1Nightstand / น้ำตาแม่มด

เรื่องนี้จะอัพวันเว้นวันนะคะ เป็นเรื่องที่สองที่มีความดาร์กในอดีตของนางเอกค่อนข้างเยอะ ฝากติดตามเรื่องใหม่นี้ด้วยนะคะ ดาว ไลค์ หรือคอมเม้น ทุกอย่างเป็นกำลังใจชั้นเลิศสำหรับไรท์ อาจจะเขียนไม่เก่ง แต่ความตั้งใจเต็มร้อยค่า....😀😁

Beside...อยู่เคียงข้างเสมอ

ชื่อตอน : Beside...อยู่เคียงข้างเสมอ

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย อีโรติก

คนเข้าชมทั้งหมด : 1.6k

ความคิดเห็น : 7

ปรับปรุงล่าสุด : 01 มิ.ย. 2560 13:09 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
Beside...อยู่เคียงข้างเสมอ
แบบอักษร

...ตอน Beside...อยู่เคียงข้างเสมอ...




ทรัพย์นั่งมองร่างของคนรักที่นอนหลับอยู่บนเตียงของเขามาได้พักใหญ่แล้ว เวลาที่ล่วงเข้าเช้าวันใหม่มาได้หลายชั่วโมง ทำให้เขาเกิดลังเลที่จะเอนกายหลับเพราะอีกไม่ถึงสามชั่วโมงก็จะถึงเวลาเข้างาน สุดท้ายชายหนุ่มก็ตัดสินใจลุกไปอาบน้ำเพื่อให้ร่างกายรู้สึกสดชื่นเพื่อเตรียมลุยงาน ระหว่างนั้นก็กดต่อสายภายในไปยังชั้นล่างเพื่อให้คนขับรถขึ้นมารับกุญแจของทิชาไปเอารถของเธอที่ผับ เพื่อที่เวลาหญิงสาวตื่นขึ้นมาเธอจะได้มีเสื้อผ้าผลัดเปลี่ยน

ขณะที่ร่างสูงกำลังยืนเลือกเสื้อผ้าอยู่ในห้องแต่งตัวหลังจากอาบน้ำเสร็จ เขาก็ได้ยินเสียวร้องสลับกับเสียงสะอื้นดังมาจากส่วนห้องนอนของตน ชายหนุ่มรีบวิ่งไปยังส่วนห้องนอนอย่างรวดเร็วโดยที่บนเรือนกายมีแค่ผ้าขนหนูปกปิดส่วนล่างเพียงผืนเดียว ภาพที่เห็นคือคนรักนอนบิดตัวไปมาบนเตียงนอนอย่างทรมาน

“ฮึก ไม่นะ ปล่อยนะ อย่าเข้ามานะ กรี้ดดด ไม่นะ อย่าๆ ฮือออ ทรัพย์ ช่วยด้วย ฮึก ฮือออ ช่วยด้วย”ร่างสูงรีบพุ่งไปหาหญิงสาวทันที เขาดึงเธอเข้ามาในอ้อมแขนและกอดกระชับร่างของเธอเอาไว้แน่น

“พี่ชา พี่ทิชา ตื่นมาสิครับ ทรัพย์อยู่ตรงนี้แล้ว”ร่างบางถูกเขย่าเล็กน้อยเพื่อเรียกสติของเธอ มือหนาซับลงบนหยดเหงื่อบริเวณไรผมและคราบน้ำตาบนข้างแก้มอย่างอ่อนโยน พรางกระซิบเรียกหญิงสาวที่ข้างหูของเธออยู่หลายครั้ง “มันเป็นแค่ฝัน ผมอยู่ตรงนี้แล้ว อยู่ข้างๆพี่ พี่ชาลืมตาขึ้นมาดูสิครับ”

ร่างที่สั่นเทิ้มของเลขาสาวค่อยๆนิ่งสงบลงช้าๆ ก่อนที่เปลือกตาจะกระตุกเล็กน้อยแล้วเปิดออก เผยนัยน์ตาหวานให้สบกับตาของเขาที่มองเธออย่างห่วงใย รอยยิ้มอย่างโล่งใจและยินดีเผยขึ้นบนใบหน้าหวาน ก่อนที่เธอจะกระโจนมาโอบกอดร่างของเขาเอาไว้แน่น ซุกศีรษะของเธอลงบนแผ่นอกแกร่งของเขา

