1Nightstand / น้ำตาแม่มด

เรื่องนี้จะอัพวันเว้นวันนะคะ เป็นเรื่องที่สองที่มีความดาร์กในอดีตของนางเอกค่อนข้างเยอะ ฝากติดตามเรื่องใหม่นี้ด้วยนะคะ ดาว ไลค์ หรือคอมเม้น ทุกอย่างเป็นกำลังใจชั้นเลิศสำหรับไรท์ อาจจะเขียนไม่เก่ง แต่ความตั้งใจเต็มร้อยค่า....😀😁

ชื่อตอน : Plan...วางแผน

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย รัก,โรแมนติค

คนเข้าชมทั้งหมด : 1.2k

ความคิดเห็น : 1

ปรับปรุงล่าสุด : 18 พ.ค. 2560 09:28 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
Plan...วางแผน
แบบอักษร


...ตอน Plan...วางแผน...

เหตุการณ์หลังจากวันที่ได้ตกเป็นของกันและกันของพีทและน้ำฟ้านั้นก็ทำให้ทั้งสองสนิทสนมและเปิดใจให้กันมากขึ้น ทั้งคู่ต่างตกลงที่จะศึกษานิสัยใจคอของอีกฝ่ายไปเรื่อยๆ โดยที่พีทให้สัญญาวาเขาจะไม่ล่วงเกินหญิงสาวอีกหากอีกฝ่ายไม่เต็มใจ งานที่ช่วยกันสืบอยู่นั้นก็ได้หลักฐานและข้อมูลที่สำคัญเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ เรียกได้ว่าเป็นช่วงขาขึ้นของทั้งสองจริงๆ

“พี่พีทค่ะ พรุ่งนี้คุณแลนนอลจะมาหา ฟ้าคิดว่าจะนัดเขาไปเจอก่อนที่พวกเราจะไปเจอยัยชาดีไหมคะ” น้ำฟ้าถามขึ้นขณะที่กำลังเสริฟอาหารเช้าวางลงบนโต๊ะ

“คุณแลนนอลส่งเมลมาหาฟ้าแล้วเหรอ”เพราะความหวงของชายหนุ่ม น้ำฟ้งจึงมีเพียงเส้นทางเดียวในการติดต่อกับแลนนอลคือทางอีเมล ถ้าทางนั้นมีเรื่องด่วนจริงๆให้โทรมาหาที่เบอร์ของพีท

“ค่ะ เห็นคุณแลนนอลบอกว่าจะมาถึงไทยช่วงเช้าๆ จะเข้าไปพักที่โรงแรมของยัยทรายก่อนแล้วค่อยออกมาหาพวกเรา” หญิงสาวรายงานไปตามตัวหนังสือในอีเมลที่เธออ่านเมื่อเช้า

“บอกละเอียดจังนะ ถ้าจะมีเวลาพิมพ์เยอะขนาดนั้น เอาเวลาไปทำงานน่าจะดีกว่า”พีทอดกที่จะกระแนะกระแนอีกฝ่ายอย่างหงุดหงิดไม่ได้

“พี่พีทคิดมาก...หึงเหรอคะ”ร่างบางหยอกกลับอย่างทะเล้น ใบหน้าหวานยิ้มกว้างขัดกับใบหน้าบูดบึ้งของอีกฝ่าย

“ใช่นะสิ นี้ขนาดมีทางติดต่อน้ำฟ้าแค่ทางอีเมลนะ ขืนมันมีเบอร์ไม่โทรหาเช้าเย็นเลยหรือไง”

“ไม่เห็นต้องหึงเลย ฟ้าติดต่อคุณแลนนอลแค่เรื่องงาน แต่ผู้ชายตรงหน้านี้ฟ้าติดต่อได้ทุกเรื่องจริงไหมคะ”พีทห้ามรอยยิ้มไว้ไม่ได้เมื่อได้ยินประโยคนี้ของหญิงสาว

