by.. ฟาง

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

11/ ด้วยความยินยอม nc18 (แก้คำผิด)

ชื่อตอน : 11/ ด้วยความยินยอม nc18 (แก้คำผิด)

คำค้น : ตอนที่ 11

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 46.5k

ความคิดเห็น : 171

ปรับปรุงล่าสุด : 10 ส.ค. 2560 10:20 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
11/ ด้วยความยินยอม nc18 (แก้คำผิด)
แบบอักษร

​ปอรักP...

"ฮืออ"

"ปอ ไอ้ปอ ปอรักครับตื่นเถอะครับ" ผมค่อยๆลืมตาตามเสียงเรียกที่ได้ยินมาแต่ไกล เสียงอ่อนโยนดังแว่วมาจนหัวใจผมมันรู้สึกอุ่นขึ้น

"พี่โปรด" ผมมองใบหน้าอ่อนโยนตรงหน้า แต่พอกะพริบตาคนตรงหน้าก็กลับเป็นพี่โปรดที่เฉยชาเหมือนเดิม สงสัยเมื่อกี้ผมเมาขี้ตาอยู่มั้ง

"เมื่อไหร่มึงจะหยุดร้องไห้ แล้วลุกมากินข้าวกินยาซักที" ร้องไห้?เพราะพี่โปรดทักคำนี้ผมถึงรู้สึกว่าแก้มตัวเองชื้นจนถึงหมอนที่เปียกชุ่มไปด้วยน้ำตา ทำไมผมถึงร้องไห้เยอะขนาดนี้วะ

"ปออยู่ที่ไหน แล้วทำไมปอถึงร้องไห้เยอะขนาดนี้อ่ะพี่?" ผมใช้แขนยันตัวเองขึ้นก่อนจะมองรอบๆห้องนอนใหญ่ หรูชะมัดเลยเหมือนที่เคยเห็นในละครที่ร้านลุงเลิศเปิดบ่อยๆแฮะ

"นี่มึงจำอะไรไม่ได้เลยเหรอ" ผมหันไปมองพี่โปรดที่ยืนกอดอกทิ้งสะโพกกับโต๊ะคอมหมิ่นเหม่อย่างสงสัย

"จำเรื่องอะไรอ่ะแล้วปอลืมอะไรเหรอ ปอมาอยู่ที่นี่ได้ไงครับพี่" พี่โปรดถอนหายใจยาวๆเดินมานอนข้างๆแล้วไล่ผมไปล้างหน้าแปรงฟัน อะไรของพี่เขาวะ 

ผมเดินเข้าห้องน้ำที่พี่โปรดชี้ แล้วเดินไปยืนหน้ากระจกบานใหญ่ที่ฝังกับผนังห้องน้ำโอ้โหมันสูงกว่าผมอีก ขณะที่กำลังจะถอดเสื้อยืดตัวใหญ่ออกก็ต้องชะงักกับรอยแผลบนหน้า จากนั้นเรื่องเมื่อคืนก็ไหลเข้ามาจนผมแทบตั้งตัวไม่ติด

โครม! เคร้ง!

ปังๆๆ "ไอ้ปอเปิดประตู ปอ!"

แกรก "ไอ้ปอมึงเป็นอะไร เฮ้ยได้ยินที่กูเรียกมั้ยปอ ปอรักครับนี่พี่โปรดนะครับ" ผู้ชายตัวใหญ่ข้างหน้าเรียกผมด้วยเสียงที่อ่อนโยนกว่าเดิม เขาดึงผมเข้าไปโอบกอดมือใหญ่ๆลูบหน้าลูบหลังไม่หยุด

"พี่โปรด ฮืออ ปอโดนข่มขืนอ่ะ ฮึกพี่ปะ..โปรด พาปอไปล้างตัวหน่อยมัน ฮึกก มันสกปรกไปหมดเลย ฮืออ พี่โปรด"

"ไม่เป็นไรๆปอยังไม่โดนทำอะไรพี่ไปทันก่อนไงปอจำไม่ได้เหรอ พอแล้วไม่ต้องร้องปอไม่เชื่อพี่รึไง" ผมส่ายหน้าในอ้อมแขนอุ่นๆอย่างสับสน กลัวไปหมดทุกอย่างจนไม่กล้าแม้แต่จะลืมตา

"ปอไม่เชื่อ ปอโดนพวกมันชก ฮึกก โดนพวกมันแก้ผ้า โดนพวกมันจับกดหน้ากับพื้น ฮืออ พี่โปรดอาบน้ำให้ปอหน่อยนะปอจะล้างพวกมันออก ฮืออ พี่โปรดช่วยปอหน่อย" ผมหลับหูหลับตาดิ้นจะไปล้างตัว แต่พี่โปรดก็กอดไว้จนแน่น

"อ อื้อ" ผมทั้งสะอื้นทั้งหายใจไม่ออก เมื่อจู่ๆพี่โปรดก็ทาบปากลงมาสอดลิ้นดูดดึงตามรัดตามเกี่ยวพันผมไม่หยุด ไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้นกับเราต่อจากนั้น ผมรู้แต่ว่าพี่โปรดจับมือผมไปรูดถุงยางอนามัยใส่กับลำเนื้อใหญ่ของพี่เขา จากนั้นความเจ็บปนจุกก็ถาโถมเข้ามา

"ซี๊ดด โคตรฟิตเลยว่ะ" เสียงครางทุ้มๆของพี่โปรด แรงดูดดึงจนเจ็บจี๊ดที่คอ ก่อนความรู้สึกเสียววูบจะเข้ามาแทนความเจ็บปวดทุกอย่าง 

