ลมหนาว l เคียงจันทร์ l ัYoshisuki

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ชื่อตอน : ร้าวใจ 100% NC+

คำค้น : วิวาห์ / เเค้น / ร้าย /รัก / โหด / ทรมาน / ดราม่า

หมวดหมู่ : นิยาย ชีวิต/ดราม่า

คนเข้าชมทั้งหมด : 42k

ความคิดเห็น : 11

ปรับปรุงล่าสุด : 13 เม.ย. 2562 14:05 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ร้าวใจ 100% NC+
แบบอักษร


"เขมกินไม่ได้ค่ะ” เธอตอบทันควันว่าสิ่งที่ทำมาให้เขานั้น เธอไม่สามารถกินมันได้

 “ทำไม! ทำไมเธอจะกินมันไม่ได้ ถ้ามันไม่มีอะไรที่เธอจงใจใส่มันเข้าไปให้ฉันกิน” ถ้าเธอบริสุทธิ์ใจจริงเธอก็ควรที่จะกินตามที่เขาบอกสิ! ไม่ใช่มานั่งหน้าเอ๋อแล้วบอกว่ากินมันไม่ได้อย่างนี้

 “เขมไม่กินค่ะ ขอตัวนะคะ” เขมมิกาลงหนีออกไปจากเขา แต่ทว่ากลับมีมือหนามารั้งเข้าไว้ไม่ให้เธอไปไหนเสียก่อน

 “ได้เขมมิกาเมื่อเธอไม่กิน เดี๋ยวฉันจะช่วยสงเคราะห์ให้เธอกินมันเอง” เขาจับที่กรามของหญิงสาวทั้งสองข้างแล้วบีบแน่นให้อ้าออก

 “พอดีฉันเห็นว่าการทานอาหารเช้ามันจะทำให้ร่างกายแข็งแรงนะ ยิ่งเมื่อคืนฉันจัดเธอหนักซะด้วยสิ”เขาตักข้าวต้มกุ้งใส่ในช้อนด้วยคำโตๆจนล้นปากของหญิงสาว เขาอุตส่าห์พูดกับเธอดีๆแล้วแต่เธอกลับปฏิเสธเอง

มันก็คงช่วยไม่ได้นะเพราะเธอเป็นคนเลือกวิธีนี้เอง


 “อื้มม อื้อ”เขายัดข้าวต้มกุ้งเข้าปากเธอมันล้นจนเกินช้อน นี่เขาเล่นอะไรของเขาอยู่? ในเมื่อเธอบอกไปแล้วว่าเธอกินมันไม่ได้

 “เป็นไงอร่อยมั้ยฝีมือเธอเองไม่ใช่หรอกินซะสิ ใส่อะไรเข้าไปก็กินมันเองก็แล้วกันนะ”จะจับยัดเข้าเป็นช้อนที่สองและสามเขาส่งให้เธอกลืนมันลงไปในลำคอเพราะเขาไม่เห็นเธอทานอาหารเช้าเลยแล้วจะเอาแรงที่ไหนไปทำงานพอเขาชวนเธอมากินด้วยกันดีๆแต่เธอกลับปฏิเสธมันก็คงต้องใช้วิธีนี้แหละ แถมท่าทางที่ปฏิเสธมันยังน่าสงสัย


 “พอใจคุณแล้วใช่มั้ย งั้นเขมขอตัวนะคะ”ดันให้ตัวเองลุกขึ้นแต่เขาก็ไม่ยอมให้เธอไป มือหนาจับข้อมือของเธอให้ฉุดรั้งนั่งลงกับที่

“ยังสิ เธอน่าจะยังไม่อิ่มน่ะ”

 “พอแล้วค่ะคุณวิน แค่กๆๆๆ”

 ‘แค่กๆๆๆ’

อาการของเธอเริ่มกำเริบเมื่อเวลามันผ่านไปได้เกือบสิบถึงสิบห้านาที ทุกช้อนที่เขาให้เธอกินเข้าไปมันเยอะนักจนเกินปริมาณที่คุณหมอได้สั่งไว้ แต่ไม่ว่าอย่างไรจะเยอะหรือน้อยเธอก็อยู่ในระดับที่แพ้กุ้งชั้นรุนแรงเลยก็ว่าได้หากเป็นไปได้ไม่ควรที่จะยุ่งกับมันเลยด้วยซ้ำ


 คุณเขมมีอาการแพ้กุ้งอยู่ในระดับปานกลางถึงชั้นรุนแรงนะคะ ควรพยายามหลีกเลี่ยงอาหารประเภทที่มีกุ้งเป็นส่วนประกอบ ส่วนอาการของผู้ป่วยแต่ละท่านจะแสดงอาการได้หลากหลายแบบในแต่ละบุคคลนะคะ แต่ถ้าเป็นคุณเขมแล้วดูจากลักษณะอาการจะออกนะคะคือไอออกมามากกว่าปกติใบหน้าแดงก่ำหายใจติดขัด    บางทีหากอยู่ในระดับที่รุนแรงเลือดจะไหลออกทางจมูกและสามารถที่จะหมดสติได้ทันทีดังนั้นควรที่จะรีบพบแพทย์ทันที ส่วนนี้เป็นยาที่ทางหมอจัดเตรียมไว้ไห้ค่ะถ้ามีอาการไม่ค่อยรุนแรงมากให้รับประทานยาพวกนี้นะคะ

 “เป็นอะไรของเธอเขมมิกาแค่กินข้าวกับฉันถึงกับสำลักอาหารเลยหรอ”

 “ปะ...เปล่าค่ะ เขมขอตัวนะคะ”หญิงสาวเริ่มหายใจติดขัด กล่าวหลีกเลี่ยงชายหนุ่มเพื่อที่จะขึ้นไปด้านบน

 “เธอจะไหนเขมมิกา ฉันยังไม่ได้บอกให้เธอไป!”

 “......”เมื่อยืนขึ้นได้อาการหน้ามืดวินเวียนศีรษะก็เข้ามาเนื้อตัวเริ่มแดงก่ำ ร่างบางโอนเอนไปมาเหมือนบ้านเคลื่อนไหวจนสุดแล้วก็พยุงตัวเองไม่ไหวจนต้องล้มลง...


 ‘โครม’


เสียงของโต๊ะเก้าอี้ที่ถูกกระทบจากแรงล้มของหญิงสาวอย่างแรงจนทำให้เกิดเสียงดัง

 “......”เขาตกใจที่อยู่ดีๆร่างของหญิงสาวก็ล้มลงกระแทกเข้ากับโต๊ะเก้าอี้แล้วฟุกลงไปที่พื้น แต่ก็ยังนั่งนิ่งเฉยไม่ไปช่วยประคองเธอขึ้นมาแม้แต่นิด

“มารยาดีนี่ ล้มเองได้ก็ต้องลุกเองได้สิ ใส่อะไรเข้าไปล่ะ ทำไม มันกำเริบแล้วหรอฮะ!”ตกใจแค่เพียงนิดแต่ก็กลับเข้าสู่หมวดเดิมอย่างเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น มันก็คงจะเป็นมารยาสาไถ่ของเธอ และอีกอย่างบางทีของใส่เข้าไปในนั้นมันอาจกำลังจะทำปฏิกิริยาก็ได้

เขมมิกาเธอพยายามที่จะดันตัวเองขึ้นจากพื้นแต่ก็ทำไม่ได้เนื้อตัวเริ่มแดงก่ำมากกว่าเดิมลมหายใจก็เริ่มติดขัดมากขึ้น

 “คุณวินค่ะ ช่วยเขมที”พยายามแล้วแต่ทำไม่ได้จึงต้องเรียกเขาให้มาช่วย แต่...เขาจะช่วยเธอหรือ

 “ทำไมฉันต้องช่วย ขนาดชีวิตวิคนรักของฉัน ฉันยังช่วยอะไรไม่ได้แล้วทำไมฉันต้องมาช่วยคนอย่างเธอ ห๊ะ! เขมมิกา ฉันต้องช่วยฆาตกรที่ฆ่าเมียกับลูกตัวเองเนี่ยนะ! มันบ้าไปหน่อยมั้ย”ฮึ คนที่เขารักเขายังช่วยอะไรเธอไม่ได้ แล้วทำไมคนอย่างเขาต้องมาช่วยเธอล่ะ เธอมันคือฆาตกร!

