by.. ฟาง

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

12/ ใจเต้นแรงกับลักยิ้ม (แก้คำผิด)

ชื่อตอน : 12/ ใจเต้นแรงกับลักยิ้ม (แก้คำผิด)

คำค้น : ตอนที่ 12

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 41.2k

ความคิดเห็น : 168

ปรับปรุงล่าสุด : 10 ส.ค. 2560 10:32 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 100
× 0
× 0
แชร์ :
12/ ใจเต้นแรงกับลักยิ้ม (แก้คำผิด)
แบบอักษร

โปรดP...​

หลังจากกินข้าวเสร็จผมก็จับไอ้ปอมานั่งตกลงอย่างเป็นงานเป็นการ โดยที่ผมให้มันอ่านเงื่อนไขรายละเอียดทุกอย่างเพื่อตัวมันเอง มันก็ท้วงกับเงินสามหมื่นต่อเดือนที่ผมให้ว่าเยอะเกินไป ท้วงนั่นท้วงนี่งึมงำตามประสาเด็กขี้เถียง จะว่ากันจริงๆแล้วต้องเรียกตามประสาเด็กซื่อแบบมันมากกว่า น่าตลกหน้าเจื่อนๆของมันตอนที่ผมบอกว่าไม่มีวันรักเด็กขายตัวแบบมัน ความรู้สึกของผมไม่ได้คิดจะดูถูกดูแคลนอะไรมันขนาดนั้น แต่เวลาเห็นมันทำหน้าจ๋อยๆแล้วตลกดีแค่นั้นเอง

"พี่โปรด ไปส่งปอที่ห้องหน่อย"

"มึงจะกลับไปทำไมตอนนี้เนี่ย นอนที่นี่แหละเดี๋ยวพรุ่งนี้เช้ากูไปส่ง" มันก็ทำปากขมุบขมิบบ่นไปเรื่อย เรื่องของเรื่องคือถ้ามันกลับห้องวันนี้ ผมก็ต้องไปนอนห้องมันแล้วผมขี้ร้อนไง ขนาดจะสิ้นปีอีกวันสองวันนี้ละคงไม่มีแล้วหน้าหนาวน่ะ

"งั้นตัวต้องไปส่งเค้าตี5นะ เค้าต้องไปอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าอีกเดี๋ยวไปโรงเรียนสายวันนี้ก็ไม่ได้ไปด้วย" หือ เค้าตัว? ผมแอบหันหน้าหนีแล้วหัวเราะขำเบาๆ นี่ไอ้ปอมันมุ้งมิ้งเป็นด้วยนึกว่าจะกวนตีนเป็นอย่างเดียว แต่เวลามันแทนตัวเองว่าปอหรือเค้านี่ก็ฟังดูน่ารักดี

"6โมงเช้าแล้วกันโรงเรียนอยู่แค่นั้นเอง มึงจะรีบไปช่วยลุงยามเปิดประตูรึไง"

"จะรีบไปลอกการบ้านหรอก เฮ้อ ถ้าไม่ไปส่งงั้นปอนอนก่อนนะ" พอไม่ไปส่งมันก็กลับมาเป็นปอเหมือนเดิม มันจะเลื้อยตัวไปนอนริมอีกฝั่งของเตียง ผมก็ไวพอที่จะเอาขาตัวเองเกี่ยวเอวมันไว้ มันก็ดิ้นขลุกขลักไปเรื่อยสุดท้ายก็ขยับมานอนที่เดิม

"ฝันดีนะครับพี่โปรด" เสียงมันงัวเงียตาก็จะปิดแหล่ไม่ปิดแหล่อยู่แล้ว แบบนี้ยังจะกลับห้องอีกนะมึงนี่ ไม่ถึงห้านาทีไอ้ปอก็กรนฟี้เบาๆแต่มันกลับเอาแขนสองข้างของมันมากอดรัดแขนผมไว้ 

ผมเองก็นอนมองมันตอนหลับแล้วแปลกใจตัวเองเหมือนกัน ว่าทำไมต้องเอ่ยปากยื่นข้อเสนอแบบนั้นให้มันไป หรืออาจเป็นเพราะผมสงสารมันที่ต้องเผชิญกับเรื่องหนักๆหลายเรื่องโดยลำพังมากกว่าเด็กวัยเดียวกันที่ต้องเจอ มันเป็นเด็กสู้ชีวิตเป็นคนมองโลกมุมบวกเสมอ คนแบบนี้แหละจะถูกเอาเปรียบง่ายๆ ผมก็เป็นอีกคนที่เอาเปรียบมันด้วยร่างกายแต่ดันปากดีเอ่ยไปว่าจะไม่เอาเปรียบมัน ทั้งที่ก็รู้ว่าที่ตัวเองทำอยู่ผมนี่แหละได้กำไรเต็มๆ แต่ช่วงเวลาที่มันอยู่กับผม อะไรก็ตามที่ผมสามารถให้มันได้นอกจากเรื่องความรู้สึก ผมก็จะพยายามชดเชยให้ในสิ่งที่มันไม่เคยรับมาก่อน อย่างน้อยมันจะได้มีอะไรที่น่าจดจำเหมือนคนอื่นในวัยนี้บ้าง


"พี่โปรดมีกอเอี๊ยะมั้ยอ่ะ"  ผมยืนอ้าปากหาวหวอดๆ ก็นี่เพิ่งจะตี5ครึ่งเองมันจะรีบไปไหนวะ

"ไม่มี มึงจะเอาไปทำอะไร"

"ปอจะเอาไปแปะคออ่ะ" มันยืนส่องกระจกหน้านิ่วคิ้วแทบจะชนกัน

"คอมึงเป็นอะไร ไหนดูดิ๊"

