สามกันยา

ขอบคุณที่รักกัน ❤

ตอนที่ ๖๑ แต่งงาน

ชื่อตอน : ตอนที่ ๖๑ แต่งงาน

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย อีโรติก

คนเข้าชมทั้งหมด : 6.9k

ความคิดเห็น : 49

ปรับปรุงล่าสุด : 01 มิ.ย. 2560 09:16 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 300
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ ๖๑ แต่งงาน
แบบอักษร

​ว่ากันว่ายายคำศรีเป็นคนชอบเงิน ตอนแรกโทนก็นึกภาพไม่ออกว่าพฤติกรรมชอบเงินนั้นเป็นอย่างไร จนกระทั่งตอนที่เขานำเงินสินสอดมาวางตรงหน้าตาคำกองในพิธีแต่งงานที่จัดขึ้นหลังจากที่ยายนวลออกจากโรงพยาบาลมาได้ไม่นาน

“เจ้าบ่าวกะรูปหล่อ ขยันขันแข็ง ทำงานเก๊งเก่ง” เสียงแจ้ว ๆ ของผู้มีศักดิ์เป็นอาเจ้าสาวดังไปทั่วงาน ทำให้หนุ่มสาวถึงกับส่ายหน้าอย่างเอือมระอา ยิ่งผู้เป็นเจ้าบ่าวที่เคยปะทะคารมกันมาเมื่อหลายวันก่อนยิ่งแย่ไปกันใหญ่ เขาแทบจะห้ามปากตัวเองไม่ให้เบ้เอาไว้ไม่ทัน

“หนีตามกันไปอะไรล่ะ เด็ก ๆ มันไปหาเงินมาแต่งงาน” ยายคำศรีออกโรงปกป้องหลานรักเมื่อมีคนท้วงว่าโทนกับคำแพงเคยหนีตามกันไป

ก็แหม ธนบัตรใบละหนึ่งพันบาทที่แผ่เต็มพานทองอยู่ตรงหน้ามันช่างยืนยันความดีของชายหนุ่มได้ชัดเจนเหลือเกิน กี่ใบนะ หนึ่งพันใบเชียวเหรอ แล้วไหนจะทองรูปพรรณที่น้ำหนักเท่ากันกับน้ำหนักตัวของเจ้าสาวอีกเล่า แหม อาคำศรีแทบจะเอาหินมายึดปากหลานสาวเสียให้เต็มก่อนขึ้นเครื่องชั่ง นั่นยังไม่นับรวมแหวนเพชรวงงามที่วางอยู่เคียงกันอีก เฮ้อ ประเสริฐแท้เลยนะพ่อนะ แล้วก็ไม่บอกอาแต่แรกว่ามีเงินมีทองกลับมา จะได้ไม่ต้องมาเถียงกันให้เมื่อยปาก

“เอาเน้อ พ่อพราหมณ์มาฮอดแล้ว บัดนี้กะได้ฤกษ์งามยามดีสู่ขวัญบ่าวสาวแล้ว” เสียงพิธีกรดังออกมาจากลำโพง เรียกความเงียบให้กลับสู่บริเวณงานอีกหน

การแต่งงานแบบเรียบง่ายนี้มีขึ้นหลังจากที่แม่เฒ่านวลมาสู่ขอคำแพงจากบิดาเมื่อสามวันก่อน โดยตาคำกองที่รู้ซึ้งถึงรสชาติการสูญเสียลูกไปนานปีก็ยอมอ่อนลงกว่าเดิม เรียกเงินค่าสินสอดเพียงเล็กน้อยเพราะคิดว่าหนุ่มสาวที่ไปหากินไกลบ้านคงไม่มีเงินเก็บมากพอ ยอมเสียหน้าว่าได้ค่าดองน้อย ดีกว่าจะรีดเลือดปูจนลูกหายไปอีกหน