“ก็จริงนะ โดยเฉพาะเรื่องนั้น...ฟ้าเชื่อมต่อพี่ได้เพียงคนเดียว”เขาฉวยโอกาสพลิกเปลี่ยนคำให้เข้าทางตัวเอง ส่งผลให้ใบหน้าของน้ำฟ้าเปลี่ยนเป็นสีแดงทันทีเพราะเข้าใจความนัยที่เขาสื่อ

“บ้า...ลามกแบบนี้ล้างจานไปคนเดียวเลย ฟ้าไปนอนแล้ว”น้ำฟ้าปล่อยจานชามทิ้งไว้บนโต๊ะแล้วรีบหนีเข้าห้องนอนทันทีอย่างเขินอาย “ฟ้านัดคุณแลนนอลตอนสี่โมงเย็นนะคะ ส่วนเวลานัดกับยัยทิชาคือตอนหกโมง”ร่างที่ผลุบเข้าไปในห้องนอน โผล่ออกมาเพียงส่วนหัวเพื่อแจ้งกำหนดการในวันพรุ่งนี้ แล้วหายกลับเข้าไปในห้องอย่างรวดเร็วตามด้วยเสียงปิดประตูและล็อคกลอน

พีทลุกจากโต๊ะอาหารถือจานชามช้อนซ้อมที่ซ้อนๆกันไปยังอ่างล่างจาน จัดการทำความสะอาดทุกอย่างอย่างรวดเร็วแล้วเดินกลับห้องตัวเองเพื่อพักผ่อนเช่นกัน ทันทีที่เสียงปิดประตูห้องนอนของเข้าดังขึ้น โทรศัพท์มือถือในกระเป๋ากางเกงก็สั่นทันที

น้ำฟ้า : ฝันดีนะคะ

พีทยกยิ้มขึ้นมาอีกครั้งกับข้อความสั้นๆที่ได้รับจากน้ำฟ้า นิ้วหนากดพิมข้อความอย่างรวดเร็วแล้วส่งกลับไป พร้อมสติกเกอร์บอกฝันดีและสติกเกอร์บจูบ จากนั้นก็วางโทรศัพท์ไว้บนเตียงแล้วเดินเข้าห้องน้ำไป

ร้านกาแฟขนาดเล็กที่ถูกจัดแต่งอย่างน่ารักภายในโรงแรมใจกลางกรุงเต็มไปด้วยพนักงานบริษัทและนักเรียนนักศึกษาตามเวลาที่ทุกคนต่างเลิกงานและมานัดรวมตัวกันที่นี้ พีทกับน้ำฟ้ามาจับจองที่นั่งก่อนเวลานัดเกือบครึ่งชั่วโมง หนุ่มสาวสั่งเครื่องดื่มและของหวานไว้เต็มโต๊ะ แต่กลับสนใจแฟ้มเอกสารในมือมากกว่า

“คุณพีท น้องฟา สวัสดีครับ” หนุ่มอิตาลีร่างสูงทรุดตัวลงนั่งเก้าอี้ตรงข้ามหนุ่มสาวแล้วยื่นมืออกกมาเพื่อเช็คแฮนด์ทักทาย

“สวัสดีครับ โรงแรมที่พักโอเคไหมครับ” พีทยื่นมือออกไปเช็คแฮนด์ทักทาย ส่วนน้ำฟ้ายกมือไหว้อีกฝ่ายตามธรรมเนียมไทยซึ่งสร้างความพอใจให้กับบอร์ดี้การ์ดหนุ่มเป็นอย่างมาก

“โอเคครับ ทั้งบริการและห้องพักเยี่ยมเลยครับ ขอบคุณที่อำนวยความสะดวกให้นะครับ”

