-[TAKE]-

รักเทค ก็อย่าทิ้งกันน้าาา อยู่กับเทคนานๆ แค่เข้ามาอ่านก็ดีใจแล้ววว

ชื่อตอน : ราตรีที่ 38

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 26.7k

ความคิดเห็น : 79

ปรับปรุงล่าสุด : 28 พ.ค. 2560 20:40 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 400
× 0
× 0
แชร์ :
ราตรีที่ 38
แบบอักษร

38

ชั่วพริบตาหนึ่งก็ผ่านล่วงเลยจนเข้าเดือนที่สอง ความทรงจำที่ขาดหายได้กลับเข้ามาเกือนครึ่ง เหลือแต่เพียงบางส่วนที่ยังคงจำไม่ได้เท่านั้น

เขาเริ่มจำอดีตเมื่อครั้งที่ยังเป็นเด็กได้ว่าเดิมทีไม่ได้เป็นคนของแคว้นฉิน แต่กลับเป็นคนของแคว้นฉีตามที่เซียวถิงเย่เคยเล่าให้ฟัง ส่วนเรื่องตอนที่หนิงลี่อยู่ต่างแคว้น เซียวถิงเย่ไม่อาจตอบได้เนื่องจากเป็นวัยเด็ก สิ่งที่นางรู้คือตอนที่หนิงลี่ย้ายเข้ามาอยู่ในวังเท่านั้น

ความทรงจำที่ถูกปิดตายเหมือนได้ถูกเปิดออก ยาสมุนไพรที่หมอหลวงให้ทานอย่างต่อเนื่องก็ช่วยเป็นผลได้ดีทีเดียว

และอีกเรื่องที่นึกออกคือตอนที่ตัวเองแอบหนีออกจากวังหลวงตอนที่ถูกแต่งตั้งแรกๆ ตอนที่ถูกซ่งจินเหลียงลอบทำร้ายจนเอาชีวิตไม่รอด จนต้องหนีไปอยู่ในน้ำเพื่อพาร่างกายที่บาดเจ็บช่วยพยุงแทนขาทั้งสองข้าง ตอนที่ตัวเองถูกจับอยู่ในคุก ถูกซ่งจินเหลียงสั่งให้ทหารโบยจนเป็นแผล

ตบหัวแล้วลูบหลัง แล้วมาทำดีด้วย

ช่างเป็นองค์จักรพรรดิที่ร้ายเหลือทน!

ความจริงแล้วหนิงลี่ก็รับฟังเรื่องราวเหล่านี้มาจากเซียวถิงเย่แล้วเหมือนกัน แต่ก็ยังนึกภาพไม่ออก จนกระทั่งเมื่อไม่นานมานี้ได้รำลึงถึงความหลังที่หายไปนานได้

ส่วนทหารกับพ่อค้าที่ถูกจับขังคุกนั้น หนิงลี่ได้รู้จากปากของทหารนายหนึ่งที่มาร้องขอความเป็นธรรมให้เพื่อนที่ถูกจับขัง หนิงลี่ได้รู้ความว่า ทันทีที่รู้ว่าพระสนมลี่อยู่ที่ใด พ่อค้าคนนั้นก็เร่งรีบมาบอกแต่กลับถูกจับขังคุกให้มีความผิดร่วมกับนายทหารปากพล่อย

สภาพที่อยู่ในห้องขังถึงจะไม่ดีเท่าใดนักแต่ก็ไม่ได้รับบาดเจ็บอันใด หวางมู่แจ้งว่าทีแรกตั้งใจจะขังประเดี๋ยวประดาว รอกลับแคว้นฉู่ค่อยปล่อยตัวแล้วมอบรางวัลให้พ่อค้าเป็นการตอบแทน แต่เหตุผลที่ซ่งจินเหลียงพูดออกมาคือลืม!

ลืมเนี่ยนะ!