“พี่กลัว ...พี่ไม่อยากฝันถึงเรื่องนั้นอีกแล้ว ทำยังไงดี ฮืออ ไม่เอาแล้ว ฮือออ”ความชื้นของน้ำตาเย็นยะเยือกสัมผัสกับแผงอกของเขา พร้อมทั้งร่างบางสั่นเล็กด้วยความหวาดกลัว มือหนาลูบลงบนแผ่นหลังบางเพื่อปลอบโยน

“ไม่ต้องกลัวแล้วนะครับ ผมอยู่ตรงนี้แล้ว เห็นไหมว่าผมรักษาสัญญาที่จะอยู่ข้างๆพี่เสมอ ดังนั้นไม่ต้องกลัวแล้วนะครับ”น้ำเสียงที่หนักแน่นและอ่อนโยนขับกล่อมข้างหูให้เธอรู้สึกสบายใจ

“อยู่กับพี่นะ อย่าไปไหนได้ไหม” ความคิดที่จะแต่งตัวไปทำงานหายไปจากหัวทันที เพราะคำอ้อนวอนของหญิงสาว ทรัพย์ตัดสินใจขยับไปนั่งเอนพิงตรงหัวเตียงแล้วจัดท่าให้คนรักนอนเอนพิงร่างของตนเอาไว้

“นอนนะครับ วันนี้ผมจะลางานให้”เมื่อวันนี้ทั้งเลขาและประธานไม่พร้อมที่จะทำงาน ชายหนุ่มจึงกดส่งข้อความหารองประธานให้เข้ามาจัดการงานแทนเขา โดยทิ้งท้ายข้อความว่าสามารถติดต่อกลับมาได้ตลอดเวลาหากว่างานมีปัญหา

ไม่นานนักร่างในอ้อมแขนแกร่งก็หลับไปอีกครั้ง ความเงียบที่ปกคลุมห้องพักทำให้ชายหนุ่มที่ไม่ได้นอนทั้งคืนเริ่มมีอาการง่วงเหงาหาวนอน เปลือกตาทั้งสองข้างเริ่มหนักขึ้นเป็นระยะๆ จากนั้นมันก็ปิดลงพาร่างสูงให้ล่องลอยไปในโลกนิทราตามคนรัก



 แสงสว่างสลัวๆภายในห้องพักในคอนโดหรูย่านใจกลางเมือง ทำเอาสองหนุ่มสาวที่ดื่มหนักมาเมื่อคืนหรี่ตาขณะตื่นนอน ร่างบางที่เมาหลับตั้งแต่หัวค่ำจนต้องถูกแบกกลับมารีบมุดตัวเข้าไปในผ้าห่มผืนใหญ่ทันที เพราะผ้าม่านในห้องไม่อาจกันแสงที่ปวดตาให้เธอได้

“ปวดหัวจังเลย”เสียงบ่นในผ้าห่ม ทำเอาร่างสูงที่พึ่งลืมตาตื่นยิ้มออกมาอย่างขำๆ

“ก็ไม่แปลก เมื่อวานฟ้าดื่มหนักไปขนาดนั้น ถ้าจะไม่แฮงค์เหล้าก็แปลกแล้ว”พีทลุกออกจากเตียงนอน มือหนาขยี้ผมที่ชี้โด่งเด่ให้เป็นทรง “เดี๋ยวพี่ไปเอาเครื่องดื่มแก้แฮงค์มาให้นะ”

ชายหนุ่มออกจากห้องนอนเดินไปยังส่วนห้องครัว เพื่อหยิบเครื่องดื่มแก้แฮงค์ให้หญิงสาว เขาวางมันไว้บนหัวเตียง ก่อนจะเดินไปอาบน้ำชำระเหงื่อไคล้ที่สะสมมาตั้งแต่เมื่อวาน “น้ำฟ้าครับ ลุกขึ้นมาดื่มเครื่องดื่มแก้แฮงค์แล้วไปอาบน้ำได้แล้วครับ ฟ้าไม่ได้อาบน้ำตั้งแต่เมื่อคืนแล้วนะ ระวังสิวขึ้นนะครับ”

“จริงด้วย!! โอ้ยยย ปวดหัว”ด้วยความตกใจทำให้เธอเด้งลุกจากเตียงอย่างรวดเร็ว ส่งผลให้เกินอาการเวียนศีรษะจนต้องนอนราบกับที่นอนไปอีกครั้ง

