ชะโดตัวโต
facebook-icon

เชิญพบกับภาคต่อของ 'พี่คิณ - ณิริณ' 'พี่ภาคย์ - ไออุ่น' ในเรื่อง 'HATE ME: บงการรัก' เรื่องราวของภัทธิรา ลูกสาวคนเดียวของพี่คิณ - ณิริณ และเป็นน้องสาวฝาแฝดของพี่ภาคย์กับการที่จะต้องจำใจแต่งงานกับ 'คิริน' เพื่อแลกกับชีวิตของภิชญ์น้องชายของเธอ ***โหวต เม้น ให้กำลังใจกันด้วยนะคะ***

HATE EFFECTS: 22 เด็กน้อยหึงคนแก่(บ้าง) NC 100% รีไรท์

ชื่อตอน : HATE EFFECTS: 22 เด็กน้อยหึงคนแก่(บ้าง) NC 100% รีไรท์

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย อีโรติก

คนเข้าชมทั้งหมด : 20.3k

ความคิดเห็น : 17

ปรับปรุงล่าสุด : 14 ส.ค. 2560 20:49 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
HATE EFFECTS: 22 เด็กน้อยหึงคนแก่(บ้าง) NC 100% รีไรท์
แบบอักษร

HATE EFFECTS: 22



อาาา


อ่างอาบน้ำกลางแจ้งกลายเป็นสังเวียนรักอันร้อนระอุ ภาคิณดึงร่างวาณิริณเข้ามาแนบชิดกายแกร่งก่อนจะแทรกเข้ากลางตัวเธอ ปลุกอารมณ์ด้วยรสจูบอันดูดดื่มจนร่างเล็กสั่นสะท้านทั้งกาย ชายหนุ่มกลืนกินเรือนร่างเย้ายวนของภรรยาสาวจนหนำใจก่อนจะปลดชุดว่ายน้ำของเธอที่เวลานี้ช่างเกะกะเขาเสียเหลือเกิน



"อ๊าาา"



อกอวบโผล่พ้นผ้าชิ้นน้อยล่อตาล่อใจยิ่งนัก ภาคิณยกตัวเธอขึ้นให้เนื้ออกจองเธออยู่ในระดับสายตาแล้วอ้าปากดูดกินราวกับทารกผู้หิวโหย แขนเล็กตวัดคล้องคอแกร่งแล้วใช้มทอขยุมผมของสามรเธอเบาๆ



"จ๊วบ! อื้ม จุ๊บๆ" ลิ้นชื่นกวาดรอบเม็ดบัวสีสวยอย่างเอร็ดอร่อย "หอมจัง อื้ม"



"พี่คิณ" เสียงหวานเรียกชื่อเขาเบาๆ ใบหน้าสวยแดงระรื่อรวมทั้งภายใรยังร้อนรุ่มไปทั้งทรวง ภาคิณละความสนใจจากหน้าอกของเธอก่อนจะใช้จมูกไล่สูดกลิ่นที่ซอกคอขาว "อื้อ ยะ อย่าทำรอยได้ไหมคะ?"



เขาเงยหน้ามองภรรยาคนสวยแล้วจู่โจมริมฝีปากอิ่มนับครั้งไม่ถ้วน "ยอมให้ก็ได้ ซี๊ดด" ช่วงล่างเบียดเสียดแนบชิดจนภาคิณสูดปากเข้าออกด้วยความวาบหวาม มือหนาบีบสะโพกกลมกลึงก่อนจะสอดมือเข้าไปใต้เนื้อผ้าเพื้อหยอกล้อกับกลีบดอกไม้นุ่ม



"อ๊าส์"



"จุ๊ๆ ที่รัก เสียงดังไปแล้วนะ" ภาคิณกระซิบข้างหูเสียงพร่าทำเอาวาณิริณรู้สึกวูบวาบไปทั้งตัว สองคนสบประสานสายตาคล้ายกับจะสื่อความต้องการของตน "จะเข้าไปแล้วนะ"


หญิงสาวไม่ตอบอะไรออกไปเพียงแต่ซบลงที่แผงอกแกร่งพร้อมหายใจหอบๆ "อื้อ อื้อออ" พยายามสะกดเสียงของตัวเองไว้ไม่ให้ดังออกมา ภาคิณยิ้มพอใจก็เร่งจังหวะนิ้วเคลื่อนไหวในโะรงสวาทคับแคบ ไม่นานร่างเล็กก็ผวาเกร็งจิกเล็บลงบนไหล่ของเขาจนมีเลือดซึมออกมาเล็กน้อย