หนิงลี่ไม่อยากจะเชื่อ! การจับคนๆ หนึ่งขังเป็นแรมเดือนแต่ยังไม่ถูกปล่อยตัวด้วยเหตุผลที่ไม่เข้าท่า ก็พาลเอาโกรธเป็นหลายวัน

พอหลังจากที่นายทหารและพ่อค้าถูกปล่อยตัวออกมาแล้ว ก็ได้รับประราชทางรางวัลเป็นเงินก้อนใหญ่ เพื่อชดเชยในส่วนที่ผิดพลาด อย่างน้อยก็ยังถือว่าซ่งจินเหลียงได้เปลี่ยนผิดให้เป็นถูกอยู่บ้าง แม้จะอยู่ในอำนาจของฮ่องเต้ก็เถอะ

พอคิดถึงเรื่องเก่าๆ ขึ้นมา หนิงลี่ไม่อาจข่มอารมณ์ความโกรธที่มีต่อซ่งจินเหลียงได้อีกระรอก ไม่นึกเลยว่าจะพาตัวเองมาอยู่กับบุรุษที่เป็นน่าเกรงขาม จะให้กลับไปแก้ไขอดีตมันก็คงเป็นไปไม่ได้ อย่างน้อยความรู้สึกที่มีให้ซ่งจินเหลียงมันก็ไม่ได้โกหก หนิงลี่รู้ตัวเองดี

รักคือรัก...เกลียดคือเกลียด

ตลอดเวลานับเดือนที่กลับมาอยู่เสียนหยาง ซ่งจินเหลียงยังมีความดีความชอบอยู่บ้างตรงที่ไม่ได้มายุ่งย่ามกับร่างกายเหมือนอย่างที่เคยหวาดระแวง อย่างมากก็จะมีแต่มาสนทนาหรือทำสิ่งเล็กๆ น้อยๆ อย่างเช่นพาไปเดินเที่ยวชมที่ตำหนักด้านหลัง

หนิงลี่จำได้ว่าเคยชอบตรงนั้นมาก โดยเฉพาะต้นดอกท้อต้นใหญ่ นอกจากหอสมุดแล้วก็มีบางครั้งที่หนิงลี่ไปอ่านหนังสือที่นั่น

มันช่างเป็นชีวิตที่สงบสุข...หากไม่มีเรื่องของพระสนมกุ้ยเฟยให้ได้ยินอีกเรื่อง ซ่งจินเหลียงทำเกินไป ดันออกราชโองการลับ ข่มขวัญเหล่าสนมคนอื่นจนกลัวหัวหดไปกันเป็นแถวๆ พอรู้ความจริงในความผิดแปลกนั้นทำเอาโกรธไปหลายวันอีกเช่นกัน...ยิ่งคิดก็ยิ่งไม่ชอบใจ จนต้องทุบโต๊ะดังปัง**!

“พระสนมเพคะ คุณหนูยินมาขอพบเพคะ”

เซียวถิเย่เคาะประตูสองสามครั้งก่อนเดินเปิดประตูเดินเข้ามา

หนิงลี่ปรับสีหน้าให้เป็นปกติเมื่อมีแขกมาเยี่ยมเยือนถึงตำหนัก

เขาจำได้ว่าคุณหนูยินคนนี้เป็นบุตรของอำมาตย์ยินหย่ง มีนามว่ายินถง...เรื่องของยินถงหนิงลี่จำได้ว่าครั้งหนึ่งนางเคยมาร้องขอให้ไปช่วยบิดาที่กำลังโดนลงอาญา อีกไม่นานนางก็กำลังจะออกเรือน ได้ข่าวว่าได้แต่งกับบุตรชายของอำมาตย์กระทรวงกลาโหม

“พระสนม”

ยินถงคำนับ นางดูอ่อนหวาน อ่อนโยน จนหนิงลี่คิดว่าผู้ที่ตบแต่งนางเข้าบ้านคงจะโชคดีไม่น้อย

นางกล่าวอีกครั้ง “ยินถงเอาขนมมาให้พระสนมเพคะ”

“ไม่เห็นต้องลำบากเจ้าเลย”

“ยินถงเต็มใจ อีกอย่างพระสนมก็เคยช่วยท่านพ่อ”

“นั้นก็เรื่องผ่านมานานแล้ว อีกอย่างท่านอำมาตย์ก็เคยช่วยข้าในตอนสงคราม”

“แต่ถึงอย่างนั้นยินถงก็เต็มใจรับใช้พระสนม”

