หนูแดง/หนูแดงตัวน้อย/NooDangzz
email-icon facebook-icon Twitter-icon

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

สะบายดี ครั้งที่ 4: ริซซี่...ดวง[100%]

ชื่อตอน : สะบายดี ครั้งที่ 4: ริซซี่...ดวง[100%]

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 6.9k

ความคิดเห็น : 26

ปรับปรุงล่าสุด : 08 มิ.ย. 2560 22:54 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
สะบายดี ครั้งที่ 4: ริซซี่...ดวง[100%]
แบบอักษร

สะบายดี ครั้งที่****4: ริซซี่...ดวง

กลายเป็นว่าผมต้องอธิบายให้คนรอบข้างเข้าใจว่าไม่ได้มีเรื่องกัน แน่นอนว่าไม่ได้อธิบายอย่างเป็นทางการ แค่แกล้งพูดเสียงดังอย่างสนิทสนมว่า ‘อ้าวปั้น ไหงเมาหลับงี้ล่ะ พี่ต้องแบกกลับเลยเห็นไหม’ แล้วก็หัวเราะแห้งๆ ใส่คนที่ยืนมองอยู่ประหนึ่งว่าไม่ได้ตบมันจนหลับไปนะ มันเมาหลับไปเองอะไรงี้ ก่อนจะเอามันขึ้นหลังกลับมาเกสต์เฮ้าส์ บอกเลยว่าถ้ามีคนส่งผมเข้าชิงรางวัลออสการ์สาขาตลบตะแลงตอแหลล่ะก็ รับรองเลยว่าผมได้อย่างแน่นอน แต่มันไม่ใช่เวลาที่ผมจะมาคิดอะไรไร้สาระ ผมต้องทำทุกอย่างเพื่อไม่ให้คนอื่นรู้ว่าผมไปทำร้ายร่างกายมัน...ใช่ ทำร้ายร่างกาย เพราะถ้าคนอื่นรู้ หรือปั้นรักตื่นมาเอาเรื่อง มีหวังผมได้ลองกินข้าวแดงคุกประเทศลาวอย่างแน่นอน

ดังนั้นสิ่งที่ผมควรทำก็คือ...อำพรางความผิด

พามันเข้ามาในเกสต์เฮ้าส์ได้ บรรดาพนักงานที่เข้ากะตอนดึกก็พากันมองผมที่แบกปั้นรักเข้ามาอย่างประหลาดใจ พร้อมกับเสนอตัวมาให้ช่วย ผมเลยต้องสวมวิญญาณนักท่องเที่ยวผู้แสนดีบอกกับพวกเขาว่าปั้นรักกับผมไปดื่มกัน แต่ปั้นรักดื่มหนักไปหน่อยเลยเมาแอ๋ ผมเป็นคนชวนไปดื่มเลยจะขอรับผิดชอบด้วยการดูแลมันคืนนี้เอง ไม่อยากรบกวนพวกเขาที่กำลังทำงานกันอยู่อะไรแบบนั้น

ฟังดูเป็นคนดีโคตรๆ เลยใช่ไหมล่ะ แต่ไม่...ไม่ใช่เลย ผมแค่ไม่อยากให้ใครสังเกตเห็นความผิดปกติบนตัวมันต่างหาก เผื่อว่าที่ผมตบกบาลมันดังป้าบก่อนหน้านี้จะไปโดนหน้ามันแดงเถือกอะไรแบบนั้น

สุดท้ายก็เลยแบกมันขึ้นมาบนห้อง จับมันลงนอนบนเตียงได้ก็ยืนหายใจหอบเพราะความเหนื่อยอยู่พักใหญ่

ไอ้ปั้นรักไม่ใช่ตัวเล็กๆ เลยนะ ตัวพอๆ กับผมเลยเถอะ แค่เตี้ยกว่ากันนิดหน่อยเท่านั้นเอง แต่ที่เพิ่งจะมาเหนื่อยเอาในตอนนี้ก็คงเพราะก่อนหน้ามัวแต่กังวลจนลืมเหนื่อย อารมณ์เหมือนผู้ร้ายหนีความผิดมากๆ

แต่จะอะไรก็เอาเถอะ เอาเป็นว่าตอนนี้ผมเริ่มจะหายเหนื่อยละ เดินไปเช็กซีกหน้าของปั้นรักทั้งสองข้าง ไม่ปรากฏรอยแดงหรือบาดแผลใดๆ ทิ้งไว้เป็นหลักฐาน ผมก็พอจะเบาใจลงไปได้บ้าง จากนี้ก็คงต้องรอจนกว่ามันจะสร่างเมาและรู้สึกตัวถึงเช็กอีกทีว่าสมองมันได้รับการกระทบกระเทือนอะไรแต่อย่างใดไหม