“พี่ว่าวันนี้พวกเราคงได้อยู่แต่ในคอนโด ไม่ต้องออกไปไหนแล้วมั่งครับ”เข็มนาฬิกาที่ชี้เลขสิบสอง บ่งบอกว่าเวลาผ่านมาครึ่งวันแล้ว จะออกไปทำธุระในสภาพการจราจรที่ติดขัดของกรุงเทพ คงไม่ได้งานอะไร

“นั้นสิค่ะ เดี๋ยวฟ้าโทรไปนัดคุณภาว่าจะเข้าไปหาพรุ่งนี้ล่ะกัน โอ้ยย...ถ้ารู้ว่าจะปวดหัวขนาดนี้ เมื่อคืนไม่ดื่มเยอะก็ดี”น้ำฟ้ายังคงนอนแผ่อยู่บนเตียง ใบหน้าสวยยับยู้ยี้เพราะอาการปวดหัวของตน

“555 เมื่อคืนพี่เตือนแล้วนะ ไปครับ ลุกไปอาบน้ำก่อนจะได้สบายตัวขึ้น เดี๋ยวพี่ไปโทรสั่งอาหารมาให้”พีทช่วยประคองร่างบางให้ลุกขึ้น และพาเธอเดินไปยังห้องน้ำ ส่วนตัวเขาก็แยกตัวออกไปสั่งอาหารสำหรับมื้อแรกของวันของทั้งสอง

พีทจัดการอาหารที่เด็กเอาขึ้นมาส่งเมื่อครู่ใส่จานอยู่ในห้องครัว เขาจัดวางจานข้าวสองจานและถ้วยซุปถ้วยใหญ่ใส่ถาดเพื่อมาจัดเตรียมไว้บนโต๊ะอาหารระหว่างรอน้ำฟ้าอาบน้ำ ขณะที่เขากลับเข้าไปในห้องครัวอีกครั้งเพื่อเอาแก้วน้ำ ก็เดินออกมาจากหญิงสาวที่ออกจากห้องนอนด้วยใบหน้าเคร่งเครียดเต็มไปด้วยความกังวล มือบางถือโทรศัพท์มือถือเอาไว้คล้ายลังเลที่จะโทรออก

“ฟ้า เป็นอะไรรึป่าว”ชายหนุ่มเดินตามร่างบางไปยังส่วนของห้องนั่งเล่น ก่อนจะทิ้งตัวลงนั่งข้างๆเธอแล้วจับศีรษะของหญิงสาวให้เอนมาสบอกของเขา “กำลังกลัวอะไรอยู่เหรอครับ บอกพี่ได้ไหม”

 “ป่าวค่ะ ฟ้าไม่ได้กลัวซะหน่อย”น้ำฟ้าเอ่ยปฏิเสธอย่างรวดเร็ว เธอพยายามทำตัวเก่งกล้า ทั้งๆที่ดวงตาของเธอยังคงสั่นไหวขัดกับประโยคที่บอกออกไป “ฟ้าจะโทรแล้ว เห็นไหม”

มือบางยกโทรศัพท์มือถือขึ้นมาอีกครั้ง ดวงตาหวานมองหน้าจออย่างชั่งใจ นิ้วชี้ที่เตรียมกดหมายเลขสั่นเล็กน้อย หญิงสาวสูดลมหายใจเข้าออกลึกๆเพื่อเรียกกำลังใจ ก่อนที่นิ้วจะรูปสีเขียวบนหน้าจอเพื่อโทรออก มือซ้ายถือโทรศัพท์ขึ้นมาแนบหู ปากบางเผลอขบเม้มนิ้วมือข้างขวาอย่างลืมตัว

[สวัสดีค่ะ คุณหนูฟ้าใช่ไหมคะ] เสียงปลายสายเอ่ยทักขึ้นมาก่อนด้วยน้ำเสียงลังเลแฝงไปด้วยความดีใจ ทำเอาน้ำฟ้านิ่งค้างไปทันที [ฮัลโล คุณหนูฟ้า? คุณหนูฟ้า ได้ยินน้าไหมคะ]

เสียงเรียกชื่อเธอย่ำๆจากอีกฝั่งของสายเรียกสติให้กลับคืนมา “สวัสดีค่ะคุณภา ฉันน้ำฟ้านะคะ ฉันโทรเข้ามารบกวนคุณหรือป่าวคะ”