นางช่างเป็นคนดีเสียจริง...หนิงลี่นึกชื่นชมอยู่ในใจ

การพบปะพูดคุยเป็นไปได้ครู่หนึ่ง ไม่นานนักยินถงก็กล่าวคำอำลา หน้าของนางแดงก่ำดั่งลูกตำลึงเมื่อยามเอ่ยปากถึงคนรัก หนิงลี่พอเดาออกว่าต่อจากนี้นางจะมีความสุขเพียงใดที่ได้อยู่กับคนที่ตัวเองรัก

ปีนี้อำมาตย์ยินหย่งก็อายุครึ่งค่อนคนแล้ว อีกไม่นานก็คงปลดเกษียญ ถึงเวลานั้นเมื่อใดหนิงลี่คาดว่าอำมาตย์ยินหย่งคงได้เหนื่อยกว่าตอนที่ทำงานเป็นแน่

อีกไม่นานคงได้เลี้ยงหลานตัวน้อย

หนิงลี่อดถึงครอบครัวตัวเองมิได้...ใบหน้าพระสนมสลดลง นานแล้วที่ไม่ได้เห็นพ่อกับแม่ เรื่องราวตอนเด็กบางเรื่องยังจำไม่ได้ แต่ส่วนมากนึกออกหมดแล้ว ตนเองอยู่สุขสบายในวังหลวง บิดา มารดา น้องๆ ทั้งสองต่างทำงานหนัก หนิงลี่คิดว่าตัวเองช่างอกตัญญูเสียจริง

ไม่กี่วันหลังจากนั้น หนิงลี่ได้ข่าวมาว่าซ่งจินเหลียงให้รองแม่ทัพที่อยู่ประจำชายแดนเหนือย้ายกลับมาอยู่ในวังหลวง เลื่อนตำแหน่งเป็นแม่ทัพฝ่ายซ้ายเพราะคนเก่าได้ปลดเกษียญตัวเองกลับไปอยู่กับครอบครัว หวงอี้ชิงที่ขณะนี้ยังคงพักอยู่ในเมืองหลวงจึงยังไม่ได้กลับและยอมรับตำแหน่งแต่โดยดี

ยังมีอีกเรื่องที่หนิงลี่พอนึกโล่งอกไปบ้าง...มันเรื่องของหวงเหวยผิง

เมื่อครั้งหนึ่งนางเคยปล่อยข่าวลือเรื่องที่ตนเองนั้นทำมนต์ดำใส่ซ่งจินเหลียง เห็นว่าไปจวบจ้วงเรื่องส่วนตัวจึงได้ถูกซ่งจินเหลียงข่มขู่จนเกือบฆ่าตัวตายไปหลายรอบเพราะความกลัว และดูเหมือนว่านางจะได้เจอชายในดวงใจที่คอยช่วยเหลือ ความรักของนางที่เริ่มห่อเหี่ยวก็กลับมาสดชื่น จากคุณหนูที่เคยวีนเหวี่ยงแปรเปลี่ยนไปเป็นคนละคน หนิงลี่ยังได้ข่าวอีกว่าชายผู้นั้นเป็นบัณฑิตที่จะเข้ามาสอบเลื่อนตำแหน่งในปีหน้า เห็นว่ามีความสามารถพอสมควร อนาคตในภายภาคหน้าคงไม่ทำให้คุณหนูหวงลำบากแน่

ส่วนหวางมู่นั้นหนิงลี่ก็ได้ข่าวอีกเช่นกันว่าได้พระราชทานบุตรนางของขุนนางใหญ่ให้เป็นชายา อีกไม่นานก็คงจะได้ดื่มสุรามงคลในวันแต่งงาน และดูเหมือนว่าตอนนี้ท่านแม่ทัพกำลังเดินทางออกนอกเมือง เห็นว่ามีภารกิจสำคัญ

ทุกอย่างรอบตัวก็เริ่มคลี่คลายไปด้วยดี แผ่นดินก็สงบสุขมากขึ้น

ถึงจะคิดโกรธซ่งจินเหลียงบางครั้ง แต่หนิงลี่ก็อดที่จะชื่นชมด้วยไม่ได้ อย่างน้อยเขาก็บริหารแผ่นดินเป็นปึกแผ่นมันคง




ในท้องพระโรง...

