by.. ฟาง

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

2/ เรียกผมว่าท่านโปรด (แก้คำผิด)

ชื่อตอน : 2/ เรียกผมว่าท่านโปรด (แก้คำผิด)

คำค้น : ตอนที่ 2

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 46.3k

ความคิดเห็น : 127

ปรับปรุงล่าสุด : 13 ส.ค. 2560 17:07 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 100
× 0
× 0
แชร์ :
2/ เรียกผมว่าท่านโปรด (แก้คำผิด)
แบบอักษร

​โปรดP...

ผมนายโปรดปราณ พัฒธณปราโมทย์ ตอนนี้เป็นนิสิตวิศวะโยธาปีสองของมหาลัยxxxในกรุงเทพนี่แหละ โปรดปราณเป็นชื่อที่ไม่มีความหมายซับซ้อนอะไรหรอก พ่อผมบอกว่าพอแม่คลอดผมปุ๊บก็จากไปปั๊บ พ่อเลยทั้งรักทั้งหลงผมซึ่งเป็นลูกชายของผู้หญิงที่พ่อรักเหลือไว้ให้ดูต่างหน้า ตอนพ่อเล่าน่ะมีกอดอกยืดหน้าบอกอย่างภูมิใจด้วยนะ ว่าถ้าแม่ยังอยู่ป่านนี้ผมคงหัวเน่าเพราะมีน้องตามมาเป็นพรวนละ

บางทีผมก็เคยสงสัยว่าผมกับไอ้โยเพื่อนสนิทอีกคนเราสลับตัวกันตอนคลอดใหม่ๆหรือตอนน้ำอสุจิมันวิ่งแข่งกันเข้าหารังไข่หรือเปล่า ถ้าคุณได้รู้จักพ่อผมกับไอ้โยคุณจะไม่แปลกใจเลยว่าทำไมผมถึงคิดแบบนี้ ช่างเป็นคู่เหมือนพ่อลูกที่เป็นอันตรายต่อสภาวะแวดล้อมจริงๆ

ผมน่ะชื่อโปรดแต่ไม่เข้าใจว่าทำไมรุ่นพี่ รุ่นน้อง หรือเพื่อนร่วมคณะต้องเรียกผมว่าท่านโปรดด้วย ผมไม่ใช่ลูกเจ้าขุนมูลนายจะได้มาเรียกว่าท่งว่าท่านอะไร แต่ขี้เกียจท้วงใครอยากเรียกอะไรก็เรียกไปแต่อย่าเรียกว่าโปรดปราณเต็มยศละกัน 

"รอนานมั้ยครับพี่โปรด เปาขอโทษน๊า วันนี้ประธานนักเรียนเรียกคณะกรรมการประชุมน่ะครับ" เปาเด็กผู้ชายชั้นม.หกโรงเรียนไม่ใกล้ไม่ไกลจากมหาลัยผมเอ่ยออกมาอย่างออดอ้อนทันทีที่ก้าวขาขึ้นรถ 

ผมนอนกับเด็กคนนี้จะสองเดือนแล้วมั้งจำเวลาไม่ได้ด้วยสิ ถามว่านานพอจะเรียกว่าคนพิเศษได้ไหม สำหรับผมก็ไม่นานและก็ไม่ได้พิเศษมากพอที่จะยกให้เป็นคนสำคัญขนาดนั้น เพียงแต่ผมไม่ชอบเปลี่ยนคู่นอนบ่อยๆเหมือนไอ้ตุลย์เพื่อนรัก รายนั้นไม่เกินสองอาทิตย์ฟันเสร็จแล้วมันทิ้งแบบไม่เหลือเยื่อใยอะไร ส่วนของผมถ้าถูกใจผมก็นัดเอากันได้เรื่อยๆเสร็จกิจก็ให้ค่าเหนื่อยไป ต่างคนต่างได้ ต่างคนต่างมัน ถือว่าแฟร์ๆ

