็งก้อนเล็กๆลอยอยู่ รอบๆปากแก้วเคลือบไว้ด้วยเกลือพร้อมมะนาวฝานบางๆเสียบไว้ที่ปากแก้วน่ากินแฮะ ผมค่อยๆยกขึ้นชิมจิบแรกที่ได้แตะลิ้นมันอร่อยจนผมต้องยกแก้วขึ้นมาดื่มพรวดทีเดียวครึ่งแก้ว

"อ่าา อร่อยอ่ะพี่โปรด"

"มึงอย่ากินเหมือนกินโค้กดิวะ ค่อยๆจิบไปเดี๋ยวก็เมาหรอก" พี่โปรดรีบคว้าแก้วไปถือก่อนผมจะยกดื่มอีก อะไรทีผมยังไม่ห้ามพี่โปรดเลยทั้งที่พี่เขาก็ยกดื่มทั้งเหยือกเหมือนกัน

"พี่โปรดปอขอดื่มหน่อยอร่อยดี ไม่เมาหรอกมันเหมือนน้ำมะนาวเลย"

"งั้นมึงลองชิมของกูดีมั้ย เหมือนน้ำเก๊กฮวยเหมือนกัน" ผมเบะปากใส่พี่โปรด แหมถึงผมจะไม่เคยกินแต่ผมก็รู้หรอกว่าเบียร์มันรสชาติยังไง

"ปอไม่โง่นะพี่โปรด เบียร์มันจะเหมือนน้ำเก๊กฮวยได้ไงล่ะเอาแก้วของปอมาเลย" ผมอาศัยตอนพี่โปรดเผลอ คว้าแก้วมาได้ก็ยกพรวดเหลือแต่น้ำแข็ง

"ไอ้นี่ใจแตกแล้วมั้ง เอาอีกปะล่ะ" พี่โปรดนี่ความคิดกับพฤติกรรมจะสวนทางกันไปไหน ปากเหน็บผมแต่มือกวักเรียกพนักงานสั่งให้อีกแก้วละ

"งั้นระหว่างรอน้ำต้าๆ ปอชิมน้ำเก๊กฮวยของพี่โปรดก่อนก็ได้" ผมยกเหยือกเบียร์ของพี่โปรดดื่มทั้งเหยือก พอลิ้นได้สัมผัสรสชาติเท่านั้นแหละ แทบจะพ่นน้ำเมาใส่หน้าพี่โปรด

"หึหึ กลืนลงไปเดี๋ยวนี้เลยนะมึง อยากซ่าดีนัก" ผมรีบหลับหูหลับตากลืน พอแก้วใบใหม่ถูกวางแทนของเดิมก็รีบคว้ามาดื่มล้างปากทันควันอ่าาา ค่อยชื่นใจหน่อย

เสียงเพลงสากลหนักๆดังขึ้น นักร้องผู้หญิงเธอยืนอยู่บนขอบสระน้ำเล็กๆแล้วร้องเพลงที่ผมฟังไม่รู้เรื่อง แต่ความรู้สึกผมตอนนี้มันเริ่มเบาลง หรือจะเป็นเพราะน้ำที่ดื่มไปก็ไม่รู้ พี่โปรดกระซิบอะไรกับพนักงาน สักพักหนึ่งเพลงสากลจังหวะหนักหน่วงก็เปลี่ยนเป็นจังหวะฟังแล้วสบายหู ผมไม่ชอบฟังเพลงสากลเลยนะคือฟังไม่ค่อยรู้เรื่องอ่ะ แต่มีเพลงนี้เพลงเดียวที่ผมรู้จักเพราะผมชอบในความหมายของมัน พี่โปรดเองก็ร้องคลอไปด้วยเบาๆ you are not alone ของไมเคิล แจ็คสัน พอฟังเพลงนี้ทีไรผมจะรู้สึกว่าผมไม่ได้อยู่ตัวคนเดียว ผมยังมีใครสักคนคอยอยู่ข้างๆเหมือนในเนื้อเพลงนี้ พี่โปรดคว้ามือผมไปจับไว้สายตาทอดมองไปยังทะเลปากก็ร้องเพลงนี้เบาๆ ขอไม่ให้ผมรักพี่เขา บอกว่าไม่มีวันจะรักผม แต่การกระทำกลับอ่อนโยนแบบนี้แล้วผมจะทำตามที่พี่โปรดขอได้ไหมครับ..