'จะมากจะน้อยอย่างไรก็ขอแค่ทำให้ถูกต้องตามประเพณี แล้วที่สำคัญ บักโทนต้องแต่งเข้ามาเป็นเขยบ้านข้อย มาอยู่ใกล้หูใกล้ตา ขอแค่สองอย่างนี้จะให้ได้บ่?' ชายผู้มั่งคั่งเอ่ยเฉลยเงื่อนไขในวันสู่ขอ ซึ่งก็เป็นไปตามที่ยายนวลคาดการณ์เอาไว้แต่ต้น ไม่มีปัญหาอะไรเลย มาอยู่บ้านเมียก็มาอยู่สิ เหลือแค่หาฤกษ์มาทำพิธีแต่งงานให้ถูกต้อง เท่านี้ก็พอ...

 เสียงพ่อพราหมณ์กล่าวสู่ขวัญยังคงดังอยู่อย่างต่อเนื่อง โทนกับคำแพงที่นั่งพนมมืออยู่ตรงหน้าพานบายศรีรู้สึกอิ่มเอมใจอย่างที่สุด ไม่คิดเลยว่าวันนี้จะมาถึงไวขนาดนี้ คงต้องขอบคุณสลากกินแบ่งรัฐบาลชุดนั้นที่ทำให้ทุกอย่างราบรื่นลงตัว และที่สำคัญ ต้องขอบคุณพี่ต่อที่ช่วยเก็บเงินไว้ให้ ทั้งที่โทนเคยบอกว่าเขาไม่ต้องการเงินก้อนนี้อีก

'คิดเสียว่าพี่เก็บไว้ให้' พี่ต่อบอกหลังจากที่รูดซิปกระเป๋าให้โทนดูของที่อยู่ภายใน 'วันนี้น้องจะกลับบ้านไปเยี่ยมยาย พี่ก็เลยเอามาคืน เผื่อจำเป็นต้องใช้เงิน หรือถ้ายังไม่ได้ใช้ แล้วไม่กล้าถือไว้ในมือ ก็แบ่งไปทำบุญเท่าที่เราสบายใจ ที่เหลือก็เก็บเป็นเงินออมบ้าง แบ่งไปลงทุนตั้งหลักบ้าง แค่นี้เอง' คนเจ้าสำราญแนะวิธีใช้เงินอย่างมีคุณธรรม แต่ถ้าเป็นเขาแล้วล่ะก็...คงเอาไปโปรยแจกสาว ๆ ห้องอาหารจนหมดตั้งแต่วันแรกที่ขึ้นเงินมาแล้วกระมัง

"...มาเยอขวัญเอยยยยย" เสียงพ่อพราหมณ์ดังคลายเป็นท่อนฮุกของบทเพลง จากนั้นชาวบ้านที่มาร่วมงานก็โปรยกลีบดอกไม้หลากสีที่มีทั้งกลิ่นหอมและชื่ออันเป็นมงคลมายังคู่บ่าวสาวที่นั่งพนมมือก้มหน้าอยู่ตรงพาขวัญหรือที่เรียกกันว่าพานบายศรี

"นอนหลับให้เจ้าได้เงินหมื่น นอนตื่นให้เจ้าได้เงินแสน..." เสียงพ่อพราหมณ์ยังคงดังต่อไป ชวนให้ว่าที่คุณพ่อที่มาร่วมงานพร้อมภรรยาท้องแก่หวนนึกถึงตอนที่ตนเข้าพิธีแต่งงาน ตอนนั้นก็มัวแต่แกล้งหยิกเจ้าสาวจนไม่ได้ฟังคำอวยพรจากพ่อพราหมณ์ มาถึงตอนนี้ที่เห็นโทนกับคำแพงนั่งเคียงกันอย่างสงบแล้วก็อดชังตัวเองไม่ได้ งานเดียวในชีวิตก็น่าจะทำให้มันดีกว่านั้นหน่อย