องค์ฮ่องเต้มีสีหน้าครุ้นคิดคล้ายวิตกกังวล หาใช่เรื่องของศึกสงครามไม่ และก็หาใช่เรื่องของเหล่าประชาราษฎ์ไม่ สิ่งที่ซ่งจินเหลียงกังวลยิ่งกว่าอะไรทั้งหมดเห็นทีจะไม่พ้นเรื่องของพระสนมลี่

เขาเป็นชายที่งดงาม ใบหน้าหมดจด ผิวกายขาวใด วรยุทธ์ก็ออกจะสูงส่ง ไม่ว่าไปที่ใดทั้งหญิงและชายต่างคิดหมายปองด้วยกันทั้งนั้น ยกเว้นก็เสียแต่พระสนมลี่ ช่างกล้าดีนักนะ! ข้าเป็นถึงองค์จักรพรรดิที่ยิ่งใหญ่! แต่กลับต้องมากังวลเรื่องพวกนี้!

เรื่องของพ่อค้ากับทหารปากพล่อยนั่นก็ด้วย ก็ข้ามีภารกิจมาก! เพิ่งกลับแคว้นมาหมาดๆ ก็ต้องทำงานหนัก! ของเช่นนี้มันก็ต้องมีกันบ้าง คนที่น่าจะโดนเห็นใจ คนที่น่าจะสงสารที่สุดก็ต้องเป็นเขามิใช่หรือ! อีกทั้งยังสนมกุ้ยเฟยนั่นอีก ผิดหรือไรที่หึงหวงกลัวว่าพระสนมชายจะหมายปองหญิงงาม

คอยดูเถอะพระสนมลี่! ความจำมาเมื่อไดจะทำให้ลุกจากเตียงไม่ได้!

แล้วไหนจะยังเหล่าอำมาตย์ที่เสนอหน้ามาออกความเห็นอยากให้เขามีพระโอรสเพื่อสืบทอดราชบัลลังก์ในภายภาคหน้า หากทำเช่นนั้นก็ไม่เท่ากับว่าทำร้ายพระสนมลี่ทางอ้อมหรือ!

เจ้าพวกนี้น่าเอาไปตัดหัวเสียบประจานยิ่ง!

ซ่งจินเหลียงแสดงความรู้สึกออกทางสีหน้า จนเหล่าคนที่หมอบคลานอยู่ด้านหน้าต่างไม่มีใครกล้าเงยหน้าขึ้นมองเพียงนิด ด้วยเกรงว่าหัวจะหลุดออกจากบ่า เหล่าเสนาอำมาตย์ต่างลอบมองหน้ากันเป็นแถวๆ หายใจไม่ทั่วท้อง นึกอยากให้ใครสักคนเป็นผู้กล้ามาทำให้ท้องพระโรงนี้มีชีวิตด้วยเสียงพูดคุยอีกสักครั้ง

ความปรารถนานั้นดูเหมือนจะสัมฤทธิ์ผลเมื่อแม่ทัพหวางมู่มาขอเข้าเฝ้า เหล่าท่านอำมาตย์ทั้งหลายต่างโล่งใจกันเป็นแถวๆ ด้วยคิดว่าอาจต้องทนก้มหน้าอยู่อย่างนี้ทั้งวันเสียแล้ว

แม่ทัพใหญ่ก้าวเดินฉับๆ พอถึงตำแหน่งจึงได้คุกเข่าชันขาข้างหนึ่งประสานมือคารวะ พร้อมกล่าวรายงานในสิ่งที่ตนเองนั้นได้รับคำบัญชา

ผู้อยู่บนบัลลังก์ทองแสดงสีหน้าถึงความพอใจ

มีข่าวลือหนึ่งเกี่ยวกับวังหลวงให้ได้ยินอีกครั้ง

เซียวถิงเย่วิ่งโร่เข้ามาหาพร้อมกับข่าวลืออยู่เสมอ เรื่องที่คนในวังต่างซุบซิบนินทาเป็นเสียงเดียวเรื่องที่อยากให้องค์ฮ่องเต้มีองค์รัชทายาท