จากห้องน้ำลามมาถึงบนเตียง แรงสั่นสะเทือนของเตียงที่โยกไหว เสียงหอบหายใจแรงๆของเรา ทุกแรงกระแทกกระทั้น ทุกความสุขบนร่างกาย ทุกความอุ่นในหัวใจที่ผมได้รับจากพี่โปรดมันกำลังค่อยๆคืบคลานมาแทนเหตุการณ์ที่ผมเจอเมื่อคืน แผ่นหลังผมที่ถูกพวกมันจับกดและพยายามจะทาบทับ ร่องรอยน่าขยะแขยงชวนอาเจียน ถูกแทนที่ด้วยความจี๊ดปนเสียววูบเพราะแรงดูดเม้มไปทั่วแผ่นหลังจากคนที่ขยับโยกอยู่ด้านหลังผมอย่างไม่หยุดพัก ไม่รู้ว่าพวกเราทำกันตั้งแต่กี่โมงเพราะเราสองคนกำลังลุ่มหลงมัวเมากับรสกามที่เกิดขึ้นทั่วทุกซอกทุกมุมของห้อง หูผมแว่วได้ยินพี่โปรดสบถเรื่องถุงยางหมด ก่อนที่จะล้มตัวนอนทับลงมาจนเสียงหอบหายใจแรงๆของเรามันดังใกล้ชิดกัน

แฮ่กๆๆ "ตอนนี้มั่นใจรึยังว่ามึงโดนพวกนั้นหรือยังไม่โดน" ผมหันไปสบตากับคนที่นอนข้างๆ นี่เป็นครั้งที่สองที่ผมได้สบตากับพี่โปรดหลังเรามีอะไรกัน แววตาร้อนระอุเหมือนพร้อมจะเผาไหม้ทุกสิ่งทุกอย่างมันทำให้ผมอดร้อนไปทั้งหน้าทั้งตัวไม่ได้

"อืม มั่นใจแล้วครับ ขอบคุณครับพี่โปรด" ผมหลับตาลงอย่างเหนื่อยอ่อน แขนอ่อนล้าพยายามยกขึ้นไปจับมือคนที่นอนข้างๆ คนที่เป็นเหมือนมือของพระเจ้าช่วยให้ผมไม่ต้องเผชิญกับความเลวร้าย คนที่เป็นเหมือนอัศวินขี่ม้าขาวในนิยายก่อนนอนที่ผมปรารถนาจะให้ใครสักคนเล่าให้ฟัง คนที่เป็นเหมือนโลกใบใหม่ของผม โลกที่มีพี่โปรดเป็นครอบครัวอยู่ในนั้น เหมือนพี่โปรดจะรู้ว่าตอนนี้ผมกำลังหวาดกลัว กำลังท้อแท้กับโชคชะตาและกำลังไขว่คว้าอะไรบางสิ่งบางอย่างเพื่อยึดเหนี่ยว ในนาทีนั้นพี่เขาถึงเอื้อมมือมาจับผมไว้เช่นกัน

"ไอ้ปอ มึงมาเป็นเด็กของกูมั้ย?" เราทั้งคู่ต่างคนต่างนอนจับมือกัน จมอยู่กับความเงียบเพื่อใช้เวลาในการทบทวนคำตอบและคำถามเมื่อกี้ ผมไม่รู้นะว่าจู่ๆทำไมพี่โปรดถึงเอ่ยคำถามนี้ ผมไม่เข้าใจคำว่าเด็กในที่นี้หมายถึงอะไรและสิทธิ์ของมันมีมากแค่ไหน คำชักชวนที่แฝงมากับคำถามเมื่อกี้ทำให้ผมหวั่นไหวจนหัวใจตัวเองเต้นรัวแรง

"มีเงื่อนไขอะไรที่ปอต้องรับรู้และต้องทำบ้างมั้ยครับ"

"ก็ไม่ต่างจากเงื่อนไขเดิมที่เราคุยกันไว้ครั้งแรกเท่าไหร่ แต่ครั้งนี้กูเพิ่มรายละเอียดนิดหน่อย ไม่ต้องกลัวว่ามึงจะขาดทุนหรอกน่ายังไงกูก็ไม่เอาเปรียบมึงอยู่แล้ว อีกอย่างที่กูจะรับปากกับมึงได้ ตราบใดที่มึงอยู่ในความดูแลของกูมันจะไม่มีเหตุการณ์อะไรที่ทำให้มึงต้องเจอเรื่องเหมือนเมื่อคืนอีกแน่ แต่กูเองก็ไม่เคยเลี้ยงดูใครซักคนเป็นเรื่องเป็นราวมึงเป็นคนแรกในชีวิตกูเลยก็ว่าได้ ฉะนั้นมึงต้องรู้ไว้อย่างนึงที่สำคัญมาก กูไม่ชอบให้คนอื่นมาใช้แปรงสีฟันอันเดียวกับกูเพราะมันเป็นของส่วนตัว นอกจากกูจะเลิกใช้แล้วถ้าคนอื่นจะเอาไปแปรงต่อก็ไม่ว่ากัน อีกอย่างที่มึงต้องจำให้ขึ้นใจ ถ้ามึงตอบตกลงเรื่องในอนาคตที่มึงต้องระวังมากที่สุด ก็คือเรื่องความรู้สึกของมึงเองไม่ว่ามึงจะดีใจ เสียใจ มีความสุข หรือผิดหวังก็ตาม มึงจงอย่าลืมว่ามึงเป็นใครและอย่าลืมสถานะของตัวเอง เรื่องความรู้สึกกูไม่อยากใจดำกับมึงมากนะปอ แต่กูเองก็ไม่อยากให้มึงมีกับกูจริงๆ เพราะซักวันนึงถ้ากูไปมีความรู้สึกกับใครอีกคนคนที่ต้องเจ็บปวดก็คือมึง คิดให้ดีๆก่อนค่อยให้คำตอบก็ได้คนที่เสี่ยงกับเรื่องนี้น่าจะเป็นมึงมากกว่ากู มึงคิดแค่ว่าตัวเองควบคุมความรู้สึกของมึงเองได้มากแค่ไหน เท้าของมึงพร้อมจะก้าวเดินออกไปทุกเวลาที่วันนั้นมาถึงมั้ย วันนั้นของกูอาจไม่ได้หมายถึงวันที่กูเจอกับคนนั้นของกูเสมอไป แต่มันรวมถึงวันที่กูไม่อยากมีมึงในฐานะนี้แล้วต่างหาก นี่เป็นเรื่องสำคัญที่มึงต้องรับรู้นอกนั้นค่อยว่ากันอีกที จำที่กูบอกได้มั้ยอย่าใช้อารมณ์ในการตัดสินปัญหา เรื่องนี้จะเป็นบททดสอบความมีสติของมึงอีกครั้ง คิดให้ดีๆกูไม่รีบ"