"เป็นรอยดูดน่ะสิไม่ต้องมาดูเลย พี่โปรดแหละทำชัดขนาดนี้ไอ้คิทกับไอ้เบียร์ต้องถามแน่ๆ ไปเถอะเดี๋ยวต้องรีบไปลอกการบ้านอีก ฮึ่ม เพราะสองคนนั้นจริงๆเลยทำให้ปอไม่ได้ทำการบ้าน สาธุขอให้โดนขังลืมไปเลย" ผมอดหัวเราะกับคำสาธุของมันไม่ได้ แต่รอยดูดแค่ไม่กี่รอยจะห่วงอะไรนักหนาวะ

"เอากุญแจห้องมึงมาดิ" ผมจอดรถหน้าร้านลาบก่อนจะเดินตามมันไปห้องแถว พอเดินผ่านที่เกิดเหตุวันก่อนมันก็รีบคว้ามือผมไปจับ ก่อนจะดึงแขนให้รีบเดินผ่านเร็วๆ

"อ่ะ แล้วไม่ต้องซื้ออะไรมาเพิ่มอีกนะแค่ของพี่โปรดก็เต็มห้องแล้ว" มันก็ยังห่วงเรื่องจะมีข้าวของมาเพิ่มเติมอีกเหมือนเดิม ย้ำเรื่องนี้ตั้งแต่ออกจากคอนโดละ

"เออน่า ไปรึยังโรงเรียนน่ะ กูจะเดินไปส่ง"

"ไม่อาววว ปอเดินไปเองพี่โปรดจะไปขนของก็ไปเถอะ" ผมเลิกคิ้วจงใจส่งสายตากวนตีนไปให้มัน

"เฮ้อ งั้นเอารถไปแล้วไม่ต้องเปิดกระจกรถนะ เดี๋ยวคนอื่นเห็น" มันนั่งใส่ถุงเท้าไปด้วยสั่งผมไปด้วย กลัวใครเห็นกันนักกันหนาวะ แล้วถ้าคนอื่นเห็นมันจะเป็นยังไง? ไอ้ปอกับคนอื่นๆต่างกันจริงๆ อย่างเปานี่แทบจะกราบให้ผมลงไปส่งถึงห้องเรียนเลยเถอะ

"ทำไม มึงกลัวไอ้เด็กที่มาค้างวันก่อนจะเห็นรึไง ตกลงเป็นแค่เพื่อนกันจริงๆอย่างที่มึงพูดรึเปล่าวะ ไอ้ปออย่าลืมที่กูเคยเตือนไว้นะ แปรงสีฟันมันเป็นของส่วนตัวของกู กูไม่ชอบให้คนอื่นมาใช้ร่วมด้วย" ผมเน้นใจความสำคัญให้มันจำไว้ เพราะมันเป็นคนแรกที่ผมถือว่าเลี้ยงดูจริงจังอย่างนี้ ถึงจะไม่ได้รู้สึกอะไรแต่อย่างน้อยมันก็เป็นของผมและผมก็ค่อนข้างหวงทุกสิ่งทุกอย่างที่เป็นของผม ไม่ใช่หวงแบบรักแต่หวงเพราะผมเป็นเจ้าของมันต่างหาก

"เปล่า ปอแค่.."

"มึงกลัวจะเป็นขี้ปากชาวบ้านอีก? ไอ้ปอก่อนที่มึงจะตัดสินใจเซ็นสัญญากูก็บอกแล้วไงว่าคิดให้ดีๆ การที่มึงเป็นเด็กของกูมึงคิดแค่ว่ากูจะมาหามึงที่ห้อง มาเอากันที่ห้องก็จบรึไง ใจคอมึงจะไม่ออกไปดูโลกภายนอกกับกูบ้างเหรอไปเที่ยวต่างจังหวัดบ้างไปที่ที่มึงไม่เคยไป จะได้รู้ว่าโลกเขาไปถึงไหนกันแล้ว" ไอ้ปอหันขวับมา แต่ผมสิไปไม่เป็น 

ให้ตายเถอะตั้งแต่รู้จักไอ้ปอ ผมลืมไปซะสนิทเลยว่ามีอย่างหนึ่งที่ผมไม่เคยเห็นหรือไม่เคยได้รับจากมัน พอมาได้รับจากมันเป็นครั้งแรก ก็ทำให้ผมใจเต้นแรงอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อนในชีวิต ไอ้ปอมันส่งยิ้มกว้างๆมาให้ มันยิ้มจนเห็นลักยิ้มบุ๋มลงไปกับแก้มทั้งสองข้าง ทำไมหัวใจผมมันเต้นแรงไม่หยุดวะ

"จริงๆนะพี่โปรด พี่จะพาเค้าไปข้างนอกไปดูนั่นดูนี่ด้วยกันจริงๆนะ อย่าหลอกกันล่ะเค้าถือว่ามันเป็นคำสัญญา ดีใจมากๆเลยตั้งแต่เกิดมานอกจากไปธุระกับหลวงพ่อหรือไปเที่ยวกับโรงเรียน เค้าก็ไม่เคยไปเที่ยวที่ไหนกับใครเลย อ้อ นอกจากไปส่งเพื่อนซื้อของที่ห้างอ่ะ" ไอ้ปอวิ่งมาเกาะแขนยิ้มแป้นตาเป็นประกายจนผมทำตัวไม่ถูก

"พี่โปรดไม่สบายรึเปล่า ติดหวัดจากเค้าเมื่อวานป่ะเนี่ย" หน้าไอ้ปอซีดลง มันรีบเอามือมาแตะแก้มแตะหน้าผากผมใหญ่

"เปล่า รีบไปกันเถอะเดี๋ยวมึงไปลอกการบ้านไม่ทันแล้วจะมาโทษกูอีก" ผมรีบถอยหลังจากมันแล้วเดินออกไปรอนอกห้อง พอจะรู้ว่าทำไมมันถึงถามอย่างนั้น คงเป็นเพราะไอ้หน้าแดงๆของผมนี่แหละ

