สาวน้อยขนมหวาน

เข้ามาก็กดไลค์ด้วยนะจ๊ะ

บำเรอรักเจ้าพ่อมาเฟีย : EP.3 จำใจแต่งงาน

ชื่อตอน : บำเรอรักเจ้าพ่อมาเฟีย : EP.3 จำใจแต่งงาน

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย อีโรติก

คนเข้าชมทั้งหมด : 8.8k

ความคิดเห็น : 4

ปรับปรุงล่าสุด : 08 ส.ค. 2562 02:01 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
บำเรอรักเจ้าพ่อมาเฟีย : EP.3 จำใจแต่งงาน
แบบอักษร

เวลา 04.45 นาที 

ในที่สุดวันที่หญิงสาวไม่อยากให้มาถึงก็มาถึงจนได้ ร่างกายบางๆลุกขึ้นอาบน้ำเสร็จก่อน20นาทีกว่าได้ โดยที่มีช่างแต่งหน้ารายล้อมอยู่ทั้งข้างหน้าและด้านหลังจัดการทำผมทำหน้าอย่างมืออาชีพ โดยที่หญิงสาวยอมทำตามในสิ่งต่างๆที่ช่างแต่งหน้าสั่งอย่างเบื่อหน่ายทั้งนั่งหลับตานั่งตัวตรงๆเพราะกลัวผมที่ทำจะเบี้ยว พร้อมกับถอนหายใจออกมาเป็นระยะ 

" คุณแพรวา นี่สวยจังเลยนะคะ นี่ยังไม่ได้ทาสีปากนะเนี่ย " สาวประเภทสองคนหนึ่งที่อยู่ในกลุ่มทักหญิงสาวขึ้นแพรวาที่หลับตาอยู่ก็ลืมตาขึ้น มองกระจกที่อยู่ตรงข้างหน้าใช่เธอสวย สวยแบบที่เธอเองก็จำไม่ได้เพราะเธอเป็นคนที่ไม่ชอบแต่งหน้าเท่าไหร่หนักอีกทั้งยังแพ้เครื่องสำอางบางอย่างเลยจนทำให้เธอนั้นไม่อยากที่จะแต่งหน้าเท่าไหร่ ก่อนนที่จะเอยขอบคุณสำหรับคำชม 

" ขอบคุณค่ะ แต่คนแต่งหน้าให้สวยกว่าแพรวาอีกค่ะ " แพรวาบอกพร้อมกับยิ้มขำๆให้ที่เห็นท่าทางของคนที่ถูกชมที่ท่ากำลังเขินอย่างชอบใจ ก่อนที่ช่างแต่งหน้าจะตอบกลับอย่างรอยยิ้ม 

" แหม ปากหวานจัง พี่นี่ชอบๆ " สาวประเภทสองคนเดิมตอบพร้อมกับเอากระจกที่อยู่ข้างมือหยิบขึ้นมาส่องกระจกและเอามือจับหน้าไปด้วย 

" ก็พี่สวยจริงๆนี่ค่ะ  "  หญิงสาวมองคนที่พูดด้วยอย่างอมยิ้มๆจากที่ความเงียบก็เปลี่ยนมาเป็นเสียงที่คุยกันอย่างสนุกสนานจนเธอนั้นแต่งหน้าแต่งตาเสร็จ ก็ได้เวลาที่เธอนั้นเปลี่ยนชุดมาใส่ชุดไทยที่ถูกเตรียมไว้โดยฝีมือของเจ้าบ่าวที่ส่งมาให้ 

" ว้าว !!! สวยมากเลย เอาโทรศัพท์มาค่ะ เดี๋ยวพี่ถ่ายรูปให้ และพี่ของถ่ายสัก 2-3 รูปนะจะเอาไปลง facebook อัพเดทฝีมือตัวเองหน่อย " ช่างแต่งหน้าพูดบอกพร้อมกับขออนุญาตถ่ายรูปหญิงสาวเอาไว้ก่อนที่จะหยิบโทรศัพท์ขึ้นมารอ 