ผมนอนนิ่งฟังคำพูดเอื่อยๆของพี่โปรด ไม่ได้มีความกระตือรือร้นแต่ก็ไม่ได้มีความเฉยชามากเกินไปในน้ำเสียงนั้น เหมือนว่าตอนนี้ไม่ใช่แค่ผมเพียงฝ่ายเดียวที่กำลังสับสน ผมคิดว่าพี่โปรดเองก็กำลังว้าวุ่นใจไม่ต่างกัน แต่สิ่งหนึ่งที่ผมมั่นใจก็คือในประโยคนั้นมันไม่ได้แฝงด้วยความเสน่หาเลยสักนิด พี่เขาคงสมเพชเวทนาผมมากกว่าแต่ก็ไม่อยากหว่านพืชโดยไม่ได้ผลเช่นกัน ลุงเลิศบอกว่าพี่โปรดเป็นเจ้าของผับ อืม นี่สินะที่เขาเรียกกันว่านักธุรกิจ ทุกข้อต่อรองมักจะนึกถึงผลได้ผลเสียในเรื่องนั้นๆก่อนเสมอ และที่พี่โปรดพูดเมื่อกี้ก็คงต้องการย้ำถึงหัวใจสำคัญของเงื่อนไข พร้อมๆกับต้องการให้ผมใช้สติตัดสินใจอย่างรอบคอบที่สุด แต่ตอนนี้ผมก็แค่อยากมีคนไปไหนมาไหนด้วยกัน จูงมือกันข้ามถนน คิดถึงเป็นห่วงพูดคุยเป็นกำลังใจให้กัน ถึงทั้งหมดนี้ผมจะไม่ได้รับมันจากพี่โปรดก็ไม่เป็นไร แค่ไออุ่นเล็กๆที่ได้สัมผัสจากมือใหญ่ในตอนนี้มันก็ดีที่สุดแล้ว

"ปออยากเป็นคนในความดูแลของพี่โปรด" ผมเอ่ยตอบอย่างยินยอมด้วยความรู้สึกมั่นใจทั้งหมดที่มี 

ไม่มีอะไรการันตีได้ว่าพรุ่งนี้ผมต้องเจอเรื่องเจ็บปวดอะไรบ้าง ไม่มีอะไรรับรองได้ว่าพรุ่งนี้ผมต้องเจอเรื่องเลวร้ายอะไรอีก ไม่มีอะไรรับประกันได้ว่าพรุ่งนี้ผมจะยังเป็นไอ้ปอรักอยู่ไหม เพราะงั้นวันนี้ผมจะทำในสิ่งที่ผมคิดว่าผมมีความสุข ผมจะอยู่กับคนที่ทำให้ผมรู้สึกว่าผมยิ้มได้อย่างอุ่นใจ ผมจะหัวเราะมากที่สุดเท่าที่จะยังมีเรื่องราวดีๆให้ยึดไว้ เผื่อวันข้างหน้าผมอาจจะโชคดีได้เป็นความสุขของใครสักคนและอาจจะมีใครสักคนก้าวเข้ามาเป็นความสุขของผม หรือว่าทั้งชีวิตผมจะไม่พานพบกับคนนั้นเลยก็ได้ 

สายตาผมทอดมองคนที่นอนมองมาในระยะประชิด มืออีกข้างของพี่โปรดยื่นมาให้ผมเองก็ไม่รีรอจะไขว่คว้าจับมือข้างนั้น ก่อนที่ร่างสูงใหญ่จะรั้งตัวผมไปกักขังในอ้อมแขนแข็งแรง อ้อมแขนที่เหมือนเป็นจุดเริ่มต้นของทุกเรื่องราวนับจากนี้ ผมหลับตายิ้มรับกับการตัดสินใจของตัวเอง อืม..ถ้าความสุขของผมคือเจ้าของอ้อมแขนนี้ และถ้าความสุขของเจ้าของอ้อมแขนนี้คือผมก็คงดีสินะ