พี่โปรดบอกว่าที่นี่คือวอล์กกิ้งสตรีทหรือถนนคนเดินสุดถนนของพัทยาใต้ สามารถเดินทะลุไปแหลมบาลีฮายจนถึงท่าเรือข้ามฟากไปเกาะล้าน

"พี่โปรด ปออยากเข้าไปในนั้น" ผมบุ้ยปากไปร้านที่มีสาวๆพากันยืนอยู่เรียงราย บางคนก็พากันเดินเข้ามาพยายามดึงผมกับพี่โปรดเข้าไปในร้านนะ แต่พอพี่โปรดคิ้วขมวดหน้านิ่งพวกเธอก็พากันปล่อยมือทันที ส่วนผมเหรอ ไม่มีหรอกจะมาตีหน้ายักษ์ใส่คนอื่นน่ะผมทำไม่เป็น

ป๊อก! "ตกลงมึงเริ่มใจแตกแล้วจริงๆใช่มั้ยไอ้ปอ"

"อะไรอ่ะปอแค่อยากเข้าไปดูเฉยๆ เฮ้ยๆพี่โปรดดูดิข้างบนมีชาวต่างชาติด้วย สวยเหมือนตุ๊กตาเลยพี่" ผมฉุดแขนพี่โปรดให้หยุดเดินแล้วเงยหน้ามองชั้นสอง มีผู้หญิงชาวต่างชาติเต้นอยู่บนนั้นหลายคน

"มันเข้าไม่ได้อายุมึงยังไม่ถึงไปกันเหอะ กินไอติมมั้ย" พี่โปรดดึงแขนผมไปร้านไอติมร้านหนึ่ง มีคนขายเป็นผู้ชายชาวต่างชาติพูดไทยชัดมากเถอะ แต่กว่าผมจะได้กินไอติมอันนั้นนะพี่คนขายก็ลีลาเยอะเหลือเกินยืดไปยืดมาจนผมเกือบจะไม่กินละ พี่โปรดหัวเราะขำแล้วจ่ายเงินคว้าไอติมมายัดใส่มือให้ ก่อนจะเดินออกจากตรงนั้นผมก็หันไปส่งค้อนให้พี่คนขายอีกที 

พี่โปรดเดินกอดคอผมพาไปแวะยืนดูร้านนั้นร้านนี้ แต่พอผมชวนเข้าไปจริงๆพี่เขาก็ไม่ไป สุดท้ายน่ะเหรอปลอบใจผมด้วยโรตีกล้วยหอมที่ผมต้องจิ้มใส่ปากพี่โปรดตลอดทางไม่รู้ใครอยากกินกันแน่ ผมยกโทรศัพท์มาถ่ายรูปพี่โปรดไว้หลายรูป พี่เขาก็เฉยๆไม่ได้ห้ามหรือปฏิเสธอะไร แต่ก็ไม่ได้หันมายิ้มให้กล้องเหมือนกัน เดินกินโรตีจนหมดเราก็มาถึงมอเตอร์ไซค์ที่จอดไว้พอดี

"พี่โปรดไปตลาดนัดกันมั้ย"

"ตลาดนัดอะไรของมึง 5ทุ่มกว่าแล้ว"