“ยินดีครับ ผมว่าเราคุยเรื่องงานกันเลยไหม เห็นฟ้าบอกว่าคุณแลนนอลได้ข้อมูลใหม่ๆมา”พีทดึงเข้าเรื่องงานทันที เพราะไม่อยากให้แลนนอลได้อยู่ใกล้ชิดน้ำฟ้านานเกินไป สายตาที่หนุ่มอิตาลีมองหญิงสาวข้างกายเขายังไม่เปลี่ยนไปจากตอนที่เจอกกันครั้งแรก

“นี้ครับ”ซองเอกสารสีน้ำตาลถูกส่งให้กับทั้งสอง “รายชื่อของนักธุรกิจที่คิดจะซื้อหุ้นของโรงเรียน ส่วนใหญ่เป็นชาวต่างชาติครับจะมีคนไทยปละปลาย ชื่อในกระดาษเรียกลำดับจากจำนวนเม็ดเงินที่แต่ละคนเสนอมาให้กับทางโรงเรียน และมีจดหมายของคุณลุงทามที่ส่งให้กับคุณลุงคาลอส เพื่อนเก่าของคุณลุงนะครับ ซึ่งเกี่ยวกับการซื้อขายหุ้นเมื่อเจ็ดปีก่อน”

น้ำฟ้ารีบรับซองมาทันที มือบางดึงเอกสารภายในออกมาแล้วแบ่งบางส่วนให้กับคนข้างๆ “จดหมายเหรอคะ หมายความว่านอกจากลุงโรมแล้ว พ่อคิดจะขายหุ้นให้กับเพื่อนคนอื่นอีกเหรอคะ”

“ใช่ครับ พ่อพี่ลองติดต่อไปหาเพื่อนเก่าคนหนึ่ง ท่านคิดว่ายังไงคุณลุงทามต้องติดต่อไปหาคนนี้แน่ถ้ามีปัญหาจริงๆ ซึ่งท่านก็คิดถูก โชคดีที่ทางคุณลุงคาลอสยังเก็บจดหมายเอาไว้อยู่แล้วส่งมาให้พี่เมื่อสองวันก่อน”แลนนอลเล่าเหตุการณ์คร่าวๆของจดหมายนั้น

น้ำฟ้าอ่านเอกสารใหม่อย่างระเอียด “หุ้นลม? ฟ้าคิดอะไรไม่ออกแล้วนอกจากคำนี้” หลักฐานที่เธอได้มาในช่วงหลายวันนี้ พอจะยืนยันได้ว่าญาติของเธอแต่ละคนเป็นเพียงผู้ถือหุ้นในนาม ไม่เคยลงทุนหรือซื้อหุ้นอะไรไปจากพ่อเลย พ่อของเธอเพียงนำชื่อของคนกลุ่มนี้มาใช้ในส่วนของหุ้นคุณลุงโรมที่ท่านซื้อมา ทางญาติจะได้รับเงินในลักษณะเงินเดือน แต่พอพ่อเสียพวกเขาดันมาอ้างสิทธิของชื่อที่มีในหุ้นอย่างหน้าด้านๆ

“เอาไงดีฟ้า ถ้าหาเอกสารเกี่ยวกับเงินทุนหรือสัญญาการซื้อขายไม่เจอ พวกญาติๆของฟ้าของยังมีสิทธิในฐานะผู้ถือหุ้นอยู่นะ”พีทเริ่มเข้าใจคำพูดของทนายความมนัสแล้วว่า เรื่องนี้ซับซ้อนกว่าที่คิด มันไม่ใช่การโกงแต่ก็ไม่ใช่เรื่องที่ถูกต้อง

“ผมสงสัยอย่างหนึ่งครับ”แลนนอลพูดแทรกขึ้นมา ในมือของเขามีข้อมูงของผู้ถือหุ้นอยู่ “คุณฟ้ากับครอบครัวถือครองหุ้นโรงเรียน 45% คุณลุงคาลอสถือครอง 5% พวกญาติของคุณเพิร์ลมีหุ้นรวมๆกันก็มีแระมาณ 45% แล้วอีก 5% มันหายไปไหนครับ ทั้งเอกสารของทางฟ้าและทางผมก็ไม่มีข้อมูลตรงนี้”หนุ่มอิตาลีวางเอกสารลงบนโต๊ะและชี้จุดที่เขาสังเกตให้ทั้งสองดู

