by.. ฟาง

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

9/ ของเล่นราคาถูก (แก้คำผิด)

ชื่อตอน : 9/ ของเล่นราคาถูก (แก้คำผิด)

คำค้น : ตอนที่ 9

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 42.7k

ความคิดเห็น : 173

ปรับปรุงล่าสุด : 10 ส.ค. 2560 09:18 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
9/ ของเล่นราคาถูก (แก้คำผิด)
แบบอักษร

​ปอรักP...

ผมมองตามหลังคนที่ก้าวขาออกจากห้องโดยไม่หันกลับมา มันจบเร็วกว่าที่ผมคิดเน๊อะถึงจะไม่รู้ว่าเพราะอะไรทำไมถึงจบเร็วแบบนี้แต่ก็พอจะเดาเหตุผลได้ ก็ตั้งแต่ที่ผมกับพี่โปรดมีอะไรกันพี่โปรดก็ไม่เคยติดต่อมาสักครั้ง ตรงกันข้ามผมเห็นพี่โปรดอยู่กับคนสองคนในเวลาเพียงไม่กี่วัน และก็เป็นไม่กี่วันหลังจากที่เรามีอะไรกันเป็นครั้งแรกด้วย น่าสมเพชตัวเองชะมัดโดนเอาครั้งแรกผมก็ป่วยจนไข้ขึ้น แต่ก็ยังไม่เจียมตัวฝืนสังขารไปทำงานจนเป็นลมเป็นแล้งเดือดร้อนลูกค้าร้านลาบต้องหามไปส่งคลีนิคอีก 

แถมเย็นถัดมายังเห็นคนที่เปิดซิงตัวเองมากับคนที่เป็นเหตุผลให้ผมตัดสินใจอยากเอาชนะถึงขั้นเสนอตัวให้พี่โปรด สุดท้ายเขาก็กลับไปเอากันอยู่ดีผมยอมแพ้แล้วครับพี่เปา ยังนะความน่าสมเพชผมยังไม่หมดแค่นั้น ไม่กี่วันถัดมาผู้ชายที่เปิดซิงผมยังควงอีกคนมาร้านที่ก็รู้ว่าผมทำงานอยู่นี่ แทบจะเอากันด้วยวาจาที่ร้านลาบให้ผมฟังอีก อืม ทำไมไม่หาร้านที่โรแมนติกกว่านี้วะ หลังจากวันนั้นผมก็ไม่เคยเจอพี่โปรดอีกเลยจนถึงเมื่อกี้ที่พี่เขามาบอกจบนั่นแหละ 

ก็นะ ถึงผมจะอยากให้พี่โปรดเป็นครอบครัวเพียงหนึ่งเดียวที่ผมบนโลกนี้มากแค่ไหน แต่ผมก็ไม่สามารถยื้อหรือขอร้องอะไรได้เพราะผมไม่มีสิทธิ์ตรงนั้น ผมเคยอ่านเจอประโยคหนึ่งที่บอกว่า เราไม่สามารถเก็บทุกคนที่อยากให้อยู่ในชีวิตไว้กับเราได้ ทุกคนมีความรู้สึกเป็นของตัวเอง ถ้าเขาไม่สบายใจจะอยู่และอยากจากไปเราก็ห้ามไม่ได้ ผมหันไปมองรอบๆห้อง ข้าวของพวกนี้ล่ะผมจะทำยังไงกับมัน? คงต้องหาวิธีส่งคืนให้พี่โปรดสินะ ผมเก็บไว้ก็ไม่ได้ใช้ประโยชน์หรอกเสียดายของเปล่าๆ แถมเป็นภาระค่าไฟให้ผมต้องจ่ายอีก อ่าวเฮ้ยแล้วที่บอกจะจ่ายค่าไฟให้ล่ะพี่แม่งไม่รับผิดชอบเลยว่ะ

"ฮึกก เอาค่าไฟเดือนนี้มาให้ปอก่อนเลยนะไอ้พี่โปรด" ผมกัดริมฝีปากตัวเองพยายามกลั้นสะอื้นย้ำกับตัวเองว่าไม่เป็นอะไรหรอก สักวันเรื่องนี้ก็ต้องเกิดขึ้นอยู่ดีเพียงแต่ว่ามันมาถึงเร็วจนตั้งตัวไม่ทันแค่นั้นเอง ผมกลับมาตั้งใจทำการบ้านต่อให้เสร็จ แต่ยิ่งเขียนสมุดที่จะส่งการบ้านพรุ่งนี้ก็ยิ่งเปียกจนต้องเบรคตัวเองด้วยการลุกไปอาบน้ำอีกรอบ ครีมอาบน้ำ แปรงสีฟัน ยาสีฟัน โฟมล้างหน้า อะไรที่เป็นของพี่โปรดผมเก็บใส่ถุงให้หมด พอได้เก็บในห้องน้ำแล้วมันก็ลามไปเก็บในห้องด้วย บ๊อกเซอร์ กางเกงใน เสื้อกล้าม ผ้าเช็ดตัว นี่มานอนห้องผมไม่กี่ครั้งเองนะยังมีข้าวของพี่โปรดเยอะขนาดนี้ 

