I-RISRED ไอริสเรด
facebook-icon Twitter-icon

ถ้าชอบผลงานเรื่องนี้ อย่าลืม "คอมเม้น" และ "กดถูกใจ" ให้ริสด้วยนะคะหรือถ้าใครอยากติดตามอ่านผลงานเรื่องอื่นๆของริสสามารถจิ้มที่รูปโปรไฟล์ได้เลยค่ะ ริสมีผลงานหลายแนว หลายอารมณ์ให้ได้เสพ 😍😘

[13] : หญิงผู้ต่ำต้อย

ชื่อตอน : [13] : หญิงผู้ต่ำต้อย

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย จีน

คนเข้าชมทั้งหมด : 3.2k

ความคิดเห็น : 29

ปรับปรุงล่าสุด : 14 ก.ค. 2562 17:24 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
[13] : หญิงผู้ต่ำต้อย
แบบอักษร

 

[13] 

'I-RIS RED' 

 

@จวนตระกูลคัง 

อี้หลานเดินเข้ามาในจวนก่อนจะตรงไปยังเรือนใหญ่เพื่อหาพ่อแม่ของตัวเอง ชายหนุ่มเดินเข้ามายังห้องโถงก่อนจะยกยิ้มออกมาเล็กน้อยเมื่อเห็นน้องชายตัวแสบนั่งอยู่ด้วย “วันนี้ลมอะไรหอบเจ้ากลับจวนได้ล่ะน้องรักของพี่?” 

“ข้าอยู่แต่ในป่าในเขานอนกลางดินกินกลางทรายมานานก็อยากกลับเข้าจวนมาหาความสุขสบายบ้างสิ” อี้เหรินพูดขึ้นด้วยท่าทางสุขุมก่อนจะลุกขึ้นยืนแล้วผายมือเล็กน้อยเพื่อเป็นเชิงเชิญชวนให้พี่ชายนั่งจิ๊บน้ำชายามบ่ายด้วยกัน 

“ข้าบอกแล้วว่างานทหารมันไม่ได้สบายหรอกดูท่านพ่อสิเมื่อก่อนไม่เคยอยู่บ้านเลยแต่พอมาตอนนี้ท่านพ่อกลับอยู่บ้านแต่เจ้ากลับไม่อยู่แทน ครอบครัวเรานี้จะมีวันไหนบ้างที่จะพร้อมหน้าพร้อมตากัน ตั้งแต่เด็กๆ พวกเราก็ไม่เคยพร้อมหน้าพร้อมตากันเลย” อี้หลานพูดขึ้นด้วยสีหน้าที่เศร้าหมองลงเล็กน้อยเพราะคิดถึงวันที่ครอบครัวพร้อมหน้าพร้อมตากันทานอาหารพร้อมกันคงสุขใจน่าดู 

“งั้นท่านพี่ก็รีบแต่งงานไวๆ สิรับรองว่าในวันแต่งงานของท่านพี่ครอบครัวพร้อมหน้าพร้อมตาแน่นอน” อี้เหรินพูดขึ้นด้วยรอยยิ้มเล็กน้อย 

“ความจริงข้าก็คิดเรื่องนี้อยู่เหมือนกัน ข้าว่าข้าโตพอที่จะมีครอบครัวแล้วนะ” 

“ไม่ๆ ท่านพี่ไม่โตพอหรอกแต่ท่านพี่แก่แล้วเลยแหละ ข้าว่าท่านพี่เกินคำว่าโตพอมานานแล้ว” 

“จ๊ะ” อี้หลานตอบเพียงสั้นๆ ด้วยท่าทางเคืองๆ มาว่าเขาแก่ได้ยังไงวัยกำลังน่าเขี้ยวต่างหาก 

“ข้าได้ข่าวว่าท่านซ่อนเด็กหรือ?” อี้เหรินยื่นหน้าเข้ามาใกล้ๆ พี่ชายตัวเองก่อนจะกระซิบถามเบาๆ 

“เจ้านี้มันหูตาไวจริงๆ นะ” อี้หลานยื่นใบหน้าเข้ามาใกล้ๆ น้องชายตัวเองบ้างก่อนจะกระซิบเบาๆ กลับ 

“ก็แค่เป็นแม่ทัพหูตาข้ามีทุกที่ว่าแต่เด็กคนนั้นเป็นใครไม่คิดจะพามาแนะนำให้ข้ารู้จักบ้างหรือ?” 

