-[TAKE]-

รักเทค ก็อย่าทิ้งกันน้าาา อยู่กับเทคนานๆ แค่เข้ามาอ่านก็ดีใจแล้ววว

ชื่อตอน : ราตรีที่ 39

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 28.2k

ความคิดเห็น : 115

ปรับปรุงล่าสุด : 30 พ.ค. 2560 21:48 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 700
× 0
× 0
แชร์ :
ราตรีที่ 39
แบบอักษร

39

พระสนมจากแคว้นฉินวิ่งโร่เข้าไปโอบกอดมารดาด้วยความคิดถึง นานแล้วที่ไม่ได้พบกันตั้งแต่สงครามกับแคว้นโจว เกิดเรื่องขึ้นมากมายจริงๆ หนิงลี่อดหวั่นใจมิได้ว่าถ้าหากตัวเองนั้นความจำเสื่อมถาวรจะทำเช่นไร หากซ่งจินเหลียงไม่ไปตามหา ปล่อยไปตามยถากรรมจะเป็นเช่นไร คงอีกนานกว่าจะได้เจอกับครอบครัว หรือไม่ก็อาจไม่มีวันนั้น

ชิงเถานางกอดลูกชายคนโต หัวอกของผู้เป็นแม่แทบแหลกสลายเมื่อรู้ว่าหนิงลี่ถูกทำร้ายจากซูลี่เพื่อนสมัยเยาว์จนเกือบเอาชีวิตไม่รอด ยังโชคดีที่มีฝ่าบาทแห่งแคว้นฉินมีความเมตตากรุณาพาหนิงลี่กลับแคว้นมาได้ นางคงอกแตกตายหากได้รู้ว่าบุตรชายที่รักได้สิ้นใจ

พอเห็นหน้าลูกชายคนโตเต็มตา รู้ว่าคงผ่านเคราะห์กรรมมามากกว่าจะอยู่ได้สงบสุข การอยู่เคียงข้างองค์ฮ่องเต้ย่อมต้องมีอุปสรรค์เจอกับอะไรอีกมากในอนาคต ชิงเถาก็ได้แต่หวังว่าหนิงลี่จะผ่านเรื่องราวเหล่านั้นได้

หนิงลี่มีความสุขยามที่ได้อยู่กับครอบครัวอีกครั้ง ใบหน้าที่เคยระทมทุกข์กลับมีชีวิตชีวาขึ้นกว่าเก่า เห็นผู้เป็นบิดาและมารดาดูซูบผอมไปมากจนนึกเป็นห่วงมิได้

ได้ความว่าซ่งจินเหลียงเป็นคนให้หวางมู่ไปพาทั้งสองมาอยู่ที่แคว้นด้วยกัน เพื่อคอยดูแลตนเองที่ยังคงจำไม่ได้ แคว้นฉีกับแคว้นฉินห่างกันหลายพันลี้ การเดินทางจึงได้ยาวนานกว่าปกติ ในทีแรกซ่งจินเหลียงตั้งใจจะให้คนไปรับนานแล้ว แต่เพราะอยากให้ตรงกับเทศกาลสำคัญ ให้หนิงลี่ได้มีโอกาสอยู่พร้อมหน้ากันกับครอบครัว

เมื่อหนิงลี่เอ่ยปากถามว่าจะอยู่ด้วยกันตลอดหรือไม่ ได้รับคำตอบจากผู้เป็นน้องสาวและน้องชายว่าต่อจากนี้ทั้งครอบครัวจะย้ายมาอยู่ด้วยกัน ทำเอาหนิงลี่ถึงกับหุบยิ้มไม่อยู่

ดี...มันช่างดีจริงๆ

นับจากนี้เขามาดมั่นว่าจะขุนบิดากับมารดาให้อ้วนพี จะคอยปรนนิบัติรับใช้อย่างดีไม่ให้เสียชื่อ!