ส่วนระหว่างรอ... เปลี่ยนเสื้อก่อน รอยน้ำลายไอ้ไกด์เถื่อนนั่นยังคาอยู่บนหัวนมผมอยู่เลยเถอะ

เปลี่ยนเสื้อมาได้ก็มานั่งรอมันตื่นจนเผลอหลับไปข้างๆ มันบ้าง รู้สึกตัวอีกทีก็ตอนเช้ามืดเพราะไอ้ปั้นรักดันดิ้นไปมาปลุกผมเสียอย่างนั้น ผมเลยต้องจำใจลุกเนื่องจากว่ากลัวมันจะอ้วกใส่ พอไปล้างหน้าล้างตากลับมา ก็เห็นปั้นรักย่นคิ้วยู่ทั้งที่หลับอยู่พลางส่งเสียงอือออในลำคอ

“ปวดหัว...”

ผมจับใจความได้ว่าอย่างนี้ก็เลยถอนหายใจออกมาเต็มแรง

เมาแอ๋ขนาดนั้นไม่ปวดก็ไม่รู้จะว่ายังไงละ

“อือ...ปวดหัว...” มันยังคงบ่นออกมาอีก

ผมเม้มริมฝีปากแน่น

มันปวดหัวเพราะเมาค้างหรือเพราะโดนผมตบไปเต็มรักกันวะนั่น?

เป็นห่วงมันเหมือนกันนะ จะไม่เป็นห่วงก็ไม่ได้เพราะถ้าเกิดมันเป็นอะไรขึ้นมา คนที่จะซวยก็คือผมนั่นเอง ผมเลยเดินเข้าไปใกล้ๆ มันก่อนจะร้องถาม

“ปวดมากไหม”

ปั้นรักไม่ตอบแต่ค่อยๆ ปรือตาขึ้นมามอง

“ถามว่าปวดมากไหม ได้ยินหรือเปล่า”

ปั้นรักพยักหน้าช้าๆ ไม่รู้ว่าพยักหน้าเพราะตอบรับว่าปวดหัวมากหรือได้ยินที่ผมถาม แต่ผมก็ถือว่ามันตอบทั้งสองคำถามในคราวเดียวก็แล้วกัน

“แล้วปวดตรงไหน” ถามหน่อย เผื่อมีเลือดคั่งในสมองจะได้รู้ว่ามันใช่จุดเดียวกับที่โดนผมตบไปหรือเปล่า

“อือ...ปวดทั้งหัว”

โอเค ผมเดาเอาว่าไม่น่าจะปวดหัวเพราะโดนผมตบละ น่าจะเป็นจากฤทธิ์ของแอลกอฮอล์มากกว่า ตอนนี้ก็โล่งใจไปได้อีกหนึ่งเปลาะ

“งั้นก็นอนต่ออีกหน่อย จะได้หายปวดหัว” ผมว่าเสียงเรียบ

ปั้นรักพยักหน้า ปิดเปลือกตาลงแล้วทำท่าจะหลับอีกรอบ ผมก็กะว่าจะนอนต่ออีกงีบเหมือนกัน ทว่าปั้นรักก็ดันพึมพำขึ้นมาอีก

“ผะ...ผ้า...”

“ผ้าเหรอ ผ้าอะไร” ผมถามเมื่อได้ยินเสียง

ปั้นรักปรือตาขึ้นมามองอีกครั้ง ก่อนจะต้องหลับตาลงไปอีกพร้อมกับทำหน้าเจ็บปวด ยกมือคลึงขมับตัวเองไปมา

“ขอผ้า...”

“ผ้าอะไรล่ะ” ผมย่นคิ้วบ้างแล้วเพราะมันไม่พูดสักที

ปั้นรักเงียบไปครู่หนึ่งก่อนจะเปล่งเสียงออกมาอีกครั้ง

“ผ้าอนามัย...ขอผ้าอนามัย”

“ฮะ?” คราวนี้ย่นคิ้วหนักกว่าเดิมอีก

ตอนแรกผมก็คิดว่าตัวเองฟังผิด แต่พอมันพูดขึ้นมาอีกครั้ง

“ผ้าอนามัย...”

