สามกันยา

ขอบคุณที่รักกัน ❤

ชื่อตอน : บทส่งท้าย

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย อีโรติก

คนเข้าชมทั้งหมด : 7.9k

ความคิดเห็น : 59

ปรับปรุงล่าสุด : 26 มิ.ย. 2560 17:59 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 800
× 0
× 0
แชร์ :
บทส่งท้าย
แบบอักษร


บทเพลงลูกทุ่งขวัญใจผู้ใช้แรงงานที่ดังออกมาจากลำโพงขนาดใหญ่ซึ่งตั้งอยู่ข้างสนามฟุตบอลภายในรั้วโรงเรียนโนนยางนาช่วยสร้างบรรยากาศความรักความอบอุ่นให้เกิดแก่หัวใจของยางนาหนุ่มสาวที่นานทีปีหนจะมีโอกาสได้กลับมาแนบเนาถิ่นกำเนิด

ในช่วงชีวิตที่หนุ่มสาวมีพลังสร้างสรรค์ ความยากจนกลับทำให้บางคนก็ต้องระเห็จไปขายแรงงานในเมืองกรุง บางคนก็ขึ้นเหนือหรือลงใต้ตามแต่ลมแห่งโชคจะพัดพา หรือที่ไกลหน่อยก็โน่นเลย...ต่างประเทศ

ดังนั้นแล้ว การได้กลับมานั่งล้อมวงดื่มกินร่วมกันกับพวกพ้องที่บ้านเกิดจึงเป็นสิ่งที่วิเศษที่สุดที่เหล่าผู้ใช้แรงงานบ้านนาพอจะทำได้

ขณะนี้เป็นเวลาใกล้ค่ำ เมื่อแดดร่มลมตก ผู้คนที่ว่างจากงานรับผิดชอบภายในซุ้มที่วัดต่างก็ทยอยมาที่สนามโรงเรียนซึ่งอยู่ตรงข้ามกัน วันนี้มีบอลกระชับมิตรระหว่างทีมผ้าป่าสามัคคีกับทีมพ่อบ้าน แว่วว่าตอนเย็นจะมีมวยของเศรษฐีใหม่เสียด้วย งานบุญปีนี้เห็นทีจะมัน !

ใต้ร่มราชพฤกษ์ข้างสนามฟุตบอลฝั่งอาคารเรียน มีชายรูปร่างสูงค่อนไปทางอวบนั่งอยู่บนเก้าอี้พลาสติก สีผิวสว่างกระจ่างใสของเขาตัดกับสีของแว่นกันแดดที่สวมอำพรางสายตาได้เป็นอย่างดี ปากหยักสีชาดเองก็ไม่น้อยหน้า ร่วมวงตัดกันไปมาเสียจนไม่น่าเชื่อว่าคนหล่อขนาดนี้จะเป็นชาวบ้านทุ่งไปได้

ความโดดเด่นของสันจมูกที่โผล่พ้นเลนส์แว่นทำให้สาวน้อยสาวใหญ่ที่เดินผ่านไปมาต้องหันมอง แต่เมื่อสังเกตให้ดีจะเห็นพยานรักตัวน้อยนอนลืมตาแป๋วมองผู้เป็นพ่ออยู่ในอ้อมแขนแกร่ง บอกเป็นนัยว่าเขาไม่โสดแล้ว

“หืม หิวนมแล้วเหรอลูก” ดำเกิงที่นั่งมองไปยังอีกฟากของสนามซึ่งเป็นเขตของทีมผ้าป่าที่โทนเป็นเจ้าภาพทำเสื้อแจกหันกลับมาสนใจลูกชายที่ส่งเสียงอ้อแอ้อยู่ในอ้อมกอด พ่อลูกอ่อนถามเพียงเท่านั้นก็เอื้อมมือไปเปิดตะกร้าที่หิ้วมาจากบ้าน ควานมือผ่านพับผ้าอ้อมเพื่อหาขวดนมที่ภรรยาปั๊มใส่ขวดไว้ให้

“อา เจอแล้ว นี่ไงนมของหนู นมของข้าวหลามคนดี” ใช้หัวแม่มือดันฝาปิดทิ้งลงใสตะกร้าแล้วป้อนจุกนมใส่ปากน้อย