"เดี๋ยวรอดูไข่พี่โทน" ขมิ้นที่นั่งอยู่ข้างกันเอนมากระซิบกระซาบกับสามีว่าให้รอดูการเสี่ยงทายไข่ขวัญของบ่าวสาว แต่คนที่ขาดการดูแลเอาใจใส่เรื่องในมุ้งกลับหูฝาด คิดไกลเลยเถิด ไข่พี่ก็มี ถ้าอยากดูก็กลับบ้านกันตอนนี้เลย

"คนบ้า หมกมุ่นที่สุด" ขมิ้นพูดพร้อมหยิกเนื้อแน่น ๆ ตรงต้นแขนของสามีเต็มแรง ใครเขาจะไปอยากดูไข่ลามกกันล่ะ

"ใจร้ายมาก นี่ก็หกเดือนแล้วนะ ไม่คิดจะเป็นห่วงกันบ้างเหรอ?" คนตัวโตกระซิบออดอ้อนภรรยาเสียจนพ่อกำนันที่นั่งอยู่เบื้องหน้าหันมาเอ็ด ทำให้ดำเกิงเงียบเสียงลง แต่ก็เพียงครู่เดียว เพราะเขาคิดแผนการปลดปล่อยพลังงานได้แล้ว

คืนนี้เข้าหอกันอีกรอบนะเรา ❤

ลานกว้างใจกลางชุมชนโนนยางนาที่เคยใช้เป็นสถานที่จัดตลาดนัดประจำสัปดาห์ บัดนี้ถูกเปลี่ยนมาเป็นที่รองรับแขกเหรื่อซึ่งมาร่วมแสดงความยินดีในงานมงคลสมรสของทายาทเจ้าของที่ดิน โต๊ะจีนจำนวนหลายสิบโต๊ะถูกนำมากางเรียงรายเพื่อรอให้แขกมานั่งลิ้มลองรสชาติของอาหาร เสียงเพลงรักแนววัยรุ่นเคล้าคลอไปทั่วบริเวณงาน อันที่จริงก็ออกจะดังไปไกลกว่านั้นเสียด้วยซ้ำ แต่ใครเล่าจะสนใจ ในเมื่อชาวชุมชนต่างก็มารวมตัวกันอยู่ที่นี่กันหมดแล้ว

ท่ามกลางฝูงชนที่นั่งพูดคุยกันตามโต๊ะอาหาร มีคู่บ่าวสาวที่เพิ่งอาบน้ำเปลี่ยนชุดมาเป็นชุดงานกลางคืนเดินต้อนรับและไหว้ขอบคุณแขกตามที่บิดาของฝ่ายหญิงกำชับ โทนและคำแพงที่เหนื่อยล้าจากพิธีการในช่วงกลางวันต่างต้องฉีกยิ้มเพื่อบันทึกภาพความทรงจำกับแขกที่มาร่วมงาน ในตอนนี้คงไม่มีคำใดที่ทั้งสองพูดบ่อยกว่าคำว่า 'ขอบคุณ'

ฝ่ายขมิ้นที่มาในนามของย่านวลก็นั่งรวมอยู่กับพ่อกำนันและแม่พิกุล เธอคอยลุ้นเอาใจช่วยพี่ชายให้อดทนจนกว่าจะผ่านพ้นช่วงเวลาอันโหดร้ายนี้ไป แต่ทว่าอีกคนที่นั่งอยู่ข้างกายของเธอนั้นกลับไม่ยอมปราณีโทนเลยแม้แต่น้อย

“เจ้าบ่าวครับ โต๊ะนี้ยังไม่ได้น้ำแดงเลยครับ” น้องเขยตัวแสบสลอนหน้าไปสะกิดบอกผู้เป็นลุงที่มาไหว้ของคุณแขกอยู่ตรงโต๊ะข้าง ๆ 