"มึงนอนเปื่อยรออยู่นี่ก่อน เดี๋ยวกูไปจัดการเรื่องไอ้เหี้ยสองตัวนั่นที่โรงพักเสร็จแล้วจะแวะซื้อยามาให้ แล้วตกลงมึงดื้อหรือมึงเค็มกันแน่เนี่ยไอ้ปอ บอกให้ไปโรงพยาบาลก็ไม่ไป" พี่โปรดยืนเท้าสะเอวบ่นอยู่ข้างเตียง ผมก็ไม่ได้หันไปฟังหรอกมัวแต่ใจจดใจจ่อกับโคนันอยู่

"ไอ้ปอแล้วโรงเรียนมึงน่ะโทรไปลาอาจารย์รึยังหรือโรงเรียนปิดปีใหม่แล้ววะ ปอ ไอ้ปอ!เดี๋ยวกูจะไม่ให้มึงดูการ์ตูนนะ หันมาคุยกันให้รู้เรื่องก่อน ไอ้นี่ปล่อยให้กูพูดคนเดียวอยู่ได้" พี่โปรดปิดทีวีเฉยเลยอะไรวะโคนันกำลังเฉลยอยู่แล้วว่าใครคือคนร้าย แต่พอมานึกถึงคำว่าโรงเรียนที่ได้ยินจากพี่โปรดผมก็พรวดพราดลุกขึ้นนั่งทันที นั่นสิแล้วโรงเรียนอ่ะ! 

"พี่โปรดเค้าต้องไปโรงเรียนนะ โรงเรียนเค้าปิดวันที่29นู่นพาไปส่งหน่อย" ผมหันซ้ายหันขวามองหาเสื้อผ้าใส่ เอ่อ คือตั้งแต่มีอะไรกับพี่โปรดเสร็จ ผมก็แค่ลุกไปอาบน้ำแปรงฟันแล้วมานอนล่อนจ้อนมีแต่ผ้าห่มคลุมโปงอยู่บนเตียงเหมือนเดิม ก็มันแสบๆเสียดๆตรงนั้นนี่ผมเลยไม่ได้หากางเกงใส่

"มึงแหกตาดูนาฬิกาดิ๊นี่มันบ่าย3แล้วมึงจะไปช่วยยามปิดประตูโรงเรียนรึไง ไม่สบายหรือโดนเอามากกันแน่วะถึงเอ๋อขนาดนี้ หึหึ" ผมเบะปากใส่พี่โปรดอย่างอดไม่ได้ ก็ใครล่ะที่ทำจนถึงบ่ายอ่ะนี่ถ้าถุงยางไม่หมดผมว่าคงถึงเย็นนู่นแหละ

"รู้เวลาแล้วมาถามเรื่องโรงเรียนทำไมล่ะ"

"กูแค่อยากดูมึงตกใจแล้วเอ๋อ มันตลกดี หึหึ" ผมค้อนขวับเลยสิคนอะไรชอบเห็นคนอื่นตกใจ ขี้แกล้งจริงๆนะพี่โปรดเนี่ย

"เออแล้วตกลงมึงไปทำอิท่าไหนถึงโดนไอ้สองตัวนั่นลากเข้าข้างทางได้วะ นี่กูถามเอาสาระไม่ต้องกวนตีนนะเพราะเดี๋ยวกูต้องไปบอกตำรวจอย่างนั้น แล้วไม่ต้องทะลึ่งร้องไห้อีกล่ะ มึงอยู่ที่นี่ต่อให้ไอ้เหี้ยนั่นยกพวกมาสิบคนมันก็เข้ามาหาไม่ได้หรอก" พี่โปรดเอามือยันหน้าผากให้ผมลงไปนอนแหมบที่เดิม ก่อนจะถามคำถามที่ผมไม่อยากนึกถึงที่มาที่ไป 

มันน่ากลัวนะครับผมเคยเห็นข่าวผู้หญิงโดนข่มขืนบ่อยๆแต่ตัวเองเป็นผู้ชายไงเลยไม่คิดว่าจะโดนแบบนี้ ผมพอจะเข้าใจหัวอกของคนที่ผ่านเหตุการณ์แบบนั้น แต่ไม่กล้าจะแสดงตัวให้สังคมรับรู้แล้วล่ะว่ามันเป็นยังไง เพราะผมเองก็ไม่กล้าเปิดเผยเรื่องนี้กับสังคมเหมือนกัน ถึงแม้ว่าผมจะเป็นผู้เสียหายที่ยังไม่ถูกกระทำก็เถอะแต่ผมก็กลัวสายตาคนรอบข้างอยู่ดี ใครจะว่าผมขี้ขลาดก็ตาม เอาจริงๆนะทุกคนไม่มีวันเข้าใจความรู้สึกของคนอื่นหรอก ถ้าไม่เจอเข้ากับตัวเอง แต่เหมือนว่าพี่โปรดจะเข้าใจเพราะพี่เขาไม่แม้แต่จะเอ่ยชวนผมไปโรงพักด้วยสักคำ บอกแค่ว่าจะจัดการเรื่องนี้เอง มันทำให้ผมคลายความวิตกกังวลได้มากเลย

"เมื่อคืนปอปวดหัวเจ็บคอด้วยเลยเดินไปซื้อยาที่เซเว่นตรงข้ามกับโรงเรียนอ่ะ กลับมาก็เจอมันสองคนด้อมๆมองๆอยู่แถวปากซอย ปอปวดหัวอยู่ไม่ได้สนใจดูอะไรมากเลยเดินผ่านมาเฉยๆ รู้ตัวอีกทีมันก็ลากไปแล้ว" ผมพูดเสียงแผ่วเบาตอนท้าย นึกถึงตอนนั้นทีไรมันก็อดสั่นไม่ได้ ถ้าพี่โปรดไม่มาไม่รู้ว่าป่านนี้ผมจะอยู่ในสภาพไหน แต่ที่แน่ๆผมคงไม่อยากแม้แต่จะหายใจด้วยซ้ำ