“ฮะ...เฮือก คะ...คุณวินค่ะ ช่วยเขมที”

 “ช่วยไปเอายาให้ทีเถอะคะ เขมขอร้อง แค่กๆๆๆ”เมื่อเริ่มเห็นว่าตัวเธอเริ่มที่จะไม่ไหวเเล้ว หญิงสาวก้มหน้าลงกับพื้น มือบางกำขาโต๊ะไว้แน่น แล้วเสี่ยงที่จะเรียกขอความช่วยเหลือจากเขาอีกครั้ง


 “เขมมิกาเธอเป็นอะไร”ตอนแรกเขาก็คิดว่ามันเป็นแค่มารยาหญิงที่เธอจะใช้ให้เพื่อเรียกร้องความสนใจจากเขา แต่พอเริ่มมองอาการไปเรื่อยๆเขาก็ตกใจที่อยู่ดีๆเนื้อตัวของหญิงสาวก็เริ่มแดงจนเห็นได้ชัดเลือดก็ไหล

ออกจากจมูกเล็กน้อย จนทนนั่งดูไม่ได้ต้องรีบเข้ามาประคองหญิงสาวไว้

 “ขะ...เขมแพ้กุ้ง”ดวงตาก็เริ่มเลือนแต่จำเป็นต้องเพ่งเปิดมันไว้อย่างสุดกำลัง

“ยะ...ยาแก้แพ้” น้ำเสียงที่ใช้พูดมันแทบจะขาดห้วงเพราะมันยิ่งติดขัดอยู่เลยๆ

ยังฟังไม่ทันเสร็จว่ามันคือยาแก้แพ้ชนิดไหน ร่างหนาก็รีบดีดตัวขึ้นไปด้านบน มือหนาควานหาทั่วทั้งห้องแต่ก็ไม่เจอ จนสายตาคมไปเจอกับกระเป๋าเงินของหญิงสาวที่เวลาไปไหนมาไหนเธอมักชอบที่จะสะพายมันไปด้วยเสมอ เมื่อหาสิ่งทีต้องการพบเจอก็รีบวิ่งลงมาด้านล่างทันที

หญิงสาวที่รอยาจากชายหนุ่มที่รออยู่ด้านล่างเริ่มพยายามดันตัวเองขึ้นอีกครั้งแต่ก็ไม่เป็นผลเช่นเดิม


 ‘โครม’

ร่างบางกระแทกเข้ากับโต๊ะและพื้นอีกครั้ง

บนใบหน้าก็เริ่มมีเลือดไหลออกมาจากโพรงจมูกข้างซ้าย

 “เขมมิกา!”เขาลงมาพอดี เมื่อเห็นใบหน้าของหญิงสาวที่มีเลือดไหลออกทางจมูกก็รีบนำยาที่เจอมาให้เธอทานเพื่อบรรเทาอาการและรีบอุ้มร่างบางขึ้นรถเพื่อนำไปส่งโรงพยาบาลทันที...รถคันหรูพุ่งทะยานออกสู่ถนนเส้นทางสีเทาอย่างรวดเร็ว เขาไม่สนว่าเวลานี้การจราจรมันจะเป็นเช่นไร เขาสนแค่ว่าเชลยของเขาต้องถึงมือหมอให้เร็วที่สุด

รถคันหรูเคลื่อนตัวเข้าที่โรงพยาบาลแห่งหนึ่งที่อยู่ไม่ไกลจากตัวบ้านนัก อัศวินรีบนำพาหญิงสาวที่ตอนนี้ได้หมดสติไปแล้วขึ้นไปที่เปลคนไข้แล้วบุรุษพยาบาลก็ออกตัวเข็นไปห้องฉุกเฉินอย่างเร็วไว ใบหน้าของเธอที่บริเวณจมูกก็มีเลือดไหลออกมาไม่หยุดเนื้อตัวก็แดงก่ำกว่าเดิม บริเวณเสื้อผ้าของเขาก็เปรอะเปื้อนไปด้วยเลือดของหญิงสาวเพราะตลอดระยะทางที่ขับรถมามืออีกข้างก็คว้าร่างบางเข้ามาสู้อ้อมอกไว้

อัศวินวิ่งตามรถเข็นคนไข้ที่หญิงสาวนอนอยู่ไปที่หน้าห้องฉุกเฉิน...

 “ขอโทษนะคะ ญาติกรุณารอด้านนอกค่ะ”เสียงพยาบาลสาวบอกว่าให้เขารอด้านนอกเพราะด้านในไม่สามารถที่จะเข้าไปได้นอกจากเจ้าหน้าที่ทางโรงพยาบาลเท่านั้น พร้อมกับปิดประตูห้องฉุกเฉินลง             

  *‘*นางสาวเขมมิกา วัฒนาคุณ เริ่มทำการรักษาเวลา 08.35 น.**’

ป้ายไฟหน้าห้องที่บอกว่าครั้งนี้กำลังทำการสิ่งใดอยู่เริ่มบ่งบอกเวลาการเข้ารักษา ว่าการรักษาได้ดำเนินเกิดขึ้นแล้ว

 “ทำไมเธอไม่บอกฉันเขมมิกา ทำไมเธอไม่บอก”เดินวนเวียนอย่างกระวนกระวายอยู่ที่หน้าห้องฉุกเฉินเขาไม่รู้จริงๆว่าเธอแพ้อาหารประเภทกุ้งถ้าหากเธอแพ้ทำไมจึงไม่บอกเขา จะว่าเขารู้สึกผิดมั้ยก็รู้สึก

 “พี่วิน! พี่วิน!”เสียงน้องชายที่เดินมาแต่ไกลตะโกนเรียกพี่ชายของตน พอเกิดเรื่องได้สักพักอัศวินก็โทรหาอัครินทันที

 “คุณแม่รู้เรื่องยัง”ถามอัครินที่พึ่งเดินมาถึงหน้าห้องว่ามารดานั้นทราบเรื่องแล้วหรือยัง

 “ยังครับ ผมไม่ได้บอกใคร”

 “ดี ฉันไม่อยากให้ท่านต้องเป็นห่วง”

 “ผมก็เป็นห่วง ไม่อยากให้ท่านต้องคิดอะไรมาก”

“......”อัศวินนิ่งเงียบพอเขาฟังคำจากน้องชายจบก็เดินไปหาที่นั่งที่มันใกล้กับห้องฉุกเฉิน

 “พี่วิน ทำไมคุณเขมถึงเข้าโรงพยาบาลได้”เดินตามพี่ชายไปกล่าวถามในสิ่งที่อยากถามแต่ก่อนก็เห็นว่าสุขภาพของหญิงสาวก็ดีไม่เห็นจำเป็นว่าจะต้องเข้าโรงพยาบาลเลยถ้าหากไม่เป็นอะไรรุนแรง

 “เขมมิกาแพ้กุ้ง”น้ำเสียงนิ่งเรียบก้มหน้าลงต่ำมองพื้น

 “อะไรนะ...แพ้กุ้ง”แพ้กุ้งเนี่ยนะถึงกับเข้าโรงพยาบาลแต่ถ้ารู้ว่าตัวเองแพ้กุ้งแล้วจะกินมันเข้าไปทำไมล่ะ

 “ใช่เขมมิกาแพ้กุ้ง...ฉันไม่รู้ว่าเธอแพ้ฉันเลยให้เธอกินมันเข้าไป”เหมือนสารภาพบาปในโบสถ์แต่มันไม่ใช่คนที่นั่งฟังเขาคือน้องชายคนเดียวที่เล่นและอยู่เคียงข้างกันมาตลอดตั้งแต่เด็ก

 “ห๊ะ!...พี่ว่าไรนะ พี่ให้คุณเขมกินกุ้ง”

 “เอ่อสิวะ ก็ฉันไม่รู้”เงยหน้าขึ้นมาตอบอัครินที่นั่งข้างๆกัน

จบบทสนทนาของทั้งสองก็เงียบกันไปสักพักก่อนที่อัครินจะพูดขึ้นบอกกล่าวพี่ชาย

 “ผมว่าเสื้อพี่เลอะเลือดเยอะอยู่นะครับ พี่กลับบ้านไปเปลี่ยนเสื้อก่อนเถอะ”เขาสังเกตเห็นเลือดจำนวนหนึ่งเปรอะเปื้อนอยู่ที่เสื้อของอัศวิน มันเด่นชัดมากใครมองมาก็เห็นกันทั่ว

 “ไม่เป็นไรหรอก”ก้มมองที่เสื้อของตนเองตอนนี้เขายังไม่อยากไปไหนอยากจะขอดูอาการของคนที่อยู่ในห้องนั้นให้แน่ใจเสียก่อน

 “ว่าแต่แกเถอะหาเลขาใหม่ได้ยัง”เห็นอัครินบ่นว่าเลขาคนเก่านั้นลาออกไปอย่างกะทันหันจะหาใหม่ก็ยังไม่มี