ดีแล้วล่ะที่พี่โปรดเอ่ยปากจบความสัมพันธ์ตอนผมยังไม่เปลี่ยนไปมากกว่านี้ ตอนนี้พี่เขายังไม่มีอิทธิพลจนถึงขั้นทำให้ผมไม่เป็นตัวของตัวเอง นี่คือเรื่องดีของน้ำตาที่ผมแลกมากับประสบการณ์ครั้งแรก

"แล้วจะคืนของให้ยังไงวะ โทรไปให้มาเอาเหรอ? ไม่ดีกว่าเดี๋ยวหาว่ากูไปเรียกร้องความสนใจอีก ไอ้น้ำตานี่ก็เหมือนกันเมื่อไหร่มึงจะหยุดไหลซักที ถึงมึงไม่รู้ว่าพ่อแม่เป็นใครแต่ป่านนี้พวกเขาคงจะสุขสบายมีความสุขกันอยู่ เพราะงั้นมึงไม่ต้องไหลมาอีกเลยนะรอให้กูสอบตกเมื่อไหร่ก่อนมึงค่อยไหลออกมา" ผมเก็บข้าวของทุกอย่างวางรวมกันที่ปลายเตียง ปากก็ทั้งบ่นทั้งด่าน้ำตาตัวเอง มันไม่รักดีไหลออกมาทำไมเสียดายน้ำตาเปล่าๆ

"ฮึกก ฮือออ" เมื่อสิ้นสุดความอดทนทุกอย่าง ผมก็ได้แต่นอนหงายบนพื้นแคบๆในห้องที่อยู่ตามลำพังคนเดียวตั้งนาน แค่มีอีกคนเข้ามาป้วนเปี้ยนในพื้นที่ส่วนตัวเพียงไม่กี่ครั้ง มันทำให้มึงหวั่นไหวมากขนาดนี้เลยเหรอวะ นี่มึงกำลังคาดหวังอะไรอยู่หรือเปล่าไอ้ปอ 

ผมยกแขนทับปิดดวงตาทั้งคู่ของตัวเองไว้ไม่ให้เห็นทุกอย่างภายในห้อง ห้องเล็กๆที่เคยมีไอ้แก่ขี้เมามานอนด้วย ห้องเล็กๆที่เคยมีคนตัวควายๆหลงมาพักกายให้ผมหายเคว้งคว้าง ห้องที่เคยมีเสียงถกเถียงเสียงดังให้เพื่อนห้องต้องมาว่าเอาในเย็นวันหนึ่ง ห้องที่เคยมีผู้ชายคนหนึ่งนอนหนุนแขนผู้ชายอีกคน ห้องที่ตอนนี้มันกลับมาเป็นเหมือนเดิมนั่นคือเหลือเพียงแต่ผมที่อยู่ตามลำพังเหมือนที่ผ่านมา


ติ๊ดๆๆๆ ผมไม่รู้ว่าผมร้องไห้ไปนานเท่าไหร่ มารู้ตัวอีกทีก็ได้ยินเสียงนาฬิกาปลุกดังขึ้นเหมือนทุกวัน มันทำให้ผมคิดได้ว่า ไม่ว่าผมจะเจอสถานการณ์อะไรที่เลวร้ายมากแค่ไหน ยิ่งบทเรียนยากขึ้นเท่าไหร่ แต่ถ้าผมผ่านมันไปได้ผมก็จะยิ่งเก่งขึ้นเท่านั้น พอคิดได้แบบนั้นผมก็ลุกไปอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าเตรียมตัวไปลอกการบ้านไอ้เบียร์ต่อที่โรงเรียน แน่ล่ะสิเมื่อดึกผมเสียทั้งน้ำตา เสียทั้งเวลาไปตั้งนานนี่ ขนาดนาฬิกาปลุกมันไม่มีชีวิตแต่มันยังต้องทำหน้าที่ของมันทุกวันเลย แล้วผมเป็นคนมีเลือดเนื้อ มีชีวิต มีความคิดและมีความรู้สึก ผมก็ต้องทำหน้าที่ของตัวเองให้ดี จะได้ไม่แพ้นาฬิกาปลุกเอา สู้เว้ยไอ้ปอรัก!

"ปออ"

"อืม ว่า" ปากก็ตอบรับไอ้คิทที่เรียกเสียงออดเสียงอ้อนจนขนลุกแปลกๆ แต่มือก็ยังเร่งลอกการบ้านของไอ้เบียร์ไม่หยุด

"เย็นนี้มึงไปส่งกูซื้อของที่ห้างหน่อยได้มั้ยอ่ะปอ"

"กูต้องทำงานมึงก็รู้นี่ ไปกับไอ้เบียร์สองคนได้มั้ยล่ะลองชวนมันดูสิ"

"เหอะไม่เอากูจะไปกับมึง วันนี้มึงลาซักวันไม่ได้เหรอปอนะๆเดี๋ยวกูไปช่วยพูดกับลุงเลิศให้เอง"

"แล้วมึงจะไปซื้ออะไร สำคัญมากรึเปล่าล่ะ"

"สำคัญสิ กูจะไปซื้อให้คนสำคัญ" ผมหยุดภารกิจเร่งด่วนเมื่อทุกอย่างสิ้นสุดลง เสร็จทันเวลาพอดี