...ในฐานะเจ้าภาพ โทนจำเป็นต้องอำนวยความสะดวกทุกกรณี

“เรื่องของมึง” ผู้เป็นเจ้าบ่าวบอกอย่างนั้นเมื่อหันมาพบว่าคนที่เดือดร้อนคือดำเกิง

“อะไรวะ นี่อุตส่าห์พูดดี ๆ” คนชอบแกล้งสบถขึ้นบ้าง ต้องบอกเลยว่างานแต่งของเขา ไม่เคยมีการขึ้นเสียงกับแขกนะครับ มีแต่ปรนนิบัติให้สมฐานะต่างหาก แล้วดูลุงทำเข้าสิ ใจร้ายจริง ๆ

“เออ ก็ได้ ๆ เดี๋ยวกูบอกคนเอามาให้” โทนที่งานรัดตัวตัดปัญหาด้วยการรับปาก แต่ไอ้จอมมารผู้มากเรื่องกลับบอกว่าต้องการเดี๋ยวนี้ ช่วยไปเอามาให้หน่อย

ตอนแรกโทนถลึงตามองเป็นนัยว่าแค่นี้กูก็ยุ่งจะแย่อยู่แล้ว แต่เมื่อคำแพงบอกว่าผละไปแป๊บเดียวก็ได้ ชายหนุ่มจึงยอมว่าตาม เดินดุ่มเข้าไปในครัวเพื่อหาน้ำอัดลมมาบริการตามความประสงค์ของน้องเขยผู้น่ารักน่าเอ็นดู

“อ๊า...หวานบาดคอดีจัง” เสียงดำเกิงจิ๊ปากหลังจากที่ดื่มน้ำอัดลมซู่ซ่าทำให้คนที่รับไปเอาน้ำขวดใหม่ถึงกับหัวเสีย มันก็มีอยู่แล้วนี่หว่า แล้วยังจะมาใช้...

“โอ้ ขอโทษหลาย ๆ ครับลุงโทน พอดีว่ามีน้ำอีกขวดอยู่ใต้โต๊ะครับ ผมเพิ่งเห็น...” ดำเกิงพูดหน้าตาย ยิ่งเห็นสีหน้าเสียรู้ของโทนเขาก็ยิ่งชอบใจ ก็แหม กว่าเขาจะแอบเอาขวดน้ำอัดลมที่มีอยู่ลงซ่อนที่ใต้โต๊ะได้ ก็ต้องรอให้ทุกคนที่นั่งร่วมโต๊ะเผลอ ซึ่งกว่าจะเผลอพร้อมกันก็ตั้งนานแน่ะ จะไม่ให้ภูมิใจได้อย่างไร

“อ๋อเหรอ ไม่เป็นไร กินอีกก็ได้ พอดีว่ามีเยอะ” โทนกระแทกขวดน้ำอัดลมลงบนโต๊ะตรงหน้าน้องเขย ก้มกระซิบในระยะที่รู้กันสองคนว่ามึงสนุกไปเถอะ เสร็จงานเมื่อไหร่กูเอาคืนแน่

“ขอบคุณมากครับ” คนที่ปั้นหน้ายิ้มแย้มรับความอย่างแนบเนียน “แล้วก็...ขอเบียร์เพิ่มด้วยนะครับลุง”

...บอกเลยว่ากว่าจะถึงตอนนั้น เขาก็คงได้แกล้งโทนอีกนาน

เมื่องานเลี้ยงจบลงก็ถึงคราวส่งตัวบ่าวสาวเข้าห้องหอ ซึ่งก็ไม่ใช่ที่อื่นไกล เป็นบ้านของคำแพงเอง 

“การเป็นคู่ชีวิตนั้นต่างจากตอนที่คบกันแบบคนรัก จากที่เคยต่างคนต่างอยู่ก็ต้องแบ่งปันชีวิตให้กัน มีความรับผิดชอบร่วมกัน ทั้งยังต้องก่อร่างสร้างตัว ดูแลกันในยามแก่เฒ่า ดังนั้น จากนี้เป็นต้นไปทั้งสองคนจึงต้องมีความซื่อสัตย์และให้เกียรติกันเสมอ จำไว้ว่าทำเรื่องใหญ่ให้เป็นเรื่องเล็ก แล้วทำเรื่องเล็กให้หมดไป” ตาคำกองให้โอวาทเด็กทั้งสองตามความเหมาะสม จากนั้นจึงเป็นทีของยายคำศรีที่ช่วยเลี้ยงคำแพงมาตั้งแต่ตอนที่มารดาของเธอเสียชีวิต