"อืมไม่เป็นไร หิวมั้ยจะกินอะไรก่อนรึเปล่า" ผมสตาร์ทรถเตรียมจะออกตัวแล้ว แต่สายตาเจ้ากรรมดันเหลือบไปเห็นไอ้เด็กเวรจอมโวยคนที่วันก่อนผมยัดแบงค์พันใส่กระเป๋าเสื้อให้ไป โถ่นึกว่าจะโวยวายอะไรที่แท้ก็อยากได้เงินล่ะว้าดูท่าทางจะเป็นเด็กเหลือขอซะขนาดนั้น ที่สำคัญมันคงจะเล็งกินเงินผมมานานแล้วล่ะ เพราะสังเกตดูมันจดๆจ้องๆผมมาหลายครั้งแล้วเวลาผมมาจอดรถที่นี่น่ะ มีอยู่ครั้งหนึ่งผมยกนิ้วกลางเป็นรางวัลที่มันชอบมาจ้อง เชื่อไหมมันทำหน้าเอ๋อจากนั้นก็ทำท่าทางจะกินเลือดกินเนื้อผมซะให้ได้ ไอ้เด็กอมมือเอ๊ย!ผมล่ะเกลียดสายตาของมันจริงๆ

เอี๊ยดด!!

"อุ้ย พี่โปรด!" เร็วกว่าความคิด ผมขับรถตั้งใจแค่เฉี่ยวไอ้เด็กเวรที่ยืนอยู่ริมฟุตบาทและกำลังทำท่าจะข้ามถนนอยู่ให้มันตกใจเล่นๆ

ปังๆๆ!! "เฮ้ยจะเอาไงวะไอ้แก่ ลงมาคุยกันให้รู้เรื่องเลยดีกว่า ครั้งที่สองแล้วนะเว้ย!" ไอ้เด็กเวรนั่นมันตกใจจนล้มก้นจั้มเบ้า ผมจอดรถนิ่งอยู่ตรงนั้นรอดูว่ามันจะทำยังไง สักพักมันก็ลุกมาตบกระโปรงหน้ารถผมปังๆปากก็อ้าพะงาบๆน่าจะเรียกหรือด่าอะไรสักอย่างมั้ง

"พี่โปรดไม่ต้องลงไปหรอกครับเดี๋ยวเปาลงไปคุยกับน้องเขาเอง น้องเขาเป็นรุ่นน้องม.ห้าที่โรงเรียนของเปา"

"ไม่ต้องหรอกเปานั่งรออยู่นี่แหละ พี่จัดการเอง" เปากำลังเอื้อมมือเปิดประตูรถก็หยุดชะงักหันมามองผมด้วยสายตาแปลกใจ หึหึ ไอ้เด็กเวรสายตากวนตีนจอมงกนั่นมันต้องเจอกับผม

"ว่าไงไอ้เด็กเวร ครั้งนี้มึงจะเรียกเงินกูอีกเท่าไหร่ ฟู่" ลงจากรถผมก็อัดควันบุหรี่เต็มปอดแล้วพ่นใส่หน้าไอ้เด็กเวรนั่นเต็มๆ หึหึ ไงล่ะไอจนหน้าดำหน้าแดงเลยมึง ดีสมน้ำหน้ามัน

"อะไรของพี่อีกวะไอ้พี่แก่ครั้งที่สองแล้วนะเนี่ยตกลงพี่เจตนาใช่ป่ะ คนอะไรวะโตกว่าเค้าตั้งเยอะแต่มารังแกเด็กแบบนี้ไม่อายมั่งรึไง" ผมกอดอกยืนพิงประตูรถฟังไอ้เด็กเวรนั่นว่าฉอดๆ คิ้วเริ่มกระตุกทันทีที่ได้ยินสรรพนามที่มันเรียกผมแบบนี้เป็นครั้งที่สอง แก่อะไรของมึงกูเพิ่ง20เองเดี๋ยวมึงได้โดนไอ้แก่แบบกูแน่ๆ

"ใครบอกว่ากูรังแกมึงไหนล่ะหลักฐาน จะกล่าวหาอะไรมันต้องมีหลักฐานสมัยนี้เขาคุยกันด้วยหลักฐานเว้ย แบบนี้กูฟ้องมึงข้อหาหมิ่นประมาทได้เลยนะ" ผมดีดขี้บุหรี่แดงๆใส่แขนจนมันสะดุ้งร้องโอ๊ยเสียงดังเชียวล่ะ ไอ้เด็กเวรตวัดสายตาจ้องผมเขม็งอย่างไม่ยอมแพ้เช่นกัน แล้วไง? เอาสิน้ำหน้าอย่างมึงจะเอาอะไรมางัดกับกู