"จะไปซื้อของให้แฟนรึไง" ผมกระเซ้าไอ้คิทจนมันทุบมาที่หลังดังปึก เจ็บนะมึงนี่

"กูมีแฟนที่ไหนกันล่ะ กูจะไปซื้อของขวัญวันเกิดให้พ่อกูต่างหากมะรืนนี้วันเกิดพ่อกู" ไอ้คิทยิ้มกว้างเมื่อมันพูดถึงพ่อ น่าอิจฉาชะมัดเนอะคนที่ได้ซื้อของขวัญให้พ่อแม่เนี่ย ผมเองก็อยากมีเวลาแบบนี้บ้างเหมือนกัน

"อือๆงั้นเดี๋ยวกูไปเปลี่ยนเสื้อผ้าแล้วเลยไปขอลุงเลิศก็แล้วกัน เจอกันที่โลตัสเลยห้างใหญ่ๆกูไม่ไปนะคิทกูกลัวเขาไม่ให้เข้า" 

"จะพากันไปไหน" เสียงเข้มๆของไอ้เบียร์ดังขึ้นมาเหมือนจะจับผิด

"กูจะไปส่งไอ้คิทซื้อของขวัญวันเกิดให้พ่อมัน มึงไปด้วยกันสิเบียร์"

"ไม่เอา กูอยากไปกับมึงสองคนนะไอ้ปอ" ไอ้คิทก็รีบปฏิเสธขึ้นมา ก่อนที่มันสองคนจะส่งสายตารบราฆ่าฟันกันต่อ

"แต่กูจะไปด้วย กูไม่ยอมให้ไอ้มดแดงแปลงร่างไปคนเดียวหรอก"

"ไอ้เบียร์มึงอย่าว่ากูโง่เลยนะคือกูก็โง่จริงๆแหละ แต่ไอ้มดแดงแปลงร่างนี่คืออะไรวะ" ผมอดชูมือถามไอ้เบียร์ไม่ได้

"หึหึ นั่นสินะไอ้คิทมึงน่าจะรู้จักดีนี่ ทำไมมึงไม่ลองอธิบายให้คนที่มึงบอกว่ารักแบบเพื่อนรักฟังหน่อยล่ะ แล้วไอ้ปอกูว่าจะถามตั้งแต่มาถึงละ มึงเป็นอะไรทำไมตาบวมแบบนั้น นี่ร้องไห้มารึเปล่า" ผมรีบก้มหน้าก้มตาทันที อุตส่าห์เอาน้ำแข็งประคบก่อนออกมาแล้วนะแต่ตาก็ยังปูดเป็นไข่เป็ดอยู่เลย

"อือใช่มึงเป็นอะไรอ่ะปอ มีใครแกล้งอะไรมึงอีกหรือเปล่า บอกกูได้เลยนะเดี๋ยวกูจะไปจัดการมันเอง" ผมแทบจะกลั้นหัวเราะไม่อยู่ โถ ไอ้เพื่อนคิท ถึงมันจะความสูงไล่เลี่ยกับผมแต่มันก็ตัวบางกว่าผมเถอะ ตัวมันก็พอๆกับพี่เปานั่นแหละแล้วจะเอาอะไรไปจัดการคนอื่นวะ

"ไม่มีอะไร กูแค่คิดถึงหลวงพ่อน่ะ" ผมได้แต่ยกนิ้วชี้กับนิ้วกลางไขว้กันแอบไว้ด้านหลัง ขอโทษนะครับหลวงพ่อที่ปอเอาหลวงพ่อมาอ้าง ก็ชีวิตปอมีเรื่องให้ต้องเสียใจแค่เรื่องหลวงพ่อนี่

"เฮ้อกูว่าละ หลวงพ่อท่านจากไปแล้วมึงก็อย่าทำให้ท่านเป็นห่วงอีกเลยปอ ยังไงมึงก็มีกูอยู่ด้วยทั้งคนนะ"

เพี๊ยะ! "ไอ้เบียร์!" ทันทีที่ไอ้เบียร์ยกมือขึ้นมาลูบหัวผม ไอ้คิทก็ปัดมือไอ้เบียร์อย่างแรงทันควันเหมือนกัน มันสองคนเริ่มส่งเสียงครางฮึ่มๆใส่กันแต่ก่อนที่จะมีสงครามอาจารย์ก็เข้ามาทันเวลาพอดี โชดดีไปไม่งั้นคนที่จะเละก็คือคนกลางแบบผมนี่แหละ ว่าแต่ไอ้มดแดงนี่มันอะไรวะ?


