สามกันยา

ขอบคุณที่รักกัน ❤

ตอนที่ ๕๘ การพบหน้าของเพื่อนเก่า

ชื่อตอน : ตอนที่ ๕๘ การพบหน้าของเพื่อนเก่า

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย อีโรติก

คนเข้าชมทั้งหมด : 4.7k

ความคิดเห็น : 25

ปรับปรุงล่าสุด : 21 พ.ค. 2560 23:36 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ ๕๘ การพบหน้าของเพื่อนเก่า
แบบอักษร



รถเก๋งรูปทรงทันสมัยแบบที่วัยรุ่นนิยมใช้ชะลอความเร็วเมื่อทางเบื้องหน้ามีชายคนหนึ่งยืนโบกมือส่งสัญญาณให้หยุดรถ ถัดจากชายคนดังกล่าวไปไม่ไกลมีรถบรรทุก ๑๘ ล้อ จอดนิ่งสนิทอยู่กลางช่องทางจราจรฝั่งเดียวกันกับที่ดำเกิงอยู่ เป็นเหตุให้การสัญจรในทางโค้งนี้คับแคบลงจากปกติ ชายหนุ่มต้องยืนรถรอให้รถที่สวนทางมาผ่านไปจนหมดจึงจะเบี่ยงออกจากเลนเดิมไปได้

รองเท้าผ้าใบสีเทาเข้มเปลี่ยนจากการแตะคันเร่งเป็นคันเบรกโดยอัตโนมัติ ชายหนุ่มมองภาพความวุ่นวายที่อยู่เบื้องหน้าเพียงปราดเดียวก็พอจะเดาได้ว่ามีอุบัติเหตุเกิดขึ้น แต่ถึงอย่างนั้นก็ยังอยากถามให้แน่ใจ

ว่าที่คุณพ่อลดกระจกรถฝั่งภรรยาลงเมื่อไหลรถมาถึงชายวัยกลางคนที่คอยโบกให้สัญญาณแก่ผู้ที่ผ่านไปมา ดำเกิงหยุดรถตามคำสั่งแล้วถามว่าทางข้างหน้ามีปัญหาอะไร

“อุบัติเหตุน่ะคุณ” ชายที่แต่งกายคล้ายคนขับรถแท็กซี่โน้มตัวลงมาตอบ “ตามง้อเมียแต่เจอสิบแปดล้อไปเต็ม ๆ กู้ภัยก็เพิ่งมาถึงตะกี้นี้เอง รอหน่อยก็แล้วกัน” ว่าจบชายคนนั้นก็หันไปโบกให้สัญญาณแก่รถคันหลังต่อ ปล่อยให้สองหนุ่มสาวที่เพิ่งเดินทางมาถึงเขตปริมณฑลนั่งครุ่นคิดเกี่ยวกับเหตุการณ์ข้างหน้ากันอย่างหดหู่ใจ

นิ้วใหญ่เคาะพวงมาลัยรถในระหว่างที่รอให้รถในช่องทางตรงข้ามแล่นผ่านไป ยอมรับว่าเหนื่อยล้าจากการเดินทางเป็นอย่างมาก แต่เมื่อคิดว่าอีกไม่นานก็จะได้หยุดพัก เขาก็สูดหายใจลึกเพื่อเรียกความกระปรี้กระเปร่า อีกนิดเดียว เขาบอกตัวเอง

หนุ่มสาวออกเดินทางช่วงบ่ายของเมื่อวาน จอดพักรถรวมทั้งพักคนเพียงครั้งเดียวคือช่วงเที่ยงคืนไปจนถึงตีสอง จากนั้นก็มีเพียงการแวะเข้าห้องสุขาและซื้ออาหาร จนกระทั่งตอนนี้ เกือบเที่ยงวัน...