“จริงด้วย มันหายไปไหนตั้ง 5%” พีทแทบอยากจะยกมือมาตบหน้าผากตัวเองที่พลาดรายละเอียดสำคัญแบบนี้ไปได้ ”เดี๋ยวพี่ให้คนของพี่ตามสืบอีกที”

“ไม่ต้องหรอกคะ ฟ้าคิดว่าฟ้าพอรู้ว่าหุ้นอีก 5% ไปอยู่ที่ไหน”หญิงหนึ่งเดียวในกลุ่มพูดขึ้นมาด้วยน้ำเสียงนิ่งเรียบ สองหนุ่มมองหน้าหญิงสาวอย่างไม่เข้าใจในท่าทางของเธอ

“ฟ้ารู้ ใครเหรอครับ”หนุ่มลูกครึ่งยื่นมือไปจับกุมมือบางเอาไว้แล้วถามเธอด้วยน้ำเสียงที่อ่อนโยน

“อีกไม่กี่วันพี่พีทก็รู้คะ ว่าคนๆนั้นคือใคร”สุดท้ายเธอก็ไม่สามารถเลี่ยงหนีต่อไปได้อีก ถึงเวลาที่ต้องเผชิญหน้ากับความจริงแล้วสินะน้ำฟ้าคิดในใจโดยสายตายังคงจดจ้องกับรายชื่อผู้ถือหุ้นในมือ


หลังจากที่น้ำฟ้าและพีทแยกย้ายจากแลนนอลก็มุ่งหน้าไปยังผับดังใจกลางเมื่อเพื่อพบกับทิชาและทรัพย์ โดยตลอดการเดินทางน้ำฟ้ายังคงนิ่งเงียบครุ่นคิดบางอย่างอยู่คนเดียว

“ฟ้าครับ ฟ้าครับ ถึงแล้ว” มือหนาแตะลงที่ไหล่บางอย่างแผ่วเบา แต่มันก็ทำให้คนที่ตกอยู่ในภวังค์อยู่นานสะดุ้งตกใจได้

“อุ้ย!! พี่พีทพูดว่าอะไรนะคะ”หญิงสาวมองไปรอบๆตัวก็พบว่ารถได้จอดนิ่งในที่จอดรถแล้ว

“พี่บอกว่าถึงแล้วครับ ฟ้าโอเคไหม อยากเลื่อนนัดเพื่อนรึป่าว”ชายหนุ่มทอดมองหญิงสาวข้างกายอย่างห่วงใย

“ฟ้าโอเคค่ะ ไปหายัยชากันดีกว่านะคะ” ร่างบางส่งยิ้มให้อีกฝ่ายหวังคลายความกังวลให้เขาบ้าง แล้วเปิดประตูลงรถโดยไม่รอให้ร่างสูงมาเปิดให้ “ไปค่ะ วันนี้ฟ้าอยากดื่มให้เต็มที่เลย”

ร่างสูงใหญ่ของบอร์ดี้การ์ดหนุ่มถูกคนตัวเล็กกว่าลากจูงเข้าไปในสถานบันเทิง หญิงสาวพาเขาลัดเลาะผู้คนที่เต้นโยกย้ายอยู่เต็มบริเวณผับจนไปถึงโต๊ะวีไอพีที่ได้โทรสั่งจองล่วงหน้าเอาไว้แล้ว โดยที่โต๊ะก็มีหนุ่มสาวเอเชียกำลังโต้เถียงดูแง่งอนราวกับคู่สามีภรรยาที่ยังอยู่ในช่วงหวาน