"ตกลงมึงจะซื้ออะไรไอ้เตี้ยคิทเลือกเอาซักอย่างสิ นี่เดินจนขาจะลากอยู่แล้วเว้ย"

"แล้วมึงจะมาทำไมห๊ะไอ้โย่งเบียร์ ใครเป็นคนบังคับขืนใจให้มึงมา กูไม่ได้ชวนมึงมาด้วยซักหน่อยมึงเสือกเสนอหน้ามาเอง ในเมื่อมาเองก็ไม่ต้องบ่นนั่นบ่นนี่ ไม่งั้นก็กลับไปเลยป่ะมาทางไหนไสหัวกลับไปทางนั้น"

"กูกลัวไอ้มดแดงแถวนี้มันจะหลอกแทะมะม่วงสุกหรอกเว้ย" ผมนั่งดูดโค้กดูไอ้โย่งเบียร์กับไอ้เตี้ยคิทมันเถียงกันตั้งแต่6โมงเย็น จนตอนนี้ก็ทุ่มกว่าละยังเถียงกันไม่จบ พอๆกับที่ไอ้คิทก็ยังเลือกของไม่ได้สักที

"บอกรักกันเสร็จรึยังจะได้ไปดูของต่อเดี๋ยวจะดึก กูว่าจะไปช่วยลุงเลิศก่อน3ทุ่มด้วยวันนี้คืนวันศุกร์ลูกค้าน่าจะเยอะ" ผมเอ่ยขัดคอพวกมันก่อนจะพูดกดดันไอ้คิทเล็กน้อย ก็ถูกของไอ้เบียร์ไอ้คิทมันเลือกของนานจริงๆ หรือปกติคนอื่นก็เป็นแบบนี้ไม่รู้นะเพราะปกติผมไม่ได้มีโอกาสซื้อของให้คนสำคัญไง เลยไม่รู้ว่าในอารมณ์นั้นต้องใช้ความรู้สึกแบบไหนในการค้นหาของบางอย่าง แต่จะว่าไปผมก็เคยซื้อของให้หลวงพ่อนี่น่า และจะซื้อทุกอาทิตย์ด้วยแต่ผมก็จะซื้อเหมือนเดิมซ้ำๆนั่นคือนมหมีก็นมมันมีประโยชน์และราคาไม่สูงเกินไปนี่

"ซื้อนมให้พ่อมึงดิคิท กูซื้อให้หลวงพ่อทุกอาทิตย์แหละ กูว่าของจะราคาสิบบาทหรือหนึ่งแสนแต่ถ้ามึงเป็นคนให้แค่นี้พ่อมึงก็ดีใจแล้ว" ไอ้คิทรีบพยักหน้าหงึกหงักจนผมงง อะไรวะบทจะง่ายก็ง่ายซะงั้นแล้วที่พากันเดินรอบห้างจนน่องปูดนี่มันอะไร สรุปแล้วไอ้คิทมันซื้อนมตราหมีให้พ่อมันสิบโหลจนต้องนั่งแท็กซี่อ่ะ ไอ้เบียร์ก็แขวะแล้วแขวะอีก

"กูลงป้ายรถเมล์ป้ายหน้าก็ได้อีกสองป้ายก็ถึงแล้ว พวกมึงจะได้ไม่ต้องวนไปมาเปลืองค่ารถ"

"ไม่เอากูจะไปส่งมึงถึงร้านลุงเลิศก่อน ตอนไปขอมึงกูก็เป็นคนไปขอ ตอนเอาไปคืนกูก็ต้องเอาไปคืนถึงที่ดิเดี๋ยวลุงเลิศหาว่ากูไม่มีความรับผิดชอบอีก ไอ้เตี้ยมึงนั่งแท็กซี่กลับบ้านไปคนเดียวแล้วกันเดี๋ยวกูกับไอ้ปอลงป้ายรถเมล์ป้ายหน้าเลย" ไอ้เบียร์รีบเสนอความคิดจัดแจงรวบรัดตัดความ แต่ไอ้คิทก็ไม่ยอมมันบอกให้พี่แท็กซี่ขับตรงไปที่ร้านลุงเลิศเลย ทำให้ไอ้เบียร์จิ๊ปากอย่างไม่พอใจ

"ไอ้ปอ ลุงเลิศบอกให้มึงกลับห้องไปเลยไม่ต้องเข้าร้านหรอก วันนี้ลูกค้าไม่เยอะ" เมื่อกี้ผมโทรมาบอกลุงเลิศว่าจะเข้ามาประมาณ3ทุ่ม นี่ถึงกับให้พี่เปี๊ยกมาดักรอสงสัยจะไม่เยอะจริงๆ อ่อ ผมไม่ได้ใช้โทรศัพท์ของพี่โปรดนะแต่ยืมโทรศัพท์ของไอ้เบียร์โทรต่างหาก ส่วนของพี่โปรดผมปิดเครื่องไปแล้ว กะว่าจะส่งคืนพร้อมของทุกอย่างนั่นแหละ

"แต่ผมเห็นมีคนอยู่เยอะเลยนะพี่เปี๊ยก" ไอ้คิทมันกระโดดชะโงกหน้าไปดูในร้าน

"นั่นแขกประจำน่ะมีอยู่โต๊ะเดียวแค่นั้นแหละ ไอ้ปอมึงกลับห้องไปเลย เข้าไปเดี๋ยวก็โดนลุงเลิศด่าเหมือนอาทิตย์ก่อนนู้นอีก กูขี้เกียจฟัง" ผมรีบพยักหน้ารับทันทีเรื่องอะไรจะเข้าไปให้ลุงเลิศด่า ตอนที่ผมเป็นลมกลางร้านลุงเลิศกลับไปด่าผมถึงที่ห้องครั้งเดียวเข็ดเลย และนั่นมันก็ทำให้ลุงเห็นข้าวของในห้อง ผมรู้ว่าลุงคงจะเดาอะไรๆได้แค่ไม่เอ่ยปากถามเท่านั้นเอง

