ชะโดตัวโต
facebook-icon

เชิญพบกับภาคต่อของ 'พี่คิณ - ณิริณ' 'พี่ภาคย์ - ไออุ่น' ในเรื่อง 'HATE ME: บงการรัก' เรื่องราวของภัทธิรา ลูกสาวคนเดียวของพี่คิณ - ณิริณ และเป็นน้องสาวฝาแฝดของพี่ภาคย์กับการที่จะต้องจำใจแต่งงานกับ 'คิริน' เพื่อแลกกับชีวิตของภิชญ์น้องชายของเธอ ***โหวต เม้น ให้กำลังใจกันด้วยนะคะ***

HATE EFFECTS: 23 ความสุขผ่านไปเร็วเสมอ (เด็กน้อยขี้อ้อน...ขอของขวัญ) 100% รีไรท์

ชื่อตอน : HATE EFFECTS: 23 ความสุขผ่านไปเร็วเสมอ (เด็กน้อยขี้อ้อน...ขอของขวัญ) 100% รีไรท์

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย อีโรติก

คนเข้าชมทั้งหมด : 14.6k

ความคิดเห็น : 18

ปรับปรุงล่าสุด : 14 ส.ค. 2560 20:53 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
HATE EFFECTS: 23 ความสุขผ่านไปเร็วเสมอ (เด็กน้อยขี้อ้อน...ขอของขวัญ) 100% รีไรท์
แบบอักษร

HATE EFFECTS: 23


ญาดานั่งแสยะยิ้มอยู่ในไนท์คลับของโรงแรมด้วยความสุขใจ ช่วงเย็นที่ผ่านมาเธอได้ข่าวว่าน้องสาวของศัตรูได้หายตัวไปตอนนี้ยังตามหากันไม่เจอเพราะว่าด้านนอกนั้นพายุและฝนฟ้าค่อนข้างแรง ป่านนี้คงสูญหายไปกับคลื่นลมแล้วล่ะมั้ง



"ดูมีความสุขจริงๆนะ" ชลธิชาเบ้ปากเล็กน้อย



"ก็แน่สิ ตอนนี้ยังหาตัวนังณิชาไม่เจอ...คงจะอกแตกตายไปแล้ว" ยกไวน์ขึ้นจิบเบาๆท่ามกลางเสียงเพลง 



ชลธิชาส่ายหัวเล็กน้อย "นังสองคนพี่น้องนั่นตายยากนะ ไหนคุณกรจะคอยประกบนังน้องสาว ส่วนคุณคิณเอะอะก็เมียอยู่ได้...ไม่รู้ว่าติดใจอะไรกัน"



"ฉันไม่สน! พี่คิณเคยรักฉันยังไงก็ต้องยังรักอยู่ ถ้าทำให้หย่ากับนังนั่นได้เมื่อไหร่เธอก็จะได้กลับมาเป็นเลขาของเขาแน่นอน หรือไม่...ก็จับนังณิริณโยนลงทะเลไปก็ดี จะไม่ได้ต้องอยู่ขวางหูขวางตาฉัน"ญาดาเหมือนจะคิดอะไรบางอย่างได้จึงได้พูดออกไปเช่นนั้น ก็จริงตรงที่ว่าภาคิณเคยให้ความสำคัญกับตัวเธอ...คงเป็นเพราะวาณิริณจริงๆ ซึ่งญาดาไม่ได้นึกถึงสิ่งที่เธอเคยทำผิดพลาดในอดีตเลยแม้แต่น้อย



"จะทำอะไรก็ระวังเถอะ พวกนั้นน่ะฉลาดเป็นกรด...เดี๋ยวจะโดนซ้อนแผนเข้า" ใช่ว่าอดีตเลขาคนนี้จะไว้ใจ คนจิตใจมืดบอดแบบญาดาสักวันก็ต้องหาทางกำจัดเธออย่างแน่นอน ตอนนี้แค่ไหลตามน้ำไปก่อนแล้วค่อยหาวิธีตีตัวออกห่างหรือไม่ก็ตลบหลังไปเลยทีเดียว เพราะเธอเองก็อยากเห็นภาคิณในวันที่เจ็บปวดอย่างแสนสาหัสเช่นกัน



อีกด้านของคนที่กำลังร้อนใจ...



วาณิริณเดินไปมาด้วยความกระวนกระวายใจเพราะน้องสาวของเธอหายตัวไปท่ามกลางพายุฝนที่โหมกระหน่ำในเวลานี้ ไม่เพียงเท่านั้น...ภากรเองก็หายไปอีกคนทำให้ทั้งสองครอบครัวไม่มีกระจิตกระใจจะทำอะไรทั้งสิ้น เทวินทร์ที่พาคนออกตามหากลับเข้ามาพร้อมกับข้าวของของวาณิชาและภากรที่มีคนเก็บมาฝากให้ยามของโรงแรม 



"คงจะพักอยู่หมู่บ้านชาวประมงที่อยู่ฝั่งใต้ครับ ตอนนี้พายุแรงและฝนตกหนักต้องรอให้หยุดก่อนถึงจะออกค้นหากันใหม่" เทวินทร์รายงานตามความเป็นจริง



"อืม ขอบใจทุกคนมาก" ภาคิณกล่าวแม้จะมีสีหน้าเคร่งเครียดก็ตาม "พี่กรเล่นอะไรเนี่ย?" บ่นกับตัวเองเบาๆ เพราะบางทีเหตุการณ์นี้อาจจะเป็นความตั้งใจของภากรเองก็ได้ "ไปพักกันได้แล้ว พรุ่งนี้ก็เอาตามอย่างที่ว่าก็แล้วกัน"