ไม่ได้ฟังผิดเลย ชัดเด๊ะๆ

มึงจะขอผ้าอนามัยไปทำอะไร!

ในหัวครุ่นคิดเป็นพัลวันทันที ไม่เข้าใจด้วยว่ามันจะเอาของแบบนั้นไปทำอะไร จะบอกว่าเอาไปช่วยบรรเทาอาการเมาของมันก็ไม่น่าจะใช่เพราะดูแล้วมันไม่น่าจะเอาไปใช้งานอะไรได้สักอย่าง ขณะที่ปั้นรักก็ยังพึมพำงึมงำคำพูดเดิมจนผมต้องยืนคิดสักพัก

ผ้าอนามัย... มันสำหรับผู้หญิงใช้ตอนมีวันนั้นของเดือน แต่ปั้นรักเป็นผู้ชาย มันถามหาของแบบนี้ก็แสดงว่า...

มึงเป็นริซซี่ดวงเหรอไอ้ปั้น!?

ผมทำหน้าตกใจใส่มันทันที ทำไมเป็นอะไรถึงไม่บอกก่อน! ตายล่ะกู ปล่อยมันนอนบนเตียงอย่างนี้จะเป็นไรไหมเนี่ย

ไม่ได้รังเกียจมันหรอกนะ แต่ผมแค่ไม่อยากจะจ่ายค่าทำความสะอาดเตียงถ้าเกิดว่ามันทำเลอะเทอะขึ้นมา เท่านั้นผมเลยยืนเลิ่กลั่กอยู่พักนึง ก่อนจะตัดสินใจคว้ากระเป๋าสตางค์แล้วพุ่งออกไปนอกเกสต์เฮ้าส์ ไปโผล่กลางร้านสะดวกซื้อพร้อมกับยืนกอดอกอยู่หน้าชั้นวางผ้าอนามัย

กลิ่นซากุระ กลิ่นชาเขียว สารพัดกลิ่น แถมมีปีก ไม่มีปีก กลางวัน กลางคืน แผ่นบ๊างบาง แผ่นหนาเตอะ

อะไรนักหนาวะเนี่ย กูจะรู้ไหมว่าควรซื้อแบบไหน

อะไรไม่ว่า การที่ผมมายืนจดๆ จ้องๆ อยู่หน้าชั้นสินค้าที่ไม่เคยซื้อมาก่อนตั้งแต่เกิดมามันทำให้คนอื่นในร้านมองผมแปลกๆ ด้วย

เอาวะ หลับตาหยิบๆ มาแม่งเลย!

ตอนมาจ่ายเงินก็ถูกพนักงานมองด้วยสายตาแปลกๆ ผมก็เก็บอาการสุดฤทธิ์ นิ่งสุดๆ ทำเป็นไม่รู้ไม่ชี้ไป พอพนักงานทอนเงินกับส่งของให้ก็แทบจะรีบมุดแผ่นดินลาวกลับเกสต์เฮ้าส์

ทำไมกูจะต้องมาดูแลไกด์เวรนี่ด้วยวะ ลูกค้าจะต้องได้รับการดูแลไม่ใช่เหรอ!?

สถานการณ์โคตรจะย้อนแย้งกับสถานะ แต่ผมไม่สนใจอะไรแล้ว สิ่งที่ต้องทำคือปฐมพยาบาลมัน

ใช้คำว่าปฐมพยาบาล แต่เอาจริงๆ ผมไม่รู้หรอกนะว่าคนเป็นริดสีดวงจะต้องได้รับการดูแลยังไง ถึงอย่างนั้นผมก็หยิบเอาของที่ซื้อมาออกจากถุงพลาสติกมาดูเป็นที่เรียบร้อย

เป็นผ้าอนามัยนำเข้าจากประเทศไทย... เคยอ่านตามเว็บบอร์ดรีวิวท่องเที่ยวเหมือนกันว่าสินค้าในลาวส่วนใหญ่จะนำเข้าจากประเทศบ้านเกิดผม แต่อะไรก็ไม่สำคัญเท่ากับตัวหนังสือภาษาไทยที่แปะหราอยู่บนฉลากสินค้า

…คูลลิ่งเฟรช สูตรเย็น มีปีก ยาวสามสิบหน้าเซนติเมตร

ยาวขนาดนี้นี่ผ้าอนามัยผ้าเช็ดตัววะเนี่ย

แต่ผมไม่ได้สนใจอะไรนักนอกจากกลัวว่าทุกอย่างจะไม่ทันการ

เอาวะ จับใส่ให้มันเลยก็แล้วกัน

แกะห่อผ้าอนามัยออกมา หยิบมาชิ้นนึงแล้วลอกพลาสติกออก พินิจพิจารณาว่ามันใส่ยังไงด้วยการเปิดอินเทอร์เน็ตหาวิธีการใส่

ลอกสติ๊กเกอร์ตรงนี้ออก แล้วเอาแถบกาวแปะลงไปบนเป้ากางเกงใน

อืมๆ...