 “เลขาหรอครับ...ได้แล้วล่ะ”กดน้ำเสียงลงต่ำ

 “อืมงั้นก็ดี”น้ำเสียงเรียบๆแล้วก็ก้มหน้ามองพื้นเช่นเดิม

อัศวินและอัครินนั่งรออยู่หน้าห้องฉุกเฉินเป็นเวลาเกือบสองชั่วโมงกว่าเฝ้ารอให้หมอที่นำการรักษาออกมา

จนสักพักป้ายไฟที่เปิดขึ้นหน้าห้องฉุกเฉินก็ปิดลง พร้อมกับมีร่างของคุณหมอเดินอออกมาจากภายในห้อง

 “พี่วินคุณหมอออกมาแล้วครับ”เอ่ยบอกพี่ชายที่นั่งก้มหน้ามาตลอดหลังจากที่สนทนากันเสร็จสิ้น

 “คุณหมอครับ ภรรยาผมเป็นอย่างไรบ้างครับ”ลุกขึ้นเดินเข้าไปถามถึงอาการของหญิงสาว

 “คุณคือสามีของคนไข้ใช่มั้ยค่ะ”คุณหมอสาวถามอัศวินที่มายืนเบื้องหน้าของตน

 “ใช่ครับ”

 “หมอขอเชิญคุณมาทางนี้หน่อยค่ะ”

อัศวินเดินตามคุณหมอไปที่ห้องที่อยู่ไปไกลจากห้องฉุกเฉินมากเท่าไร

 “คุณหมอมีอะไรกับผมหรอครับ”เมื่อเข้ามานั่งก็เปิดปากถาม

 “คุณทราบมั้ยค่ะว่า คนไข้มีอาการแพ้กุ้งขั้นรุนแรง” หมอสาวเอ่ยถามชายหนุ่มตรงหน้าที่เป็นสามีของคนไข้เธอ

 “ผมไม่ทราบครับว่าภรรยาผม มีอาการแพ้กุ้ง” เขาเอ่ยตอบเสียงเรียบ

 “งั้นหมอก็ขอให้คุณดูแลเธอหน่อยนะคะ เพราะเธออยู่ในลำดับที่แพ้อย่างรุนแรง หากเกิดเหตุการณ์เช่นนี้อีกหมอเกรงว่ามันจะเป็นอันตรายต่อตัวของคนไข้เอง พยายามหลีกเลี่ยงเข้าไว้จะดีที่สุดนะคะ” เธอบอกถึงอาการของภรรยาของชายหนุ่มและสั่งให้พวกเขานั้นพยายามหลีกเลี่ยงอาหารที่มีกุ้งเป็นส่วนประกอบเข้าไว้ให้มากๆ

 “และอีกอย่าง...คนไข้มีสภาพร่างกายที่อ่อนแอมาก มันเลยพลอยส่งผลกระทบไปที่ส่วนนั้นด้วย ยังไงคุณก็ดูแลเธอดีๆนะคะ” สภาพร่างกายที่อ่อนแอของเขมมิกาทำให้หมอสาวต้องหนักใจนิดหน่อยเพราะเหตุที่อาการของเธอมันรุนแรงขนาดนี้เพราะว่าในร่างกายที่มีภูมิต้านทานต่ำ

 “แล้วภรรยาผมจะกลับบ้านได้เมื่อไรครับ”เขาพยักหน้ารับก่อนจะถามถึงวันที่หญิงสาวะได้ออกจากโรงพยาบาล เพิ่งจะส่งตัวหญิงสาวเข้ามาภายในโรงพยาบาลไม่ถึงยี่สิบสี่ชั่วโมงก็ถามถึงเวลาที่เธอคนนั้นต้องกลับบ้านเสียแล้ว

 “หมอคิดว่าจะให้คนไข้พักฟื้นที่โรงพยาบาลก่อนนะคะถ้าอาการดีขึ้นแล้วก็สามารถกลับบ้านได้ และเดี๋ยวหมอจะจัดยาให้นะคะ”

 “ครับ ขอบคุณครับ”

ลุกขึ้นยกมือไหว้แล้วกล่าวขอบคุณ เขาเดินตรงไปที่ห้องพักของหญิงสาวที่หมอได้บอกแล้วว่าได้เคลื่อนย้ายไปไว้ที่ไหน ส่วนอัครินที่เห็นพี่ชายเดินมาแบบนิ่งๆก็เข้าไปถามอาการของพี่สะใภ้แต่เขากลับไม่ตอบจนเจ้าตัวต้องขอตัวกลับไปก่อน

อัศวินยื่นมือไปบิดประตูห้องพักฟื้นให้เปิดเดินตรงเข้าไปที่คนไร้สติ มือหนาปัดปอยผมที่หล่นลงมาปิดหน้าของหญิงสาวออก ถึงแม้เขาจะเกลียดเธอมากแค่ไหนแต่ครั้งนี้เขาทำให้เธอเกือบตายก็คงต้องดูแลกันเสียหน่อย อีกอย่างมันยังไม่สาสมกับสิ่งที่เธอทำเลย

ตลอดระยะเวลาที่หญิงสาวพักฟื้นอยู่เห็นเพียงแต่นมสายสมรที่มาดูแลเธอ เขาไม่เห็นจะมา  แต่พอเธอถามว่าเขามาบ้างมั้ยนมสายสมรก็บอกว่าเขาเข้ามาในช่วงที่เธอหลับพอมาได้สักพักแล้วก็กลับ  จนวันสุดท้ายวันครบกำหนดวันที่เธอต้องออกจากโรงพยาบาล เธอก็ยังไม่เห็นแม้แต่เงาของเขาแบบเต็มๆตาตลอดเวลาที่อยู่ที่นี่

 “นมสายสมรค่ะ”กล้าๆกลัวๆสมควรที่จะถามถึงเขาหรือ

 “ค่ะคุณเขมมีอะไรให้ป้าช่วยค่ะ”

 “คุณอัศวินเขาไม่มาหรอค่ะ”

 “ค่ะ...เธอไม่ได้มา”

 “ค่ะ”เธอผิดหวังคิดแล้วก็ไม่น่าถามเขาจะมาให้เสียเวลางานทำไมกัน เพราะไม่ว่าเธอจะเป็นตายร้ายดียังไงเขาก็คงไม่มีวันสนใจฆาตกรอย่างเธอ

 “แต่คุณหนูบอกว่าจะรออยู่ที่บ้านแทนนะคะ”นมสายสมรพูดจริงเขาบอกว่าจะรออยู่ที่บ้านขอเพียงแค่มาส่งเธอไว้แล้วกลับที่เหลือเขาจะจัดการเอง

 “ค่ะ”น้ำเสียงดูมีชีวิตขึ้นนิดๆจากครั้งแรก มือเรียวก็ค่อยๆเก็บข้าวของใส่กระเป๋าอย่างเป็นระเบียบต่อ

รถยนต์เคลื่อนเข้ามาภายในบ้านพอจอดสนิทก็มีร่างของหญิงสาวในชุดเดรสกระโปรงสั้นเหนือเข่าสีขาวก้าวลงมาจากรถ

 “ส่งเขมแค่นี้ก็ได้ค่ะนม”หันไปบอกกับคนที่ก้าวลงจากรถตามลงมา

 “เอาอย่างนั้นหรอค่ะคุณเขม”ร่างกายเธอยังไม่ค่อยจะหายดีเลยอยากจะช่วยตัวเองก็อยาก

 “อย่างนั้นแหละค่ะนม นมดูแลเขมมาเยอะแล้วนะคะ นมกลับไปพักผ่อนเถอะค่ะ”อยากให้เธอคนนี้ได้พักผ่อนบ้างเพราะตลอดเวลาที่เธออยู่ที่โรงพยาบาลก็เห็นแต่นมสายสมรเท่านั้นที่มาดูแล

 “แต่...”

