star_ss

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

EP.06 คนของกูห้ามแตะ!!【ปู❤โจ】

ชื่อตอน : EP.06 คนของกูห้ามแตะ!!【ปู❤โจ】

คำค้น : EP.06 ปูโจ

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 3.9k

ความคิดเห็น : 20

ปรับปรุงล่าสุด : 25 พ.ค. 2560 20:38 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
EP.06 คนของกูห้ามแตะ!!【ปู❤โจ】
แบบอักษร

★❥Update 25.05.17

【EP.06 คนของกูห้ามแตะ!!】




คืนที่แสนวุ่นวายของผมได้ผ่านพ้นไปแล้วครับ ตื่นเช้ามาก็พาเจ้าเด็กแสบสองคนมาส่งที่บ้านใหญ่ ผมนึกว่าทุกอย่างจะผ่านพ้นไปแล้วแต่เรื่องจริงคือยังไม่จบครับ เจ้าเด็กแสบยังร้องอ้อนวอนให้โจอาบน้ำให้ ดูหลานผมทำ!!! กว่าจะอาบน้ำให้กันเสร็จก็หยอกล้อกันเกือบครึ่งชั่วโมงในขณะที่ผมกับโจทำได้เพียงตื่นขึ้นมาล้างหน้าล้างตาแล้วเปลี่ยนชุดแค่นั้น ตอนแรกกะว่าจะมาส่งสองแสบคืนพ่อกับแม่มันก่อนค่อยกลับไปอาบน้ำแต่นี่มันผิดแผนไปเสียหมด เฮ้อออ....



"ไปครับ เราลงไปทานข้าวเช้ากันเถอะ ป่านนี้คุณย่าคงรอแย่แล้ว" โจพูดบอกหลานรักทั้งสอง


"ไปฮะ อั่งเปาหิวมากเลยฮะอาโจ"


"น้องแป้งด้วยค่ะ น้องแป้งก็หิวเหมือนกัน"


"เอาๆ ลงไปข้างล่างกันได้แล้วมั้ง ไม่สงสารอาโจรึไงป่านนี้อาโจหิวข้าวจนจะเป็นลมแล้ว"


"ปูครับ อย่าพูดเสียงแข็งกับหลานนักซิ หลานกลัวกันหมดแล้วเนี้ยะ" อ้าว!! กูโดนเมียด่าซะงั้น


"อาปูคะ อุ้มน้องแป้งหน่อยค่ะ"



เฮ้ออ... หลานอ้อนผมอย่างนี้แล้วจะให้ผมกับโจไม่ตามใจได้ไงล่ะทีนี้ ตาย!! มาไม้นี้อาก็ให้อาตายตรงนี้เลยดีกว่าถ้าจะทำตัวน่ารักน่าเอ็นดูขนาดนี้


*
*ฟอดดด....



"อาขอโทษครับ" ผมก้มตัวลงหอมแก้มน้องแป้ง


"ไปครับ เราลงไปกินข้าวกันเนอะ" ผมช้อนตัวอุ้มน้องแป้งขึ้นแนบอก



ฟอดดด....



"น้องแป้งรักอาปูนะคะ" น้องแป้งฉีกยิ้มกว้างจนผมเองก็อดมันเขี้ยวหลานตัวเองไม่ได้


"อาโจจับมืออั่งเปาหน่อยฮะ"


"หึหึ... ครับ" โจจับมืออั่งเปาก่อนจะเดินตามหลังผมกับน้องแป้งมาครับ



เราสี่คนเดินลงมายังขั้นล่างก็เห็นปู่กับย่าผมนั่งรออยู่ที่ห้องรับแขก ไอ้ป่านเดินมาหลังผมไม่นานส่วนพี่ปีกับเมียสุดที่รักของแกก็เดินเข้ามาสมทบจนสมาชิกอยู่กันครบพร้อมหน้าพร้อมตา เราทุกคนร่วมทานอาหารเช้าด้วยกัน วันนี้ดูปู่กับย่าผมยิ้มแย้มมีความสุขอย่างเห็นได้ชัด เสียงหัวเราะมาพร้อมกับรอยยิ้มของทุกคนในครอบครัวทำให้ผมอดไม่ได้ที่จะมองโจที่กำลังยิ้มมีความสุขมากเช่นเดียวกัน



ฟอดดดด.....



"อืออ... ปูไปอาบน้ำได้แล้วครับ"




ตอนนี้ผมกับโจกลับมาอาบน้ำที่บ้านของผมครับ พอเราทานข้าวเสร็จผมกับโจก็ขอตัวกลับมาอาบน้ำอาบท่าให้สดชื่นเสียหน่อย กว่าจะกลับมาได้ผมต้องส่งสายตาให้ไอ้ป่านช่วยสกัดดาวรุ่งพุ่งแรงสองแสบนั้นไว้ก่อนที่จะร้องตามผมกลับมาอีก ไอ้ป่านมันหัวเราะเยาะผมแต่มันก็ยอมช่วยผมนะครับ ใจจริงอยากถีบมันสักทีก่อนออกมาแต่คิดดูอีกทีไม่เอาดีกว่าเดี๋ยวมันให้ลูกมันมาป่วนผมอีก ไม่ไหวๆ อยากสวีทกันสองคนบ้างอะไรบ้างครับ



"ขอกอดให้หายคิดถึงก่อนดิ อยากกอดแน่นๆ แบบนี้ตั้งแต่เมื่อคืนแล้ว"



จุ๊บบบ.....



"เอ่อ... แต่โจอยากอาบน้ำแล้วอ่ะครับ เหนียวตัวจะแย่อยู่แล้วอ่ะ"


"แฮ่!! งั้นเราไปอาบน้ำกันเถอะ"


"เฮ้ย!!! ปูเดียวก่อน!"



อ่าาาา.....



สำเร็จโทษกันไปหนึ่งรอบระหว่างอาบน้ำ ดื้อนักต้องทำโทษซะหน่อย ชอบทำให้ผมอดอยากหิวโหยดีนัก หึหึ ใจจริงอยากจัดสักสองรอบแต่คืนนี้ผมต้องพาโจไปที่ร้านครับ ถ้าผมเอาแต่ใจตัวเองเกินไปกลัวโจจะไม่ไหว รอกลับมาจากร้านก่อนค่อยว่ากัน เรื่องนี้ต้องเคลียร์กันยาวอยู่แล้วผมสัญญา



"อืออ... ปูนอนนิ่งๆ ซิครับ"



หลังจากสำเร็จโทษที่รักไปหนึ่งรอบในห้องน้ำผมก็จัดการช่วยโจอาบน้ำจนสะอาดสะอ้านทั้งตัวก่อนจะออกมาแต่งตัวในชุดสบายแล้วนอนกอดกันอยู่บนเตียงใต้ผ้าห่มผืนหน้าในห้องนอนที่แสนจะเย็นฉ่ำ



จุ๊บบบ...



"ยังเจ็บอยู่เหรอ หื้อ?"


"อืม... ก็นิดหน่อยครับ" โจตอบเสียงเบา


"หึหึ... ขอโทษที่ทำรุนแรงไปหน่อย" ฟอดดด...