“เถียงอะไรกันอยู่คะ เขาว่ากันว่าพ่อแง่แม่งอนแบบนี้มีลูกหัวปีท้ายปีนะ”น้ำฟ้าแซวทิชากับทรัพย์ทันทีที่เดินมาถึงโต๊ะ “น้องคะของแก้วเหล้าสองแก้ว ชงให้เลยคะผสมโซดานะคะ”

“ยัยฟ้า! วันนี้แกจะกินเหล้าเหรอ”เลขาสาวตาโตมองเพื่อนสาวอย่างไม่นึกฝันว่าจะได้ยินอีกฝ่ายสั่งแบบนั้น

“อืม มีเรื่องปวดหัวนิดหน่อย”น้ำฟ้ารับแก้วเหล้าทั้งสองแก้วจากบาเทนเดอร์ ส่งให้พีทแก้วหนึ่ง ยกดื่มเองแก้วหนึ่ง

“ไม่นิดล่ะ แกพูดว่ามีเรื่องนิดหน่อยทีไรเป็นเรื่องใหญ่ทุกที มีเรื่องอะไร...เล่ามาดีๆคุณเพื่อน”ทิชาแยกแก้วเหล้าของเพื่อนก่อนที่จะทันได้ยกดื่มมาถือเอาไว้

“ขอดื่มแก้วหนึ่งก่อน สัญญาว่าจะเล่าให้ฟังทุกอย่าง” น้ำฟ้ารู้สึกอยากได้ความร้อนของเหล้ามากระตุ้นอารมณ์โหวงๆในใจให้สลายหายไปบ้าง จึงพยายามแย่งแก้วเหล้าของตนเองกลับคืนมา

“แกพูดแล้วนะ”เลขาสาวยอมคืนแก้วในมือให้ไป รออีกฝ่ายยกดื่มตามที่ได้ร้องขอจนหมดแก้ว “หมดล่ะ เล่ามา ไม่งั้นอย่าหวังว่าจะมีแก้วต่อไป”มือบางแยกแก้วเหล้ามาถือเอาไว้เอง เหมือนเป็นตัวประกันที่จะใช้ในการต่อรอง

“เข้าใจแล้วค่ะ”น้ำฟ้าเล่าเรื่องหุ้นของโรงเรียนที่เธอสืบมาได้ทุกเรื่องให้กับทิชาฟัง โดยมีพีทคอยช่วยเสริมในบางรายละเอียดที่เธอเล่าตกหล่นไป ไม่นานเรื่องที่ทั้งสองตามล่าหาความจริงมาตลอดหนึ่งเดือนกว่าก็ถูกถ่ายทอดออกไปจนหมด “เรื่องก็เป็นแบบนี้แหละ”

ทรัพย์กับทิชาเงียบไปซักพักเหมือนกำลังเรียบเรียงเรื่องที่ได้ฟังมาในสมอง ก่อนที่ทิชาจะเอ่ยถามข้อสงสัยขึ้นมา “แกบอกว่าแกรู้ว่าหุ้นอีก 5% อยู่ที่ใคร อย่าบอกนะว่าแกคิดว่าอยู่ที่น้า...”

“อืม ใช่ มันก็ไม่แปลกไม่ใช่เหรอที่พ่อจะให้หุ้นกับลูกชายที่เป็นทายาทสืบสกุลในจำนวนมากที่สุด” พูดจบน้ำฟ้าก็แย่งแก้วเหล้าของพีทมายกดื่มจนหมดแก้ว “ขออีกแก้วคะ” มือบางส่งแก้วเหล้าของชายหนุ่มและแก้วของเธอที่เอาคืนจากทิชามาแล้วส่งให้บาร์เทนเดอร์