“ท่านพี่ หนิงเอ๋อได้ข่าวว่าท่านได้รับบาดเจ็บ ท่านเป็นอย่างไรบ้างเจ้าคะ”

หนิงลี่ลูบหัวน้องสาวด้วยความเอ็นดู “ข้าหายดีแล้ว”

ลู่ชิงผู้เป็นน้องชายกางแขนทำท่าเบ่งกล้าม “ท่านพี่ ตอนนี้ท่านไม่ต้องห่วง ท่านมีข้าอยู่ทั้งคน ข้าจะปกป้องท่านพี่ไม่ให้ใครมาทำร้าย”

หนิงลี่หัวเราะให้กับท่าทีของน้องชาย ช่างน่าเอ็นดูนัก

“เจ้าดูซูบผอมลงไปมาก กินข้าวบ้างหรือเปล่า ตอนเป็นทหารไม่ซูบถึงขนาดนี้ หรือว่าในวังใครรังแกเจ้า” ชิงเถาจับแขนลูกชายตนพลางมองสำรวจร่างกาย หนิงลี่เป็นบุรุษแต่กลับถูกรับเลือกให้เป็นพระสนม อาจไม่เป็นที่พอใจของเหล่าคนมียศศักดิ์

“ท่านแม่ ท่านไม่ต้องห่วง พวกเขาดูแลข้าอย่างดี”

ปลอบประโลมผู้เป็นมารดา

นอกจากไม่อดแล้วแต่ทุกวันกลับมีของมาให้กินมากมาย ยาบำรุงแขนงต่างๆ ทำอย่างกับว่าเป็นคนป่วยใกล้สิ้นลมหายใจรอมร่อ ถึงกระนั้นก็เป็นความปรารถนาดี หนิงลี่จึงได้รับไว้อย่างไม่รังเกียจ นึกขอบคุณด้วยซ้ำที่พวกเขาเป็นห่วงเป็นใยกันขนาดนี้

“ถ้าอย่างนั้นก็ดีแล้ว” ชิงเถาพยักหน้ารับรู้

“เอาละๆ เรื่องอื่นค่อยว่ากันทีหลัง หลังจากนี้พวกเราห้าคนพ่อแม่ลูกคงได้คุยกันอีกยาว” ก้านลู่จับหัวไหล่ของลูกชายคนรอง เขาแหงนหน้าหันมองไปยังอีกทิศ จนหนิงลี่ต้องหันมองไปตามบ้าง

เบื้องหน้าคือซ่งจินเหลียงที่อยู่ในอาภรณ์สีแดงเฉดเช่นเดียวกับตน ไม่สวมใส่อาภรณ์ทองหรือตกแต่งมากนัก เขายืนอยู่ไม่ไกลจากตัวหนิงลี่เท่าใด ถึงกระนั้นความงดงามของซ่งจินเหลียงก็ไม่ได้ถดถอยลงเลยสักนิด แสงโคมไฟที่ประดับอยู่รอบด้านยิ่งทำให้เขาเหมือนเป็นเซียนลงมาจุติบนโลกมนุษย์ซะมากกว่า

ก้านลู่และชิงเถารู้งานดี พวกเขาต่างพากันล่าถอยไปอีกทางหนึ่ง ปล่อยให้สองผัวเมียเขามีการพบปะพูดคุยกันดีกว่า

รอบด้านไม่มีใครอยู่แล้ว...

หนิงลี่กลืนน้ำลายลงคอเอื๊อกใหญ่...