"งั้นเดี๋ยวกูเข้าไปบอกลุงแกเอง มึงกลับห้องไปก่อนนะปอเดี๋ยวกูตามไป" ผมอึกๆอักๆไม่ใช่ว่ารังเกียจหรืออายไม่อยากให้เพื่อนไปที่ห้อง แต่ถ้าพวกมันไปก็เจอหลักฐานคาตาสิ ผมจะบอกพวกมันยังไงกับข้าวของพวกนั้น

"พวกมึงกลับไปเถอะห้องกูอยู่แค่นี้เองกูกลับได้ มันดึกแล้วเดี๋ยวพ่อแม่พวกมึงจะเป็นห่วง"

"ปอคืนนี้กูจะนอนกับมึงที่ห้องนะ ตอนเข้าห้องน้ำที่ห้างกูโทรขอพ่อกูแล้ว" ผมอ้าปากค้าง ไอ้คิททำไมไม่รอให้ถึงห้องกูก่อนมึงค่อยบอกวะ!

"แต่มึงไม่มีเสื้อผ้าเปลี่ยนนะเว้ย กูว่ากลับบ้านเถอะ"

"ถ้าไอ้เตี้ยมันค้าง กูก็ค้างด้วย" ผมรีบแย้งไอ้คิท แต่ไอ้เบียร์พูดกลบเสียงผมหมดมันสองคนพูดเองเออเอง แล้วไอ้เบียร์ก็จัดแจงหิ้วถุงนมของไอ้คิทห้าโหล ที่เหลือมันชี้นิ้วสั่งให้ไอ้คิทเป็นคนหิ้วกลับห้องผมไปให้หมด ก่อนที่ไอ้เบียร์จะเดินดุ่มๆไปหาลุงเลิศที่ร้าน ผมได้แต่หันมามองไอ้คิทอย่างอ่อนใจกับท่าทีระรื่นของมัน แล้วแย่งถุงนมมาหิ้วเองสี่โหลที่เหลือก็ให้มันหิ้วตามมา เออนะ คืนนี้มีคนอยู่ด้วยก็ดีอย่างน้อยหลุมดำที่อยู่ในใจของผมมันจะตื้นขึ้นมาบ้าง แม้เพียงสักนิดก็ยังดี

"โหไอ้ปอมึงมีของพวกนี้ได้ไงอ่ะ นี่มันแพงๆทั้งนั้นเลยนะเว้ย" ไอ้คิทยืนอึ้งถามเสียงหลง

"ของคนรู้จักเขาฝากไว้ก่อน นี่จะมาเอาคืนแล้ว" ผมเดินไปห้องน้ำล้างมือล้างเท้า ที่จริงจะเลี่ยงตอบคำถามของไอ้คิทนั่นแหละ

"ปอคนรู้จักมึงฝากบ๊อกเซอร์กับกางเกงในไว้ด้วยเหรอวะ?" ผมชะงักเท้ากลั้นใจกับคำถามของไอ้คิท

"มึงมีอะไรจะเล่าให้กูฟังมั้ย กูเป็นเพื่อนมึงรึเปล่า" ไอ้คิทนั่งกอดเข่ากับพื้น หลังพิงเตียงเงยหน้าสบตาผมอย่างค้นคว้าต้องการคำตอบ

"ไม่มีอะไรทั้งนั้นแหละ แค่ของคนรู้จักเขามาฝากไว้เดี๋ยวก็มาเอาคืน" ผมยังปากแข็งยืนยันคำเดิม ไอ้คิทถอนหายใจดังๆแล้วลุกไปเก็บกางเกงในกับบ๊อกเซอร์ของพี่โปรดใส่ถุงสองรอบ ยัดไว้ระหว่างซอกพัดลมสามตัวที่ผมดันไปชิดรวมกันตั้งแต่เมื่อเช้ามืด ส่วนชิ้นใหญ่ๆผมจะให้ขนไปทีเดียว วางแผนการนั่นนี่ไปเรื่อยแต่ตอนนี้ยังหาวิธีส่งคืนไม่ได้สักทาง

ก๊อกๆๆ "ลุงแกฝากกับข้าวมาให้ด้วย เฮ้ย! อะไรวะปอทำไมห้องมึงมีข้าวของเยอะงี้วะ"

"ของลูกศิษย์หลวงพ่อเขามาฝากไอ้ปอไว้น่ะ เห็นว่าหาที่อยู่ใหม่ได้จะมาขนไป" ไอ้คิทรีบชี้แจงแถลงไขก่อนผมจะตอบไอ้เบียร์ซะอีก ไอ้เบียร์มองข้าวของพวกนั้นแล้วหันมาสบตาผมก่อนจะเงียบไป ผมเองก็เงียบเหมือนกันทั่วทั้งห้องมีแต่เสียงพัดลมเครื่องเก่าดังส่ายไปมา สักพักผมก็ลุกไปเอาถ้วยจานมานั่งกินข้าวกับเพื่อนในห้องนี้ เป็นครั้งแรกสินะที่ผมมีคนมานั่งกินข้าวด้วยกัน ถึงจะไม่ใช่คนที่อยากให้เป็นแต่แบบนี้มันก็ดีไม่ใช่น้อย ขอโทษนะเว้ยตอนนี้กูยังไม่พร้อมจริงๆ ไว้สักวันกูจะเล่าให้พวกมึงฟังทุกเรื่องเลย

