by.. ฟาง

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

5/ แสงสว่างในความมืดมิด (แก้คำผิด)

ชื่อตอน : 5/ แสงสว่างในความมืดมิด (แก้คำผิด)

คำค้น : ตอนที่ 5

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 44.7k

ความคิดเห็น : 157

ปรับปรุงล่าสุด : 10 ส.ค. 2560 08:30 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 300
× 0
× 0
แชร์ :
5/ แสงสว่างในความมืดมิด (แก้คำผิด)
แบบอักษร

ปอP...

ผมยังอึ้ง มึน งง กับคำสารภาพของไอ้เบียร์ไม่หาย มันบอกว่าเรื่องตอนป.หกนั่นเป็นเพราะมันเขินอายที่จะยอมรับกับคนอื่นว่ากำลังชอบผมอยู่ คือชอบยังไงวะผมจำได้ว่าผมต้องทำการบ้านทำเวรห้องแทนมันและก็เป็นผมที่เอาขนมมาให้มันบ่อยๆ​ แบบนี้ก็เรียกว่ามันชอบผมได้เหรองงเลยสิครับ มันปฏิบัติกับคนที่ชอบแปลกๆเน๊อะ แล้วเวลาสี่ห้าปีที่ผมสูญเสียมิตรภาพของเพื่อนไปล่ะ ไหนจะระแวงกับการรับใครสักคนมาเป็นเพื่อนสนิทกลัวที่จะไว้วางใจใครในฐานะเพื่อนนั่นอีก สิ่งเหล่านี้กับเวลาที่เสียไปผมจะเรียกร้องคืนจากใครได้ครับ

​"ไอ้ปอมึงเป็นอะไรวะ กูเห็นทำหน้านิ่วคิ้วขมวดตั้งแต่เมื่อเช้าละ อึ๊ไม่ออกรึไง" ผมเงยหน้ามองไอ้คิทตาละห้อย ไอ้คิทเพื่อนที่พยายามเข้าหาผมด้วยความจริงใจ เพื่อนที่อดทนกับความงี่เง่าของผม เพื่อนที่อยู่ข้างผมในวันที่ถูกสายตาคนรอบข้างมองมาด้วยความเคลือบแคลงสงสัย ผมอยากขอโทษมันเป็นพันๆหมื่นๆครั้ง ที่ความขี้ขลาดของตัวเองทำให้ไม่สามารถรับมันมาเป็นเพื่อนรักได้อย่างสนิทใจ

"เอ่อปอนี่กูเองนะ ไอ้คิทไง กูไอ้คิทเพื่อนมึงน่ะ อย่ามองกูด้วยสายตาแบบนี้สิวะกูเสียวขนตูด" เพล้ง! หมดกันกับความซาบซึ้งที่ผมกำลังพรรณนาถึงมันอยู่ในใจ แตกสลายไปกับคำว่าเสียวขนตูด!


ผมอยากตะโกนใส่หน้าไอ้แก่ดังๆว่ามาอีกทำไมวะพี่ สามสี่วันที่ไม่เห็นหน้ามันทำให้ผมโล่งใจสบายใจขึ้นตั้งเยอะ ถึงแม้จะระแวงทุกครั้งตอนเห็นมันขับรถมาส่งพี่เปาก็เถอะ แต่แล้ววันนี้ลุงเลิศก็เปรียบเสมือนเทวดาพ่อพระคนที่สองรองจากหลวงพ่อ ดูเหมือนลุงเลิศจะทันเกมส์ว่าไอ้แก่มันต้องมาแกล้งอะไรผมอีกแน่ๆถึงกันให้ผมออกห่างจากคนจิตวิปลาสอย่างมันก่อนที่จะมีเรื่องมีราวกันอีก ผมแทบจะแลบลิ้นปลิ้นตาใส่มันทันทีที่ลุงเลิศเอ่ยปากอนุญาตให้ผมกลับไปพักที่ห้องก่อน

"ล้าๆๆๆ ไอ้แก่มันเงิบๆๆๆๆ โอ้ยมีความสุขจังเลยเว้ย หลวงพ่อครับวันนี้ปอมีเรื่องดีๆจะเล่าให้ฟังด้วยแหละนี่สดๆร้อนๆเลยนะ ก็ไอ้แก่คนที่ปอเคยเล่าให้หลวงพ่อฟังอ่ะ เมื่อกี้มันกะจะมาแกล้งปออีกแน่ๆแต่ลุงเลิศผู้แสนฉลาดดังขงเบ้งก็จับไต๋มันทัน และกันเด็กตาดำๆตัวเล็กๆอย่างปอไม่ให้โดนจอมมารอย่างไอ้แก่รังแกอีก หน้ามันเงิบเลยตลกอ่ะ" 

ภายในห้องเช่าแคบๆผมนั่งพร่ำเพ้ออยู่กับรูปหลวงพ่อคนเดียว ถามว่าเหงาไหมที่ต้องอยู่คนเดียวอย่างนี้ตามลำพัง ถ้าตอบว่าไม่เหงาเลยก็คงเป็นการโกหก แต่การอยู่คนเดียวมันก็ไม่ได้เลวร้ายอะไรมากนัก อย่างน้อยการอยู่คนเดียวมันก็ทำให้เราคิดอะไรอย่างสงบๆได้มากมาย อีกอย่างการอยู่คนเดียวมันก็ทำให้เราไม่ต้องเหนื่อยที่จะต้องดูแลเทคแคร์เอาใจคนอื่น ถึงแม้ว่าลึกๆแล้วมันจะเงียบเหงา อ้างว้าง และโดดเดี่ยวก็เถอะ

ปังๆๆ ผมกำลังเคลิ้มหลับก็ต้องผวาสะดุ้งสุดตัวกับเสียงตบประตูห้องปังๆดังขึ้นอย่างไม่เกรงอกเกรงใจใครเลย 