"ไอ้แก่! ไอ้คนนิสัยไม่ดีชอบรังแกเด็ก เจ้าข้าเอ้ยลุงป้าน้าอามาดูอะไรนี่เร๊ว ไอ้แก่คนนี้นะขับรถก็ดี หน้าตาก็ดี การศึกษาก็น่าจะดี แต่ดูที่มันทำสินี่มันรังแกเด็กไม่มีทางสู้อย่างผมชัดๆ"

"หึหึ" ผมอดหัวเราะขำกับทางออกของมันไม่ได้ นึกว่ามันจะทำอะไรที่แท้ก็แค่แหกปากตะโกนเรียกร้องขอความเห็นใจจากคนรอบข้างนี่เอง สุดท้ายก็คงไม่พ้นเรื่องเรียกร้องขอค่าเสียหายตามเคย โถ่ไอ้มุขหากินเก่าๆ

"เฮ้ยไอ้ปอ เป็นอะไรวะมึง" ผมชายตามองเด็กนักเรียนชายกลุ่มหนึ่งที่เดินมาหามัน ดูท่าจะเป็นเพื่อนมันล่ะมั้ง

"ก็ไอ้แก่นี่อ่ะคนที่วันก่อนขับรถสาดน้ำโคลนใส่กูไง วันนี้มันขับรถมาเฉี่ยวกูแถมยังดีดขี้บุหรี่มาใส่กูอีกนะ ไอ้คิทมึงมาช่วยกูด่าไอ้แก่นี่เลย" ผมพยายามกลั้นหัวเราะกับท่าทางขี้ฟ้องของมัน อะไรคือการที่มันฟ้องไอ้เด็กหัวเกรียนตัวเท่าๆกันให้มาช่วยด่าผมวะ จะว่าผมรังแกเด็กก็ได้ต่อให้มันสองคนรวมกันเถอะ ถ้าโดนหลังมือทีเดียวมันทั้งคู่ได้แข่งกันนอนนับดาวข้างถนนแน่ๆ

"เฮ้ยพี่ ทำไมพี่ทำแบบนี้ล่ะ!" เพื่อนไอ้เด็กเวรนั่นหันมาแว๊ดใส่ผม พอๆกับไอ้เด็กเวรนั่นมันก็พองขนขู่ผมใหญ่ น่ากลัวตายล่ะมึง

"ถามเพื่อนมึงดีกว่าว่าเดินสะเหล่อยังไงให้รถจะชนเอาหรือว่าตั้งใจหาเงินเที่ยวกันแน่ ถ้ามึงอยากได้เงินนะกูแนะนำว่าให้มึงไปแบมือขอพ่อกับแม่หรือไม่ก็ไปหางานพิเศษทำดีกว่า อย่ามาหาเงินด้วยวิธีนี้เลยไอ้หนูเดี๋ยวจะตายไม่รู้ตัว หึ หึ หรือพ่อกับแม่มึงรู้สันดานมึงเลยไม่ให้เงินวะ กูล่ะสงสารพ่อกับแม่มึงจริงๆที่มีลูกเป็นนักต้มตุ๋นหาเงินเที่ยวอย่างมึง ถ้าอยากได้เงินจริงๆเข้ามาขอกูดีๆก็ได้เดี๋ยวกูจะทำทานให้เอง" ผมอดมองมันอย่างสังเกตตั้งแต่หัวจรดเท้าไม่ได้ ก่อนจะชะงักเมื่อเห็นแววตาวูบไหวของมัน จากนั้นมันก็ทำในสิ่งที่ผมคิด

"อืม ถ้ารู้ก็เอาค่าเสียหายมาดิ ทีนี้จะให้เท่าไหร่ล่ะ" มันพูดเสียงนิ่งๆแบมือยื่นมาตรงหน้า สุดท้ายก็เป็นอย่างที่กูคิดจริงๆแม่งทำมาเป็นโวยวายที่แท้ก็พวกสิบแปดมงกุฎ