 “ไม่มีแต่ค่ะนม กลับไปพักผ่อนเถอะนะคะ เขมขอร้อง”

 “จะดีหรอค่ะ”

 “ดีสิค่ะ”

 “ก็ได้ค่ะงั้นป้ากลับก่อนนะคะ คุณเขมอย่าลืมทานยาทานข้าวด้วยนะคะ”พูดไปด้วยเดินขึ้นรถไปด้วย

 “ค้า”ยืนส่งยิ้มให้กับผู้อาวุโส โบกไม้โบกมือให้ไป

ยืนรอให้ให้รถยนต์ที่ตนนั่งมาเคลื่อนออกไปจนพ้นสายตาก็หันหลังเดินเข้าด้านใน

เรียวเท้าบางค่อยๆก้าวเข้าด้านในบ้านหญิงสาวเดินไปตลอดเส้นทางจะขึ้นไปด้านบนเพื่อไปพักผ่อนแต่เป็นต้องเปลี่ยนความคิดเพราะเธอได้ยินเสียงอะไรบางอย่างที่ดังและเหมือนมีเงาคนอยู่มาจากทางห้องรับแขก  จึงเปลี่ยนใจแล้วเดินไปหาต้นเสียงนั้นและภาพเงานั้นแทน

‘ตุ้บ’ 

เสียงกระเป๋าเสื้อผ้าที่ถือมาด้วยหล่นลงที่พื้นอย่างดังจนทำให้คนที่กำลังเคลิ้มอยู่หันกันมาเป็นตาเดียว

 “จะเข้ามาแล้วทำไมไม่หัดเคาะประตู ห๊ะ!”เหลียวหลังไปที่ คนที่เพิ่งเดินเข้ามา เขารู้อยู่แล้วว่ายังไงหญิงสาวก็ต้องเดินมาที่ห้องนี้เพราะเจ้าตัวนั้นเป็นคนชั่งสังเกตเสียประไร

 “ขะ...เขมขอโทษค่ะ”เป็นต้องเอามือบางป้องปากเธอไม่อยากจะเชื่อ ทำไมเขาทำเช่นนี้

 “แล้วเธอหายดีแล้วหรอ ถึงกลับมาได้”เหมือนไม่สะทกสะท้านเขาหันไปลูบคล่ำวาริสาอย่างเคลือบเคลิ้มให้คนที่เห็นต้องรู้สึกเจ็บเพราะเขารู้ว่าเธอรักตนมากแค่ไหน

 “ค่ะ...”

 “ว้าย! คุณเขมมาตั้งแต่เมื่อไรค่ะ”ตอนแรกก็ตกใจที่แม่นางนั้นดันเข้ามาไม่ให้ซุ้มให้เสียง แต่ก็แอบซะใจที่มาเห็นภาพที่ตนกำลังเล่นสนุกกับสามีของตัวเองอยู่

 “มาเมื่อไม่นานมานี้เองค่ะ”กั้นน้ำตาไม่ให้ไหล

 “แล้วคุณวาริสามาที่นี่ มีธุระอะไรหรอค่ะ”กักเก็บน้ำตาไม่ให้ไหลออกมาจนสำเร็จก็ถามหญิงสาวอีกคนไป

 “สามีธุระกับพี่วินน่ะสิค่ะ แต่ดูเจ้าตัวสิ”ฉันก็มาหาสามีเธอไงล่ะ เรื่องแค่นี้ไม่น่าให้คิดนานนะ แม้จะหลุดพ้นจากพี่วิไปแล้วแต่ดันมาเจอก้างชิ้นใหญ่อีกชิ้นนี่มันน่าโมโหนัก

 “ใช่สามีธุระกับฉัน”ใบหน้ายังไม่ยอมจากลำคอระหงซุกไซ้ไปทั่ว

 “ค่ะ”ตอบเขาไปแค่นั้นจะพูดอะไรต่อก็คงไม่มีประโยชน์ บางทีเสียงพูดเธออาจจะทำให้เขารำคาญก็ได้และอาจจะไปขัดความสุขของทั้งสองด้วยซ้ำไป

 “เขมขอตัวนะคะ เชิญพวกคุณสนุกกันตามสบาย เขมคงไม่อยู่หลบกวนหรอกค่ะ”หยิบกระเป๋าที่ตกพื้นขึ้นมาถือไว้แล้วเดินออกไปจากห้องนั้น พอพ้นรัศมีความอดสู้ก็เผยน้ำตาที่กั้นไว้นานออกมา แล้วตรงไปข้างบนปิดประตูห้องเสียเรียบร้อยปล่อยทิ้งกายที่พึ่งหายจากอาการป่วยลงเตียงอย่างเหนื่อยแรงกลับมาคิดว่าเขาจะดูแลเธอเหมือนที่เคยหวัง แต่ทุกอย่างที่คิดมันกลับกลับกันหมดเลย

ด้านของคนที่อยู่ในอีกห้องพอหญิงสาวพ้นไปก็ผลักหญิงสาวร่างอรชรอีกคนออกห่างจากกาย ถ้าเขาไม่ได้ยินเสียงรถที่เข้ามาจอดในบ้านเขาก็คงไม่ทำแบบนี้และมันก็เป็นจังหวะที่วาริสาเข้ามาหาตนพอดีหญิงสาวคนนั้นเป็นฝ่ายที่เริ่มรุกเข้าเสียก่อนตอนแรกก็จะไม่เล่นด้วยหรอก แต่พอได้ยินเสียงรถและถ้อยคำเอ่ยหวานของเขมมิกาแล้วเท่านั้นแหละ เขาก็เริ่มดำเนินเกมนั้นเองโดยไม่ต้องให้คนอย่างวาริสาทำมัน แต่ยังไงแล้วเขาก็จะไม่มีวันทำอะไรที่มันเกินเลยกับคนที่เขาคิดได้แค่น้องสาวอีกคนเท่านั้น เพราะที่ทำแบบนี้ก็เพื่ออยากให้เธอรับรู้ถึงความเจ็บปวด แต่มันกลับไม่ได้ในสิ่งที่คิดเธอกลับไม่มีน้ำตาออกมาสักหยด แถมยังเหมือนไม่สะทกสะท้านต่อการกระทำของเขาเลยแม้แต่นิด

 “พี่ขอโทษนะสาพี่ไม่ได้ตั้งใจ”

 “ไม่เป็นไรค่ะพี่วิน”อยากจะบอกไปจริงๆเลยว่าเธอนั้นเต็มใจให้เขาเสมอ

  “สากลับไปก่อนเถอะนะพี่มีเรื่องต้องไปทำ”บอกกับคนที่ตนไม่ได้เชิญเธอมาแต่เจ้าตัวบอกว่ามีธุระจะมาคุยกับตนเขาจึงปล่อยให้หญิงสาวมาตามที่ต้องการ

 “ทำไมล่ะค่ะพี่วิน”หงุดหงิดขึ้นมาทันใดเมื่อกี้เขายังอยากให้เธอทำโน่นทำนี้ให้อยู่เลยแล้วไหน เมียมาแล้วไล่ตนอย่างนี้ล่ะ

 “พี่มีธุระน่ะ กลับไปก่อนนะ”พูดเสร็จก็เดินออกจากห้องไป ทำให้คนที่ไม่พอใจต้องกระฟัดกระเฟียดออกไปนอกบ้าน ไม่บอกก็รู้ว่าหน้าเธอนั้นงอซะยิ่งกว่าปลาทูแม่กลองซะอีก

 “ต้องเป็นนังเมียนั้นแน่ๆ ฉันฝากไว้ก่อนเถอะ!”พูดจบก็สตาร์ทเครื่องแล้วพุ่งทะยานออกไปในเส้นทาง เธออุตส่าห์หมายตาชายหนุ่มไว้ตั้งแต่แรกเห็น เธอเห็นชายหนุ่มก่อนพี่สาวตนเสียอีก จนวันหนึ่งพี่สาวนำชายหนุ่มคนรักมาแนะนำให้กับครอบครัวได้รู้จักและเห็น ตอนนั้นเธอถึงกับเกือบเก็บอาการไม่อยู่เพราะชายคนนั้นคือหนุ่มหล่อหน้าตาดี ดีกรีว่าที่ประธานบริษัทอัครกูลบริษัทที่รับเข้าและส่งออกรถยนต์รายใหญ่ระดับประเทศหรืออัศวิน วงศ์อัครกูล ชายหนุ่มที่ตนหมายตาไว้ตั้งแต่แรกเห็น แต่ก็เป็นต้องผิดหวังเพราะชายหนุ่มคือชายคนรักของพี่สาวตนเองแต่จะมีหรือคนอย่างวาริสาจะยอมแพ้อะไรง่ายๆ เธอพยายามตีสนิทกับเขาให้ได้มากที่สุดเพื่อให้ชายหนุ่มมาเป็นของตน 

พออยู่มาวันหนึ่งอยู่ดีๆพี่สาวตนก็เสียชีวิตไปเพราะหญิงสาวที่มันเมาไร้สติในคืนนั้น เธอจึงถือว่าบางทีมันคือโอกาสทอง แต่ยังไม่ทันที่จะไปทำสิ่งใดก็โดยยัยคนที่ขึ้นชื่อว่าเป็นฆาตกรมางาบไปเสียก่อนแล้วแต่ก็ยังคงไม่ยอมแพ้เช่นเดิม หล่อรวยขนาดนี้มีหรือที่จะบ่อยให้หลุดมือไป

เท้าหนาสาวขึ้นมาด้านบนอย่างฉับไวเขาไม่ชอบที่เธอทำกิริยาเช่นนี้ใส่เขามันเหมือนเธอไม่รู้สึกเกินไป

