I-RISRED ไอริสเรด
facebook-icon Twitter-icon

ถ้าชอบผลงานเรื่องนี้ อย่าลืม "คอมเม้น" และ "กดถูกใจ" ให้ริสด้วยนะคะหรือถ้าใครอยากติดตามอ่านผลงานเรื่องอื่นๆของริสสามารถจิ้มที่รูปโปรไฟล์ได้เลยค่ะ ริสมีผลงานหลายแนว หลายอารมณ์ให้ได้เสพ 😍😘

[14] : ท่านรักข้าจริงๆหรือไหม?

ชื่อตอน : [14] : ท่านรักข้าจริงๆหรือไหม?

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย จีน

คนเข้าชมทั้งหมด : 3.7k

ความคิดเห็น : 35

ปรับปรุงล่าสุด : 14 ก.ค. 2562 19:55 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
[14] : ท่านรักข้าจริงๆหรือไหม?
แบบอักษร

 

[14] 

'I-RIS RED' 

 

@บ้านพักอี้หลาน 

ฟางซินยืนรออี้หลานกลับมาบ้านด้วยหัวใจที่ว้าวุ่นเพราะอี้หลานออกไปที่จวนตั้งแต่เช้าจนตอนนี้ตะวันก็ลับลงดินแล้วเจ้าตัวยังไม่ยอมกลับมาเลยจึงอดที่จะเป็นห่วงไม่ได้ เธอไม่อยากเดาไปเรื่อยก็เลยพยายามไม่คิดอะไรและภาวนาขอให้เขากลับมาไวๆ เท่านั้น 

“นายหญิงเข้าข้างในเถอะเจ้าค่ะ ข้างนอกจะมืดแล้ว” เคอร์ซีพูดขึ้นขณะเอาเสื้อคลุมมาคลุมให้ฟางซิน 

“ข้าอยากรอท่านพี่ก่อน” ฟางซินตอบปฏิเสธออกไปก่อนจะทอดสายตามองไปยังด้านนอก 

เคอร์ซีถอนหายใจออกมาเล็กน้อยเธอละไม่เข้าใจนายหญิงของตัวเองเลยว่าทำไมถึงได้ทนกับสามีแบบท่านอี้หลานได้ถึงอีกฝ่ายจะรูปงามฉลาดหลักแหลมฐานะดีตระกูลมีชื่อเสียงที่สุดในแคว้นแต่ถึงแบบนั้นบางทีนิสัยของท่านอี้หลานก็ดูเหมือนไม่ได้สนใจนายหญิงของเธอนัก เหมือนอยากก็มาพอหายอยากก็ไปและชอบทิ้งให้นายหญิงของเธอรอคอยแบบนี้เสมอเลย 

“จะให้ข้าเตรียมอาหารเย็นเลยไหมเจ้าคะ?” 

“ยังก่อนข้ายังไม่มั่นใจว่าท่านพี่จะกลับมาตอนไหนบางทีอาจจะไม่กลับก็ได้” ฟางซินถอนหายใจออกมาเล็กน้อยก่อนจะหันกลับมาหาเคอร์ซี “เจ้าไปทำงานอย่างอื่นเถอะข้าไม่เป็นไรหรอก” 

เคอร์ซีพยักหน้ารับเล็กน้อยก่อนจะก้มหัวลาฟางซินแล้วหันตัวเดินออกไปในทันที ฟางซินหันกลับมามองที่ประตูหน้าบ้านอีกครั้งอย่างมีความหวังเพราะหวังว่าคนที่เธอรออยู่จะเปิดประตูเข้ามาแต่มันก็แค่ความหวังนั่นแหละตอนนี้ตะวันจะตกดินแล้ว 

สามชั่วโมงต่อมา... 