“ฝ่าบาท” เอ่ยเรียกขานด้วยน้ำเสียงเบาหวิว ทว่าในความรู้สึกของหนิงลี่มันกลับดัง

หนิงลี่เอ่ยถามอีกครั้งยามที่ซ่งจินเหลียงเดินเข้ามาใกล้ “เหตุใดท่านมาอยู่ที่นี่”

เขาน่าจะอยู่ที่ท้องพระโรงกับสนมงานคนอื่นสิ

“เจ้าอยู่ที่นี่ ข้าก็ต้องอยู่นี่ที่สิ”

หัวใจพระสนมดังตูมใหญ่ สั่นไหวราวกับกลองรัว

ในเวลานี้ครอบครัวกลับถูกแทนที่ด้วยบุคคลที่น่าเกรงขาม...พวกเขาก้าวถอยหลังราวกับว่ารู้เห็นเป็นใจ หรืออาจเป็นเพราะพวกเขารู้กันอยู่ก่อนแล้วว่าต้องทำเช่นไร ถึงต่างพากันล่าถอย

ใต้ต้นท้อ...ผู้เป็นพระสนมและองค์ฮ่องเต้ใช้เวลาอยู่ร่วมกันมากกว่าจัดงานเลี้ยงฉลอง

ซ่งจินเหลียงทำเพื่อพระสนมของตนทั้งสิ้น ในงานเทศกาลฉูซี เพื่อส่งท้ายปีเก่า ในเทศกาลจะสวมใส่เสื้อผ้าสีแดงเพื่อความเป็นสิริมงคล

สีแดงที่เหมือนเป็นพิธีมงคลสมรส

ซ่งจินเหลียงเอื้อมมือจับหนิงลี่เอาไว้ สัมผัสแผ่วเต็มไปด้วยความทะนุถนอมและหวงแหน ดวงตาพราวประกายจดจ้องราวกับว่าจะกลืนกินร่างเข้าไปทั้งตัว

“ข้าหลวงใหลเจ้ามากเพียงใดเจ้าก็คงรู้”

เอื้อนเอ่ยคำหวาน สีหน้าที่ดูจริงจัง

ก่อนจะมาอยู่เคียงข้างองค์จักรพรรดิผู้ยิ่งใหญ่ หนิงลี่เป็นเพียงแค่สามัญชน เป็นเพียงแค่นายทหารต่ำต้อยอัปลักษณ์ที่ไม่ว่าใครก็ต่างรังเกียจเดียจฉันท์ เพียงแค่ชั่วอึดใจกลับเปลี่ยนแปลงไปได้เร็วถึงเพียงนี้ เขากลายมาเป็นพระสนมอย่างไม่ทันได้ตั้งตัว

“เจ้าคิดสิ่งใด มีหรือที่ข้าจะไม่รู้” ฝ่ามือนิ่มลูบแก้มอีกฝ่าย “อย่าใส่ใจกับคำนินทาเหล่านั้น ถึงเจ้าจะไม่สามารถมีลูกให้ข้าได้ ก็ช่างมันเถิด”

“ท่านรู้”

“อาลี่ ข้าเป็นฮ้องเต้ เจ้าคิดสิ่งใดเหตุใดข้าจะไม่รู้เล่า”

ซ่งจินเหลียงแสดงท่าทีไม่หยีระ ริมฝีปากกระจับสีชมพูอ่อนเผยยิ้ม ดวงตารีเรียวสวยสะท้อนกับแสงของโคมไฟระย้า ยิ่งซ่งจินเหลียงอยู่ในชุดสีแดงสดเช่นนี้แล้วก็ยิ่งขับผิวให้ขาวผุดผ่อง ราวกับภาพวาด ภาพกับเซียนบนสวรรค์ชั้นฟ้า ไม่ว่าอย่างไรผู้ชายคนนี้ก็ยังคงเป็นคนที่น่าอิจฉาที่สุด

“ฝ่าบาท ถึงท่านจะรู้ แล้วมันเป็นเช่นไรเล่า ในเมื่อ...” ดวงตาหม่นสั่นไหว “ท่านเป็นฮ่องเต้ รัชทายาทย่อมสำคัญ อีกไม่ช้าท่านก็ต้อง...”