อ่านจนเข้าใจ คิดว่าทำได้วางผ้าอนามัยลงบนเตียง ก่อนจะตรงเข้าไปปลดเข็มขัดกางเกงปั้นรักออก ปั้นรักดูรำคาญนิดหน่อยแต่ท่าทางจะยังไม่ได้สติดี ผมเลยจัดการปลดตะขอกางเกงมันและดึงลง เหลือแต่บ็อกเซอร์ข้างใน พอมันเหลือสภาพแค่นั้น ผมก็ไม่ลังเลที่จะถอดปราการชิ้นสุดท้ายออก ตอนนี้ปั้นรักก็เลยอยู่ในสภาพเปลือยท่อนล่างเป็นที่เรียบร้อย

บอกตรงๆ ว่าถ้ามันไม่ใช่คนบ้าๆ บอๆ แถมยังกวนฝ่าเท้าจนผมอยากจะประเคนให้หลายต่อหลายครั้ง ผมคงจะใจเต้นตุ๊มๆ ต่อมๆ กับการกระทำของตัวเองและภาพที่เห็นข้างหน้าแล้วเพราะมันโคตรจะชวนให้คิดลึกเตลิดเปิดเปิงเลย แต่เพราะปั้นรักมันเป็นคนนิสัยอย่างนี้ไง ผมเลยไม่รู้สึกอะไรกับมันสักนิด ยิ่งในหัวมีคำพูดผุดพรายขึ้นมาว่า ‘มันเป็นริดสีดวงๆๆ’ ผมก็หมดอารมณ์ที่จะคิดอกุศลทันใด

รีบๆ จัดการให้เสร็จจะดีกว่า...

คว้าผ้าอนามัยขึ้นมา แกะกาวออกและแปะลงไปบนเป้ากางเกงบ็อกเซอร์ ถึงมันจะโคลงเคลงไปมาเพราะไม่ใช่กางเกงใน แต่ผมก็มันใจว่ามันไม่เคลื่อนไหวง่ายๆ อย่างแน่นอน ยาวประหนึ่งผ้าเช็ดตัวอย่างนี้ ต่อให้ไหลซึมไปยันง่ามก้มก็ยังรองรับและซึมซับได้ดี...เห็นบนฉลากเขียนไว้ว่างี้อะ ไม่ซึมเปื้อนตลอดคืนอะไรประมาณนั้น

พอจัดการแปะแถบกาวเสร็จก็ดึงกางเกงขึ้น ตามด้วยสวมกางเกงยีนให้มันเหมือนเดิม ใส่เข็มขัด จัดทุกอย่างให้เข้าที่เข้าทางราวกับว่าไม่ได้ไปยุ่มย่ามกับเสื้อผ้ามันเลยแม้แต่น้อย

เออ ความจริงไอ้ผ้าอนามัยอะไรนี่ก็ใช้ไม่ยากนะ

ผมคิดเองเออเองหลังจากปฏิบัติภารกิจเสร็จ ก่อนจะทรุดตัวลงนั่งที่ปลายเตียง คว้าห่อผ้าอนามัยมาอ่านอีกที อ่านแบบไม่ได้คิดอะไรอะ แค่อ่านเฉยๆ แต่แล้วก็ต้องสะดุดที่ตัวหนังสือบนฉลากด้านหน้า

...คูลลิ่งเฟรช

เอะใจขึ้นมาแปลกๆ

ไอ้คำว่าคูลลิ่งเฟรชนี่อย่าบอกนะว่า...

ในหัวรีบแปลศัพท์ภาษาอังกฤษอย่างรวดเร็ว

คูลลิ่ง แปลว่า เย็น

เฟรช แปลว่า สดชื่น

คูลลิ่งเฟรช ...สดชื้นสดชื่น

เวรละ ไข่มึงถูกแช่แข็งแน่ไอ้ปั้น!