“เหนื่อยไหม?” คนตัวเล็กที่เอื้อมหยิบถุงขนมจากเบาะหลังถามขึ้น เธอแกะถุงบ๊วยเค็มแล้วหยิบป้อนใส่ปากให้เขาหนึ่งชิ้น

“ยังไหว เลยกรุงเทพฯ ออกไปหน่อยหนึ่งก็ถึงแล้ว” อันที่จริงก็ไม่หน่อยอย่างที่ปากบอก เขาขับรถช้ากว่าเดิมถึงเท่าตัว แต่ทั้งหมดนี้ก็เพื่อความปลอดภัยของว่าที่คุณแม่ที่เอาแต่มองหาข้าวหลามมาตลอดทาง

ใช่ ลูกรักของเขาเกิดอยากกินข้าวหลามขึ้นมาแบบปัจจุบันทันด่วน ก็เลยส่งกระแสจิตออกมาทางคุณแม่ งอแงอยากกินข้าวหลาม ปัดโธ่ บอกว่าดึกดื่นป่านนี้ไม่มีใครเอาข้าวหลามมาเร่ขายก็ไม่เชื่อ จะเอาให้ได้ ไม่อย่างนั้นไม่ยอม !

นี่มันลูกเทวดาชัด ๆ เลย โชคยังดีที่ร้านค้ายี่สิบสี่ชั่วโมงในปั๊มน้ำมันเขามีข้าวต้มมัดแบบอุ่นได้ ซื้อมาให้กินแก้ขัดไปก่อน ขมิ้นจึงข่มตาหลับลงไปได้หลายชั่วโมง ครั้นพอรุ่งสาง คนที่อยากกินข้าวหลามก็รีบตื่นขึ้นมาเกาะกระจกรถมองหาคนขายข้าวหลามตามข้างทาง แต่จนแล้วจนเล่าก็ยังไม่มี...

ร้ายนัก เดี๋ยวเกิดมาพ่อจะตั้งชื่อว่าข้าวหลามซะให้เข็ด

เมื่อคนดูทางฝั่งตรงข้ามให้สัญญาณว่าถนนว่าง ดำเกิงก็หักล้อออกไปทางขวามือ ไต่รถย้อนศรไปอย่างระมัดระวังเนื่องจากว่าบริเวณจุดเกิดเหตุยังมีเจ้าหน้าที่กู้ภัยกำลังทำงานกันอยู่ ตาคมเหลือบมองเหตุการณ์ที่ทำให้เสียเวลา พบรถยนต์ยี่ห้อดังที่ไม่ค่อยมีให้เห็นบนท้องถนนจอดนิ่งอยู่ด้านหน้าของรถบรรทุก สภาพไม่ต่างอะไรจากกระป๋องน้ำอัดลมถูกเหยียบ ดูจากความวุ่นวายที่เพิ่มมากขึ้น พอจะเดาได้ว่าคงนำร่างผู้เคราะห์ร้ายออกมาจากซากรถหรูได้แล้ว ‘ไม่น่ารอด’ คือความเห็นจากดำเกิง เพราะแม้ร่างกายของชายผู้นั้นจะไม่โชกเลือดอย่างที่คาดไว้แต่แรก แต่อุบัติเหตุที่ทำให้รถราคาแพงหูฉี่บุบบู้บี้ได้ก็คงรุนแรงเข้าขั้นสาหัส อา...ต่อให้ไม่ตายก็คงเลี้ยงไม่โต

“น่าสงสารจัง” ขมิ้นที่เกาะกระจกรถเหลียวมองเหตุการณ์นั้นจนลับตา

เธอไม่ได้เห็นเหมือนอย่างที่ดำเกิงเห็น ชายหนุ่มสนใจรถยนต์และความรุนแรงของการปะทะ ส่วนว่าที่คุณแม่นั้นมองเห็นผู้หญิงคนหนึ่งกำลังร้องไห้ฟูมฟายอยู่ข้างเปลสนามที่มีร่างซีดเซียวของผู้ประสบเหตุนอนอยู่ เมื่อหน่วยกู้ภัยนำร่างของเขาไปขึ้นรถฉุกเฉิน หญิงสาวรูปร่างบอบบางอย่างคนไม่เคยทำงานหนักก็วิ่งตามต้อย ๆ ไป เธอดูตกใจและไร้ที่พึ่ง ขมิ้นอดคิดไม่ได้ว่าหากเรื่องร้ายแรงเช่นนี้เกิดขึ้นกับตัวเอง เธอจะรับมือได้อย่างไร

“ดำ...” หันไปเรียกสามีเมื่อรถเคลื่อนผ่านเหตุการณ์อันชวนหดหู่ “อย่าขับรถเร็วนะ”

“ช้ากว่านี้ก็ลงไปเดินเถอะครับ” เขาตอบยียวนก่อนจะกดเลือกคลื่นความถี่ของวิทยุ ไม่นานเสียงเพลงที่ชัดพอจะฟังได้ก็ลอดออกมาจากลำโพง

...เธอคือหัวใจ ไม่ว่าใครไม่อาจเทียมเทียบเท่าเธอ

ช่างโชคดีที่เจอ ได้ตกหลุมรักเธอ ได้มีเธอเคียงข้างกัน...