หัวใจเจ็บแปลบเข้าไปในทรวง เมื่อคิดถึงตอนที่ซ่งจินเหลียงโอบกอดหญิงอื่น

“หากเช่นนั้นจงอยู่เคียงข้างข้าเถิด ข้าอาจเป็นคนเห็นแก่ตัวที่รั้งให้เจ้าอยู่ข้างกาย ให้เจ้าจำเอาไว้ว่าสิ่งเหล่านั้นมันเป็นเพียงแค่หน้าที่หาใช่ใจรัก”

“ท่านจะให้ข้ายอมรับงั้นหรือ”

ยอมรับ...เรื่องที่ปวดหัวใจเช่นนี้

ซ่งจินเหลียงโอบกอดพระสนมไว้มั่น “ถึงเจ้าจะไม่ยอมรับ ข้าจะใช้ทุกวิธีทางเพื่อรั้งให้เจ้าอยู่ ต่อให้ต้องกักขังเจ้าอยู่ในตำหนักจนไม่เห็นเดือน ไม่เห็นตะวัน ข้าก็จะให้เจ้าอยู่เคียงข้างข้า”

“เหตุใดฝ่าบาทถึงได้โหดร้ายเช่นนี้”

“ข้าโหดร้ายแค่เจ้า เจ้าก็รู้ว่าข้าหลงเจ้ามากมายนัก”

ซ่งจินเหลียงเอ่ยวาจาร้าย ข่มขู่ คิดรังแกตน แต่เหตุไฉนเลยถึงได้ยิ้มไม่หุบ...และเหตุไฉนเลยถึงได้อิ่มเอมหัวใจ

“อาลี่ เจ้าก็รู้ว่าข้ามีแค่สนมแค่ไม่กี่คน”

คำนั้นไม่ได้พูดเท็จ...

นอกจากสนมขั้นที่หนึ่งที่มีอยู่เพียงสองคนคือพระสนมกุ้ยเฟยและพระสนมซู่เฟย ก็มีเพียงแค่หนิงลี่ที่อยู่ในตำแหน่งพระสนมไฉหนวี่**[18]** เท่านั้น

การหาสนมเพื่อประดับบารมีของผู้ครองบัลลังก์มีให้เห็นตั้งแต่สมัยก่อนที่เขาจะขึ้นครองราชย์ ทว่าสำหรับซ่งจินเหลียงแล้วเรื่องเหล่านั้นมันไม่จำเป็นสักนิด เขาร่ำเรียนวิชาวิชาเพื่อล้างแค้น ยึดอำนาจด้วยหัวสมองและกำลัง ขึ้นครองราชด้วยความไม่ชอบธรรม เหล่าคนต่อต้าน ถูกจับประหาร ฆ่าคนเป็นผักปลาว่าเล่น เป็นคนที่บาปหนาอย่างไม่น่าให้อภัย

“ข้าจะไม่หาเพิ่ม ข้าจะไม่มีใครอื่น ข้าจะมีแค่เจ้า อยู่กับข้า...แม้ว่าภายภาคหน้าข้าอาจทำให้เจ้าต้องเจ็บช้ำน้ำใจ”

“ฝ่าบาท ต้องมีแต่ไม่ให้เจ็บช้ำน้ำใจมิใช่หรือ” เงยหน้าขึ้นมองคนกล่าว

ซ่งจินเหลียงหัวเราะแผ่วเบา ดวงตาที่เคยกังวลกลับเป็นเหมือนปกติ

“อาลี่” ซ่งจินเหลียงละตัวออกมา

เอื้อนเอ่ยคำถามและคำมั่นสัญญาในคราวเดียว

ในคืนมงคล อาภรณ์ที่สวมใส่ก็แดงทั้งคู่ ซ่งจินเหลียงจับมือพระสนมไว้มั่น บรศีรษะไม่มีมงกุฎประดับ เครื่องกายไม่ได้เต็มยศดั่งเดิม