[คุยได้ค่ะ น้าดีใจมากด้วยซ้ำไปที่คุณหนูโทรหาน้า คุณหนูมีอะไรหรือเปล่าคะ อยากให้น้าช่วยอะไรไหม หรือว่าตอนนี้คุณหนูกลับมาเมืองไทยแล้วอยากจะกลับมาพักที่บ้านคะ] คนรักของพ่อยังคงถามคำถามเธอกลับมาอย่างตื่นเต้น

“ป่าวค่ะ ตอนนี้ฉันไทยและมีเรื่องอยากจะคุยกับคุณภานิดหน่อย ไม่ทราบว่าพรุ่งนี้คุณสะดวกพบฉันไหมคะ”หญิงสาวพูดเข้าเรื่องทันทีอย่างไม่อ้อมค้อม

[สะดวกค่ะ พรุ่งนี้คุณหนูเข้ามาหาน้าที่ร้านดอกไม้ได้ตลอดเวลาเลยค่ะ หรือว่าจะคุณหนูจะนัดให้น้าไปเจอข้าวนอกก็ได้นะคะ]

“งั้นพรุ่งนี้ฉันจะเข้าไปหาคุณภาที่ร้านตอนประมาณสิบโมงนะคะ สวัสดีค่ะ”น้ำฟ้านัดหมายเวลาทุกอย่างเสร็จสรรพอย่างรวดเร็ว และกดวางสายทันที

พีทนั่งฟังร่างบางคุยโทรศัพท์ไม่นานก็รีบกดตัดสายไป “เห็นไหมครับว่าไม่มีอะไรน่ากลัวซักนิด” ชายหนุ่มดึงหญิงสาวเข้ามากอดเอาไว้แน่นแล้วลูบหลังบางอย่างปลอบโยน เขารู้ว่าเธอต้องใช้ความกล้าอย่างมากที่จะต้องกดต่อสายและพูดกับคนที่หลีกหนีมาตลอด

น้ำฟ้าซุกใบหน้าแนบกับร่างกายของร่างสูง มือบางบีบโทรศัพท์ไว้แน่นทั้งๆที่แขนทั้งสองข้าวยังคงโอบกอดเอวสอบเอาไว้ เธอยังคงปล่อยให้ความเงียบห้อมล้อมตัวของทั้งสองเอาไว้ ชายหนุ่มคือแรงพลังที่สำคัญมากสำหรับเธอในตอนนี้



//กริ่งงงง//


เสียงโทรศัพท์ภายในที่วางอยู่บนหัวเตียงดังขึ้น ปลุกร่างหนาที่เผลอหลับไปด้วยความอ่อนเพลียสะดุ้งตื่น มือหนารีบหยิบหูโทรศัพท์ขึ้นมารับ โดยสายตายังคงจดจ้องไปที่ร่างเล็กที่ยังคงหลับใหลอยู่บนตัวของเขาอยู่

“สวัสดีครับ ปณิธิพูดสายครับ”ทรัพย์กรอกเสียงทักทายไปอย่างแผ่วเบา เพราะกลัวทำให้คนรักสะดุ้งตื่นขึ้นมา

[ทรัพย์ นี้อาเองนะ คุยสายได้ไหม] อาเสก รองประธานของโรงแรมที่ดูแลงานมาตั้งแต่รุ่นที่ทรายขึ้นเป็นผู้บริหาร ติดต่อเข้ามาเพราะฝากงานให้ช่วยดูแลตั้งแต่เช้า

“ได้ครับ อามีอะไรรึเปล่า หรือว่ามีเอกสารด่วนให้ผมเซ็นต์”ผู้บริหารหนุ่มค่อยขยับแล้วจัดท่านอนใหม่ให้กับเลขาของตน ก่อนที่เขาจะเคลื่อนตัวเข้าไปใกล้โทรศัพท์มากขึ้น

[ก็ไม่เชิงนะ พอดีคุณเวทิต หัวหน้าฝ่ายพัสดุทำเรื่องมาขอพนักงานเพิ่มนะ เห็นว่าได้คุยกับทรัพย์ไปครั้งหนึ่งแล้ว แต่มีเรื่องอยากจะปรึกษาเพิ่มเติม เลยอยากขอเข้าพบทรัพย์โดยตรง พอรู้ว่าทรัพย์ไม่อยู่ก็ขอเบอร์ติดต่อหนูทิชาไปด้วย] ชายหนุ่มขบฟันทันทีเมื่อได้ยินชื่อของแฟนเก่าของทิชา ไม่รุ้ว่าอีกฝ่ายมีเจตนาอะไรที่อยากเข้าพบเข้า เพราะเรื่องที่พูดมานั้นเป็นข้ออ้างที่โกหกทั้งนั้น