คุณพ่อลูกอ่อนเอนหลังพิงพนัก ยกขาขึ้นไขว่ห้าง ทอดสายตามองปากน้อยดูดจุกนมจ๊วบ ๆ คนขี้เล่นพยายามไม่หยอกลูกน้อยเพราะกลัวแกจะหลุดหัวเราะจนสำลักนม อา เขาเพิ่งเข้าใจความรักของพ่อกับแม่ก็ตอนนี้เอง มันมากมายจนระวังไปเสียทุกอย่างเลย

ในวันที่เด็กชายขวัญสกุลถือกำเนิด ใคร ๆ ต่างก็บอกว่าจะรอดูวันที่ไอ้ดำเกิงโดนลูกชายขี่คอ หมายถึงว่าจะรอดูวันที่เขาถูกกรรมตามสนอง เพราะที่ผ่านมาเขาเคยดื้อด้านกับพ่อแม่เอาไว้มาก ซึ่งคุณพ่อลูกอ่อนก็คิดอย่างนั้นเหมือนกัน ลูกคงจะเดินตามรอยเขา...ตามรอยบรรพบุรุษเป็นแน่ ก็ดูแกทำสิ พาแม่ตื่นมาปวดท้องตอนห้าทุ่ม ต้องหอบกันไปโรงพยาบาลทั้งกลางดึก แล้วกว่าจะคลอดก็ลากยาวไปถึงบ่ายของวันใหม่ เรียกได้ว่าเอาเรื่องมาตั้งแต่ตอนคลอดเลยทีเดียว

แต่ไม่เป็นไรหรอก ไม่ว่าลูกจะโตมาเป็นแบบไหน เจ้าตัวเล็กก็เป็นขวัญสกุลของเขาเสมอ

ดวงตาคมยังคงจับจ้องที่ลูกชายซึ่งดูดจุกนม พิจารณาใบหน้าเล็กจิ๋วแล้วพบว่าสันจมูกที่เห็นว่าโด่งในตอนแรกเกิด บัดนี้ถูกแก้มท่วมไปกว่าครึ่ง ปากน้อยก็จิ้มลิ้ม ดูคล้ายลูกอ๊อดชอบกล อะไรกัน ลูกชายของเราเป็นตัวฮวกอย่างที่ลุงโทนพูดไว้จริง ๆ รึนี่ แต่เอาเถอะ อย่างน้อยก็ยังผมดก หัวไม่โล้นเหมือนลุงโทน 

อุ๊บ เผลอนินทาพี่เมียอีกแล้วสิเรา

ดำเกิงมองซ้ายมองขวาราวกับกลัวว่าใครจะมาได้ยินความคิดของตน อันที่จริงโทนก็ไม่ได้หัวโล้นหรอก แค่บ่นว่าผมร่วงมากไปหน่อยก็เท่านั้น ไม่มากมาย แต่ก็ทำให้เสียความมั่นใจไปได้เหมือนกัน

‘ผมร่วงมันเป็นเรื่องธรรมดาของผู้ชายโว้ย’ โทนเถียงข้าง ๆ คู ๆ ยามที่เขาเสยผมเมื่อเดินผ่าน ก็แค่หยอกเล่นขำ ๆ ไม่คิดเลยว่าลุงโทนจะคิดมาก นี่ไม่รู้หรือไรว่ายิ่งเครียดผมก็จะยิ่งร่วง

‘ก็ไม่ได้ว่าอะไรครับพี่’ ผู้เป็นน้องเขยตอบอย่างใสซื่อ แต่มิวายโดนกระหน่ำกลับมาว่าอ้วน !

ใจร้าย พูดแล้วน้ำตาจะไหล แค่ปล่อยตัวกินตามเมียตอนแพ้ท้อง ไม่คิดว่าน้ำหนักจะติดหนึบอยู่อย่างนั้นจนทำให้คนหล่อกลายเป็นคนอวบไปได้ ก็แค่อวบ ๆ เท่านั้น ไม่ใช่อ้วนสักหน่อย ลุงโทนก็พูดเกินไป

