Thichadad3938

ขอบคุณนักอ่านทุกท่านที่สนับสนุนนะคะ หากนิยายมีคำผิด หรือ ข้อผิดพลาดประการใด ต้องขออภัยที่ทำให้เสียอรรถรสในการอ่านค่ะ (Puingfungfing.)

บัวหลงจันทร์ ๑๐

ชื่อตอน : บัวหลงจันทร์ ๑๐

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 9.3k

ความคิดเห็น : 66

ปรับปรุงล่าสุด : 30 พ.ค. 2560 16:32 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 300
× 0
× 0
แชร์ :
บัวหลงจันทร์ ๑๐
แบบอักษร

image

บัวหลงจันทร์ ๑๐

สำนักหมอหลวง

“ท่านหมอ”

“คุณสายหยุด มีกระไรให้รับใช้หรือขอรับ”หมอหลวงคนที่ตรวจครรภ์ให้เจ้าบัวเอ่ยพลางออกมาต้อนรับคนสนิทของพระชายา

“เช้านี้พระชายาทรงแพ้ท้องหนักมาก จึงได้ให้หมอหลวงเข้าไปตรวจ เหตุใดจึงไม่ใช่ท่านที่เข้าไปตรวจ”

“หา...พระชายาแพ้ท้องหนักหรือขอรับ”

“ใช่”

“หากแต่ข้ามิรู้เรื่องเลยหนาขอรับ เช้านี้มิมีคนจากตำหนักหลวงมาตามข้าสักคน”

“งั้นหรือ”

“ขอรับ แลได้มีใครได้เข้าถวายการรักษาหรือไม่ขอรับ”

“มี หากแต่ข้ามิคุ้นหน้าคาตา แลก็มิได้อยู่ในสำนักหมอหลวงตอนนี้ด้วย”สายหยุดกวาดสายตามองรอบบริเวณ

“หา...คุณสายหยุด เพลานี้หมอหลวงทุกคนอยู่ที่สำนักหนาขอรับ จักเป็นไปได้อย่างไรว่าหมอหลวงที่ถวายการรักษาพระชายามิได้อยู่ที่นี่”เพลานี้หมอหลวงทุกคนต่างก็อยู่ที่สำนัก บ้างอยู่เพื่อปรุงยา บ้างอยู่เพื่ออ่านตำรา แลบ้างอยู่รอเผื่อเหตุฉุกเฉินจักได้ถวายการรักษาเจ้านายได้ท้วงทันการ

“...ท่านช่วยเอาพระโอสถในถ้วยนี่ไปตรวจให้ทีเถิดว่าเป็นโอสถกระไร”

“...พระโอสถถ้วยนี้”

“หมอหลวงถวายแด่พระชายาเมื่อเช้า มันผู้นั้นวินิจฉัยว่าทรงเป็นโรคติดต่อร้ายแรง หามีรัชทายาทได้ไม่”

“หา...เป็นไปมิได้ขอรับ ข้าตรวจพระชายากับมือ มิได้เป็นเช่นมันว่า”

“นั่นแล...ข้าจึงได้แปลกใจ เลยอยากขอให้ท่านช่วยตรวจพระโอสถในถ้วยนี้ให้ทีเถิด”

“ขอรับ”

.

.

.

“ว่าอย่างไรบ้างพี่สายหยุด”เจ้าบัวงามที่รอคนสนิทอยู่ที่ตำหนักเล็กท้ายวังหลวงรีบผุดลุก ตรัสถามทันทีที่คนสนิทเข้ามาในห้องบรรทมพร้อมปิดพระทวารลงกลอนแน่นหนา เป็นโชคดีของเจ้าบัวหรืออย่างไรที่หมอหลวงปลอมผู้นั้นใส่ร้ายพระชายาว่าเป็นโรคติดต่อร้ายแรง ดังนั้นผู้ที่เข้าเฝ้าพระชายาได้จึงมีเพียงสายหยุดคนสนิท แลอิ่มพระพี่เลี้ยงจากภุมริกาเท่านั้น

“หมอหลวงจากสำนักท่านว่าโอสถนั้นมีส่วนผสมของต้นอีเหนียวที่เสวยทำให้เป็นหมันพระเจ้าค่ะ”

“หมันเยี่ยงนั้นหรือ?”