"พี่โปรดดด ตัวอย่าลืมนะว่าจะพาเค้าไปเที่ยวต่างจังหวัด เค้าอยากไปมากๆไม่เคยไปที่ไหนไกลๆเลย ขอไปไกลๆได้มั้ยอ่ะเค้าอยากไปทะเลเค้าชอบ ที่โรงเรียนเคยพาไปชะอำครั้งนึงน้ำทะเลนี่เค๊มเค็มเน๊อะ" ไอ้ปอมันยังยิ้มน้อยยิ้มใหญ่ทั้งๆที่หน้ายังมีรอยช้ำอยู่ ยังยิ้มแป้นทั้งๆที่เดินผ่านที่เกิดเหตุวันนั้น และยังยิ้มแฉ่งทั้งๆที่มือของมันก็ยังเกาะอยู่ที่แขนผม 

หลังวันที่31นี้ผมคงต้องรบกวนพี่บัญชาให้ดูร้านสักสองวันแล้วมั้ง จะพาเด็กกรุงเทพออกไปชิมน้ำทะเลใกล้ๆก่อนสักครั้ง ถ้ามันปิดเทอมค่อยพาไปที่ไกลๆ อืม..ไม่ต้องไปเกาะเสม็ดแต่ไปภูเก็ตก็คงจะเสร็จได้เหมือนกัน 


"ปอมึงเตรียมลางานลุงเลิศไว้นะ วันที่หนึ่งกับสองกูจะพาไปพัทยาไปค้างซักคืนก่อนแล้วกัน ไว้มึงปิดเทอมค่อยไปไกลๆ"

"ครับท่าน"

ผมอดแจกลูกดีดใส่เหม่งมันไม่ได้ ก็ตั้งแต่ที่มันเจอไอ้ดิวมาช่วยขนของวันก่อน แล้วไอ้มึนนั่นมันดันเรียกผมว่าท่านต่อหน้าไอ้ปอ จนไอ้ปอเอาไปเรียกตามน่ะสิ นี่ผมยังไม่ได้ชำระความเรื่องโทรศัพท์กับไอ้ดิวนะ พักนี้ปิดเทอมปุ๊บมันก็เงียบหายปั๊บ เคยไลน์มาหาผมแค่ครั้งเดียวบอกว่ามันกำลังปักหลักกับคนที่มันปักใจอยู่ 

ฮึ่ม!อย่าให้กูรู้ว่าเป็นใคร กูจะพาไอ้โยตามไปป่วนจนอพยพแทบไม่ทันเลย มาสวมรอยเป็นไอ้ปอคุยไลน์กับกูได้ตั้งหลายวัน ไอ้มึนดิวมึงแสบจริงๆ

"พรุ่งนี้มึงจะไปเค้าท์ดาวน์ที่ไหน"

"ทุกปีปอจะสวดมนต์ข้ามปีกับหลวงพ่อน่ะ แต่ปีนี้คงอยู่ร้านลุงเลิศนั่นแหละ" เสียงมันเบาลงตอนพูดถึงหลวงพ่อ เห็นแววตาหงอยๆของมันแล้วอดล็อคคอมันเข้ามาหาไม่ได้ ไอ้ปอก็งับแขนผมกลับเห็นตัวเล็กๆแบบนี้แต่มันใจสู้นะครับ เวลาผมทำอะไรมันจะสู้กลับตลอดแหละ แต่ถ้าคลุกคลีกับไอ้ปอจริงๆแล้ว จะรู้ว่ามันก็แค่เด็กอายุ17คนหนึ่งที่พยายามทำเป็นเข้มแข็งเพราะต้องอยู่คนเดียว ทั้งที่ลึกๆแล้วมันก็มีมุมอ่อนแอ มุมเอาแต่ใจ มุมงี่เง่าแล้วก็มุมขี้อ้อนเหมือนทุกคน เพียงแต่มันไม่แสดงออกให้คนอื่นเห็นเท่านั้นเอง คงเป็นเพราะมันเคยชินกับการต้องเป็นไอ้ปอที่แข็งแกร่ง โดยไม่มีใครเป็นที่ยึดเหนี่ยวมั้ง

"ปอกูถามหน่อยเถอะ ทำไมมึงถึงชื่อปอรักวะ" ผมยกขามาก่ายขามันไว้แขนก็พาดยาวไปตามที่นอนแล้วดึงหัวไอ้ปอมาหนุนแขนเหมือนประจำ ไม่รู้ว่าท่านี้ผมหรือมันเป็นคนติดกันแน่นะ แต่ถ้านอนด้วยกันเมื่อไหร่แล้วผมมักจะดึงหัวมันมาหนุนแขนเสมอ มันเหมือนเป็นความเคยชินไปแล้ว 

ฉิบหายล่ะ..เคยชิน! คิดได้ก็รีบผลักหัวไอ้ปอไปหนุนหมอนเหมือนเดิมจนมันหันมาทำหน้างงๆ ผมลุกไปหลังห้องมือก็คว้าบุหรี่มาสูบด้วย ความเคยชินมันน่ากลัวก็ตรงที่ เราจะรู้สึกเหมือนขาดอะไรไปทันที หากวันหนึ่งบางสิ่งบางอย่างมันไม่เหมือนเดิม ผมไม่อยากมีอะไรที่เป็นความเคยชินร่วมกับไอ้ปอ เพราะผมมั่นใจว่าสุดท้ายแล้วไอ้ปอมันก็ยังไม่ใช่คนที่ผมต้องการ ไม่ใช่ว่าผมไม่ยอมเปิดใจให้มัน ไม่ใช่ว่ามันเป็นเด็กไม่มีที่มาที่ไป ไม่ใช่ว่ามันเป็นเด็กเสิร์ฟเด็กล้างจานร้านลาบ ผมไม่มีเหตุผลอะไรมาหยิบยกว่าทำไมถึงเป็นไอ้ปอไม่ได้ รู้เพียงแต่ความรู้สึกผมมันบอกว่าไอ้ปอมันยังไม่ใช่แค่นั้นเอง