ฟางซินเดินกลับเข้ามาในตัวบ้านก่อนจะมองออกไปยังด้านนอกที่เคอร์ซีกำลังใช้ไม้ล็อกประตูบ้านอยู่ แน่นอนอี้หลานไม่มานี้มันก็ดึกมากแล้วแปลว่าเขาคงไม่มีแล้วแหละเด็กสาวถอนหายใจออกมาเล็กน้อยก่อนจะเดินไปยังเรือนนอนของตัวเองเพื่อเตรียมอาบน้ำและรีบเข้านอนจะได้ผ่านพ้นวันนี้ไปสักที 

เด็กสาวเดินเข้ามาในห้องอาบน้ำก่อนจะปลดเสื้อผ้าของตัวเองออกแล้วเอามันพาดฉากกั้นเอาไว้ก่อนจะก้าวลงไปแช่ในอ่างไม้ที่เคอร์ซีเตรียมน้ำไว้ให้แล้ว เด็กสาวเหม่อลอยไปเรื่อยเปื่อยพลันน้ำตาหยดใสๆ ก็ไหลออกมาอย่างไม่รู้ตัวเพราะมันกี่ครั้งแล้วนะที่อี้หลานชอบหายไปแบบนี้ เขานึกจะมาเขาก็มานึกจะไปก็ไปทำราวกับเธอเป็นนางโลมแก้ขัดในยามขาดแคลนอย่างงั้นแหละหรือว่าความจริงแล้วเธอจะฝันสูงไปเธออาจจะเป็นแค่นั้นในสายตาของอี้หลานก็ได้ 

“นายหญิงข้าขออนุญาตเข้าไปนะเจ้าคะ” 

เคอร์ซีเอ่ยขออนุญาตฟางซินก่อนจะเดินเข้ามาในห้องอาบน้ำเพื่อนำสมุนไพรขัดผิวมาให้นายหญิงของตัวเองพลันสาวใช้ก็เห็นหยดน้ำตาที่ไหลออกมาดวงตาที่แดงก่ำของฟางซินจึงอดที่จะใจหายไม่ได้ เคอร์ซีรีบเข้าไปนั่งใกล้ฟางซินในทันทีก่อนจะเอื้อมมือไปจับมืออีกฝ่ายเอาไว้จนแน่น “ทำไมถึงร้องไห้ละเจ้าคะ?” 

“ข้าร้องไห้ก็เพราะข้าเป็นทุกข์” ฟางซินพูดออกไปด้วยแววตาเศร้าหมองตอนนี้หัวใจของเธอทุกข์เหลือเกิน ทุกข์เรื่องของอี้หลานเนี้ยแหละ ทำไมเธอถึงต้องรักผู้ชายคนนี้ด้วยนะทั้งๆ ที่รู้ว่าอนาคตก็คงไม่พ้นของเล่นหรือของตายและดูเหมือนเธอกำลังจะกลายเป็นอย่างใดอย่างหนึ่ง 

“ทุกข์เรื่องรักหรือเจ้าคะ?” เคอร์ซีตัดสินใจถามออกไปตรงๆ เพราะจะมีสักกี่เรื่องเชียวที่ทำให้สตรีร้องไห้ได้และตอนนี้ก็คงไม่พ้นเรื่องไหนนอกจากเรื่องรักหรอกแต่ฟางซินไม่ได้ตอบอะไรและปล่อยน้ำตาให้ไหลออกมาหนักกว่าเดิมอีกจนเคอร์ซีเดาได้เลยว่าเธอคิดถูกแล้ว เด็กสาวกุมมือผู้เป็นเจ้านายจนแน่นขึ้นก่อนจะยกยิ้มออกมาเล็กน้อย 

"ความรักจะทำให้เรามีความสุขถ้าหากมีทุกข์นั่นไม่ได้เรียกว่าความรักหรอกนะเจ้าคะ" 

"ความรักจะทำให้เรามีความสุขถ้าหากมีทุกข์นั่นไม่ได้เรียกว่าความรักหรอกนะเจ้าคะ" 

“ทำไมเขาถึงไม่มาหาข้าล่ะ?” ฟางซินพูดขึ้นด้วยแววตาที่คลอไปด้วยน้ำตาเธอไม่เข้าใจเลยว่าทำไมอี้หลานถึงได้ไม่ยอมกลับมาหาเธอทำไมถึงชอบทิ้งเธอให้รอเขาเสมอ “ทำไมข้าต้องคอยเป็นฝ่ายรอเสมอ ทำไมข้าต้องการเป็นคนรอเสมอด้วย” 