แฮ่กๆ



"พี่จะเข้าไปแล้วนะ" เสียงแหบพร่ากดเก็บความต้องการเอาไว้ไม่ไหว กางเกงเพียงชิ้นเดียวถูกถอดออกปลดปล่อยลำกายแกร่งออกมาสู่โลกภายนอก มือซ้ายลูบไล้ผิวเนียนลื่นด้วยความสิเนหาส่วนมือขวาก็ดึงผ้าที่ปกปิดด้านล่างของเธอออกไปให้พ้นทาง "อาส์ ซี๊ดดด"



"อ๊ายย อึก!" กลางกายถูกสอดใส่ด้วยอาวุธของอีกฝ่าย ความเสียวแผ่ซ่านไปทุกส่วนของร่างกาย "อ๊ะๆ อ๊าา!"



"โอวว ณิ...ณิริณ ช้าๆหน่อย ซี้ดด พี่ อื้ม! พี่ไม่อยากเสร็จเร็ว"



ร่างเล็กลดจังหวะขยับเข้าออกเนิบนาบ ผิวน้ำกระเพื่มตามแรงขยับของทั้งสองร่างราวกับคลื่นยักษ์โหมกระหน่ำ "อ๊าา พี่คิณ อาา ลึกไปค่ะ อ๊ะๆ อื้ม"



ภาคิณประกบจูบเร่าร้อนผ่อนคลานอารมณ์ ลิ้นร้อนเกี่ยวพันหยอกล้อกันอย่างสนุกสนาน หญิงสาวรับสัมผัสซาบซ่านก็จูบตอบสร้างความพอใจให้อีกฝ่ายเป็นอย่างมาก เขาดันร่างวาณิริณจนแผ่นหลังบางติดกับขอบอ่าง สะโพกสอบส่ายวนใต้น้ำสร้างความรัญจวณให้เธอพร้อมเลือดในกายที่สูบพลุ่งพล่าน วาณิริณส่งเสียงครางทักท้วงในลำคอเมื่อเริ่มหายใจไม่ทัน



"ฮ้าา แฮ่กๆ" กอบโกยอากาศได้ไม่นานก็ถูกรังแกซ้ำแล้วซ้ำอีก ร่างบางอ่อนระทวยสิ้นไร้เรี่ยวแรงจะต่อกรศึกรักที่ระอุในเวลานี้ "อูวว เมียพี่ อาส์! รู้งานดีจริงๆ" ช่วงล่องสอดประสานรับส่งจังหวะเป็นอย่างดี



เสียงครวญครางดังสลับกันเนื่องฟังแล้วช่างไพเราะเสียจริงๆ ภาคิณขบกรามจนเส้นเลือดปูด เขาขยับกายแนบชิดแล้วเร่งจังเข้าออกถี่ๆพร้อมกอดรัดตัวเธอไม่ให้ห่าง



"อาาา ที่รัก พี่...พี่จะ ซี้ดด จะเสร็จแล้ว"



"พี่คิ...คิณ อ๊าย" ร่างกายแทบแตกออกเป็นเสี่ยงๆคล้ายว่าปลายสวรรค์อยู่ตรงหน้า "อ๊ะๆ อ๊าาา กรี๊ดดด"


"อูวว ซี๊ดดด"



ปลายฝั่งฝันมาถึงก็ปลดปล่อยออกมาจนหมดสิ้น ภาคิณจูบซ้ำเหงื่อเม็ดโตบนใบหน้าของงาณิริณแล้วลูบปอยผมออกไปด้านข้างทั้งที่ช่วงล่างยังคงคาไว้อยู่แบบนั้น ปากหยักหยัดยิ้มให้คนที่เหนื่อยหอบอยู่ในอ้อมแขน เขาไม่พูดอะไรมากมายก็โอบอุ้มร่างอรชรกลับเข้ามายังในห้องด้วยสภาพเปลือยเปล่า วางเธอลงบนเตียงนุ่มได้ก็ดึงชุดบนตัวเธอออกเผยผิวขาวนวลทั้งตัว



