Lovelyz_PCY

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ชื่อตอน : ตอนที่ 14

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย แฟนตาซี

คนเข้าชมทั้งหมด : 12.5k

ความคิดเห็น : 1

ปรับปรุงล่าสุด : 22 พ.ค. 2560 20:25 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 14
แบบอักษร

ตอนที่14


          พอเธอจัดการคนของหยางจิ้วเหวินเสร็จ ก็เดินออกไปจากโรงเตี๊ยมทันทีพร้อมกับวางเงินไว้ที่โต๊ะใกล้ๆ ผิงผิงที่เห็นคุณหนูของตนเดินออกไปจากโรงเตี๊ยมก็รีบตามออกไปทันที

"น่าเบื่อ..."เธอพูดออกมาอย่างเซ็งๆ

"คุณชาย...ท่านไม่น่าไปมีเรื่องกับบุรุษผู้นั้นเลยนะขอรับ"ผิงผิงพูดขึ้น                

"ก็เจ้าพวกนั้นเข้ามาหาเรื่องข้าก่อน ข้าไม่ได้เป็นฝ่ายไปหาเรื่องสักหน่อย"เธอพูดออกมาอย่างไม่ใส่ใจนัก                           "คุณชาย"ผิงผิงเรียกไป๋เสวี่ยเสียงอ่อน                

"ผิงฟงที่ข้าโกรธไม่ใช่เพราะพวกนั้นหาเรื่องข้าอย่าเดียว แต่ที่ข้าโกรธนั้น เพราะพวกนั้นหาว่าเจ้าเป็นคนรับใช้ของข้า"เธอพูดพร้อมกับหันไปมองหน้าผิงผิง                

"คุณชาย คนพวกนั้นก็พูดถูกแล้วนิขอรับ ข้านั้นเป็นเพียงแค่คนรับชะ..."ผิงผิงที่ยังพูดไม่จบดี ไป๋เสวี่ยก็ขัดขึ้นมาเสียก่อน                

"ไม่ใช่...เจ้าไม่ใช่คนคนรับใช้ของข้า แต่เจ้าเป็นเพื่อนของข้า เจ้าคือเพื่อนของข้า"เธอพูออกมาด้วยน้ำเสียงที่หนักแน่น                

"คุณชาย..."

ผิงผิงพูดออกมาพร้อมกับมองหน้าไป๋เสวี่ยด้วยเพราะไม่คิดว่าคุณหนูของตนจะให้ความสำคัญกับเธอขนาดนี้และยังให้เธอเป็นเพื่อนอีก                

"จำเอาไว้...ว่าเจ้าคือเพื่อนของข้า ไม่ใช่คนรับใช้ของข้า"เธอพูดออกมาและมองหน้าผิงผิงด้วยสายตาที่จริงจัง                      "ขอรับ...คุณชาย"ผิงผิงตอบรับและยิ้มออกไป               

เธอที่เห็นว่าผิงผิงตอบรับแแล้วก็ส่งยิ้มกลับไปให้ผิงผิงก่อนที่เธอจะพูดขึ้น                

"เอาล่ะ...เจ้าก็ลืมไปสะเรื่องที่เกิดที่โรงเตี๊ยมนั้นไปสะ"เธอบอกออกไป                

"ขอรับคุณชาย"ผิงผิงตอบรับ                

"ตอนนี้ก็ได้เวลาไปหมู่บ้านที่เกิดโรคระบาดแล้ว ไปเถอะ"เธอพูดออกมาและทำท่าจะเดินออกไป แต่ก็หันมาหาผิงผิงเสียก่อน ก่อนจะพูดขึ้น

"เอ่อ...เจ้านำได้เลย"                

"ขอรับ"ผิงผิงตอบรับก่อนจะยิ้มออกมา                

ผิงผิงที่เดินนำไป๋เสวี่ยไปยังหมู่บ้านที่เกิดโรงระบาดที่อยู่ไกลออกไปจากตลาดไปมากพอสมควร เกือบจะถึงป่าที่ตั้งไกลออกไป แต่เพียงไม่นานผิงผิงและไป๋เสวี่ยก็มาถึงหมู่บ้านที่เกิดโรคระบาด