“หมายถึงทุกกรณีเลย ไม่ใช่แค่ตอนนี้” เธอจำได้ว่าก่อนที่ดำเกิงจะย้ายไปอยู่ที่บ้านกระท่อม เขาชอบขับรถไปเที่ยวเล่นในตัวเมือง ซึ่งแต่ละครั้งที่ใช้รถ ชายหนุ่มก็แทบจะเข้าเกียร์สี่ไปตั้งแต่ตอนออกตัว...ถ้าหากทำได้ เขาก็คงทำไปแล้วจริง ๆ

“ทำไม กลัวเหรอ” เขาหมายถึงเหตุการณ์ที่เพิ่งผ่านมาเมื่อครู่ ดูท่าว่าคนตัวเล็กจะฝังใจน่าดู

“กลัวสิ ใครบ้างจะไม่กลัว”

“ถ้ากลัวก็อย่าขี้งอน มีอะไรก็พูดกันดี ๆ ตกลงไหม?”

“เกี่ยวอะไรกัน?”

“ก็ที่พี่เขาบอกว่ามาตามง้อเมียแล้วชนรถบรรทุกไง หูน่ะมัวทำอะไรอยู่ ไม่ได้ฟังเรอะ?”

“ฟัง แต่ที่พูดนี่หมายถึงเรื่องขับรถเร็วไง ไม่อยากให้ขับเร็ว จะงอนจะง้อกันที่ไหนก็ได้ แต่ต้องไม่ทำตัวเสี่ยงตายแบบนั้น”

“ก็ถ้าเมียไม่งอนแล้วงี่เง่าหนีไปก็ไม่ต้องขับรถไล่ตามป้ะ?”

“อ้าว โทษเมีย?”

“ที่เขาตามไปก็เพราะว่าเป็นห่วงไง ถ้างอนเมื่อไหร่ก็อยู่เฉย ๆ เอาไว้ เข้าใจไหม?”

ขมิ้นถอนหายใจอย่างหมดแรงจะเถียง พูดเรื่องเดียวกัน แต่ทำไมดูเหมือนเป็นคนละเรื่องกันเลย

...จะทุกข์หรือยามที่เธอนั้นสุขใจ

ยามป่วยไข้หรือสุขกายสบายดี

ฉันอยู่ตรงนี้และจะมีแต่เธอทุกวินาที

จะอยู่ใกล้ไม่ห่างไกล จะเคียงชิดไม่ห่างไป ไม่ไปไหน...

“โอ๋ ๆ งอนเหรอครับคนดี” ปล่อยมือข้างหนึ่งจากพวงมาลัยรถ วางแหมะบนศีรษะของคนตัวเล็กแล้วยีไปมา “สัญญาก็ได้ว่าจะไม่ขับรถด้วยความประมาท ตกลงไหม?”

“แล้วที่ปล่อยมือมาทำแบบนี้เขาเรียกว่าอะไร?”

“เรียกว่าหยอกเมียครับ ทำไม ไม่ถูกเหรอ?” ทำหน้าซื่อเมื่อเหลือบเห็นว่าเธอกำลังบึ้งตึง

“เขาเรียกว่าขับรถด้วยความประมาท!” ขมิ้นทำเสียงดุ

“ก็ถ้าเมียนิ่งให้หยอก ก็ขับรถได้ตามปกตินะ”

ขมิ้นถอนหายใจอีกรอบ เหนื่อยจะพูดกับคนพลังงานสูง นิ่งเป็นหลับ ขยับเป็นแกล้ง ดำเกิงเป็นคนที่น่าตีจริง ๆ