จะจับมันถอดออกก็ไม่ทันแล้ว ได้แต่หันไปมองมัน ก่อนจะพบว่าปั้นรักเริ่มมีสีหน้าเหยเกขึ้นมา ก่อนจะตามมาด้วยบิดตัวซ้ายทีขวาที

จากอยู่ลาวดีๆ ก็ได้ไปเยือนขั้วโลกเหนือแบบไม่รู้เนื้อรู้ตัว ผมเห็นแล้วก็สงสาร แต่จะให้ไปถอดกางเกงมันอีกรอบก็ใช่เรื่อง ยิ่งมันส่งเสียง...

“อือ...อ๊า...ฮ้า...”

ผมก็ต้องยกมือขึ้นลูบหน้าตัวเองเป็นพัลวัน

เสียงแบบนี้มันใช่เสียงที่ควรจะครางออกมาตอนเย็นไข่เหรอวะ!

ยิ่งเห็นมันเอามือพยายามล้วงเข้าไปในกางเกงในสภาพทุรนทุรายพร้อมกับส่งเสียงออกมาไม่หยุด ผมก็เริ่มชักจะได้กลิ่นไม่ดี

ไม่ใช่ว่ามันอ่อยผมนะ แต่ผมนี่แหละที่จะตบะแตกไปปล้ำคนเมาเอา!

โอเค ผมควรจะสงบสติอารมณ์ ลงไปนั่งรอที่ล็อบบี้ก่อน ไว้ฟ้าสว่างแล้วค่อยกลับขึ้นมาดูมันใหม่

คิดได้เท่านั้น ผมก็คว้าโทรศัพท์และกระเป๋าสตางค์ รวมถึงของที่จำเป็นใส่ในกระเป๋าคาดอกใบเล็ก จากนั้นก็ออกจากห้องมานั่งเล่นที่ล็อบบี้ นั่งไปนั่งมาก็ผล็อยหลับไปเสียอย่างนั้น รู้สึกตัวอีกทีก็ตอนพนักงานเรียกให้ไปกินมื้อเช้า

ผมลุกไปหาอะไรยาไส้เสร็จก็กลับขึ้นมาชั้นบนอีกครั้ง หากแต่ยังไม่ทันที่จะได้เปิดประตูห้อง ผมก็ได้ยินเสียงร้องโวยวายอันแสนจะคุ้นหูดังออกมาจากห้องพักของตัวเอง

“What the hell is this!? (นี่มันเวรอะไรวะเนี่ย!)”

เป็นภาษาอังกฤษ แปลไม่ค่อยถูกหรอก แต่เดาได้ว่าเป็นคำหยาบ และเดาได้เช่นกันว่านั่นเป็นเสียงของปั้นรัก

มันคงจะตื่นแล้วสินะ...

ผมเดินไปเคาะประตู เคาะเรียกอยู่พักหนึ่งเลยทีเดียวก็ไร้วี่แววว่ามันจะมาเปิด ผมเลยต้องร้องเรียกด้วย

“ปั้นรัก นี่ผมเอง เปิดประตูให้หน่อย”

เสียงโวยวายของปั้นรักเงียบไป ก่อนจะได้ยินเสียงฝีเท้าและเสียงกระชากประตูเปิดเข้ามาแทนที่ และทันทีที่มันเห็นหน้าผม มันก็เสียงดังใส่ทันควัน

“นี่ฝีมือยูใช่ไหม!”

ถามเรื่องอะไรไม่ต้องเดาให้เสียเวลา ผมมองสีหน้าโกรธๆ ของมันแล้วก็เหลือบไปมองยังส่วนร่างของร่างกายคนตรงหน้า พลันความรู้สึกสมเพชปนเวทนาก็พร่างพรายในหัวผมทันที

ไอ้ปั้นรักมันเดินมาหาในสภาพขาตั้งเป็นมุมฉากเก้าสิบองศาในสภาพที่สวมกางเกงบ็อกเซอร์ตัวเดียว ส่วนกางเกงยีนก็หล่นไปกองอยู่ที่ข้อเท้า

เย็นไข่ล่ะสินะ…

ไม่ต้องถามก็คิดถูกเพราะหลังจากนั้นมันก็บ่นออกมา

“Are you fu*king kidding me? What the hell are you doing?! (ล้อกันเล่นใช่ไหม ยูทำอะไรของยูเนี่ย!)”