"ครับคุณคิณ" บรรดาลูกน้องต่างรับคำและแยกย้ายกันตามคำสั่งของเจ้านาย



ลำเพยเซล้มไปทางสามีด้วยในใจนึกห่วงลูกสาวคนเล็กว่าจะเป็นอันตราย "ฉันกลัวลูกไม่กลับมาจังเลยพี่ชาติ"



"อย่าพูดอะไรไม่ดีแบบนั้นสิ ณิชาน่ะเอาตัวรอดเก่งจะตายแถมยังมีภากรอยู่ด้วย เดี๋ยวพรุ่งนี้ก็กลับมา" สุชาติปลอบใจภรรยาของเขาทั้งๆที่ในใจก็เป็นกังวลอยู่ไม่น้อย



"ฉันก็คิดแบบคุณสุชาตินะคะ" นาตยายิ้มให้กำลังใจ "เรากลับไปพักผ่อนกันก่อนดีกว่า พรุ่งนี้คลื่นลมสงบแล้วค่อยออกไปตามหากันใหม่ หรือไม่สองคนนั้นก็อาจจะกลับมาก่อน"



"นะคะแม่ อย่าคิดมากเลยค่ะ" วาณิริณช่วยพูดอีกทาง "พรุ่งนี้วันเกิดณิชา เจ้าตัวไม่ยอมพลาดแน่นอน"



ต่างคนต่างพูดให้กำลังใจซึ่งกันและกันสักพักสุชาติก็พาลำเพยกลับขึ้นห้องพัก นาตยาเองก็ใช่ว่าจะอยู่เป็นสุขเสียที่ไหน...ตัวเองก็นึกเป็นห่วงลูกชายคนโตของเธอเช่นกัน แต่เพราะบรรยากาศข้างนอกนั้นไม่เอื้ออำนวยต่อการไปตามหาจึงกลับขึ้นห้องพักไปอีกคน



เวลาผ่านไปหลายชั่วโมง...วาณิริณยังคงเดินวนเวียนอยู่ที่บริเวณล็อบบี้ของโรงแรม ตอนนี้ใกล้เที่ยงคืนไปทุกทีก็ยิ่งคิดมาก... "เป็นห่วงน้องจังเลย ไหนจะพี่กรอีก...ลมเริ่มเบาแล้วเราออกไปตามหากันอีกสักรอบได้ไหมคะ?"



ภาคิณเดินมาจับไหล่ของภรรยาสาวเอาไว้ "พี่เข้าใจว่าณิริณเป็นห่วงสองคนนั้น เชื่อพี่สิว่าพวกเขาไม่เป็นอะไรหรอก อีกอย่าง...พี่กรไม่ปล่อยให้ริชาเป็นอะไรอยู่แล้ว"



ตากลมมองเขาด้วยความสงสัย "ทำไมพี่คิณมั่นใจขนาดนั้นล่ะคะ? ยังไงก็ช่าง...ถ้ายังไม่รู้ว่าอยู่ที่ไหนกันก็วางใจไม่ได้หรอกค่ะ"



ร่างสูงหัวเราะแล้วเปลี่ยนมาจับใบหน้าสวยเอาไว้ "ยังดูไม่ออกอีกหรอ หืม? ว่าสองคนนั้นเดี๋ยวนี้เขาไม่ได้ตีกันเพราะเกลียดขี้หน้าเหมือนแต่ก่อนแล้วนะ"



"สังเกตมาสักพักแล้วล่ะค่ะ" เธอถอนหายใจหนักหน่วง "แต่ณิชายังเด็กนะคะ หายไปสองคนแบบนี้ดูไม่ค่อยดีเท่าไหร่"



"อะไรจะเกิดมันก็ต้องเกิด เชื่อพี่สิว่าณิชาไม่เป็นอะไรแน่นอน" น้ำเสียงอบอุ่นและมั่นใจทำให้เธอรู้สึกโล่งในอกได้ในระดับหนึ่ง "ถ้ายังไม่ง่วง จะให้พี่ช่วยทำให้เพลียหรือเปล่า?"



"คนอะไรคิดแต่เรื่องแบบนั้นตลอดเลย" ทำสีหน้าไม่พอใจนิดๆ เมื่อเขาจะเข้ามาแนบชิดมากกว่าเดิมจึงรีบยกมือห้าเพราะตรงนี้ไม่ได้มีแค่สองคน "ไม่ ไม่ต้องค่ะ...ง่วงแล้วก็ได้"



"งั้นไปพักผ่อนได้แล้ว พรุ่งนี้จะได้ออกตามหาสองคนนั้นแต่เช้า" ภาคิณยิ้มก่อนที่เธอจะเดินนำออกไป ร่างสูงตามไปไม่ห่างและสายตาก็ได้เห็นบางคนที่อยู่ไม่ไกลจากที่นั่น 



การันต์กำลังจ้องมองมาที่ทั้งสองด้วยใบหน้ามุ่งร้าย เขาไม่สามารถเดาความคิดของอีกฝ่ายได้มากนักนอกจากเรื่องที่เขาได้รับรู้...หรือไม่ก็อาจจะเตรียมตัวมาเผชิญหน้ากันแล้ว ทีมตำรวจส่วนหนึ่งตอนนี้แฝงขึ้นไปอยู่บนเรือที่จะใช้จัดงานแล้วเรียบร้อยและส่วนหนึ่งแฝงอยู่ในโรงแรมเพื่อเตรียมจัดการภูชิตในวันพรุ่งนี้ตามแผนของเขา ทีมนี้ไม่เหมือนทีมก่อนๆที่เห็นผลประโยชน์ดีกว่าหน้าที่ ไม่มีทางที่การันต์และภูชิตจะรู้ตัวก่อนแน่นอน


ช่วงเช้ามืดของวันใหม่...