ติ๊ง {แมงปอ : สวัสดีปีใหม่ครับพี่โปรด ปอขอให้พี่โปรดมีสุขภาพแข็งแรง มีสิ่งดีๆเข้ามาตลอด มีใครสักคนที่มาอยู่เคียงข้าง และไม่ว่าจะมีอุปสรรคอะไรมากมายแค่ไหน คนคนนั้นก็จะอยู่ร่วมผ่านวันเวลาที่มีความสุขและความทุกข์ไปด้วยกันกับพี่ ขอให้พี่โปรดโชคดีตลอดไปครับ}

ผมอ่านไลน์ของไอ้ปอที่ส่งมาในเวลา00.00น. รอบข้างตอนนี้ก็เป็นคนที่ผมรักทั้งนั้นนะ เป็นเพื่อนที่ร่วมทุกข์ร่วมสุขด้วยกันมาแม้ว่าตอนนี้ไอ้ตุลย์กับไอ้โยมันจะมีท่าทางเคร่งเครียดก็เถอะ แต่ผมก็ยังมีพวกมันพร้อมคำอวยพรของพ่อที่โทรข้ามประเทศมาตั้งแต่ห้านาทีที่แล้ว แล้วไอ้ปอตอนนี้มันจะมีใครบ้างไหม?

"สวัสดีครับคุณโปรด โชคดีจริงๆที่เจอกับคุณโปรดวันนี้" ผมเงยหน้าจากโทรศัพท์ก็เห็นกอล์ฟมายืนหน้าโต๊ะที่เรานั่งกันอยู่ เพื่อนผมก็พากันจ้องมองแบบเสียมารยาททีเดียว แต่กอล์ฟเองก็ไม่ได้สนใจนะครับสายตานั้นพุ่งตรงมาที่ผมอย่างเชิญชวน ไอ้นัทกับไอ้ตุลย์หัวเราะเบาๆแล้วพากันดื่มต่อ คนอื่นๆเห็นสายตาของกอล์ฟทุกคนก็หมดความสนใจและหันมาดื่มต่อเหมือนกัน

"สวัสดี ไม่คิดว่าจะมาเจอที่นี่เหมือนกัน" ผมลุกไปยืนคุยกับกอล์ฟ ตอนแรกก็ว่าจะพากอล์ฟขึ้นไปชั้นบนฉลองปีใหม่สักรอบ สองรอบเหมือนกัน แต่พอขาจะขยับก้าวเดินเท่านั้นแหละ

"ไอ้โปรด ไอ้เฮงซวย ไอ้จ๊วยมดแดง มึงมันชั่ว มึงกล้าทำกับกูอย่างนี้ได้ยังไง ตุลย์พรุ่งนี้กูจะพามึงไปส่งถึงบางปูเลย แต่วันนี้มึงต้องจัดการกับไอ้ชั่วตัวนี้ให้กูก่อน มึงรู้มั้ยมันทำอะไรกับกู มันเอากูไปทิ้งไว้กับไอ้เด็กหยาบคาย กูถูกหาว่าเป็นขยะเปียก ตุลย์มาแลกกันมึงจัดการกับไอ้สัสนี่ให้กูก่อนแล้วพรุ่งนี้กูจะเคลียร์พื้นที่ให้มึงเหมือนกัน" สิ้นประโยคไอ้โย ไอ้ตุลย์ก็ถลามาคว้าแขนผมไปนั่งแทรกตรงกลางระหว่างไอ้โยกับไอ้นัท จากนั้นไอ้โยมันก็ขึ้นมานั่งคร่อมตักผม ทั้งหยิกทั้งตีจนผมแสบไปทั้งคอทั้งแขนจี๊ดๆ นี่ไม่ใช่ว่าผมจะติดเชื้อบ้าจากไอ้โยไปด้วยนะ

"เอ่อ คุณโปรดครับ"

"อะไร จะไปไหนก็ไปไม่เห็นรึไงผัวเมียเขาจะเคลียร์กัน!" ผมเซ็งกับประโยคนี้ของไอ้โยทันทีที่มันหันไปแว้ดใส่กอล์ฟ นี่แหละครับวิธีแก้แค้นของไอ้โย ถ้าผมไปทำอะไรให้มันโกรธมันก็จะโต้ตอบผมด้วยวิธีนี้มาตลอด

"โทษทีนะกอล์ฟวันนี้ไม่สะดวกน่ะ พอดีเมียเมนมา" ผมจับมือพร้อมกับปิดปากไอ้โยไม่ให้มันประทุษร้ายร่างกายผมได้อีก ก่อนจะหันไปบอกกอล์ฟ รายนั้นก็หน้าเจื่อนลงแล้วเดินไปอีกโซนของผับ 

แต่สายตาผมดันไปปะทะกับไอ้เด็กตัวสูงที่เคยไปค้างห้องของไอ้ปอ มันนั่งไม่ไกลจากมุมส่วนตัวของผมกับเพื่อน แถวนี้เป็นโซนวีไอพี อืม ดูแล้วไอ้เด็กนี่ท่าจะเป็นลูกคนมีเงินพอสมควร สายตาของมันมองมาด้วยความไม่พอใจและแฝงไปด้วยความท้าทายจนผมอดเท้ากระตุกไม่ได้ เพราะรู้ว่ามันต้องการท้าทายอะไร ทำให้ต่อมความอยากเอาชนะ ต่อมความสนุกถูกปลุกขึ้นมาอย่างไว เอาสิอยากรู้เหมือนกันว่ามันจะมีปัญญาเอาไอ้ปอไปจากผมได้ไหม อย่าหาว่ากูรังแกเด็กก็แล้วกันล่ะไอ้หนู


"พี่โปรดนอนซักงีบมั้ยครับ เราค่อยไปเช้าๆก็ได้พี่จะได้พักสายตาซักหน่อย" ผมออกจากร้านตี2กว่าๆก็ตรงมาหาไอ้ปอที่ห้อง ข้างเตียงมีกระเป๋าเป้อยู่ใบหนึ่งสงสัยเป็นกระเป๋าเสื้อผ้าผมกับมันนั่นแหละ