วาณิริณดันตัวขึ้นเล็กน้อยพร้อมๆกับที่เขาขึ้นมาคร่อมเหนือร่างกาย ริมฝีปากอิ่มเผยอรับรสจูบของเขาอีกครั้งก่อนที่ทำนองแห่งรักจะเริ่มบรรเลงขึ้นอีกครั้ง เกือบทั้งคืนที่ภาคิณใช้แรงกายของเธอจนถึงขีดสุด กว่าเขาจะหยุดก็ต้องให้เธอเพลียหลับไปเสียก่อนทุกครั้งไป ความสุขเอ่อล้นจนกักเก็บเอาไว้ไม่ได้...ชายหนุ่มจัดแจงทำความสะอาดให้เธอแล้วจัดท่านอนห่มผ้าให้เสร็จสรรพ เขาสอดตัวเข้าสวมกอดเรือนร่างเย้ายวนใต้ผ้าห่มด้วยความรักใคร่ ตาคมค่อยๆปิดลงหลับตามไปพร้อมกับรอยยิ้มแสนอบอุ่น



วันต่อมา...ยามสายที่แสงแดดสาดส่องเข้ามาในห้อง


ภาคิณค่อยๆขยับร่างกายเพื่อไม่ให้คนให้อ้อมแขนรู้สึกตัว จุมพิตที่หน้าผากมนของเธอก่อนจะลุกออกจากเตียงนอนแล้วไปอาบน้ำแต่งตัวจนเสร็จเรียบร้อย ไม่นานนักก็มีข้อความส่งเข้ามายังโทรศัพท์ของเขา เมื่อเปิดอ่านก็ถอนหายใจเบาๆแล้วตัดดสินใจโทรหาพี่ชายทันที



ล็อบบี้ของโรงแรม...



"สรุป...เราต้องทำจริงๆใช่ไหมวะ?" ภากรเองก็หนักใจอยู่ไม่น้อย เพราะภูชิตเองก็เคยเลี้ยงดูเขาและน้องชายมาแถมยังเป็นน้องที่ผู้เป็นพ่อรักมากด้วย "หนักใจว่ะ"



"ผมก็เหมือนกัน แต่ทำยังไงได้ก็ในเมื่อวิวัฒน์มันซัดทอดแล้วถึงจะยังไม่ถึงตัวการใหญ่ก็เถอะแล้วไหนจะหลักบานที่พี่กรส่งให้ตำรวจอีก ไม่รอด!" สารวัตรเจ้าของคดีคนใหม่ส่งข้อความคำให้การของผู้ต้องหามาให้ ทั้งพยานและหลักฐานทั้งหมดพร้อมแล้วที่จะพาภูชิตเข้าคุก "ขึ้นอยู่กับเวรกรรมของใครของมันแล้วล่ะ"



"เออ...อีกเรื่องที่ฉันจะถามแก จะปล่อยชลธิชาเอาไว้แบบนี้หรอวะ? ฉันรู้ว่าแกสงสารแม่ยัยนั่นนะเว้ยแต่ว่า..."



ภาคิณยกยิ้มจนพี่ชายของเขาเดาความคิดไม่ถูก "แล้วพี่กรคิดว่าผมเก็บยัยนั่นไว้เพื่ออะไรล่ะ ถ้ายังไม่ได้ตัวการที่บงการทุกคนแบบนี้" ได้รู้เหตุผลก็เข้าใจทันที ตอนนี้ทุกอย่างเตรียมพร้อมหมดแล้วก็เหลือเพียงแต่ลงมือจัดการขั้นเด็ดขาดเท่านั้น ภากรนั่งใช้สายตากวาดมองไปรอบๆคล้ายกับมองหาใครสักคน มีหรือที่น้องชายของเขาจะไม่รู้ "ตาจะเหล่อยู่แล้ว ก่อนมาเห็นอยู่กับกลุ่มเพื่อนที่ริมสระน้ำ"



"แล้วแกทำไมเพิ่งมาบอกวะไอ้คิณ แล้วยัยนั่นใส่ชุดอะไร?"



"ก็ชุดว่ายน้ำไง! อ้าวพี่กร!!" ตะโกนเรียกก็ไม่ทันแล้ว ภากรรีบลุกออกไปจากล็อบบี้มุ่งหน้าไปทางสระว่ายน้ำของโรงแรม ภาคิณหัวเราะออกมาเล็กน้อย "แค่จะบอกว่า ล้อเล่น!" มองดูอาการของพี่ชายก็ส่ายหัวไปมาแล้วกลับขึ้นห้องพักไป



ด้านภากรเดินดุ่มๆไปยังบริเวณสระว่ายน้ำ สายตาสอดส่องมองหาเป้าหมายด้วยใจร้อนรน "ไหนวะ!!?" ด้านซ้ายก็ไม่มี ด้านขวาก็ไม่มี...จะแอบไปทำอะไรกันที่ไหนหรือเปล่า ยิ่งคิดภากรก็ยิ่งหงุดหงิดเสียเหลือเกิน



"หาฉันหรอ?" เสียงใสๆทำให้คนใจร้อนสะดุ้งเล็กน้อย วาณิชาในชุดเดรสสีขาวดูสบายตาในมือถือกล้องถ่ายรูปขนาดเล็กเดินเข้ามาถามด้วยสีหน้าเรียบเฉย "แก่แล้วหูตึงหรือไง?"