การเดินทางด้วยความเชื่องช้านำพายางนาหนุ่มสาวมาถึงโรงงานผลิตหลอดไฟฟ้าที่พี่เขือทำงานอยู่ เมื่อเข้าไปติดต่อขอพบพี่ชายซึ่งเป็นญาติห่าง ๆ จากฝ่ายประชาสัมพันธ์ของโรงงานแล้ว ดำเกิงก็พาขมิ้นมานั่งที่ศาลาข้างป้อมยาม รอให้พี่เขือออกมาหา

ไม่นานเทท่าใด ชายรูปร่างเตี้ยตันก็เดินส่ายพุงที่เกิดจากการดื่มเบียร์ออกมาจากตัวอาคาร แว้บแรกที่เห็นหน้าน้องชายอย่างดำเกิง พี่เขือก็นึกชังขึ้นมาทันที กิตติศัพท์ของไอ้หมอนี่เป็นที่รู้กันไปทั่วว่าไร้แก่นสารสาระ ไม่เป็นโล้เป็นพาย ชอบทำให้กำนันตุ้ยที่มีศักดิ์เป็นน้าของเขาต้องพลอยทุกข์ใจอยู่ไม่เว้นวัน แล้ววันนี้มันมาทำไม?

“สวัสดีจ้ะพี่เขือ” เสียงทักทายจากขมิ้นทำให้หัวหน้าฝ่ายบรรจุผลิตภัณฑ์คืนสติ

หญิงสาวนั่งหันหลังให้เขา เมื่อสามีของเธอสะกิดบอกว่าพี่เขือมาแล้ว ขมิ้นจึงพาร่างอุ้ยอ้ายหันไปพบ

การพูดคุยธุระเรื่องโทนมีขึ้นแบบไม่อ้อมค้อม พี่เขือกลับเข้าไปขอที่อยู่ของโทนและคำแพงมาจากฝ่ายบุคคลนำมาให้น้องทั้งสอง เล่าเสริมด้วยว่าโทนก็ได้ข่าวยายนวลแล้ว และได้ลางานเพื่อกลับบ้าน ไม่รู้ว่าจะคลาดกันไหม ลองไปดูตามที่อยู่นี้ก็แล้วกัน


ตึกที่ดำเกิงนำยานพาหนะเข้ามาจอดที่ลานจอดรถดูหรูเสียจนหนุ่มสาวไม่แน่ใจว่าจะใช่ที่พักของไอ้หนุ่มบ้านนาอย่างโทน ขมิ้นโทรถามพี่เขืออีกครั้งว่าที่อยู่ที่พี่ให้มานี้ไม่มีอะไรผิดพลาดใช่ไหม เมื่อได้คำตอบยืนยันว่าชัวร์ป้าบ สองหนุ่มสาวจึงเริ่มมีความมั่นใจ ลงจากรถแล้วเดินไปถามเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยซึ่งนั่งประจำอยู่ในป้อม

“มีครับ ชื่อคุณโทน อนุรัตน์ อยู่ห้อง ๕๐๒”


“ห้าศูนย์สอง”

ดำเกิงทวนเลขห้องที่เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยบอกก่อนที่จะให้พวกเขาแลกบัตรเพื่อเข้ามาในตัวอาคาร เมื่อประตูลิฟต์เปิดออก ชายหนุ่มมองเห็นป้ายเลขห้อง ๕๐๘ อยู่ตรงหน้า เขาประคองภรรยาออกจากลิฟต์ จากนั้นก็กวาดสายตามองไปยังห้องที่อยู่ด้านซ้ายมือซึ่งระบุตัวเลขลดลง ลดลง และ...ลดลง

ก๊อก ก๊อก ก๊อก !

เสียงเคาะประตูดังขึ้นอย่างมีมารยาท ดำเกิงยืนรอให้คนในห้องมาเปิด เจ้าหน้าที่ในป้อมบอกว่ายังไม่เห็นโทนออกไปไหน แปลได้ว่าเขายังอยู่...

ก๊อก ก๊อก ก๊อก !

ชายหนุ่มเคาะเรียกอีกรอบเมื่อระยะไปนานแต่ไม่มีความเคลื่อนไหว และครั้งนี้ได้ผล เสียงกริ๊กดังขึ้น

เมื่อประตูเปิดเต็มบานก็เผยให้เห็นร่างสูงของโทนยืนอยู่เบื้องหลัง เขาดูตกใจไม่น้อยที่เห็นน้องสาวมาหา แถมพุงของเธอนั้นยัง...