"ไปเลยก็ได้ขับรถกินลมไป ออกจากนี่ตี3ถึงนู่นก็ตี4กว่าๆเผื่อมึงจะไปยืนเพ้อดูพระอาทิตย์ขึ้นพ้นขอบทะเลแบบเพื่อนกู" เพื่อนที่ผมพูดถึงก็คือไอ้โยนั่นแหละ มันชอบไปยืนเพ้อตอนพระอาทิตย์ขึ้นกับพระอาทิตย์ตกที่ทะเลบ่อยๆ เห็นมันกวนๆเหมือนกันหวังว่าอย่างอื่นคงไม่เหมือนกันหมดนะ ไม่งั้นผมได้ประสาทเสียมากกว่านี้แน่ๆ

"อื้อดีๆ เค้าก็อยากเห็นไข่แดงที่ทะเล จุ๊บ ขอบคุณครับ" ผมอึ้งกับไอ้ปอที่มันเขย่งตัวมาจุ๊บคางเบาๆ ตั้งแต่เกิดเรื่องวันนั้นและตั้งแต่ที่มันตกลงมาเป็นคนในปกครองของผม รู้สึกว่ามันจะอ่อนลงและขี้อ้อนขึ้นเยอะ ผมสังเกตมาหลายครั้งแล้ว เค้าๆตัวๆมาเมื่อไหร่นั่นแหละหมายถึงมันกำลังอ้อนอยู่จัดสักรอบก่อนไปดีไหมวะ

"ปอ กูขอยกนึงก่อนไปก็แล้วกัน" โดยไม่รอฟังคำอนุญาตหรือคำปฏิเสธผมก็จับมันกินจนอิ่มแปล้ ดีนะที่ห้องข้างๆมันเขากลับต่างจังหวัดกันหมด ไม่งั้นทั้งเสียงเตียงเสียงครางของไอ้ปอได้ดังจนเขามาเคาะด่าแน่ๆ กว่าจะกินมันอิ่มก็เกือบตี4ล้อหมุนจริงๆก็ตี4เกือบครึ่ง หวังว่าผมคงขับรถไปถึงพัทยาก่อน6โมงเช้า แล้วหวังว่าไข่แดงของไอ้ปอคงยังไม่พ้นขอบทะเลนะครับ อย่างน้อยวันปีใหม่ปีนี้มันจะได้ยิ้มจนเห็นแก้มบุ๋มเหมือนคนอื่นเขาบ้าง


"ปอ ไอ้ปอ จะดูมั้ยไข่แดงมึงน่ะ" ผมสะกิดแขนเรียก พอขึ้นรถปุ๊บมันก็หลับปั๊บคงจะเพลียกับเหงื่อที่เพิ่งเสียไปมาก

"อื้อดู ตัวอุ้มเค้าไปดูหน่อย" ตามันหลับแต่ปากมันอ้อนระดับสิบสั่งผมซะงั้น ผมก็บ้าจี้ทำตามนะครับ ริมทะเลหาดจอมเทียนเวลาเกือบ6โมงเช้าผู้คนเริ่มขวักไขว่เหมือนกัน ถอดรองเท้าไว้ในรถเรียบร้อย ผมก็อุ้มมันออกจากรถพาเดินลงไปจนเท้าสัมผัสกับน้ำทะเลเย็นๆ

"ปอมึงดูดิ ไข่แดงของมึงขึ้นจะครึ่งลูกแล้วนะ" ไอ้ปอครางงำงึมเบาๆ แล้วผงกหัวจากซอกคอผมหันไปดูแสงแรกของเช้าวันปีใหม่ มันค่อยๆยิ้มออกมาทีละนิดจนกลายเป็นรอยยิ้มกว้าง และสุดท้ายรอยบุ๋มข้างแก้มสองข้างที่ผมอยากเห็นก็ปรากฏขึ้นตรงหน้า มันกระชับขาที่เกี่ยวเอวกับแขนที่โอบรอบคอผมให้แน่นขึ้น พอๆกับที่ผมเองก็กระชับอุ้มสะโพกมันให้มั่นกว่าเดิม

"ขอบคุณครับพี่โปรด ปอมีความสุขมากๆปอจะไม่มีวันลืมวันนี้เลยตลอดชีวิตของปอ ไม่ว่าต่อไปพี่โปรดจะอยู่หรือไม่อยู่ตรงนี้ แต่ปอก็จะไม่มีวันลืมมันปอสัญญา" ไอ้ปอหันมาพูดด้วยเสียงที่หนักแน่น พระอาทิตย์กำลังพ้นขอบทะเลเรื่อยๆ สายลมอ่อนๆในวันแรกของปีพัดผ่านมาทำให้ผมรู้สึกเย็นสบายพร้อมกันนั้นก็รู้สึกอุ่นที่ใจเหมือนกัน

"อืม มีความสุขก็ดีแล้วเพราะกูคงให้มึงได้แค่เวลานี้" ผมพูดจบมันก็รั้งคอผมไปจูบ แขนมันกอดรัดผมแน่นขึ้นกว่าเดิมเหมือนไม่อยากรับฟังอะไรอีก ผมก็ทำตามที่มันต้องการ ทำให้ในตอนที่ยังทำได้ จูบมันอย่างเต็มที่ในตอนที่จูบของผมยังไม่มีใครเป็นเจ้าของและอยากจะให้เวลามันเต็มที่ ตราบใดที่มันยังทำตัวเป็นเด็กดีอยู่ในข้อตกลงนั้นของเรา

"พี่โปรดเขาจะให้ปอเข้าไปมั้ยอ่ะ ปอกลัวเขาไม่ให้เข้าไป" ผมแทบตะโกนใส่หน้าว่าเกือบสิบรอบแล้วไหมที่มึงถามกูแบบนี้ จอดรถก็เกือบห้านาทีแล้วจนรปภ.มาด้อมๆมองๆแต่มันก็ยังไม่ยอมลงไปเพราะกลัวเขาไม่ให้เข้าโรงแรมนี่แหละ