"อืม เข้าใจแล้วมึงนอนเถอะพักเยอะๆพรุ่งนี้จะได้ไปโรงเรียนถ้าไปไม่ไหวก็ลากูจะหาใบรับรองแพทย์ให้ ใส่เสื้อผ้าด้วยล่ะเมื่อกี้กูโทรไปสั่งข้าวต้มข้างล่างเดี๋ยวเขาก็มาส่ง กินรองท้องไปก่อนมึงอยากกินนมกินขนมอะไรก็โทรศัพท์ลงไปบอกเขา กดศูนย์นะกูวางเงินให้ที่โต๊ะทีวีข้างนอกแล้ว จัดการธุระเสร็จเดี๋ยวกูซื้อกับข้าวเข้ามา อ้อโทรบอกลุงเลิศด้วยเดี๋ยวแกเป็นห่วงป่านนี้ข่าวไอ้สองตัวนั่นเข้าหูแกแล้วมั้ง" 

พี่โปรดไม่ได้พูดด้วยเสียงอ่อนโยนอะไร แต่ผมสัมผัสได้ถึงความใส่ใจทุกรายละเอียดทุกเรื่องที่เกี่ยวกับผม มันทำให้หัวใจตัวเองเต้นรัวจนต้องเอามือจับไว้ภายใต้ผ้านวมผืนนั้น หวังว่าพี่โปรดคงไม่รู้นะว่าผมใจเต้นแรงไปกับความใส่ใจในครั้งนี้ ผมกลัวว่าถ้าพี่โปรดรู้พี่เขาจะตีตัวออกห่างและจบความสัมพันธ์กับผมเหมือนครั้งแรกอีก ผมยังไม่อยากปล่อยพี่โปรดไปเลย ผมยังอยากละโมบโลภมากอยากยึดพี่เขาไว้แบบนี้ ถึงแม้ว่าผมจะไม่ได้ครอบครองพี่โปรดคนเดียวก็เถอะ แต่อย่างน้อยพี่โปรดก็ยังอยู่กับผม

"กูไปก่อนนะมีอะไรก็โทรมา ถ้ามีคนมาส่งอาหารก็ส่องตาแมวดูก่อนกูบอกเขาว่าให้ผู้หญิงขึ้นมาส่ง แล้วอย่าลืมใส่เสื้อผ้าล่ะไอ้ชีเปลือย"

"พี่โปรดเดี๋ยวก่อนสิ" ผมรีบท้วงก่อนที่พี่โปรดจะออกจากห้องนอน

"เอ้าอะไรอีกเอาให้เร็วกูจะได้รีบไปรีบมาเอายาให้มึงแดก เดี๋ยวตายคาห้องกูซะก่อน" ปากจัดว่ะผมได้แต่ขมุบขมิบปากบ่นเบาๆ แต่พอเห็นสายตาเร่งรัดของพี่โปรดทำให้ต้องรีบพูด

"ปอไม่มีโทรศัพท์อ่ะ ขอยืมโทรศัพท์โทรหาลุงเลิศหน่อยครับ"

"อ่าวแล้วโทรศัพท์มึงล่ะ อยู่ห้องหรือตกเมื่อคืนกูจะได้ถามที่ตำรวจให้" พี่โปรดส่งโทรศัพท์ตัวเองให้ผม ผมก็มองพี่เขางงๆอะไรของพี่โปรดวะ

"โทรศัพท์อะไรอ่ะ ปอก็คืนโทรศัพท์ไปพร้อมกับของแล้วไง หรือพี่โปรดยังไม่ได้ไปเอาของที่พี่ดิว" ผมพูดกับพี่โปรดมือก็กดโทรศัพท์รอสายลุงเลิศ

"ห๊ะ โทรศัพท์อยู่ที่ไอ้ดิวเหรอ!!" ลุงเลิศรับสาย ผมยังไม่ทันพูดอะไรเสียงพี่โปรดก็ดังแทรกเข้าไปในสายจนลุงเลิศเค้นถามใหญ่แล้ว

"ครับๆ วันนี้ปอลาวันนึงนะลุง ปออยู่กับพี่โปรดไม่ต้องเป็นห่วงครับ ครับลุง ขอบคุณครับ" ผมรีบพูดรีบตัดสายลุงเลิศก่อนจะส่งโทรศัพท์คืนให้พี่โปรด พี่เขาตกใจอะไรกันนะก็แค่ผมฝากโทรศัพท์ไว้กับพี่ดิวเท่านั้นเอง เอ๊ะ หรือว่ายังไม่รู้เรื่อง?