หลังจากที่พายุฝนสงบลงทั้งสองครอบครัวก็เริ่มออกตามหาภากรกับวาณิชาอีกครั้งโดยให้พ่อแม่ของพวกเขารอฟังข่าวที่โรงแรม คราวนี้ภูชิตดูกระตือรือร้นเป็นพิเศษและสั่งให้ลูกน้องของเขาออกค้นหาไปก่อนหน้าที่คนอื่นๆจะลงมาถึงเสียอีก


"ความจริงไม่น่าลำบากอาเลยนะครับ อากาศก็เย็นเดี๋ยวจะไม่สบายเปล่าๆ" ภาคิณพูดด้วยน้ำเสียงเรียบๆ ทำไมเขาจะไม่รู้สิ่งที่ภูชิตต้องการในเวลานี้


"เอาน่าๆ ช่วยกันจะได้เจอไวๆ ภากรอาก็เลี้ยงมาเลยเป็นห่วงอยู่ไม่น้อย" เป็นห่วงว่าจะยังมีชีวิตรอดอยู่ ภูชิตตั้งใจที่จะตามหาหลานชายคนโตให้เจอก่อนคนอื่นๆแล้วจัดการเสียให้สิ้นเรื่องสิ้นราวไปจะได้หมดเสี้ยนหนามไปอีกหนึ่ง แต่ดูเหมือนว่าภาคิณจะดูออกซะแล้ว "อีกอย่างน้องสาวหนูณิริณก็อยู่ด้วย อาเกรงว่าคนอื่นจะมองไม่ดี"


วาณิริณทำเพียงยิ้มบางๆ "ขอบคุณค่ะที่คุณอาเป็นห่วง เกรงใจจริงๆค่ะ" เธอเริ่มรู้สึกไม่ค่อยดีเพราะสายตาของภูชิตไม่ได้ดูเป็นห่วงเป็นใยอย่างเช่นคำพูดเลยแม้แต่น้อย วาณิริณสะกิดแขนสามีของเธอเบาๆ


ภาคิณหันมาเล็กน้อยก่อนจะมีความคิดดีๆเข้ามา "ถ้าแบบนั้นก็ให้คนของเราแยกกันหาเถอะครับน่าจะไวกว่านี้" ระหว่างนั้นก็กดโทรศัพท์ส่งข่าวบอกสารวัตรและทีมตำรวจที่กำลังตามมาด้านหลังเพราะเอะใจตั้งแต่อาของเขาอาสาออกตามหาภากรด้วยตัวเอง ไหนจะเรื่องที่เจอการันต์เมื่อคืนที่ผ่านมานี่อีก 


ภาคิณไม่มีความเชื่อใจมานานแล้ว....


"ก็ดีนะ...ไม่ไกลจากที่นี่มีหมู่บ้านชาวประมง คงอยู่ที่นั่นกันแน่ๆ" ท่าทางมั่นใจแสดงออกมาอย่างชัดเจน สองสามีภรรยาได้แต่มองคนที่กำลังเผลอแสดงธาตุแท้ออกมา "มีอะไรกันหรอ?"


"เปล่าค่ะ" วาณิริณแสร้งยิ้ม


"รีบไปกันเถอะครับอา" รอช้ามากกว่านี้ไม่ได้แล้ว ภาคิณได้แต่หวังว่าคนของเขาและทีมตำรวจจะเจอตัวภากรกับวาณิชาก่อนจะเกิดเรื่องไม่ดีขึ้น ชายหนุ่มหันไปหาวาณิริณแล้วจับมือเธอไว้แน่นเป็นการยืนยันว่าเธอสามารถมั่นใจในสิ่งที่เขาตัดสินใจอยู่ตอนนี้ "สองคนนั้นยังไงก็กลับมาแน่นอน" เสียงแผ่วเบาพูดย้ำอีกครั้ง


วาณิริณพยักหน้าแล้วถอนหายใจ ยามนี้ไม่มีอะไรสำคัญไปกว่าการตามหาคนหายทั้งสองคนให้เจอ แถมก่อนมาภาคิณก็ยังให้เธอสวมเสื้อเกราะกันกระสุนไว้ใต้เสื้อยืดตัวใหญ่สีดำที่กำลังสวมใส่อยู่ในตอนนี้อีกยิ่งทำให้เธอรู้สึกไม่สบายใจมากยิ่งขึ้น ส่วนภาคิณนั้นก็เป็นห่วงภรรยาของเขาและไม่อยากให้ตามออกมาเสียด้วยซ้ำ


แต่การที่มีเธออยู่ด้วยนั้นอาจจะทำให้ภูชิตตัดสินใจที่จะทำอะไรลำบากมากขึ้น การันต์คงจะกำชับมาอีกทีเพราะถ้าหากวาณิริณเป็นอะไรไปแม้แต่น้อย...อาของเขาต้องมีปัญหากับคู่ค้าคนสำคัญอย่างแน่นอน 


ด้านของต้นเหตุแห่งความวุ่นวาย...