"ถ้ามันด่ามึง กูจะด่ามันโอเคมั้ย" ผมต้องข่มใจย้ำกับตัวเองว่าเพราะไอ้ปอไม่เคยมาสถานที่แบบนี้มาก่อนคงกลัวและตื่นเต้นเป็นธรรมดา ไอ้ปอพยักหน้าหงึกหงักก่อนจะก้าวลงจากรถ ผมคว้ากระเป๋าเป้อีกมือก็จับมือมันไว้

"xxx ยินดีต้อนรับค่ะ" ผมพยักหน้าให้พนักงานต้อนรับก่อนจะพาไอ้ปอไปนั่งรอที่โซฟา แล้วเดินไปจัดการเช็คอินห้องที่จองไว้ก่อนหน้า 

โรงแรมนี้เป็นโรงแรมระดับห้าดาวตั้งอยู่บนเขาพระตำหนักมีชายหาดส่วนตัว มาพัทยาทีไรผมกับเพื่อนจะพักที่นี่ประจำด้วยเหตุผลว่ามันสงบกว่าย่านพัทยาใต้และจอมเทียน สระว่ายน้ำของที่นี่มีอยู่หลายสระแต่ที่ติดใจคือวิวของมันที่หันหน้าเข้าหาทะเลและคิดว่าไอ้ปอก็คงชอบเช่นกัน ที่คิดว่าไอ้ปอชอบเพราะไอ้โยเพ้อมันก็ชอบเหมือนกันน่ะ 

หลังจากพนักงานโรงแรมออกจากห้องไปแล้ว ไอ้ปอก็วิ่งไปที่ระเบียงก่อนจะวิ่งกลับมาดึงแขนผมด้วยสีหน้าตื่นๆ

"พี่โปรดทะเล มองเห็นทะเลด้วย ฮ่าๆๆมีความสุขจัง" ไอ้ปอมันกระโดดโลดเต้นไปรอบๆเก้าอี้นอนนอกระเบียง อืม ถ้ามันเห็นห้องน้ำมันจะไม่หอบหมอนหอบผ้าห่มไปนอนในอ่างเหรอวะ ผมขำกับความคิดตัวเองก่อนจะล็อกคอลากมันไปดูห้องน้ำที่ว่า แล้วก็เป็นไปตามที่คิดมันกระโดดโลดเต้นเหมือนเด็ก ทั้งยิ้มทั้งหัวเราะยกใหญ่จนผมเองก็อดยิ้มตามไม่ได้ ผมเพิ่งรู้ว่าการที่ใครสักคนหนึ่งยิ้มอย่างมีความสุขในสิ่งที่เราทำให้ มันทำให้เรารู้สึกภูมิใจเล็กๆแฮะๆ

"พี่โปรด ปออยากไปเล่นน้ำทะเลอ่ะ"

"อืม เย็นๆได้มั้ย กูขอนอนซักงีบก่อนง่วงว่ะ" 

"อื้อ งั้นพี่โปรดอาบน้ำนอนนะจะได้สบายตัว" ไอ้ปอรีบเตรียมกระเป๋าเล็กใส่แปรงสีฟันยาสีฟันและยื่นผ้าเช็ดตัวมาให้เสร็จสรรพ พอเห็นท่าทางกระตือรือร้นของมันผมก็ไม่ทักมันหรอกว่าที่โรงแรมเขาก็มีให้ ผมถอดเสื้อผ้าตัวเองแล้วจับมันแก้ผ้า ก่อนจะล็อกคออีกมือก็คว้ากระเป๋าอุปกรณ์อาบน้ำที่มันยื่นให้เดินโทงๆพากันไปนอนแช่น้ำอุ่นในอ่าง แรกๆมันก็หน้าแดงนั่งหนีบมือปิดไข่ตัวเองนั่นแหละ แต่สักพักผมกำลังนอนหลับตาเคลิ้มๆอยู่ ก็รู้สึกว่ามันเป็นฝ่ายย่องคลานมานั่งแทรกหว่างขาผมแล้วเอนหลังมาพิงกับตัวผมไว้ ปากก็ฮัมเพลงอย่างอารมณ์ดี

"เดี๋ยวมึงจะโดนอีกรอบ หึหึ" ผมซี๊ดปากเบาๆเมื่อไอ้ปอเอามือมาตะปบช่วงล่างผมแล้วบีบเล่นอย่างมันมือ นี่ก็เป็นอีกเรื่องหนึ่งพอพักหลังๆได้ใกล้ชิดกัน ผมจะเป็นคนชักนำให้มันทำและมันก็ทำจนเคยตัว เห็นไอ้หนูลูกชายของผมไม่ได้มันต้องคว้าไปจับหมับทันที ก็นะต้นตอมาจากผมเองแหละ คืนไหนที่ไปค้างกับมันนอกจากผมจะชอบดึงมันมาหนุนแขนกับนอนก่ายแล้ว ผมจะชอบดึงมือมันมาจับไอ้ลูกชายผมจนทั้งมันทั้งผมหลับ ตื่นมามือไอ้ปอก็ยังเกาะแน่นอยู่ที่เก่า แต่กับคนอื่นผมไม่เป็นแบบนี้นะเอากันจบก็นัวเนียเล็กน้อย จากนั้นต่างคนต่างนอนผมไม่ชอบให้ใครมานอนคลอเคลียด้วยนานๆ มีแต่ไอ้ปอนี่แหละที่ผมเพิ่งเป็นแบบนี้

"อื้ออ ยังไม่ให้เอา คืนนี้ก่อนนะเค้าจะให้แต่เย็นนี้ต้องพาไปเล่นน้ำ พาไปดูไข่แดงตกทะเลด้วยล่ะ" ไอ้ปออู้อี้ตอบ มือก็ทั้งบีบทั้งคลึงลูกชายผมเล่นทั้งพวงอย่างเพลินมือ ไอ้ผมก็พยายามนับหนึ่งถึงร้อยไปสิไม่อยากดับฝันเด็ก จนที่สุดก็ทนไม่ไหวต้องจัดการป้อนไส้กรอกชีสให้มันชุดใหญ่ โทษฐานทำให้ลูกชายผมตื่นแต่ไม่มีปัญญากล่อมให้หลับ พอสบายตัวแล้วถึงลากมันไปนอนก่ายหลับเอาแรงเผื่อคืนนี้จะพาไอ้ปอไปตะเวนดูแสงสีให้เด็กมันใจแตกเล่นๆสักคืน