 “เธอกล้าพูดกับฉันแบบนั้นได้ไง”เปิดประตูเข้ามาก็ตวาดหญิงสาวที่นั่งอ่านหนังสืออยู่บนที่นอน หลังจากที่ปล่อยน้ำตาออกไปหมดแล้ว

 “เขมพูดอะไรค่ะ ก็แค่เห็นคุณวินกำลังสนุกกับน้องของคนรักตัวเองอยู่ก็แค่บอกให้สนุกต่อไปก็เท่านั้น”ในเมื่อเธอก็พูดในสิ่งที่เห็นก็เขากำลังสนุกก็ควรที่จะปล่อยให้สนุกต่อไป มันผิดตรงไหน

 “เขมมิกา!”เดินเข้ามาที่ปลายเตียงแล้วกระชากข้อมือของหญิงสาวให้ลุกขึ้นมาเผชิญหน้า

 “ว้าย!...คุณวิน ปล่อยนะ”

 “ทำไมฉันต้องปล่อย พอหายแล้วปากดีขึ้นนะ!”ทำไมเขาต้องปล่อยล่ะในเมื่อเขามีสิทธิ์ที่จะทำอะไรกับเมียตัวเองก็ได้

 “......”เขาเพิ่มแรงบีบข้อมือเธอแรงมากขึ้นแต่ก็จะไม่พูดมันออกไป

 “ทำไมล่ะ เงียบทำไม! เก่งนักไม่ใช่หรอ”

 “เขมไม่ได้บอกค่ะว่าตัวเองเก่ง คุณวินพูดเองเอ่อเองรึเปล่าค่ะ”เธอโต้ตอบทันที และพยายามบิดข้อมือออกจากพันธนาการของเนื้อมือใหญ่ของเขา

 “มันจะมากไปแล้ว!!”ดึงกระชากร่างเข้ามาอีก แล้วผลักร่างบางล้มลงไปที่ที่นอนบนเตียง นับวันยิ่งปีกกล้าขาแข็งปกติเขาทำแค่นี้น้ำตาก็แทบไหลออกมาเป็นแม่น้ำได้ทั้งสายแล้ว แต่ครั้งนี้มันกลับไม่เป็นเช่นนั้น

 “มันไม่มากไปหรอกค่ะ เขมพูดจริงทุกอย่าง”เธอพูดจริงเธอไม่ได้บอกว่าตนนั้นเก่ง

 “หรอเขมมิกา!”เขาจับร่างบางกดไว้ที่ใต้ร่าง โน้มหน้าเข้าไปแล้วกระซิบที่ใบหูของหญิงสาว

 “......”

 “ฉันว่าเธอคงขาดการเอาใจใส่น้อยไปหน่อยนะ”กระซิบเบาๆเข้าที่ใบหู

 “คุณวินจะทำอะไรค่ะ”

 “ฉันเห็นว่าเธอคงขาดการเอาใจใส่ไปหน่อย ฉันเลยจะช่วย เอา ใจใส่ให้เธอไง ไม่ชอบหรอ”

 “ไม่นะคะคุณวิน ไม่!”ร้องห้ามเขาแล้วแต่ดูเหมือนมันจะไม่ทัน

อัศวินโน้มตัวลงมาประกบปากกับหญิงสาวที่นอนนิ่งน้ำตาซึมอยู่ใต้ร่างซุกไซ้ตามซอกคอฝากความเป็นเจ้าของไว้หลายจุด เขาขบเม้มไปทั่ว สากแก้มหนาสัมผัสถึงน้ำที่มันกำลังไหลออกมาจากดวงตาของหญิงสาวได้จนดวงใจที่แข็งเมื่อครู่เริ่มอ่อนลง แล้วละออกจากตัวเธอเปลี่ยนเป็นมามองหน้าแทน สิ่งที่สายตาเขาเห็นคือหญิงสาวที่ปากดีเมื่อครู่มันหายไปแล้ว เหลือไว้เพียงแค่เขมมิกาหญิงสาวที่แสนจะเจ้าน้ำตาคนเดิมไว้แทน นี่แหละ

คือสิ่งที่เขาต้องการ

 “ฮึ สุดท้ายน้ำตามันก็คือสิ่งสุดท้ายที่เธอจะทำมันสินะ”เก่งปากดีมาได้ตั้งนานแต่สุดท้ายน้ำตาของสาวเจ้าก็ไหลออกมาเป็นคำตอบสุดท้ายเหมือนเดิม มารยาซะจริง!

 “......”

 เขมมิกาเงยหน้าขึ้นมามองที่ต้นเสียงใช้สายตาให้การมองอย่าเจ็บร้าว ใช่! เธอมันทำได้ก็แค่ปล่อยน้ำตาที่เจ็บปวดออกมาให้เขาเห็น มันก็คงจะดีสำหรับเขาแล้วนิ มันคงจะซะใจเขามากเสียด้วย

 “หยุดทำไมล่ะคะ ทำไมไม่ทำต่อล่ะ คุณคงจะยังไม่พอใจกับรสรักจากคุณวาริสาสินะ”พยายามกั้นเสียงสะอื้นไห้ไม่ให้ออกมาให้เขาได้ยิน คำประชดประชันที่พูดออกมาให้เขาได้ยินเพื่อหวังว่าจะปล่อยเธอให้รอดพ้น แต่อีกใจก็คิดว่าเขาคงจะยังไม่พอใจกับคุณวาริสาจากด้านล่างสินะถึงเอาเธอมาบำบัดความใคร่ต่อ

 “เขมมิกา!”เหมืนโดนหญิงสาวตบหน้าแรงๆ เธอกล้าท้าทายเขาได้อย่างไร แล้วเธอพูดออกมาได้ยังไง! เขาจะเพียงแค่ทำให้เธอได้เสียน้ำตาก็เท่านั้น แต่ถ้าบอกมาอย่างนี้แล้วมีหรอที่คนอย่างอัศวิน วงศ์อัครกูล จะไม่ตอบสนอง!

 “ฮึก ต่อสิคะ คุณจะรอช้าทำไม หรือคุณคิดว่าฉันเป็นคนที่คุณรังเกลียดเลยไม่อยากที่จะใช้บำบัดความใคร่”คำประชดประชันคือสิ่งเดียวที่เธอทำได้ในเมื่อเขาเห็นความเจ็บปวดของเธอเป็นเพียงแค่ของเล่นชิ้นหนึ่ง จะทำอย่างไรมันก็คงไม่มีค่าขึ้นมาเทียมกับเพชรเม็ดงามอย่างวิชุดาหรือใครๆ

 “นับวันยิ่งปากดีมากขึ้นนะเขมมิกา แต่จำไว้! ถึงฉันจะเกลียดเธอเข้าไส้แม้แต่หน้าก็ยังไม่อยากมองแต่ยังไงเธอก็คือเมียฉันเพราะฉะนั้นหน้าที่บนเตียงมันคืออีกหนึ่งอย่างที่เธอต้องทำแต่เธอก็จะเป็นได้แค่นางบำเรอในค่ำคืนเท่านั้น อย่าใฝ่สูงหรือหวังจะเอาความรักของฉันที่มีให้วิไปไว้ที่เธอ เพราะมันไม่มีวัน!”

 พอสิ้นคำถากถางชายหนุ่มก็ระดมซุกไซ้ไปตามซอกคอของหญิงสาวอย่างรุนแรง ในเมื่อเธอท้าทายเขา เขาเองก็จะทำให้หญิงสาวไม่มีวันลืมจะทำให้เธอนั้นเจ็บปวดมากกว่าเขาที่ต้องเสียคนรักไปเพราะยัยผู้หญิงขี้เมาในค่ำคืนนั้น บดขยี้ริมฝีปากของหญิงสาวด้วยปากของตนเองด้วยความรุนแรงสอดใส่ลิ้นหนาเข้าไปในโพรงปากสาวแล้วควานหาน้ำหวานอย่างดุเดือด จนร่างบางรู้สึกว่าตนได้ลิ้มรสของเลือดที่มันซิบอยู่ที่ปาก   อัศวินดึงถึงกระชากชุดกระโปรงสีขาวออกจากร่างของเขมมิกาโดยไม่คิดว่ามันจะเสียดสีกับเนื้อหนังของหญิงสาวมั้ย ทุกอย่างมันถูกเผยให้เห็นแก่สายตาของอัศวินจะขัดใจเขาก็มีแค่สิ่งที่มันปกปิดอยู่สองส่วนดังนั้นเขาจึงไม่รอช้าที่จะกระชากให้มันพ้นออกไปไกลๆตา

น้ำตาใสเป็นต้องไหลออกมาเพราะความอดสู้ยังไงแล้วเธอก็คือแค่นางบำเรอที่คอยบำบัดความใคร่ให้เขาแค่คนหนึ่งเท่านั้นแม้แต่หัวใจของเขาเอง เขายังไม่อยากที่จะเปิดรับให้เธอเข้าไปอยู่แม้แต่ห้องเดียว

 “ฮึก อะ...โอ้ย”มันแรงจนเกินไปครั้งนี้สำหรับเธอ เขากระทำเธอโดยไร้ความปราณีไม่มีแม้แต่ความสงสารให้เกิดขึ้นในใจชาย น้ำตาใสมันก็ไหลออกมาไม่รู้ตัว...