ผมว่าผมแปลออกและเข้าใจว่ามันถามอะไรนะ ดูมันโกรธมากด้วย ผมเลยรีบเข้ามาในห้องก่อน พอปิดประตูเรียบร้อยแล้วถึงได้พูดขึ้น

“ก็ช่วยปฐมพยาบาลไง”

“What!?” ปั้นรักหันมาถามผมด้วยสีหน้างุนงงสุดขีด  

ผมเลยพูดไปอีกที “ที่ผมใส่ไอ้นั่นให้คุณก็เพราะช่วยปฐมพยาบาลน่ะ”

“ปฐมพยาบาลประเทศไหนของยูวะ” มันว่าเสียงดังอีกแล้ว

ผมลอบพ่นลมหายใจเล็กน้อย “ก็คุณเป็นริดสีดวงไม่ใช่เหรอ มันเลยต้องปฐมพยาบาลกันแบบนี้”

“What the hell are you talking about!? (พูดเรื่องบ้าอะไรของยูอยู่เนี่ย!?)” คราวนี้ถามกลับทั้งเสียงดัง ทั้งหยาบคายเลย

ผมก็ไม่รู้ว่าผมแปลถูกไหมนะ แต่ที่รู้ๆ คือประโยคหลังจากนั้นที่พรั่งพรูออกจากปากมัน ผมแปลต่อไม่ได้แล้ว และก่อนที่มันจะทำหูผมชาไปมากกว่านี้ ผมเลยรีบโพล่งขัดออกไปให้มันรู้ว่าผมทำอย่างนี้ทำไม

“ก็เมื่อคืนคุณเมา แล้วพอเริ่มรู้สึกตัว คุณก็บอกให้ผมไปเอาผ้าอนามัยมาให้ ผมก็เลยไปหาซื้อมาให้ จากนั้นคุณก็อยู่ในสภาพนี้”

ผมผายมือไปทางมันเล็กน้อยเพื่อให้มันเข้าใจชัดเจนว่าสภาพไหน ปั้นรักนิ่งคิดไปครู่ ก่อนจะทำท่าเหมือนจะจำได้ว่าเมื่อเช้ามืดพูดอะไร พลันยกมือขึ้นลูบหน้าตัวเองเป็นพัลวัน

“ผ้าอนามัย...โว้ย โง่หลาย! ภาษาลาวมันหมายถึงทิชชูเว้ย เมื่อเช้ารู้สึกเหมือนจะอ้วกเลยขอทิชชู”

เอ้า แล้วกูจะรู้ไหมล่ะว่ามันแปลว่าทิชชูน่ะ บอกว่าจะเอาผ้าอนามัย กูก็เลยจัดให้ชุดใหญ่ไฟกะพริบ สดชื่นไปทุกอณูรูขุมขนแบบนี้

“ก็ผมไม่รู้นี่ พูดกับผมก็ใช้ศัพท์ไทยสิ”

ปั้นรักทำท่าเหมือนจะด่าอะไรผมสักอย่างแต่ก็ไม่ด่า ยืนบิดไปบิดมาเพราะเย็นวูบวาบที่หว่างขาแทน

“แสบดากแสบไข่คัก” มันบ่นพึมพำ

ผมได้ยินแล้วก็เม้มปาก ไม่ใช่สำนึกผิดนะ

...กลั้นหัวเราะ

ไม่ให้กลั้นหัวเราะได้ไงล่ะ ท่าทางมันโคตรตรงเลย เดินขาถ่างๆ เขย่งไปที่ห้องน้ำ พึมพำเป็นภาษาลาว ภาษาไทยแล้วก็อังกฤษปนกันออกมาไม่หยุด ทำเอาผมที่มองท่าทางทุลักทุเลของมันอยู่ต้องตั้งสติสุดพลังเพื่อที่จะไม่หลุดหัวเราะออกมา ทว่าพอเห็นปั้นรักเอามือล้วงไปในกางเกงบ็อกซ์เซอร์ พร้อมกับอุทาน...

“Ouch! F*ck!”

ตามมาด้วยเสียงดัง...

แค...ว่...ก...

กาวที่ผ้าอนามัยค่อยๆ ลอกออกจากเป้ากางเกงบ็อกซ์เซอร์

ตอนแรกผมก็ไม่รู้หรอกนะว่ามันจะค่อยๆ ดึงทำไม กระทั่งเห็นว่ามันใช้สองมือทำอะไรขยุกขยิกอยู่ใต้กางเกง ก่อนที่สีหน้าเหยเกบ่งบอกให้รับรู้ชัดเจนว่ากำลังเจ็บปวด ตามมาด้วยเสียงร้อง...

“อูย...ซี้ด...”