“แล้วคุณอาได้ให้เบอร์พี่ชาไปไหมครับ” 

[ป่าวลูกป่าว อาเห็นว่าเป็นเบอร์ส่วนตัวของหนูชา อาเลยไม่กล้าให้ไปหรอก ตอนแรกก็ว่าจะลองโทรไปถามหนูชาเหมือนกันว่าให้วางเอกสารไว้บนโต๊ะเลยไหม แต่อาติดต่อหนูชาไม่ได้] ทรัพย์ถอนหายใจออกมาอย่างโล่งอก เพราะกลัวผู้ชายคนนั้นจะกลับเข้ามาป่วนชีวิตของคนรักของเขาอีก

“โทรศัพท์พี่ชาพังนะครับ เอาแบบนี้ล่ะกันคุณอาให้คุณเวทิตวางเอกสารไว้บนโต๊ะของชาเลย เดี๋ยวผมลงไปเอามาอ่านเอง”

[ได้ๆ งั้นแค่นี้นะลูก]

“ขอบคุณมากครับ สวัสดีครับ”ทรัพย์วางหูโทรศัพท์ลง แล้วขยับตัวเข้ามาใกล้หญิงสาวที่ยังคงนอนหลับไม่ได้สติอยู่

“มีเรื่องอะไรรึเปล่า”ชายหนุ่มมองคนรักอย่างแปลกใจเมื่อเสียงหวานของเธอถามขึ้นโดยที่ดวงตายังคงปิดสนิทคล้ายยังหลับอยู่

“ผมทำพี่ชาตื่นเหรอ ขอโทษนะครับ”ร่างสูงค่อยๆประคองร่างเลขาของตนให้ลุกขึ้นนั่ง โดยใช้หน้าอกของเขาแทนพนักผิง

“ป่าวหรอก พี่เริ่มหิวด้วยแหละ เลยตื่น”หญิงสาวส่ายหัวดุกดิกปฏิเสธกับอกของเขา “มีงานด่วนเหรอ ขอโทษนะ ที่พี่ทำทรัพย์เสียงานเลย”

“ไม่ใช่หรอกครับ อาเสกแค่โทรมาบอกว่าวางเอกสารที่ผมต้องเซ็นไว้บนโต๊ะทำงานของพี่แล้ว”มือหนาลูบศีรษะคนรักเบาๆหวังให้เธอคล้ายความกังวล “หิวแล้วใช่ไหมครับ เดี๋ยวผมให้พ่อครัวทำอะไรขึ้นมาให้กินนะ”ชายหนุ่มเอี้ยวตัวไปหยิบหูโทรศัพท์บนโต๊ะหัวเตียงและกดต่อสายภายใน “เอาข้าวต้มปลาสองชุด มาส่งที่ห้องพักผมเลยนะ”

“ทรัพย์...พี่อยากอาบน้ำ”ทิชาพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงอ้อนๆ หลังจากชายหนุ่มวางสายเขาก็ไม่มีทีท่าจะยอมปล่อยเธอออกจากอ้อมแขนของเขา

“มาครับ เดี๋ยวผมพาไป”ร่างสูงอุ้มร่างคนรักขึ้นมาอย่างง่ายดาย เขาพาเธอไปยังห้องน้ำพร้อมบริการเปิดน้ำในอ่างและผสมครีมอาบน้ำให้กับเธอ “ผมจุดเทียนหอมไว้ตรงนี้นะครับ อาบน้ำตามสบายเลย ผมจะรอพี่อยู่ข้างนอกนะ”

ทรัพย์ปล่อยให้หญิงสาวได้มีเวลาส่วนตัวของตนเองในห้องน้ำ ส่วนเขาก็เดินออกจาห้องพักไปยังห้องทำงานเพื่อหยิบเอกสารที่อาผู้ชายจัดเตรียมไว้ให้กลับมาอ่านที่ห้อง ระหว่างทางมือหนาก็จับเปิดเอกสารดูทีละหน้าอ่านอย่างคร่าวๆ ก่อนจะมาสะดุดกับเอกสารของเพิ่มคนของแผนกพัสดุ คิ้วหนากระตุกเล็กน้อยกัดฟันกรอดอย่างหงุดหงิด เมื่อเห็นมีโพสอิทสีเหลืองขนาดเล็กแปะติดเอกสารมาด้วย