“.....”

“ผู้ใดกันที่มันกล้าคิดชั่วกับข้า”

“หม่อมฉันคิดว่าเกลือเป็นหนอนพระเจ้าค่ะ...มิเช่นนั้นหมอหลวงปลอมผู้นั้นคงมิสามารถเข้ามาถึงตำหนักหลวงได้ง่ายดายเพียงนี้”

“.....”เจ้าบัวงามพยักหน้าน้อยๆอย่างเห็นด้วยกับคนสนิท

“เช่นนั้น พระชายาจักทรงทำอย่างไรดีเพคะ ฝ่าบาทก็มิอยู่เสียด้วย...ประจวบเหมาะราวกับวางแผนไว้”

“นั่นสิอิ่ม...ราวกับวางแผนไว้ แลใครกันที่ทำ ข้าหรือก็มิมีเรื่องบาดหมางกับใคร”

“.....”

“.....”

“ทูลพระชายา...หมอหลวงนำพระโอสถมาถวายเพคะ”เสียงข้าหลวงสาวที่อยู่นอกห้องบรรทมกราบทูล

“.....”นายบ่าวมองหน้ากันนิ่ง

“ให้หมอหลวงเข้ามา”

“แต่พระชายาเพคะ จักอันตรายหรือไม่”

“อยู่ในรั้วในวังมันคงมิกล้าดอก...ทำให้มันตายใจก่อนเถิด”เจ้าบัวว่า

“เพคะ”

“เข้ามา”

“ถวายพระพรพะย่ะค่ะพระชายา”

“...อืม”

“หมะ หม่อมฉันนำพระโอสถมาถวายพะย่ะค่ะ”

“โอสถอีกแล้วหรือ เมื่อเช้าข้าก็เพิ่งกินไปเองหนาจ๊ะท่านหมอ”

“ทรงเป็นโรคติดต่อร้ายแรงจึงจักต้องเสวยโอสถถี่พะย่ะค่ะ”

“เยี่ยงนั้นหรือ แค่กๆ...ขอบใจท่านหมอมาก”ตรัสพลางแสร้งไอ

“มิได้พะย่ะค่ะ”

“แลมีกระไรอีกหรือไม่จ๊ะ”

“มิมีพะย่ะค่ะ หม่อมฉันเพียงนำโอสถมาถวาย”

“หรือจ๊ะ”

“อะ เอ่อ..นะ นี่โอสถเพิ่มเติมพะย่ะค่ะ ต้มเสวยวันละห้ามื้อจักช่วยบรรทมอาการโรคร้ายพะย่ะค่ะ”

“ห้ามื้อเชียวหรือ เหตุใดจึงถี่นัก”สายหยุดเอ่ยถาม

“อะ เอ่อ..พระชายาจักได้อาการทุเลาไวๆเยี่ยงไร”

“.....”

“.....”

“.....”

“หะ หากมิมีกะไรแล้ว หม่อมฉันทูลลาพะย่ะค่ะ”

“จ้ะ”

“หม่อมฉันใคร่รู้นักเพคะว่าผู้ใดที่อยู่เบื้องหลังจึงได้ให้คนโง่เช่นหมอหลวงปลอมผู้นี้ทำงานให้ แค่อ้าปากพูดหรือก็จับผิดได้แล้ว”อิ่มรอจนหมอหลวงปลอมออกไปจนลับสายตาแล้วจึงเอ่ยกับผู้เป็นนาย

“นั้นสิจ๊ะพี่อิ่ม”สายหยุดพยักหน้าเห็นด้วย

“คงเป็นโชคดีของเรากระมัง”...หรือศัตรูโง่ก็มิอาจทราบได้

“เยี่ยงนั้นหม่อมฉันจักเอาโอสถนี่ไปให้สำนักหมอหลวงตรวจ แลจักเอายาบำรุงครรภ์มาถวายหนาเพคะ”

“จ้ะ”เจ้าบัวพยักหน้า อิ่มหอบห่อพระโอสถออกจากห้องบรรทม

“คุณอิ่มจักไปไหนหรือเจ้าคะ”ข้าหลวงสาวที่มารับใช้เจ้าบัวงามแทนคนเก่าที่ป่วยกะทันหันเมื่อมินานมานี้ เอ่ยถามขึ้น

“ข้าจักเอาพระโอสถที่หมอหลวงท่านถวายให้พระชายาท่านไปต้มถวาย...มีกระไรหรือ”

“มิมีเจ้าค่ะ”

“อืม”

.