ในปีนี้ซ่งจินเหลียงก็อายุยี่สิบห้าแล้ว สี่ปีที่ครองราชย์ทรงมุ่งแต่งานราษฎ์เพื่อปกปักรักษาแผ่นดิน ถึงจะมีสนมอยู่ข้างกายแต่นั้นก็เป็นเพียงแค่ประดับบารมี พอแผ่นดินสงบสุขไร้ไฟสงครามก็ไม่แปลกที่เหล่าเสนาอำมาตย์ทั้งหลายจะหยิบยื่นข้อเสนอนี้มาให้ อีกไม่นานนักก็คงจะมีหญิงงามอื่นหรืออาจเป็นพระสนมใดพระสนมหนึ่งถูกแต่งตั้งเป็นพระชายา เคียงคู่กับองค์จักรพรรดิที่ยิ่งใหญ่

หนิงลี่หัวใจเจ็บแปลบ

ความรู้สึกยามที่คิดว่าซ่งจินเหลียงต้องโอบกอดคนอื่นที่ไม่ใช่ตนมันช่างน่าหดหู่ยิ่งนัก

หญิงต้องคู่กับชาย...เรื่องพวกนี้มันก็มีตั้งแต่โบราณมา การอยู่เหนื่อผู้คนต้องแบกรับเรื่องต่างๆ เอาไว้มากมาย ถึงซ่งจินเหลียงจะไม่ประสงค์ก็ใช่ว่าจะทำได้เสียเมื่อไหร่

มันคือหน้าที่ที่ต้องรับผิดชอบ

“พระสนม สีหน้าของท่านช่างไม่สู้ดีนัก” เซียวถิงเย่สังเกตเห็นความผิดแปลก ดวงตาที่เคยสดใสกลับหลุบต่ำลงพื้นไร้แววเปล่งประกาย จนนางนึกเป็นห่วงนัก ด้วยคิดว่าคงจะคิดมากเรื่องที่ไม่สามารถมีลูกชายให้องค์จักรพรรดิได้

“ข้าไม่เป็นไร”

หนิงลี่ตระหนักตัวเองอยู่เสมอ ถึงจะยังจำความไม่ได้บางส่วน แต่นั้นก็หาใช่อุปสรรค์ไม่ เมื่อครั้งหนึ่งเคยได้สัญญากับซ่งจินเหลียงเอาไว้

‘ข้าจะไม่มีวันทิ้งฝ่าบาท’

และหนิงลี่ก็ยังคิดทำสัญญานั้น

ความจริงแล้วเรื่องพวกนี้หนิงลี่อาจไม่คิดเอามาใส่ใจเลยก็ได้ ถ้าหากว่าหมู่นี้อีกฝ่ายไม่เงียบหายไป เดี๋ยวนี้ซ่งจินเหลียงแทบไม่ย่างกรายเข้ามาหาเลยสักนิด ตอนที่ยังจำความไม่ได้มีซ่งจินเหลียงคอยเข้ามาก่อกวนเกือบทุกวัน บางครั้งมาแทะโลมทางสายตาจนนึกขยาด ทว่าในขณะนี้สิ่งเหล่านั้นตลอดระยะเวลาเกือบสองอาทิตย์แล้วกลับไม่เห็นแม้แต่เงาของเจ้าตัว ครั้นพอคิดถึงความผิดแปลกก็ใช่ว่าจะทำตัวเป็นหญิงสาวเดินเข้าไปถามด้วยความน้อยใจ

ผู้เป็นพระสนมห่อเหี่ยวหัวใจเหลือทน เขามิใช่หญิงงาม เป็นเพียงแค่บุรุษที่มีผิวกายหยาบกระด้าง หรือบางทีอาจจะถึงเวลาที่ต้องเป็นฝ่ายล่าถอย

อีกไม่นานก็จะถึงเทศกาลฉูซี**[17]** ผู้คนภายในวังหลวงและภายนอกวังหลวงต่างครึกครื้นกับเทศกาลที่รอคอย ก่อนถึงวันงานเทศกาลถึงได้จัดให้มีการทำความสะอาดยกใหญ่ นางกำนัลต่างขะมักเขม้นกันถ้วนหน้า

