เหล่าปราชญ์พเนจร
email-icon

(◕ㅁ◕✿)ขอขอบคุณทุกกำลังใจนะเจ้าคะ

ตอนที่ 5 คราปักษาปั้นสีหน้าเย็นชา

ชื่อตอน : ตอนที่ 5 คราปักษาปั้นสีหน้าเย็นชา

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย แฟนตาซี

คนเข้าชมทั้งหมด : 541

ความคิดเห็น : 2

ปรับปรุงล่าสุด : 12 ต.ค. 2562 22:39 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 5 คราปักษาปั้นสีหน้าเย็นชา
แบบอักษร

ตอนที่ 5 คราปักษาปั้นสีหน้าเย็นชา 

“พวกเราล้วนถูกทอดทิ้งและต้องคำสาป แม้มีปีกก็หาโบยบินสู่ดินแดนแห่งคำสัญญาไม่…”สึบาสะพึมพำหวังให้สาวน้อยได้ยินและทำความเข้าใจถึงภาระและหน้าที่ที่เขากำลังจะมอบให้นาง ภายในศาลามีเก้าอี้ยาวเรียงราย ภาพแขวนผนัง โคมระย้า และพระคัมภีร์ 

ละอองแสงแดดสาดสะท้อนแตกประกายบนผิวกระจกฝังมณีสีทับทิม มรกต และแซฟไฟร์สีท้องทะเล 

“อาจารย์” 

“มีเพียงแหวนแห่งสกุณาที่สามารถปลดปล่อยพวกเราจากห้วงโซ่ความวิบัติ จงตามหาเขาผู้นั้นเรไร…นับแต่นี้ กระทั่งฟ้าสลาย” 

“ข้าต้องตามหาเขาจนได้ค่ะ” 

ไม่ว่าต้องใช้เวลานานเพียงใด สิบปี หรือร้อยปี ตราบเท่าปีกของนางยังคงขยับไหวและยังโบยบินบนฟากฟ้าใต้แสงตะวันและแสงเดือน เรไรคุกเข่ามือแนบอก ก้มหน้าเล็กน้อยอย่างเปี่ยมด้วยมารยาทความเคารพ ในศาลาบูชาเชื้อพระวงศ์ ณ ดินแดนเกาะลอยฟ้า หนึ่งอาจารย์ผู้ชราภาพ หนึ่งลูกศิษย์ผู้ขยันขันแข็ง แววตาทรงปัญญาทอประกายลึกล้ำและอ่อนโยนพลางยื่นมือวางบนศีรษะนักเรียน เรไรสะดุ้งแต่มิปฏิเสธความห่วงใยจากผู้ใหญ่ นางก้มหน้ารู้สึกปีติ เศร้าเหงา และขวยเขินนิดหน่อยที่ต้องแยกจากอาจารย์ที่สอนหนังสือนางมาตลอดสิบปี 

“เจ้าเติบใหญ่กระทั่งสามารถบินด้วยปีกของตนเอง แค่นี้ข้าก็ภูมิใจแล้ว” 

ขอแค่เห็นว่าลูกศิษย์มีความสุขกับทางที่เลือก อาจารย์ก็มิเสียใจที่แนะนำและสั่งสอนมอบความรู้มอบปัญญาให้พวกเขา เรไรเป็นเด็กสาวเอาแต่ใจมีข้อเสียนับร้อยแต่ก็หาใช่มีแต่ด้านเลวร้าย หัวใจปักษาเป็นดั่งเช่นเหรียญที่มีสองด้าน ด้านแสงสว่างและด้านที่มืดมิด เรไรเอาแต่ใจและชอบวางท่า ชักสีหน้าทำตาขวางโลก หลายครั้งที่สึบาสะต้องปวดหัวกับพฤติกรรมเด็กๆที่สร้างความวุ่นวายและปัญหาเป็นภูเขา แต่อย่างไรทุกเรื่องที่เกิดขึ้นจากน้ำมือลูกศิษย์แสนซนก็ทำให้ผู้เป็นอาจารย์ยิ้มแย้ม ไม่รู้สึกเสียใจแม้แต่น้อย 

“ไปซะ ขอให้เจ้าโชคดี” 

“…” 