" ได้ค่ะเชิญเลย และนี่ค่ะโทรศัพท์แพร " แพรวาหยิบโทรศัพท์ที่อยู่บนโต๊ะข้างเตียงนอนมายื่นให้ช่างแต่งหน้า  

" งั้นมายืนตรงนี้ดีกว่านะ แสงไฟเอาหน้าพอดี " ช่างแต่งหน้าจัดการหาแสงพร้อมกับชี้ให้แพรวาไปยืนเพื่อที่จะถ่ายให้ออกมาสวย " เอาล่ะแสงโอเคแล้ว ยิ้มหน่อย พี่จะถ่ายแล้วนะ 1 2 3  สวยมากเลย อีกรูปนะ 1 2 3 เสร็จแล้ว ต่อไปโทรศัพท์พี่บ้างนะ " ช่างแต่งหน้ายื่นโทรศัพท์คืนให้กับหญิงสาวพร้อมกับเอาของตนเองที่ขออนุญาตหญิงสาวแล้วขึ้นมาถ่ายบ้าง 

" โอเคเสร็จหมดแล้ว งั้นพี่ขอตัวกลับก่อนนะ พี่ต้องไปงานต่อไป " ช่างแต่งหน้าบอกลาก่อนที่เธอจะตอบตกลงพร้อมกับยิ้มให้ 

เมื่อเธอเห็นว่าพี่ทั้งสองคนออกไปแล้ว จากที่เธอนั้นยิ้มที่รู้แล้วมีความสุขเหมือนกับเจ้าสาวทั่วไปก็เปลี่ยนมาทำหน้าบูดหน้าบึ้งเหมือนอย่างเคย สายตามองเข้าไปที่กระจกมองดูตัวเองพร้อมกับน้ำตาที่ไหลออกมาอย่างไม่ได้ตั้งใจ 

 

ก๊อก !!! ก๊อก !!! 

เสียงเคาะประตูดังขึ้นเมื่อหญิงสาวได้ยินสติก็กับมารีบเอามือขึ้นมาปาดน้ำตา เพื่อไม่ให้คนที่เข้ามาเห็นว่าเธอนั้นกำลังร้องไห้อยู่เข้า แพรวามองดูคนที่กำลังเดินเข้ามาภายในห้องผ่านจากการสะท้านของกระจก เมื่อเห็นว่าคนที่เดินเข้ามาเป็นแม่ของตนก็รีบหันหน้าไปหาทันที 

" เป็นยังไงบ้างลูกสาวของแม่ ไหนแม่ขอดูหน่อยสิ " รัตนาเดินเข้าไปหาลูกสาวของตนก่อนที่จะเอามือมาจับคางของลูกสาวเพื่อดูหน้าให้ชัดๆ " อย่าทำหน้าแบบนั้นสิลูกวันนี้เป็นงานแต่งงานของลูกนะ " ผู้เป็นแม่บอกลูกสาวของตัวเองที่เอาแต่ทำหน้าบูดบึ้งอยู่ตลอดเวลา 

แพรวาไม่ได้ตอบอะไรผู้เป็นแม่ เธอลุกขึ้นพร้อมกับเข้าสวมกอดผู้เป็นแม่ทันที รัตนากอดตอบลูกสาวและเอามือมาลูบผมอย่างเบาๆ หญิงสาวปล่อยโฮร้องไห้ออกมา 

" ไม่ร้องนะคนดีของแม่ เดี๋ยวไม่สวยเอานะ " ผู้เป็นแม่พยายามจะแกะมือของลูกสาวออกพร้อมกับเอามือปาดน้ำตาให้กับลูกสาวสุดที่รัก " ดูสิโตแล้วยังขึ้แยอีก แป้งหายหมดเลยเห็นไหม "  รัตนาบอกลูกสาวอย่างใจสั่น ถ้ายังเห็นผู้เป็นลูกร้องไห้อยู่อย่างนี้ผู้เป็นแม่จะทนไหวอยู่ได้ยังไง 