"โย่ง แล้วลุงเลิศว่าไงบ้างวะ" ไอ้คิทถามขึ้นมาท่ามกลางความมืดมิด มีเสียงพัดลมดังเบาๆตามจังหวะการส่าย พวกเราไม่มีใครใช้ของที่อยู่ในห้องนอกจากเตียง เพราะมันไม่มีที่ว่างพอจะนอนได้จริงๆ

"ก็ไม่ว่าไง นอกจากให้กูเอากับข้าวมาถวายไอ้ปอนี่แหละ"

เพี๊ยะ! "กูไม่ใช่พระ" ผมซัดฝ่ามือใส่ไอ้เบียร์เสียงดัง ไอ้คิทก็หัวเราะคิกคักชอบใจใหญ่

"แล้วร้านลุงแกไม่มีลูกค้าเหรอนี่คืนวันศุกร์นะเว้ย คนหายไปไหนกันหมดวะ" ผมบ่นอย่างสงสัย ปกติร้านลุงเลิศคนเยอะจะตาย

"เออกูว่าจะเล่าให้ฟัง ลูกค้าเยอะนะเว้ยเกือบเต็มร้าน กูเห็นนักศึกษากลุ่มใหญ่นั่งกินกันตั้งหลายคน ลุงแกกับพี่เปี๊ยกทำไมบอกไม่ค่อยมีลูกค้าวะ พี่เปี๊ยกกะจะเอาทิปคนเดียวป่ะมึง" 

"ไอ้โย่งแล้วมึงรู้ได้ไงว่าเขาเป็นนักศึกษา" 

"กูไม่ได้โง่แบบมึงนี่เตี้ยตากูมีมองยันเข็มขัดยันกระดุมเถอะ มหาลัยใกล้ๆโรงเรียนเรานี่แหละ" ไอ้คิทถามยอกย้อนมาไอ้เบียร์ก็ตอบถากถางไป ผมตะแคงหันไปหาไอ้เบียร์ว่าจะถามสักหน่อย แต่ไอ้คิทก็ดึงชายเสื้อด้านหลังยึกยือจนผมต้องกลับมานอนหงายเหมือนเดิม

"อ่าวทำไมแบบนั้นวะ นี่เพิ่ง5ทุ่มเองงั้นกูไปช่วยลุงแกก่อนพวกมึงก็พากันนอนอยู่นี่นะ" พอผมตั้งท่าจะลุกแขนทั้งสองแขนก็ถูกไอ้เบียร์กับไอ้คิทดึงไว้ พร้อมคำทักท้วงที่มันสองคนแย่งกันพูดจนจับใจความไม่ได้

"เออ มีคนนึงท่าทางจะรู้จักลุงแกดีเห็นเดินมาสั่งอาหาร แต่ลุงแกถามว่าคืนนี้กูค้างกับมึงเหรอแล้วยื่นถุงกับข้าวให้ พอกูตอบว่าใช่เท่านั้นแหละพี่คนนั้นแม่งจ้องกูซะเขม็งเลยนะเว้ยจ้องยังกับจะแดกหัวกู ไอ้สัสถ้าไม่ติดว่าเกรงใจลุงเลิศกูได้ถามตีปากลูกค้าแกไปละ สายตากวนตีนชิบหาย" ลมหายใจผมสะดุดไปนิดๆเมื่อคิดถึงคนที่น่าจะเป็นไปได้ พี่โปรดหรือเปล่าวะ แต่คงไม่ใช่หรอกมั้งนักศึกษามหาวิทยาลัยใกล้ๆที่เป็นลูกค้าประจำมีเยอะแยะออก ขอให้ไม่ใช่จริงๆด้วยเถอะครับในเมื่อจบกันไปแล้วผมก็อยากให้จบไป อย่าได้เจอพี่โปรดให้ความรู้สึกตัวเองต้องหวั่นไหวมากไปกว่านี้เลย


ปัง!! "ลุง!!" 

"เฮ้ย! เหี้ยๆๆ" ผมหัวเราะหน้าดำหน้าแดงจนน้ำตาไหลเมื่อแกล้งลุงเลิศสำเร็จ

"ไอ้เวรปอ! หลวงพ่อไม่เคยสอนมึงรึไงว่าอย่าทำให้คนแก่ตกใจ ถ้ากูหัวใจวายตายเป็นผีนะกูจะมาหักคอมึง" ลุงเลิศตั้งสติหายตกใจได้ก็ด่าผมดังลั่น ดีนะเนี่ยที่เราอยู่กันหลังร้านถึงตอนนี้ร้านจะยังไม่เปิดก็เถอะ แต่ถ้าคนที่เดินผ่านไปมาเห็นลุงเลิศสภาพตกอกตกใจจนผ้าขาวม้าแทบหลุดคงเป็นที่ฮือฮากันบ้างแหละ