“เดี๋ยวเจ้าก็ได้รู้จักเพราะอีกไม่นานนางจะเข้ามาเป็นพี่สะใภ้เจ้า” 

“จริงดิ?” อี้เหรินผละตัวออกมาก่อนจะจ้องมองพี่ชายตัวเองด้วยสีหน้าไม่ค่อยอยากเชื่อนักก็พี่ชายเขาเจ้าชู้จะตายคิดจะลงหลักปักฐานกับใครเนี้ยนะถ้าหูไม่ฟาดก็แปลว่าโลกใกล้แตกแล้วแน่ๆ 

“หน้าตาข้าเหมือนพวกพูดเล่นหรือ?” อี้หลานถามกลับด้วยสีหน้าจริงจัง 

“ให้ข้าตัดชุดหรือเลยไหม?” 

“ตัดไว้เลยก็ได้เพราะครั้งเนี้ยข้าจริงจัง” 

อี้หลานพูดขึ้นด้วยรอยยิ้มก่อนจะลุกขึ้นยืนแล้วเอื้อมมือไปขยี้หัวน้องชายอย่างมันเขี้ยวและหันตัวเดินออกมาจากห้องโถงเพื่อไปทำธุระของเขาให้เสร็จเพราะที่เขากลับมาวันนี้ตั้งใจจะมาคุยกับพ่อแม่เรื่องฟางซินต่างหาก ชายหนุ่มเดินมายังห้องนอนของพ่อแม่ก่อนจะตะโกนเข้าไปเพื่อขออนุญาต 

“ท่านพ่อท่านแม่ข้าเข้าไปนะ!” 

ว่าจบอี้หลานก็เปิดประตูเข้าไปในทันทีโดยไม่รอให้พ่อแม่อนุญาตสักนิดก่อนจะยกยิ้มออกมาจนกว้างเมื่อพบว่าแม่ของเขากำลังนั่งดูผ้าไหมเนื้อดีที่เพิ่งสั่งซื้อมาใหม่อยู่ “ท่านพ่อไปไหนหรือท่านแม่” 

“พ่อเจ้าไปราชการในวังกว่าจะกลับก็พรุ่งนี้นั่นแหละ” คังฮูหยินเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงราบเรียบก่อนจะเงยมองหน้าลูกชายแล้วยกยิ้มออกมาเล็กน้อย “แล้วเจ้าล่ะมาที่นี่มีเรื่องอะไร?” 

“ข้าจะแต่งงาน” อี้หลานพูดขึ้นด้วยรอยยิ้มแบบตรงๆ โดยไม่คิดจะเท้าความก่อนเลย 

“ห๊ะ!” คังฮูหยินถึงกับร้องอุทานออกมาอย่างตกใจเพราะไม่คิดว่าจะได้ยินคำนี้จากอี้หลาน เธอพยายามคะยั้นคะยออี้หลานมาตลอดให้แต่งงานมีหลานให้อุ้มสักทีเจ้าตัวก็ไม่ยอมแต่งพอมาวันนี้ดันเดินเข้ามาบอกเธอว่าจะแต่งงานเนี้ยนะ โลกจะแตกแล้วหรือเนี้ย! 

“ข้าจะแต่งงานกับคนที่ข้ารัก ข้าว่าข้าถึงเวลาที่ควรจะแต่งงานได้แล้ว” อี้หลานยังคงพูดขึ้นด้วยสีหน้าจริงจัง 

“...ละ...และเจ้าจะแต่งกับใครล่ะ?” คังฮูหยินถามออกไปด้วยสีหน้าอึ้งๆ 

“นางชื่อฟางซิน นางเป็นเด็กรินเหล้าในหอนางโลมแต่นางน่ารักและนิสัยดีมากๆ งานบ้านงานเรือนเก่งเหมือนท่านแม่เลย ถ้าเจอตัวจริงท่านแม่จะต้องชอบนางแน่ๆ” อี้หลานพูดขึ้นอย่างไม่มีปิดบังผู้เป็นแม่สักนิดเพราะถึงปิดบังไปยังไงท่านแม่ก็ต้องรู้อยู่ดีนั่นแหละหูตาแม่ของเขาเยอะจะตายสืบนิดเดียวก็รู้ยันรากแล้ว 

“...ดะ...เด็กรินเหล้าในหอนางโลมหรือ?” คังฮูหยินถึงกับขมวดคิ้วเข้าหากันจนมันแทบจะพันกันด้วยสีหน้าดุดันเมื่อได้ฟังสิ่งที่ลูกชายพูดให้ตายสิตระกูลของเธอสูงศักดิ์ขนาดนี้รับราชการมีชื่อเสียงมียศศักดิ์กันตั้งแต่บรรพบุรุษ ส่วนตอนนี้ลูกชายคนโตเป็นก็นักปราชญ์ ลูกชายคนรองเป็นแม่ทัพ ลูกสาวคนเล็กเป็นฮ่องเฮา และจะให้รับลูกสะใภ้จากหอนางโลมหรือรู้ถึงไหนอายถึงนั้น! 