เมื่อลูกชายดื่มนมอิ่มก็คายขวดออก ผู้เป็นพ่อหยิบขวดโยนใส่ตะกร้าแล้วคว้าผ้าอ้อมที่พาดไหล่มาเช็ดปากน้อยอย่างระวังมือ รีบกินรีบโตนะลูก ไม่อย่างนั้นลูกลุงโทนที่อยู่ในท้องคำแพงจะตามทัน หึหึ ได้ข่าวว่าเป็นผู้ชายซะด้วย ตามมาเถอะ ตามมาให้ทัน เดี๋ยวพอขมิ้นแข็งแรงดีเมื่อไหร่ เขาจะเดินหน้าปั๊มคนที่สองทันที วัดกันไปเลยว่าน้ำยาใครจะดีกว่ากัน

“เอ้า แดดร่มลมตกแล้วเน้อพี่น้อง นักกีฬาทั้งสองทีมส่งรายชื่อมาแล้ว อีกจั๊กหน่อยก็มารายงานตัวเน้อ จะได้ลงสนามกัน” เสียงโฆษกประกาศเรียกตัวนักกีฬาทำให้ดำเกิงที่รอเสื้อจากแสนหันมองไปยังทางเข้าของโรงเรียน 

เขาผิดเองที่ลืมหยิบเสื้อมาด้วย แต่ว่าเจ้าลูกน้อยก็หายไปตั้งนานแล้วนะ ดูซิ พวกทีมผ้าป่าเดินไปกองอำนวยการกันแล้วด้วย แล้วดูทีมพ่อบ้านของเขา...ยังไม่พร้อมเลย นี่มันนับว่าเป็นการเสียฤกษ์ชัด ๆ

“มาแล้ว ๆ” เป็นเสียงขมิ้นที่ร้องดังมาจากถนนด้านหลัง เมื่อหันไปดูก็พบว่าเธอลงมาจากจักรยานยนต์แบบออโตเมติกที่เขาเพิ่งซื้อแทนคันเดิมที่เทพเอาไปแต่งจนพัง

คุณแม่ลูกอ่อนเดินถือเสื้อที่สามีลืมไว้ที่บ้านนำมาส่งให้แล้วรับลูกชายตัวอ้วนไปอุ้ม

ดำเกิงหยิบเสื้อเตรียมเปลี่ยนโดยไม่ลืมที่จะยีผมสลวยแทนคำขอบคุณ แม้เมียจะบอกว่าหุ่นแบบนี้ไม่เหมาะที่จะไปวิ่งล่อเป้า แต่ด้วยศักดิ์ศรีของนักฟุตบอลมือหนึ่ง เขาจำเป็นต้องลงแข่งเพื่อชุมชน

อา ถอดเสื้อปุ๊บก็เจอพุงปั๊บ อ๊ะ อย่าทำเป็นเล่นไป รีบหันหลบเร็วเข้า อย่าให้ลุงโทนเห็นเชียว ไม่อย่างนั้นโดนล้อยันลูกบวชแน่

เมื่อเปลี่ยนมาสวมเสื้อขาวแถบน้ำเงินสกรีนเลขหก ซึ่งมีคำว่าทีมพ่อบ้านหราอยู่ด้านบนตัวเลข คุณพ่อลูกอ่อนก็หันมาหอมแก้มลูกชายฟอดใหญ่เป็นการขอกำลังใจ ส่วนเมียเอาไว้หอมที่บ้าน จะมาประเจิดประเจ้อไม่ได้ มันดูไม่งาม

ด้านโทนที่ยืนเรียงแถวรอการปล่อยตัวก็เหลือบตามองน้องเขยที่กำลังวิ่งมาเข้าแถวอย่างเคืองตา จะอ้วนไปไหน อายุเพิ่งจะสามสิบก็ปล่อยตัวเสียแล้ว จะวางมาดเป็นเสี่ยร้านขายวัสดุล่ะสิท่า ระวังเถอะ จะสกัดขาให้ล้มกลิ้งเป็นลูกขนุนไปเลย

แววตาเย้ยหยันรูปร่างน้องเขยของเจ้าของร้านขายอุปกรณ์ทางการเกษตรที่เปิดใหม่ในชุมชนอยู่ในสายตาของดำเกิงเสมอมา ดังนั้นเขาจึงไม่ลืมที่จะเสยผมดกดำของตนยามที่เดินผ่านโทน เรียกได้ว่าเป็นการเอาคืนกันอย่างสาสมเลยทีเดียว