ผมก็พอจะเดาได้

กาวกินหมี่มังกรล่ะสิ...

ผมยกมือขึ้นปิดปาก หันหน้าหนีทันควัน ไม่ใช่ว่าทนเห็นภาพอุบาทว์ตรงหน้าไม่ไหว แต่เป็นเพราะกลั้นหัวเราะแทบไม่ไหวต่างหาก แล้วก็ต้องหลุดหัวเราะออกมาจนได้เมื่อมันจัดการดึงทุกอย่างออกจากกาวผ้าอนามัยได้สำเร็จ

“โว้ย! อย่างกับทำบราซิลเลียนแว็กซ์”

ได้ยินมันบ่นพร้อมกับถือซากผ้าอนามัยในมือ ผมก็หัวเราะน้ำหูน้ำตาไหล ปั้นรักที่ดึงกางเกงยีนขึ้นสวมหันมาแหวใส่ผมทันควัน

“หัวเราะอะไรของยู”                                      

ผมรีบกระแอม ปรับสีหน้าให้เป็นปกติ

“เปล่าครับ”

“เปล่าอะไร ก็เห็นหัวเราะอยู่”

“เปล๊า” ผมแกล้งปฏิเสธเสียงสูง

ปั้นรักย่นหน้า ส่งสายตาไม่พอใจสุดๆ มาให้

“ขำมากใช่ไหม เอาไปเชยชมเลยไป!”

ก่อนที่ผมจะได้ตั้งหลัก ปั้นรักก็ปาผ้าอนามัยอันนั้นใส่ผมแล้ว ผมที่ไม่ทันจะได้ตั้งตัวก็ถูกผ้าอนามัยกระแทกเข้าเต็มๆ

ไอ้เจ็บน่ะมันไม่เจ็บหรอก แต่กูขยะแขยง!

มันหล่นลงพื้นปุ๊บ ผมก็เตะมันกลับคืนไปให้ไอ้ปั้นรักอย่างรวดเร็ว

“เฮ้ยคุณ มันสกปรกนะเนี่ย!”

ไม่เตะอย่างเดียว โวยวายด้วย

ปั้นรักทำหน้าเหม็นเบื่อใส่ “ไอก็แค่จะเอาของคืนยู”

ของแบบนี้ไม่ต้องมาคืนหรอกเว้ย!

พอเห็นผมไม่ตอบโต้ มันก็เอามือล้วงเข้าไปในกางเกงตัวเอง

“อูย...แสบเลยเนี่ย เล่นอะไรของยูวะ จะ Bullying กันเหรอ”

ผมแปลศัพท์คำนี้ไม่ได้ เดาๆ เอาว่าน่าจะแปลว่าแกล้ง

“ไม่ได้แกล้ง...เฮ้ย!”

กำลังจะปฏิเสธเลยว่าไม่ได้แกล้ง แต่ปั้นรักก็ถลาเข้ามาพร้อมกับเอามือที่จกเป้ากางเกงตัวเองมาให้ผมดม

“กลิ่นเมนทอลหอมชื่นใจ”

เมนทอลบ้านมึงเถอะ ต้องให้กูพูดไหมว่ากลิ่นอะไรกันแน่!

“ทะลึ่งละคุณ เล่นมากไปปะ ชักจะปีนเกลียวใหญ่แล้ว ผมเป็นลูกค้านะ”

พอเห็นว่ามันชักจะลามปาม ผมก็ทำเสียงเข้มดุออกไป

ปั้นรักหยุดความพยายามที่จะเอากลิ่นเมนทอลผสมกลิ่นอย่างอื่นมาให้ผมดมทันควัน

“ใครกันแน่ที่เล่นมาก นี่ถ้าไอเป็นผู้หญิง ตอนยูถอดกางเกงไอ ไอคงโดนปล้ำไปแล้ว ดีนะไอเป็นผู้ชาย” แล้วมันก็บ่นๆ

ผมกลอกตา พูดเร็วๆ “ผมไม่ทำอย่างนั้นหรอกน่า”

“ใช่สิ ยูไม่ทำอย่างนั้นหรอก ไอก็เพิ่งมานึกได้ ยูเป็นเกย์นี่หว่า” พูดจบ ปั้นรักทำตาโต “เดี๋ยวนะ... ยูทำอะไรกับไอปะเนี่ย!”