จากกันคราวนี้ยากนักจะพานพบในวันหน้า สาวน้อยกลั้นน้ำตาเม้นปากลุกขึ้นพลันสะบัดตัวยืนตรงอย่างแน่วแน่ราวจะตอบรับคำสอนและหน้าที่ด้วยใจที่นักรบและผู้แข็งแกร่ง นางต้องทำสำเร็จ ไม่ว่าจะด้วยวิธีใด 

“ไปก่อนนะคะ โปรดรักษาตัวด้วย”เรไรมีภารกิจสำคัญของเผ่า เพื่อกำหนดชะตาลิขิตทุกชีวิตของชาวปักษา 

ในศาลาบูชาเหลือเพียงสึบาสะที่ยื่นอมยิ้มมองแผ่นหลังสาวน้อยที่พึ่งหายลับไปหลังประตู เขาละสายตาพลางเงยหน้าขึ้นมองลำแสงที่แตกทอดยาวจากกระจกแก้วเจียระไนด้วยแววตาภาวนา คาดหวัง และเชื่อมั่น ลมวายุพัดปีกนกสั่นไหวเพรียงพร้อมชายชุดที่ขยับไปด้านซ้าย 

“ยามใดที่สายลมเชื่อใจปักษา ยามนั้นจะเป็นจุดเริ่มของยุคสมัยใหม่…” 

ออกจากศาลาพิธีกรรม เรไรวิ่งด้วยฝีเท้าร้อนรนคล้ายลูกแมวที่พึ่งขโมยปลาจากชาวประมง นางหยุดพักใต้ต้นหลิวที่กำลังผลิใบเขียวขจี มือเช็ดน้ำตาที่กำลังรินไหลช้าๆสาวน้อยรักอาจารย์ชอบที่ท่านดูแลนางและคอยสอนสิ่งต่างๆไม่ว่าเรื่องในตำราหรือเรื่องราวของโลกเบื้องล่าง เพราะอย่างนั้นเมื่อรู้ว่าจะไม่ได้เจอหน้าอาจารย์อีกแล้ว นางจึงรู้สึกเจ็บปวดและโศกเศร้า แม้รู้ว่าวันนี้ต้องมาถึง กระนั้นก็มิอาจหักห้ามใจให้เย็นชาและจากไปโดยมิกล่าวคำอำลา ปักษาน้อยสูดหายปรับอารมณ์ให้นิ่งสงบ คิดว่าสักวันที่นางทำสำเร็จนางก็จะได้กลับมาหาอาจารย์อีกครั้ง 

เป้าหมายที่นางต้องทำ เรไรกำมือและลืมตา นัยน์เนตรสีน้ำเงินอมฟ้านภาส่องประกายความแข็งกร้าวและดุดัน 

“แหวนแห่งสกุณา…จอมอาคม” 

ปีนี้เรไรมีอายุครบสิบห้าปี หากเทียบกับอายุมนุษย์คิดเป็นร้อยห้าสิบปี นางบรรลุตนเป็นผู้ใหญ่และสามารถกางปีกบินได้อิสระ ไม่มีท้องฟ้าไหนขัดขวางทางบินของนาง มิมีสถานที่ใดที่นางมิอาจข้ามผ่าน สาวน้อยผู้เย็นชาทว่าภายในร้อนระอุได้รับภารกิจสำคัญของเผ่าให้ออกตามหาคนผู้หนึ่ง เพื่อแก้ไขคำสาปที่ฝังรากในเผ่าปักษา หน้าที่ของนางเปรียบดั่งการเสาะหาแสงแห่งความหวังเพื่อช่วยชีวิตทุกคน ช่วยเผ่าปักษาให้รอดพ้นจากลมหายใจของยมทูต ตัวตนแห่งการลบล้าง 

กลีบดอกซากุระปลิวว่อน เรไรเดินผ่านสวนพฤกษาชาติ นางเดินสวนทางกลุ่มนักเรียนในชุดนักบุญ เด็กสาวปรายตามองนักเรียนของโรงเรียนที่นางเคยศึกษาและชักสายตากลับ เรไรเป็นเผ่าปักษา นางมีพลังที่สืบทอดจากต้นตระกูล ตระกูลนางเป็นหนึ่งในสิบตระกูลใหญ่ ใครๆก็ต่างเกรงใจและหวาดกลัวนาง ทุกคนล้วนมองนางเป็นคนที่อยู่เหนือคนทั่วไป คือเจ้าหญิง คุณหนู และผู้ที่มิอาจเอื้อมถึง 