"ก็ลุงหลอกปอก่อนหนิ ไหนเมื่อคืนบอกไม่มีลูกค้าไงไหงไอ้เบียร์บอกลูกค้าเต็มร้านอ่ะ โกหกมันบาปนะลุง" ผมกระโดดนั่งทับลังน้ำแข็งกอดอกมองลุงเลิศที่กระแอมกระไอเบาๆ ก่อนจะเดินผ่านหน้าด่าผมเสียงดัง ขนาดลุงแกเดินขึ้นไปข้างบนแล้วเสียงด่ายังแว่วให้ได้ยินอีก พลังเสียงสุดยอดจริงๆ

"อ่าวไอ้ปอมาเร็วนะมึง"

"จะมาจับคนขี้โกหกสองคนน่ะ พี่เปี๊ยกเห็นป่ะ"

"ใครวะ แล้วโกหกเรื่องอะไร?" หน้าตาพี่เปี๊ยกบ่งบอกว่างงสุดฤทธิ์ นี่แหละล้วงง่ายดี

"อย่ามาไก๋เลยพี่ผมรู้เรื่องเมื่อคืนหมดแล้วลุงเลิศเพิ่งเล่าให้ฟัง พี่เปี๊ยกเองก็สารภาพมาซะดีๆโทษหนักจะได้กลายเป็นเบา" ผมทำเป็นรู้เรื่องทุกอย่างดักพี่เปี๊ยกไว้ พี่แกก็ถอนหายใจยาวๆแล้วเดินเข้ามากอดผม อ่าวงงสิไอ้ปอ พี่แกอารมณ์ไหนวะ?

"มึงไม่ต้องเสียใจนะเว้ยปอ มึงเป็นเด็กดี เป็นเด็กเข้มแข็ง เอางานเอาการ ความใฝ่ดีของมึงจะพามึงไปเจอคนที่ดีกว่าเขาเยอะ คนมีตังค์ก็แบบนี้แหละชอบเห็นคนจนอย่างเราเป็นของเล่นราคาถูก โดยไม่สนใจสักนิดว่าของเล่นจะถูกจะแพงแต่มันก็มีหัวใจ ต่อไปสมมุติว่าถ้าเขามาอีกมึงก็ไปล้างจานอยู่หลังร้านเลยนะ ที่เหลือหน้าร้านเป็นหน้าที่กูเอง" ผมเงียบฟังสิ่งที่พี่เปี๊ยกพร่ำบอก ในหัวก็ประติดประต่อเรื่องราวทุกอย่างได้ทีละนิด เมื่อคืนคนที่เบียร์พูดถึงคงเป็นพี่โปรดจริงๆสินะ ของเล่นราคาถูกคำนี้มันเจ็บๆคันๆดี แล้วเมื่อคืนพี่โปรดพาคู่นอนคนไหนมาอีกล่ะ ทำไมไม่ไปร้านอื่นวะ

"ผมไม่เป็นไรหรอกพี่ จะไปโทษไปโกรธพี่โปรดก็ไม่ได้ เรื่องที่เกิดขึ้นเพราะผมไปเสนอให้พี่เขาก่อนเอง พี่โปรดกับผมตกลงกันเรียบร้อยแล้วว่าจบกันด้วยดีไม่มีอะไรค้างคา อย่าว่าแต่จบเลยที่ผ่านมาผมกับพี่โปรดไม่เคยคบกันด้วยซ้ำ มันก็แค่อารมณ์ชั่ววูบอยากลองอยากรู้อยากเอาชนะของผมเอง ครั้งนี้ถือว่าเป็นประสบการณ์อย่างน้อยผมก็ได้กำไรเป็นบทเรียนว่าก้าวต่อไปจะทำอะไรต้องใช้สติมากกว่าอารมณ์" ผมเปิดใจคุยกับพี่เปี๊ยกเพราะรู้ว่าพี่เขาคงจะเดาเรื่องผมกับพี่โปรดออก เพียงแต่ไม่มั่นใจในสถานะเท่านั้น 

การเปิดใจพูดกับพี่เปี๊ยกในครั้งนี้ เท่ากับเป็นการยอมรับว่าผมเป็นเด็กใจแตกคนหนึ่งที่ไม่มีความอดทนอดกลั้นต่อสิ่งที่เผชิญอยู่ เป็นแค่เด็กน้อยที่ไม่มีความคิดอะไรนอกจากใช้อารมณ์ตัดสินปัญหา

"มึงคิดได้แบบนั้นก็ดีไอ้ปอจำบทเรียนครั้งนี้ให้ดีๆล่ะ บทเรียนบางบทยังไม่มีให้เรียนรู้ในปริญญาสูงๆเลยนะเว้ย ไปเตรียมตัวเปิดร้านกันตราบใดที่พระจันทร์กับพระอาทิตย์ยังทำงาน คนเดินดินกินข้าวแกงอย่างเราก็ต้องทำงานเหมือนกัน" ผมไม่รู้ว่าลุงเลิศทันได้ยินที่ผมพูดตอนไหนบ้าง แต่ตาแดงๆเสียงสั่นๆของลุงเลิศก็เป็นเครื่องยืนยันว่าน่าจะได้ยินตั้งแต่แรกด้วยซ้ำ ผมสูดลมหายใจเข้าลึกๆเงยหน้ามองพระอาทิตย์ยามบ่าย3ของวันหยุดแบบนี้ 