เคอร์ซีต้องมองผู้เป็นนายด้วยความสงสารจับใจเธอเข้าใจความรู้สึกนั้นดีเพราะเธอเองก็เคยมีคนรักและคนรักของเธอก็หนีไปแต่งงานกับผู้หญิงอื่นเพราะถูกครอบครัวจับคลุมถุงชน คนรักของเธอบอกว่าให้เธอรอและเธอก็รอเสมอมาแต่สุดท้ายแล้วคำพูดของเขามันก็เป็นเพียงลมปากผู้ชายเท่านั้นเพราะเขาก็ไม่คิดจะเลิกกับผู้หญิงคนนั้นและมีลูกกับนางใช้ชีวิตครอบครัวอย่างมีความสุข 

หมับ! 

“ข้าเข้าใจนายหญิงนะเจ้าคะ” เคอร์ซี่โอบกอดฟางซินจนแน่นเพื่อหวังว่าอ้อมกอดของเธอจะช่วยปลอบประโลมให้ผู้เป็นนายดีขึ้น เธอไม่อยากให้ฟางซินเศร้าเลยเธอชอบรอยยิ้มที่สดใสของอีกฝ่ายมากกว่า ฟางซินซบหน้าลงบนไหล่ของเคอร์ซีเพื่อหาที่พึ่งพิงในยามที่หัวใจอ่อนแอ ตอนนี้สิ่งที่เธอต้องการอาจจะไม่ใช่เคอร์ซีแต่ต้องการอี้หลานมากกว่า 

@จวนตระกูลคัง 

อี้หลานเดินวนไปวนมาในห้องนอนของตัวเองด้วยสีหน้าเคร่งเครียดที่เขาต้องมาติดแหงกในห้องแบบนี้ก็เพราะท่านแม่เผด็จการนั่นแหละไม่ยอมให้ข้าไปหาฟางซินที่บ้านพักและให้คนใช้จับเขาขังไว้ในห้องไม่พอยังให้เวรยามมาเฝ้าอีก โหดร้ายยิ่งนักเขาไม่ใช่นักโทษสักหน่อยแถมยังโตจนอายุเลข 3 แล้ว ทำเหมือนเขาเด็กๆ เลย 

ชายหนุ่มตัดสินใจเดินออกไปด้านนอกห้องก่อนจะเปิดประตูบานหน้าที่สลักลายสวยงามออก “พวกเจ้าไม่มีงานการทำบ้างหรือไงถึงได้มาเฝ้าข้าอยู่ได้!” อี้หลานพูดขึ้นด้วยสีหน้าหงุดหงิดขณะกวาดสายตามองเวรยามที่มาเฝ้าเขาอย่างกับนักโทษ 

“เนี้ยแหละงานของพวกข้าขอรับ” เวรยามคนหนึ่งพูดขึ้นอย่างนอบน้อม 

“ไม่จ้องมานอบน้อมข้าเลยนะทั้งๆ ที่พวกเจ้าเฝ้าข้าอย่างกับข้าเป็นนักโทษ ข้าขอสั่งให้เจ้าปล่อยข้าไปเดี๋ยวนี้ไม่อย่างงั้นพวกเจ้าได้เตรียมตัวหางานและที่อยู่ใหม่ได้เลย!” อี้หลานพูดขึ้นด้วยท่าทางเกรี้ยวกราดเพราะเขาคือคุณชายใหญ่ของบ้านหลังนี้เลยนะคือคนที่จะสืบตระกูลต่อพวกข้ารับใช้พวกนี้จะมาทำแบบนี้กับเขาไม่ได้มันหยามศักดิ์ศรีกันเกินไป 

“พวกเจ้าไม่ต้องไปไหนทั้งนั้นข้าสั่งให้เฝ้าก็เฝ้า” 