ปังๆๆ "จะตี2อยู่แล้วใครวะเนี่ย เฮ้ยไอ้แก่มาได้ไงวะ!" ต้องโทษความสะลืมสะลือบวกกับความรีบร้อนของตัวเอง ที่เปิดประตูห้องโดยไม่ยั้งคิดว่าผมไม่มีคนรู้จักสนิทมากพอจะมาเคาะเรียกกันยามวิกาลอย่างนี้

"เออกูเอง ง่วงชิบหายนอนด้วยดิ" ผมอ้าปากเหวออย่างงงๆอาการงัวเงียหายเป็นปลิดทิ้ง เมื่อเห็นคนที่มีอาการหน้ามึนหน้าด้านเดินโซซัดโซเซไปล้มตัวนอนบนฟูกแคบๆของตัวเอง

"เฮ้ยอะไรของไอ้พี่แก่วะ! ง่วงก็ไปนอนที่บ้านตัวเองนู่นดิมานอนห้องผมทำไมเนี่ย แล้วมาที่นี่ถูกได้ไงอ่ะพี่" ผมเดินไปยืนค้ำหัว มือเท้าสะเอวไล่ไอ้แก่มันตรงนั้นแหละ

"อืม โวยวายอะไรวะนอนเร็ว ดึกแล้วกูง่วง" หื้มม น่าด้านกว่านี้มีอีกไหม ไอ้แก่มันนอนหันหลังให้พร้อมกับเอาผ้าห่มผืนบางของผมมาคลุมหน้าตัวเอง จากนั้นไม่นานไอ้แก่มันก็กรนฟี้ๆหลับสบายใจให้ผมนั่งขบเขี้ยวเคี้ยวฟันอย่างหมั่นไส้ 

บทสรุปของคืนนั้นคือผมต้องลากเสื้อผ้าตัวเองที่พับอยู่มาเป็นหมอนเอาผ้าเช็ดตัวมาเป็นผ้าห่ม แล้วนอนชิดประตูห้องซึ่งอยู่คนละมุมกับฟูก พัดลมน่ะเหรอนู่นผมต้องถวายให้แขกไม่ได้รับเชิญใช้ไป เพราะลองหันพัดลมมาทางตัวเองแล้วแขกผู้มีเกียรติเขาเกิดอาการคำรามขู่ขึ้นทันที เฮ้อ ชีวิตใครจะอาภัพซวยแสนซวยอยู่เฉยๆความซวยก็มาเยือนแบบไอ้ปออีกไหมเนี่ย


ตี๊ดๆๆ "อืม หนวกหูเสียงไรวะ" ผมงัวเงียฟังเสียงบ่นพึมพำดังแข่งกับเสียงนาฬิกาปลุก มองไปทางฟูกแล้วอยากลงยันให้ไอ้แก่มันสักดอก ตกลงเรื่องเมื่อคืนเป็นความจริงเหรอ ฮึ่ย อุตส่าห์ปลอบใจตัวเองเกือบทั้งคืนว่าแค่ฝันไป

"ไอ้พี่แก่ ตื่นสิวะผมจะไปเรียนแล้วพี่" พอลุกไปอาบน้ำเปลี่ยนชุดนักเรียนเสร็จ ผมก็มานั่งเขย่าปลุกไอ้แก่ให้มันให้มันจรลีไปจากเคหะสถานของผมสักที แต่สิ่งที่ได้รับกลับมาคือมันครางฮือๆบ่นไม่พอใจแล้วหันหลังให้ผมนอนต่ออย่างหน้าด้านๆ

"โอ้ย! ตามใจพี่เลยละกันจะนอนถึงชาติหน้าก็แล้วแต่เหอะผมไปเรียนก่อนล่ะ ออกไปก็ล็อกห้องให้ผมด้วยนะ" ผมเขียนโน้ตแปะไว้ที่ประตูให้ไอ้แก่ล็อกห้องให้ด้วย แล้วรีบเดินไปโรงเรียนแข่งกับเวลา นี่ก็จะ8โมงเช้าอยู่แล้วเสียเวลาเพราะขี้เมาคนเดียวจริงๆ

"แกๆนั่นไงเด็กวัดที่เขาว่าขายตัวน่ะ เห็นวันก่อนมีคนถ่ายคลิปที่มันไปสร้างวีรกรรมในโรงอาหารด้วยนะ" ผมเดินผ่านเสียงนินทาของผู้คนจากหน้าโรงเรียนจนถึงห้องเรียน ตั้งแต่ที่โรงอาหารวันนั้นแทนที่ข่าวลือจะเริ่มซาลง แต่สองสามวันมานี้เรื่องกลับหนักขึ้นไปกว่าเดิมอีกจนผมชักอยากจะกระชากคอคนพวกนี้มาถามเหมือนกันว่าไปเอาข่าวลือชั่วๆมาจากไหน

"ปอไปกินข้าวกันปะ" ผมมองไอ้เบียร์อย่างอ่อนใจ ไอ้นี่ก็อีกคนจากตอนที่มันสารภาพว่าชอบผมเมื่อวาน มันก็ตามติดผมแจเลย

"ไอ้ปอเพื่อนเลิฟ แดกข้าวกันปะ" กำลังจะอ้าปากตอบไอ้เบียร์ ไอ้คิทก็กระโดดมาเกาะไหล่ผมจากทางด้านหลังซะก่อน ช่วงนี้รู้สึกว่าตัวเองจะเนื้อหอมขึ้นเยอะเลยนะ ทั้งไอ้คิท ไอ้เบียร์ ทั้งสายตาที่มองมาจากข่าวลือ ไหนจะแขกไม่ได้รับเชิญที่ผมยังมึนอยู่ว่าโผล่มาได้ไงอีกคน ป่านนี้จะตื่นรึยังวะนั่น