"แม่ไม่ยอมรับสะใภ้คนนี้หรอกนะ กุลสตรีสูงศักดิ์มีตั้งมากมายในเมืองนี้ทำไมเจ้าถึงได้ไปคว้าเอาผู้หญิงจากหอนางโลมมาทำภรรยาแบบนั้นล่ะ! " 

"แต่ข้ารักฟางซินนะท่านแม่และอยากจะแต่งงานกับนาง ข้าโตแล้วนะท่านแม่ข้าควรจะมีครอบครัวสักที" อี้หลานพูดขึ้นด้วยสีหน้าจริงจังและยังยืนยันคำเดิมอยู่ดี 

"แต่เจ้าจะแต่งงานกับผู้หญิงต่ำต้อยแบบนั้นไม่ได้ แต่ถ้าเจ้ายืนยันจะแต่งกับนางแม่ก็ไม่คิดจะห้ามเพราะคงห้ามไม่ได้ แต่นางจะแต่งเข้ามาในฐานะอนุภรรยาเท่านั้นเพราะแม่จะไม่ยอมให้นางแต่งเข้ามาในฐานะเมียเอกของเจ้าเด็ดขาด! " 

"ท่านแม่" อี้หลานส่งสายตาออดอ้อนให้ผู้เป็นแม่ในทันทีเมื่อเห็นว่าแม่ของเขาคงจะไม่ยอมง่ายๆ 

"ไม่ต้องมาอ้อนวอน แม่พูดคำไหนก็คำนั้น! " คังฮูหยินเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงดุดันก่อนจะหันตัวหนีอี้หลานในทันทีและสนใจผ้าไหมตรงหน้าต่อโดยเลือกจะไม่สนใจอี้หลานไม่ว่าอีกฝ่ายจะส่งสายตาอ้อนวอนเธอมากแค่ไหนก็ตาม เธอมีหน้าที่ดูแลตระกูลเพราะฉะนั้นเธอจะไม่ยอมให้คนที่ไม่คู่ควรกับตระกูลเธอเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งเด็ดขาดโดยเฉพาะหญิงชั้นต่ำเช่นนั้น! 

“แต่ข้ารักนางนะท่านแม่!” อี้หลานขึ้นเสียงเล็กน้อยอย่างหมดความอดทนเพราะเขาโตแล้วเขามีสิทธิ์จะเรียกไหมว่าจะแต่งหรือไม่แต่งกับใคร 

“แต่นางต่ำต้อยไม่คู่ควรกับตระกูลเราหรอก!” 

“ข้าไม่สนว่านางจะต่ำต้อยจะจนจะไม่คู่ควรแค่ไหนข้าก็ไม่สน ข้าสนแค่ว่าข้ารักนางและต้องการแต่งงานกับนางต้องการสร้างครอบครัวกับนางก็พอแล้ว ข้าสนแค่นั้นเข้าใจไหมท่านแม่?” อี้หลาน พูดขึ้นด้วยสีหน้าจริงจังเขาไม่สนใจอะไรทั้งนั้นแหละเขาสนแค่ว่าเขารักฟางซินเท่านั้นแหละแล้วฟางซินก็ต่ำต้อยเพียงฐานะแต่ร่างกายและจิตใจของเธอสูงส่งกว่าพวกมีตระกูลบางคนเสียอีก 

“ถ้าเจ้าอยากแต่งงานกับนางเจ้าก็ไม่ต้องมาเหยียบที่นี้อีก!” คังฮูหยินพูดขึ้นด้วยสีหน้าจริงจัง 

“โธ่เว้ย!” อี้หลานสถบออกมาด้วยความโมโหก่อนจะหันตัวเดินออกมาจากห้องนอนของผู้เป็นแม่ด้วยท่าทางเกรี้ยวกราดจนเหล่าสาวใช้ต่างพากันเดินหลบอี้หลานเป็นแถวเพราะรังสีดำมืดแผ่ปกคลุมไปทั่วร่างกายของอีกฝ่ายเลย 

ชายหนุ่มพ่นลมหายใจออกมาอย่างเหนื่อยใจเขาไม่รู้จะทำยังไงดี ไม่รู้จะเลือกทางไหนด้วย คนหนึ่งก็แม่ คนหนึ่งก็เมีย แถมว่ารักคนไหนก็รักทั้งสองคนนั้นแหละไม่ได้รักน้อยไปกว่ากันเลย เขาควรจะทำยังไงดีล่ะขนาดสมองอันชาญฉลาดของเขาที่มีอยู่ยังช่วยเขาคิดไม่ได้เลย 

. 

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น