ในกระท่อมริมทะเลที่เวลานี่พายุฝนได้สงบลงและบรรยาการก็เย็นจับใจ ผ้าห่มผืนบางไม่พอที่จะสามารถให้ความอบอุ่นแก่วาณิชาได้เธอจึงหันไปซบแผงอกของคนที่นอนอยู่ข้างๆ


"อือ..." เสียงงัวเงียดังขึ้นเมื่อภากรวาดแขนโอบกอดเธอ "งื้อ หนาวอ่ะ"


"ขี้อ้อนเป็นเหมือนกันนะเรา" ภากรยิ้มพร้อมกับยกมือขึ้นลูบหัวคนตัวเล็ก "ถ้าไม่ติดว่าเจ้าอารมณ์ไปนิดนะ น่ารักซะไม่มี" ตอนนี้คือช่วงเวลาที่ฟินสุดๆของภากรแล้วล่ะมั้ง 


ท้องฟ้าด้านนอกเริ่มสว่างขึ้นมาทีละนิด ภากรมองออกไปนอกหน้าต่างของกระท่อมก็ได้เห็นความสวยงามของธรรมชาติโดยรอบ เขาตัดสินใจลุกขึ้นจากที่นอนช้าๆเพราะไม่อยากจะรบกวนการนอนของวาณิชา ร่างสูงสวมเสื้อผ้าเรียบร้อยแล้วเดินออกไปด้วยความเงียบก็เห็นลุงเจ้าของกระท่อมกำลังแบกตะกร้าที่ด้านในมีแต่มะพร้าวลูกใหญ่เดินไปทางสะพานปลา


"ให้ผมช่วยนะครับ" ภากรเอ่ยปากแล้วรับตะกร้านั้นมาไว้ที่ตนเอง


"ขอบใจนะพ่อหนุ่ม" ลุงยิ้ม "แล้วเมียเอ็งยังไม่ตื่นเรอะ?"


"ปล่อยให้นอนไปเถอะครับ" ระหว่างทางทั้งาองก็เดินคุยเล่นไปเรื่อยๆ ภากรช่วยลุงเจ้าของกระท่อมนำมะพร้าวมาส่งยังเรือขนส่งสินค้าจนหมดก็แทบหมดแรงเลยทีเดียว เมื่อได้เงินแล้วคุณลุงก็แบ่งมาให้เขาส่วนหนึ่ง "ไม่ ไม่เป็นไรครัย แค่บลุงกับป้าให้อาศัยหลบฝนในกระท่อมก็มากพอแล้วครับ"


"เอ้อ! เอ็งนี่ดีเว้ยเห้ย แต่ลืมบอกไปว่าเหมือนจะมีคนมาตามหาเอ็งกับเมียด้วยล่ะ ในชุดสีดำน่ากลัวเชียว...ตรงเอวมีปืนด้วยนะ" ภากรเริ่มแปลกใจแต่ก็ยังไม่เอ่ยปากออกพูดอะไร "ข้าไม่ได้บอกว่าอยู่ที่ไหนกันหรอก กลัวเป็นคนร้ายเหมือนในหนัง"


พอมาคิดๆดูแล้วก็เริ่มสังหรณ์แปลกๆ "ผมขอยืมโทรศัพท์หน่อยได้ไหมครับ?"


ลุงพยักหน้าแล้วยื่นโทรศัพท์เก่าๆหน้าจอขาวดำส่งให้ ภากรรับมาแล้วรับโทรหาภาคิณทันทีว่าใช่คนของน้องชายหรือเปล่า


"ไอ้คิณ! ไอ้คิณ!! ได้ยินฉันไหม? แกส่งพวกเทวินทร์มาตามหาฉันใช่ไหม?"


"ใช่...อีกคนก็ส่งเหมือนกัน ตอนนี้กำลังเดินอยู่ริมหาดไปทางทิศใต้" ปลายสายทำเสียงเข้มพยายามบอกใบ้ว่านั่นไม่ใช่คนของเขายิ่งทำให้มั่นใจว่ากลุ่มคนพวกนั้นมีจุดประสงค์อะไร และเสียงของภูชิดก็ดังลอดเข้ามาในโทรศัพท์ 


"ลูกน้องอาบอกว่าเจอหนูณิชาแล้วล่ะ"


"เวรแล้ว !!" วางสายแล้วรีบส่งโทรศัพท์เครื่องนั้นคืนเจ้าของ "ขอบคุณมากครับลุง ผมรีบกลับกระท่อมก่อนนะครับ" ภากรพูดจบก็รีบวิ่งกลับไปยังกระท่อม ปล่อยให้คุณลุงยืนมองด้วยความประหลาดใจ 


ภากรใช้เวลาไม่นานก็วิ่งมาถึงกระท่อมหลังน้อยพร้อมกับความเหนื่อยหอบ "ณิ.. ณิชา!!" เปิดประตูเข้าไปเจอเพียงความว่างเปล่าทำเอาใจหลุ่นลงไปอยู่ที่ตาตุ่ม สองท้าวก้าวเดินไปทั่วบริเวณโดยรอบ "ณิชา!! ไปไหนมาหะ? ตามหาแทบแย่" สาวน้อยเดินถืออุปกรณ์อาบน้ำกลับมาถึงกระท่อมก็นิ่งไป เพราะอาการของภากรช่างดูร้อนรนเสียเหลือเกิน "ที่ถามนี่ไม่ได้ยินหรือไง?"