"ไม่รู้อ่ะ เมื่อกี้ปอถามคนขายโรตีเขาบอกมีตลาดนัดใหญ่อยู่ที่ถนนเทพประสิทธิ์ปิดดึกด้วย แว้นไปดูกันมั้ย" พี่โปรดพยักหน้า ตั้งจีพีเอสในโทรศัพท์แล้วพาผมซ้อนมอเตอร์ไซค์ไป ไม่ต้องกลัวว่าพี่โปรดจะเมาหรอกก็ดื่มไปเหยือกเดียวเอง ผมนี่สิดื่มน้ำแก้วๆนั่นไปตั้งหลายแก้วจนตาเริ่มมองพี่โปรดไม่ชัดละ ดีเหมือนกันที่ผมมองพี่โปรดไม่ชัดความทรงจำเรื่องพี่โปรดจะได้เลือนรางลงบ้าง

"ไอ้ปอขยับเข้ามาสิ เดี๋ยวก็ได้หงายหลังหรอก" พี่โปรดคว้ามือผมไปกอดเอวพี่เขาไว้ อืม..คงเป็นเพราะสายลมที่กระแทกหน้า มันเลยทำให้น้ำใสๆผมไหลมาอีกแล้ว มันไม่ใช่ไหลมาเพราะพี่โปรดหรอก จริงๆนะ

"เค้าเก็บร้านกันแล้วว่ะ"

"เราคงมาดึกอ่ะเสียดายจัง งั้นกลับโรงแรมเถอะพี่" ผมนึกเสียดายเบาๆ ก็ผมอยากเดินตลาดนัดใหญ่ๆสักครั้ง ขนาดสวนจตุจักรหรือตลาดนัดเลียบทางด่วนรามอินทราผมก็ยังไม่เคยไปเดินเลย

"หงอยไปอีก ไว้ครั้งหน้าจะพามาก็แล้วกัน" พี่โปรดดึงมือผมไปกอดเอวเหมือนเดิม ผมซบหน้ากับหลังกว้างๆนั้น ครั้งหน้าเหรอ? ถ้าผมยังมีความรู้สึกกับพี่โปรดแบบนี้อยู่ พี่เขาจะให้เวลาผมถึงครั้งหน้าไหมนะ

แฮ่กๆๆ "โอ้ยเหนื่อย เค้าพอแล้วนะ" ผมผงกหัวบอกพี่โปรดที่ล้มตัวนอนข้างๆกัน พี่โปรดหัวเราะเบาๆแล้วลากไปน้ำอาบก่อนจะลากมานอนเตียงเหมือนเดิม เสื้อพ้งเสื้อผ้านี่กระจัดกระจายรอบห้อง

"พี่โปรด"

"อืม"

"แค่เค้ารู้สึกไปเองฝ่ายเดียวก็ไม่ได้เหรอ ตัวไม่ต้องมาใส่ใจความรู้สึกเค้าหรอกแล้วใช้ชีวิตเหมือนทุกวันไป แต่แค่มองข้ามเรื่องนี้ไปไม่ได้เหรอ" ผมนอนตะแคงหันหน้าถามพี่โปรดเบาๆ ในใจตอนนี้ไม่ได้นึกกลัวคำตอบอะไรเลย แค่อยากรู้ว่าตัวเองจะทำยังไงต่อไป

"ไอ้ปอความรู้สึกคนเรานี่แหละมันน่ากลัว ตอนนี้มึงก็พูดได้ว่ามึงจะไม่เรียกร้องเอาความรู้สึกอะไรจากกู แต่พอนานวันเข้าถ้าปล่อยให้ถลำลึกไปกว่านี้มันจะจัดการความรู้สึกตัวเองไม่ได้ และวันนั้นมึงจะต้องการมากกว่าวันนี้" พี่โปรดก็ตะแคงหันหน้ามาพูดกับผม เราสองคนสบตากันในความมืดสลัวนั้น