" แม่ค่ะ " หญิงสาวเงยหน้าขึ้นมองหน้ารัตนา น้ำตาได้หายไปหมดแล้วหญิงสาวยิ้มออกมาให้กับผู้เป็นแม่ได้เห็น 

" ว่าไงจ๊ะ" รัตนาถามลูกสาวอย่างอ่อนโยนพร้อมปลอบลูกสาวสุดที่รักของตนด้วยการเอามือบางๆลูบหัวลูกสาวไปด้วย 

" หนูรักแม่นะคะ รักแม่ที่สุด " แพรวาบอกผู้เป็นแม่บอกคำพูดที่เธอนั้นบอกอยู่ทุกวัน คำพูดของหญิงสาวทำให้ผู้เป็นถึงกับน้ำตาคลอ 

" แม่ก็รักหนูลูก รักหนูที่สุดในชีวิต หนูเป็นแก้วตาดวงใจของแม่ " รัตนาพูดบอกภายในใจของเธอตอนนี้เหมือนมันจะแตกเป็นเสี่ยงๆ ริมฝีปากของผู้เป็นแม่จูบเข้าไปที่หน้าผาของลูกสาวอย่างเบาๆพร้อมกับกั้นน้ำตาเอาไว้ไม่ให้ร้องไห้ต่อหน้าลูก 

"......." 

" ลงไปข้างล่างกันเถอะ จะได้เวลาแล้ว " รัตนามองนาฬิกาก็พูดขึ้น มือของผู้เป็นแม่จับมือของผู้เป็นลูกพร้อมกับเดินออกไปเปิดประตูเพื่อลงไปข้างล่างพร้อมกัน  

ตามจริงแล้วหญิงสาวนั้นต้องอยู่ข้างบนรอขันหมาก​มาต้องเป็นหน้าที่ของชายหนุ่มที่พาเธอลงไป แต่ทางนั้นอยากให้เป็นคนจัดให้เป็นแบบนี้โดยจัดการงานแต่งงานนี้ให้เสร็จเร็วที่สุดเท่าที่จะทำได้ ถึงแม้ว่างานนี้จะไม่ได้ใหญ่ไม่มีแขกถึงร้อยเป็นงานแต่งงานที่เล็กๆไม่ได้ใหญ่โต และเธอก็ไม่ได้เชิญเพื่อนสนิทของเธอมางานนี้สักคนถึงแม้จะปวดใจเล็กน้อยก็เถอะแต่เพื่อพ่อเพื่อแม่เธอก็ต้องทำ 

ไม่นานหนักบุคคลหนึ่งที่เดินก้าวเข้ามาภายในงานที่ทำเอาแขกที่มาเป็นสักขีพยานต่างก็มองเป็นสายตากันเดียว จนแพรวาต้องหันมองตามแขกที่มา ความตกใจเพิ่มขึ้นมาเป็นระดับร้อย ใช่คนที่เธอเห็นอยู่ตรงหน้าคือเจ้าของสายตาคู่นั้นที่ทำให้เธอต้องตกลงไปในน้ำตัวเปียกไปหมด เธอจำได้ดี 

ตนตัวสูงเดินตรงเข้ามาหาหญิงสาวทันทีที่เขาเห็นเธอยืนอยู่ จ้องมองเธอเมื่อครั้งแรกที่ได้เจอกันไม่มีผิดจนหญิงสาวต้องหลบสายตาจากเขามองไปทางอื่นด้วยความกลัวบวกกับความเกลียด ก่อนที่คาร์ราฟจะเดินเข้ามาประชิดตัวเธอพร้อมกับพูดด้วยเสียงเข้ม 