“มึงอย่าหวังที่จะได้เข้าใกล้พี่ชาอีก”มือหนากระตุกโพสอิทสีเหลืองออกมาอย่างแรงและขย่ำมันจนยับหยู้หยี้แต่ก่อนที่จะขว้างมันทิ้งลงถังขยะ จิตใต้สำนึกก็เตือนว่าเขาควรให้หญิงสาวรับรู้และเป็นคนตัดสินใจเอง จึงเดินกลับเข้าไปในห้องพร้อมแฟ้มเอกสารและโพสอิทเจ้าปัญหา

“ทรัพย์ ทรัพย์ นายอยู่ในห้องรึป่าว ทรัพย์” เสียงเรียกจากในห้องน้ำ ทำให้ชายหนุ่มรีบวางแฟ้มงานไว้บนโต๊ะอาหารแล้วขยับเข้าไปใกล้ประตู

“มีอะไรรึเปล่าครับ พี่อยากได้อะไรรึป่าว”

“คือ...พี่ไม่มีผ้าขนหนูกับเสื้อผ้าที่จะเปลี่ยน”เสียงตอบกลับมาค่อนข้างแผ่วเบาคล้ายหญิงสาวกำลังเขินอาย

“อ๋อ ผมให้ลูกน้องเอากระเป๋าเสื้อผ้าของพี่มาให้แล้ว เดี๋ยวหยิบให้นะครับ”ร่างสูงเดินไปหยิบกระเป๋าที่ห้องทำงานของตนแล้วกลับมาเคาะประตูเพื่อให้สัญญาณก่อนยื่นมือส่งกระเป๋าให้คนในห้องน้ำ

ทรัพย์นั่งรอหญิงสาวอยู่ที่โต๊ะอาหาร โดยบนโต๊ะถูกเติมเต็มด้วยจานอาหารน่าตาน่าอร่อยเต็มโต๊ะ ไม่นานทิชาก็เดินออกมาด้วยเสื้อคอกลมสีขาวและกางเกงยีนส์ขาสั้น ใบหน้าที่ไร้เครื่องสำอางของเธอทำเอาร่างสูงจ้องมองอย่างไม่อยากละสายตา  

ชาน่าจะหิว ผมเลยสั่งมาให้ทานหลายอย่าง”เขาลุกจากที่นั่งของตนไปเลื่อนเก้าอี้ให้หญิงสาว

“ชา?”ชื่อที่เรียกห้วนๆโดยไม่มีคำว่าพี่ข้างหน้าของเขา ทำเอาทิชามองหน้ารุ่นน้องอย่างไม่แน่ใจว่าตนได้ยินอีกฝ่ายเรียกถูกต้องแล้วรึเปล่า

“ครับ ชา” ทรัพย์พยักหน้ายืนยันในสิ่งที่ตัวเองพูดออกไป พร้อมทั้งยื่นกระดาษโพสอิทที่เขาขย่ำไปเมื่อครู่ไปตรงหน้าเธอ “ผมจะไม่เรียก ‘ชา’ ว่า ‘พี่’ แล้วได้ไหม ผมอยากให้เราสนิทกันมากขึ้น และอยากให้ชามองผมเป็นผู้ชายที่จะช่วยเหลือและปกป้องชาได้ ไม่ใช่รุ่นน้องหรือน้องชายของเพื่อนอย่างที่เคยเป็นมา”

ทิชาหยิบกระดาษสีเหลืองขึ้นมาอ่าน ข้อความในกระดาษพอจะทำให้เธอกระจ่างในความคิดของรุ่นน้องมาขึ้น ก่อนจะหลุดยิ้มอย่างเอ็นดูในความคิดเล็กคิดน้อยของเขา “ได้สิ พี่จะไม่รู้สึกว่าตัวเองแก่ด้วย”

หญิงสาวตอบกลับอย่างอารมณ์ดี เธอไม่ถือเรื่องอายุที่ต่างๆกันอีกแล้ว อีกอย่างที่ผ่านมาเธอไม่คิดว่าชายหนุ่มตรงหน้าเป็นน้องชายของเพื่อนมานานมาก ทรัพย์มีความคิดและการกระทำที่เป็นผู้ใหญ่ ทำให้เธอรู้สึกเชื่อถือและเชื่อใจ ไม่งั้นเขาคงไม่ใช่ผู้ชายคนแรกที่ผุดขึ้นมาในความคิดของเธอในช่วงที่ตกอยู่ในอันตรายหรอก