"เค้าสัญญานะว่าเค้าจะอยู่ของเค้าแบบนี้แหละ ถ้าวันไหนที่ตัวเจอคนคนนั้นของตัวหรือวันไหนที่ตัวเบื่อเค้าขึ้นมา เค้าจะไปตามข้อตกลง แต่เค้าขอแค่รู้สึกฝ่ายเดียวได้มั้ย เค้ามีความสุขและจะไม่ละโมบไปมากกว่านี้" ผมเลื่อนตัวไปซุกอกพี่โปรดเอ่ยขออย่างอ้อนวอน

"เฮ้อ กูเตือนมึงแล้วนะไอ้ปอ ถ้าเป็นไปได้กูอยากให้มึงจัดการกับความรู้สึกของมึงให้จบไป แต่ถ้ามันทำยากหรือทำไม่ได้มึงก็ต้องเตรียมทำใจรับกับความเจ็บที่จะต้องเจอในวันข้างหน้า ถ้าวันนั้นมาถึงกูเองจะไม่มีความเห็นใจให้มึงแม้แต่น้อยเพราะกูถือว่ากูได้เตือนมึงแล้ว" พี่โปรดพูดเสียงนิ่งๆแต่แฝงไปด้วยความเด็ดขาดจริงจัง ผมสัมผัสได้ถึงความเย็นชาสัมผัสได้ถึงอ้อมแขนที่ไร้ไออุ่นของพี่เขา

ผมผงกหัวรับกับคำขาดนั้น มันเจ็บปวดแต่ก็แฝงไปด้วยความสุขสม มันน่ากลัวแต่ก็เจือไปด้วยความน่ายินดี มันผิดหวังแต่ก็แทรกไปด้วยความคาดหวัง มันทรมานแต่ก็ปนไปด้วยความเต็มใจ ผมจะอยู่กับความสุขทุกวินาทีให้คุ้มค่าเพราะไม่รู้ว่าผมจะถูกบอกลาเอาตอนไหน ความรักไม่เคยทำให้ใครตาบอด เราแค่เลือกที่จะมองไม่เห็นมุมที่ไม่อยากมอง แม้จะมีคนเตือนมากเท่าไหร่ เราก็ทำเป็นไม่เห็นมันอยู่ดี


วันนี้เราจะกลับกรุงเทพกันแล้วก่อนกลับพี่โปรดพาผมขึ้นมากราบ พระอนุสาวรีย์กรมหลวงชุมพรเขตอุดมศักดิ์ บนเขาพระตำหนักตั้งอยู่ที่เดียวกับสถานีวิทยุ สทร5.พัทยา และยังเป็นจุดชมวิวสามารถมองเห็นทัศนียภาพของอ่าวพัทยาได้อย่างชัดเจน

"พี่โปรดถ่ายรูปให้ปอหน่อย" ผมยื่นโทรศัพท์ให้พี่โปรด ยังไม่ทันได้ตั้งท่าเลยพี่เขาก็กดถ่ายแล้วยื่นโทรศัพท์คืนมาให้ซะงั้น ผมเปิดดูแล้วอยากจะปาโทรศัพท์ใส่หน้าจริงๆไอ้คนใจร้าย ไอ้คนหน้าผากเหม่งเพราะลมตี อ้าปากเหวอเพราะกำลังพูด ตาหยีเพราะแสงแดด ในโทรศัพท์นี้ไม่ใช่ผมใช่มั้ย อุตส่าห์ได้มาเที่ยวทั้งทีรูปคู่ก็ไม่มี ผมอยากมีรูปดีๆไว้ดูบ้างก็ไม่ได้

หมับ! แชะ! พี่โปรดกอดคอผมรั้งหน้าให้หันไปทางทะเลโดยที่มีหน้าพี่โปรดมาเกยที่ไหล่ ก่อนเสียงแชะจะเป็นหลักฐานยืนยันการมาเที่ยวสถานที่นี้ของเราทั้งคู่ ผมยกมือกุมหัวใจตัวเองมันเต้นแรงขึ้นทุกที พยายามย้ำกับตัวเองว่าต้องอยู่ในขอบเขตที่ตั้งไว้ อย่าดีใจกับความใจดีความอ่อนโยนของพี่โปรดมากจนเกินไป เพราะถ้าวันที่พี่โปรดได้ขีดเส้นไว้มาถึงผมต้องเดินจากมาให้ได้ตามที่เคยให้คำมั่นไว้