.

.

“ท่านหมอ”

“คุณอิ่ม”

“นี่โอสถที่มันถวายให้พระชายาท่าน บอกให้เสวยวันละห้ามื้อ”

“ข้าจักเอาไปตรวจให้เองขอรับ แลนี่พระโอสถบำรุงครรภ์”

“ขอบใจมากท่านหมอ”

“มิได้ขอรับ...”

.

.

.

ทางด้านองค์จันทร์ก็ทรงกริ้วอย่างมากเมื่อปัญหาโจรบุกรุกชายแดนที่ทรงคิดว่าใหญ่โตเสียจนขุนนางที่ดูแลพื้นที่จัดการเองมิได้ กลับกลายเป็นปัญหาโจรกระจอกลักเล็กขโมยน้อยเท่านั้น หากแต่ขุนนาง แลทหารที่ดูแลกลับจัดการเองมิได้ ร้อนถึงพระองค์จำต้องห่างเมียมาใกล้ถึงชายแดน

“ทรงพระทัยเย็นก่อนหนาพระเจ้าค่ะ”ขุนนางตัวสั่น เสียงสั่นกราบทูลนายเหนือหัว ทรงกริ้วเสียจนหวิดจักถูกกุดหัว

“จักให้ข้าเย็นหรือ แค่โจรกระจอกยังมิมีปัญญาจัดการ แลข้าจักไว้ใจให้พวกเจ้าดูแลประชาชนของข้าได้อย่างไร”

“.....”

“วันนี้พอแค่นี้แล ออกไปให้หมด”โบกพระหัตถ์ไล่

“กราบทูลลาพะย่ะค่ะ”

“......”

“ฝ่าบาท”

“ข้าคิดถึงเจ้าบัว”

“หม่อมฉันก็คิดถึงสายหยุดพะย่ะค่ะ”

“เหอะ...”

สองนายหนึ่งบ่าวนั่งถอดถอนหายใจคิดถึงเมียคนงามที่รออยู่ที่วังหลวง

“ทูลฝ่าบาทหลวงพิมลขอเข้าเฝ้าพะย่ะค่ะ”

“อืม”

“วันนี้ฝ่าบาทคงจักกริ้วมิน้อย”

“.....”องค์จันทร์พระเนตรขวาง

“....หมะ หม่อมฉันจึงให้บุตรีมาถวายงานให้พระองค์พะย่ะค่ะ”

“.....”

“แม่สร้อยเข้ามา”เรียกบุตรี

“ถวายพระพรเพคะฝ่าบาท”

“.....”

“.....”

สองนายบ่าวนิ่งประเมินสถานการณ์

“เยี่ยงนั้นหม่อมขอตัวพะย่ะค่ะ”คนพ่อกราบทูลลา แลออกจากกระโจมที่ประทับ

“...เอ่อ”บุตรีหลวงพิมลเหลือบตามองเหมที่มิขยับกายไปไหนยังคงคุกเข่าปักหลักอยู่ข้างองค์จันทร์ที่พระเนตรขวางราวคนสติมิดี

“.....”

“.....”

“หมะ หม่อมฉันรินน้ำจัณฑ์ถวายหนาเพคะ”

“ข้ามิดื่มน้ำจัณฑ์”

“ชะ เช่นนนั้น หมะ หม่อมฉันจักรินพระสุธารสชาถวาย หนะ หนาเพคะ”

“.....”รับจอกน้ำชาจากหญิงสาวพลางจ้องพระเนตรขวาง

“ทรงดื่มสิเพ..”