"ได้ยิน!! ไปแปรงฟันมา...ป้าเขาเอาอุปกรณ์มาให้ มีอะไรสงสัยอีกไหม..." มองตาเขาแล้วก็คว่ำปากนิดๆ "คะ?"


"รีบเปลี่ยนเสื้อผ้า เราจะกลับโรงแรมกันตอนนี้เลย"


"ทำไมล่ะ!? ฉัน เอ่อ ณิชายังไม่ได้ไปขอบคุณลุงกับป้าเลยนะ"


"เรื่องนั้นไว้ทีหลังเถอะ ตอนนี้....อื้อหือ ไม่ทันแล้ว" ทันทีที่เห็นผู้ชายสามคนสวมชุดสีดำทั้งตัวเดินมาจากบ้านทางฝั่งขวาเขาก็รีบดึงตัววาณิชามาหลบด้านหลังของเขาทันที 


ชายที่ยืนอยู่ตรงกลางยิ้มเหี้ยมๆ "สวัสดีครับตุณภากร ไม่เจอตั้งนาน...เปลี่ยนรสนิยมมาเป็นนักศึกษาแล้วหรอครับ?"


"พวกแกเป็นใคร...คนของอาภูชิต?" 


สามคนนั้นหัวออกมาอย่างบ้าคลั่ง วาณิชาเกาะชายเสื้อของเขาแน่นแล้วสังเกตสถานการณ์ตรงหน้า "ตอนนี้ก็ใช่ครับ แต่ก่อนหน้า...ผมชื่อ'กำธร'อยู่ฝ่ายขายและถูกไล่ออกข้อหายักยอกทรัพย์ ลำบากมากเลยนะครับ...ดีที่คุณภูชิตช่วยหางานใหม่ให้ก็เป็นแบบเห็นอยู่ เห้ย!!! ไปเอาตัวนังเด็กนั่นมา นายบอกว่าฆ่าไอ้ภากรได้คืนนี้ไปต้องไปหาซื้อที่ซ่องไหนแล้วเว้ย"


กรี๊ดดด


ตุบ ! ตับ! ผัวะๆ!!

ปัง!! ปัง!!


ภากรจับมือวาณิชาวิ่งออกมาตามริมชายหาดโดยมีผู้ร้ายทั้งสามตามมาติดๆ หนึ่งในนั้นใช้ปืนยิงขู่หลายนัดและเฉียดเข้าที่แขนขวาของภากร วาณิชาหันไปด้านหลังแล้วขว้างสบู่ก้อนลงหัวอีกฝ่ายด้วยความแรงและแม่นยำ


"ภา...พี่กรไหวไหม?" เธอถามระหว่างที่พากันมาหลบอยู่ที่โขดหินใหญ่ใกล้ป่าชายเลน


ภากรยิ้ม "แค่นี้เอง เรารีบไปจากตรงนี้ก่อน พวกไอ้คิณคงอยู่ไม่ไกล"


วาณิชารับคำแล้วพยุงร่างของภากรไปตรงต้นไม้ใหญ่ แต่ก็ไม่รอดพ้นสายตาของตัวร้ายทั้งสามได้เลย ด้วยความที่เสียเปรียบกว่าเยอะสาวน้อยถูกชายร่างบึกบึนล็อคตัวเอาไว้แม้จะดิ้นเท่าไหร่ก็ไม่สามารถหบุดออกจากพันธนาการนั้นได้...ในขณะที่ภากรถูกซ้อมจนกระอักเลือด กำธรชักปืนออกมาอีกครั้ง


ตุบ! ตับ! ผลัก!!


แฮ่กๆ "อัก!! อยากทำอะไรฉัน...ก็เชิญ...ปล่อยผู้หญิงคนนั้นไป อึก เธอไม่เกี่ยว"


"ฮ่าๆ ผมไม่ใช่คนดีแบบนั้นหรอกนะ ลาก่อนนะครับ อดีตเจ้านาย"


ปัง !!!


กรี๊ดดด


อ๊ากกกก 


กำธรทรุดตัวลงกุมมือขวาที่ชุ่มไปด้วยเลือด รอบด้านมีกลุ่มชายห้าคนเดินออกมาจากหลังต้นไม้รอบด้าน "หยุด!! พวกเราคือเจ้าหน้าที่ตำรวจ วางอาวุธและปล่อยผู้หญิงซะ! ยอมมอบตัวแต่โดยดีหากฝ่าฝืนเจ้าหน้าที่คงต้องวิสามัญ" 


"สะ สารวัตร?" ภากรมองหน้าคนที่มาช่วยเหลือก่อนจะฟุบหมดสติไป


วาณิชาที่เป็นอิสระแล้วก็หันไปเตะเข้าที่กลางระหว่างขาของชายร่างกำยำด้านหลังด้วยความโกรธ แรงเตะจากเรียวขาเล็กสร้างความปวดร้าวเพราะความเป็นชายถูกกระทบกระเทือนอย่างหนัก เจ้าของร่างจุกจนล้มลงนอนตัวงอ "นี่สำหรับที่แกคิดจะย่ำยีศักดิ์ศรีของฉัน แกก็อีกคน...ยักยอกเงินเขาแล้วเขาจะเก็บไว้ให้บริษัทเจ๊งหรือไง แค้นอะไรไม่ดูเลยว่าตัวเองต่างหากที่ผิด ทุเรศ!!"  พูดจบก็รีบวิ่งไปหาภากรที่นอนหมดสติอยู่ตรงหน้า น้ำตาของสาวน้อยค่อยๆเอ่อล้นออกมา "ฮึก อย่าตายนะ ณิชายังไม่ได้อ้อนของขวัญวันเกิดเลย...ถ้าตายณิชาจะใส่ชุดบิกินี่เดินรอบภูเก็ตจริงๆด้วย ฮือๆ เอาให้ผู้ชายคนอื่นจ้องตาไม่กระพริบ แจกเบอร์ อึก แจกไลน์ จะทำทุกอย่างที่พี่กรห้ามให้หมด ฮืออ"