"พี่โปรดซื้อกางเกงว่ายน้ำทำไมอ่ะ"

"ก็มึงบอกอยากดูไข่แดงตกทะเล กูก็จะพาไปดูไง" บ่าย2โมงกว่าๆผมกอดคอไอ้ปอพามันไปซื้อกางเกงว่ายน้ำที่ถนนสายสองแถวพัทยาใต้ มีหลายร้านให้เลือกซื้อ ไอ้ปอมันก็พะว้าพะวงกลัวว่ามอเตอร์ไซค์ที่เช่ามาจะหาย คิดดูนะมันถึงกับจะนั่งเฝ้ามอเตอร์ไซค์แล้วให้ผมไปซื้อเอง จนผมต้องลากมันติดมือมาด้วย 

เลือกกางเกงว่ายน้ำได้คนละตัว เสื้อพัทยาที่เหมือนๆกันอีกคนละสองตัว รองเท้าหูคีบอีกคนละคู่ เราก็จัดการขอใช้ห้องน้ำของร้านเปลี่ยนมันที่นั่นแหละ ก่อนออกจากร้านเจ้าของร้านก็มองด้วยสายตาแปลกๆอมยิ้มให้ด้วยนะ แต่ไม่ใช่สายตาหว่านเสน่ห์หรอก เธอดูเหมือนจะถูกอกถูกใจผมกับไอ้ปออะไรสักอย่าง แถมเสื้อสีเดียวลายเดียวกันให้ผมกับไอ้ปออีกคนละตัวด้วย

จากนั้นผมก็ขับมอเตอร์ไซค์พาไอ้ปอไปกินข้าวร้านปูเป็นเกือบสุดชายหาดจอมเทียน คนเยอะจนไม่มีโต๊ะนั่งเกือบพามันไปนั่งร้านลุงไสวที่อยู่สุดชายหาด แต่พนักงานรีบมาบอกว่าหาโต๊ะให้ได้แล้วซะก่อน ผมให้ไอ้ปอเป็นคนสั่งอาหารอยากกินอะไรเอาตามใจอยากเลย มันก็อิดออดบ่นแพงจนผมต้องเป็นคนยึดเมนูมาสั่งเอง คือผมเป็นคนสั่งแต่มันเป็นคนยกเลิกจนพนักงานที่รับรายการอาหารงงเป็นไก่ตาแตก ผมต้องลากมันมานั่งจนแทบจะเกยตักแล้วปิดปากมันก่อนจะหันไปสั่งอาหารใหม่อีกครั้ง พอพนักงานเดินลับไปนั่นแหละมันถึงบ่นผมหูชาแต่พออาหารมาเสริฟมันก็แกะกุ้งหอยปูปลาให้ผมตามเคยนะ 

ไอ้ปอเป็นคนแรกที่ผมรอให้มันตักอาหารให้ทุกครั้งที่กินข้าวด้วยกัน ทั้งที่ผมก็ไม่เข้าใจตัวเองว่าทำไมเป็นอย่างนั้น และคำถามของเรื่องนี้ผมไม่คิดจะหาคำตอบ ไม่ใช่เพราะกลัวคำตอบแต่มันยังไม่ถึงเวลา เหตุผลหลักๆคือผมยังไม่รีบร้อนจะเสาะหาคำตอบมากกว่า

"ปอ ทอดมันกุ้ง" ผมนั่งถือช้อนรอมันหั่นทอดมันเป็นชิ้นๆ จิ้มน้ำจิ้มบ๊วยแล้ววางบนช้อนมาให้

"อ่ะ กินซะไอ้เค็ม" ผมยื่นช้อนที่มีทอดมันวางอยู่จ่อกับปากมัน ไอ้ปอยิ้มกว้างจนเห็นลักยิ้มเช่นเคย เสียงกรี๊ดเบาๆจากโต๊ะข้างๆไม่ได้เรียกความสนใจให้ผมหันไปมอง จะต้องหันไปมองผู้หญิงพวกนั้นทำไมในเมื่อแก้มบุ๋มตรงหน้าผมนี่มันน่ามองกว่ากันเยอะ...



***"อยากให้ยิ้มกันเยอะๆ หัวเราะกันให้เต็มที่ รักตัวเองให้มากๆ อย่าปล่อยให้เรื่องเล็กๆน้อยๆ มาทำลายความสุขของเราได้"

เดี๋ยวจะลืมว่าเรื่องนี้ท่านโปรดเป็นพระเอกเลยเอาตอนมุมท่านแจกอ้อยกระเช้าเล็กๆมาให้อ่านกัน ท่านโปรดมีมุมน่ารักนะเออแบบนี้ไงลูกปอถึงหลงรักในสักวันอันใกล้นี้ จงเสพความหวานนิดๆฟินหน่อยๆกันเยอะๆ สร้างความทรงจำดีๆให้ลูกปอมีกำลังใจบ้างหน่วงเหลือเกินกับชีวิตและยังต้องเจอความเลวร้ายข้างหน้าอีก แต่ตอนนี้มาม่ายังไม่แจก ปิดแก๊สคว่ำหม้อกันก่อน รอท่านกลับจากพาลูกปอเด็กในสังกัดไปเที่ยวภูเก็ตหลังจากนั้นสัก2-5ตอนจะเริ่มเอาไก่จ๋าออกมาโชว์ตัวแล้วงานหน่วงจะมา นี่ฟางสปอยล์ข้ามไปเยอะตอนมากๆนะเนี่ย