"อื้อ ปอฝากไปกับของพวกนั้นพี่ดิวยังไม่ได้บอกพี่โปรดเหรอ" พี่โปรดทำหน้าอาฆาตแค้นสุดๆปากขมุบขมิบอะไรไม่รู้ ก่อนจะเดินออกจากห้องไปเฉยเลย ยังไงของพี่เขาอ่ะสงสัยจะรีบไปโรงพักมั้ง

ผมลุกไปค้นเสื้อผ้าพี่โปรดมาใส่ก่อนจะค่อยๆเดินออกไปข้างนอก สายตากวาดมองไปทั่วห้องที่คิดว่าชาตินี้ทั้งชาติตัวเองก็คงไม่มีวาสนาได้มาเหยียบห้องแบบนี้หรอก มันหรูเกินที่คนธรรมดาอย่างผมจะเข้าถึงได้ ขนาดนั่งผมยังนั่งพื้นพรมแทนโซฟาเลยผมกลัวจะไปทำโซฟาเขาเปื้อน พี่โปรดมีชีวิตและสังคมแตกต่างกับผมราวฟ้ากับดินจริงๆ เห็นแบบนี้แล้วผมไม่อาจเอื้อมใฝ่ฝันว่าตัวเองจะได้เป็นคนที่พี่โปรดรู้สึกด้วย และผมก็คงไม่มีวาสนาได้พี่โปรดมาครอบครองในฐานะความสุขของผมหรอก 

ไม่เป็นไรน่ะถึงพรุ่งนี้จะไม่ใช่ผมก็ไม่เป็นไร ขอแค่วันนี้ยังมีพี่โปรดอยู่ด้วยกันก็พอแล้ว ผมไม่มั่นใจความรู้สึกที่เรียกว่ารักมันเป็นแบบไหน มันจะใช่ที่ผมรู้สึกกับพี่โปรดตอนนี้หรือเปล่า เพราะผมเองก็ไม่เคยรู้สึกกับใครแบบนี้เลย แต่ผมยังจำคำที่หลวงพ่อเคยบอกได้ ถ้าเราอยู่กับใครแล้วมีความสุข นั่นก็หมายความว่าเขาคนนั้นคือคนสำคัญของเรา เพราะความสุขมันเท่ากับความรักนั่นเอง แล้วหัวใจที่เต้นรัวแรงความอุ่นใจทุกครั้งที่คิดถึงพี่โปรดล่ะ มันจะเรียกว่าความสุขได้ไหมนะ..

หลังจากที่พี่โปรดกลับมาจากข้างนอกก็ยื่นถุงกับข้าวให้ผมจัดการ จากนั้นเราก็กินข้าวด้วยกันถือเป็นครั้งแรกเลยแฮะ อย่าคิดนะครับว่าพี่โปรดจะเอาใจใส่ด้วยการตักนั่นตักนี่มาให้ ไม่มีหรอกครับมีแต่จะชี้นิ้วสั่งว่าไอ้ปอกูจะกินไอ้นั่น ไอ้ปอกูจะกินไอ้นี่ ผมนี่แหละต้องเป็นฝ่ายตักแล้วถวายให้ท่านถึงจาน

"ไอ้ปอมึงย้ายไปอยู่ที่อื่นมั้ย กูจะหาให้" ผมนิ่งไปนิดกับสิ่งที่พี่โปรดถาม คือสองจิตสองใจครับ ใจหนึ่งก็อยากย้ายผมไม่อยากเดินผ่านที่นั่นอีก ยอมรับว่าตอนนี้ยังกลัวอยู่มาก ถึงพี่โปรดจะบอกว่าสองคนนั้นถูกตำรวจดำเนินคดีอย่างถึงที่สุดเพราะพี่โปรดไม่ยอมความ ถึงแม้ว่าผู้ปกครองของเขาจะขอไกล่เกลี่ยประนีประนอมก็เถอะ ยังไงผมก็ยังหวาดๆที่ต้องเดินผ่านอยู่ดี 

ส่วนรายละเอียดเรื่องคดีความ พี่โปรดไม่ได้บอกอะไรมากนักหรอกว่าสองคนนั้นจะต้องได้รับบทลงโทษทางกฎหมายยังไงบ้าง และผมเองก็ไม่อยากรับรู้ด้วย หลวงพ่อเคยสอนว่า ใครที่ทำไม่ดีกับเราก็อย่าไปผูกใจโกรธเกลียดเขา คิดเสียว่ามันคือกรรมเก่าที่เราต้องชดใช้ และเมื่อเวลาผ่านไปเราจะได้พบแต่ความสุข เพราะเราได้ชดใช้เวรกรรมไปหมดแล้ว แต่ถ้ายังชดใช้ไม่หมด ถ้าอยากหมดเวรกรรมก็อย่าไปสร้างเวรกรรมต่อ ค่อยๆทยอยชดใช้ไปไม่นานก็หมดเอง ส่วนที่เหลือก็คงเป็นเขาที่ต้องได้รับผลของเวรกรรมเช่นกัน คนเราหนีอะไรก็หนีได้ แต่หนีกรรมของตัวเองไม่พ้นหรอก กรรมใครก็กรรมมัน

แต่อีกใจหนึ่งผมก็ยังอยากอยู่ที่เดิม เพราะผมรู้สึกปลอดภัยที่สุดเมื่ออยู่ที่ของตัวเอง ถึงมันจะไม่ได้ใหญ่โตโอ่อ่า ถึงจะเป็นแค่ห้องแถวเล็กๆแต่ผมก็เคยชินกับที่ตรงนั้น คุ้นชินกับผู้คนสภาพแวดล้อมที่นั่น ที่สำคัญมันอยู่ใกล้โรงเรียนและวัดที่ผมเติบโตมาตั้งแต่เด็กด้วย อีกอย่างผมยังต้องทำงานกับลุงเลิศอยู่นะ

"ว่าไงถ้ามึงอยากย้ายวันหยุดสิ้นปีนี้ก็ย้ายได้เลย เดี๋ยวกูหาห้องใกล้ๆโรงเรียนให้" 