"อ่ะ กูให้ทานมึงสามพันละกันหวังว่าคงจะพอกับชีวิตไม่ค่อยมีค่าอย่างมึงนะ อ้อ ครั้งต่อไปอย่าริเป็นสิบแปดมงกุฎตั้งแต่เด็กอย่างนี้กับใครอีกล่ะ มึงอาจไม่โชคดีแทนที่จะได้เงินแต่ดันได้ลูกปืนยัดปากแทน มึงอีกคนเป็นเพื่อนกันเวลาเห็นเพื่อนทำตัวเป็นนักต้มตุ๋นฉวยโอกาสก็หัดตักเตือนกันหน่อยไม่ใช่จะมาออกตัวแก้แทนกันแบบนี้ ระวังเพื่อนมึงมันจะไม่ตายดี" 

ควักเงินจากกระเป๋าตังค์ได้ผมก็ยื่นให้ไอ้เด็กเวรแล้วด่ามันอีกที ก่อนจะขึ้นรถขับออกมาจากตรงนั้น ตัวมันเองก็รีบรับนะครับสิบแปดมงกุฎก็คือสิบแปดมงกุฎวันยังค่ำ มองจากกระจกผมเห็นเพื่อนมันยืนกอดคอพูดอะไรกับมันสักอย่าง คงจะนัดกันไปเที่ยวคืนนี้ล่ะมั้งก็ได้เงินไปฟรีๆสามพันแล้วนี่

"พี่โปรดไม่น่าไปแกล้งน้องเขาเลยนะครับ น้องเขาน่าสงสารออก" เปาตาแดงๆมองผมพลางส่งเสียงตัดพ้อออกมา จะสงสารอะไรมันวะผมไม่เห็นสงสารอะไรไอ้เด็กนั่นเลยสักนิด

"พี่ก็ไม่ได้ไปแกล้งอะไรมันมากมายนี่ ทำไมเป็นห่วงมันมากนักรึไงเดี๋ยวพี่วนรถไปส่งก็ได้นะเผื่อเปาจะได้ไปปลอบใจมัน" ผมตอบกลับนิ่งๆ คือไม่ได้ประชดอะไรนะ ผมกับเปาไม่ได้อยู่ในฐานะที่จะมาพูดจาประชดประชันกันเพราะเราเป็นแค่คู่นอนเฉยๆ

"พี่โปรดอ่ะอย่าโกรธเปาสิครับ เปาไม่ได้หมายความว่าเป็นห่วงน้องเขาหรืออยากไปปลอบใจน้องเขาซักหน่อย ยังไงพี่โปรดก็สำคัญที่สุดกว่าคนอื่นอยู่แล้ว แต่ที่เปาบอกสงสารน้องเขาน่ะเพราะน้องเขาเป็นเด็กวัดได้ยินมาว่าหลวงพ่อเก็บมาเลี้ยงตั้งแต่เล็กๆ เมื่อเร็วๆนี้หลวงพ่อก็มรณภาพไปแล้วด้วยเปาเลยสงสารน้องเขาอ่ะ" ใจผมกระตุกไปนิดหน่อยเมื่อได้ยินสิ่งที่เปาเล่า ประกอบกับนึกถึงแววตาวูบหนึ่งตอนผมพูดถึงพ่อแม่ของมัน

อีกอย่างผมยอมรับก็ได้ว่าเรื่องที่เกิดขึ้นเมื่อกี้เป็นความผิดของผมเต็มๆ ก็วันก่อนใครใช้ให้มันมองผมด้วยสายตากวนตีนกันล่ะ และเมื่อกี้ผมก็ไม่ได้ทำให้มันเจ็บตัวอะไรมากมายนักนี่แถมยังให้เงินใช้ฟรีๆตั้งสามพันรู้สึกว่ามันเองก็พอใจที่จะรับเงินนั่น งั้นก็ถือว่าเป็นค่าที่ผมทำมันเจ็บตัวและอาจจะเจ็บใจไป หวังว่าคงไม่ต้องมีเรื่องอะไรมาเกี่ยวข้องกันอีกนะไอ้เด็กวัดเอ้ย


ปึกๆๆ "พี่โปรด อ้าา เก่งจังครับ อ๊าส์" 

หลังจากทำให้เปาเสร็จเป็นรอบที่สี่ผมก็รีบจบเกมส์บนเตียง ก่อนไอ้โยมันจะโทรมาจิกอีกรอบ