“แกยังเมาไม่ได้นะ มาช่วยกันวางแผนดีกว่าว่าจะเอาหุ้นแกคืนมายังไง” ทิชาพยายามห้ามไม่ให้เพื่อนสาวยกเหล้าขึ้นดื่มอีก “แกก็รู้ว่าตอนนี้ทางนั้นมีสิทธิชอบธรรมตามข้อกฎหมายที่จะทำอะไรกับหุ้นก็ได้”

“ดื่มแค่แก้วสองแก้วไม่เมาหรอกนะ ส่วนเรื่องคิดแผนนะ มันก็ต้องคิดอยู่แล้วแต่ตอนนี้ไม่มีอารมณ์ก็เท่านั้น”น้ำฟ้ายังคงจะยกเหล้าขึ้นดื่มให้ได้ “ว้าย” ร่างของเธอถูกอุ้มลอยออกจากเก้าอี้ พร้อมทั้งแก้วเหล้าในมือถูกแย่งไปวางไว้อีกด้านของโต๊ะ “พี่พีท”

“ตอนนี้คุณทิชาก็อยู่ ทรัพย์ก็อยู่ หลายหัวช่วยกันคิดยังไงก็คิดได้ ฟ้าอย่าพึ่งรีบดื่ม วันนี้พี่ให้ฟ้าได้ดื่มเต็มที่แน่ แต่ตอนนี้คุยงานกันก่อนนะครับ” พีทอุ้มร่างบางให้มานั่งบนตักของเขา ก่อนจะพูดกล่อมด้วยน้ำเสียงอ่อนโยนเพราะรู้ว่าหญิงสาวบนตักของเขาตอนนี้อารมณ์แปรปรวนมากเพียงใด

“ก็ได้ค่ะ”พอได้ยินคำเตือนสติของชายหนุ่ม เธอก็รู้ว่าเมื่อครู่เธอได้ทำตัวเอาแต่ใจแบบเด็กๆออกไป

“ผมมีแผนบางอย่างอยากจะเสนอ ลองฟังกันหน่อยไหมครับ” ทรัพย์พูดขึ้นหลังจากที่นั่งฟังทั้งสามคุยกันมาได้ซักพัก

“ทำหน้าเจ้าเล่ห์อีกล่ะ”ทิชาอดที่จะพูดแทรกขึ้นมาไม่ได้

“ลองพูดมาสิ ว่านายมีแผนอะไร”พีทเป็นเอ่ยปากถามขึ้น

“พี่น้ำฟ้าต้องรวบรวมหุ้นให้ได้มากกว่าครึ่งหนึ่ง ตอนนี้คนที่อยู่ฝั่งพี่มีประมาณ 45% ของหุ้นทั้งหมด พี่ควรรวบรวมมาให้ได้ประมาณ 55-60% ถ้าทำได้เราจะมีสิทธิในการควบคุมความเป็นไปในโรงเรียน ที่นี้หุ้นที่เหลือก็จะง่ายต่อการจัดการ”ตาคมของคนเด็กสุดในกลุ่มจดจ้องไปที่แก้วเหล้าในมือราวกับกำลังสนุกและมั่นใจในความคิดของตัวเอง

“อันนั้นพี่ว่าทุกคนก็รู้นะ แต่ปัญหาคือมันจะได้มายังไง”เลขาสาวพูดแทรกขึ้นมาอีกครั้ง

“ทุกคนมีจุดอ่อน เราก็ดึงจุดอ่อนนั้นมาใช้ไงครับ ผู้ถือหุ้นตอนนี้เป็นญาติของพี่น้ำฟ้าทั้งหมด มันย่อมง่ายกับการหาข้อมูลและรู้นิสัยใจคอ ใครที่พอพูดง่ายก็ใช้วิธีกล่อมต่อรองยื่นข้อเสนอเหมือนที่พ่อพี่น้ำฟ้าเคยทำก็ได้ ใครที่หัวแข็ง หรือโลภอยากได้มากกว่าที่มีก็หาจุดอ่อนมากดดันสิครับ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องครอบครัว การเงิน หรืออาจจะชีวิตส่วนตัวที่มันอื้อฉาว ถ้าเราสืบได้ข้อมูลพวกนั้นมาอยู่ในมือ ทุกอย่างที่เราหวังเอาไว้ก็เป็นไปตามแผน”ทุกคนต่างพยักหน้าเห็นด้วยกับความคิดของทรัพย์