"ไอ้เตี้ยคิทมึงจะมาด้วยทำไมวะ"

"อ่าวไอ้โย่งเบียร์ กูมาโรงอาหารมึงจะให้กูมาวิ่งออกกำลังกายรึไง โรงอาหารเขาก็มากินข้าวกันดิโง่นะมึงอ่ะปลาหัดกินเยอะๆหน่อยจะได้ฉลาด" ผมเดินอยู่ตรงกลางมีไอ้โย่งเบียร์กับไอ้เตี้ยคิทเดินขนาบอยู่ซ้ายขวา ผมเรียกตามที่มัน2คนเรียกกันเองเลยนะ วันก่อนยังเห็นไอ้คิทชวนไปงานวันเกิดไอ้เบียร์อยู่หยกๆ ทำไมวันนี้ไม่กินเส้นกันแล้วก็ไม่รู้

"ไอ้ปอตกลงว่าไง นี่กูรอคำตอบจากมึงอยู่นะ อ่ะกูให้พันนึงเลย" หย่อนก้นยังไม่ทันอ้าปากกินข้าว ไอ้ชายเจ้าเก่าที่เคยถามซื้อตัวผมวันนี้มันก็มาอีกแล้ว แถมมีอัพราคาเพิ่มให้อีกห้าร้อยนะครับ

"ไอ้ชายมึงกินน้ำพริกครั้งสุดท้ายเมื่อไหร่" ผมจ้วงข้าวเข้าปากโดยไม่สนใจจะตอบคำถามของไอ้ชาย แต่หูก็ยังกางรอฟังว่าไอ้เบียร์มันจะพูดอะไรต่อ

"กูจำไม่ได้อ่ะ ทำไมวะ"

"งั้นกูแนะนำว่ามึงควรเก็บปากไว้กินน้ำพริกในมื้อต่อไปอย่างอร่อยๆดีกว่า เชื่อกูเหอะอย่าหาเรื่องปากแตกเลย" ไอ้เบียร์มันพูดด้วยน้ำเสียงที่นิ่งกว่าเดิม ผมค่อยๆเหลือบตามองด้านข้างของอดีตเพื่อนรักเพิ่งจะเคยเห็นไอ้เบียร์มันทำหน้าดุแฮะ ดุขนาดไหนคิดดูสิครับไอ้ชายมันรีบเดินกลับไปที่โต๊ะโดยไม่อ้าปากเห่าอะไรตอบกลับมาสักคำ 

จากนั้นเราสามคนก็นั่งกินข้าวกันเงียบๆ ถามว่าผมหวั่นไหวไหมกับการกระทำของไอ้เบียร์ถ้าตอบว่าไม่หวั่นไหวเลยก็แปลก กับสถานการณ์ที่กำลังเผชิญความเลวร้ายอยู่ แล้วมีคนคนหนึ่งก้าวมาปกป้องเราเป็นใครก็หวั่นไหวครับ แต่ที่ผมบอกว่าหวั่นไหวนั่นหมายถึงในฐานะเพื่อนนะ ก็เหมือนกับวันก่อนที่ผมรู้สึกหวั่นไหวไปกับไอ้คิท แต่ในฐานะอื่นนอกเหนือจากนั้นมันไม่ได้อยู่ในความคิดผมเลย ไอ้เบียร์ยังไม่ใช่คนคนนั้น คนที่ผมไม่ได้แค่รู้สึกหวั่นไหวคนที่ผมหวังจะขออาศัยร่มเงาพักพิงให้หายจากชีวิตที่แสนเหนื่อยแสนวุ่นวายแบบนี้ คนที่ทำให้ผมสัมผัสได้ว่าเขาคือความจริงคือครอบครัวเพียงหนึ่งในโลกที่ผมมี ใครคนนั้นมันจะมีอยู่จริงๆไหม?

สำหรับไอ้เบียร์ผมคิดเสมอว่าฐานะต่างๆในโลกนี้มันมีความสุขมีความยั่งยืนแตกต่างกันไป แต่ไม่ว่าจะฐานะไหนก็ไม่สบายใจเท่ากับฐานะเพื่อนหรอกมิตรภาพของความเป็นเพื่อนน่ะยั่งยืนที่สุดแล้ว ถึงผมจะมีเพื่อนไม่เยอะก็จริงแต่ก็ไม่ดิ้นรนที่จะขวนขวายและถ้าผมจะมีเพื่อนตามคุณภาพ เบียร์กับคิทผมว่าเป็นเพื่อนที่มีคุณภาพที่สุดสำหรับผมแล้ว


"เปามึงไม่ต้องเสียใจไม่ต้องคิดมากไปหรอกเรื่องที่ถูกไอ้ปอเด็กวัดขายตัวแย่งแฟนน่ะ ยังไงพี่โปรดเขาก็ไม่ตาบอดหรอก เชื่อกูสิกูว่าพี่เขาแยกแยะได้ว่าอะไรคือเพชรอะไรคือพลอย ตอนนี้พี่เขาอาจเห่อของเล่นใหม่อีกหน่อยก็เบื่อไปเองแหละ ไอ้เด็กวัดนั่นมันไม่เห็นมีอะไรดีพอจะสู้มึงได้เลยก็แค่เด็กขายตัวคนนึง แล้วตกลงมันขายตัวให้พี่โปรดกับคนอื่นจริงๆไหม"