“ออกไป”

“พะ เพคะ”

“ออกไป”

“ตะ แต่”

“ออกไป!!!!”ทรงไล่พระสุระเสียงดังพลางปาจอกน้ำชาใส่หญิงสาวจนผ้าแถบเปียกไปเป็นวง

เพล้ง

“กรี๊ดดด เพคะๆ”กุลีกุจรลุกวิ่งออกจากกระโจมที่ประทับหลังจากถูกตวาด

“บังอาจนัก ถึงข้าจักห่างเจ้าบัว แต่หาได้จักนอกกายนอกใจไม่”ทรงกริ้วเสียยิ่งกว่าเดิมอีก

“พระทัยเย็นก่อนเถิดพะย่ะค่ะ”

“ฮึ่ย....”

“หม่อมฉันจักไปหาดอกบัวมาถวายหนาพะย่ะค่ะ จักได้คลายคิดถึงพระชายา”

“บัวใดเล่าจักงามเท่าบัวงามของข้า”

“แก้ขัดไปก่อนเถิดพะย่ะค่ะ”

“.....”

“ประเดี๋ยวหม่อมฉันมาหนาพะย่ะค่ะ”

.

.

.

มินานองครักษ์คนสนิทก็กลับมาพร้อมพานทองปูผ้าขาวบางตัดกับบัวหลวงดอกตูมสีชมพูที่นอนแน่นิ่ง

“ทูลฝ่าบาท บัวหลวงดอกนี้เป็นดอกที่งามที่สุดในบึงแล้วพะย่ะค่ะ ดอกตูม แลกลีบมิช้ำแม้แต่น้อย”

“.....”ทรงหยิบประคองดอกไม้งามราชินีแห่งไม้น้ำขึ้นจรดพระนาสิกสูเกลิ่นหอมของบัวหลวง ความกริ้วกังวลที่มีมาทั้งวันก็คลายลงอย่างน่าอัศจรรย์ ปลายพระนาสิกโด่งซุกไซร้กลีบบัวนุ่มพลางสูดกลิ่นหอมเข้าพระปับผาสะ

“.....”

“เจ้าเหม”

“พะย่ะค่ะ”

“จัดการเรื่องทุกอย่างให้แล้วเสร็จภายในพรุ่งนี้ มะรืนข้าจักกลับวังหลวง”

“พะย่ะค่ะ”

จัดการเรื่องที่ว่านั่นหมายถึง เรื่องขุนนางที่ทำงานมิได้เรื่องได้ราว เรื่องโจรกระจอก แลเรื่องหลวงพิมลที่บังอาจทำเกินหน้าที่ส่งบุตรีมาถวายงานพระองค์ทั้งๆที่มิได้รับสั่ง

.

.

.

“อ่อก...อ่อก”เจ้าบัวงามอาเจียนเสียงดังเสียจนข้าหลวงที่เฝ้าหน้าพระทวารได้ยิน นั่นยิ่งทำให้มิมีใครกล้าเข้ามาภายในห้องบรรทมด้วยกลัวจักติดโรคร้ายจากพระชายา ยกเว้น อิ่ม แลสายหยุดที่คอยดูแลนายเหนือหัว

“พระชายาทรงดื่มพระสุธารสขิงก่อนหนาพระเจ้าค่ะ”สายหยุดประคองร่างบอบบางอ่อนแรงให้ประทับพิงหมอนขิดทรงสามเหลี่ยมไว้ แลรินพระสุธารสขิงจากกาใส่จอกเล็กๆให้พระชายาจิบ

“.....”เจ้าบัวรู้สึกเวียนเศียรจนต้องหลับตานิ่ง มือบางยกจอกขึ้นจิบน้ำขิงอุ่นๆ

คนท้องคนไส้อุดอู้อยู่แต่ในห้องบรรทม มิได้ออกจากตำหนักสูดอากาศเสียเลยจึงทำให้เจ้าตัวน้อยเกเร ทำมารดาแพ้ท้องเสียแทบเป็นลมเป็นแล้ง

“เป็นอย่างไรบ้างพระเจ้าค่ะ”

“เมื่อใดฝ่าบาทจักกลับมา...”