“แต่วิธีนี้ต้องใช้เวลา แล้วอีกไม่กี่วันก็จะเริ่มมีการเจรจาซื้อขาย มันจะทันเหรอ”น้ำฟ้าถามขึ้นอย่างไม่มั่นใจ จะให้ได้เกินครึ่งคือทางเธอต้องหาเพิ่มเกือบ 10-15% ซึ่งมันค่อนข้างเยอะและยากกับเวลาที่มีอยู่จำกัด

“พวกพี่มีพี่ทรายเป็นเพื่อนทำไมครับ เชื่อเถอะว่ารายชื่อผู้ถือหุ้นเกินครึ่ง สามารถเจรจาได้ด้วยนามสกุลเลย์ซัน ส่วนทางเอเชียเราก็ตระกูลหวังของเจ้หลิงหลิงไง ถ้าใช้อิทธิพลของสองตระกูลนี้เชื่อว่าสามารถยืดเวลาออกไปได้อีกหน่อย เราไม่ได้ขอให้พวกเขาไม่ซื้อนิ เพียงแค่ยืดเวลาซื้อขายออกไปก่อน ง่ายกว่ากันเยอะ”ทรัพย์ยังคงพูดออกมาด้วยความมั่นใจ

“นั้นสินะ ยังไงกลุ่มผู้ซื้อที่เป็นชาวต่างชาติก็ซื้อหุ้นในไทยในปริมาณมากไม่ได้อยู่แล้ว ดังนั้นพวกเขาคงไม่จริงจังหรือคาดหวังกับส่วนนี้มาก ตอนนี้ตัวปัญหาก็จะเป็นผู้ซื้อหุ้นที่เป็นชาวไทย”

“อันนั้นก็ไม่น่าห่วง คนไทยที่สนใจหุ้นพวกนี้มีแค่สามราย สองรายแรกผมสามารถช่วยพูดให้ได้ เพราะผู้บริหารบริษัทบุ๊คมาร์กเป็นพ่อของเพื่อนสนิทผม ส่วนบริษัทโน้ตปริ้น กรรมการในบอร์ดส่วนใหญ่เป็นญาติของผมกับพี่ทราย ที่นี้ก็เหลือแค่บริษัทที่สามว่าเราจะทำยังไงได้บ้าง”นิ้วชี้ชี้ไปยังสองรายชื่อที่ชายหนุ่มสามารถช่วยได้ แล้ววาดเป็นรูปวงกลมตรงรายชื่อที่สามที่ตนไม่มีความเชื่อมต่ออะไรเลย

“บริษัทอะไรอ่ะ” ทิชาเอี่ยวตัวมาดูรายชื่อในแฟ้มเอกสารที่วางบนโต๊ะ ก่อนจะชะงักเล็กน้อยกับชื่อบริษัทที่สาม “บริษัทแลนด์บุ๊คมาร์ค”

“ขอบคุณทรัพย์มากนะ ที่หาทางช่วยพี่ขนาดนี้ ส่วนบริษัทที่สามเดี๋ยวพี่จะลองสืบหาข้อมูลดู ไม่แน่อาจจะลองเข้าไปพูดกับทางนั้นตรงๆที่บริษัทเลย” นัยน์ตาซาบซึ้งถูกส่งไปให้น้องชายของเพื่อนที่ช่วยเหลือเธอขนาดนี้

“ไม่ต้องหรอก บริษัทที่สามเดี๋ยวฉันจัดการให้เอง”ทั้งสามหันมามองเลขาสาวอย่างแปลกใจในข้อเสนอ