เห็นดังนั้น โทนอดไม่ได้ที่จะตวัดขาเตะตามหลัง แต่ทว่าลูกทีมของเขากลับรั้งตัวเอาไว้ทัน

“เซา ๆ อย่าฟ่าวตีกันบักหำน้อย ลงไปเตะบอลกันดีกว่า เอ้า ฟังประธานเปิดงานเน้อ...” เสียงของโฆษกห้ามทัพ ก่อนจะส่งไมโครโฟนให้แก่กำนันตุ้ยได้กล่าวต่อไป

แต่ใครล่ะจะสน ดำเกิงที่เข้าไปรวมในแถวก็หันมาแลบลิ้นใส่ลุง ผู้เป็นลุงก็ถลึงตาตอบ เรียกได้ว่าไม่มีใครยอมใครเลยสักน้อย

สนุกล่ะงานนี้ !


เหมือนเช่นทุกปี เมื่อการแข่งขันฟุตบอลกระชับมิตรจบลง ผู้คนต่างก็แยกย้ายกันกลับบ้านเพื่ออาบน้ำอาบท่าเตรียมตัวกลับไปเที่ยวงานที่วัดกันต่อ บ้างก็จับจองที่นั่งหน้าเวทีหมอลำ บ้างก็ไปปูเสื่อที่หน้าจอหนัง ส่วนซุ้มกิจกรรมของส่วนกลางที่มีตั้งแต่ซุ้มขายอาหาร ตักสลาก ไปจนถึงรำวงก็ครึกครื้นเฮฮาเช่นทุกปี โดยถัดไปอีกฟากหนึ่งนั้นเป็นโซนที่กันส่วนเอาไว้สำหรับพ่อค้าเร่ที่นำสินค้ามาวางจำหน่าย เมื่อประธานในพิธีกล่าวเปิดงาน คณะหมอลำและทีมหนังกลางแปลงก็เริ่มเปิดโรงแสดง ลูกเล็กเด็กแดงที่เพิ่งขอเงินจากผู้ปกครองไปซื้อขนมต่างก็วิ่งวุ่นกันทั่วงาน

ที่ซุ้มขายแมลงทอดมีสักกับบุญตาและชาวบ้านคนอื่น ๆ ช่วยกันป่าวร้องโฆษณาสินค้า ถัดไปหน่อยก็เป็นปลัดมะขวิดที่ได้ชื่อว่าเป็นว่าที่เขยบ้านโนนยางนากำลังนั่งโซ้ยก๋วยเตี๋ยวอยู่กับเพียว ลูกสาวเจ๊กอู่ร้านขายกาแฟ ไม่มีใครรู้ว่าทั้งคู่ไปลงเอยกันอีท่าไหน จนกระทั่งผู้เป็นบิดาของฝ่ายหญิงบอกกล่าวญาติพี่น้องให้ไปรวมตัวกันที่บ้านตอนที่พ่อแม่ฝ่ายชายมาสู่ขอโน่นแหละ เรื่องถึงแดงขึ้นมา

ในความรู้สึกของคนทั่วไป บรรยากาศของงานวัดปีนี้คงไม่ต่างอะไรกับเมื่อสามปีก่อน แต่สำหรับคนที่มีจุดพลิกผันในชีวิตตรงกับวันนี้กลับรู้สึกว่ามันช่างพิเศษเหลือเกิน ในปีนี้ ที่ซุ้มสาวน้อยตกน้ำไม่มีแล้วคนที่ไปปาสาวน้อยอย่างบ้าระห่ำ มีเพียงพ่อลูกอ่อนที่เดินอุ้มลูกพร้อมกับจูงแขนภรรยาเดินไปยังสังเวียนมวยซึ่งอยู่ข้างอุโบสถของวัด

ด้านคู่ชกอีกฝ่าย ที่คราวก่อนไม่มีโอกาสได้เที่ยวงานเพราะมัวแต่หนีความผิดก็กำลังเตรียมตัวสำหรับการขึ้นชกนัดล้างตาเช่นกัน

ก่อนนี้ไม่นาน การแข่งขันฟุตบอลกระชับมิตรจบลงตรงการเสมอกันระหว่างทีมผ้าป่าสามัคคีกับทีมพ่อบ้าน ด้วยผลคะแนนห้าต่อห้า ยังไม่นับรวมการเตะจุดโทษที่ลากยาวไปเกือบค่ำมืด