"ก็...ใช่ แล้วไปไหนมาล่ะ? พายุเข้าเธอไม่เห็นหรอ ออกไปโดนคลื่นโดนลมหาไม่เจอจะทำยังไง?" พูดกลบเกลื่อนเพราะรู้แล้วว่าโดนน้องชายหลอกเข้าเต็มๆ ภากรหยิบกระเป๋าสตางค์เจ้าปัญหาที่เขาทำมันเลอะเทอะเมื่อวานส่งให้เธอ เห็นที่เขาพยายามก็คล้ายว่าจะใจอ่อนแต่สำหรับวาณิชาแล้วแค่นี้ยังไม่สาแก่ใจเท่าไหร่จึงทำเป็นนิ่งเสีย "ซักให้แล้วครับคุณหนู ดีกันนะ น้าาา" ไม่เคยคิดว่าจะต้องมาง้อผู้หญิงมาก่อนเลย ยิ่งผู้หญิงคนนั้นคือยัยตัวแสบที่เจอหน้ากันทีไรต้องมีเรื่องกันแทบทุกครั้งไป



วาณิชารับมาตรวจดู สีหน้านั้นพยายามกลั้นยิ้มไม่ให้อีกฝ่ายได้เห็น "ขอบใจ คราวหลังก็ช่วยถามก่อนก็แล้วกัน"



ร่างเล็กกำลังจะหันหลังเดินออกไปแต่ก็ถูกอีกคนดึงไปนั่งที่เก้าอี้ริมสระ กำลังจะอ้าปากว่าด้วยความตกใจ...ภากรใช้นิ้วชี้แตะที่ริมฝีปากบางจนเธอใบหน้าเห่อร้อนและแดงขึ้นนิดๆ "คุยกันดีๆสักครั้งได้ไหม?"



"ก็ได้ แต่นายห้ามแกล้งฉัน ห้ามดุ ห้ามว่า ห้ามเป็นสโตรคเกอร์แล้วก็ห้าม...."



"ห้ามาอีกสิ เยอะๆเลยแต่ฉันไม่ทำตามหรอกนะ" ใบหน้าหล่อเผยยิ้มเจ้าเล่ห์ "ห้ามกี่คำฉันก็จูบเธอตามนั้นแหละ เอาสิ!! แต่เธอต้องห้ามไปกับไอ้เพื่อนผู้ชายนั่นโดยที่ไม่มีฉันเด็ดขาด นี่คือคำสั่งของผู้ปกครอง...โอเค้"



สาวน้อยเมินหน้าไปอีกทางแสร้งทำไม่สนใจ ทั้งๆที่ข้างในนั้นอยู่ไม่เป็นสุข จะดีใจหรือยังไงก็บอกไม่ถูกแต่ที่รู้ๆตอนนี้เธอไม่ชอบให้คนที่อ้างว่าเป็นผู้ปกครองของเธอไปใกล้ชิดหญิงอื่น "เพื่อนก็คือเพื่อนไม่ได้มีอะไรในกอไผ่ ก็...เชื่อฟังผู้ปกครองอยู่แล้ว ถ้า...ผู้ปกครองไม่ไปหาเด็กใหม่ซะก่อน"



ชายหนุ่มหลุดหัวเราะออกมากับทีท่าที่พยายามไม่แสดงของเธอ ซึ่งมันไม่ต่างจากเขาก่อนหน้านี้เสียเท่าไหร่เลย ตอนนี้ภากรรู้แล้วว่าทุกสิ่งทุกอย่างที่เป็นอยู่มันเกิดขึ้นจากอะไร และวิธีแก้ปัญหานั้นก็ไม่ได้ยากเย็นอะไรเลยสักนิด แต่ว่าสำหรับทั้งสองคนแล้ว...การดำเนินไปอย่างราบรื่นนั้นคงไม่มีวันเกิดขึ้นเป็นแน่



"คุณภากรขาา" พูดยังไม่ทันขาดคำก็มีโจทย์มาแล้ว นิดหน่อยและเพื่อสาวฝ่ายการตลาดอีกสองคนเดินเข้ามา "นิดหน่อยมัดสายนี้ไม่ได้ค่ะ คุณภากรช่วยมัดให้หน่อยได้ไหมคะ?"