" ยิ้มหน่อยสิครับ คุณเจ้าสาว เมื่อคืนนอนหลับสบายดีไหมครับ "ชายหนุ่มถามหญิงสาวที่ยืนอยู่ข้างๆด้วยความชอบใจที่เห็นว่าเธอนั้นเกรงกลัวเขาเป็นอย่างมาก 

"......." แต่ก็ไม่มีเสียงตอบรับจากอะไรจากหญิงสาวมีเพียงแต่เธอนั้นเอาแต่หันหน้าหนีไม่ยอมสบตาเขาเลยแม้แต่น้อย มันยังทำให้ชายหนุ่มอย่างที่จะเอาชนะคนที่ยืนอยู่ข้างๆให้ได้ 

" ถามทำไมไม่พูด เป็นใบ้ขึ้นมาหรือยังไง " คาร์ราฟถามขึ้นอีกรอบแต่ก็ยังเหมือนเดิมที่เธอนั้นไม่ยอมพูดออกมา จนเขาทนไม่ไหวเอามือใหญ่หนาจบเข้าที่แขนของหญิงสาวพร้อมกับใช้แรงบีบจนคนที่โดนจับถึงกับร้องออกมาอย่างเสียงหลง 

"โอ้ย!! เจ็บนะ " แพรวาร้องบอกชายหนุ่ม มือบางๆพยายามแกะมือคนตัวใหญ่ที่กำลังบีบแขนอยู่ให้ออกจากแขนของตัวเอง แต่ยังแกะชายหนุ่มก็ยิ่งบีบเธอแรงขึ้น 

" ก็พูดได้นี่ แล้วเมื่อกี้ผมถามทำไหมไม่พูด " เขาบอกพร้อมกับบีบแขนของเธอไปด้วย  

งานแต่งงานระหว่างแพรวากับคาร์ราฟจบเร็วกว่าที่หญิงสาวคิด เพราะมีคนที่พยายามเร่งงานแต่งให้เร็วขึ้นโดยที่ทุกคนต่างก็วุ่นวายไปกันหมด ผิดกับชายหนุ่มที่ไม่ได้รู้สึกอะไรมากกว่าความสะใจ เพราะยิ่งงานเสร็จเร็วเท่าไหร่ยิ่งทำให้พรากลูกสาวที่เป็นดวงใจของพวกมันเร็วขึ้นทุกที 

ชายหนุ่มเดินเข้ามาหาหญิงสาวที่แอบกินขนมที่ผู้เป็นแม่ได้ยื่นให้อย่างเงียบๆ หญิงสาวกินด้วยความหิวเพราะเธอไม่ได้กินอะไรตั้งแต่เช้าและนี่ก็เกือบจะตอนกลางวันแล้ว เขาเข้ามาดึงหญิงสาวออกจากมุมตรงนั้นทันทีโดยที่ไม่ได้พูดอะไรทั้งสิ้น แพรวาไม่ได้ตกใจร้องอะไรเพราะ ณ ตอนนั้นขนมเต็มปากไปหมด ก่อนเขาที่จะเปลี่ยนมาเป็นโอบกอดหญิงสาวแทนเพราะเห็นว่าดนัยผู้เป็นพ่อของหญิงสาวเดินเข้ามาหา 

" ผมขอฝากลูกสาวของผมไว้กับคุณด้วยนะครับ คุณคาร์ราฟ " ดนัยพูดบอกคนที่ยืนอยู่ตรงหน้าเพื่อต้องการฝากฝังให้เขาดูแลลูกสาวของตน แต่ผู้เป็นพ่อไม่รู้เลยว่าได้ฝากฝั่งลูกสาวไว้กับเสือที่พร้อมจะฉีกร่างของเธอให้ไม่เหลือชิ้นดี 