หลังจบเกม โทนเดินมาขอแลกเสื้อกับน้องเขยเพื่อสร้างภาพความรักและสามัคคีให้ปรากฏแก่สายตาของชาวบ้าน แต่ดูเหมือนว่าดำเกิงจะไม่รับมุก เขาจึงเอาแต่เดินหนี ปากก็บ่นอุบว่าจะมาไม้ไหนอีก

‘เอาเสื้อมึงมาเดี๋ยวนี้นะบักอ้วน’ เสียงทุ้มร้องตามหลังพร้อมพ่วงคำพูดทำร้ายจิตใจ นั่นทำให้ดำเกิงหันขวับไปมองพี่เมียด้วยสายตาขุ่นเคืองก่อนจะมองเลยขึ้นไปยังจุดอ่อนของโทน

‘มึงอยากได้เสื้อกูเพราะการออกแบบมันสวยกว่าใช่ไหมล่ะ อะโด่ กูรู้ทันหรอกน่า...หัวล้านเอ๊ย’ คำท้ายนี้พูดแผ่วลงหน่อย ประเดี๋ยวขมิ้นที่อยู่ข้างสนามได้ยิน เธอจะติงเขาอีกว่าอย่าไปว่าพี่ชายของเธอ

แต่ไม่ทันจะได้เดินจากจุดก่อเหตุ โทนที่เดือดดาลจนเส้นเลือดสมองเกือบแตกก็กระโจนเข้ามาล็อกคอน้องเขยแล้วลากออกไปจัดการในที่ซึ่งไม่เป็นจุดสนใจของผู้คน

‘มึงว่าใครหัวล้าน!’ ถามโดยไม่สนใจว่าคนที่ถูกบีบบังคับกำลังตาเหลือก

‘ว่ามึงนั่นแหละ หน็อย คิดว่าเป็นพี่เมียกูแล้วจะมาบงการกูได้เหรอ ฝันไปเถอะ มึงเคยทำอะไรไว้กับกูบ้าง กูจำได้หมด’ ตั้งแต่สมัยเรียนมัธยมสามไปจนถึงตอนถูกเกณฑ์เข้ากรมทหาร เขาไม่ลืมหรอกน่า โทนชอบชวนเพื่อนมาแกล้งเขาจะตายไป ไม่ว่าจะเพื่อนใหม่หรือเพื่อนเก่าโทนก็โน้มน้าวให้เกลียดชังเขาได้ทั้งหมด แล้วล่าสุดก็นี่เลย เอาชื่อเล่นของเขาไปตั้งเป็นชื่อหมา มันน่าเคารพไหมล่ะ

‘แล้วทีมึงโกงมวยกูปีนั้น กูไม่เห็นจะว่าอะไรเลย’

‘โกงอะไร กูไม่ได้โกง กูชนะคะแนน’

‘ถุ้ย ถ้าพ่อมึงไม่ใช่กำนัน มึงไม่ชนะหรอก’

‘ถ้าอย่างนั้นมึงรอดูได้เลย คืนนี้มึงน็อกแน่’

‘ขี้โม้นักนะ ดูสารรูปตัวเองหน่อย ตุ๊ต๊ะกว่าเมียซะอีก’

‘ถึงตอนนี้กูจะอ้วน แต่รอลูกกูโตก่อนเถอะ กูจะกลับมาฟิตให้ดู อ้วนได้ก็ลดได้โว้ย ไม่เห็นผมร่วงหรอก มีแต่จะร่วงไปเรื่อย ๆ’

‘ช่างหัวกูเถอะ เดี๋ยวคืนนี้มึงก็จะพูดไม่ออกเองนั่นแหละ’ โทนไม่มีข้อโต้แย้ง เขากระชับแขนแน่นขึ้นแล้วเปลี่ยนเรื่องทันที ‘เอาเสื้อมาเดี๋ยวนี้ ทำให้คนเห็นว่าหัวหน้าทีมอย่างเรามีความสามัคคีกัน’ ย้ำความตั้งใจพร้อมมองซ้ายมองขวา กัดฟันฉีกยิ้มให้ผู้คนที่...อาจจะมองมา

‘มึงมันตอแหล’

‘มึงมันซื่่อบื้อ ลองไปเถรตรงแบบนี้อยู่ในกรุงเทพฯ มีหวังถูกตีตาย เอาเสื้อมาได้แล้ว’ โทนย้ำอีกครั้ง จนในที่สุดดำเกิงก็ยอมถอดเสื้อแลกกัน

รอก่อนเถอะ ขึ้นสังเวียนคืนนี้ มึงโดนอัดแน่ !