#####


สารวัตรณัฐเศรษฐ์ส่งข้อความกลับไปหาภาคิณอีกครั้งและสั่งให้ลูกน้องจัดการใส่กุญแจมือผู้ต้องหาทั้งสามไว้เพื่อรอให้พวกภาคิณมาถึง เขามองไปที่ภากรที่ยังคงแน่นิ่งก็ถอนหายใจ


วาณิชาร้องไห้ก่อนจะเงยขึ้นมา "พี่ ฮึก พี่เป็นตำรวจจริงๆใช่ไหม? ฮืออ พาเขาไปโรงพยาบาลหน่อยสิ" 


"ไม่ต้องหรอก จับถ่วงลงทะเลไปเดี๋ยวก็หายเอง" เขาย่อตัวลงแล้วสะกิดภากรเบาๆ "ดีไหมครับ? รุ่นพี่ ไม่เจอตั้งนานยังแสดงเก่งเหมือนเดิมเลยนะครับ"


คนแกล้งสลบและซบอยู่ที่หน้าอกนิ่มค่อยๆลืมตาขึ้นมามองผู้ที่สะกิดเขาเมื่อสักครู่ "มึงนี่มันมารความฟินของกูเหมือนไอ้คิณเลยว่ะ..ไอ้แชมป์" สูดปากด้วยความเจ็บแสบเล็กน้อย วาณิชาหยุดสะอื้นมองสองคนนั้นสลับกันไปมา "รู้ได้ไงวะว่ากูอยู่ตรงนี้"


"ฟังทิศทางของเสียงปืนเอาสิครับ" คนตอบยิ้มชอบใจ


"ทำไม...?" เสียงใสปนสะอื้นนิดๆพูดแทรกขึ้น "ก็...ก็เมื่อกี้พี่กรถูกยิงแล้วก็โดนซ้อมจนกระอักเลือดด้วย แล้วทำไมตอนนี้เหมือนไม่เป็นอะไรเลยล่ะ?"


"โดนคนแก่หลอกแล้วล่ะสาวน้อย นี่น่ะอดีตเกือบได้เป็นหน่วยรบพอเศษเชียวนะแต่ดันถอนตัวซะก่อน" สารวัตรหนุ่มยิ้ม "ใครที่ไหนจะทำอันตรายคุณภากรได้ล่ะ หลบลูกกระสุนเก่งจะตายไปไม่งั้นคงตายไปตั้งแต่สามปีก่อนแล้ว ส่วนที่แขนเนี่ยก็แค่เฉียดๆเท่านั้นเองถือว่าเสียชื่ออย่างแรงนะครับ แล้วเลือดในปากก็แค่ปากแตกเฉยๆ"


วาณิชาเริ่มหายหายใจฟึดฟัดเพราะตอนนี้รู้แบ้วว่าเขาหลอกแต๊ะอั๋งเธอ มือเล็กกระชากคอเสื้อภากรเข้ามาใกล้เต็มแรง "กล้าหลอกกันแบบนี้เลยหรอ? รู้ไหมว่าเมื่อกี้รู้สึกยังไง? เล่นกับความรู้สึกคนอื่นมันสนุกมากใช่ไหมหะ?"


"เบ...เบบี๋จ๋าใจเย็นๆก่อน ถ้าไม่ทำแบบนี้พวกมันได้หันไปเจอตำรวจก่อนแน่นอนแล้วเราจะไม่รอดเอานะ" ภากรพูดบอกด้วยเหตุผลข้างๆคูๆ แต่ก็ทำให้วาณิชาได้หยุดคิดเล็กน้อย "ตอนนี้ก็ปลอดภัยแล้วนะ ปล่อยคอเสื้อพี่ก่อน"


"อะ...ใช่ครับน้อง ตอนนี้เราต้องมาเล่นละครบทใหม่กันอยู่นะ" สารวัตรณัฐเศรษฐ์พยายามห้ามทัพ "พี่ภากรต้องแกล้งตายอีกสักพัก ระหว่างนี้พวกผมจะเอาไอ้สามตัวไปซ่อนก่อน รอจนกว่าคุณภาคิณกับนายภูชิตมาถึง...ถึงเวลานั้นคงรู้ใช่ไหมครับว่าต้องทำอะไร สาวน้อยก็ต้องร่วมด้วยนะ"


ภากรพยักหน้าเข้าใจจากนั้นสารวัตรหนุ่มก็ใช้ปืนยิงขึ้นฟ้าสามนัดเพื่อให้สัญญาณคนที่กำลังตามมา ไม่นานนักละครฉากใหญ่ได้เริ่มขึ้นอีกครั้งเมื่อทุกคนที่ออกตามหาเขามารวมกันตรงที่เป็นต้นกำเนิดของเสียงปืน


"ณิชา!" 