หมู่บ้านโรคระบาด



ทันทีที่เธอมาถึงหมู่บ้านที่เกิดโรคระบาดสายตาของเธอก็เห็น บ้าน ไม่สิ กระท่อม มากมายที่ตั้งอยู่ตรงหน้า และเธอก็เดินเข้ามาใกล้กับหมู่บ้านมากขึ้นจนมาถึงทางเข้าที่มีรั้วกั้นเอาไว้ก่อนจะเดินเข้าไปข้างในช้าๆภาพที่ปรากฏบนสายตาเธอคือ ผู้คนที่นอนไปกับพื้นดิน ต่างก็ร้องโอดโอ๊ยออกมาอย่างเจ็บปวด ทั้งเด็ก ผู้ใหญ่ หรือแม้แต่คนชราก็มีสภาพที่ไม่ต่างกันมากนัก เสื้อผ้าที่ขาดรุดรุ่ยนั้น บางคนถึงกับกินดิน หญ้า ผลไม้ที่เน่าเสียหรือแอ่งน้ำที่สกปรก เธอที่เห็นก็เกิดสงสาร เวทนายิ่งนัก ทั้งๆที่เธออยู่สุขสบาย ร่วมทั้งเหล่าขุนนางทั้งหลายที่ใช้และกินอย่างทิ้งขว้าง แต่บุคคลเหล่านี้กลับแตกต่างราวฟ้ากับเหว"มันน่าไปปล้นเงินปล้นเสบี่ยงมาให้ชาวบ้านพวกนี้ยิ่งนัก"                

ผิงผิงที่เห็นผู้คนในหมู่บ้านนี้ก็น่าเวทนายิ่งนัก อย่างน้อยเธอก็ยังมีกิน กินดีอยู่ดีกว่าคนเหล่านี้ ผิงผิงที่เห็นสายตาของไป๋เสวี่ยที่มองคนเหล่านั้นก็รู้ว่า คุณหนูของตนสงสารคนเหล่านี้มากแค่ไหน                

"ผิงฟง..."เธอเอ่ยเรียกผิงผิง                

"ขอรับคุณชาย"                

"ข้าจะช่วยพวกเขาอย่างไรดีถึงพวกเขาจะหายจากโรคระบาดแต่ชีวิตความเป็นอยู่ของคนเหล่านี้จะดีขึ้นได้อย่างไร"เธอพูดออกมา                

"ข้าก็ไม่รู้เหมือนกันขอรับคุณชาย ถึงคนเหล่านี้จะหายจากโรคระบาด แต่ชีวิตความเป็นอยู่ของพวกเขานั้นยากยิ่งนักที่จะทำให้ดีขึ้นกว่าที่เป็นอยู่"ผิงผิงพูดออกมาอย่างที่คิด                

เธอเดินไปเรื่อยๆจนพบกับเหล่าหมอหลวงที่กำลังรักษาชาวบ้าน ซึ่งดูแล้วหมอคงไม่พอต่อความต้องการของคนไข้เลย คนป่วยที่มีมากเพิ่มขึ้นทุกวันแต่หมอกลับมีเท่าเดิม ถ้าช่วยข้าจะช่วยพวกเขาได้มากแค่ไหนนะ

ทางด้านเฉินเปาหยางและจิ้นฮุ่ยหลังจากที่ได้ดูการแสดงแย่งโต๊ะและกินข้าวเสร็จก็ออกจากโรงเตี๊ยมและมุ่งหน้าไปยังหมู่บ้านที่เกิดโรคระบาดทันที                

"ท่านว่าหมอหลวงจะหาสาเหตุได้รึยัง"จิ้นฮุ่ยถามเฉินเปาหยางออกไป                

"ข้าก็ไม่รู้ ข้าก็หวังอยากให้หมอหลวงหาสาเหตุได้โดยเร็ว เพราะข้าไม่อยากทำลายหรือฆ่าคนในหมู่บ้าน"เฉินเปาหยางตอบ                

"ข้าก็หวังอย่างนั้น"จิ้นฮุ่ยพูดออกไป                  

              เมื่อถึงหมู่บ้านเฉินเปาหยางและจิ้นฮุ่ยก็มุ่งหน้าไปยังส่วนที่หมอหลวงทำการรักษาทันที แต่สายตาของทั้งสองคนก็พบกับบุรุษที่ใส่ชุดคลุมสีดำและผู้ติดตามที่ยื่นใกล้กับบริเวณที่หมอหลวงทำการรักษา               