ท่านโปรดไม่ใช่คน2บุคคลิกเดี๋ยวดีเดี๋ยวร้ายนะคะ แต่ท่านโปรดเป็นคนมั่นใจในตัวเองว่าสิ่งที่ตัวเองคิดน่ะมันถูกต้องแล้ว เช่นคิดว่าปอรักไม่ใช่คนคนนั้นท่านโปรดก็จะมั่นใจในความคิดนี้ แม้แต่ในเรื่อง ก็แค่ตัวแทน สังเกตดีๆท่านโปรดจะมีพฤติกรรมย้อนแย้ง (เช่นเรื่องรับโทรศัพท์เมียไก่ บอกเพื่อนๆว่ามีความสุขกับเมียไก่ดีแต่ตัวเองคลุกอยู่กับเพื่อน อ่าวสปอยล์อีกละ555) ท่านโปรดพยายามไม่สร้างความเคยชิน แต่เผลอเมื่อไหร่คนเรามันมันเคยตัวเคยชินอ่ะยังไงก็ทำเหมือนเดิมวันยังค่ำ แต่ตอนนี้ท่านโปรดก็อยากให้ปอรักมีช่วงเวลาที่ดีเหมือนกับคนอื่นๆเช่นกัน ซึ่งเกิดจากความสงสารและเห็นใจล้วนๆ ยังไม่รักลูกปอนะคะ ย้ำว่ายังไม่รัก

โปรดกับตุลย์จะแตกต่างกันนะคะ ฟางไม่รู้นะช่วงนี้ของโปรดกับช่วงแรกๆของตุลย์ น้องมินหรือลูกปอจะเจ็บกว่ากัน กับตุลย์ที่ไม่รักก็แสดงออกมาให้เห็นทั้งคำพูดและการกระทำไม่มีการเห็นใจอะไรทั้งนั้นเพื่อตัดปัญหา กับ ท่านโปรดที่ไม่รักก็แสดงให้เห็นทั้งคำพูดและการกระทำบางอย่างแต่ก็แฝงไปด้วยความเอาใจใส่ทั้งที่อยากตัดไฟแต่ต้นลงแต่ตัวเองกลับเป็นคนจุดไฟด้วยคำว่า สงสารและเห็นใจ อย่างไม่รู้ตัว ก็ไม่รู้เหมือนกันว่าอะไรจะเจ็บกว่ากันแต่ถ้าเป็นฟางอ่ะนะ แบบท่านโปรดทำมันเจ็บกว่าน้ำผึ้งที่เคลือบยาพิษมันย่อมทรมานกว่าโดนยิงนัดเดียวโป้งตายก็จบไปแต่ยาพิษที่ผสมน้ำผึ้งดิค่อยๆซึมซับทั้งหวานทั้งน่ากลัวและสุดท้ายก็ทรมานจนตาย 

บทของท่านโปรดฟางปรับให้อ่อนลงมาเยอะแล้วนะคะที่ต้องปรับเพราะว่าบทรุมโทรมจนน้องเป็นน้องหลงต้องตัดออกด้วยเหตุผลมันแรงเกินไปหลายคนท้วงมาเยอะเหลือเกินและฟางก็ยอมรับในตรงนั้นเลยปรับบทให้ท่านเขาอ่อนลงมานิดเดี๋ยวไปคิดใหม่ว่าจะเกิดอะไรจนทำให้น้องเป็นแบบนี้แต่มีคร่าวๆแล้วน่าจะสะเทือนใจไม่แพ้โดนรุมโทรม

มาต่อให้วันจันทร์พร้อมแจ้งรายชื่อเรื่อง ก็แค่ตัวแทน นะคะ ขอบคุณสำหรับกำลังใจดีๆ คำแนะนำดีๆ ทุกๆคอมเม้นค่ะ ขอบคุณคุณแอปappสำหรับคำหล่น *เจ้าของผับ ด้วยค่ะ ขอบคุณอีกท่านที่แจ้งคำผิด ประนีประนอม กะพริบตา โคตร ด้วยค่ะฟางไปแก้มาแล้วเน้อจ้าว แต่คำว่าสัก-ซัก ไหม-มั้ย  ฟางขออนุญาตใช้เป็นบทสนทนากับบทบรรยายนะคะ อย่างสักกับไหม หนึ่ง ขอเป็นบทบรรยาย และ ซัก มั้ย นึง ขอเป็นบทสนทนาของตัวละครนะคะ คือฟางไปเปิดๆดูแล้วตามเว็บเด็กดีและพันทิป และแอบไปส่องนิยายมาหลายเรื่องปรากฏว่ามันใช้แทนกันได้แต่อ่ะค่ะ ขอบคุณมากๆเลยนะคะสำหรับคำแนะนำอย่างกะพริบนี่ฟางเขียนกระพริบมาตลอดไปหาดูอ่าวเขียนผิดจริงๆ555 กราบขอบคุณงามๆจ้าว พบกันวันจันทร์เน้อจ้าว

พบคำผิดรบกวนท้วงตวยเน้อจ้าว เดี๋ยวฟางมาแก้ไข กราบงามๆ

****ปล. ท่านใดที่โอนเงินค่าหนังสือ ก็แค่ตัวแทน มาวันนี้แต่ยังไม่ได้แจ้งชื่อที่อยู่ให้ฟางรบกวนติดต่อกลับด้วยนะคะ ขอบคุณจ้าว

ปล.อีกนิด นิดเดียวจริงๆ โอยพลาดอย่างแรงฟางไปพัทยาบ่อยมากแม่อยู่นั่น แต่ไม่เคยตื่นทันดูพระอาทิตย์สักทีไม่รู้ทางไหนมันตกมันออก โฮฮฮ เค้าขอโทษ ถ้าพระอาทิตย์มันแค่ตกแต่ไม่ได้ขึ้นที่ทะเลแก้ไม่ทันแล้วด้วย ขอโทษนะจ้าวว ฟางผิดพลาดแรงมากจริงๆ ขอบคุณที่ท้วงมาด้วยนะคะ เค้าผิดไปแล้วววว อายหนักมาก กราบขออภัยอีกครั้งจ้าว ครั้งหน้าจะต้องจำไว้เป็นบทเรียนเลยจ้าว

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น