"ปอขออยู่ที่เดิมได้มั้ยอ่ะ พี่โปรดจะว่าอะไรรึเปล่าครับ" ผมอ้อมแอ้มถามกลัวพี่โปรดจะเหวี่ยงใส่น่ะสิ ตอนเกิดเรื่องถึงผมจะไม่ได้เห็นว่าพี่โปรดทำอะไรสองคนนั่นก็เถอะ แต่เสียงตุ๊บตั๊บหนักๆก็พอจะเข้าหูมาบ้าง เกิดไม่พอใจพี่โปรดจะไม่แจกขนมตุ๊บตั๊บผมเหรอวะเนี่ย

"เหตุผลล่ะ" คำพูดถามหาเหตุผล แต่ปากนี่บุ้ยไปทางผัดฉ่าทะเล ผมเพิ่งรู้ว่าพี่โปรดชอบให้ตักกับข้าวให้กิน พี่เขาชอบให้ทำจริงๆไม่ได้จะแกล้งเหมือนที่ผมคิด เพราะกับข้าวทุกอย่างที่ผมตักให้ พี่เขาก็กินจนเรียบเมื่อกี้ผมลองไม่ตักให้ พี่โปรดก็นั่งรอถึงกับวางช้อนเลยด้วย

"คืองี้นะถึงปอจะเป็นเด็กพี่โปรด แต่ปอขอทำงานที่ร้านลุงเลิศเหมือนเดิมได้มั้ยครับ ปอทำงานมากับลุงเลิศตั้งนานแล้วอ่ะ ปอไม่อยากเลิกทำ" ผมบอกเหตุผลหลักๆออกไปหยั่งเชิงก่อน พี่โปรดยกมือกอดอกนั่งพิงกับพนักเก้าอี้จ้องมานิ่งๆทำเอาผมอึดอัดเหมือนกัน อะไรจะกดดันคนอื่นด้วยสายตาเก่งขนาดนี้เนี่ย

"อืมก็ได้แต่กูยังไม่เข้าใจว่า เหตุผลมันเกี่ยวกับห้องเช่ามึงตรงไหน" เฮ้อ ผมค่อยหายใจหายคอโล่งหน่อยเมื่อพี่โปรดลดรังสีคุกคามลง

"พี่โปรดเชื่อมั้ยว่าปอรู้จักชาวบ้านแถวนั้นเกือบทุกคนเลยนะ ปอเดินตามหลวงพ่อบิณฑบาตทุกเช้ามาตั้งแต่เด็ก ปอโตมากับสภาพแวดล้อมหลายสิ่งหลายอย่างตรงนั้น ป้าลัยเจ้าของห้องเช่าก็ดีกับปอมาก ปอไม่อยากออกไปจากสังคมตรงนี้ ปอกลัวว่าถ้าปอยิ่งห่างจากสังคมตรงนี้มากเท่าไหร่ ปอจะยิ่งลืมตัวตนของตัวเองมากเท่านั้น แล้วถ้าวันหนึ่งพี่โปรดจบความสัมพันธ์แบบนี้กับปอ ปอกลัวว่าตัวเองจะหลงระเริงจนไม่สามารถกลับมาอยู่แบบเดิมได้อีก ปอเป็นแค่เด็กไม่มีหัวนอนปลายเท้านะพี่ ปอยังมีความอยากได้อยากมีเหมือนกับเด็กคนอื่นๆทั่วๆไป แต่สำหรับปอตอนนี้ความอยากได้อยากมีมันไม่ได้หมายความว่าต้องได้ต้องมี แต่ถ้าพี่โปรดคอยช่วยเหลือปอทุกเรื่อง วันไหนที่ไม่มีพี่โปรดคนที่จะเคว้งคว้างก็คือปอเอง ยังไงก็ตามตอนนี้ปอยังมีพี่โปรดอยู่ปอต้องขอบคุณพี่โปรดมากๆ ที่ตอนปอล้มพี่โปรดเป็นคนเข้ามาช่วยปอ แต่ถึงยังไงปอก็ต้องพยายามต่อสู้ลุกขึ้นด้วยตัวเองให้ได้ เวลาเจอปัญหาปออยากพึ่งพาตัวเองก่อนไม่ใช่คอยแต่จะคิดพึ่งพาพี่โปรด ปอไม่อยากยืมจมูกพี่โปรดมาหายใจอยู่ร่ำไป พี่โปรดเข้าใจปอนะอย่าโกรธอย่าว่าปอเลย ปอยอมรับว่านี่มันเป็นวิธีป้องกันความรู้สึกของปอ ไม่ให้เผลอไปกับความใจดีของพี่มากเกินกว่านี้จนทำให้ชีวิตตัวเองขาดพี่ไม่ได้ ปอกลัวจะเป็นแบบนั้นนะพี่โปรด"

ผมตอบพี่โปรดอย่างเสียงดังฟังชัด ถึงความรู้สึกตอนที่พูดอยู่มันจะวูบโหวงก็เถอะแต่ก็อดทนแข็งใจให้เหตุผลกับพี่เขาไป และผมก็คิดว่าพี่โปรดจะยอมรับมันได้ ก็ตัวพี่โปรดเป็นคนย้ำเตือนกับผมเรื่องเงื่อนไขของความรู้สึกเอง เหตุผลพวกนี้ผมก็เอามาจากที่พี่โปรดเคยพูดทั้งนั้นฉะนั้นมันก็ฟังขึ้นไม่ใช่เหรอ 

"อืม งั้นเอาตามที่มึงว่าก็แล้วกัน ข้าวของที่ฝากไอ้สัสดิวมาให้กูจะขนไปไว้ที่ห้องเหมือนเดิมแล้วอย่าทะลึ่งขนกลับมาอีกล่ะ วันหน้าถ้ามีเรื่องแบบนี้อีกมึงก็ขายไปเลย กูให้มึงนั่นก็เท่ากับว่าเป็นกรรมสิทธิ์ของมึงแล้ว  ไอ้ปอจำคำพูดของมึงวันนี้ให้ดีนะกูหวังว่ามึงจะทำได้แบบที่พูด เพราะมึงเป็นคนแรกที่กูไม่อยากจบด้วยความรู้สึกไม่โอเค เข้าใจใช่มั้ย?"