"ไอ้ปอชื่อของมึงหมายถึงอะไร วันก่อนที่กูถามกูยังไม่ได้คำตอบเลยนะ"

"ปอรัก แปลว่าเชือกปอที่ถูกถักทอมาจากความรักอย่างเหนียวแน่นครับ" พี่โปรดชะงักเท้าแล้วนั่งยองๆหยิบแมลงปอที่นอนตายมาไว้ในอุ้งมือตัวเอง

"แต่กูว่าชื่อมึงหมายถึงแมงปอมากกว่า แมงปอที่มีปีกใสบางถ้ารู้ว่าตัวเองมีปีกบางเหมือนแมงปอก็อย่าฝืนบินจนสูง บินไปไกล เพราะถ้าถึงวันนั้นปีกบางๆของมึงคงร่วงโรยจนทำให้มึงหล่นมาเจ็บหรือตายโดยไม่รู้ตัว" พี่โปรดปล่อยแมลงปอตัวนั้นลงจากฝ่ามือแล้วหันมามองผม สายตาคู่นั้นมันส่งสารในสิ่งที่เจ้าของตั้งใจให้ผมรับรู้ พี่โปรดอันตรายผมรู้ และถ้าผมจะฝ่าฝืนในคำสัญญาทุกเรื่อง ความอันตรายนั้นก็คงไม่ปรานีผม และคงพร้อมจะเด็ดปีกผมด้วยมือคู่นั้นอย่างแน่นอน..



***ชีวิตจะมีความสุขได้ต้องรู้ว่า อะไรควรลืม อะไรควรจำ อะไรควรปล่อย เพราะขึ้นชื่อว่าชีวิต ย่อมไม่มีคำว่าง่ายแน่นอน"

การตัดสินใจที่ผิดพลาดครั้งที่2 ที่ปอรักยอมและอ้อนวอนจะอยู่แบบนี้ มันจะนำมาซึ่งความเจ็บปวดของปอรักเอง อย่างที่โปรดปราณบอกคนเรามันควบคุมความรู้สึกกันไม่ได้หรอก โปรดน่ะรู้ว่าน้องต้องเป็นยังไงในวันข้างหน้าโปรดก็เตือนแล้วเหมือนกัน แต่จะให้ทำยังไงคนมันรู้สึกไปแล้วอ่ะท่าน ไม่รู้จะแสดงความคิดเห็นในตอนนี้ยังไงดี แต่ฟางชอบตรงที่โปรดพูดตรงๆว่านี่คือความสงสารและเห็นใจเท่านั้นมันไม่ใช่รู้สึกรัก อีกหน่อยอาจจะรู้สึกดีแต่ก็ไม่ได้รักอยู่ดี คือเป็นการพูดตัดความหวังกันซึ่งๆหน้าไปเลย แต่การกระทำอ่ะถ้าจะตัดความหวังขนาดนั้นก็ใจร้ายด้วยการกระทำไปเลยลูกพี่ไม่ใช่มาอ่อนโยนใส่ แบบนี้มันเจ็บลึกกกก 

แค่หน่วงนิดเดียวในตอนนี้ ตอนหน้าวันพุธยังไม่มาม่า รอให้ไปเที่ยวภูเก็ตมา2-5ตอนก่อนจะเอาหน่วงไก่จ๋าตามด้วยมาม่ามาให้ แล้วจะกระชับพื้นที่เป็นน้องหลงตอนไหนฟางขอเวลาคิดแป๊บเน้อจ้าว แต่คิดออกแล้วจะน้องจะเจออะไรถึงเป็นน้องหลง