"กูได้ยินพี่โปรดบอกว่านอนกับน้องเขาแล้วให้เงินอ่ะ เพื่อนที่โรงเรียนอื่นก็บอกกูมาแบบนี้เหมือนกันว่าน้องเขาขายมานานแล้ว อีกอย่างพี่โปรดก็ดูท่าจะชอบเด็กนั่นจริงๆนะชัช ถ้าพี่โปรดชอบเด็กนั่นแล้วเลิกกับกู กูก็จะยอมถอยเองถือซะว่าพี่โปรดกับน้องปอทำบุญร่วมกันมา กูคงไม่ใช่คนที่พี่โปรดต้องการ เรื่องบนเตียงก็คงไม่ร้อนแรงพอจะมัดใจพี่เขาได้เท่าน้องปอ"

"เปามึงอย่าไปยอมมันสิวะแค่เด็กวัดคนหนึ่งมึงจะถอยออกมาทำไม มึงส่องกระจกดูซิมึงอ่ะมีดีกว่ามันตั้งเยอะ เรื่องไอ้เด็กวัดนั่นพวกกูจะช่วยกันจัดการเอง ตอนนี้มึงก็ปรับความเข้าใจกับพี่โปรดเถอะอ้อนพี่เขานิดๆหน่อยๆขี้คร้านจะรีบมาขอโทษขอโพย"

"ชัช ทีม พวกมึงไม่ต้องไปยุ่งอะไรกับน้องปอหรอก น้องเขาคงไม่ได้ตั้งใจแย่งแฟนกูจริงๆมั้ง คงจะรักพี่โปรดมากด้วยแหละถึงยอมเอาตัวเข้าแลกขนาดนั้น ทุกอย่างมันผิดที่กูเองพวกมึงไม่ต้องไปโทษน้องปอหรอก"

"เพราะมึงเป็นคนดีเอาแต่ยอมคนแบบนี้ไงไอ้เปามึงถึงถูกไอ้เด็กวัดนั่นแย่งผัว มึงจะยอมก็ยอมไปคนเดียวแต่พวกกูไม่ยอม ยังไงพวกกูจะเล่นไอ้เด็กขายตัวนั่นให้ถึงที่สุด"

"ไอ้ทีมพูดถูกนะเปา มึงอยู่เฉยๆเถอะถ้าข่าวที่ออกมายังทำอะไรหน้าด้านๆของไอ้เด็กนั่นไม่ได้ กูจะเล่นแรงกว่านี้อีกเอาให้มันไม่กล้ามาโรงเรียนเลย"

"เฮ้อถ้างั้นก็แล้วแต่พวกมึงละกัน ชัชเสร็จรึยังอ่ะออดแล้วไปเรียนเถอะ"

พอเสียงแห่งความกระจ่างทั้งหมดเดินห่างไป พวกผมสามคนก็ออกมาจากห้องน้ำพร้อมกัน เหตุผลที่ผมสามคนต้องอยู่ในห้องน้ำเดียวกันก็เพราะพวกเรากำลังล้างมือกันอยู่ แต่ชื่อของผมที่ดังใกล้เข้ามาพร้อมกับเสียงเดินทำให้ไอ้เบียร์ใช้แขนยาวๆของมันกวาดผมกับไอ้คิทเข้าไปสุมหัวในห้องน้ำ

"กูไม่คิดไม่ฝันจริงๆ พี่เปานายฟ้าของกูจะเป็นนายมารแบบนี้ โอ้ยกูอยากไปยืมห้องกระจายเสียงประกาศให้ได้ยินไปทั้งโรงเรียน ให้พวกนั้นได้รู้เช่นเห็นชาติสันดานของคนพวกนี้เว้ย!" ไอ้คิทแว้ดขึ้นมาเสียงหลง 

คำพูดทุกประโยคที่ผมได้ยินพวกเขาพูดมันอาจไม่มีประโยคไหนชี้อย่างชัดเจนว่าพี่เปาเป็นคนอยู่เบื้องหลัง แต่เท่าที่ได้ยินมาจะให้ผมแปลความหมายหาเหตุผลอะไรมาเข้าข้างพี่เปาได้ล่ะ ในเมื่อพี่เปาพูดว่าผมรักไอ้แก่นั่นจริงๆจนถึงกับเอาตัวเข้าแลก ผมไปทำอย่างนั้นตั้งแต่เมื่อไหร่วะ ผมอยู่ของผมดีๆแท้ๆทำไมพี่เปาต้องสร้างเรื่องให้กันด้วย ภาพพี่เปาเทวดาตัวน้อยๆที่ผมหลงใหลได้ปลื้มและชื่นชมมันแตกสลายยับเยินไปหมด แม่งโคตรจะร้ายลึก 

แต่ผมสงสัยนิดหน่อย พี่เปาไปเอาความคิดมาจากไหนว่าไอ้แก่นั้นมันมาสนใจมาชอบอะไรผม เท่าที่จำได้ทุกครั้งที่ผมกับไอ้แก่ประจัญหน้ากัน ไม่เคยมีสักครั้งที่เราจะส่งสายตาวิ้งๆหวานเชื่อมปานน้ำตาลน้ำอ้อยให้กัน พี่เปาก็เห็นแบบนี้มาตลอดหนิ นี่มันเจตนาปั้นน้ำเป็นตัวชัดๆ


"ปอมึงจะเอาไงต่อไปถามพี่เปาเลยดีมั้ย" ไอ้คิทสะกิดถามตอนวิชาพละ ไม้แบดในมือผมมันกวัดแกว่งไปมาในสมองก็ครุ่นคิดเรื่องที่ตัวเองได้ยินกับหูเมื่อวาน