เมื่อการแข่งขันชกมวยรุ่นเยาวชนบนสังเวียนเป็นที่ทราบผลแพ้ชนะ โฆษกที่ประจำอยู่ตรงโต๊ะกรรมการก็ประกาศให้คู่ถัดไปเตรียมขึ้นประลอง นั่นทำให้คู่ชกนัดล้างตาอย่างโทนและดำเกิงยังพอมีเวลาเตรียมตัว

ผู้เป็นลุงนั้นอยู่มุมน้ำเงิน เขากำลังตรวจความเรียบร้อยของนวม ส่วนที่กำลังนวดกล้ามเนื้อไหล่อยู่นั้นคือพี่เขือที่อาสาเป็นพี่เลี้ยงดูเชิงให้

ที่นั่งถัดไปนั้นคือภรรยาท้องแก่ที่ใกล้จะมีข่าวดีในไม่ช้า แม้คำแพงเพิ่งจะแต่งงานไปได้แค่สี่เดือน แต่อายุครรภ์ของเธอนั้นราวหก...เป็นที่แน่ชัดว่าตอนที่เข้าพิธีแต่งงาน ว่าที่คุณแม่มีเบบี๋อยู่กับตัวแล้ว

ส่วนผู้เป็นน้องเขย กำลังถอดเสื้อยืดตัวเก่งออกจากกายอยู่ที่มุมแดง มีลูกสมุนอย่างแสน แสบ และเด็กโหน่งเป็นพี่เลี้ยง มีกำลังใจคือเมียและลูกน้อยที่นั่งอยู่ในโซนพิเศษที่กันคนออกห่างเพื่อความสะดวกและปลอดภัย เห็นได้ชัดว่าอิทธิพลเด็กเส้นของเขายังแผ่กระจายดังเดิม

[ถัดจากรุ่นเยาวชนคู่สุดท้ายนี้ จะเป็นคู่พิเศษที่ขอขึ้นชกล้างตา ระหว่างมุมน้ำเงิน เสี่ยโทน ร้านขายอุปกรณ์ทางการเกษตรที่เพิ่งเปิดใหม่ กับมุมแดง เสี่ยดำเกิง ร้านศรีตระกูลวัสดุก่อสร้าง เร่เข้ามาเน้อพี่น้อง ศึกมวยนวมทองนี่บ่ได้หาดูกันได้ง่าย ๆ เน้อ]

เสียงโฆษณาของผู้พากย์มวยดังออกมาจากลำโพงที่ตั้งอยู่ทั้งสี่มุมของบริเวณสังเวียน เรียกเสียงฮือฮาจากแฟนมวยน้อยใหญ่ที่บ้างก็อยากดูมวยคู่นี้ แต่บ้างก็คิดว่าจะเอาใครมาวิ่งไล่กันบนเวทีกันล่ะนี่

อา...นั่นคงเป็นเพราะเขาไม่เคยชมมวยวัดเมื่อหลายปีก่อน จึงไม่รู้ว่านี่แหละ คือคู่ชิงแชมป์ตัวจริงเสียงจริง

ระหว่างที่รอขึ้นชก โทนเอนกายพิงพนักเก้าอี้ชมการแข่งขันของคู่ปัจจุบันที่กำลังคลุกวงในกันอย่างดุเดือด ส่วนคู่ชกอีกฝ่ายนั้นกำลังยืดกล้ามเนื้อเตรียมพร้อมสำหรับการพิสูจน์ตัวเองว่าคราวที่แล้ว เขาชนะเพราะความสามารถจริง ๆ

[เอ้า ล้มเสียแล้วบักหำน้อยเอ๋ย เอ้า กรรมการบนเวทีว่าจั่งได๋ นับบ่?]