“จุ๊ จุ๊ จุ๊ ไม่เอาสิ อย่าปล่อยน้ำตาของเธอออกมาเรียกร้องความสนใจหรือให้เปื้อนเป็นคราบบนหมอนฉัน”ละทิ้งหยุดนิ่งขึ้นมาพูดกับคนใต้ร่างที่ปล่อยความเจ็บออกมาให้ได้ยิน มันชั่งรำคาญหูนัก

 “ฮึก...ฉันไม่ได้อยากที่จะเรียกร้องความสนใจจากคนอย่างคุณ”กั้นเสียงพูดให้ดูเหมือนว่าตนนั้นไม่เคยคิดแม้แต่ครั้งเดียวที่จะเรียกร้องความสนใจจากเขา

 “ฮึ งั้นก็ดี”

สิ้นคำพูดก็จัดการถอดพันธะอันสุดท้ายออกคือเสื้อผ้าที่อยู่บนตัวของเขาเองทุกอย่างมันถูกสลัดออกไปอย่างเร็วด้วยความไวแสง เมื่อพันธะสิ่งสุดท้ายหลุดแล้วก็ดำเนินการต่อ...โดยไม่นึกถึงหญิงสาว

 “อะ...ฉันเจ็บ”เธอเจ็บทุกการกระทำที่เขาส่งมาทุกอย่าง

 “ในเมื่อเธอเจ็บก็ต้องทนเพราะเธอเรียกร้องมันเอง อ้า”เสียงเขาแสบซ่านขาดหายเป็นช่วงๆ

 “อะ...อ้า คุณวิน”ร่างบางเคลื่อนไหวขึ้นลงไปตามแรงกระแทกกระทั้นของเขา มันเสียวซ่านจนเกินบรรยายจนต้องเผลอไผลปล่อยเสียงครางออกมา

 “อย่าปล่อยเสียงของเธอออกมาให้ฉันได้ยิน!”

 “ฮึก...”น้ำตาเป็นต้องไหลออกมาจากดวงตาอีกรอบ แม้แต่เสียงของเธอเขายังไม่อยากที่จะได้ยินมันเลย

อัศวินไม่ยอมฟังเสียงร้องขอของเธอ เขายังดำเนินหน้าลงทัณฑ์หญิงสาวต่ออย่างไม่มีหยุด กายหน้าเคลื่อนขึ้นลงตลอดเวลา มือก็ไม่ยอมปล่อยให้ว่างงานจัดการบีบเค้นเข้าที่ทรวงอกของเขมมิกาจนเนื้อเต้านั้นมันแดงช่ำ ปากหนาก็ขบเม้มตามตัวของหญิงสาวไล่ไปตั้งแต่สีข้างยาวไปจนถึงจุดใจกลางกายหญิง แล้วเลื่อนมันขึ้นมาที่ด้านบนครอบครองยอดปทุมเม็ดงามทั้งสองข้าง

 “อ้า เธอนี้รสชาติก็ไม่ใช่ย่อยนะ”เสียงครางออกมาจากกลีบปากหนา ก่อนจะจับขาทั้งสองของเขมมิกาแยกออกให้เปิดกว้าง

 “ไม่ค่ะ...คุณวินไม่!”ห้ามเขาไม่ทันเสียแล้วชายหนุ่มนำสิ่งเป็นชายพุ่งพรวดเข้าไปทีเดียวจนหมด

และเขาก็ยังคงไม่สนใจความเจ็บปวดของเธออีกเช่นเคย...

 “อ้า จะ...เจ็บ”แม้มันจะไม่ใช่ครั้งแรกแต่มันก็ยังเจ็บเหมือนเดิม การที่เขานำมันเข้าไปที่เดียวเสียหมดมันทำให้เธอเจ็บปวดจนน้ำตาเล็ดออกมา

 “อู้ว มันแน่นมากเลยเขมมิกา อ้า”เขาเคลื่อนตัวขึ้นลงตลอดเวลาไม่หยุด ชายหนุ่มยังคงสนุกกับบทลงทัณฑ์จากเธอไม่หายเสียจนคนใต้ร่างเริ่มที่จะไปถึงจุดสวรรค์ก่อนเขาแล้ว

“อะ...อ้า”เธอปล่อยเสียงสุดท้ายที่บอกว่าตนนั้นเหยียบที่ปลายขอบฟ้าแล้ว ออกมาอย่างสุดเผลอตัวทุกอย่างมันห้ามไม่ได้จริงๆถึงแม้มันจะสุขใจในตอนจบแต่ยังไงเธอก็ยังเจ็บปวดอยู่วันยังค่ำ

 “ฉันบอกเธอแล้วไง เขมมิกา!”ไม่อยากได้ยินเสียงเธอแม้มันจะมาจากสิ่งที่เขามอบให้แต่ยังไงก็ไม่อยากได้ยิน!

หันหน้าหนีเบี่ยงไปทางอื่นดวงตาพร่ามัวเพราะน้ำตาที่มันไหลออกมาอย่างไม่หยุดหย่อน คนที่อยู่ตรงหน้านี้เขามันไม่ใช่คน เขามันร้ายซะยิ่งกว่าปีศาจอสูรกายเสียอีก

อัศวินยังเดินหน้าต่อไปเรื่อยๆถึงแม้มันจะใกล้ถึงจุดสูงสุดแต่เจ้าตัวก็ทำให้คนร่างบางทรมานใจเล่น ปากหนายังครอบครองเม็ดปทุมหวานหยดไม่ยอมปล่อยผลัดเปลี่ยนครอบครองไปมาที่ละข้างพันธะการด้านล่างก็ยังคงเชื่อมติดกันอยู่ จนคนที่ได้แต่นอนนิ่งปล่อยให้เขากระทำร่างกายต้องเสียวซ่านจะปล่อยเสียงร้องออกมาก็ไม่ได้ได้แค่กักเก็บมันไว้ที่ลำคอเท่านั้น

 “อะ...อ้า”เสียงชายหนุ่มครางขึ้นเมื่อเขาเหยียบที่ปลายสุดฟ้าแล้ว แต่การเชื่อมต่อติดกันมันก็ยังไม่ถูกถอดถอด ใบหน้าหนาซบลงที่ระหว่างกลางอกของหญิงสาวอย่างเหนื่อยหอบ บทลงทัณฑ์ครั้งนี้เขาใช้เวลานานเกือบสองชั่วโมงกว่า

เขมมิกามีหยดน้ำตาไหลออกมาจากดวงตารอบแล้วรอบเล่าแม้ยามนี้มันจะเสร็จสิ้นบทลงทัณฑ์แล้ว แต่น้ำตาเจ้ากรรมก็อดสู้ที่จะไหลออกมาไม่ได้

 “อะ...ออกไป”มือเรียวพยายามผลักร่างหนาที่กำลังหอบหืดอยู่บนตัวเธอให้ออกไป และพลางบอกเป็นเชิงนัยๆด้วยว่าเอาไอที่มันติดพันอยู่ด้านล่างออกไปด้วย

 “เธอไม่มีสิทธิ์มาไล่ฉัน”เงยหน้าขึ้นมาโต้ตอบสาวร่างอรชรที่นอนหายใจถี่ไม่ต่างจากเขา เธอกล้าดียังไงมาไล่ผัวตัวเองแบบนี้!

 “ถ้าคุณวินบำบัดความใคร่จากเขมเสร็จแล้วก็เชิญออกไปค่ะ”ใช่! ถ้าเขาบำบัดความใคร่จากเธอเสร็จแล้วก็ควรที่จะลุกออกไป เพราะสิ่งนี้มันชั่งตอกย้ำความไร้ค่าของตนนัก

 “พอดีว่าฉันยังไม่เสร็จไง”โน้มหน้าลงไปกระซิบที่ใบหูของสาวเจ้า ก่อนบทสวาทจะเริ่มเคลื่อนตัวอีกครั้ง

 “อะ มะ...ไม่นะคะ”เสียงสาวเจ้าสั่นด้วยแรงกระแทกกระทั้นของเขาอีกรอบ ชายหนุ่มเดินหน้าต่อโดยไม่ฟังเสียงคัดค้านของหญิงสาว

อัศวินกระทำการครั้งนี้ออกแรงลดน้อยลงกว่าครั้งแรกเพราะบางทีก็กลัวว่าสาวเจ้าจะหมดแรงเป็นลมล้มฟุกไปเสียก่อนจนตนอาจจะสนุกอยู่เพียงแค่คนเดียว แต่ก็ยังคงความป่าเถื่อนที่มีต่อหญิงสาวไม่หาย เมื่อเสร็จการในครั้งที่สองแล้วเขาก็ต่อในครั้งที่สามโดยไม่ยอมให้เขมมิกาได้คัดค้านสิ่งใดทั้งสิ้น...