ขอบคุณทุกการรอคอย ทุกคำแนะนำ ทุกกำลังใจนะคะ ฟางไปตลาดนัดเทพประสิทธิ์ทุกครั้งที่ไปพัทยาแต่ไม่เคยเดินถึง4ทุ่มอ่ะเลยไม่รุ็ว่าปิดน่าจะราวๆ5ทุ่มรึเปล่าไม่แน่ใจเน้อ ฮาร์ดร็อคคาเฟ่มีจริงจ้าวคุณแฟนของฟางท่านชอบไปนั่งชิลเหลือเกิน ฟางก็ต้องเกาะหนึบไปด้วยเพลงฝรั่งอ่ะฟังไม่ออกหรอก แต่เพลงของไมเคิล แจ็คสันเพลงนี้พอจะฟังออกชอบความหมายมาก มาการิต้าค็อกเทลคือสิ่งที่โปรดสั่งให้มินในเรื่องก็แค่ตัวแทน ตอนแสดงความหวง เพราะโปรดเอ็นดูมินมากซึ่งนั่นก็เท่ากับว่าอะไรเห็นมินเป็นน้องปอเหรออันนี้ไม่รู้มโนตามสบายเน้อ

เจอคำผิดรบกวนแจ้งด้วยเน้อ พบกันวันพุธจ้าวว

เอารายชื่อท่านเจ้าของบ้านหมอ ก็แค่ตัวแทน มาแจ้งเน้อจ้าวท่านใดฟางเขียนชื่อไม่ถูก รายชื่อตกหล่นรบกวนแจ้งด้วยจ้าว

ภูมิใจมากๆๆ พี่ตุลย์จะพาหนูมินไปสวีทไกลถึงไอซ์แลนด์ หนังสือฟางจะได้โดยสารเครื่องบินไปดูแสงเหนือถึงยุโรป ขอบคุณสำหรับความรักที่มอบให้นิยายเรื่องนี้คะ ถึงค่าส่งจะแพงกว่าค่าหนังสือเท่าตัวนึง และฟางต้องรบกวนในความยุ่งยากเรื่องโอนเงิน สุดท้ายเราก็ผ่านมันไปได้ขอบคุณจ้าว  

อีกท่านที่อยู่ไกลถึงออสเตรเลียยังอุตส่าห์อ่านและรับหนังสือขอบคุณมากๆจ้าว 

อีกท่านที่อยู่สวีเดนด้วยเน้อ ขอบคุณจ้าวสำหรับความเอ็นดูในครั้งนี้

ที่สำคัญที่สุดขอบคุณทุกๆท่านไม่ว่าคุณจะอยู่ที่ไหน ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนในครั้งนี้ กราบงามๆจ้าว 

45.คุณ สมใจ  ชลบุรี

46.คุณ วรรณวนัช  ขอนแก่น

47.คุณ เปิ้ล  กทม.

48.คุณ รำเพย  นนทบุรี

49.คุณ ปาริชาติ  สุโขทัย

50.คุณ จิตสนา  สมุทรปราการ

51.คุณ เมธิญา  อุดรธานี

52. คุณ Siriporn  ประเทศ ICELAND

53.คุณ กานต์มณี  กทม.

54.คุณ สมลักษณ์  นนทบุรี

55.คุณ ธนวัฒน์  สมุทรสาคร

56.คุณ สุดารัตน์  กทม.

57.คุณ ปุณณวีย์  กทม.

58.คุณ จิราภา  นครราชสีมา

59.คุณ ศรีตลา  กทม.

60.คุณ ทอปัด  กระบี่

61.คุณ สมรัก  ชลบุรี

62.คุณ อัญชลี  กทม.

63.คุณ นุชนาฏ  กทม.

64.คุณ ปริยากร   กทม.

65.คุณ พรนภา  ชลบุรี






แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น