เสียงพากย์ของโฆษกที่พูดถึงการน็อกกลางอากาศของรุ่นเยาวชนเรียกความสนใจของคนที่เผลอไผลให้กลับไปมองบนเวที กรรมการเริ่มนับ และในที่สุดก็ตัดสินผลแพ้ชนะ พี่เลี้ยงของฝ่ายที่แพ้ขึ้นมาเอาตัวนักมวยลงไป ในขณะที่ฝ่ายชนะชูมือประกาศความภูมิใจ และจากนี้ไป เป็นเวลาของคู่พิเศษ...

เม็ดเหงื่อที่ผุดตามกรอบหน้าคมเข้มถูกเช็ดลวก ๆ ด้วยผ้าขนหนูที่เปียกชุ่ม เสียงพี่เลี้ยงบอกว่านี่เป็นยกสุดท้ายแล้ว จะทำอะไรก็รีบทำ แต่อย่าลืมระวังซ้าย โทนรับฟังในขณะที่ตาก็จ้องมองน้องเขยที่อยู่มุมตรงข้าม

อาการไม่ต่างกัน ดำเกิงพาดศอกทั้งสองบนเส้นเชือก หายใจหอบถี่เพราะต้องออกแรงป้องกันตัว แสบมานวดขาอย่างคล่องแคล่ว และไม่นานแสนคอยที่เช็ดหน้าให้ก็เปลี่ยนมาป้อนน้ำก่อนจะใส่ฟันยางคืนเมื่อกรรมการเรียกตัวกลับ

เสียงโห่เชียร์รอบเวทีดังขึ้นอีกครั้ง โทนกระชับนวมด้วยการชกหลังมือเข้าด้วยกัน ยกนี้ต้องจัดการมันให้ได้ ที่ผ่านมา พี่เขือบอกว่าแต้มสูสี เขาต่อยได้หนึ่ง ดำเกิงก็เอาคืนได้หนึ่ง ถ้าไม่จัดน็อกแบบลุกไม่ขึ้นก็มีหวังว่าจะแพ้...คะแนน เหมือนที่แล้วมา

แต่จะทำยังไรดี ในเมื่อไอ้ตัวแสบมันไม่เปิดชกให้เลย นึกว่าอ้วนแล้วจะหมู ที่ไหนได้ มันเป็นหมูแข็งแรง

ระหว่างที่รอกรรมการให้สัญญาณชก ดำเกิงที่ยืนประจันหน้ากับผู้เป็นลุงก็พิจารณาผลงานของตนที่ปรากฏบนใบหน้าดุร้ายนั่น อา...หมัดหนักใช้ได้เหมือนกันนะเรา ชายหนุ่มบอกกับตนเอง

แต่ถึงอย่างไร ครั้งนี้ก็ต้องน็อกเท่านั้น มิเช่นนั้นโทนอาจจะมาหาเรื่องเขาอีกก็เป็นได้

“อย่ากอดกันอีก เข้าใจไหม?” กรรมการพูดขึ้นก่อนจะปล่อยให้การชกดำเนินต่อ

หมัดเด็ดที่บรรจงถวายให้อีกฝ่ายถูกปล่อยออกไปสุดแรง กล้ามเนื้อที่ถูกอัดกระแทกสั่นสะท้อนราวกับฉายภาพช้า ใครจะอยู่หรือใครจะไป มาวัดกัน !


เตาถ่านที่เป็นประธานของงานเลี้ยงหมูกระทะตั้งเด่นเป็นสง่าอยู่กลางเสื่อกกที่ปูอยู่หน้าบ้านห้องแถว ด้านบนนั้นมีกระทะย่างค้างเอาไว้ รอบด้านของกระทะมีน้ำซุปเดือดปุด ๆ

มันหมูก้อนสี่เหลี่ยมถูกวางเผชิญความร้อนก่อนใครเพื่อน เมื่อมันเริ่มละลาย ตะเกียบคู่ชีพของใครบางคนก็มาคีบเอาไปทาถูทั่วกระทะ ก่อนจะนำกลับไปวางไว้ที่เดิม เป็นสัญญาณให้ผู้ที่รายรอบเตาไฟนำเนื้อที่ตนชอบวางลงไปได้

“พี่โทนยังไม่มาอีกเหรอ?” เสียงของขมิ้นดังขึ้นจากทางด้านหลัง เธอเพิ่งพาลูกเข้านอน จากนั้นก็ไปล้างหน้าล้างตาแล้วออกมาหาสามีที่นั่งก่อไฟใส่เตา