 "นั่น ใช่บุรุษที่อยู่ในโรงเตี๊ยมหรือไม่"เฉินเปาหยางถามออกไป                

"ข้าว่าน่าจะใช่"จิ้นฮุ่ยตอบพร้อมกับมองไปยังบรุษตรงหน้า ที่คุ้นตาเขายิ่งนัก                

"แล้วมาทำอะไรที่นี่"เฉินเปาหยางพูดออกไป                

หลังจากที่เฉินเปาหยางพูดเสร็จก็เดินเข้าไปทันทีหวังจะถามบุรุษชุดคลุมสีดำว่ามาทำอะไรที่นี่                

"คารวะ ท่านแม่ทัพ ท่านรองแม่ทัพ"หัวหน้าหมอหลวงที่หันมาเห็นเฉินเปาหยางและจิ้นฮุ่ยก็ทำความเคารพทันที                เธอและผิงผิงที่ได้ยินว่าใครมาก็ตกใจเล็กน้อยเพราะเธอไม่รู้จะทำอย่างไรถ้าเจอกับจิ้นฮุ่ย *"ก็เตรียมใจไว้แล้วว่าจะเจอแต่ทำไมมันเร็วอย่างนี้ ซวยแล้ว ไป๋เสวี่ย"*เธอได้แต่โอดครวญในใจ                

"อืม...เหตุการณ์เป็นอย่างไรบ้าง หาสาเหตุได้หรือยัง"เฉินเปาหยางถามหัวหน้าหมอหลวง                

"เอ่อ...ยังเลยขอรับ ข้าและเหล่าหมอหลวงต่างช่วยกันหาสาเหตุแล้วแต่ไม่พบเลยขอรับ"หัวหน้าหมอหลวงตอบเฉินเปาหยาง                

"อะไรกัน นี่มันก็หลายวันแล้วทำไมยังไม่พบสาเหตุอีก"เฉินเปาหยางพูดออกมาอย่างไม่สบอารมณ์นัก

"เอาน่าท่านแม่ทัพ พวกหมอหลวงอาจจะต้องการใช้เวลามากกว่านี่ก็เป็นได้"จิ้นฮุ่ยพูดออกไป                

"หึ...ไปได้แล้ว"เฉินเปาหยางไล่หมอหลวงไป                

"ขอรับ"                

หลังจากที่หัวหน้าหมอหลวงไปแล้ว สายตาของจิ้นฮุ่ยก็มาหยุดลงที่บุรุษชุดคลุมสีดำที่ยื่นหันหลังให้กับตนอยู่

"คุณชายท่านมาทำอะไรที่นี้รึ ท่านไม่รู้รึว่าที่นี้เกิดโรคระบาด"จิ้นอุ่ยถามออกไป                

"เอ่อ...ข้าแค่ผ่านมาข้าเลยแวะเข้ามาดูภายในหมู่บ้านเท่านั้น"เธอตอบจิ้นฮุ่ย แต่ก็ไม่ได้หันหน้าไป                

"งั้นรึ...ข้ามีนามว่าหวังจิ้นฮุ่ยส่วนนี้ท่านอ๋องมู่หรงเฉินเปาหยางแล้วท่านกับผู้ติดตามของท่านมีนามว่าอย่างไร"จิ้นฮุ่ยแนะนำตนเองและเฉินเปาหยาง พร้อมกับถามชื่อของบุรุษตรงหน้า                

"เอ่อ...ข้า ข้าชื่อไป๋อี้และผู้ติตามของข้าชื่อผิงฟง"เธอตอบออกไป                

"คุณชายท่านควรจะหันหน้ามาคุยกันมากกว่านะ เพื่อไม่ไห้เป็นการเสียมารยาทแก่คู่สนทนา"เฉินเปาหยางพูดออกไป                

*"หน๊อยยย ไอ้แม่ทัพบ้า ถ้าข้าหันไปก็รู้สิว่าข้าเป็นใคร อยากจัดให้สักหมัดสองหมัด"*เธอได้แต่พูดในใจ

"นั้นสิคุณชาย ข้าก็อยากเห็นหน้าท่านและผู้ติดตามของท่านเหมือนกัน"จิ้นฮุ่ยพูดออกมา                

"อย่าเลยดีกว่าคุณชาย หน้าของข้านั้นอัปลักษณ์นัก ข้าเกรงว่าพวกท่านเห็นหน้่าข้าแล้วจะตกใจ"เธอโกหกออกไปคำโต                