"ข้ามีนามว่า ซ่งจินเหลียง...บัดนี้ไม่มียศ ไม่มีตำแหน่ง ไม่ได้เป็นฮ่องเต้ เป็นเพียงแค่คนธรรมดา เจ้าจะรับรักข้าได้หรือไม่" ซ่งจินเหลียงกล่าววาจา ดวงตาเปล่งประกาย

คนฟังคลี่ยิ้ม "ข้ามีนามว่าหนิงลี่...ไม่มียศ ไม่มีตำแหน่ง ข้าเป็นแค่คนธรรมดา ท่านจะรับรักข้าได้หรือไม่"

เอื้อนเอ่ยวาจาเดียวกัน สองสายตาสบประสานรวมกลายเป็นหนึ่ง...หนิงลี่อดคิดไม่ได้ว่าในใต้หล้าแห่งนี้คงไม่มีใครกระมั้งที่มาสารภาพรักกับบุรุษที่เคยอัปลักษณ์เช่นเขา

"ข้ารักเจ้า...รัก ใช่เพียงรูปกาย รักเจ้า...ที่ตรงนี้" ทาบมือบนหน้าอกด้านซ้าย "ตรงหัวใจ"

หนิงลี่น้ำตาไหล ตื้นตันมีมากจนไม่อาจห้ามได้

ความรักครั้งนี้ได้สมหวังแล้ว...

"ข้าก็รักท่าน"

ในตำหนักขององค์ฮ่องเต้...

มีสองร่างโอบกอดแนบชิด ฝ่ามือนิ่มลูบไล้เรือนกายแข็ง ริมฝีปากสีสดลูบไล้จากใบหน้าลงสู่ลำคอ ลากลิ้นเลียไล่จนถึงหน้าอก ผู้เป็นฝ่ายรองรับกระสันอยากไปทุกอณู ริมฝีปากสีคล้ำหยาบกระด้าง แห้งเหือดกระหายน้ำ ร่างกายเกร็งสะท้านไปทุกสัดส่วนยามที่ริมฝีปากนุ่มดูดกลืนผิวกายจนเป็นรอยแดง สองมือขยุ้มผ้าแพรชั้นดีจนยับยู่ยี่

ในขณะที่ความคิดกำลังเตลิดไปไกลแสนไกลนั้น สองขาก็ถูกจับแยกออกกว้าง แสงโคมที่อยู่ด้านนอกกับแสงสว่างของเทียนเผยให้เห็นสีหน้าที่เต็มไปด้วยความใคร่อยาก

ซ่งจินเหลียงแลบลิ้นเลียริมฝีปากตน ก่อนเอื้อมมือนุ่มลูบไล้หน้าอกที่แบนราบทั้งสองข้าง สัมผัสที่แผ่วเบายิ่งสร้างความวาบหวิวให้คนที่อยู่ใต้ร่างไม่น้อยจนต้องร้องครางแผวออกมา

เรื่องพวกนี้เขาสมควรเฉยชาได้แล้ว ความสัมพันทางกายกับซ่งจินเหลียงก็ใช่ว่าจะเป็นครั้งแรก ถึงจะรู้เช่นนั้นแต่การที่ผู้ชายต้องมาเป็นฝ่ายรองรับผู้ชายด้วยกันมันช่างเป็นเรื่องที่ยากลำบากเสียจริง

“อ๊ะ อ๊ะ”

สะท้านเฮือกเข้าไปในทรวง ใบหน้าเชิดขึ้นยามที่รับรู้ถึงสิ่งซ่งจินเหลียงกำลังจะทำ ลมหายใจอุ่นของอีกฝ่ายเป่ารดที่หน้าท้อง จากนั้นก็เคลื่อนหน้าต่ำลงไปที่สิ่งอ่อนไหวที่อยู่ด้านล่าง จินต้องหลับตาแน่นอย่างไม่กล้าที่จะมอง สองขาที่เคยถูกจับให้อ้าออกกว้างหดเข้าหากันอัตโนมัติ แต่ก็ถูกมือใหญ่ของผู้กระทำกดทับเอาไว้ดั่งเดิม