“พี่ชารู้จักคนในบริษัทแลนด์บุ๊คมาร์คได้ยังไง บริษัทนี้พึ่งมาลงทุนในไทย ก่อนหน้านั้นประเทศที่ลงทุนคืออังกฤษ ไม่ใช่อเมริกาแล้วพี่รู้จักได้ยังไง”ทรัพย์ถามเลขาสาวของตนทั้งแปลกใจทั้งสงสัย

“หนึ่งในผู้บริหารเป็นลูกพี่ลูกน้องของพี่เอง เอาน่าบอกว่าจัดการได้ก็จัดการได้สิ”ทิชาทำเป็นไม่สนใจสายตาทุกคู่ที่มองเธออย่างเค้นคำตอบ แสร้งยกแก้วเครื่องดื่มในมือขึ้นมาดื่ม “ตอนนี้ก็เหลือแค่แกแล้วล่ะ ว่าจะจัดการเหล่าญาติได้มากแค่ไหน 60% นี้ไม่ใช่น้อยๆเลยนะ”

“รู้แล้วพรุ่งนี้ว่าจะเข้าไปหาคุณภา น่าจะได้ข้อมูลที่เป็นประโยชน์มากกว่านี้” เสียงถอนหายใจของเจ้าของปัญหาดังขึ้น ก่อนมือบางจะยกแก้วเหล้าในมือขึ้นมาดื่มหมดแก้วอีกครั้ง

“ส่วนเรื่องประวัติของพวกญาติฟ้า เดี๋ยวพี่ให้ลูกน้องรีบสืบมาให้ด่วนที่สุด”แขนหนาของบอร์ดี้การ์ดหนุ่มยอมคลายออกให้ร่างเล็กขยับกลับไปนั่งที่ของตัวเอง แต่เขายังคงกอบกุมมือขางหนึ่งของเธอเอาไว้

“เห็นไหม หลายหัวย่อมดีกว่าหัวเดียว ช่วยๆกันคิดแก้ปัญหาไปได้ตั้งเยอะ”ทิชาอดที่จะดีดศีรษะของเพื่อนเบาๆอย่างหมั่นไส้ไม่ได้ ที่พยายามเก็บความเครียดไว้กับตัวเองตลอด “งั้นตอนนี้พวกเรามาพักทุกปัญหาแล้วดื่มกันให้เต็มที่ เอาชน”

ทิชาชูแก้วค็อกเทลของตนขึ้นบนอากาศ ไม่นานแก้วเครื่องดื่มของอีกสามคนก็เคลื่อนมาชนกับแก้วของเธอ “เชียร์ส”


________________________________________________________________________________________________________


#เนื้อหาส่วนไหนที่ผิด ขอโทดไว้นะตรงนี้นะคะ ใครพอมีความรู้สามารถบอกไรท์ให้แก้ไขได้ ไรท์ไม่มีความรู้เรื่องธุรกิจหรือพวกหุ้นเลย แต่แต่หาค้นหาข้อมูลในเน็ต ซึ่งก็ไม่รู้ว่าถูกหรือผิด อย่าว่ากันนะ

#ไรท์มีความเบลอในชื่อของพ่อน้ำฟ้าอย่างแรง ไรท์รู้สึกพิมชื่อคนอื่นไป แต่หน้านั้นได้ล็อคกุญแจไปแล้ว ดังนั้นถ้าเจอชื่อแปลกๆที่บริบทรอบข้างพอเดาได้ว่าคือพ่อของน้ำฟ้าก็ปล่อยผ่านๆไปนะคะ ขอโทษอีกทีค่ะ

#พรุ่งนี้น่ะค่าาาา...ตอนนี้ทั้งสองคู่มาเจอกัน เพื่อปรึกษาปัญหาหนักหัวของน้ำฟ้า

!Nightsatnd >>> เพจ

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น