" ไม่ต้องห่วง ผมจะดูแลลูกสาวของคุณให้ดีที่สุด เหมือนที่คุณได้ดูแลพ่อของผมเป็นอย่างดี " คาร์ราฟกัดฟันพูดออกอย่างเจ็บปวดเพราะสิ่งที่เขานั้นได้รอค่อยวันนี้ก็ได้มาถึงเสียที่ความแค้นที่เขาได้เก็บสะสมมาตลอด10ปีโดยที่ตอนนั้นเขาอายุ 23 ปี กับน้องสาวที่อายุ 1 เศษ เขาต้องดูแลและหางานทำทุกอย่างจนวันนี้เขามีทุกอย่างที่อยากได้รวมถึงการแก้แค้นนี้ด้วย 

“ พะ...พ่อของคุณเหรอ ไม่ทราบว่าพ่อของคุณชื่ออะไร บอกผมหน่อยได้ไหมครับ“ ดนัยสงสัยในคำพูดของชายหนุ่มเป็นอย่างมาก เพราะที่เขาดูแลเจ้านายมาก็หลายคนอยู่ มีหรือที่เขาไม่รู้จักชายหนุ่มมันเป็นไปไม่ได้ 

" มิสเตอร์​ ทอมมี่ รอเธอร์ทานิส คนที่คุณนั้นรู้จักดีและยังเป็นเหมือนเพื่อนสนิทอีก คุณฆ่าพ่อแม่ของผมและทำเหมือนทุกอย่างว่าท่านฆ่าตัวตายทั้งที่เป็นฝีมือของคุณ " คาร์ราฟพูดบอกคนที่อยู่ตรงหน้าที่ตอนนี้ดนัยตกใจกับสิ่งที่ได้เห็นอย่างพูดไม่ถูก 

" ....... " 

" ทำไมไม่พูดล่ะ ว่ามึงนั้นแหละที่เป็นคนฆ่าพ่อแม่กู เงียบอยู่ทำไม พูดออกมาสิหรือว่ากลัว " คาร์ราฟตะคอกใส่ชายวัยกลางคนที่อายุน่าจะ 60 กว่าได้แล้วด้วยเสียงที่ดุทำเอาคนที่อยู่ในงานต่างมองกันด้วยความสงสัย 

" คุณหนู ผมไม่ได้เป็นคนทำ ยิ่งรู้ว่าพวกท่านเสียผมเสียใจอยู่ตลอด " เมื่อดนัยได้สติก็นึกขึ้นมาได้ว่าเจ้านายของตนมีลูกชายและลูกสาว ก็รู้ว่าเป็นคุณหนูที่ตนเคยเลี้ยงดูตอนเขาอายุเพียงเจ็ดแปดขวบได้ก่อนที่จะพูดบอกว่าเขานั้นไม่ได้เป็นคนทำเพราะตอนนั้นเขาไม่ได้อยู่บ้านหลังนั้น 

" กูไม่อยากฟังคำแก้ตัวของมึง มึงนั้นแหละที่เป็นคนฆ่าพ่อแม่ของกู จะเป็นใครไปไม่ได้นอกจากมึง " คาร์ราฟพูดบอกอย่างใส่อารมณ์เพราะโจรยังไงมันก็เป็นโจรอยู่วันยังค่ำโจรที่ไหนจะบอกว่าตัวเองเป็นโจร แพรวามองผู้เป็นพ่อคุยกับชายหนุ่มก็ตกใจพ่อของเธอไม่ได้เป็นคนแบบที่เขานั้นได้พูดออกมาอย่างแน่นอน 

" พ่อไม่ได้ทำในสิ่งที่เขาพูดใช่ไหมค่ะ พ่อไม่ได้ฆ่าพ่อแม่ของเขาใช่ไหม" หญิงสาวถามออกไปเพื่อความแน่ใจว่าในสิ่งที่คาร์ราฟพูดไม่เป็นความจริง แต่ยังไม่ทันทีผู้เป็นพ่อได้ตอบลูกสาวชายหนุ่มก็พูดแทรกขึ้นมาเสียก่อน 