"ช่วยไม่ได้ก็อยากครางเสียงแบบนั้นทำไมใครจะอดใจไหววะ"



^////^



โจนอนนิ่งไม่ไหวติง ไม่ตอบโต้แบบนี้แสดงว่ากำลังอายอยู่แน่นอน เฮ้ออ... เมียกูจะน่ารักไปไหน ขี้อายนี่ที่หนึ่งเลยให้ตายเหอะ!!



ผมกับโจนอนกอดกันจนเผลอหลับไปด้วยกันทั้งคู่ตื่นขึ้นมาอีกทีก็ถึงเวลาอาหารเย็นพอดี เราสองคนเดินไปหาอะไรกินที่บ้านย่าผมครับ โจจะได้ไม่ต้องทำอาหารให้เหนื่อยแค่อาหารที่ย่าผมทำก็กินไม่หมดแล้วเพราะย่าผมชอบทำกับข้าวไว้หลายๆ อย่าง ยิ่งโจมาบ้านนี่ยิ่งพิเศษเข้าไปอีกเรียกได้ว่าโจเป็นสะใภ้รักอีกคนของปู่กับย่าผมรักมาก



"ปูเราจะเข้าไปที่ร้านกันกี่โมงดีครับ?" โจหันมาถามก่อนจะเดินไปเปิดตู้เตรียมเสื้อผ้าไว้ให้ผม


"เดี๋ยวอาบน้ำเสร็จก็ไปร้านเลยก็ได้จะได้ถึงร้านไม่ดึกมาก" ผมตอบก่อนจะเดินไปนั่งลงบนที่นอนก่อนจะหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาเลื่อนหาเบอร์โทร


"อืม... ปูใส่ชุดนี้แล้วกัน เดี๋ยวโจเข้าไปอาบน้ำก่อนนะ" โจหันมาพูดบอกผมแต่เจอสายตาหื่นกามของผมเข้าถึงกับต้องรีบวิ่งหนีเข้าห้องน้ำทันที


"หึหึ... เด็กฉิบหาย" ผมพูดกับตัวเอง



Tru.... Tru....



"สวัสดีครับนาย" ลูกน้องผมรับสาย


"เออ! วันนี้กูจะเข้าไปที่ร้าน มึงเตรียมเอกสารรายรับรายจ่ายทั้งหมดไว้ให้กูด้วย"


"ได้ครับนาย เดี๋ยวผมเตรียมไว้ให้ครับ"


"เออดี... กูเข้าไปทุกอย่างต้องพร้อม" ผมสั่งย้ำ


"รับทราบครับ พร้อมที่สุดเลยครับนาย"


"หึหึ... ดีมาก งั้นแค่นี้"


"ครับ... สวัสดีครับนาย"



หลังจากผมโทรไปสั่งงานลูกน้องผมเสร็จผมก็นั่งเช็คเมล์ต่อ เดือนนี้สั่งของเข้าร้านค่อนข้างเยอะทั้งร้านที่หัวหินและร้านที่ผมเปิดใหม่ที่กรุงเทพฯ รายจ่ายที่ว่าเยอะแล้วแต่พอเทียบกับรายได้ก็ทำเอาผมยิ้มหายเหนื่อย งานทุกอย่างของผมจะมีไอ้ป่านกับโจที่คอยช่วยซับพอสผมอยู่เบื้องหลัง ไอ้ป่านนี่ช่วยดูแลร้านที่นี่ส่วนโจก็ช่วยเป็นกำลังใจให้ผมไงล่ะครับ หึหึ



แกร็ก.....



เสียงกลอนประตูดังขึ้นผมละสายตาเงยหน้าขึ้นไปมองก็เห็นโจเดินออกมาด้วยผ้าเช็ดตัวสีขาวพันรอบเอวไว้ใต้สะดือ ผมกลืนน้ำลายลงคอด้วยความลำบาก ไม่รู้ว่าตอนนี้สายตาผมกำลังมองโจด้วยสายตาแบบไหนแต่โจเบือนหน้าหนีผมทักทีที่รู้ว่าผมกำลังจ้องมองโจอยู่



"เอ่อ... ปูไปอาบน้ำได้แล้ว" พูดจบโจก็เดินไปเปิดตู้เสื้อผ้าออกเพื่อจะหาเสื้อผ้ามาสวมใส่



ฟอดดดด....



ผมเดินมากอดโจจากด้านหลัง โจเกร็งตัวทันทีที่ถูกผมสวมกอด จมูกผมฝังกดลงที่แก้มขวาของโจทันที ปากอุ่นๆ ของผมกำลังคลอเคลียอยู่ที่ซอกคอของโจ



"เวลากูมองมึงทีไรทำไมกูห้ามใจตัวเองไม่ค่อยอยู่เลยวะ!" จุ๊บบบบ...



ผมจูบลงที่ซอกคอของโจ กลิ่นหอมนุ่มๆ จากตัวโจทำให้ผมอยากทำมากกว่ากอดและจูบ โจหดคอหนีผมเล็กน้อยแต่ก็ยอมให้ผมกอบโกยความสุขจากร่างกายนี้ทุกครั้งที่ผมต้องการ



"อืออ... ปูปล่อย... ปล่อยก่อนครับ เราต้องไปร้านกันนะลืมแล้วเหรอ" เสียงห้ามที่ผมฟังยังไงก็ดูเหมือนกำลังเชิญชวนผมซะมากกว่า ทำไงดีวะเนี้ยะ!! มึงเป็นหนักมากนะไอ้ปู



จุ๊บบบ....



ฟอดด.....



ผมจูบและหอมที่แก้มส่งท้าย เกรงว่าถ้ายืนกอดมันนานกว่านี้ผมจะไม่ได้เข้าร้านไปเคลียร์งานอย่างที่ตั้งใจไว้ เสียดายแต่ทำยังไงได้ล่ะครับ ตอนนี้คงต้องปล่อยโจไปก่อนคืนนี้ค่อยว่ากัน



"เฮ้ออ... ไม่อยากเข้าร้านแล้วอยากนอนกอดมึงมากกว่า" โจหันมามองหน้าผม


"ไม่ได้นะครับ ปูมีงานที่ต้องเคลียร์ให้เสร็จไม่ใช่เหรอ อย่าให้เสียงานเลยนะครับ" กูจะเป็นคนดีได้ก็เพราะเมียสอนนี่แหละ หึหึ


"โอเคๆ ตามคำสั่งเลยครับเมีย แต่ก่อนอาบน้ำขอกำลังใจก่อนได้ไหม ไม่มีแรงอาบเลยว่ะ"



ฟอดดด...



ไม่ต้องให้ขอซ้ำ เมียผมน่ารักเสมอ โจเป็นคนที่เอาใจเก่งที่สุดในโลกนะผมคิดว่างั้น หึหึ



"แค่นี้เองเหรอ?" ผมทำหน้าเสียใจเล็กน้อย ช่วงนี้กูทำตัวปัญญาอ่อนบ่อยไปป่าววะ


"อืม... แค่นี้ก่อนครับ เพราะโจรู้ว่ายังไงปูก็ต้องขออีกเรื่อยๆ ให้เยอะเดี๋ยวได้ใจ" โจยิ้มอายๆ หึ่ม!! เห็นแล้วมันเขี้ยวฉิบหาย



จุ๊บบบ...