นั่นสินะพระอาทิตย์กับพระจันทร์ยิ่งใหญ่แค่ไหนยังต้องทำงานไม่มีวันหยุดเลย ทั้งที่ทั้งคู่อาจเหนื่อยล้าแต่ก็ยังทำหน้าที่ของตัวเองอยู่อย่างสม่ำเสมอ แล้วนับประสาอะไรกับมนุษย์ตัวเล็กๆอย่างผม ถึงจะเหนื่อยจะล้าแค่ไหนผมก็ยังต้องทำหน้าที่ของผมเช่นกัน อดทนและมีสติเข้าไว้ นั่นคือคำสอนสุดท้ายของคนที่ผมแอบหวังให้เป็นครอบครัวที่มีเพียงคนเดียวในโลก ก่อนที่เขาจะเดินหายไปจากชีวิตของผม

ขอบคุณสำหรับคำสั่งสอนและความอบอุ่นความรู้สึกปลอดภัยเหมือนคนในครอบครัวที่ผมไม่เคยได้รับจากใครนอกจากหลวงพ่อ ถึงแม้จะเป็นช่วงเวลาสั้นๆแต่ผมจะไม่มีวันลืมเลยครับ ผมยิ้มให้กับตัวเองเพื่อปลุกปั่นกำลังใจที่มีทั้งหมด เอาน่ะวันนี้มันก็จะผ่านไปเหมือนเมื่อวานนั่นแหละไอ้ปอรัก...



***จงมีสติเมื่อเจอมรสุมชีวิต จงใช้ความคิดเมื่อเจอปัญหา จงเอาชนะอุปสรรคทั้งหมดด้วยปัญญา และจงจำไว้ว่าทุกปัญหาอย่าใช้อารมณ์"

ยืมท่อนทวงค่าไฟมาจากในเม้น คือชอบมากอ่านแล้วหายเครียดอ่ะ ไอ้พี่มันจะชิ่งค่าไฟน้อง

โดยพื้นฐานแล้วปอรักเป็นคนพยายามเข้มแข็งนะคะ เพราะน้องจะคิดเสมอว่าตัวเองมีแค่ตัวคนเดียวต้นทุนไม่เท่าคนอื่น จะไม่เข้มแข็งไม่ได้(ต้นทุนในที่นี้ไม่ได้หมายถึงสถานะทางสังคมการเงิน แต่หมายถึงสถานะทางครอบครัวที่น้องเป็นเด็กถูกทิ้งมาตั้งแต่เด็ก) แต่สักวันถ้าน้องจะอ่อนแอหรือลงให้ใครนั่นก็น้องยกให้คนนั้นเป็นคนสำคัญทำทุกอย่างเพื่อที่ยึดเหนี่ยวจะไม่ทิ้งไป และคนจิตใจเข้มแข็งแบบน้องอะไรก็ตามที่จะทำให้น้องลืมหมดทุกอย่างแสดงว่าเรื่องนั้นต้องตู้มมากๆ เรื่องของเรื่องฟางกำลังหาเรื่องกระชับเนื้อให้เคลียร์ไวๆเลยไม่อยากให้น้องคร่ำครวญตอนนี้มาก จะได้แจกมาม่า แจกมาม่าเสร็จน้องหลงจะได้ทำงานสักที555

โปรดปราณจะมาวันจันทร์หน้าค่ะ เสาร์อาทิตย์นี้ไม่ลงนิยายเน้อฟางขอทำตอนพิเศษบ้านหมอก่อน สปอยล์ว่าจะให้โปรดมารู้สึกหึงเหรอไม่มี๊ คนแบบท่านยังหึงใครไม่เป็นแล้วจะหวนคืนมาเพราะหึงหรือหวงก็ยังไม่ใช่ เดี๋ยวจะซ้ำกับพี่หมอตุลย์ตอนลิงได้แก้วอีกมุขนี้เล่นกับหมอไปแล้วของท่านเดี๋ยวฟางคิดเอาใหม่ 

ขอบคุณคุณแก้วนะคะหายไปหลายวันคิดถึงนะเนี่ยดูแลสุขภาพด้วยค่ะ กทม.น้ำจะต้องไม่ท่วมสาธุ 

เม้นอะไรซักอย่างขออูมามิเรื่องโนคอนดอมอ่ะ ขอมาแบบนี้ไม่ให้ได้ไงฟางไปตอบให้แล้วนะคะนี่ตอบให้ถึงจนตอนจบเลยจริงๆ555 น่าจะตอนค่าตอบแทนรึเปล่าไม่แน่ใจจ้าวแต่ตอบแล้วหนา

ขอบคุณสำหรับคอมเม้น กำลังใจ การติดตาม แรงสนับสนุนทุกอย่าง ขอบคุณมากๆค่ะ แล้วพบกันวันจันทร์นะคะ รักษาสุขภาพกันตวนเน้อจ้าว

ปล. พบคำผิดรบกวนท้วงด้วยนะคะ

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น

}