"อ่ะๆ ได้สิ!" วาณิชาถลึงตาใส่มองสลับสองคนนั้นไปมา นิดหน่อยเบ้ปากใส่เธอก่อนจะค่อยๆนั่งลงบนขอบสระเพื่อให้ภากรมัดสายชุดว่ายน้ำให้เธอ เมื่อเสร็จแล้วเขาก็ผละออกมาหาสาวน้อยที่ทำหน้าบึ้ง



นิดหน่อยเองก็ใช่ว่าจะยอมเสียที่ไหน "โอ๊ะ!! มันหลวมน่ะค่ะคุณภากร รบกวนอีกรอบได้ไหมคะ? ว้ายยย"



"ณิชาช่วยเองดีกว่า" ฟืดด วาณิชากระฟัดกระเฟียดเบียดภากรเข้ามาแล้วจับสายชุกว่ายน้ำของนิดหน่อยเอาไว้แล้วดึงขึ้นสุดแรง เสียงกรีดร้องดังลั่นทั่วสระและไม่มีวี่แววว่ายัยตัวแสบจะยอมหยุดเลยแม้แต่น้อย ชุดทูพีทของนิดหน่อยถูกมัดเป็นเงื่อนตายหลายปมยากที่จะคลายออก "แน่นแบบนี้แล้วหวังว่าคงจะไม่หลุดอีก นะคะ!!" แค่นเสียงกระแทกกระทั้นใส่บ่งบอกอารมณ์ของเธอ 


ผลั่ก!!


กรี๊ดดด



ยัยตัวแสบที่เกิดอาการหมั่นไส้เต็มทีก็ผลักร่างนิดหน่อยลงไปในสระน้ำกว้างโดยที่อีกคนไม่ทันตั้งตัว ภากรขมวดคิ้วเล็กน้อยกำลังจะอบรมยัยตัวแสบที่ทำกิริยาไม่น่ารักเช่นนี้ "ทำบ้าอะไรของเธอเนี่ยหะ!? ถ้าจมน้ำขึ้นมาจะทำยังไง?"



 แต่ทว่า... "สตอแบบนี้ยังดูไม่ออกอีกหรอ? อยากช่วยก็ลงตามไปเลยไป้!!"



"เฮ้ย !!"



ตู้มมมมม



เท้าเล็กยกถีบร่างสูงลงไปในสระอีกคนจากนั้นก็เก็บข้าวของเดินกระแทกเท้าเข้าไปยังโรงแรมทันที ใบหน้าสวยตอนนี้บูดบึ้งไม่รับแขกที่ไหนทั้งสิ้น ระหว่างทางเดินก็พูดพึมพำกับตัวเองเบาๆ "มาง้อสิ! มาง้ออีกสิ!!!" คล้ายจะมีคนเดินตามมาแต่พอหันหลังไปก็ไม่มีใครเลยสักคน "ถ้าก่อนบ่ายสามยังเห็นอยู่กับยัยนั่นล่ะก็ น่าดู!!! โอ้ยยย หงุดหงิดเว้ย...ไอ้ภากรบ้า! ไอ้คนบ้า!!! แล้วมาห้ามนั่นห้ามนี่แต่ทีตัวเองไปม่อสาวอยู่ได้ โดนอ่อยนิดหน่อยก็อ่อนระทวยซะงั้น ไอ้เฒ่าลามก!!!!"



ทั้งโกรธและไม่พอใจเป็นอย่างมาก วาณิชาเปลี่ยนใจไม่กลับเข้าห้องพักแต่ไปเดินเตะทรายบนพื้นทะเลที่ตื้นเหนือข้อเท้ามาเล็กน้อยเพื่อระบายอารมณ์อยู่ที่ริมชายหาดท่ามกลางลมพายุที่กำลังก่อตัวเตรียมพร้อมพัดเข้าฝั่งอย่างเต็มที่ เพราะโมโหจนไม่ทันได้ยังคิด....พายุพัดกระหน่ำและคลื่นลมที่สูงขึ้นกลืนกินร่างของเธอเข้าไป ทุกสิ่งทุกอย่างเกิดขึ้นรวดเร็วจนตั้วตัวไม่ติด ไม่มีใครได้ยินเสียงร้องของสาวน้อยท่ามกลางพายุฝน ในช่วงจังหวะที่กำลังตกใจและสติกำลังจะหายไป...คล้ายกับมีใครคนหนึ่งดึงรั้งตัวเธอขึ้นฝั่งมาได้ แววตาพร่ามัวมองเห็นเพียงเลือนลางก็หมดสติไป