ภาพลักษณ์ภายนอกหุ้มด้วยปราการน้ำแข็ง ความเย็นชา เฉยเมย และเย่อหยิ่งเยี่ยงราชินี ไม่เห็นใครอยู่ในสายตาไม่ว่ามนุษย์หรือพวกเดียวกัน นางปฏิเสธทุกคำสารภาพรักอย่างไร้เยื่อใย และขว้างมิตรภาพทิ้งลงพื้น ไม่มีเพื่อน ปราศจากสหายรัก ครอบครัวนางประกอบคุณแม่ผู้เป็นม่าย นางและน้องสาว 

คุณแม่ผู้อบอุ่นประหนึ่งนางฟ้า และน้องสาวผู้เป็นเจ้าหญิงนิทราหลับใหลชั่วนิรัน 

“คุณหนู”ในคฤหาสน์มีข้ารับใช้หนึ่งคน 

“เจ้าออกไปก่อน” 

“เจ้าค่ะ” 

คฤหาสน์ส่วนตัวของเรไรตั้งอยู่ ณ ปีกตะวันตกของเกาะลอยฟ้า มันเป็นเกาะลอยฟ้าที่แยกจากเกาะหลัก มีพื้นที่สันโดษและห้ามผู้ใดเข้ามาโดยที่ไม่ได้รับอนุญาตจากเรไร ไม่ว่าใครก็ไม่มีข้อยกเว้น อำนาจสูงสุดในบ้านมิใช่คุณแม่แต่คือสาวน้อยนามว่าเรไร 

ดวงตะวันลอยเด่นเหนือฟ้า สายลมฤดูฝนพัดโชยกลิ่นห่าฝนปรอยๆเรไรสั่งสาวใช้และแง้มประตูย่องเข้าห้องนอนน้องสาว เด็กสาวตัวเล็กนอนนิทราบนเตียงใหญ่ที่มีมู่ลี่และผ้ากั้นฉากห้อยติดเพดาน เรไรลากเก้าอี้และหย่อนก้นนั่งชิดขอบเตียงมองน้องสาวด้วยสายตาอ่อนละมุนเยี่ยงแม่นม แววตาที่ไร้ความเย็นชาและปราศจากความเป็นปรปักษ์ นางเผยอีกด้านที่ไม่มีใครรู้ให้น้องสาวและคุณแม่เห็นเพียงเท่านั้น ด้านที่อ่อนโยนและสมเป็นพี่สาวมากความสามารถ เรียบร้อย และสุขุม 

“พี่จะรักษาน้องให้หาย พี่จะตามหาจอมอาคม พี่สัญญา” 

เรไรกุมอุ้งมืออุ่นของฮันเซลที่นอนสลบบนเตียง สีหน้านางเรียบเฉยคล้ายมิรับรู้ถึงการมีอยู่ของเรไร เรไรคลี่ยิ้มจนปัญญาและแฝงความขมขืน นางพยายามค้นหาทุกวิถีทางเพื่อรักษาอาการป่วย เชิญหมอ เชิญปราชญ์ แต่ไม่รู้ผู้ใดล้วนบอกว่าอาการป่วยไม่มีทางรักษา มันเป็นคำสาปที่ทรงอำนาจและอยู่เหนือกฎของโลกใบนี้ ไม่มีผู้ใดสามารถลบล้าง ไม่มี 

เรไรทราบความจริงตั้งแต่อายุห้าขวบ นางเสียใจที่มิอาจช่วยฮันเซล เสียใจที่ตัวเองไร้พลังอ่อนแอมิอาจทำอะไรได้สักอย่าง ได้แต่ร้องตะโกนและอ้อนวอนให้เกิดปาฏิหาริย์ นานวันนางแปรเปลี่ยนความคาดหวังเป็นความตั้งใจอันแรงกล้าที่ผลักดันให้นางมีชีวิต มีชีวิตเพื่อช่วยน้องสาว น้องสาวที่เคยยิ้มแย้มร่าเริงและหัวเราะกับนาง เรไรสาบานว่าต้องช่วยให้ได้ 

“จอมอาคม…ขอเพียงได้เจอจอมอาคม” 