“มินานดอก ทนหน่อยหนาพระเจ้าค่ะ”

แกร๊ก แอ๊ด

“พี่อิ่ม”สายหยุดร้องเรียกคนที่เพิ่งเข้ามาในห้องบรรทม

“เป็นอย่างไรบ้างอิ่ม”ทรงตรัสถาม

“ทูลพระชายา หม่อมฉันคิดว่าพวกมันน่าจักรู้เสียแล้วว่าทรงตั้งครรภ์เพคะ”

“หา...”สายหยุดอุทานอย่างตกใจ

“เป็นไปได้อย่างไร”เจ้าบัวแม้จักตกใจแต่ก็เก็บอาการได้ดี

“ยาห่อใหม่ที่มันให้มามีส่วนผสมของเทียนหยดเพคะ”

“หา..เทียนหยดหรือพี่อิ่ม”

“ใช่ เทียนหยดหากผู้ที่มีครรภ์ได้กินเข้าไปคงจัก.....”

“หากแต่เทียนหยดมีพิษอันตรายถึงชีวิตเลยหนาจ๊ะพี่อิ่ม”

“.....”

“บังอาจนัก...”เจ้าบัวงามกำมือแน่น มิเคยทำให้ใครเจ็บแค้นมาก่อน แลผู้ใดกันที่คิดร้ายกับข้า

“แลอีกเรื่อง พระมารดาศศิธรทรงรู้เรื่องนี้แล้วหนาเพคะ”

“พระมารดา...พระองค์รู้ได้เยี่ยงไร”

“ข่าวลือเรื่องพระองค์เป็นโรคติดต่อร้ายแรงคงแพร่ไปถึงพระเนตรพระกรรณพระมารดาเพคะ...ทรงจักเสด็จมาหาพระชายาตั้งแต่วันก่อน หากแต่เหล่าขุนนางชั้นผู้ใหญ่ห้ามปรามมิให้เสด็จมาด้วยเกรงจักติดโรคจากพระองค์เพคะ”

“เช่นนั้น...พี่สายหยุด”

“พระเจ้าค่ะ”

“พี่สายหยุดเข้าเฝ้าพระมารดาแทนข้าทีเถิด...กราบทูลพระองค์ว่ามิต้องเป็นห่วงข้า”

“..พระเจ้าค่ะ”

.

.

.

“บังอาจนัก!! มันเป็นใครกันถึงได้กล้าใส่ร้ายป้ายสีสุนิสาของข้า”พระมารดาเมื่อได้ฟังความจากสายหยุดก็กริ้วเสียจนพระพักตร์งามเหยเก

“ตอนนี้ยังหาตัวคนบงการมิได้พระเจ้าค่ะพระมารดา หากแต่พระชายาทรงปลอดภัยดี แลองค์รัชทายาทก็ทรงปลอดภัยดีพระเจ้าค่ะ”

“....โธ่ เจ้าบัวงาม หากองค์ภุมริน แลพระชายาชมนาดรู้เข้าว่าแก้วตาดวงใจของพระองค์ถูกกลั่นแกล้งทั้งๆที่อยู่ในวังหลวงศศิมณฑล แลข้าจักมีหน้ามีตาอยู่อีกหรือ”

“พระทัยเย็นก่อนหนาพระเจ้าค่ะพระมารดา ประเดี๋ยวประชวรไปอีกพะองค์จักแย่เอา”

“แลเมื่อใดเจ้าจันทร์จักกลับจากราชกิจ หืม สายหยุด”

“คงอีกประมาณสิบวันพระเจ้าค่ะ”

“สิบวัน ป่านนั้นสุนิสาของข้าจักเป็นเช่นไร”

“.....”