#######



​คลืน~ คลืน~


วาณิชาตื่นขึ้นมาในกระท่อมหลังหนึ่งซึ่งบนตัวนั้นเป็นชุดเสื้อคอกระเช้าสีฟ้าและผ้าถุง...เธอจำได้ว่าก่อนหน้านั้นกำลังหงุดหงิดมากๆเดินเตะทรายเตะน้ำทะเลอยู่ท่ามกลางสายลมที่พัดแรงก่อนจะเสียหลักล้มลง หลังจากนั้นก็มีคลื่นสูงประมาณหนึ่งเมตรซัดเข้าหาตัวหลายครั้งจนสำลักและร่างกายก็ไหลไปตามคลื่นทะเล



"ไม่น่าเลยเรา!"



ไม่นานก็มีหญิงชราเดินเข้ามาพร้อมกับพร้อมกับถาดอาหารก่อนจะยื่นหน้าออกไปทางประตู "ไอ้หนุ่ม! เมียเอ็งตื่นแล้ว"



"ผัว!?" แบบนี้ยิ่งทำให้ประหลาดใจ "ป้า ป้าคะ! หนูมาอยู่ตรงนี้ได้ยังไงคะ?"



หญิงสูงอายุวางของทุกอย่างไว้ข้างๆตัวเธอ "ก็ลุงกับป้ากำลังจะไปเก็บเรือเพราะพายุมันเข้า ก็เห็นผัวเอ็งกำลังไปดึงเอ็งขึ้นมาก็เลยเข้าไปช่วยพาขึ้นฝั่ง คลื่นลมมันน่ากลัวนะอีหนูเอ้ย! ไม่ดูพยากรณ์อากาศมาหรือไง? เห็นตื้นๆแค่นี้ก็ตายกันมาเยอะแล้ว"



"อ่า...ค่ะ เล่นเพลินไปหน่อยเลยไม่ได้ดู ขอบคุณนะคะ" กล่าวขอบคุณด้วยรอยยิ้ม "แล้ว...?"



"อ้อ! ผัวเอ็งมานั่นแล้ว" สาสน้อยมองไปตามมือของหญิงแก่ตรงหน้า ภากรในสภาพเปียกปอนเพราะไปช่วยสามีของป้าเก็บเรือเข้าฝั่งเดินเข้ามายังกระท่อมด้วยการหนาวสั่น "เอ็งสองคนอยู่ที่นี่กันไปก่อนก็แล้วกันนะ พรุ่งนี้ค่อยกลับไป...เดินเลาะริมหาดนี่ก็ไปถึงโรงแรมนั่นแล้ว ป้ากับลุงอยู่บ้านข้างๆนี่ มีอะไรก็ไปหาได้นะ"



"ขอบคุณครับป้า ขอรบกวนวันนึงนะครับ" ภากรกล่าวด้วยความสุภาพ



"เออๆ ช่วยกันๆ ไอ้หนุ่มเอ้ย...เสื้อผ้าอยู่ในกล่องนี่นะเลือกใส่เอา ทำอะไรก็เบาๆหน่อยนะ กระท่อมมันไม่ค่อยแข็งแรง" หญิงชราหัวเราะก่อนจะเดินจากไป



ภากรถอดชุดที่เปียกออกต่อหน้าคนที่นั่งอยู่บนฟูก วาณิชาหันหน้าหนีไปอีกทางทำให้คนตัวสูงยิ้มเจ้าเล่ห์ก่อนจะหยิบผ้าขาวม้าปิดคลุมช่วงล่างเอาไว้ ภากรนั่งลงข้างๆแล้วยื่นหน้าเข้าไปใกล้ๆ



มื้อเย็นของป้าเจ้าของกระท่อมนั้นค่อนข้างเรียบง่าย เป็นข้าวสวยร้อนๆ ผักต้ม น้ำพริกและปลาทูทอด หลังจากกินอิ่มเรียบร้อยแล้วบรรยากาศข้างในกระท่อมจึงเงียบลง



"เด็กขี้งอนที่ไหนนะเกือบตายน้ำตื้น ช่วยมาได้ไม่มีขอบคุณสักคำ"ภากรพูดคล้ายคนน้อยใจ



"ขอบใจ!!" พูดโดยไม่ได้หันไปมองเขา "ได้ยินแล้วก็ถอยไปห่างๆสิ แล้วไปบอกคนอื่นทำไมหะว่าฉันเป็นเมียนาย"