จอมอาคมคือผู้สำเร็จศาสตร์ต้องห้าม เป็นผู้ฝึกฝนและศึกษาเกี่ยวกับไสยศาสตร์ขั้นสูงสุดและคัมภีร์โลกบรรพกาล ในโลกมีจอมอาคมห้าคน ซึ่งเรไรเคยเชิญหนึ่งในนั้นมารักษาน้องสาว แต่ทว่าไม่สำเร็จ จอมอาคมแห่งเซ็นซีกล่าวกับเรไรว่า 

คนผู้เดียวเท่านั้นที่สามารถถอนคำสากนี้ก็คือ จอมอาคม 

ผู้ที่ครองชื่อ จอมอาคม โดดๆเป็นปราชญ์ผู้ยิ่งใหญ่ในตำนาน เรียกว่ามีชื่อเสียง พลัง คุณค่าเทียบเท่าตำนานราชันมังกร ไม่มีใครเคยพบเห็นจอมอาคมมาหลายพันปี หลักฐานเกี่ยวกับเขาก็เพียงชิ้นเดียวเท่านั้น การตามหาจอมอาคมยากยิ่งกว่าตามเด็ดขนกิเลน เป็นความหวังแต่ก็เหมือนความสิ้นหวัง เป็นไปไม่ได้ 

แต่ทว่าไม่มีใครรู้ 

เรไรเคยพบจอมอาคม สาวน้อยยืดตัวนิ้วกรีดไล่หยดน้ำตาและซุกมือในอกเสื้อหยิบภาพถ่ายขึ้นมาดู ในภาพถ่ายมีคนอยู่สามคน เรไรและฮันเซลและข้างๆพวกนางมีหญิงสาวท่าเก้อกระดากยืนทำตัวลุกลี้ลุกลน ท่าทางเหมือนไม่อยากถ่ายรูปนัก กลัวโดนถ่าย 

“ฮึๆ..” 

นางยังจำวันนั้นได้ตรึงใจ เรไรตัวน้อยไม่รู้หญิงสาวผู้นี้คือจอมอาคมในตำนาน เรไรคิดว่าพี่สาวเป็นแค่ผู้หลงทางเข้ามาบนเกาะลอยฟ้า ตอนนั้นน้องสาวยังไม่ต้องคำสาป พวกนางเล่นด้วยกันและไม่นานจอมอาคมก็จากไป โดยทิ้งของสิ่งหนึ่งไว้ให้เรไร ไม่ใช่สิ่งของที่จับต้องได้ แต่เป็นคำพูดหนึ่ง 

'อย่ายอมแพ้นะ' 

เด็กสาววัยสามขวบจำคำนั้นขึ้นใจและทำตามที่จอมอาคมกล่าวไว้มิผิดเพี้ยน ไม่ว่าจะต้องเจอกับสิ่งเลวร้ายหรือภัยร้ายใด นางจะไม่ยอมแพ้ จะสู้และสาปทุกสิ่งเป็นน้ำแข็ง เรไรไม่คิดถึงคำพูดนั้นมานานแล้ว ตั้งแต่ที่นางแข็งแกร่งและเข้มแข็ง นางจ้องมองภาพถ่ายและคิดใช้มันตามหาตัวจอมอาคมครั้งได้ออกไปนอกเกาะลอยฟ้า ตามหาจอมอารมคือที่หนึ่ง หาแหวนคือที่สอง น้องสาวมาก่อนทุกสิ่ง 

“รอข้าก่อนนะ…” 

ก้มหัวจุมพิตบนหน้าผากน้องสาว พี่สาวคนนี้จะต้องหาจอมอาคมให้เจอ ไม่ว่าท่านจะอยู่ไหน 

ร้อยกว่าปีแล้วตั้งแต่วันนั้น นางเชื่อว่าตัวเองต้องทำสำเร็จ เรไรเก็บสีหน้าอ่อนโยน สวมหน้ากากเจ้าหญิงน้ำแข็งและสะบัดตัวออกจากห้องนอน นางเดินทางเพียงลำพัก มุ่งสู่โลกมนุษย์เบื้องล่างที่กำลังมีหลายสิ่งหลายอย่างรอให้นางไปหา 

ขณะเดียวกัน หมอผีตัวน้อยก็ตกลงสู่ก้นบ่อน้ำก้นกระแทงพื้นจนร้องอิไต… 

 

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น