"กูว่าจะอยู่นิ่งๆรอดูไปก่อนว่าพวกเขาจะทำยังไง ไหนๆมันก็ลือกันหนาหูขนาดนี้แล้วถ้าจะเพิ่มมาซักนิดซักหน่อยก็คงไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลง คิดว่างั้นนะ" ผมตอบกลับไปเอื่อยๆ จะให้ทำยังไงล่ะให้ไปกระชากคอถามว่าทำไมถึงทำอย่างนี้กับผมงั้นเหรอ แบบนี้ผมจะดูแย่กว่าที่เป็นอยู่อีก เรื่องแย่ๆเกิดขึ้นได้กับทุกคนเสมอแม้ว่าเราจะไม่ได้ทำตัวแย่ใส่ใครก็เถอะ เมื่อวานผมยังผ่านมันมาได้เลยแล้วทำไมวันนี้กับพรุ่งนี้ผมจะผ่านมันไปไม่ได้ล่ะ

"กูแล้วแต่มึงเลยนะมีอะไรให้ช่วยบอกกูได้ตลอด ตอนนี้ไม่ได้มีแต่กูคนเดียวที่พร้อมจะช่วยมึงไอ้โย่งนั่นอีกคน" ไอ้คิทบุ้ยปากใส่ไอ้เบียร์ที่กำลังเดินเข้ามาพร้อมกับถุงไส้กรอกอิสาน ตั้งแต่ที่บอกว่าชอบผมมันก็หิ้วเอามาให้ผมได้ทุกวันสิน่า

"อ่ะกินซะ รู้ว่าชอบ"

"ขอบใจมึงก็กินด้วยกันดิ คิทๆมากินด้วยกัน"

"ให้ไอ้คิทกินทำไมเปลืองเปล่าๆ เสียดายของ"

"กูจะกินให้หมดเลย" ไอ้คิทคว้าถุงไส้กรอกไปจากมือผมแล้วตั้งหน้าตั้งตาจิ้มกินจนแทบจะสำลัก 

ผมเห็นแล้วก็อดระอาใจกับความเปลี่ยนแปลงของเพื่อนทั้งสองคนไม่ได้ เมื่อก่อนก็เห็นว่าสนิทกันระดับหนึ่งเดี๋ยวนี้เจอกันทีไรอ้าปากฟาดฟันกันทุกที ย้ำว่าเพื่อนทั้งสองเพราะยังไงสำหรับผมไอ้เบียร์ก็คือเพื่อนและคงไม่มีวันพัฒนาไปได้มากกว่านี้ ส่วนเรื่องสมัยป.หกผมมานั่งย้อนคิดแล้ว ตอนนั้นเรายังเด็กและคงมีบ้างที่ทำอะไรโดยไม่คิดไม่รู้ถึงผลที่ตามมา ในเมื่อมันเป็นอดีตไปแล้ว ถ้าปล่อยแล้วใช้ชีวิตสบายใจขึ้นก็ควรจะปล่อยนะ ถือมานานหลายปีชักจะหนักแล้วเหมือนกัน

"อุ๊ยน้องคะ น้องใช่คนชื่อปอที่ขายตัวรึเปล่า"

"ชื่อปอครับแต่ไม่ได้ขายตัว พี่มีอะไรกับผมเอาเนื้อๆนะพี่น้ำไม่ต้อง คือรีบไปทำงานน่ะ" ผมหันไปก็เห็นรุ่นพี่ม.หกทั้งผู้ชายผู้หญิงสี่ห้าคนยืนอยู่ด้านหลัง สองในห้านั้นก็คือพี่ชัชพี่ทีมเจ้าของโรงน้ำแข็งปั้นน้ำเป็นตัวเพื่อนรักของพี่เปานั่นแหละ

"น้องเป็นเด็กเป็นเล็กรู้จักอายบ้างสิ แย่งแฟนเพื่อนพี่หน้าด้านๆยังจะกล้ามาโรงเรียนอีกเนอะ เป็นเด็กวัด เป็นเด็กกำพร้า เป็นเด็กขายตัว แย่งแฟนชาวบ้าน มีอะไรดีบ้างมั้ยเนี่ย" พี่ผู้หญิงคนเดิมเดินเข้ามาพูดเสียงดังอย่างต้องการให้คนรอบข้างได้ยินไปด้วย

"เพื่อนพี่คนไหนล่ะที่ผมไปแย่งแฟนใช่พี่เปารึเปล่า เอ..ก็ไม่รู้สินะว่าจะเรียกแย่งได้มั้ย ในเมื่อผมยังไม่ทันได้ทำอะไรเลยแฟนพี่เปาเขาก็ตามเทียวไล้เทียวขื่อผมเอง มาหาที่ร้านทุกวันเลยนะทั้งๆที่ผมก็ไล่แล้วไล่อีก เฮ้อ ยังไงก็รบกวนพวกพี่ไปบอกพี่เปาเพื่อนพี่ด้วยว่ากรุณามาตามแฟนกลับไปหน่อยนะครับ เพราะผมรำคาญมาก"

"ยี้ ผู้ชายอะไรหน้าด้านจริงๆเลย เป็นผลพวงจากการไม่มีพ่อแม่คอยสั่งสอนรึเปล่าเนี่ย" ผมตวัดสายตามองพี่ผู้หญิงอีกคนอย่างตั้งใจจะเอาเรื่อง ทั้งที่พยายามข่มใจไว้เตือนตัวเองว่ายิ่งโมโหต้องยิ่งพยายามปิดปากให้สนิท เพราะเกือบทุกคำพูดในขณะที่โกรธ มันคืออารมณ์ต้องการทำร้ายและต้องการเอาชนะความรู้สึกของอีกฝ่ายให้ได้มากที่สุด แต่ผลที่ได้รับกลับมามันอาจจะเลวร้ายมากกว่าแสนดีก็ได้

"กูว่านะที่หลวงพ่อมรณภาพน่ะ เป็นเพราะมีตัวซวยแบบมึงมาเกาะเป็นปลิงอยู่รึเปล่าน้อง"