จนเมื่อถึงวันงานเทศกาล หนิงลี่เป็นหนึ่งในพระสนมที่เข้าไปร่วมงานด้วย เครื่องแต่งกายก็ได้เซียวถิงเย่คอยช่วยเหลือ ถึงจะไม่ได้ตกแต่งอะไรมากเหมือนพระสนมคนอื่น เนื่องด้วยเป็นชายจึงไม่จำเป็นต้องประดับตกแต่งให้มากความแต่อย่างใด

อาภรณ์ที่หนิงลี่ใส่เป็นเพียงแค่อาภรณ์สีขแดงพลิ้วไหวสะอาด ทรงผมที่ยาวขึ้นถูกรัดรวบตึงไปด้านหลัง มีหยกประดับให้ดูสวยงามขึ้น มีปรกด้านหน้านิดหน่อย ริมฝีปากถูกทาด้วยสีอ่อนให้ดูเข้ากับชุดและเพื่อไม่ให้สีหน้าดูซีดเซียวจนเกินไป

พอถึงเวลาพระสนมลี่ก็เดินตามนางกำนัลมาจนถึงสถานที่คุ้นตา

*น่าแปลก?...*ความแปลกประหลาดอย่างหนึ่งที่น่าคิดยิ่ง แทนที่จะถูกเชื้อเชิญให้ไปท้องพระโรงแต่กลับเลือกพามาที่สวนด้านหลัง

หนิงลี่หลุบตามองลงกับพื้น บางทีซ่งจินเหลียงอาจไม่อยากให้ตนเองไปร่วมงานด้วยถึงต้องมาอยู่ที่สวนด้านหลังแทน

ความคิดนั้นพาลทำเอาใจห่อเหี่ยวลงมากโข จนต้องส่ายหน้าไล่ความคิดบ้าๆ

ครั้นพอเงยหน้าขึ้นมองเต็มตาอีกครั้ง...ต้นดอกท้อถูกประดับตกแต่งด้วยโคมไฟ ส่องสว่างไสวไปทั่ว งดงามจนหนิงลี่อดนึกชื่นชมไม่ได้ รอบด้านไม่มีทหาร ไม่มีนางกำนัลหรือขันถี สถานที่เงียบสงัดจนได้ยินเสียงหัวใจรัวของตัวเองเมื่อยามเห็นสิ่งที่อยู่ด้านหน้า

“อาลี่”

ความฝัน?

ไม่ใช่...มันเป็นความจริงทุกประการ

ไม่คิดว่าคนที่อยู่ห่างไกลจะมาอยู่ตรงนี้ได้

“ท่านพ่อ ท่านแม่”





------

TAKE

เทคเคยบอกว่าจะแต่งหวาน 4 ตอนชิมิ เอาเข้าจริงๆ ไม่รอด! เทคนั้นแหละแต่งไม่รอดจีจี ต้องขออภัยอย่างแรง พยายามหวานแล้วแต่มันหวานไม่ออกอ่าา

ส่วนเรื่องของซูลี่น้านน เดิมทีเทคคิดว่าจะแต่งเป็นแบบ ซูลี่คือเทพเซียนที่หลงรักปีศาจ จนสวรรค์โกรธมากให้มารับเคราะห์กรรมมนุษย์ สามชาติ ชาติแรกคือชาติของชายซ่งนั่นแหละ ผิดหวังในสิ่งที่ตัวเองปรารถนา ส่วนชาติที่สองคิดว่าจะส่งซูลี่ไปเกิดเป็นขันถี ส่วนชาติทีสามนั้นยังนึกไม่ออก แต่ในเมื่อมีการแนะมาว่าติดตานิสัยซูลี่เป็นแบบนั้นแล้ว สงสัยเทคคงต้องหาตัวละครใหม่ เอาไว้รอแต่งหลังพันธสัญญาข้ามภพละกัน

[17] ฉูซี หมายถึง   วันส่งท้ายปีเก่าหรือที่เรียกว่า คือวันที่ 30 เดือน 12 ตามปฏิทินจันทรคติ บางครั้งเรียก ซุ่ยฉู และ ฉูเย่ หรือคืนส่งท้ายปีเก่า ถือเป็นวันสำคัญที่สุดและครื้นเครงที่สุดวันหนึ่งในเทศกาลตรุษจีน


แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น