"ไม่ถอย ผู้หญิงที่ไหนก็อยากเป็นเมียฉันทั้งนั้นแหละ" เท่านั้นไม่พอ...เขารวบตัวเธอเข้ามากอดโดยที่อีกฝ่ายก็ไม่ยอมเช่นกัน "เป็นอะไร? ไหนบอกหมอมาสิ"



"ชิ~ ใครอยากแต่ฉันไม่อยาก แล้วอีกอย่านะที่ห้ามคนอื่นอย่างนั้นอย่างนี้ แต่ตัวเองโดนอ่อยเข้าหน่อยงูบนหัวก็ชูคอเลยเชียว" น้ำเสียงเต็มไปด้วยความอัดอั้นอยู่ข้าใน "ไม่รู้หรือไงว่าฉันหว..ง เอ่อ...ฉันไม่ชอบยัยนั่น"



"หึ" พรึบ! ภากรดันยัยตัวแสบของเขานอนลงบนฟูกขนาดเล็กโดยที่ตัวเองตะแคงอยู่ข้างๆ "หึงพี่ก็บอกมาดีๆสิตัวเล็ก เขาแค่มาขอความช่วยเหลือก็ต้องช่วยสิ มามะ! มาให้พี่กรปลอบหน่อย ฟอด!! สงสัยจะขวัญเสียหนักมาก"



วาณิชาพยายามบ่ายเบี่ยงแต่กายแกร่งนั้นเบียดตัวเธอแน่นแถมยังกอดรัดจนอึดอัด แก้มนิ่มถูกจู่โจมทั้งซ้ายขวาจนตัวอ่อนไปหมด "หยุด หยุดนะ!! ไม่หยุดฉัน...ฉันตบจริงๆนะ"



"โอ้ะ! กลัวจังเลย...ตบสิจ๊ะเบบี๋ ตบให้ตายยังไงก็หนีพี่ไม่พ้นหรอกและถ้ายังพูดจาห้วนๆแบบนี้แบบนี้อีก หึๆ คืนนี้ไม่รับรองนะว่าพรหมจรรย์จะขาดหรือเปล่า?" กระซิบเสียงพร่าข้างใบหูเธอ มือหนาลูบไล้ไปตามผิวเนียนที่ตอนนี้เย็นเฉียบเพราะอากาศข้างนอกค่อนข้างเย็น "แบบนี้ในละครไทยเขาทำอะไรกันนะถ้าผู้หญิงกับผู้ชายมาอยู่กันตามลำพังในกระท่อม...แถมข้างนอกฝนยังตกหนักแบบนี้ด้วย"



"เขา เขา...ไม่มีใครคิดอุบาทว์แบบนั้นหรอก"



เปรี้ยง !!!



กรี๊ดดด !!


สายฟ้าฟาดสว่างไปทั่วท้องฟ้า วาณิชาตกใจหันหน้าเข้ากอดภากรอย่างหวาดผวา ร่างเล็กตัวสั่นจนอีกคนสงสาร...ภากรยกมือลูบผมของเธอเพื่อปลอบให้หายกลัว ผู้หญิงยังไงก็เป็นผู้หญิงอยู่วันยังค่ำ



ด้านนอกพายุฝนพัดโหมกระหน่ำมีไม่ทีท่าว่าจะหยุดลง ป่านนี้คนอื่นๆคงจะตามหากันให้วุ่นเป็นแน่...พรุ่งนี้คงต้องอธิบายเรื่องนี้ให้พวกผู้ใหญ่ฟังกันอีกยาว



"ภากร เอ่อ...พี่กร! ณิชาหนาว" เธอบอกในขณะที่ใบหน้ายังซบอยู่ที่แผงอกแกร่ง



ภากรลุกขึ้นไปหยิบผ้าห่มผืนบางหวังจะมาให้เธอใช้คลายหนาวในขณะที่วาณิชาพยุงตัวเองขึ้นนั่งตาม แต่สายตาเจ้ากรรมดันหันมาเห็นเนินอกขาวเพราะเสื้อคอกระเช้าที่เธอสวมอยู่นั้นคอกว้างจนเห็นบางส่วน ยืนนิ่งอยู่นานจนเธอเริ่มสงสัยและสำรวจตัวเองก็รู้ว่าเป็นเพราะอะไร



"ห้ามมองนะ!"