ปานธิดาเข้ามาทำงานที่บริษัทอัครกูลได้เป็นเวลาเกือบหนึ่งสัปดาห์แล้ว ทุกอย่างเป็นไปอย่างเรียบง่ายพนักงานทุกคนที่อยู่ภายในบริษัทก็คอยต้อนรับกันอย่างเป็นมิตร จะมีก็เพียงแค่หญิงสาวที่ประจำอยู่แผนกบัญชีคนหนึ่งที่ดูเหมือนท่าเจ้าตัวจะไม่อยากร่วมมิตรสายสัมพันธ์กับเธอ

 “น้องดา”เสียงดังตะโกนมาตั้งแต่ไกล หากเธอคนนี้อยู่ที่หน้าปากซอยแล้วจะตะโกนมาให้คนที่อยู่ท้ายซอยได้ยินก็ยังได้ หญิงสาวมาดมั่นแต่งตัวสวยเนียบเสียบทุกสถานการณ์ ใส่รองเท้าส้นสูงปรี๊ด! เกือบห้านิ้วเดินเข้าไปหาพนักงานใหม่ที่นั่งใจจดใจจออยู่กับกองเอกสารตรงหน้าถึงแม้สาวเจ้าจะเข้ามาทำงานได้ไม่นานแต่ตนก็รู้สึกเอ็นดูเหมือนพี่เหมือนน้อง

 “มีอะไรค่ะพี่ปุ้ม”เงยหน้าขึ้นจากกองเอกสารถามหญิงสาวที่ยืนอยู่ข้างหน้าโต๊ะทำงานของตนเอง เธอถือว่าพี่ปุ้ม หรือกมลวรรณ พนักงานที่ทำงานประจำอยู่ที่แผนกการขาย เนี่ยแหละที่เป็นทั้งพี่และเพื่อนของเธอได้ดีที่สุดในที่ทำงานใหม่แห่งนี้ เพียงแค่ไม่ถึงสัปดาห์ความสนิทสนมที่มีให้กันมันก็เพิ่มพูนเหมือนพี่เหมือนน้องที่รู้จักกันมานาน

 “นี่ก็พักเที่ยงแล้ว พี่ว่าเราไปทานข้าวเที่ยงกันเถอะ พี่หิวแล้ว”เสียงท้องร้องโครมครามประท้วงว่าอยากกินข้าว อยากกินข้าว เสียแล้ว

 “ดาขอเวลาอีกแปบเดียวนะคะพี่ปุ้ม แฟ้มเอกสารเหลืออยู่อีกสองแฟ้มดาขอตรวจดูก่อน ก่อนที่จะเอาไปให้คุณรินเซ็นนะคะ แต่ถ้าพี่ปุ้มหิวก็ไปทานก่อนก็ได้ค่ะ”กองเอกสารแฟ้มงานเหลืออยู่อีกเพียงแค่สองแฟ้มเธออยากที่จะตรวจเช็คก่อนที่จะนำไปให้อัครินเซ็นให้เสร็จ

 “งั้นพี่รอก็ได้จ๊ะ”เธอตัดสินใจที่จะรอพนักงานสาวรุ่นน้องเพียงแค่เข้ามาทำงานได้ไม่นานเธอก็ขยันขันแข็งขนาดนี้ นี่สิคนสู้งานตัวจริง

 “ดาเกรงใจค่ะ ถ้าพี่ปุ้มหิวก็ไปทานก่อนก็ได้นะคะ”เธอเกรงใจรุ่นพี่พนักงานมาก เธอจะมาให้ผู้ที่มีอายุมากกว่าตนมานั่งรอคนที่ทำงานยังไม่เสร็จได้อย่างไรกัน

 “ไม่เป็นไรจ๊ะ อีกแค่สองแฟ้มไม่ใช่เองหรอ แปบดียวเองพี่รอได้”

 “งั้นพี่ปุ้มรอแปบเดียวนะคะ”ส่งยิ้มให้กับคนที่อาสายืนรอเธอไปทานข้าว จนมือไม้สายตานั้นเป็นระวิงอ่านเอกสารให้มันเสร็จเธอเกรงใจหญิงสาวตรงหน้าเสียจริง

จนเวลาผ่านไปสักยี่สิบนาทีแฟ้มเอกสารตรงของหญิงสาวเล่มสุดท้ายก็ถูกปิดลง สาวเจ้าเด้งตัวขึ้นจากเก้าอี้จัดโต๊ะให้อยู่ในระเบียบก่อนจะเอ่ยบอกหญิงสาวที่นั่งเขี่ยโทรศัพท์มือถืออยู่ข้างกัน

 “เสร็จแล้วค่ะพี่ปุ้ม”

คนที่ได้ยินเสียงหวานเอ่ยแจ๋วเด้งตัวขึ้นรีบเก็บโทรศัพท์มือถือใส่กระเป๋าทุกอย่างเตรียมพร้อมเหมือนเธอเตรียมตัวที่จะไปออกสนามรบแต่ทว่ามันกลับไม่ใช่สนามรบที่มีปืนยิงกันแต่มันคือสนามรบที่มีแต่อาหารวางอยู่ตรงหน้า

 “โฮ้ พี่ปุ้มค่ะ มันเยอะไปรึเปล่าค่ะ จะทานกันหมดหรอค่ะ”ตาหญิงสาวเป็นต้องถลึงอาหารตรงหน้ามันเยอะหนักมาก มากันก็เพียงแค่สองคนแล้วดูหญิงสาวผู้นั้นสิสั่งอาหารมากะจะเผาผานร้านเขาไม่ให้ได้ขายต่อเลยหรือไร

 “พี่หิวน่ะ เลยสั่งเพลินไปหน่อย”ส่งยิ่มแห้งๆไปให้คนที่ตนเอ็นดูดั่งน้องสาว ก็พอมานั่งได้สักพักเมนูอาหารตามมาเธอเลยเล่นสั่งซะการใหญ่พอเขานำมาจัดวางอีกที่มันก็เยอะเสียแล้ว

 “ไม่เป็นไรหรอกถ้าเราทานไม่หมดสั่งเขาให้ห่อกลับบ้านให้ก็ได้”เธอเชื่อแน่ว่าตนเองและปานธิดาต้องทานมันไม่หมด จึงได้บอกหญิงสาวไปว่าหากทานไม่หมดแล้วสามารถที่จะห่อกลับบ้านได้

 “ค่ะ เราทานกันเถอะค่ะเดี๋ยวจะไม่ทันเข้างานช่วงบ่าย”ยิ้มให้กับหญิงสาวด้านหน้าก่อนที่จะลงมือทานอาหารที่มันเยอะเกินกิน 

พอทั้งสองทานเสร็จก็เป็นไปตามคาดอาหารเหลือทิ้งเกือบทุกงาน จึงได้บอกกล่าวให้พนักงานของร้านนำอาหารพวกนี้ไปจัดใส่กล่องเพื่อนำกลับไปทานที่บ้าน

ร่างอรชรของสองสาวก้าวเท้าเข้ามาที่บริษัทอัครกูลในช่วงบ่ายหลังออกไปทานอาหารในช่วงพักกลางวันกันเกือบสี่สิบห้านาทีทั้งสองมือของปานธิดาเต็มไปด้วยกล่องอาหารที่กลมวรรณเผลอไผลสั่งไปเสียเยอะ เธออาสาที่จะช่วยหญิงสาวถือเพราะค่าอาหารทุกอย่างที่กมลวรรณสั่งมาเขาเป็นจ่ายเสียซะทั้งหมดจะช่วยจ่ายก็บอกว่าไม่เป็นไร

 “ดาเอากลับไปทานบ้านนะ”เธอบอกให้หญิงสาวที่มีของอยู่เต็มสองมือไปทานต่อที่บ้านเพราะเธอนั้นอยู่ตัวคนเดียวคงจะทานไม่หมดอีกเป็นแน่ นึกแล้วก็เสียดายของ

 “แล้วพี่ปุ้มไม่เอาไปทานที่บ้านหรอค่ะ”