แล้วมันก็เอามือป่ายปัดสำรวจร่างกายตัวเองเป็นการใหญ่

อย่างที่บอก ถึงมันจะหน้าตาดี ตรงสเปกผม แม้ว่าจะเป็นคนละสไตล์กับแสงเหนือที่ดูบอบบางกว่า แต่ปั้นรักก็หล่อใช้ได้ทีเดียว เสียอย่างเดียวตรงที่ผมทำอะไรมันไม่ลงเพราะมันเป็นบ้านี่แหละ

“ผมบอกแล้วไงว่าไม่ทำอะไรอย่างนั้นหรอก” คราวนี้ผมว่าเสียงดังขึ้นมาหน่อย

ปั้นรักก็ยังทำหน้าเหมือนไม่เชื่ออยู่ดี แต่ดูเหมือนมันจะไม่ได้สนใจอะไรแล้วนอกจากจะยืนกรานเสียงแข็ง

“ไอไม่ได้เป็นริซซี่ดวง”

อันนั้นกูรู้แล้ว เออ ขอโทษ

แต่ผมไม่ได้พูดออกไป ทำเพียงถามสั้นๆ

“แล้วผ้าอนามัยที่ไอหมายถึงน่ะมันคือผ้าเย็น”

“ภาษาลาวเหรอ”

“เปล่า ไอนึกไม่ทันว่า refreshing towel มันเรียกในภาษาไทยว่าอะไร”

“ก็บอกว่าผ้าอนามัย ใครจะไปรู้ล่ะนั่น บอกว่าผ้าเย็นตั้งแต่แรก ผมก็ไปขอจากล็อบบี้มาให้แล้ว บอกว่าผ้าอนามัย ใครๆ ก็คิดว่าเป็นผ้าอนามัยที่ผมซื้อมาให้คุณทั้งนั้นแหละ”

“ฮ่วย!”

มันส่งเสียงใส่ผมก่อนเดินอาดๆ เข้ามาหยุดที่ปลายเตียง คว้าห่อผ้าอนามัยที่เหลือขึ้นมาถือ

“ส่วนในห่อที่เหลือ ไอขอ”

ผมเลิกคิ้วสูงทันควัน “เอาไปทำไม”

“เย็นดี เอาไว้แปะที่หลังตอนพายูไปเที่ยว ซับเหงื่อก็ได้ รู้สึกเหมือนมีตู้เย็นพกพา”

มึงซื้อแป้งเย็นพกติดตัวไปจะดีกว่าไหม จะพกผ้าอนามัยแบบนี้มันก็เกิ๊นนน!

แต่จะไปห้ามอะไรมันได้ล่ะ มันจัดการยึดเป็นของตัวเองเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ผมก็ไม่อยากจะท้วงมันหรอกเพราะผมก็ไม่รู้ว่าตัวเองจะเก็บเอาไว้เพื่ออะไร ได้แต่มองปั้นรักที่คว้าข้าวของของคัวเองเดินไปที่ประตู พลันพูดเร็วๆ

“อีกชั่วโมงเจอกันข้างล่าง ไอไปอาบน้ำก่อน อยากไปไหนค่อยว่ากันอีกที”

พูดจบก็หายหัวออกไปเลย ปล่อยให้ผมได้แต่ถอนหายใจรัวๆ

ดีแล้วที่มันไม่ได้เป็นอะไรอย่างที่ผมคิด แต่ไอ้ที่ผมทำเมื่อเช้ามืดนี่มันทุเรศโคตร แล้วก็ดันหยุดหัวเราะการกระทำของตัวเองกับสภาพของปั้นรักไม่ได้เลย นี่มันโคตรจะบ้าเลยเนี่ย

ถือว่าพาลูกๆ ไปเที่ยวเมืองหิมะก็แล้วกันไอ้ปั้น...

----------------------------------------------

เต็มตอนแล้วค่ะ ห้ามว่าพี่ดื้อโง่ พี่ดื้อของเราเป็นคนซื่อ ปั้นรักพูดไม่เคลียร์เอง 555

พรุ่งนี้คงไม่ได้อัปทั้งเนื้อหา ทั้งตัวอย่างนะคะ มาอีกทีมะรืนเลย พรุ่งนี้ไป ตจว.

ส่วนกำหนดเปิดของเรื่องนี้มาพรุ่งนี้ละเน้อ ติดตามเพจ สนพ.รักคุณ ไว้นะคะ 

เสิร์ชในเฟซบุ๊กว่า สำนักพิมพ์รักคุณ เอาเด้อ

ฝากกำลังใจไว้ด้วยงับ ^^

ความคิดเห็น