"งื้ออ พี่โปรดจะไปแล้วเหรอครับ อยู่กับเปาอีกนิดสินะ" เปาคลานเข่ามากอดเอวผมที่กำลังติดกระดุมเสื้ออยู่ข้างเตียง

"วันนี้พี่มีนัดกับเพื่อนไว้วันหลังจะมาชดเชยให้ถึงเช้าแล้วกัน ค่าขนมอยู่บนโต๊ะคอมพี่ไปล่ะ" ผมคว้าโทรศัพท์ กระเป๋าตังค์ กุญแจรถ แล้วกึ่งวิ่งกึ่งเดินออกจากห้องเปา ถ้ายังมัวอ้อยสร้อยอยู่มีหวังโดนไอ้โยมันงอนข้ามปีแน่ๆ

ผมมีเพื่อนสนิทจริงๆอยู่อีกคณะพวกนั้นมันเรียนแพทย์กัน ไอ้ตุลย์เพื่อนรักเรียนด้วยกันตั้งแต่อนุบาลมาแยกเอาตอนขึ้นม.ปลายแต่เราก็นัดเจอกันบ่อยๆ ไอ้เดียร์หญิงห้าวนี่ก็เรียนม.ต้นมาด้วยกันกับไอ้ตุลย์และผม ส่วนไอ้นัทไอ้โยผมเพิ่งรู้จักพวกมันผ่านไอ้ตุลย์ตอนม.ปลายนี่แหละ คนสุดท้ายไอ้ยิ้มหญิงมั่นผมก็เพิ่งรู้จักตอนมหาลัยปีหนึ่งผ่านพวกเด็กแพทย์เหมือนกัน สรุปคือทั้งกลุ่มนี้มีผมเป็นแกะดำอยู่คนเดียว

"โห่ไอ้สัส นัดพวกกู5ทุ่มแต่กว่าจะมาได้ผับมึงเกือบปิดพอดี ทำไมมึงไม่รอให้ผับมันปิดก่อนวะจะได้มาช่วยเด็กๆเก็บร้าน" คนแรกคือไอ้โยที่อ้าปากด่า จากนั้นก็ไม่ต้องนับแล้วครับว่ามีใครบ้างคำสรรเสริญเยินยอจากพวกมันดังรอบโต๊ะไปหมด

"มึงจะโวยวายทำไมวะโยกูก็มาแล้วนี่ไง ผับปิดพวกมึงก็แดกกันต่อไปดิ" ผมเอนหลังพิงพนักโซฟาเอ่ยกลับไปอย่างเอือมๆ ที่อยากให้ผมมาพวกมันไม่ได้รักหรือคิดถึงอะไรหรอกแต่พวกมันกะจะมาหาเหล้าฟรีกินต่างหาก เผลอๆอาจจะได้ใช้ห้องข้างบนของผับฟันหนุ่มๆสาวๆฟรีอีกด้วย อย่าคิดว่าไอ้ที่นั่งหน้าสลอนอยู่นี่ไม่มีเงินกันนะ พวกมันเป็นลูกคนมีเงินกันทั้งนั้นแต่เหตุผลที่มันอยากกินฟรีคือ ต้องการล้างผลาญกิจการของครอบครัวผมคำนี้ไอ้โยเป็นคนพูดเอง

"หึหึ ดูท่าจะอิ่มมาแล้วสิมึง" ไอ้ตุลย์มันส่งสายตารู้ทันมาให้ พอๆกับไอ้นัทที่หัวเราะขำเบาๆ

"กูเสร็จสองรอบ มึงล่ะวันนี้ลากใครลงไปกินในน้ำมารึยัง"

"กูไม่ใช่เหี้ย" ไอ้ตุลย์มันคว้าน้ำแข็งในแก้วปามาอย่างรวดเร็ว เรื่องมือเร็วนี่ต้องยอมให้มัน ยิ่งเป็นเรื่องถอดผ้านะไม่ถึงนาทีมันจับคู่นอนลอกคราบได้หมด 