"งั้นรึ..."เฉินเปาหยางพูดออกมาสั้นๆ                

ทำไมเธอรู้สึกร้อนๆหนาวกับคำพูดสั้นๆของเฉินเปาหยางนะ                

เฉินเปาหยางพูดเสร็จก็เดินเข้าไปหาบุรุษตรงหน้าทันทีเพราะเฉินเปาหยางรู้สึกคุ้นเคยกับแผ่นหลังและน้ำเสียงที่ติดกวนๆนี้ พร้อมทั้งจับไหล่ไว้หวังจะดึงให้บุรุษตรงหน้าหันมา แต่ก็เกิดเหตุการณ์ไม่คาดคิดขึ้น                

ไป๋เสวี่ยที่รู้ว่ามีคนมาจับไหล่ของเธอก็จับมือคนคนนั้นและบิดไปด้านหลังอย่างเร็วและแรงโดยที่คนคนนั้นไม่รู้ตัวพร้อมทั้งยกเท้าขึ้นมาถีบคนคนนั้นอย่างแรงและไม่ออมมือเลย หลังจากที่เธอทำไปแล้วก็รู้ว่าตัวเองทำพลาดเพราะคนคนนั้นคือเฉินเปาหยางและอีกอย่างมือของเฉินเปาหยางก็ได้ดึงหมวกที่ควรจะอยู่บนหัวของเธอที่ไว้ใช้พลางใบหน้ากลับหลุดออกเผยให้เห็นหน้าของเธอชัดเจน เฉินเปาหยางและจิ้นฮุ่ยตกใจเป็นอย่างมาก                

เฉินเปาหยางที่โดนบุรุษตรงหน้าถีบมาแบบที่ไม่ออมแรงก็ล้มลงไปกับพื้นทันที พอลุกขึ้นได้ก็หวังจะไปเอาเรื่องที่กล้าทำร้ายร่างกายเขา ก็ต้องชงักที่เห็นใบหน้านั้น ใบหน้าที่สวยงามไร้ที่ติ ดวงตากลมโต จมูกโด่งเชิดรั้น ริมฝีปากสีแดงอมชมพูน่าจูบ ผิวขาวราวหิมะ ซึ้งนั้นก็เพียงพอแล้วที่จะทำให้ผู้คนที่พบเห็นหลงใหล และใจเต้นแรง ไม่เว้นแม้กระทั่งเขาในตอนนี้"อะไรกันทำไมหัวใจถึงเต้นแรงขนาดนี้ล่ะ"                

"เจ้า..."เฉินเปาหยางที่เห็นหน้าของไป๋เสวี่ยถึงกับพูดไม่ออก และไม่คิดว่านางจะทำร้ายร่างกายของเขาได้ อีกอย่างแรงก็ไม่ใช่น้อย                

"จะ...เจ้า ไป๋เสวี่ย"จิ้นฮุ่ยที่เห็นว่าบุรุษชุดดำนั้นคือใครก็ตกใจเป็นอย่างมากไม่คิดว่าจะเป็นมาก                

"ทะ ท่านพี่...น้องเองเจ้าค่ะ"เธอพูดออกมาและมองหน้าจิ้นฮุ่ยพร้อมกับยิ้มแห้งๆไปให้                

"เจ้า ทำไมเป็นเจ้า แล้วเจ้าออกมาจากจวนได้อย่างไร แล้วยังจะมาที่นี่อีก"จิ้นฮุ่ยถามพร้อมกับมองหน้าไป๋เสวี่ยและผิงผิงสลับกัน                

"ข้าเอ่อ...ข้าแค่ออกมาเที่ยวเท่านั้น"เธอตอบไปเสียงอ่อน                

"เที่ยว...เจ้ามาเที่ยวหมู่บ้านที่เกิดโรคระบาดเนี้ยนะ"จิ้นอุ่ยถามก่อนจะนึกเรื่องบางอย่างออก"เดี๋ยวก่อน...เป็นเจ้าที่อยู่โรงเตี๊ยมและมีเรื่องกับหยางจิ้วเหวิน"                