" มึงดูหน้าลูกสาวมึงเอาไว้ เพราะนี่เป็นครั้งสุดท้ายที่มึงจะได้เจอ ยิ่งกูทำร้ายลูกมึงเท่าไหร่มึงก็ยิ่งเจ็บปวดมากเท่านั้น " คาร์ราฟพูดบอกอย่างสะใจ ก่อนที่จะกระชากแขนของหญิงสาวให้ออกไปพร้อมกัน แพรวาพยายามแกะมือชายหนุ่มออกพร้อมกับหยุดเดินพยายามขัดขืนเขาเพื่อที่จะไม่ไปด้วย 

" ปล่อย พ่อช่วยแพรด้วย ปล่อยฉันนะ " หญิงสาวตะโกนบอกผู้เป็นพ่อพร้อมกับขัดขืนเขาไปด้วย เมื่อดนัยเห็นแบบนั้นก็ทนไม่ได้บวกกับเสียงร้องให้ช่วยของลูกสาวหัวใจของเขาก็เหมือนแตกเป็นเสี่ยงๆ รีบวิ่งเข้าไปช่วยลูกสาวของตนทันที 

" ปล่อยลูกสาวของผมมาเถอะ คุณหนู เอาชีวิตของผมไปแทนเธอได้ไหม ผมขอร้อง" ดนัยบอกชายหนุ่มเพราะเห็นลูกสาวตัวเองเจ็บผู้เป็นพ่อเจ็บยิ่งกว่า ชายหนุ่มไม่สนใจเขาแขนหญิงสาวไว้แน่นจนตอนนี้แขนของเธอมีแต่รอยแดงเต็มไปหมด 

" ถ้ากูฆ่ามึง มึงก็แค่ตายสู้ทำลายลูกสาวมึง ให้มึงเจ็บปวดจนขาดใจแบบนี้สนุกกว่าตั้งแยะ " คาร์ราฟหยุดเดินพร้อมกับหันมาพูดใส่ดนับก่อนที่จะยิ้มแสยะออกมาอย่างสาแก่ใจ 

" พ่อค่ะ ปล่อยฉันนะไอ้เลว ไอ้ชั่ว พ่อค่ะช่วยแพรด้วย " แพรวาร้องเรียกผู้เป็นพ่ออย่างสุดเสียง 

ชายหนุ่มรีบลากตัวของหญิงสาวขึ้นรถโดยที่มีคิมและลูกน้องอีกสามสี่คนรออยู่ ประตูรถถูกเปิดออกอย่างรวดเร็วด้วยฝีมือของคิม คาร์ราฟรีบจับตัวหญิงสาวยัดเข้าไปนั่งกับที โดยที่มีตัวเองเข้าไปนั่งขวางเธอไว้ไม่ให้ออกไปได้พร้อมกับบอกคนขับรถให้ออกรถทันที 

" แพร ลูก " ดนัยวิ่งตามรถโดยที่ปากเรียกลูกสาวไปด้วย ก่อนที่จะล้มลงกับพื้นโดยที่หญิงสาวมองผู้เป็นพ่อแล้วร้องไห้ออกมาโดยที่รถแล่นห่างออกไปเรื่อยๆจนไม่เห็นพ่อของตนแล้ว 

 

ขอคอมเม้นต์เพื่อเป็นกำลังใจต่อการเขียนหน่อยนะคะถ้ามีอะไรตรงผิดเขียนผิดหรือสระกดผิดเดี๋ยวไรท์จะกลับมาแก้ไขให้นะคะ ถ้าเกิดใครชอบกดไลค์กดติดตามให้ด้วยนะคะ ถ้าไรท์เขียนกำกวมก็ขอโทษด้วยคะ แล้วไรท์จะกลับมาแก้ไขให้มันดีขึ้น ปล.ถ้าเกิดไม่ชอบยังไงขอโทษด้วยนะคะ 

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น