"หึหึ... รู้ดีจริง ไม่รอดแน่คืนนี้เตรียมตัวได้เลยที่รัก" พูดจบผมก็หยักคิ้วกวนๆ ส่งให้โจ เห็นหน้าโจแล้วอยากหัวเราะดังๆ หน้ามันแดงยิ่งกว่าลูกตำลึงเสียอีก โอ๊ยย!! กูจะอดใจกดเมียตัวเองไหวไหม!!




หลังจากมีความสุขจากการได้ตอดให้เมียอายผมก็ขับรถพาโจมุ่งหน้าไปยังร้านของผมกันครับ ระหว่างทางโจก็นั่งมองบรรยากาศนอกรถสลับกับมองผมเป็นระยะ บางครั้งก็ส่งยิ้มหวานๆ มาให้ผมบ้างได้พอชื่นอกชื่นใจกันไป ปกติโจเป็นคนพูดน้อยอยู่แล้วครับ พอจะพูดทีก็พูดแต่เรื่องมีสาระทั้งนั้น ฮ่าๆๆ ซึ่งต่างกับผมโดยสิ้นเชิง ผมมันคนสาระความรู้น้อยแต่สาระเลวนี่เยอะ (เมื่อก่อนนะ ตอนนี้ผมเป็นคนดีแล้ว) #ปูมีเมียแล้ว รักเมียมาก หึหึ



"เป็นอะไร นั่งเงียบไม่พูดไม่จาเลย" ผมเอื้อมไปจับมือโจแล้วจูบลงเบาๆ ที่หลังมือ


"ปู ถ้าวันนึงที่เราอายุมากขึ้นแล้วเรายังคบกันอยู่ เราสองคนมาใช้ชีวิตอยู่ที่นี่กันดีไหม?" โจถามด้วยน้ำเสียงจริงจัง


"ทำไมพูดแบบนั้น ถ้าเรายังคบกันอยู่หมายความว่ายังไง?"



ผมขมวดคิ้วแน่น น้ำเสียงผมยิ่งกว่าจริงจัง ผมเริ่มไม่มีสมาธิขับรถแล้วครับ ผมเลยชะลอรถแล้วเทียบจอดข้างทางทันที



"ก็... ก็หมายความว่า..." โจด้วยท่าทีอึกอัก เหมือนจะตอบแต่ก็ไม่กล้าพูดออกมา


"เฮ้ออ... ฟังนะโจ มึงต้องอยู่กับกูแบบนี้ตลอดไปเพราะกูเลือกมึงแล้วและที่ทุกวันนี้กูทำทั้งหมดก็เพื่อเราสองคนทั้งนั้น ไม่ใช่เพื่อคนอื่น กูรักมึงมากขนาดนี้มึงยังไม่มั่นใจอีกเหรอวะถึงคิดว่ากูจะทิ้งมึงแล้วไปหาคนอื่น หื้อ?"


"เปล่าๆ โจไม่ได้คิดอย่างนั้นนะปู ก็แค่...."


"แค่อะไร?" ผมถามทักที


"แค่คิดว่าถ้าวันนึงปูเกิดเจอคนที่ดีและใช่สำหรับปูมากกว่า.... เราคง..."



พรึ่บ!!!



ผมดึงโจเข้ามากอดทันที ดูจากสีหน้าแล้วผมก็รู้สึกว่าโจคงคิดมากกับเรื่องนี้มานานแต่คงไม่กล้าที่จะพูดความในใจออกมา บ้ามาก!! พูดเลยว่าตอนนี้ผมไม่เคยคิดจะมองใครอีกนอกจากมัน โจมันเป็นคนเดียวที่ทำให้ผมหยุดทุกอย่างไว้ที่มันได้ มันมีอิทธิพลกับผมมากมายขนาดนี้มันยังไม่รู้ตัวอีกเหรอวะ เฮ้ออ.....



ฟอดดด....



"เลิกคิดบ้าๆ ได้แล้ว กูจะรักใครได้อีกนอกจากมึง"



ผมพูดบอกมันไปด้วย สองแขนของผมก็กอดรัดมันไว้ในอ้อมกอด มือก็ลูบที่หัวมันเบาๆ อย่างอ่อนโยนที่สุดเท่าที่ผมจะทำได้ โจมันจะได้รู้สึกผ่อนคลายและรู้สึกดีขึ้นบ้าง



"แค่นี้ก็รักจะบ้าอยู่แล้วรู้ไหม หื้ออ?" ฟอดดดด....


"ห้ามคิดมากอีก มึงจะไม่ไปไหนทั้งนั้น มึงต้องอยู่กับกูจนกว่ากูจะตายจากมึง"



ตุบ!!!



กำปั้นครับ ทุบเข้าที่หลังผมเต็มๆ เสื้อผมก็เริ่มเปียกชื้นจากน้ำตาคนในอ้อมกอดของผม



"ห้ามพูดแบบนี้ ขอร้องห้ามพูดแบบนี้อีก" เสียงโจสั่นจนผมจับความรู้สึกได้


"โอ๋ๆ ไม่พูดแล้วครับไม่พูดแล้ว ไม่มีใครตายจากใครทั้งนั้นแหละ กูกับมึงจะอยู่จนหง่อมกันไปข้างเลยอ่ะ พอใจยัง? หึหึ"


"อืม...." โจตอบแล้วพยักหน้าเบาๆ



ผมผละออกจากโจก่อนจะจับที่ปลายคางแล้วจูบลงเบาๆ ที่ริมฝีปากโจ น้ำตาโจไหลลงมาอย่างห้ามไม่อยู่จนรสจูบมีรสเค็มแปล่มๆ ปะปนมาด้วย ผมกดจูบย้ำๆ ก่อนจะเลียที่ริมฝีปากโจเบาๆ โจสะดุ้งเล็กน้อยก่อนจะหลับตาลงแล้วเผยปากให้ผมสอดแทรกลิ้มเข้าไปด้านใน ผมค่อยๆ บรรจงจูบอย่างอ่อนโยนก่อนจะเริ่มเร่าร้อนขึ้นเรื่อยๆ โจยังคงจูบตอบรับผมได้เป็นอย่างดี จูบของเราครั้งนี้เป็นจูบที่ค่อนข้างเร่าร้อนแต่แฝงไปด้วยความอ่อนโยน มันอบอุ่นไปทั่วทั้งหัวใจ ลิ้นเราสอดประสานกันอย่างลงตัว เราสองคนจูบกันอยู่สักพักจนโจส่งสัญญาณว่าเริ่มขาดอากาศหายใจ ผมจึงต้องผละออกมาแล้วกดจูบย้ำๆ อีกสามครั้งก่อนจะหอมที่แก้มโจแล้วรวบตัวโจเข้ามากอด



"เลิกคิดมากน่า... เดี๋ยวนี้ทำไมกลายเป็นคนขี้แยจังวะเมียกู หึหึ" ผมลูบหลับเบาๆ เพื่อปลอบเมียรักก่อนที่เราจะผละออกจากกัน ผมค่อยๆ เช็ดน้ำตาให้โจอย่างเบามือ