หลังจากผู้ใหญ่อวยพรคู่ข้าวใหม่ปลามันก็มีใครบางคนร้องแซวมาว่าให้หอมแก้มกันด้วยนะ เล่นเอาโทนกับคำแพงอายม้วนก่อนจะผลัดกันแตะจมูกเข้าที่แก้มของอีกฝ่ายตามคำเรียกร้อง

ชิ ทำเป็นไม่เคยไปได้ ดำเกิงนึกพร้อมเบ้ปากเล็กน้อย ต้องตอนเขากับขมิ้นต่างหากถึงจะเรียกว่าใหม่จริง จำได้ว่ากว่าจะกลั้นใจหอมแก้มเจ้าสาวได้ เขาต้องดื่มสุราย้อมใจไปหลายยก แถมไม่รู้ว่าตอนนั้นหอมไปโดนตรงไหนบ้าง อา...บางทีอาจจะหอมผิดหอมถูกไปโดนแก้มแม่พิกุลเข้าก็เป็นได้ แย่จังเลย

พอนึกถึงขมิ้นแล้วว่าที่คุณพ่อก็หันไปมองคนตัวเล็กโดยอัตโนมัติ พบว่าหญิงสาวยกมือประคองแก้มเขินอายอยู่พอดี ดูทำเข้า ก็แค่คนหอมแก้มกัน จะเขินทำไม

“อินเกิ๊น” ดำเกิงพูดลอย ๆ เป็นการประชด แต่คนที่มีความรู้สึกร่วมกับเหตุการณ์หวานซึ้งกลับหันมาแหวว่าใครไม่เคยทำก็อย่ามาพูด เท่านั้นแหละ ชายหนุ่มถึงได้ฉุกใจว่าบางทีเขาอาจจะไม่ได้หอมแก้มภรรยาในคืนเข้าหอ...แย่จริง ๆ ด้วย

แต่ไม่เป็นไร คืนนี้จะหอมชดเชยให้ก็แล้วกัน...

เมื่อประตูห้องหอปิดลง คู่บ่าวสาวที่อ่อนระโหยโรยแรงก็ทรุดกายนั่งบนพื้นห้อง ในใจของคำแพงนั้นอยากจะหลับไปตรงนั้นเสียให้รู้แล้วรู้รอด แต่เจ้าบ่าวของเธอที่ถูกน้องเขยเป่าหูมาว่าควรจัดสักยกเพื่อเอาฤกษ์เอาชัยกลับส่งสายตามีประกายมาโลมเลียเสียจนใจสาวสะท้าน

"ม...มองทำไม ไปอาบน้ำเข้านอนได้แล้ว" เธอรีบออกปากไล่พร้อมคว้าผ้าเช็ดตัวมาห่อกายเพื่อปกปิดเนื้อหนังที่โผล่พ้นเสื้อ ดวงตาก็หลุกหลิกมองพื้นไปมา ขออย่าให้โทนบ้าจี้ตามที่ดำเกิงพูดเลย สาธุ สาธุ

"มองคนสวย" โทนที่แก้มแดงเพราะฤทธิ์สุราเอ่ยแผ่วเบาพลางเชยคางสาวให้หันมาสบตา "มองเจ้าสาว มองคนที่เป็น...คู่ชีวิต"

คำหวานจากปากชายทำให้คนที่รู้สึกเหมือนถูกจีบอายม้วน กลิ่นดอกคำใต้ที่เจ้าสาวเด็ดมาแซมเสียบผมลอยฟุ้งในอากาศ หอมเย็นล้ำลึกเสียจนคนหนุ่มไม่อยากห่างกายสาวไปไหน โทนแต้มจุมพิตละมุนที่พวงแก้มนวลปลั่งก่อนจะกระซิบคำเชย ๆ ที่รู้กันกันดี