“งั้น ชา ก็แทนตัวเองว่าชา เวลาคุยกับผมด้วยนะ ห้ามแทนตัวเองว่าพี่อีก”มือหนาเอื้อมไปจับมือบางอย่างดีใจ

“ได้ ตอนนี้เรากินได้รึยัง ชาหิวมากเลยยยย”ทิชาพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงอ้อนๆ พร้อมทั้งยกมือขึ้นมาลูบหน้าท้องของเธอ

“555 ได้สิ เดี๋ยวผมตักให้ ปลาทอดนี้อร่อยมากเลยนะ”ทรัพย์ตักอาหารจานที่อยู่ตรงหน้าเขาใส่ถ้วยข้าวต้มให้กับร่างบางอย่างเอาใจ บรรยากาศบนโต๊ะเต็มไปด้วยรอยยิ้มและเสียงหัวเราะโดยทั้งคู่ลืมเรื่องร้ายๆไปจนหมดสิ้น ทั้งเรื่องพ่อเลี้ยงหื่นและโพสอิทของแฟนเก่า ตอนนี้ทั้งสองต่างสนใจกันและกัน และเวลาแห่งความสุขในปัจจุบันเท่านั้น



ภายในห้องนั่งเล่นในคอนโดหรูมีความเงียบปกคลุมมาได้พักใหญ่แล้ว พีทยังคงนั่งอยู่ที่โซฟาให้น้ำฟ้าได้พักพิงโดยปล่อยให้อาหารบนโต๊ะเย็นชืด เพราะรู้ว่าตอนนี้หญิงสาวในอ้อมแขนต้องการแรงใจมากกว่าสิ่งอื่น

“พี่พีทจะไม่ถามฟ้าเหรอคะ ว่าอะไรทำให้ฟ้าเป็นแบบนี้ ทำไมฟ้าต้องไม่อยากเจอผู้หญิงอ่อนหวานคนนั้น ทั้งๆที่เธอเป็นแม่เลี้ยงของฟ้า”น้ำฟ้าพูดทำลายความเงียบขึ้นมา

“พี่เป็นคนไม่สนใจอดีต ดังนั้นฟ้าจะเล่าหรือไม่เล่าเรื่องทุกอย่างให้พี่ฟัง พี่ก็ไม่ได้กังวลอะไร เรื่องนี้พี่ยกให้ฟ้าตัดสินใจเลย ถ้าเล่าแล้วสบายใจขึ้นพี่ก็พร้อมรับฟัง แต่ถ้าเล่าแล้วฟ้าต้องเจ็บปวด พี่ว่าปล่อยให้มันเป็นเรื่องของอดีตนั้นแหละ”น้ำเสียงของร่างสูงที่ใช้บ่งบอกว่าเขาไม่ได้เยเสเรื่องในอดีตจริงๆ ซึ่งมันทำให้หญิงสาวอดขำในความอ่อนแอของตัวเองไม่ได้ที่ให้มันมามีอิทธิพลมากขนาดนี้

“พี่พีทรู้ไหมว่าฟ้า ทิชา และทราย รู้จักและสนิทกันตั้งแต่เมื่อไร”หญิงสาวปรับน้ำเสียงให้ร่าเริงขึ้น ขณะเงยหน้าถามคำถามเจ้าของอ้อมแขนอุ่น

“อืมมม...ตอนมัธยมต้นมั่งครับ เพราะช่วงไฮสคูล ทรายเรียนที่เกาหลีนิ”บอดี้การ์ดหนุ่มลองเดาจากประวัติของนายสาวของตน

“ไม่ใช่ค่ะ พวกเราทั้งสามรู้จักกันตั้งแต่ประถม แต่สิ่งที่ทำให้พวกเราสนิทกันมาจนถึงวันนี้ก็คือครอบครัว...”น้ำฟ้านิ่งไปซักพักเมื่อพูดมาถึงจุดนี้ นัยน์ตาหวานเต็มไปด้วยเรื่องราวในอดีตทั้งดีละร้าย “เราสามคนมีอะไรหลายๆอย่างเหมือนกัน ทำให้เป็นตัวดึงดูดให้พวกเราเข้าหากันและสนิทกันในที่สุด”