"ขอโทษที่งี่เง่าไปหน่อย" ทำไมผมรู้สึกว่าโจมันพูดแล้วน่าเอ็นดูจังวะ


"หึหึ มึงจะงี่เง่ากว่านี้ก็ย่อมได้ ต่อให้มึงเป็นยังไงกูก็รักมึงอยู่ดี"


*
*จุ๊บบบบ....
พูดจบผมก็จุ๊บที่ปากของโจด้วยความมันเขี้ยวก่อนจะจูบลงเบาๆ ที่เปลือกตา



"ป่ะ เดินทางต่อกันเถอะ ป่านนี้พวกเด็กในร้านมันคงอู้งานกันแย่ล่ะ"


"อืม... ค่อยๆ ขับรถนะปู ไม่ต้องรีบ" แน่ะ!! ยังมีสั่งอีกนะคนเรา


"คร๊าบผม... ขับช้าที่สุดแล้วเนี้ยะ" โจส่ายหัวเล็กน้อย คงจะเอือมผมนั่นแหละครับ หึหึ



ผมขับรถต่อมุ่งหน้าไปที่ร้านทันทีหลังจากปลอมเมียรักของผมเรียบร้อย มือโจยังคงถูกมือผมจับกุมเอาไว้แน่น อย่างน้อยผมก็รู้ว่าทำแบบนี้แล้วโจมันรู้สึกดีขึ้นบ้าง เฮ้ออ... เมียคิดมากทำเอากลุ้มเลยกู



....




"สวัสดีครับนาย สวัสดีครับคุณโจ" ไอ้ต้นกับไอ้สันวิ่งออกมาต้อนรับผม


"พวกมึงเป็นอะไร ทำหน้ายังกับหนีผีมางั้นแหละ"


"มึงบอกดิ" ไอ้สันสะกิดแขนไอ้ต้น


"ไอ้ห่า!! เรื่องแบบนี้ให้กูบอกนายทุกที สัส!!" ไอ้ต้นหันไปด่าไอ้สัน


"เอาๆ พวกมึงสองคนเป็นอะไรกัน!! มีอะไรจะพูดก็รีบๆ พูดมาดิวะ!!" ผมเริ่มหงุดหงิดนิดๆ


"ปูใจเย็นๆ ซิครับ" ไอ้ต้นกับไอ้สันยกมือไหว้โจแล้วยิ้มแห้งๆ หน้าตากวนตีนส่งมาให้ผม


"คืออย่างนี้ครับนาย พวกผมไม่รู้ว่าคุณโมรู้ได้ยังไงว่านายกลับมาและจะเข้าร้านวันนี้ คุณโมเข้ามาถึงก็ถามหาแต่นายพวกผมได้แต่บอกไปว่าไม่รู้ว่านายจะเข้ารึเปล่าน่ะครับ"


"หึ!! แล้วพวกมึงก็ไม่รู้ว่าควรทำยังไงงั้นซิ!!"


"เอ่อ... ครับนาย"



พรึ่บ!!!



"เดี๋ยวปั๊ด!!!"



"เฮ้ย!!!"



ไอ้ต้นกันไอ้สันหดหัวหนีมือผมพร้อมกัน แต่พอพวกมันคิดได้ว่าจะโดนหนักกว่าเดิมมันสองคนเลยยืดตัวกลับมายืนสงบนิ่งท่าเดิม



"ปูใจเย็นๆ ก่อนครับ ต้นกับสันคงไม่รู้จะทำยังไงจริงๆ นั่นแหละ ใจเย็นก่อนนะ"



โจจับมือผมลง ไอ้สองตัวนั้นยกมือไหว้แทบจะก้มลงกราบเมียผมอยู่แล้ว



"พวกมึงนี่แดกข้าวเข้าไปตั้งเยอะนี่ไม่ได้ช่วยบำรุงสมองให้ฉลาดขึ้นจริงๆ เลย!!"


"ขอโทษครับนาย!" พวกมันพูดขึ้นพร้อมกัน


"เออๆ ช่างมันเถอะ พวกมึงก็ไปทำหน้าที่ตามปกตินั่นแหละ โมเขาก็เป็นแค่ลูกค้าธรรมดาที่มาเที่ยว ถ้ามีปัญหาเดี๋ยวกูจัดการเอง"


"ครับนาย/ครับนาย"


"พวกมึงไปเตรียมของกินเล่นให้เมียกูด้วย เดี๋ยวกูขึ้นไปรอข้างบน"


"ครับนาย/ครับนาย" พวกมันสองคนรับคำสั่งเหมือนทหารรับบัญชาการยังไงยังงั้น


"ไปโจ ขึ้นไปบนห้องทำงาน" ผมกอดเอวโจแล้วพาเดินเข้าไปในร้านทันที




วันนี้ในร้านผมมีลูกค้าค่อนข้างเยอะคึกคักเป็นพิเศษครับ ช่วงเวลานี้ยังคงเป็นช่วงของดนตรีสดที่แขกในร้านต่างก็นั่งชิวฟังเพลงกันเบาๆ โยกย้ายกันก็มีบ้างตามความสนุกของเพลง ร้านผมจะเล่นดนตรีสดกันถึงเที่ยงคืน มีร้องเพลงวันเกิดให้กับแขกในร้านที่มาฉลองวันเกิด มีเกือบทุกวันนั่นแหละครับเป็นปกติที่จะมีคนมาฉลองวันเกิดกันที่ผับโดยเฉพาะวันรุ่นเด็กมหาลัย พอหลังเที่ยงคือก็จะเป็นการเปิดเพลงจากดีเจ เพลงไหนดังเพลงไหนฮิตติดชาร์ตก็เปิดแม่งทุกเพลง จะให้เงียบสงบหน่อยก็คงเป็นโซนวีไอพีที่เปิดเพลงเบาๆ เพื่อสร้างบรรยากาศชิวๆ ให้ลูกค้าระดับนักธุรกิจและลูกคนมีเงิน




ผับของผมก็เหมือนผับทั่วไปในกรุงเทพฯ นั่นแหละครับ ผับของไอ้ทิวก็ทำแบบนี้ จะต่างกันก็แค่การตกแต่งร้านเท่านั้น ลูกค้าก็มีทุกระดับเหมือนกัน ราคาก็ไม่ต่างกันเลยเพราะจังหวัดที่ผมอยู่เป็นแหล่งธุรกิจการท่องเที่ยวขนาดใหญ่ที่มีคนหลั่งไหลกันมาเที่ยวตลอดทั้งปีโดยเฉพาะหน้าร้อนจะมีนักท่องเที่ยวเยอะเป็นพิเศษ



ผมพาโจเดินขึ้นมาที่ห้องทำงาน ระหว่างทางที่เดิมเข้ามาโจก็เดินอยู่หลังผมตลอด เอาเป็นว่าโจอยู่ในสายตาผมไม่มีพลาดอยู่แล้วครับ



"ไปนั่งรอที่โซฟาก่อน เดี๋ยวไอ้ต้นคงให้เด็กยกของกินขึ้นมาให้"


"อืม... ปูทำงานไปเถอะ เดี๋ยวโจนั่งอ่านหนังสือรอแล้วกัน"



หมับ!!



ฟอดดด....



"ว่านอนสอนง่ายดีจริงๆ เมียกู"



ปึ่ก!!