"เอ่อ...ก็ เจ้าค่ะ เป็นน้องเอง"เธอตอบพร้อมกับก้มหน้าชิดอกตัวเอง                

"เจ้า...ไป๋เสวี่ย"จิ้นฮุ่ยถึงกับพูดไม่ออก ก่อนจะคิดได้อีกเรื่อง"เดี๋ยว เมื่อครู่นี้เจ้า..."จิ้นฮุ่ยพูดและหันไปมองเฉินเปาหยาง"เรื่องของเจ้ากลับจวนไปข้าจะสอบถามอย่างละเอียดร่วมทั้งเจ้าด้วยผิงผิง"จิ้นฮุ่ยหันไปมองผิงผิงและจึงหันไปมองเฉินเปาหยางอีกครั้ง                

ไป๋เสวี่ยที่เห็นว่าจิ้นฮุ่ยหันไปมองเฉินเปาหยางก็หันไปมองตามก่อนจะเห็นสายตาที่เฉินเปาหยางมองมายังตนอย่างไม่พอใจ"ไม่พอใจอะไร ก็ท่านมาทำให้ข้าตกใจก่อนนิ เป็นถึงแม่ทัพแห่งแคว้นเยว่ แค่แรงสตรีคงไม่เจ็บเท่าไรหรอก มั้ง"

"หึ..."เฉินเปาหยางหัวเราะในลำคอเบาๆและมองไป๋เสวี่ยไม่วางตา                

"เอ่อ...ข้าต้องขอโทษแทนนางด้วย ไป๋เสวี่ยขอโทษท่านแม่ทัพเดี๋ยวนี้"จิ้นฮุ่ยพูดกับเฉินเปาหยางก่อนจะหันมาบอกไป๋เสวี่ย                

"ท่านพี่...ก็ท่านแม่ทัพทำให้น้องตกใจ ก็เลยเผลอไป น้องไม่ได้ตั้งใจนะเจ้าคะ"เธอบอกจิ้นฮุ่ยเสียงอ่อน

"ไป๋เสวี่ย อย่างไรเจ้าก็ผิด เจ้าต้องขอโทษ"จิ้นฮุ่ยหันมาว่าไป๋เสวี่ย                

"แต่...ก็ได้ ข้าขอโทษ"เธอพูดออกไปอย่างไม่เต็มใจนัก                

"ไม่เป็นไร...ข้าไม่ถือ"เฉินเปาหยางตอบและเดินเข้าไปใกล้ไป๋เสวี่ยและโน้มหน้าลงมาให้อยู่ระดับเดียวกันกับไป๋เสวี่ย ก่อนจะกระซิบที่ข้างหู

"แต่อย่าให้ถึงทีข้าก็แล้วกัน ข้าจะเอาให้ครบทั้งต้นและดอกเลยล่ะเสวี่ยเอ๋อร์"พูดเสร็จเฉินเปาหยางก็งับไปที่ใบหูเล็กของไป๋เสวี่ยและพ่นลมหายใจให้กระทบกับคอขาวนั้นหนึ่งทีพร้อมกับสูดดมกลิ่มหอมอ่อนที่ติดตัวของไป๋เสวี่ย ก่อนจะผละออกมาโดยเร็วและยิ้มที่มุมปากก่อนจะเดินไปดูเหล่าหมอหลวง                

ไป๋เสวี่ยที่โดนเฉินเปาหยางทำแบบนั้นใส่ก็ถึงกับยื่นนิ่ง ซึ่งเหตุการณ์เมื่อครู่นั้นเหมือนกับเคยเกิดขึ้นมาก่อนและไม่คิดว่าเฉินเปาหยางจะกล้าทำแบบนั้นกับเธอ                

"ไอ้...ไอ้แม่ทัพบ้า มันจะไม่มีทีของท่านแน่ ฝากไว้ก่อนเถอะ"เธอที่เพิ่งได้สติก็ตะโกนตามหลังเฉินเปาหยางไป

ผิงผิงและจิ้นฮุ่ยที่เห็นท่าทีของไป๋เสวี่ยก็แปลกใจว่าเฉินเปาหยางทำอะไรไป๋เสวี่ย                

"หึ..."จิ้นฮุ่ยหัวเราะในลำคอเบาๆก่อนจะเดินตามเฉินเปาหยางไป









ความคิดเห็น