ลูกตุ้มเงิน

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

เรื่องราวระหว่างทาง

ชื่อตอน : เรื่องราวระหว่างทาง

คำค้น : เสน่หาพรางใจ, พริตตี้สาว, ท่านประธานหนุ่ม, ซีรี่ย์สองพี่น้อง, นิยายรักโรมานซ์, ลูกตุ้มเงิน

หมวดหมู่ : นิยาย อีโรติก

คนเข้าชมทั้งหมด : 329

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 26 พ.ค. 2560 11:27 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
เรื่องราวระหว่างทาง
แบบอักษร

​            เช้าวันรุ่งขึ้นกลายเป็นเช้าที่เร่งรีบสำหรับสองสาวเพื่อนรัก เพราะนาฬิกาที่ตั้งปลุกไว้ตั้งแต่ตีห้าครึ่งไม่ทำงาน เมทิตาตื่นมาอีกทีก็เกือบเจ็ดโมงเช้าแล้ว ส่วนชิตาพรนั้นไม่ต้องพูดถึง เพราะเธอนอนหลับสบายโดยหวังให้เพื่อนสาวเป็นคนมาปลุกนั่นเอง

            ปัง! ปัง! ปัง! ปัง!

            เสียงเคาะประตูรัว ๆ อันที่จริงจะเรียกเคาะก็ไม่ถูก ต้องบอกว่าเป็นเสียงตีประตูจะถูกต้องกว่า ทั้งแรงทั้งดังกว่าที่จะเป็นการเคาะปกติ ก่อนที่เมทิตาจะส่งเสียงปลุกคนในห้องให้ตื่นจากการหลับไหล

            “ไอ้จ๊ะ..ตื่น ๆ เร็ว ๆ เราสายกันแล้วววว”

            “หือ...อืม...” เสียงงัวเงียของชิตาพรดังตอบกลับออกมา ก่อนจะตามมาด้วยเสียงโวยวายจากความตกใจ เมื่อสายตาของเธอเหลือบไปเห็นนาฬิกาในห้อง

            “ว้าย!!!! ไอ้เม..ทำไมแกเพิ่งจะมาเรียกฉันวะ” ชิตาพรเปิดประตูออกมา หัวหูยังดูยังกระเซอะกระเซิงอยู่ ชิตาพรเปิดประตูออกมาต่อว่าเพื่อน ก่อนจะพบว่าเพื่อนสาวของตัวเองก็สภาพไม่ต่างกันเท่าไหร่นัก

            “นาฬิกาไม่ปลุกว่ะ..ขอโทษที รีบเลยแล้วกัน อีก 15 นาทีลงไปเจอกันข้างล่าง” เมทิตาพูดจบไม่ต้องรอคำตอบ ก็วิ่งกลับเข้าห้องของตัวเองไป ส่วนชิตาพรเองก็รีบเข้าห้องไปจัดการตัวเองด้วยเช่นกัน

            ทั้งสองสาวใช้เวลาไม่นานก็ออกมาในสภาพรวมร่างกับชุดพริตตี้สำหรับงานที่จะไปทำวันนี้เรียบร้อย หน้าตาและผมยังไม่พร้อมไม่เป็นไร เดี๋ยวไปแต่งต่อในรถ ทั้งสองคนมีความเป็นมืออาชีพพอที่จะจัดการตัวเองให้สวยได้ในทุกสถานการณ์ อุปกรณ์เธอก็มีพร้อม และเพราะขับรถเป็นกันทั้งสองคน ดังนั้นผลัดกันขับและผลัดกันแต่งหน้าทำผมไปด้วยได้ อาหารเช้าก็หาเอาได้ระหว่างทางเช่นกัน กระเป๋าเดินทางใบเล็กสองใบถูกโยนเข้าไปในรถ เมื่อพร้อมแล้วก็ออกเดินทางกันได้เลย

            ระหว่างทางชิตาพรเกิดปวดท้องขึ้นมา เนื่องจากว่ารีบกันมากจนไม่ได้ทำภาระกิจส่วนตัวให้ครบสิ้น

            “ไอ้เม..ฉันปวดท้องแล้วว่ะ แกแวะปั๊มข้างหน้าให้หน่อยสิ”