ผึง!! ผมได้ยินเส้นเสียงความอดทนเส้นสุดท้ายของตัวเองขาดลง เอาดิวะถ้าวันนี้มันจะมีเรื่องก็ต้องมี เพราะชีวิตของผมน่ะคนเดียวที่ผมจะไม่ยอมให้ใครไปพาดพิงก้าวล่วงเลยคือหลวงพ่อ

"มีอะไรกันรึเปล่า" ผมหันไปตามเสียงทักดังขึ้นมาจากทางด้านหลัง มาแล้วสินะไอ้ต้นตอของความซวย ทุกสิ่งทุกอย่างซวยๆที่เกิดกับผมเป็นเพราะผู้ชายคนนี้คนเดียวจริงๆเลย

"อุ้ยหล่ออ่ะแก ใครวะ"

"กูถามว่ามีเรื่องอะไรกันรึเปล่า" ไอ้แก่มันเลิกคิ้วถามผมอย่างเจาะจง

"พี่โปรด พวกนี้เขาเป็นเพื่อนของพี่เปา พี่ๆหาว่าเค้าไปแย่งพี่โปรดมาจากพี่เปา พี่โปรดเป็นแฟนพี่เปาเหรอ ฮึก เค้าไม่ได้เป็นคนไปแย่งนะ พี่โปรดก็รู้ดีนี่ว่าอะไรเป็นอะไรบอกพวกพี่เขาไปสิ" ไอ้แก่มันเลิกคิ้วส่งสายตาจ้องผมก่อนจะเดินเข้ามากอดคอ 

บุหรี่มึงอ่ะ! อยากแหกปากใส่มันอย่างนี้อยู่เหมือนกัน ก็ควันบุหรี่ที่มันคีบติดมือไว้ยังรมหน้าผมอยู่เนี่ย แต่ต้องอดปากอดใจเอาไว้ เพราะการจะจัดการกับคนนั้นต้องใช้ศิลปะ บางทีจะจับก็ต้องแกล้งปล่อย จะควบคุมก็ต้องโอนอ่อน จะเอาชนะก็ต้องยอมแพ้ไปก่อน และจะสู้ก็ต้องทำตัวอ่อนแอใช้สมองต่อสู้เพื่อรักษาตัวไม่ให้ได้รับบาดเจ็บจากสงคราม

"ใครบอกพวกมึงว่ากูเป็นแฟนเปา แล้วใครบอกว่าไอ้นี่มันไปแย่งกูมาจากเปา" เสียงเย็นๆของไอ้แก่ทำให้ผมขนแขนลุกขึ้นมาเหมือนกันแฮะ

"เอ่อ พี่คือพี่โปรดแฟนเปาเหรอคะ" ผู้หญิงหนึ่งในสามคนที่ยืนอยู่ในกลุ่มเป็นหน่วยกล้าตายทำใจกล้าถามขึ้นมา ส่วนผู้ชายอีกสองคนพี่ชัชกับพี่ทีมเงียบกริบครับ

"ชื่อโปรด แต่ไม่ได้เป็นแฟนเปา" อืมประโยคคุ้นๆเหมือนที่ผมตอบก่อนหน้านี้เลยนะ

"ไม่ใช่แฟนแต่ไปไหนมาไหนด้วยกัน ไปรับไปส่งกันอย่างนั้นเหรอคะ" พี่กุ้งคนนี้คฑาของโรงเรียนถามอย่างประชดประชัน

"ใช่แถมบางคืนพี่ก็ค้างที่ห้องเปาด้วยนี่คนไม่ใช่แฟนกันทำแบบนี้ได้เหรอคะพี่ หรือพอมีเด็กใหม่พี่ก็จะเทเพื่อนของหนู" ยังเป็นผู้หญิงที่เป็นหน่วยกล้าตายจีบปากจีบคอพูดแถมส่งสายตาเหยียดๆมาให้ผมอีกต่างหาก นี่มันละครน้ำเน่าช่องหลากสีหรือเปล่าวะอะไรจะจิกตาเหมือนนางร้ายได้ขนาดนั้น

"หึหึ คนที่เอากันเพราะแค่ถูกใจมีเยอะแยะไปน้อง พี่เองก็เอากับคนอื่นนอกจากเพื่อนน้องอีกเยอะแยะงั้นพี่ไม่ต้องรับคนที่เอาด้วยทุกคนเป็นแฟนเหรอ อีกอย่างพี่ก็ไม่ได้เอากับเพื่อนน้องเฉยๆนี่ จำได้ว่าทุกครั้งที่เอาพี่ก็จ่ายเงินนะ" เอ่อ เงียบกว่านี้มีอีกไหม ทั้งผมทั้งเพื่อนพี่เปาต่างก็แข่งกันอึ้งกับคำพูดตรงไปตรงมาและข้อมูลที่ได้รับฟังจากปากของต้นเรื่อง

"ถ้าเข้าใจแล้วก็ตามนี้นะ อ้อ แล้วไม่ต้องไปปั่นข่าวที่โรงเรียนอีกล่ะถ้ามีข่าวลือมาอีกครั้งหน้าจะไม่มีการเตือนแล้วนะ น้องควรรู้ไว้ว่าไอ้เด็กนี่มันไม่ได้ขายตัวหรอกเพราะพี่เป็นเจ้าของซิงของมันหึหึ เอ้า! ไปสิหรือมึงจะยืนเอ๋อให้ไอ้พวกนี้ด่าอีก" 