"เรียกแบบนี้ต่อหน้าคนอื่นอีกแล้วนะ บอกให้เรียกชื่อไง"


"หึหึ จะเรียกแบบนี้ใครจะทำไม ก็มึงเป็นเมียกูจริงๆ นี่หว่า"


"เฮ้ออ... เอาเถอะ! ปูจะเรียกยังไงก็แล้วแต่แล้วกัน รีบไปทำงานได้แล้วครับ งานเยอะไม่ใช่เหรอ"



โจขยับตัวออกจากอ้อมกอดของผมแต่ผมยังไม่ยอมปล่อยหรอกครับ



"ขอกำลังใจในการทำงานก่อนดิ" ผมยิ้มกริ่ม



ฟอดดด...



"ตั้งใจทำงานนะครับ ไอ้บ้า!!"



ดูๆ มีด่าด้วยนะ แต่เอาเถอะอย่างน้อยผมก็ได้กำลังใจมาเต็มร้อยล่ะ ค่อยมีแรงจับเอกสารอ่านหน่อย หึหึ


ผมนั่งทำงานไปเรื่อยๆ แอบมีมองเมียตัวเองบ้าง โจนั่งอ่านหนังสือนิตยาสารรอผมอยู่เงียบๆ ของว่างที่ให้เด็กที่ร้านจัดขึ้นมาให้โจก็กินไปแค่นิดเดียวเพราะบ่นว่ายังอิ่มอยู่เลย ผมนั่งตรวจเอกสารสั่งซื้อสินค้าเข้าร้าน รายรับรายจ่ายที่ไอ้ป่านทำไว้ให้ทุกเดือน ไอ้นี่มันก็เป็นงานทำให้ผมละเอียดยิบ เรียกได้ว่ามันช่วยผมเต็มที่เลยครับ ถึงมันจะกวนตีนไปบ้างชอบทะเลาะกับผมบ้างไอ้ป่านก็ยังเป็นพี่ชายที่ผมโคตรรักเสมอ เรามีกันอยู่สามคนพี่น้องไม่ให้ผมรักพวกมันแล้วจะให้ผมไปรักหมาที่ไหนล่ะครับ






ก๊อก ก๊อก ก๊อก....



"เออ! เข้ามาได้"




แกร็ก....





ผมเหลือบมองไอ้พันที่เดินเข้ามาในห้องอย่างเจี๋ยมเจี้ยมทั้งที่หน้าตาแม่งโคตรกวนตีน





"นายครับ ผมให้เด็กๆ เตรียมของที่นายจะตรวจไว้ให้เรียบร้อยแล้วครับ นายจะไปดูเลยรึเปล่าครับ?"



"เออ! มึงลงไปรอกูข้างล่างแล้วกัน เดี๋ยวกูตามลงไป"



"ครับนาย" ไอ้พันรับคำสั่งเรียบร้อยก็เดินออกไปจากห้องทันที



"โจมึงนั่งรออยู่บนนี้นะ เดี๋ยวกูลงไปเช็คของที่สั่งเข้าร้านมาเมื่ออาทิตย์ที่แล้วก่อน เสร็จแล้วจะรีบขึ้นมา"



"อืม... ปูไปเถอะโจอยู่ได้สบายมากครับ"




ฟอดดด....





ผมเดินมานั่งลงข้างๆ โจก่อนจะกอดแล้วหอมด้วยความมันเขี้ยว ไม่รู้ทำไมผมถึงอยากกอดรัดฝัดเหวี่ยงมันได้ทุกเวลาขนาดนี้





"เดี๋ยวขึ้นมานะ ไปไม่นานหรอก" ผมกระซิบข้างหูโจ ปลายจมูกก็สูดดมวนเวียนอยู่แถวๆ ซอกคอที่ผมโปรดปราน



"อืออ... ปูอย่าครับ รีบไปทำงานซิ" โจขัดขืนผมไม่จริงจังนัก ใช่ดิ!! เมียผมอ่ะตามใจผมสุดๆ อยู่แล้ว หึหึ



"เฮ้ออ... โอเคๆ รีบไปทำงานก่อนจะได้รีบกลับบ้านไปทำอย่างอื่นเนอะ" ผมยิ้มมุมปากพร้อมกับส่งสายตากรุ่มกริ่มไปให้โจ



"งั้นก็รีบไปได้แล้วครับ มัวแต่ทำเป็นเล่นอยู่ได้ปูนิ!"



"หึหึ... ขนาดโมโหยังน่าฟัดขนาดนี้ จุ๊บบบ... คืนนี้ไม่ได้นอนแน่!"




ฟอดดด....





ผมขอมัดจำไว้ก่อนแล้วกัน ทำงานเสร็จเมื่อไหร่กลับบ้านไปเดี๋ยวได้รู้กัน! ผมจะกวนทั้งคืนเลยคอยดู!!





ผมเดินออกมาจากห้องทำงานเดินตรงไปทางหลังร้านแล้วเข้าไปยังคลังสินค้าเล็กๆ ที่ผมทำไว้สำหรับเก็บพวกเหล้าที่สั่งเข้ามาเพื่อขายให้กับนักดื่มทั้งหลาย รวมไปถึงออฟชั่นอื่นๆ เหมือนร้านเหล้าทั่วไปนั่นแหละครับ รอบนี้ผมสั่งเหล้านอกมาจากต่างประเทศค่อนข้างเยอะ หมดเงินก็หลักล้านครับ





เหล้ากับไวน์ที่ผมสั่งและนำเข้ามามีทั้งเอาไว้ขายให้ลูกค้าที่มาเที่ยวและลูกค้ารายใหญ่ที่สั่งของกันไปเก็บสะสมไว้ที่บ้านครับ ส่วนมากจะเป็นลูกค้าวีไอพีที่ร้านผมนั่นแหละที่สั่งไปสต๊อกไว้ที่บ้าน พวกลูกคนรวยคนมีเงินทั้งนั้น





ผมเดินตรวจดูของทั้งหมดโดยมีไอ้ต้นคอยเดินแจกแจงรายละเอียดทั้งหมด ส่วนไอ้พันผมสั่งให้มันไปคอยดูแลความเรียบร้อยภายในผับของผม ไอ้ต้นพูดให้ฟังเกี่ยวกับเรื่องการขนย้ายสินค้าที่มีไอ้ป่านคอยคุมลูกน้องอย่างเคร่งครัดจนงานผ่านไปอย่างเรียบร้อย มันรายงานให้ผมฟังว่าสินค้าตัวไหนที่ลูกค้านิยมขายดีติดห้าอันดับ ยอดขายก็ตามที่ไอ้ป่านทำไว้ให้ผมแบบคร่าวๆ แต่โคตรละเอียด ผมสั่งให้ไอ้ต้นเตรียมตัวเพื่อสั่งล็อตใหม่อีกไม่กี่วันข้างหน้า เพราะล็อตที่เพิ่งเข้ามาสินค้าถูกจองไปมากกว่าครึ่งแล้วครับ ไอ้ต้นเดินจดทุกอย่างตามที่ผมสั่ง ไอ้นี่มันทำงานดีจนไอ้ป่านออกปากชมมันให้ผมฟังอยู่หลายครั้งครับ






แกร๊ก....