“หมายถึงฐานะทางบ้านเหรอครับ ทั้งน้ำฟ้า ทรายและคุณทิชา ต่างดูเป็นคนหนูที่ต้องออกงานบ่อยๆ หรือว่าพวกคุณพ่อคุณแม่เป็นเพื่อนกันครับ”

“เรื่องฐานะทางบ้านก็ใช่นะคะ แต่พ่อแม่พวกเราทำธุรกิจคนล่ะแขนง เรียกได้ว่าออกงานแต่ละครั้งแถบไม่ได้เจอกันเลย”หญิงสาวพยักหน้ายอมรับในประโยคแรกของเขา แล้วพูดเสริมในบางสิ่งออกมา “แต่ที่ทำให้พวกเราคบกันมาได้ถึงทุกวันนี้ คือ สภาพครอบครัวที่ไม่สมบูรณ์เหมือนกัน”

พีทนิ่งไปพักหนึ่งก็นึกขึ้นได้ว่านายหญิงของเขาในอดีตเคยมีปัญหากับแม่เลี้ยง และหญิงสาวในอ้อมแขนก็พูดออกบ่อยว่าหุ้นที่เธอได้มาต้องแบ่งกับทางแม่เลี้ยง แต่เพราะไม่รู้ประวัติของทิชาเลยไม่กล้าเดามาทางนี้

“พี่พีทคงรู้แล้วว่าทรายกับน้ำฟ้ามีแม่เลี้ยง ส่วนยัยชาทางนั้นเค้ามีพ่อเลี้ยง ตอนประถมเราทั้งสามคนก็เป็นเด็กร่าเริงสดใสที่มีครอบครัวสมบูรณ์แบบเหมือนเด็กคนอื่นๆ” มือบางจับท่อนแขนแกร่งให้กอดร่างของเธอแน่นขึ้น “จุดเริ่มต้นทุกอย่าง ทั้งความเห็นใจ เข้าใจ และเป็นกำลังใจให้กันและกันนั้น คือตอนที่เราทั้งสามกำลังจะเข้าสู่ชาวงมอต้น ฟ้าเป็นคนแรกที่เสียแม่ไป ไม่นานนักคุณแม่ของทรายก็จากไปด้วยโรคหัวใจ และคนสุดท้ายคือพ่อของยัยชาที่จากไปด้วยอุบัติเหตุ”

“จริงๆในพวกเราสามคน ฟ้าถือว่าโชคดีที่สุดนะคะที่ได้แม่เลี้ยงนิสัยดี อ่อนหวาน ไม่ใช่แม่มดใจร้ายเหมือนแม่เลี้ยงของยัยทราย หรือพ่อเลี้ยงจอมหื่นของยัยชา”น้ำตาเออคลอเต็มตาคู่สวย และมีรอยยิ้มยันเหมือนสมเพชอะไรบางอย่างปรากฏขึ้นบนใบหน้าหวาน “ใช่คุณภานิสัยดี อ่อนหวาน เรียบร้อย แต่เธอกับพ่อเป็นสาเหตุทำให้แม่ของฟ้าต้องตาย”



#ขอโทษนะคะที่หายไปนานมากกกก เรียกได้ว่าตันค่ะ คิดอะไรไม่ออก ไม่มีอารมณ์ที่จะเขียนเลยตัดสินใจหยุดพัก เพราะไม่อยากใช้อารมณ์หรือความคิดมั่วๆปั่นนิยายออกมาให้ทุกคนอ่าน ตอนนี้ไรท์กลับมาแล้ว แต่อารมณ์ยังไม่เต็มร้อย ดังนั้นสามารถติชมได้ตามสบายนะคะ(ขอแบบสุภาพนะคะ) พร้อมรับฟังทุกความคิดเห็น(ที่สร้างสรรค์)ค่ะ

#ทุกคนย่อมมีมุมอ่อนแอ นางเอกของไรท์ทั้งสองก็เช่นกัน ตอนนี้นางๆต้องการกำลังใจจากพระเอกเต็มที่จริงๆ ไรท์ก็ต้องการกำลังใจจากรีดเหมือนกันน้าาา...

#พรุ่งนี้นะคร้าบบบบ คอมเมนต์ให้กำลังใจเค้าหน่อยคนดี ^^


1Nightstand  <<< เพจ


แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น