คำว่า...รัก

ภายในห้องเงียบงันราวกับเวลาหยุดหมุน ลมหายใจหนัก ๆ ของคนที่รอฟังคำตอบจากปากสาวรินรดไรผมสลวย รักพี่ไหม คือคำถามจากเขา

“ไม่บอก” แทนที่จำตอบดี ๆ คนดื้อกลับเล่นตัวเสียอย่างนั้น งานนี้ทำเอาเจ้าบ่าวที่พยายามสร้างบรรยากาศหวานซึ่งถึงกับตีหน้าบึ้ง

“ใจร้ายจัง” คนหนุ่มพูดเสียงงอแง แต่ทว่าร่างกำยำกลับทำท่าคุกคามด้วยการโอบกอดเจ้าสาวมาขังไว้ในอ้อมแขน

“ไปอาบน้ำแล้วเตรียมเข้านอนก่อนสิ แล้วจะบอก” คำแพงยืนกรานว่าจะพักผ่อนในคืนที่เหนื่อยหนัก แต่ดูเหมือนว่าคนหื่นกามจะไม่ยอมฟัง เขาดึงดันว่าจะเอาฤกษ์เอาชัยในคืนเข้าหอให้ได้

มือหนาเลื้อยไต่ไปตามไหล่เล็ก พยายามจะเปลื้องผ้าเช็ดตัวออกจากกายสาวอย่างแนบเนียน แต่ไม่ว่าจะกี่ครั้งกี่คราว คำแพงก็ตีมือเขาทันอยู่ร่ำไป

“ไปอาบน้ำ” คนตัวเล็กเก๊กเสียงเข้ม เธอคงคิดว่าเท่านั้นมันยังดุไม่พอ ถึงได้ตีหน้ายักษ์มาด้วย

“ก็ได้...อย่ามาง้อก็แล้วกัน” โทนกระแทกเสียงคลายโมโห แต่ความจริงแล้วเป็นเพียงมุกตลกที่เขาชอบเล่นยามที่ขาดอำนาจต่อรอง

คนตัวโตลุกยืนเต็มความสูง บอกว่าจะไปอาบน้ำ แต่มิวายเอื้อมมือไปยีผมของเจ้าสาวที่นั่งระวังตัวอยู่ตรงพื้นห้อง ก่อนจะล็อกคอระหงด้วยมือแล้วลากเธอไปมาคล้ายไม้ถูพื้น

“ปล่อย...” คำแพงหดคอพร้อมหลับตาปี๋ น้ำหูน้ำตาไหลเพราะความอ่อนใจ เกลียดจริงกับคนที่ชอบเล่นแรง บางทีตอนที่นอนทำงานอยู่บนเตียง เขาก็ล้มตัวลงมาทับ กลิ้งบดไปมาเหมือนเธอเป็นหมึกแห้งก็ไม่ปาน แล้วนี่ยังเอาเธอไปทำเป็นผ้าถูพื้นอีก

น่ารักเสียไม่มี !

“ให้พี่อาบก่อนก็แล้วกัน คำแพงเป็นเด็กเป็นเล็กรออาบทีหลัง” โทนพูดขึ้นหลังจากที่ลากเธอไปยัดไว้ใต้โต๊ะเครื่องแป้ง หญิงสาวได้แต่ทำหน้าเบ้ ทั้งอยากหัวเราะและร้องไห้ในเวลาเดียวกัน

อีตาบ้า !