"นายครับ... นาย แฮ่กๆๆ นายครับ" ไอ้พันวิ่งเข้ามาหน้าตาตื่น



"อะไรของมึง!!"



"เอ่อคือ..."



"คืออะไรวะ?! มึงจะพูดอะไรก็รีบๆ ไอ้ควาย!! นายรอฟังมึงอยู่" ไอ้ต้นด่าไอ้พันที่วิ่งเข้ามาเรียกหาผมแต่ไม่ยอมพูดว่าเกิดอะไรขึ้นสักที อย่าว่าแต่มันหงุดหงิดเลยครับ ผมนี่โคตรหงุดหงิดกว่าอีก!!




"มึงจะพูดตอนนี้หรือจะให้กูเอาตีนกระแทกปากก่อนถึงจะพูดได้!!" ไอ้พันหน้าซีดอย่างเห็นได้ชัด



"เอ่อ... คุณโจเกิดเรื่องนิดหน่อยครับนาย"



"ห๊ะ!! มึงว่าอะไรนะ!!"



"คุณโจเกิดอุบัติเหตุนิดหน่อยครับนาย แต่ตอนนี้เหตุการณ์ปกติแล้วครับ"



"สัสเอ้ย!! อยู่ห่างกูนิดเดียวเกิดอีกเรื่องจนได้นะพวกมึงเนี้ยะ!! ถอยไป!!"





ผมแม่งจะจะตบกระโหลกพวกมันหนักๆ สักทีสองที เอาให้เลือดหัวออกก่อนจะได้จำได้ว่าควรดูแลเมียผมยังไง คราวที่แล้วคลาดสายตานิดเดียวก็ได้เป็นเรื่องจนผมแทบจะฆ่าคนตายด้วยความโมโห หวังว่าครั้งนี้จะไม่ทำให้ผมสติหลุดอีกนะ





ผมเร่งฝีเท้าเดินตรงขึ้นไปยังห้องทำงานโดยไม่สนใจมองอะไรทั้งนั้น เผลอเดินชนลูกค้าในร้านอยู่หลายคนเหมือนกันแต่ช่างเถอะ ตอนนี้ผมไม่สนใจใครมากกว่าเมียผมแล้วครับ ไม่รู้ว่าไอ้อุบัติเหตุเล็กน้อยที่ว่านี่เล็กจริงรึเปล่า ผมจึงต้องรับไปดูให้เห็นกับตาตัวเองเท่านั่น





ปัง!!




"โจ!!"




ประตูห้องทำงานถูกเปิดออกอย่างแรงด้วยความใจร้อน สายตาผมกวาดมองไปรอบห้องเจอเพียงความว่างเปล่าเท่านั้น





"เมียกูไปไหน?!!" ผมหันไปถามไอ้พันเสียงดังจนไอ้พันก้มหน้าลงด้วยความกลัว



"เมื่อกี้ยังอยู่บนห้องเลยนะครับ ผมพาคุณโจขึ้นมาทำแผลแล้วบอกให้คุณโจรอนายอยู่ที่ห้องแล้วนะครับ แต่ว่า...."



"มึงว่ายังไงนะ!! เมียกูได้แผลงั้นเหรอ?!!!"




ตุบ!!






ไอ้พันถลาล้มลงไปนั่งกองที่พื้นเพราะผมถีบเข้าที่ท้องมันด้วยความโมโห แม่ง!! สั่งเหี้ยอะไรไม่ได้เรื่องสักอย่าง สัสเอ้ย!!




"โอ๊ย!! ผมขอโทษครับนาย คือคุณโจอาสาไปช่วยดูลูกค้าข้างล่างผมเลยไม่กล้าขัดครับนาย"



"กูสั่งมึงไว้ว่ายังไงห๊ะ!!! มึงลืมแล้วรึไง!! แม่งเอ้ย!!"



"นายๆๆ นายเดี๋ยวก่อนครับ ใจเย็นๆ นะนาย อย่าเพิ่งกระทืบมันตอนนี้เลยครับ ผมว่าเราไปหาคุณโจกันก่อนดีกว่านะครับ" ไอ้ต้นเข้ามาห้ามผมไว้



"มึงตามกูลงไปข้างล่าง" ผมหันไปสั่งไอ้ต้น



"ส่วนมึงไปสั่งเด็กให้ตามหาเมียกูเดี๋ยวนี้!!"



"ครับๆ นาย ผมจะไปเดี๋ยวนี้เลยครับ"





ไอ้พันรีบลุกขึ้นอย่างทุลักทุเล แม่ง!! อยากถีบมันอีกสักทีจริงๆ ทำงานเหี้ยอะไรไม่ได้เรื่องฉิบหาย!!





ผมเดินออกจากห้องทำงานทันที ตอนนี้ไม่รู้โจไปอยู่มุมไหนของร้าน ถ้าผมหามันไม่เจอภายในห้านาทีผมต้องคลั่งแน่!! ไอ้ต้นเร่งฝีเท้าพยายามเดิมตามให้ทันผม เวลานี้ผมไม่สนใจอะไรทั้งนั้นเพราะสิ่งที่ผมสนใจคือโจคนเดียว




"นายครับนาย... นู้นครับ คุณโจอยู่นู้น" ไอ้ต้นชี้ไปทางโต๊ะโซนลูกค้าวีไอพี



"เหี้ยอะไรอีกวะ!!"





ผมเดินตรงเข้าไปหาโจทันที ภาพที่ผมเห็นคือโจกำลังนั่งอยู่กับโมคู่ขาเก่าของผม มีเด็กในร้านยืนเฝ้าอยู่ด้วยสองคน ผมเร่งฝีเท้าเดินเข้าไปหาโจด้วยความไวแสง





"โจ มึงมานั่งทำอะไรตรงนี้ห๊ะ!!"





ผมดึงโจให้ลุกขึ้นจากโซฟา โมมองหน้าผมด้วยความตกใจก่อนจะส่งยิ้มบางๆ มาให้ผม แต่ผมไม่สนใจมองหรอกครับเพราะตอนนี้ผมอยากรู้ว่าโจมาทำอะไรตรงนี้มากกว่า





"ปูเบาๆ ซิครับ" ผมมองไปยังผ้าพันแผลที่มือซ้ายของโจ



"แล้วนี่มือไปโดนอะไรมา?"



"เอ่อปู... คืออย่างนี้นะ" โมกำลังจะอธิบาย



"หุบปาก!! กูไม่ได้ถามไม่ต้องเสือกพูด!!"



"ปูใจเย็นๆ ก่อนนะครับ เรื่องนี้ไม่เกี่ยวกับคุณโมหรอก"



"แล้วแผลที่กูเห็นที่มือของมึงตอนนี้คืออะไร?"




ผมพยายามข่มอารมณ์สุดๆ ทั้งที่ในใจโมโหมาก เห็นมันเจ็บผมยิ่งโมโหหนักเข้าไปอีก แม่ง!!