ไอ้แก่มันกระชับแขนที่ล็อกต้นคอผมอยู่แล้วลากให้เดินตามมันไปทางห้องแถว มีแต่คนมองตามมาเป็นพรวนแต่ไอ้แก่มันสนใจไหม? ไม่ครับมันไม่เคยสนใจอะไรนอกจากบุหรี่ในมือ ขนาดผมดิ้นจะออกจากแขนมัน มันยังไม่ยอมให้ผมเดินตัวเปล่าๆไปเองเลย สุดท้ายคือต้องเดินกลับห้องโดยมีแขนหนักๆของมันพาดมาที่คออยู่ดี นอกจากตัวเท่าควายแล้วแรงยังเท่าช้างอีกนะ

"เปิดประตูดิ ไหนมึงบอกไอ้พวกนั้นว่ารีบไปทำงานหรือจะไปทั้งชุดนี้" ปากมันคาบบุหรี่แต่ก็ยังอุตส่าห์สั่งผมได้อยู่เน๊อะ ผมเองก็เปิดตามคำสั่งของมันนะ

"ไหนมึงลองแทนตัวเองว่าเค้าๆเหมือนเมื่อกี้ดิ๊" เข้ามาได้มันก็ใช้เท้าเปิดพัดลมพุ่งตัวนอนบนฟูกโดยไม่สนใจเจ้าของห้องอย่างผมสักนิด มารยาททรามจริงๆ ผมขี้เกียจจะต่อล้อต่อเถียงด้วยเลยคว้าเสื้อผ้าเดินไปอาบน้ำใจก็ครุ่นคิดถึงเรื่องเมื่อกี้ พี่เปาไม่ได้เป็นแฟนไอ้แก่งั้นเหรอ ความสัมพันธ์ที่นอนแล้วให้เงินกันคืออะไรวะ มันไม่ได้คล้ายกับข่าวลือที่ผมโดนอยู่ตอนนี้เหรอ

"ไอ้พี่แก่" ผมนั่งลงข้างๆฟูกตัวเองที่มีไอ้แก่นอนถอดเสื้อผึ่งพัดลมอย่างสบายใจ

"อืม ว่า?"

"ไอ้พี่อยากเอากับผมปะ" ผมขบปากโพล่งออกไปยอมรับว่ามันมาจากอารมณ์ชั่ววูบล้วนๆ อารมณ์อยากประชด มาว่าผมขายตัวเหรองั้นผมจะขายให้แขกของพี่เป็นคนแรก อารมณ์อยากเอาชนะเพราะรู้ว่าพี่เปาคงคิดอะไรกับไอ้แก่ อารมณ์น้อยอกน้อยใจทุกสิ่งทุกอย่างบนโลก และอีกอารมณ์ที่ไม่แน่ใจว่ามันคืออะไร รู้แต่ว่ามันวูบเข้ามาตอนที่ไอ้แก่มันกอดไหล่ยืนอยู่ข้างผมและตอกหน้าคนพวกนั้นกลับไป ความรู้สึกมันไม่เหมือนตอนที่ไอ้เบียร์กับไอ้คิททำ แต่ความรู้สึกมันอุ่นใจเหมือนถูกปกป้อง

"มึงจะให้กูเอาว่างั้น" เงียบไปสักพักไอ้แก่มันก็กระดิกเท้าถามผมอย่างไม่อาทรร้อนใจอะไร

"ก็ถ้าพี่จะเอานะ" ผมเองก็สบตาตอบไปอย่างจริงจัง รู้ทั้งรู้ว่าสิ่งที่ตัดสินใจทำมันผิด รู้ทั้งรู้ว่าจะมีเรื่องให้เสียใจและเสียดายตามมาอีกมาก แต่ก็ยังรั้นที่จะทำต่อไป ไอ้แก่มองผมด้วยสายตานิ่งๆผมไม่เข้าใจหรอกว่าแววตาคู่นั้นมันตั้งใจสื่ออะไร ตอนนี้ที่ผมรู้คือผมอยากตะโกนบอกโลกนี้ว่านี่ใช่ไหมสิ่งที่พวกคุณอยากเห็นกัน เอาสิตอนนี้ผมจะเป็นอย่างที่พวกคุณต้องการแล้ว

"มึงคิดดีแล้วใช่มั้ยถ้าเริ่มแล้วกูไม่หยุดนะ อย่าตัดสินอะไรในตอนที่เหนื่อยไม่ว่าจะเหนื่อยใจหรือเหนื่อยกาย มันจะทำให้มึงใช้อารมณ์มากกว่าเหตุผล หยุดคิดทบทวนให้ดีๆก่อนบางสิ่งบางอย่างที่เสียไปแล้วมันเอากลับคืนมาไม่ได้" ผมก้มหน้าก้มตาคิดตามที่ไอ้แก่พูด 

เป็นความจริงทุกอย่างผมตัดสินใจด้วยอารมณ์มากกว่าเหตุผล แต่ยิ่งมันเตือนแบบนี้ความรู้สึกอีกอย่างมันยิ่งตีตื้นขึ้นมา ผมนึกว่ามันจะชอบของฟรีได้ทีรีบตะครุบซะอีก ผมว่าผมประทับใจกับคำสอนคำเตือนของมันนะ คงเป็นเพราะทั้งชีวิตผมไม่เคยมีใครมาพูดแบบนี้นอกจากหลวงพ่อผู้เปรียบเสมือนครอบครัวเพียงหนึ่งเดียวที่ผมมี และตอนนี้ผมที่กำลังจมอยู่กับความมืดมิดของจิตใจตัวเอง กลับได้ฟังคำพูดที่เหมือนแสงสว่างชี้นำทางให้ ถึงแม้ว่ามันจะพูดไปอย่างนั้น ถึงแม้ว่าจะไม่มีความนุ่มนวลอ่อนโยนในคำกล่าว และถึงแม้ว่าจะมีแต่ความเฉยชาเย็นเยียบก็ตาม แต่ผมกลับอยากคว้ามันไว้เผื่อว่าหัวใจที่ร้อนรุ่มเหมือนไฟตอนนี้จะมีน้ำแข็งมาบรรเทาให้ไฟร้อนในจิตใจมันเบาบางลง