"พี่ณิริณ ฮึก!" วาณิริณมองเห็นร่างน้องสาวก็รีบวิ่งเข้าไปหาแล้วสวมกอดเธอเอาไว้ สาวน้อยทำเสียงสะอื้นทำให้ผู้ร้ายตัวจริงในนั้นตายใจและเชื่อตามสิ่งที่เห็น ส่วนภากรเองก็นอนนิ่งสนิทในสภาพร่างกายที่เต็มไปด้วยเลือด... ภูชิตเห็นหลานชายคนโตเป็นเช่นนั้นก็ยิ้มภูมิใจว่าสิ่งที่เขาต้องการเริ่มสมหวังไปอีกขั้นแล้ว


ภาคิณแตะตัวพี่ชายเบาๆ เพื่อบอกให้รู้ว่าตอนนี้ทุกคนอยู่ที่นี่แล้วก่อนจะหันไปสั่งเทวินทร์ "พาไปโรงพยาบาลก่อนเถอะ" 


"ครับ" ระหว่างที่เทวินทร์กับลูกน้องอีกสองคนกำลังจะเข้าไปช่วยกันนำร่างของภากรไปจากที่นี่


ภูชิตและลูกน้องส่วนหนึ่งที่ยังเหลือก็เดินมาล้อมสองสาวพี่น้องเอาไว้ นี่เป็นโอกาสดีที่เขาจะได้กำจัดเสี้ยนหนามทั้วหมดออกไปให้ทางเสียที ชายวัยกลางคนยกปืนขึ้นจ่อหัววาณิริณพร้อมหัวเราะเหี้ยมๆออกมา หญิงสาวกอดวาณิชาเอาไว้และพยายามสงบจิตใจให้นิ่งที่สุด "โทษทีนะหลานชาย วันนี้อาคงปล่อยให้กลับไปกันไม่ได้แล้วล่ะ"


ภาคิณจ้องด้วยสายตาที่นิ่งเฉย "อาจะทำอะไรหรอครับ?"


"อารู้ว่าหลานรักเมียมาก ก็ไม่ได้อยากจะทำแบบนี้หรอกนะแค่เซ็นยกหุ้นทั้งหมดให้อา รับรองว่าหนูณิริณกับน้องสาวเธอจะปลอดภัยทันที" ทุกอย่างเตรียมพร้อมมาไว้หมดแล้ว เอกสารการโอนหุ้นที่ภูชิตร่างไว้ใส่ในซองสีน้ำตาลถูกส่งไปให้หลานชายคนเล็ก ภาคิณเปิดออกมาอ่านแล้วฉีกทิ้งต่อหน้าต่อตา "ไอ้ภาคิณ!!! เมียแกหรือแม่แกจะตายตามพี่แกไปก็ไม่ใว่ใจเลยใช่ไหม?"


"ดูอามั่นใจจังเลยนะครับว่าผมต้องตายจริงๆ" ภากรค่อยๆหยัดกายลุกขึ้นมานั่ง เขายิ้มเยอะเย้ยผู้เป็นอาที่ยืนอึ้งอยู่ตรงหน้า "ฆ่าพ่อทั้งๆที่พ่อก็ให้อาได้ทุกอย่าง จิตใจอาทำด้วยอะไรครับ?"



ปัง! ปัง! ปัง!!!


ภูชิตยิงปืนขึ้ฟ้าหลายนัดระบายความอัดอั้นตันใจ "ทุกอย่างหรอ!!? ถ้าให้จริงทุกอย่างต้องเป็นของฉันเว้ยไม่ใช่แกสองคน ไอ้มารหัวขน!!" พูดไปก็ยิ่งเจ็บใจ ทั้งๆที่เขาเองก็ลงแรงช่วยเหลือมาตั้งแต่ต้นสุดท้ายก็แทบไม่ได้อะไรกลับมาเลย "ใช่! ฉันสั่งฆ่าพ่อแกสองคนก็จริง แต่ไม่ใช่แค่ฉันคนเดียวหรอกนะ...ใครๆก็อยากให้พ่อแกตายทั้งนั้น ฮะ ฮ่าๆ" ปลายกระบอกปืนค่อยๆลูบไล้ไปทั่วใบหน้าของวาณิริณ หญิงสาวใจสั่นระทึกหันไปมองสามีของเธอในขณะที่ตัวเองยังสวมกอดวาณิชาเอาไว้ "หนูณิริณนี่สวยนะ แต่เสียดายที่อายุน่าจะสั้นไปนิดนึง อาไม่สนว่าไอ้การันต์มันต้องการตัวหนูไว้ไปขายที่ไหน...แต่ที่รู้ๆ ถ้าหนูเป็นอะไรตอนนี้หลานชายอามันต้องอกแตกตายแน่ๆ ฮ่าๆ ฮ่าๆ"


"ณิริณเป็นแค่สะใภ้อยากจะทำอะไรก็เชิญค่ะ ขนาดพี่ชายแท้ๆ คุณอายังฆ่าได้ลงคอเลยนี่คะ" ตอนนี้เธอเห็นสิ่งที่สามีของเธอตั้งใจจะให้เกิดขึ้นแล้ว วาณิริณต้องทำทุกทางให้ภูชิตสารภาพออกมาให้หมดในครั้งนี้เท่านั้น "คุณอาเองก็โกงบริษัทไปตั้งเยอะคุณพ่อก็ไม่ได้ถือโทษอะไร ยังไม่พอใจอีกหรอคะ?"