"เดี๋ยวเราขึ้นไปคุยกันบนห้องทำงานนะปู คุณโมครับ ผมขอตัวก่อนนะครับ"





โจพยายามดึงมือผมให้เดินตาม สายตาผมจ้องเขม็งไปที่โม ทั้งที่โจบอกผมว่าเรื่องนี้โมไม่เกี่ยวแต่ผมก็อดไว้ใจมันไม่ได้ ผมรู้ว่านิสัยคู่ขาคนนี้ผมเป็นยังไง แล้วไหนจะเรื่องคราวก่อนที่มันพยายามจะทำร้ายโจอีก ผมไว้ใจมันง่ายๆ ไม่ได้หรอกครับ





"เดี๋ยวครับคุณโจ"



โจหันกลับไปมองโมอีกครั้ง




"ขอบคุณที่มาช่วยผมนะครับ เอ่อ... ถ้าคุณไม่รังเกียจผมขอเป็นเพื่อนกับคุณจะได้ไหม?"



"ไม่ได้!!" ผมตอบเสียงแข็ง



"ปูใจเย็นๆ ครับ"



"แต่ว่ามัน..."





ผมกำลังจะพูดต่อโจบีบมือผมเอาไว้ ผมข่มใจตัวเองเป็นอย่างมากที่จะไม่พูดแล้วปล่อยให้โจเป็นคนจัดการเรื่องนี้





"ผมคงเป็นเพื่อนกับคุณไม่ได้หรอกครับ เพราะผมคงทำใจลำบากที่จะเป็นเพื่อนกับคนที่เคยมีอดีตกับแฟนของผม ถึงผมจะช่วยคุณวันนี้ผมก็ช่วยเพราะคุณคือลูกค้าของทางร้านและที่สำคัญปูคงไม่ชอบใจสักเท่าไหร่ถ้าผมจะตอบตกลงเป็นเพื่อนกับคุณ" โจพูดจบก็หันมายิ้มให้ผม




"ผมขอตัวก่อนนะครับ เราไปกับเถอะ"



โจหันไปพูดกับโมก่อนจะชวนผมเดินออกจากตรงนี้




"เดี๋ยวก่อน!!" ผมรั้งมือโจเอาไว้เพราะผมต้องการพูดอะไรบางอย่างให้ชัดเจน





"วันนี้กูไม่รู้หรอกนะว่าเรื่องที่เกิดขึ้นมันเป็นมายังไง แต่กูขอบอกมึงไว้ตรงนี้เลยแล้วกัน ถ้ามึงแตะต้องตัวโจหรือทำให้โจตกอยู่ในอันตรายอีกแม้แต่ปลายเล็บ กูเอามึงถึงตาย!! ความเจ็บปวดจะไม่เกิดขึ้นแค่กับมึงเพราะมันจะเกิดขึ้นกับคนที่มึงรักด้วย จำคำที่กูพูดวันนี้เอาไว้ให้ดี!!"





โมยืนนิ่งน้ำตาไหลออกมาโดยไม่โวยวายหรือแสดงอาการไม่พอใจเหมือนทุกๆ ครั้ง ผมจะให้ครั้งนี้เป็นครั้งสุดท้ายเพราะต่อไปผมจะไม่พูดซ้ำเรื่องเดิมอีก ผมจะเลือกใช้วิธีที่ผมถนัดถ้ามันคือหนทางสุดท้ายที่จะทำให้คนที่ผมรักปลอดภัย





"ป่ะ ขึ้นไปข้างบนกัน"




ผมโอบรอบเอวโจเอาไว้แล้วเราสองคนก็เดินไปที่ห้องทำงานของผมด้วยกัน




....





"ไหนขอดูมือหน่อยดิไปโดนอ่ะไรมา เจ็บมากไหม?" พอขึ้นมาถึงห้องทำงานผมก็พาโจมานั่งลงที่โซฟาเพื่อจะขอดูแผลที่มือของโจ



"ไม่เป็นไรมากหรอกแค่โดนเศษแก้วนิดเดียวเอง"



"แล้วเรื่องมันเป็นมายังไงไหนเล่าให้กูฟังซิ!! กูสั่งให้รอบนห้องไงแล้วทำไมถึงเกิดเรื่องขึ้นได้ห๊ะ!!" ผมเผลอตะคอกใส่โจ คือมันลืมตัวอ่ะครับ ก็ผมเป็นห่วงมันนิ!!



"คือเรื่องมันเป็นอย่างนี้ พอปูลงไปได้สักพักพันก็วิ่งหน้าตาตื่นขึ้นมาตามหาปู ลูกค้าที่มาเที่ยวมีปัญหากันนิดหน่อย ตอนแรกพันจะไปตามปูนั่นแหละแต่โจห้ามเอาไว้เอง โจเห็นปูกำลังยุ่งเรื่องเช็คสินค้าอยู่ไง ส่วนโจอ่ะว่างไม่มีอะไรทำอยู่แล้วเลยอาสาจะลงไปดูให้น่ะครับ"



"ไอ้พัน!! ทำไมมึงไม่ไปตามกูห๊ะ!!"





ผมหันไปตะคอกใส่ไอ้พัน ความผิดมันนั่นแหละ ผมสั่งแล้วว่าอย่าให้เมียผมเป็นอันตราย ให้ดูแลเมียผมดีๆ แต่มันเสือกขัดคำสั่งผมซะงั้น!! มันน่านัก!!




"ผมขอโทษครับนาย คือคุณโจเขา... เอ่อ..."



"ปูอย่าไปโทษพันเขาเลยนะ โจผิดเองแหละที่ขัดคำสั่งปู" โจพูดอย่างสำนึกผิด



"เฮ้ออ!! รู้แล้วใช่ไหมว่าขัดคำสั่งกูแล้วมันเกิดอะไรขึ้น มึงเจ็บตัว กูอารมณ์เสีย ส่วนลูกน้องกูก็จะโดนกระทืบเพราะไม่ยอมดูแลมึงตามที่กูสั่ง"



"ครับๆ รู้แล้วครับว่าผิด ขอโทษแล้วไง"





แม่ง!! มันเล่นสำนึกผิดแบบน่ารักขนาดนี้แล้วผมจะทนไหวเหรอครับ





"เฮ้ออ... เล่าต่อเหอะ" ผมพูดอย่างเหนื่อยใจ



"คือพอลงไปด้านล่างก็เจอผู้ชายสองคนกำลังมีปากเสียงกับคุณโมอยู่น่ะ ท่าทางเขากำลังจะเข้ามาทำร้ายคุณโมเพราะคือขวดอยู่ในมือ เด็กในร้านสองคนรีบวิ่งเข้าไปห้าม โจกับพันก็รีบเดินเข้าไปเหมือนกัน ขวดที่ผู้ชายคนนั้นถูกปัดออกจากมือแล้วเหวี่ยงลงพื้น คุณโมถูกผู้ชายอีกคนจับตัวเอาไว้โจเลยเข้าไปช่วยดึงออก ส่วนพันก็มายืนกันโจอีกทีน่ะครับ"




พอเล่าถึงตรงนี้ผมหันไปมองหน้าไอ้พันทันที มันยกมือไหว้ขอโทษผมก่อนจะก้มหน้าลงมองพื้นอีกครั้ง




"แล้วเข้าไปยุ่งเรื่องของเขาทำไม ให้เด็กในร้านจัดการไปซิ!!"