“แลเจ้าบัวเป็นเยี่ยงไรบ้าง”

“พระชายาทรงแพ้ท้องหนักเลยพระเจ้าค่ะ อุดอู้อยู่แต่ในห้องบรรทมมิได้ออกมาสูดอากาศเสียเลย แลยังต้องหลบๆซ่อนๆเสวยยาที่สับเปลี่ยนอีกพระเจ้าค่ะ พระกายาหารก็พอจักปดได้บ้างว่าทรงประชวรจึงต้องเสวยของบำรุงเพิ่ม”

“โธ่....เจ้าบัวของแม่”

“หากแต่มิต้องทรงกังวลไปหนาพระเจ้าค่ะพระมารดา...หม่อมฉัน แลพี่อิ่มจักดูแลพระชายาให้ดีที่สุดพระเจ้าค่ะ”

“ฝากด้วยหนาสายหยุด”

“พระเจ้าค่ะ”

.

.

.

ห้าวันหลังจากนั้น

“พระชายาอาการมิค่อยจักดีเสียเลย ไปตามหมอหลวงมาทีเถิด”อิ่มว่า

“ข้าไปตามให้เองเจ้าค่ะ”

“ขอบใจหนา”

ข้าหลวงสาวเร่งออกจากตำหนักท้ายวังหลวง สาวเท้าอย่างรีบร้อน มองซ้ายขวามิมีใครจึงได้เลี่ยงไปอีกทาง แต่หาใช่ทางไปสำนักหมอหลวงไม่ โดยที่มิรู้ตัวเลยว่าคนสนิทของพระชายาได้ตามตนไปด้วย

ย้อนไปเมื่อคืนวาน

“มันอันตรายเกินไป ข้ามิให้พี่สายหยุดทำเยี่ยงนี้ดอกหนาจ๊ะ”

“หากแต่มิทำเยี่ยงนี้ เราจักเป็นเป้านิ่งให้มันหนาพระเจ้าค่ะ”

“มันอันตราย หากพี่สายหยุดเป็นกระไรข้าจักทำเยี่ยงไร”

“หม่อมฉันดูแลตัวเองได้พระเจ้าค่ะ หากเรามิตามมันไปจักรู้ได้อย่างไรว่าเกลือเป็นหนอนคือผู้ใด”

“ข้าเป็นห่วงพี่สายหยุด มันเสี่ยงเกินไป”

“เชื่อใจหม่อมฉันหนาพระเจ้าค่ะ”

“.....”

“หนาพระเจ้าค่ะ”

“ข้าห้ามมิได้ใช่หรือไม่”

“.....”

“พี่สายหยุดต้องสัญญากับข้า..ว่าจักมิเข้าใกล้มันจนเกินไป แลเมื่อรู้แล้วว่ามันเป็นใครให้รีบกลับมาหาข้า ได้ไหม”

“พระเจ้าค่ะ สายหยุดสัญญา”

.

.

.

“เป็นเจ้าจริงๆ...”สายหยุดพึมพำพลางค่อยๆตามข้าหลวงสาวคนใหม่ออกจากวังหลวงไปเงียบๆ ข้าหลวงสาวออกจากวังหลวงโดยการมุดออกจากกำแพงที่มีรูแตกคล้ายประตูแต่เล็กแคบกว่า

กร๊อบ

สายหยุดเบิกตากว้างเมื่อย่ำถูกกิ่งไม้แห้ง รีบขยับหลบหลังต้นโพธิ์ใหญ่ มือเล็กยกปิดปากตนแน่น จักทำเยี่ยงไรดี

“อุ๊บ อื้อออ”ระหว่างที่กังวลอยู่นั่น ก็ถูกรวบร่างบางเข้าไปในอ้อมกอดของใครบางคน ฝ่ามือใหญ่ปิดปากเล็กจนมิมีเสียงเล็ดลอดมาให้ได้ยิน ร่างบางถูกอุ้มไปโดยที่มิรู้ว่าเจ้าของอ้อมกอดที่อุ้มตนอยู่นั้นคือใคร

ทางด้านข้าหลวงสาวที่ได้ยินเสียงกิ่งไม้แห้งหักก็หยุดชะงัก หันรีหันขวางอย่างตกใจว่าจักมีผู้ใดตามมา ดวงตาเหลือบไปเห็นกระรอกตัวน้อยที่วิ่งเกาะต้นไม้ก็ลอบถอนหายใจ แล้วรีบเดินต่อ

ความคิดเห็น