“ยังไม่เห็นเลย คงจะเหนื่อยจนหมดแรงไปแล้วมั้ง” ดำเกิงตอบในขณะที่มือก็วางแผ่นเนื้อลงบนกระทะ

หลังจากที่มวยนัดล้างตาจบลงตรงคำว่าเสมอ คู่ชกที่อุตส่าห์ฟาดฟันกันอย่างเอาเป็นเอาตายก็กอดคอกันลงจากเวที ผู้เป็นลุงบอกว่าซื้อชุดหมูกระทะไปฝากไว้ที่บ้านขมิ้นเมื่อตอนบ่ายที่ดำเกิงพาลูกไปหาปู่กับย่า ตอนนี้ขอไปอาบน้ำและส่งเมียเข้านอนก่อนแล้วจะย่องไปฉลองด้วย ซึ่งอีกฝ่ายที่เป็นเจ้าบ้านก็รับปากอย่างดี จึงเป็นเหตุผลว่าทำไมเขาถึงต้องมาก่อไฟตั้งกระทะอยู่แบบนี้

การสนทนาของหนุ่มสาวมีขึ้นไม่นานก็มีเสียงรถไถนาดังแต๊ก ๆ อยู่หน้าบ้าน เมื่อชะเง้อผ่านช่องลวดหนามที่ขึงครึ่งบนของกำแพงไปมองก็พบว่าเป็นโทนนั่นเองที่ขับมาโดยมีผู้โดยสารคือกลุ่มเพื่อนสนิทของเขา

รถจะวินเทจไปไหน? ดำเกิงขมวดคิ้วพร้อมเดินไปเปิดประตูรั้ว เชื้อเชิญให้พี่ชายของภรรยาเข้ามาจอดรถที่ด้านในแล้วเดินนำไปยังเสื่อที่ปูไว้ต้อนรับ

การเลี้ยงฉลองเนื่องในโอกาสอะไรก็ตามแต่นี้เป็นไปอย่างเรียบร้อยที่สุดที่ขมิ้นเคยเห็น แม้จะมีการแย่งตับกันเกิดขึ้น แต่ไม่นานก็คลี่คลาย

“สักแก้วสิ ถ้าเมาก็นอนที่นี่แหละ ในห้องยายมึงก็ได้” ดำเกิงคะยั้นคะยอให้โทนดื่มเครื่องดื่มบางอย่างที่มีสีคล้ายกับน้ำเก๊กฮวย

“ไม่เอา พรุ่งนี้ต้องขับรถ” โทนปฏิเสธ เขาเลือกที่จะดื่มน้ำอัดลมกระป๋องที่ไปกดมาจากตู้ที่หน้าร้านลุงติ๋ว

“พี่โทนจะไปไหน?” ขมิ้นถามขึ้น ตาก็คอยมองว่าโจรลักตับจะแอบคีบส่วนของเธอไปอีกหรือไม่ “ดำ นั่นตับเค้านะ” เธอแหวขึ้นทันทีที่ตะเกียบลึกลับแทรกข้ามโซน ทำให้วายร้ายชะงักไปได้ครู่หนึ่ง

“ไปบ้านพี่แก้ว เห็นว่าพี่ต่อจะพาผู้ใหญ่มาสู่ขอ” ผู้เป็นพี่บอกหน้านิ่งก่อนจะคีบชิ้นตับไปจุ้มน้ำจิ้มแล้วส่งเข้าปากต่อหน้าต่อตาผู้เป็นเจ้าของ...

“พี่โทน นั่นตับน้องนะ!”

“อ้าวเหรอ” โทนเลิกคิ้ว ปากก็อม ๆ ของกลางแล้วกลืนลงไป

ขอโทษที เรื่องแบบนี้ ใครดีใครได้โว้ย


(จบ)



----------


*** เอ๊า จบแบบนี้ก็ได้เหรอ ไม่เอาน่า มันน่าจะมีอะไรต่อท้ายอยู่สักหน่อยใช่ไหมล่ะ เอาเป็นว่าเดี๋ยวไรท์มาลงตอนพิเศษให้นะคะ ตอนนี้ขอตัวลาก่อนเน้อเตง มีอะไรอยากบอกไรท์บ้างไหม ท้วงติง ชมเชย หรืออะไรก็ตามแต่ ว่ามาได้เลยนะคะ ><

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น