"ผมคิดดีแล้วอ่ะ พี่ล่ะจะเอาปะ" ผมเงยหน้าตอบไอ้แก่อย่างแน่วแน่

"ถ้าแค่เอากันเฉยๆกูให้ค่าขนมมึงแล้วต่างคนต่างไป มึงเดือดร้อนมาเมื่อไหร่กูพร้อมจะช่วยเหลือหรือกูอยากเมื่อไหร่ถ้ามึงพร้อมก็เจอกัน กูก็ไม่มีปัญหาอะไร"

"แล้วเรื่องพี่เปาล่ะพี่" ผมอดถามเรื่องที่คาใจไม่ได้

"กูกับเปาไม่ได้เป็นอะไรกันนี่ ความสัมพันธ์ก็เหมือนที่กูกำลังจะเป็นกับมึง แต่ตอนนี้กูจบความสัมพันธ์นั้นกับเปาไปแล้วเพราะอะไรมึงรู้มั้ย เพราะเปาพยายามจะเป็นมากกว่าคู่นอนและมันเป็นสิ่งที่กูให้ไม่ได้ หวังว่ามึงคงจะเข้าใจว่ากูหมายถึงอะไรนะปอ" เป็นครั้งแรกที่ไอ้แก่มันเอ่ยชื่อของผม แค่มันเรียกปอเบาๆผมก็ตัดสินใจไปแล้วว่าจะกระโดดลงเหวของคำนินทาที่ถูกขุดไว้ 

วันข้างหน้าผมต้องคอยเตือนสติตัวเองไม่ให้เผลอคิดไปไกลเกินกว่าความสัมพันธ์แค่คู่นอน เพื่อที่จะไม่ได้ซ้ำรอยของพี่เปา รอดูกันต่อไปนะครับพี่เปาไอ้เด็กขายตัวตำแหน่งที่พี่แต่งตั้งให้นี่แหละ มันจะทำให้พี่เสียใจที่ยัดเยียดข้อหานี้ให้กับผม สุดท้ายข่าวลือในวันนั้นก็เป็นความจริงในวันนี้สินะ 

หลวงพ่อครับปอขอโทษกับความเลวของปอที่ดูถูกตัวเอง เหยียบย่ำความดีที่หลวงพ่อบ่มเพาะให้มา ปอขอโทษจริงๆครับ...



***"อุปสรรคมันก็เหมือนสายฝน บางคนบอกว่าเปียก บางคนบอกว่าเย็นสบาย อยู่ที่ใจจะมอง" 

ฟางเคยบอกไปแล้วใช่มั้ยว่าน้องจะทำเรื่องผิดพลาดและนี่ก็คือเรื่องผิดพลาดเรื่องแรกที่จะนำพาให้ไปเจอเรื่องราวในอนาคต ตอนนี้ฟางไม่ขอออกความเห็นว่าที่น้องจะทำมันแย่มั้ย เราจะไม่มีวันเข้าใจความรู้สึกของคนอื่นถ้าเราไม่ได้เจอเข้ากับตัวเอง มองในมุมคนนอกน้องคิดผิดที่แก้ไขปัญหาและอยากเอาชนะจนทำแบบนี้ถึงจะเหนื่อยก็ควรใช้สติตัดสินใจมากกว่าอารมณ์ แต่มองในมุมของปอรักในวัย17ปีที่ต้องอยู่เพียงลำพังท่ามกลางความกดดันและเรื่องราวที่อ่านๆไป บางทีมันก็มีวูบหนึ่งที่เจอขอนไม้ในตอนจะจมน้ำแล้วเราคว้าไว้โดยไม่รู้ว่ามันจะพาไปทิศทางไหน แต่ที่กอดไว้เพราะมันเป็นเพียงความหวังเดียวในทะเลกว้าง ประมาณนี้ๆ

ตอนหน้ามาวันศุกร์นะคะ หวยไม่ถูกพรุ่งนี้เลยต้องขอเวลาไปทำงานเน้อ วันศุกร์เราจะมาอ่านอิท่านบ้าง ทำไมใครๆก็คิดว่าอิท่านมันต้องร้ายตั้งแต่แรกๆอ่าา ยังไม่ร้ายเท่าไหร่เน้ออันนี้ฟางว่าเองถ้าร้ายมันต้องตอนเจอนังไก่เมียมันนู่น555นังไก่นี่ฟางไปเห็นท่านหนึ่งเม้นเรียกเมียอิท่านว่านังไก่คือฟางชอบ555 แต่ระหว่างนี้ขอให้น้องปอมีช่วงเวลาดีๆกับอิท่านมันบ้างขอให้มีโมเม้นที่สักวันอิท่านมันจะคิดถึงรึเปล่าไม่รู้ มันจะป๋าไม่ป๋าตอนหน้าอิท่านจะเริ่มทำการเปย์เด็กละหนาจ้าวว

ขอบคุณสำหรับที่ช่วยทักคำผิดมา รันทัด เป็นรันทด ฟางรีบไปแก้อย่างไวกันลืมกราบงามๆจ้าว เจอคำผิดรบกวนทักมาด้วยนะคะฟางอ่านทุกเม้นจ้าวว อ่อๆที่บอกให้ฟางติดชื่อตอนที่1 2 3 จะได้ไม่ลืมตอน ฟางติดให้ตามคำแนะนำแล้วเน้อขอบคุณจ้าวว ขอบคุณมิตรสหายทุกท่านที่เข้ามาอ่านบ้านแมลงปอ บางคนตามมาจากบ้านหมอเลย ขอบคุณจริงๆค่ะ แล้วพบกันวันศุกร์นะคะ


แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น