พวกผู้ชายมักอาบน้ำไม่นาน คำแพงคิดอย่างนั้นเมื่อพบว่าโทนเข้าไปในห้องน้ำเพียงชั่วครู่ก็เปิดประตูออกมา เปลี่ยนให้เธอเข้าไปอาบบ้าง ซึ่งคนที่เหนื่อยล้ามาทั้งวันก็ใช้เวลาในการชำระกายไม่ต่างจากสามี แค่สระผม ล้างหน้า และอาบน้ำ เท่านี้ก็เป็นอันเสร็จเรียบร้อย

หญิงสาวเดินออกจากห้องน้ำมานั่งประทินผิวและแปรงผมที่หน้ากระจก ตาก็มองเงาสะท้อนที่ปรากฏเป็นระยะ คนตัวโตนอนหลับอุตุอยู่บนเตียง โดยห่มผ้าห่มนวมผืนหนาเอาไว้เสียดิบดี

แล้วมาทำเป็นคึกคัก ที่แท้ก็เหนื่อยจนผล็อยหลับก่อนเมียซะแล้ว

คำแพงส่ายหน้าน้อย ๆ ก่อนจะหันมาสนใจกระปุกครีมในมือ รีบทาแล้วไปนอนบ้างดีกว่า วันนี้ล้าแทบแย่ ต้องตื่นมาแต่หน้าตั้งแต่เช้าตรู่ รอให้เจ้าบ่าวมาหา เข้าพิธีสู่ขวัญก็ตั้งนาน ไหนจะต้องมาผูกข้อต่อแขน ไหว้ญาติฝ่ายสามี โอ้ เหนื่อยหนักจริง ๆ

ปลายนิ้วเล็กแตะเนื้อครีมบนใบหน้า เกลี่ยจนทั่วแล้วจึงลุกจากเก้าอี้ไปปิดไฟกลางห้อง กดปรับอุณหภูมิของเครื่องปรับอากาศให้พอเหมาะ ก่อนจะเดินมายังเตียงนอน

หญิงสาวสอดกายเข้าใต้ผ้าห่มแล้วเอื้อมมือไปปิดโคมไฟตรงโต๊ะข้างหัวเตียง แม่กวางน้อยมัวแต่สาละวนอยู่กับการจัดท่านอนจึงไม่รู้เลยว่ามีสายตาฉ่ำวาวของใครบางคนมองมายังแผ่นหลังบอบบางของเธอราวกับจะกลืนกิน !

“ว้าย!” คำแพงอุทานลั่นเมื่อแขนแกร่งโอบรวบเอวของเธอแล้วดึงไปแนบกาย แม้จะตกใจสุดขีดแต่เหยื่อสาวก็ได้ยินคำว่า ‘เป็นเมียพี่ซะเถอะคำแพง’ ชัดเจนเต็มสองหู

เขายังไม่หลับ มิหนำซ้ำยังไม่ยอมใส่เสื้อผ้าขึ้นเตียงอีกด้วย อ๊าย ดูสิ อะไรก็ไม่รู้ดุนก้นของเธออยู่ แข็ง ๆ ลื่น ๆ แต่สาบานได้ว่าไม่ใช่ขวดโรลออนอย่างแน่นอน

ไอ้พี่โทน ไอ้คนลามก !

“จะยอมรับผู้ชายหน้าตาดีคนนี้เป็นสามีแบบเต็มตัวได้รึยัง?” เขากระซิบถามพร้อมสะกิดเกาที่เนินอกเพื่อสร้างความรู้สึกร่วมให้แก่คนตัวเล็กทีดิ้นขลุกขลักในอ้อมแขน

“ฮือ...อ...อย่าแกล้ง” คำแพงหลับตาปี๋ “จะทำอะไรก็รีบทำไปเถอะ” มาถึงขั้นนี้แล้วถึงเธอไม่ยอมเขาก็คงไม่ยอมเหมือนกัน

“เยส!” โทนเปล่งเสียงเป็นคำต่างภาษาแต่ทว่ากลับสั้นและห้วนจนแทบจะกลายเป็นคำไทยที่มีความหมายลามกไปเสียอย่างนั้น

ฮ...ฮือ เยสก็เยส 

###

*** มีต่อตอนหน้านิดหนึ่งค่ะ ไปกันเล้ยยย ><

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น