“บักตั้ม มึงมาทำไม?” โทนมองผ่านขมิ้นไปยังชายที่ยืนซ้อนคนตัวเล็กอยู่ ดูท่าว่าคำภาวนาของเขาที่อยากให้ทั้งสองเลิกราจะไม่เป็นผล มิหนำซ้ำ ขมิ้นยังอุ้มท้องลูกของมันอีกด้วย โอ้ว งานนี้แย่แน่ หลานลุงโทนลูกของบักตั้มจะออกมาเป็นอย่างไรบ้างหนอ แค่คิดก็ปวดหัวแล้ว

“ใครมาเหรอ?” ไม่ทันจะได้ต่อปากต่อคำ เสียงของใครบางคนก็ดังมาจากด้านหลังของโทน เมื่อขมิ้นสอดสายตาเข้าไปมองก็พบกับชายร่างกำยำกำลังทอดกายนอนเท้าศอกอยู่บนเตียงนอนขนาดใหญ่ภายในห้อง !

 “น้องสาวน่ะครับ” ชายเจ้าของห้องตอบเพียงเท่านั้นก็เชื้อเชิญน้องสาวที่จู่ ๆ ก็มาโผล่ที่หน้าประตูให้เข้าไปข้างใน ส่วนไอ้น้องเขยนั้น...ถ้ามันอยากเข้ามาก็เชิญ

โทนแนะนำพี่ต่อหรือพันตำรวจโทต่อตระกูลที่แวะมาพูดธุระกับเขาให้ขมิ้นรู้จักโดยบอกว่าชายคนนี้มีศักดิ์เป็นพี่เขยของตน ส่วนกับพี่ต่อเขาก็แนะนำว่าขมิ้นเป็นลูกพี่ลูกน้องที่โตมาด้วยกัน แต่ดูท่าว่าพี่ต่อจะไม่สนใจฐานะใด ๆ ของผู้หญิงตรงหน้ามากไปกว่าความน่ารักใสซื่อของเธอ

“น้องมีแฟนรึยังจ๊ะ?” คนเจ้าชู้ถามพร้อมทำตาหวานซึ้ง ทำเอาดำเกิงที่ยืนคุมอยู่ด้านหลังคนตัวเล็กอยากจะประเคนหมัดใส่หน้าได้คนชีกอนี่เสียหนัก ๆ

“พ่อของลูกในท้องเขาก็อยู่ตรงนี้ หัดเกรงใจกันบ้างสิวะ” ดำเกิงโวยวายใหญ่โต ในเมื่อเป็นแบบนี้ ที่คิดไว้ว่าจะขอนอนเอาแรงก่อนเดินทางกลับคงต้องล้มเลิกไป 

ใครจะกล้าหลับตาลงในขณะที่ไอ้หมอนี่อยู่ร่วมห้องกับเมีย เกิดมาไม่เคยพบเคยเจอ จีบคนท้องต่อหน้าผัว 



###









*** ผู้พันต่อคงถือคติว่าด้านได้อายอดใช่ไหมคะ แหม มากระตุกต่อมนักเลงที่เพิ่งมอดได้ไง เดี๋ยวลูกพี่ดำแกก็ลุกโชนขึ้นมาใหม่หรอก แต่จะว่าไปพี่ดำแกก็โจทก์เยอะอยู่เหมือนกันนะคะ ดูจากความรักที่พี่เขือกับพี่โทนมีให้แล้ว สงสัยว่าอดีตจะเลวจริง ฮ่า ๆ แต่ตอนนี้ถอดเขี้ยวเล็บมารอเลี้ยงลูกแล้วเนอะ ว่าแต่จะตั้งชื่อว่าอะไรนะคะพี่ดำ น้องข้าวหลามเหรอ มันจะดีนะเตง ตะมุตะมิไปไหน ถ้าเป็นลูกสาวก็ยังพอทน แต่ถ้าเป็นลูกชายล่ะ เขาจะปลื้มด้วยไหมนี่ ไปถามแม่หมิ้นดูก่อนเน้อพี่เน้อ

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น