"ปูอ่ะ ถ้าปูกำลังเห็นคนอื่นเป็นอันตรายปูจะยืนมองเฉยๆ เหรอครับ หื้อ?"




ตาย!! กูตายอีกรอบดีกว่า ทำเสียงทำหน้าหงอยๆ แบบนี้แม่งโคตรน่ารักแบบไม่รู้ตัว เฮ้ออ... กูจะดุมันเกินไปป่าววะ!!





"อืมๆ แล้วไงต่อ"



"ก็พอโจเข้าไปดึงคุณโมออกมาได้ พันกับเด็กในร้านก็ช่วยกันจับผู้ชายสองคนนั้นไว้ คนในร้านตกใจกันมากเลยนะปู" โจทำหน้าตาตื่นเต้นสุดๆ



"หึหึ... แล้วไงต่ออีก"



"ไม่แล้วไงอ่ะ ผู้ชายสองคนนั้นไม่เลิกโวยวาย ผลักกันไปผลักกันมาเลยถลามาชนโจอ่ะครับ โจเลยล้มลงไปนั่งเล่นที่พื้น แฮ่ะๆ เลยโดนเศษแก้วบาดมือนิดหน่อย"



"แล้วเจ็บมากไหม ตอนนี้หายเจ็บรึยัง?" ผมลูบมือโจเบาๆ มองดูมือที่พันด้วยผ้าพันแผลสีขาว



"ไม่ค่อยเจ็บเท่าไหร่หรอกครับ ล้างแผลทายาเรียบร้อยไม่น่าจะมีปัญหาเพราะแผลไม่ได้ลึกอะไร"



"คืนนี้ก่อนนอนก็กินยาแก้อักเสบดักไว้ก่อนเผื่อปวดแผลขึ้นมาตอนกลางคืน"



"ครับๆ รู้แล้วเดี๋ยวกินครับ"



"ต่อไปห้ามขัดคำสั่งอีกเข้าใจไหม?"




จุ๊บบบ....





ผมก้มลงจูบที่หลังมือของโจเบาๆ




"ปูทำอะไรเนี้ยะ! ต้นกับพันมองอยู่นะครับ" โจพยายามชักมือตัวเองออกแต่ผมไม่ยอม



"ช่างหัวมันดิ!!"



"ปูอ่ะ"



"เออน่า... ไม่รู้จะอายอะไรอีก พวกมึนรู้สถานะมึงดีน่าว่าเป็นอะไรกับกู"




ถ้าเห็นหน้าโจตอนนี้ไม่หลุดขำผมให้ถีบเลยอ่ะ ขนาดผมยังต้องอดกลั้นไม่ให้ขำออกมาเพราะต้องจัดการไอ้ลูกน้องที่ทำงานไม่ได้เรื่องไม่ได้ราวก่อน เลี้ยงเสียข้าวสุกฉิบหาย!!




"พวกมึงสองคนฟังกูให้ดี!!" ผมหันไปพูดกับไอ้ต้นไอ้พัน



"ครับนาย/ครับนาย" พวกมันสองคนขานรับพร้อมกัน



"ครั้งนี้กูจะให้อภัยพวกมึงเป็นครั้งสุดท้ายเพราะต่อไปจะไม่มีอีก จำให้ขึ้นใจห้ามใครแตะต้องหรือทำให้เมียกูเจ็บแม้แต่ปลายเล็บพวกมันต้องเจ็บมากกว่าร้อยเท่า!! ถ้าไม่มีคำสั่งกูห้ามพวกมึงทำทุกอย่างที่มีคุณโจเข้ามาเกี่ยวข้อง สายตาพวกมึงต้องทำงานยิ่งกว่าเหยี่ยวที่ออกกำลังมองจ้องตะคุบเหยื่อ ใครที่เข้ามาใกล้คุณโจพวกมึงต้องไล่ออกไปห้ามต่ำกว่าสิบเมตร!! ระหว่างที่กูไม่อยู่คุณโจต้องปลอดภัยที่สุดเข้าใจไหม?!!"





"เข้าใจครับนาย!!" พวกมันสองคนตอบเสียงดังฟังชัด



"ไปบอกเด็กในร้านทุกคนให้ทำตามคำสั่งของกู ใครไม่อยากทำให้เงินมันแล้วให้มันลาออกไปซะ กูไม่เลี้ยง!!"



"ครับนาย" พวกมันยังคงประสานเสียงกันตอบอย่างหนักแน่น



"ถ้าเข้าใจก็ไปทำงานของพวกมึงได้แล้ว กูเหม็นขี้หน้าพวกมึงฉิบหาย!!"



"ครับนาย"




พวกมันสองคนก้มโค้งคำนับผมก่อนจะออกไปนอกห้องทำงานตามคำสั่ง คราวนี้ก็ถึงตาสะสางกับคนของผมบ้าง ดื้อน่าตีฉิบหาย!!




"ได้ยินที่พูดเมื่อกี้แล้วใช่ไหม?" ผมหันมาถามโจ



"อืม... ได้ยินแล้วครับ"



"ต่อไปนี้ห้ามขัดคำสั่งกู เพราะกูไม่ไว้ใจคนอื่น"



"อืม... โจขอโทษนะปู" โจเอนตัวเข้าหาผมแล้วเกยคางไว้ที่ไหล่ผมอย่างอ้อนๆ



"เข้าใจก็ดีแล้ว กูเป็นห่วงมึงกูถึงต้องทำแบบนี้มึงเข้าใจใช่ไหม?" ผมรวบตัวโจเข้ามากอดไว้แล้วลูบหลังโจเบาๆ



"อืม.... เข้าใจครับ"



"ดื้อฉิบหายเลยวะ!! แบบนี้จะลงโทษยังไงให้เข็ดหลาบดีวะ หึหึ"



"ขอโทษ...."




ผมผละออกจากโจ แกล้งมองโจด้วยสายตาดุๆ โจหน้าเสียทันที เด็กน้อยฉิบหาย!!




 
จุ๊บบบบ....




"ขอโทษนะครับ ต่อไปจะไม่ทำอีกแล้ว... สัญญา"






ปากผมถูกริมฝีปากนุ่มของโจจุ๊บเบาๆ หนึ่งที นิ้วก้อยขอโจถูกยื่นมาอยู่ตรงหน้าผม โจกำลังส่งยิ้มอุ่นๆ มาให้พร้อมกับทำหน้าหงอยขอร้องให้ผมให้อภัยต่อความผิดครั้งนี้ ตายอย่างสงบ!! แล้วกูจะโกรธมันลงได้ยังไง โอ๊ยยย.... ไอ้ปูเอ้ย!! มึงแพ้ภัยให้เมียตัวเองอีกแล้วววว!!!





TBC.





สงสารใครดี สงสารไอ้พัน หรือโจ หรือเฮียปูดีล่ะ ฮ่าๆๆ
โจเล่นขอโทษเฮียแบบนี้เฮียจะอยู่ไหวไหมถามใจดู
ขอบคุณสำหรับเม้นทุกเม้น น่ารักมากเลย กำลังใจดีเว่ออ่ะ
ขอบคุณที่ติดตามและตามให้กำลังใจนะคะ
เจอกันใหม่ตอนหน้านะคะ





แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น

}