            “เออ ได้ ๆ ดีเหมือนกัน ฉันจะได้ซื้อกาแฟหน่อย รู้สึกเหมือนวิญญาณยังไม่เข้าร่างดี ต้องเอากาแฟมากระชากวิญญาณกลับร่างหน่อยว่ะ”



            ขับต่อไปได้อีกไม่กี่นาทีก็เห็นปั๊มน้ำมันขนาดใหญ่อยู่ข้างหน้า เมทิตาไม่รีรอที่จะเลี้ยวรถเข้าไป

            “โอ้โห! ไอ้เม..แกดูชอปเปอร์คันนั้นสิ โคตรสวยเลยว่ะ รถใครวะ..น่าไปซ้อนท้ายจริง ๆ เลย” ชิตาพรตาโตไม่กะพริบมองรถมอเตอร์ไซค์คันใหญ่สีดำเงาวาววับ รูปแบบคลาสสิค ความสวยเตะตา แถมยังชี้ให้เพื่อนรักดูอีกคนด้วย แค่มองก็รู้ว่าราคาไม่เบาเลยทีเดียว ชาวบ้านตาดำ ๆ หาเช้ากินค่ำคงไม่มีโอกาสจะได้มาเป็นเจ้าของอย่างแน่นอน

            “เออ..ก่อนจะซ้อนท้ายเขาน่ะ ไปเช็คดูก่อนไหม ว่าเป็นที่ของเมียเขาหรือเปล่า?”

            “หูย!! แกนี่มันตัวดับฝันฉันจริง ๆ เลย” ชิตาพรถึงกับทำหน้าเซ็ง เมื่อถูกเพื่อนพูดดักคอ

            “เอ้า! จะเข้าไหมห้องน้ำน่ะ” เมทิตาส่งเสียงบอกเพื่อนเมื่อเอารถเข้ามาจอดในช่องจอดเรียบร้อยแล้ว ส่งเพื่อนให้จนถึงหน้าห้องน้ำกันเลยทีเดียว

            “ไปสิ ไป ๆ”

            ชิตาพรรีบลงจากรถวิ่งเข้าห้องน้ำไป ส่วนเมทิตาเองก็ลงจากรถเช่นกัน แต่จุดมุ่งหมายของเธอคือร้านกาแฟที่อยู่ในปั๊มน้ำมันแห่งนี้

            สายตาทุกคู่กำลังจับจ้องมาที่สาวสวยในชุดสีดำตัดกับสีเงินเข้ารูป กระโปรงสั้นโชว์เรียวขาขาวเนียน ผ้าซีทรูที่ปิดอยู่ด้านบนเนินเนื้อหน้าอก ก็ไม่อาจปิดบังความขาวใสของผิวเนื้อเนียนได้ ราวกับใส่เกาะอกดี ๆ นี่เอง แถมที่ช่วงเอวยังใช้ผ้าป้ายกันไปมา แอบโชว์เอวคอดเบา ๆ ให้สายตาทุกคู่ที่จ้องมองมาได้แอบลุ้นอยากจะได้สัมผัสอีกต่างหาก หากแต่เมทิตาเคยชินกับสายตาเหล่านั้นเสียแล้ว ชุดพริตตี้ที่เธอใส่บางทีก็มีการโชว์เนื้อหนังมากกว่านี้เสียอีก

            กลิ่นกาแฟหอมกรุ่น ดึงดูดให้เมทิตาแทบจะลอยตามเข้าไปในร้าน แต่ยังไม่ทันจะเปิดประตูกระจกใสเข้าไป สายตาของเธอก็ไปกระทบเข้ากับใบหน้าอันหล่อเหลาของชายผู้หนึ่ง ที่เธอพยายามจะลบเขาออกไปจากหัว แต่ก็ยังไม่สำเร็จเสียที แถมจู่ ๆ วันนี้ยังโผล่มากวนความคิดที่ตกตะกอนนอนก้นให้ฟุ้งขึ้นมาอีกด้วย ชายหนุ่มที่หน้าตาบ่งบอกว่าไม่ใช่คนไทยแท้ร้อยเปอร์เซ็นต์ ใส่รองเท้าหนัง กางเกงยีนส์ เสื้อเชิ้ตสวมทับด้วยแจ็คเก็ตหนังสีดำ กำลังนั่งจิบกาแฟและเขี่ยหน้าจอโทรศัพท์มือถือดูอยู่ ถึงแม้ว่าเธอจะเห็นแค่เพียงด้านข้าง เพราะเขานั่งหันหน้าเข้าหาผนังกระจกใส และแผ่นอะคริลิคที่ทางร้านใช้ยึดติดกับผนัง ทำเป็นที่วางเครื่องดื่ม และหนังสือที่มีไว้บริการลูกค้า ชายหนุ่มนั่งอยู่ตามลำพังบนเก้าอี้หมุนที่ดูตัวเล็กไปถนัดตาเมื่อเทียบกับขนาดตัวของคนนั่ง แต่ไม่ว่าจะนั่งอยู่ท่าไหน แต่งตัวอย่างไร ก็ไม่สามารถจะบิดเบือนความทรงจำของหญิงสาวได้