ภูชิตเหยียดยิ้มแล้วใช้สันปืนตบที่ใบหน้าของเธอจนมุมปากมีเลือดซึมออกมา ภาคิณโกรธจนตัวสั่นหมายจะเดินเข้าไปเอาเรื่องแต่เทวินทร์ก็ยกมือขวางเอาไว้ "รู้ดีจริงๆเลยนะ สมกับที่หลานอามันหลงหนูจนโงหัวไม่ขึ้น ไอ้พี่โง่นั่นน่ะมันยังไม่รู้อะไรอีกเยอะ อาจะบอกหนูให้ก็ได้นะ...ว่าเงินที่หาย ของปลอมที่ปะปนไปกับเรือขนส่งน่ะอาเป็นคนทำเองทุกอย่าว ส่วนเครื่องดักฟังที่เอาไปติดไว้ในห้องทำงานของอาน่ะ...จัดการทำลายมันทิ้งไปหมดแล้ว ไม่เหลือหลักฐานอะไรที่เอาผิดได้อีก"


"แต่โทษทีนะครับอา ของผมมันบันทึกออนไลน์...ก่อนหน้าที่อาจะเจอผมได้หลักฐานมากพอที่จะจับอาส่งตำรวจได้สบายๆ" ภากรตะโกนบอกไปอีกครั้ง "อาฉลาดนะครับ แต่ก็ไม่ทันพวกผมอยู่ดี"


เจ้าหน้าที่ตำรวจที่ซ่อนอยู่ได้แสดงตัวจอจับกุมภูชิตเมื่อถึงเวลาที่เหมาะสม สองสาวพี่น้องหยิบทรายขึ้นมาเต็มสองกำมือแล้วขว้างใส่กลุ่มคนร้ายที่อยู่ล้อมรอบแล้วผลักคนพวกนั้นให้ออกห่างจากตัวของพวกเธอและพากันวิ่งหนีออกมาให้เร็วที่สุด ภาคิณวิ่งเข้ามาใช้เท้าถีบเข้าที่เอวของภูชิตก่อนจะคว้าตัวภรรยาเข้ามาไว้แนบกายใช้แผ่นหลังคุ้มกันโดยมีเทวินทร์และลูกน้องอีกสามคนคอยยิงสะกัดให้ ส่วนภากรเองก็ใช้ตัวของเขาป้องกันอันตรายให้กับยัยตัวแสบอย่างสุดกำลังเช่นกัน


"ไอ้หลานสารเลว!! มึง!!"


ปัง!!!


กรี๊ดดด


อ้ากกกก!!!!


ภาคิณแย่งปืนมาจากเทวินทร์แล้วยิงเข้าที่ขาขวาของภูชิตด้วยความเร็วที่เหนือกว่า ชายวัยกลางคนร้องเสียงหลงเอามือกุมเขาที่มีเลือดไหลออกเป็นทาง แววตาจ้องมองคล้ายกับรู้ว่าครั้งนี้คงไม่รอดที่จะต้องเข้าไปอยู่ในคุกเป็นแน่ ทีมตำรวจเข้ารวบตัวแล้วประสานกับตำรวจท้องที่เพื่อนำตัวกลับฝากขังชั่วคราวก่อนที่ทางกรุงเทพจะมารับเข้าเรือนจำในเย็นวันนี้


เหตุการณ์ทุกอย่างสงบลง ทุกคนมองร่างของคนร้ายที่ถูกใส่กุญแจมือทยอยขึ้นรถไป ภูชิตที่ได้รับบาดเจ็บนั้น...สารวัตรณัฐเศรษฐ์ให้ส่งตัวไปรักษายังโรงพยาบาลโดยมีนายตำรวจฝีมือดีคอยคุ้มกันอย่างหนาแน่นเพื่อไม่ให้หลยหนี 


"แล้วจะอธิบายกับแม่ยังไงดีวะ?" ภากรกระซิบถามน้องชายเบาๆ


"คงต้องบอกไปตามความจริง แม่คงทำใจรับฟังได้ไม่ยาก" แม้จะจับคนที่สั่งสังหารพ่อเขาได้แต่ในใจก็รู้สึกเศร้าอยู่ไม่น้อยเพราะภูชิตเองก็เคยเลี้ยงดูเขามาเช่นกัน วาณิริณกุมมือเขาเอาไว้ด้วยรอยยิ้มอ่อนหวานและเชื่อว่าสังวันเขาจะต้องผ่านความลำบากใจนี้ไปได้


ส่วนอีกคู่ !!!


"มานี่เลย !!!"


โอ้ยย !!


ร่างสูงของภากรไหวเอนไปตามแรงดึงที่หูข้างขวา วาณิชายังคงขุ่นเคืองเรื่องที่เขาหลอกนอนซบหน้าอกเธอไม่หายแถมยังทำให้เธอใจคอไม่อยู่กับเนื้อกับตัวเพราะเขาแกล้งทำราวกับว่าจะตายไปจริงๆเสียนี่ 


แม้จะไม่ตายด้วยกระสุนปืนของคนร้าย แต่คงต้องตายด้วยแรงตบของสาวน้อยตัวแสบนี่แหละ

______100%_______


ที่มาช้าเพราะไรท์ไปส่งเรื่องฝึกงานที่เชียงใหม่มาค่าาา กลับมาแล้วอัพรัวๆ


เจอกันตอนต่อไปนะคะะะะ




แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น