ริมฝีปากสีสดอ้าออกกว้าง ซ่งจินเหลียงมองสิ่งนั้นอย่างไม่นึกรังเกียจ เขายินดีทำให้ผู้เป็นพระสนมสมใจ ครอบปากอุ่นเข้าไปลงบนส่วนที่อ่อนนุ่ม หยอกล้อเล่นกับส่วนที่ทำให้อีกฝ่ายหฤหรรษ์ คละคลึงกับหยอกเย้าส่วนคับแคบที่อยู่ด้านหลัง ถนอมผู้เป็นดั่งดวงใจราวกับว่ากลัวการแตกสลาย

ผู้เป็นพระสนมบดกายไหว หายใจติดขัด มันลำบากไปหมด หน้าท้องก็ปั่นป่วน

“ฝ่าบาท”

หนิงลี่ที่ตกเป็นรองไม่อาจต้านทานคนมีกำลัง เขาอ่อนระทวยดั่งแป้งเปียก

หวงเหวยผิงหรือแม้แต่พระสนมกุ้ยเฟยหาว่าเขาใส่มนต์ดำทำให้ซ่งจินเหลียงหลงใหล หนิงลี่นึกอยากแก้คำครหาในคราวนี้นัก! หาใช่ตนไม่! แต่เป็นซ่งจินเหลียงต่างหากเล่าที่ที่เป็นฝ่ายทำมนต์ดำ ไม่เช่นนั้นเขาจะมาอยู่ในห้องของซ่งจินเหลียงแบบไม่รู้ตัวได้หรือ!

ยิ่งคิดยิ่งน่าอายนัก จนแทบอยากเอาหน้าแทรกแผ่นดินหนีให้รู้แล้วรู้รอด

ก่อนที่หนิงลี่จะได้คิดอะไรไปมากกว่านี้ ก็ถูกซ่งจินเหลียงทำให้ไม่สามารถคิดอะไรเรื่อยเปื่อยได้อีกแล้ว ช่วงล่างถูกรุกรานอย่างหนักหน่วง นิ้วเรียวยาวถูกสอดใส่ครั้งแล้วครั้งเล่า กระทุ้งเข้าไปด้านในจุดไวสัมผัสจนร่างแอ่นรับไปกับห้วงความสุขสม และถูกแทนที่ด้วยสิ่งที่ใหญ่โตกว่าเป็นเท่าตัว

พระสนมหายใจพะงาบๆ กัดฟันทนความเจ็บปวดปนความสุขที่มีมากกว่า ร่างกายมันเหมือนเรียนรู้เองโดยอัตโนมัติ ทำทุกอย่างให้เป็นธรรมชาติ ปล่อยให้ร่างกายผ่อนคลาย

“อา...อาลี่”

ขณะที่เหมือนโลกทั้งใบกำลังทลายลงตรงหน้า หนิงลี่ได้ยินซ่งจินเหลียงเอ่ยเรียกขานชื่อตนด้วยความรักใคร่

สองมือเอื้อมโอบประคองบ่ากว้างที่แข็งแกร่ง ความหลงลืมตัวจึงได้ใช้เล็บจิกเข้าไปในเนื้อด้านหลัง ระบายความอัดอั้นทั้งหมดทั้งมวล

“ข้ารักเจ้า”

น้ำเสียงกระซิบแผ่วเบาข้างหู

คนฟังน้ำตาไหลไม่หยุด ในอกมันอุ่นวาบจนสัมผัสถึงความอ่อนโยนที่คนกล่าวมอบให้ได้

“ข้ารักท่าน...ท่านพี่”

หัวใจของหนิงลี่สยบให้ซ่งจินเหลียงแล้วแต่โดยดี

---------

TAKE

ตอนหน้า...ก็จบแล้วน่อ

หากเทคทำให้รู้สึกไม่ดีก็ขอโทษนะค้า

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น