พี่โปรดกับผมสบตากันอย่างไม่มีใครยอมหลบใคร ผมไม่รู้ว่าพี่โปรดจะเห็นอะไรจากสายตาของผมบ้างแต่สิ่งที่ผมรู้นั่นก็คือ ผมไม่เห็นอะไรจากสายตาของพี่โปรดเลย มันทำให้ผมยิ่งต้องย้ำเตือนตัวเองขึ้นไปอีก จงหวังในสิ่งที่ดีที่สุด และเตรียมพร้อมสำหรับสิ่งที่เลวร้ายที่สุดเช่นกันนะ ไอ้ปอรัก...


*** ทุกสิ่งทุกอย่างมันเป็นแค่ของชั่วคราว ไม่มีสิ่งใดอยู่ยืนยาวตลอดไป ยิ่งเรายึดมั่นถือมั่นมากเท่าไหร่ เราก็ยิ่งทุกข์ใจมากเท่านั้น"

อยากให้ลูกปอจำประโยคนี้มากๆๆจะได้ไม่เป็นลูกหลง อั้นแน่ นี่สปอยล์นะบอกเลย

ตอนโปรดชวนมาเป็นเด็กในสังกัด กรุณาไปอ่านกลอนนิทานแมงปอที่ฟางติดไว้หน้าแรก ท่อน บุรุษหนึ่ง โปรดปราณ เน้อ

ใครจำที่โปรดใช้คำว่าความสุขคือความรักจากเรื่อง ก็แค่ตัวแทน ได้มั้ยคะ ที่โปรดถามตุลย์ว่า"ตอนนี้ความสุขของมึงคืออะไร" ท่านโปรดเอาประโยคนี้มาจากลูกปอเน้อ ฟางจะพยายามสร้างความเคยชินให้พวกเขาก่อนแล้วค่อย ปัง! ตู้ม! 

ท่านโปรดคือบุคคลที่ไม่ใช่เด็กมีปัญหาทางครอบครัว เพราะพ่ออรรคให้จนอุ่นแต่ท่านเขาก็ยังรู้สึกขาดอยู่ดีพ่อกับแม่มันไม่เหมือนกันนะความละเอียดอ่อนสำหรับคุณพ่อบางท่านยังไม่ค่อยเข้าถึงลูก แค่บางท่านเพราะบางท่านคุณพ่อก็ทำหน้าที่ดีมาก ที่ท่านโปรดชอบให้ลูกปอตักกับข้าวให้มันจะเป็นแค่กับลูกปอเน้อ อิเมียไก่ท่านก็ไม่เป็นแบบนี้ มันคือการอ้อนในแบบฉบับท่านที่ท่านโปรดเองก็ยังไม่รู้ตัวว่ามันคือการอ้อน อีกอย่างเป็นลูกคนเดียวไงพอเจอลูกปอในชีวิตแบบนี้เลยอยากเอามาเลี้ยงดู ที่บอกเงื่อนไขลูกปอนั่นคือความรู้สึกตอนนั้นจริงๆ ความรู้สึกของคนไม่รักแต่เห็นใจอยากช่วยแต่ก็ต้องการผลเช่นกัน ก็นะมนุษย์ก็งี้มันคือสัจธรรมน้อยคนมากที่ให้โดยไม่หวังอะไรตอบแทน

ลูกปอๆตอนนี้ยังควบคุมตัวเองได้ในระดับหนึ่งแต่เริ่มหวั่นไหวระดับ9ปริ่มจะ10ละ คนแบบนี้น่าสงสารรู้ว่าต้องห้ามใจไม่ได้แต่ก็ฝืนหลอกตัวเองว่าไหว เพียงแค่อยากยึดเหนี่ยวความหวังสุดท้ายที่มี *อย่าไปพูดจาตัดความหวังใครเขา เพราะนั่นอาจเป็นความหวังเพียงหนึ่งเดียวของเขาก็ได้ แต่งไปสงสารลูกปอไปสุดหัวใจเลยปวดหัวๆ พรุ่งนี้ของดนะคะ ปวดวันที่ผู้หญิงทุกคนน่าจะเคยปวด555 เฮ้ออยากลาออกจากความเป็นผู้หญิง 

วันศุกร์ฟางจะเอามุมของท่านโปรดมาลง จะได้รู้ว่าท่านคิดอะไรอยู่ ขอบคุณทุกคอมเม้น ทุกการติดตาม ทุกการรอคอยนะคะ นั่นแหน่ะมีคนเดาถูกว่าโทรศัพท์อยู่ที่ดิว555 ดิวมันร้าย เหมือนตอนที่แล้วในเม้นจะมีคนเดาเรื่องคร่าวๆได้หลายเม้นเลยอ่ะ ฟางจะหาอะไรมาหักมุมดีน๊อมุขตันแล้วด้วย พบกันวันศุกร์จ้าวตอนต่อไปขอไปนอนนึกสักวันก่อน เดี๋ยวฟางมาแก้คำผิดเน้อ พบเห็นท้วงตวยเน้อจ้าวว

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น