            เมทิตาจำได้ไม่เคยลืม เขาเป็นคนเดียวกันกับคนที่สร้างรอยมลทินให้กับเธอ เมื่อครั้งที่เธอไปเที่ยวพักผ่อนที่ชะอำกับพี่สาวและพี่เขย ยิ่งคิดก็ยิ่งแค้น ความบริสุทธิ์ที่เธออุตส่าห์เก็บเอาไว้ 25 ปี ต้องถูกทำลายลงด้วยผู้ชายฉวยโอกาสคนนี้

            หญิงสาวเปิดประตูเข้าไปในร้าน ส่งสายตาอาฆาตไปที่ชายหนุ่มที่นั่งก้มหน้าก้มตาจ้องมองหน้าจอโทรศัพท์ของเขาอย่างไม่กะพริบตา  เมทิตาเดินตรงไปที่เคาน์เตอร์สั่งกาแฟใส่แก้วปิดฝา พร้อมทั้งขอน้ำร้อนด้วยอีกหนึ่งถ้วยกระดาษเล็ก ๆ ซึ่งพนักงานของร้านก็จัดให้ตามคำขอ หลังจากชำระเงินเรียบร้อยแล้ว ก่อนที่จะเดินกลับมาผ่านด้านหลังผู้ชายตัวโตและทำตามความตั้งใจ แกล้งทำแก้วน้ำร้อนหกใส่

            คงเป็นความโชคดีของชายหนุ่มที่หมุนตัวหมุนเก้าอี้กลับมาจะสั่งกาแฟเพิ่มพอดี แล้วแถมไหล่ของชายหนุ่มก็ไปกระแทกเข้ากับลำแขนเรียวเล็กที่ถือน้ำร้อนอยู่อีกด้วย จนทำให้การประทุษร้ายของหญิงสาวเกิดการผิดพลาด

            “ว้าย! โอ๊ย!” เสียงอุทานด้วยความตกใจของหญิงสาว ที่น้ำร้อนนั้นกระฉอกใส่มือเธอเข้าเสียเองถึงแม้ว่าจะเล็กน้อยก็เถอะ

            “ขอโทษครับ” ชายหนุ่มหันมากล่าวคำขอโทษทันที ที่รู้ตัวว่าไปกระแทกหญิงสาวเข้า ก่อนจะต้องชะงักไปสองวินาที เมื่อได้เห็นว่าผู้หญิงที่เขากระแทกนั้นเป็นใคร “คุณ! เป็นอะไรหรือเปล่า”

            เมทิตารีบวางแก้ว แล้วสะบัดมือเอาน้ำร้อนออก แล้วยกมือขึ้นมาเป่าทันที

            “ก็เจ็บน่ะสิ..ถามได้”

            อิริครีบคว้ามือของหญิงสาวมาดู เห็นเป็นรอยแดงจึงได้รีบดึงมือเธอพาเดินเข้าไปขอใช้อ่างล้างมือที่อยู่หลังเคาน์เตอร์รับออเดอร์ของทางร้าน เปิดน้ำให้ไหลผ่านรอยแดงที่มือเล็ก ๆ นั้น โดยไม่สนใจเสียงที่ดังโวยวาย และปฏิกิริยาการตอบสนองแบบไม่ให้ความร่วมมือของคนตัวเล็กแต่อย่างใด

            “นี่..ปล่อยได้แล้วฉันทำเองได้” เมทิตาส่งเสียงบอกชายหนุ่มที่จัดการลากเธอเข้ามาหลังเคาน์เตอร์ที่พนักงานยืนอยู่

ความคิดเห็น