เสียงราบเรียบดังขึ้นจนอี้หลานหันกลับไปมองก็พบว่าเป็นแม่ของตัวเองที่เดินมาพร้อมกับข้ารับใช้ที่ถือถาดอาหารมาด้วยไม่ต้องเดาก็รู้ว่าเอามาให้เขาเพราะเขายังไม่ได้กินข้าวเลยและก็ไม่ได้อยากจะกินด้วยถึงเอามาให้ก็ไม่กินหรอก “ท่านแม่ทำแบบนี้กับข้าไม่ได้นะ ข้าโตแล้วท่านคิดถึงหน้าข้าบ้างสิ การที่ข้าต้องถูกแม่ตัวเองขังในห้องทั้งๆ ที่อายุก็เลข 3 แล้ว คนรู้คงนินทาไปทั่วข้าจะเอาหน้าไปไว้ที่ไหน?” 

“ถ้าแม่ปล่อยเจ้าไปเจ้าก็ต้องไปหาเด็กสาวคนนั้นอีกในเมื่อเจ้าไม่ยอมฟังแม่ แม่ก็จะจับเจ้าขังไว้ที่นี้เพื่อตัดไฟแต่ต้นลมและเจ้าจะต้องแต่งงานกับเสวี่ยนอัน” 

“...สะ...เสวี่ยนอันบุตรสาวของท่านอาเสวี่ยนเอ๋อน่ะหรือ?” อี้หลานทวนคำถามอีกครั้ง 

“ใช่นางเป็นสตรีผู้เพียบพร้อมทุกอย่างทั้งหน้าตาและฐานะที่เสมอกันถึงนางจะไม่ใช่ตระกูลขุนนางแต่ก็ร่ำรวยและมั่งคั่งพอๆ กับตระกูลเรา มารยาทก็ดี ถูกอบรมและฝึกสอนให้เป็นกุลสตรีมาตั้งแต่เยาว์วัยเพราะฉะนั้นนางเหมาะสมที่สุดที่จะมาเป็นสะใภ้ตระกูลคังและเหมาะสมที่จะเป็นแม่ของลูกเจ้า” 

“...ตะ...แต่ว่าข้ายังไม่รู้เรื่องเลยนะ” 

“เจ้าก็รู้เรื่องแล้วนี้ไงเพราะฉะนั้นอย่ามาปฏิเสธแม่เด็ดขาดเพราะแม่ตกลงกับเสวี่ยนเอ๋อไว้แล้วว่าจะให้เจ้าแต่งงานกับเสวี่ยนอัน ถ้าเจ้าปฏิเสธมันจะทำให้ตระกูลของเราเสื่อมเสียชื่อเสียงและถูกนินทาไปทั่วไม่ใช่แค่เจ้าหรอกนะที่ถูกนินทาแต่เสวี่ยนอันจะถูกนินทามากกว่าเจ้าในฐานะสตรีที่ถูกคู่หมั้นปฏิเสธถ้าเป็นเช่นนั้นความสัมพันธ์ของเรากับตระกูลนั้นคงย่อยยับอย่าทำลายมันด้วยมือของเจ้าเด็ดขาดให้นึกถึงตระกูลเอาไว้เยอะๆ เพราะตระกูลนี้จะเป็นของเจ้าและลูกของเจ้าด้วย” คังฮูหยินพูดขึ้นด้วยสีหน้าจริงจังเพราะทุกอย่างที่เข้ามาในตระกูลของเธอต้องเหมาะสมที่สุดเพื่อที่จะได้รักษาตระกูลเอาไว้ไม่ให้แปดเปื้อน 

“...ตะ...แต่ว่าข้าสัญญากับฟางซินเอาไว้แล้วว่าข้าจะแต่งงานกับนาง” อี้หลานพูดออกไปด้วยสีหน้าที่ยังคงตกใจและแสดงความอึ้งออกมาเล็กน้อยเพราะไม่คิดว่าแม่จะตกลงแบบนั้นกับเสวี่ยนอัน ความจริงถึงเขาจะถูกใจเสวี่ยนอันก็จริงแต่ไม่ได้ถูกใจถึงขั้นจะแต่งงานด้วยสักหน่อยก็แค่ถูกใจแบบอารมณ์ชั่ววูบเท่านั้นแต่คนที่เขาอยากจะแต่งงานด้วยคือฟางซินต่างหาก 