 “ไม่ล่ะจ๊ะ เอาไปที่ก็คงทานไม่หมดเหมือนเคย”

 “ค่ะ งั้นดาขอบคุณพี่ปุ้มมากๆนะคะ”กล่าวขอบคุณออกไปก่อนจะแยกกันเดินไปคนละทาง

ปานธิดาเดินเอาอาหารที่กมลวรรณให้มาวางไว้ที่ข้างๆโต๊ะทำงานของตนก่อนจะหอบแฟ้มเอกสารเข้าไปให้คนข้างในได้อ่านทบทวนอีกครั้งแล้วเซ็น

 ‘ก๊อก ก๊อก ก๊อก’

มือเรียวยกขึ้นเชิงขออนุญาตก่อนที่จะผลักประตูกระจกบานหนาเข้าไปด้านใน

 “ขออนุญาตค่ะคุณอัคริน”เปิดประตูบานหนาเข้ามาก็กล่าวขออนุญาตผู้เป็นเจ้านายที่กำลังนั่งอยู่ที่เก้าอี้หันหลังให้กับทางที่เธอยืนอยู่

 “ดาเอาเอกสารมาให้คุณอัครินเซ็นค่ะ”ไปยืนอยู่ที่ด้านหน้าโต๊ะแล้วก็บอกธุระของตนเองออกมา

อัครินเมื่อได้ยินเสียงหวานเอ่ยก็หมุนเก้าอี้หนังราคาสูงริ่วกลับมาที่ต้นเสียง ในมือหนาก็ถือโทรศัพท์มือถือที่เพิ่งจะวางสายเพียงเมื่อครู่วางไว้บนโต๊ะทำงานตน

 “ครับ”เพียงแค่ตอบรับประโยคเดียว

หญิงสาวยื่นวางแฟ้มเอกสารที่หอบมาเมื่อครู่มาวางให้เขาไว้ที่ตรงหน้า อัครินเพ่งสายตากวาดมองอ่านเอกสารตรงหน้าสักพักก่อนจะตระหวัดปลายปากกาลงบนเนื้อกระดาษ เมื่ออ่านจนครบทุกเอกสารแล้วก็ปิดแล้วเลื่อนไปข้างหน้าเพื่อคืนให้กับหญิงสาวที่ยืนรออยู่

 “ดาขอตัวนะคะ”มือบางเอื้อมหยิบเอกสารตรงหน้าแล้วเตรียมจะเดินออกไปที่โต๊ะทำงานของตนที่ตั้งอยู่ที่หน้าห้องเขา

 “เดี๋ยวครับ คุณปานธิดา”พอเห็นหญิงสาวกำลังจะสาวเท้าออกไปนอกห้องทำงานก็รีบเรียกทันที

 “มีอะไรอีกหรือเปล่าค่ะคุณอัคริน”หันกลับมามองยังเสียงที่เอ่ยเรียกและเดินนเข้าไปหาเผื่อเขาจะมีสิ่งใดให้เธอช่วย

 “คุณเชิญนั่งก่อนสิครับ”ผายมือเชิญเธอนั่งตามมารยาทถึงแม้จะไม่อยากให้นั่งก็ตามทีเถอะ

 “คุณอัครินมีอะไรกับดาค่ะ”พอนั่งได้ก็ถามผู้เป็นนาย

 “นี่เป็นเอกสารสัญญาการทำงานที่นี่ครับ”มือหยิบยื่นเอกสารสัญญาที่เขาจัดการพิมพ์ขึ้นเองเพื่อเธอคนนี้โดยเฉพาะ ให้เธอได้ดู

 “ต้องเซ็นด้วยหรือค่ะ?”

 “ใช่ครับ เอกสารฉบับนี้เป็นหลักประกันอีกอย่างหนึ่งของทางบริษัทเราครับ”

 “อ้อ...ค่ะ”งุนงงนิดๆไปสมัครงานที่ไหนก็ไม่เห็นจะมีสัญญาประเภทนี้จะมีก็แค่เอกสารการสมัครธรรมดาๆเท่านั้นที่เธอเคยกรอกมันมา แต่มันก็คงจะเป็นเพื่อความเชื่อมั่นของทางบริษัทอีกกระมัง

 “ผมว่าคุณคงไม่ต้องอ่านอะไรมากก็ได้นะครับเพราะยังไงแล้วคุณก็รู้ข้อเสนอทั้งหมดอยู่แล้ว”

พอเห็นเขาพูดแบบนั้นเธอก็เชื่อใจเพราะเขาเป็นบอกข้อเสนอทั้งหมดด้วยตัวของเขาเอง ดังนั้นหญิงสาวจึงหยิบปากกาออกมา

ตระหวัดลายเซ็นขอตนลงในแผ่นสัญญาฉบับนี้โดยที่ไม่ได้กวาดสายตาอ่านตัวหนังสือในสัญญาเลยสักตัว

 “เรียบร้อยแล้วค่ะคุณริน”ผลักกระดาษสัญญาตรงหน้าไปให้กับคนมาดนิ่งที่นั่งรออยู่

 “ขอบคุณครับ งั้นเราก็ร่วมงานกันอย่างเป็นทางการแล้วนะครับ”ลุกขึ้นยืนเต็มความสูงยืนมือออกไปข้างหน้าเป็นเชิงว่าการรับพนักงานสาวแค้นคนนี้เข้ามาอยู่ในเกมแค้นได้เริ่มต้นขึ้นแล้ว

 “ค่ะ”ส่งยิ้มหวานไปให้พร้อมกับยื่นมือบางของตนออกไปสัมผัสที่มือของเขาที่รออยู่

 “งั้นดาขอตัวไปทำงานต่อก่อนนะคะ”ปานธิดาเดินยิ้มหวานหอบแฟ้มเอกสารที่เอามาให้เขาเซ็นแนบที่อก แล้วออกไปที่โต๊ะทำงานของตนที่ตั้งอยู่เพียงแค่หน้าห้องของเขา เธอเริ่มจะหลงเสน่ห์นี้ของเขาเข้าแล้วสิ ชายหนุ่มผู้นั้นชั่งใจดีกับตนนักทั้งเงินเดือนที่เสนอให้มันก็มากมายนักไหนจะมิตรภาพความเป็นกันเองของเขาอีก

พอเห็นหญิงสาวได้เดินออกไปจากนอกห้องทำงานของตนแล้วรอยยิ้มก็ผลุดขึ้นที่มุมปาก เขาไม่คิดว่าหญิงสาวจะติดกับดักของตนที่ตั้งไว้ได้ง่ายดายเช่นนี้

 “ฮึ...เธออยู่ในอำนาจของฉันแล้วนะปานธิดา”นั่งลงและเอื้อมมือไปหยิบสัญญาที่เพิ่งผ่านการเซ็นลงลายปากกามาเมื่อครู่

 สัญญาฉบับนี้ถูกจัดทำขึ้นเพื่อเป็นสัญญาว่าจ้างว่า นางสาวปานธิดา เพียงนารา ได้เข้าทำงานในบริษัทอัครกูลอย่างเป็นทางการแล้วในหน้าที่ของเลาขานุการของรองประธานบริษัทหรือ นายอัคริน วงศ์อัครกูล ด้วยเงินที่ว่าจ้างทั้งหมดในแต่ละเดือนคือห้าหมื่นบาทถ้วน ด้วยระยะเวลาในการทำงานคือหนึ่งปีแต่หาก นางสาวปานธิดา เพีนงนารา ออกก่อนที่สัญญาว่าจ้างฉบับนี้จะหมดลง นางสาวปานธิดา เพียงนารา จะต้องคืนจำนวนเงินที่ทาง นายอัคริน วงศ์อัครกูล จ่ายไปทั้งหมดด้วยอัตราเงินที่ต้องคืนคือสิบเท่าของจำนวนเงินในแต่ละเดือน และ นางสาวปานธิดา เพียงนารา จะถือว่าอยู่ในกรรมสิทธิ์ของ นายอัคริน วงศ์อัครกูล แต่เพียงผู้เดียวตลอดทั้งที่ในการดำเนินงานอยู่ในที่นี้หมดทั้งสิ้น

 “ทุกอย่างมันเพิ่งเริ่มปานธิดา เธอต้องชดใช้ในสิ่งที่พี่สาวเธอทำ!”ถึงแม้จะเป็นกันแค่พี่น้องต่างสายเลือดแต่ยังไงหญิงสาวก็ได้ขึ้นชื่อว่าเป็นน้องสาวของกานต์นิภา หญิงสาวที่ตนเคยรักและรักมากในอดีต แต่เธอกับหักหลังเขาด้วยเพียงแค่เหตุผลที่มันฟังไม่ขึ้นสักนิด...



แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น