"แล้วจะให้มองไปที่ไหนล่ะ" กลับมาที่เดิมแล้วล้มตัวนอนลง "จะอดทนเท่าที่จะทำได้ก็แล้วกัน" พยายามท่องไว้ในใจว่ายัยตัวแสบตอนนี้ยังเป็นเด็กฝึกงานของเขา แม้ว่าตัวเองอยากจะทุ่มทั้งแรงหายเข้าหาเสียเต็มประดา ยิ่งมาอยู่ในบรรยากาศแบบนี้และสภาพร่างกายแบบนี้ด้วยแล้วก็ไม่รู้ว่าจะอดทนได้นานแค่ไหนกัน



สองหนุ่มสาวต่างนอนหันหลังให้กันท่ามกลางแสงไฟสลัวจากตะเกียงที่คอยให้ความสว่างเท่านั้น ต่างคนต่างยังนอนไม่หลับ...ผ่านไปหลายชั่วโมงแล้วฝนก็ยังไม่หยุดตกเสียที



"ถ้า...ถ้าหนาวก็แบ่งกันห่มได้นะ"



"ไม่เป็นไรหรอก ฮัดชิ้ว!!" เสียงจามของเขาทำให้เธอหลุดขำออกมา "ตลกนักหรือไงหะ? เป็นแบบนี้เพราะใครกันล่ะ ยัยตัวแสบเอ้ย" ร่างสูงดีดตัวขึ้นหันไปทางคนตัวเล็กที่อยู่ข้างหลัง



วาณิชาเองก็พลิกตัวหันหน้ามาหาเขาเช่นกัน "สมน้ำหน้า ใครใช้ให้ทำฉัน...ณิชาโกรธก่อนล่ะ เสื้อผ้าก็ไม่ยอมใส่แล้วไอ้ผ้าขาวม้าเนี่ยจะไปช่วยอะไรได้ สมควรแล้ว!!"



ก้มมองร่างกายตัวเองก็ลืมไปเสียสนิท "พี่ทนได้ เอ...หรือว่าเบบี๋อยากกอดพี่รึเปล่านะ?"



"บ้า! ใครจะอยากกอดด้วยล่ะ อื้ออ ปล่อยนะ...ฉวยโอกาสจริงๆเลย"



แววตาเจ้าเล่ห์มองคนตัวเล็กที่เขาดึงร่างบอบบางเข้ามาหา "นานๆทีณิชาจะทำตัวน่ารักแบบนี้นี่นะ อีกอย่างตอนนี้ก็ไม่มีสายตาผู้ใหญ่มากดดันด้วย หื้ม! มือนิ่มดีจัง"



"เหอะ! ตอนโดนตบยังนิ่มอยู่ไหมล่ะ?"



"แหะๆ ไม่เลยจ้ะ เจ็บมาก...จำได้ว่าตอนนั้นปากแตก" นึกไปนึกมา...ตลอดเวลาที่ได้อยู่ด้วยกะนมีแต่ภากรที่เจ็บตัวตลอดและตอนนี้ก็เข้าใจแล้วว่าเพราะอะไรถึงยอมทน ยิ่งตอนที่เห็นเธอกำลังไหลลงทะเลไปหัวใจก็กระตุกวูบและคิดว่าจะพาขึ้นมาไม่ได้เสียแล้ว ถ้าไม่มีลุงกับป้าเจ้าของกระท่อมนี่ช่วยไว้ก็คงจะตายไปทั้งคู่ "อุ่นขึ้นหรือยัง?"



"อืม"



"เพราะๆหน่อยสิ"



เสียงจิปากดังขึ้นเบาๆ "ค่ะ!" เงยหน้ามองเขา "ป่านนี้ทุกคนคงตามหากันแย่แล้ว"



ภากรยิ้ม "ฝนหยุดเดี๋ยวก็ได้กลับแล้ว นอนซะเดี๋ยวป่วยขึ้นมาจริงๆ พรุ่งนี้จะแย่เอา"



เขารู้ว่าพรุ่งนี้เป็นวันอะไร ก็ไม่อยากให้เธอต้องมาป่วยในวันสำคัญหรอก...ด้วยความอ่อนเพลียกับเสียงสายฝนช่วยกล่อมทำให้ยัยตัวแสบหลับสนิท ภากรเองก็ไม่ยอมคลายกอดออกจากตัวเธอและก็ไม่รู้ว่าเขาจะอดทนไปได้นานแค่ไหนกัน



______100%______


จับเมียกินได้ทุกที่

อีกคู่ก็เดี๋ยวดีเดี๋ยวร้าย ฮ่าๆ

เจอกันตอนต่อไปจ้า

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น