“จะไปจริงจังอะไรกับผู้หญิงต่ำต้อยแบบนั้น คำสัญญาที่ให้ไปก็ยกเลิกซะพูดสัญญาได้ก็ย่อมพูดยกเลิกสัญญาได้เช่นกันและแม่จะไม่ยอมให้เด็กคนนั้นมาเป็นสะใภ้ใหญ่ของตระกูลเด็ดขาด ถ้าอยากได้นางนักก็ต้องเป็นอนุเท่านั้นเพราะตำแหน่งภรรยาเอกต้องเป็นของเสวี่ยนอัน!” 

คังฮูหยินพูดขึ้นด้วยสีหน้าและแววตาดุดันก่อนจะหันตัวเดินเชิดหน้าออกไปในทันทีโดยไม่สนใจอะไรทั้งนั้นเพราะเธอตัดสินใจแล้วและเธอจะไม่เปลี่ยนใจเพราะถ้าเธอเปลี่ยนใจนั้นหมายถึงชื่อเสียงของตระกูลเธอต้องป่นปี้ไม่พอยังต้องเสียพันธมิตรที่ดีอย่างตระกูลของเสวี่ยนเอ๋อไปอีกมันไม่คุ้มกันหรอกนะที่จะเอาทั้งหมดนี้ไปแลกกับเด็กสาวผู้ต่ำต้อยที่ใส่ตะกร้าล้างน้ำยังไงก็ไม่สะอาด! 

“กรุณากลับเข้าไปข้างในด้วยเถอะขอรับ” เวรยามพูดขึ้นในทันทีเพื่อให้อี้หลานกลับเข้าไปในห้องและทำหน้าที่ของตัวเองต่อ 

อี้หลานยอมเดินกลับเข้าไปในห้องแต่โดยดีเพราะยังคงอึ้งกับคำพูดของผู้เป็นแม่อยู่ แม่จะให้เขาแต่งงานกับเสวี่ยนอันหรือ เขาทำแบบนั้นไม่ได้หรอกเพราะเขาไม่ได้รักเสวี่ยนอันถึงขั้นนั้นมันแค่ความหลงใหลชั่ววูบตามประสาผู้ชาย แต่ถ้าเขาไม่แต่งชื่อเสียงของตระกูลเขาคงต้องป่นปี้แน่ๆ เพราะนั้นหมายถึงการหักหน้าเสวี่ยนอันและนางจะต้องอับอายเสื่อมเสียชื่อเสียงแน่นอนเพราะป่านนี้ขุนนางหรือตระกูลมั้งมีต่างๆ คงรู้ข่าวว่าเสวี่ยนอันกับเขาถูกทาบทามให้แต่งงานกันแล้วเพราะข่าวสารพวกนี้จะถูกส่งออกไปในทันทีที่ผู้ใหญ่ตกลงกันเพื่อไม่ให้บุตรชายตระกูลอื่นมาสู่ขอเสวี่ยนอันทับอีกเพราะมีคู่หมั้นแล้ว 

แต่คนที่เขารักคือฟางซินแต่งหากนางคือคนที่เขาอยากแต่งงานด้วยเพียงคนเดียวเท่านั้นเพราะความรักที่เขามีให้ฟางซินมันไม่ใช่ความหลงเพียงชั่ววูบแต่มันคือความรักจริงๆ รักจนอยากจะสร้างครอบครัวด้วยอยากให้นางเป็นแม่ของลูกเขา แต่ตอนนี้ทำไมเขากลับต้องมาแบกรับภาระที่หนักอึ้งบนบ่าด้วยเหมือนบ่าข้างหนึ่งของเขากำลังแบกตระกูลเอาไว้ส่วนอีกบ่าก็แบกฟางซินเอาไว้ ถ้าเขาไม่ยอมแต่งตระกูลจะป่นปี้เพราะเขาแต่ถ้าเขายอมแต่งจิตใจของฟางซินจะป่นปี้เพราะเขาเหมือนกัน 

. 

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น