นั่งดื่มไปคุยไปจนผับปิดพวกเราต่างก็แยกย้ายกันกลับโดยไม่มีใครหิ้วใครออกไปกินข้างนอกด้วย อย่าว่าแต่ผมเลยไอ้ที่นั่งๆกันอยู่ยกเว้นไอ้เดียร์กับไอ้ยิ้ม คนที่เหลือมันก็คงจะกินมาจนอิ่มแล้วเหมือนกัน ส่วนไอ้นัทนี่ผมไม่แน่ใจนะชีวิตมันเทาๆมัวๆกับการค้นหาความสุขของมัน ความสุขที่ผมก็ยังไม่รู้ว่าตัวเองอยากมีเหมือนคนอื่นเขาบ้างหรือเปล่า เพราะถ้าความสุขเปรียบได้ดั่งความรัก ผมก็ยังไม่อยากมีหรอกครับไอ้พันธะอะไรแบบนั้น มันแลดูยุ่งยากและเข้าใจยากเกินไปสำหรับผม


ปี๊นนน ไม่รู้เป็นอะไร พอเห็นไอ้เด็กเวรนี่ทีไรมือก็คอยแต่จะตบแตรรถทุกที

"พี่โปรดบีบแตรให้ใครครับ"

"ลูกหมาน่ะ เดี๋ยวมันมาซุ่มซ่ามเดินตัดหน้ารถให้พี่รับผิดชอบอีก"

"เอ๋..เปาไม่เห็นลูกหมาเลยซักตัว" ผมไม่ได้ตอบอะไรกลับไป แต่สายตายังมองที่กระจกข้างอยู่

"ไอ้เด็กเวร วันนี้จะหาเรื่องอะไรแกล้งมันดีวะ"

"พี่โปรดพูดอะไรนะครับ"

"ไม่มีอะไรหรอก ไปเรียนเถอะ" ผมจอดรถที่ซอยข้างกำแพงโรงเรียนก่อนจะเอ่ยปากบอกเปาให้ลงไปสักที ไม่อยากพิรี้พิไรอะไรมากนักเสียเวลาแกล้งไอ้เด็กสิบแปดมงกุฎนั่นหมด

"แล้วเจอกันอีกนะครับพี่โปรด จุ๊บ"

"อืม" ผมไม่ได้มองหรอกนะว่าเปาจะเดินไปทางไหนหรือจะเดินเข้าไปในโรงเรียนรึยัง สายตากับสมองมันกำลังทำงานพร้อมๆกัน วันนี้จะเอากี่พันวะไอ้เด็กวัดจอมต้มตุ๋น

"มึงน่ะ" ผมส่งเสียงดักไอ้เด็กเวรนั่นแต่แม่งกวนตีนครับไม่ตอบไม่หยุดไม่ว่า แต่ทำมาเป็นเหลือบตามองผม โถไอ้เด็กเวร! กูสิต้องเป็นคนใช้สายตาแบบนั้นมองมึง

"ไอ้สิบแปดมงกุฎ กูมีธุระจะพูดด้วย" จิ๊ ไอ้เด็กนี่มันวอนซะละ ทำเป็นเดินลอยชายใส่กูเหรอ

"โอ๊ย! อะไรของพี่วะ"

ปัง! ผมลากคอเสื้อด้านหลังหิ้วมันไปนั่งในรถ ก่อนจะปิดประตูรถใส่หน้ามันปังใหญ่

"เรียกดีๆไม่ชอบ ชอบให้ใช้กำลังเดี๋ยวกูจับหักแข้งหักขาตรงนี้ซะเลย"

"ผมไม่ได้ชื่อมึงนี่ไม่ได้ชื่อสิบแปดมงกุฎด้วย แล้วทำไมผมต้องขานรับด้วยล่ะ" เห็นปากแดงๆมันอ้าเถียงฉอดๆแล้วอยากตบให้ปากแตกสักที เป็นโชคดีของมันไปที่ผมไม่นิยมใช้ความรุนแรงกับเด็ก ไม่งั้นมึงได้โดนตีนกูแน่ไอ้เด็กเวรสิบแปดมงกุฎ

"แล้วพี่มีอะไรจะคุยกับผมอ่ะโรงเรียนจะเข้าแล้วนะมีอะไรก็รีบๆคุยมาเลย เดี๋ยวผมไปสายแล้วโดนอาจารย์ว่าเหมือนวันที่พี่ทำเสื้อผมเปียกอีก"

"พูดเหมือนเด็กรักเรียนเลยนะมึง อย่าแสดงให้มากนัก" ผมอดขัดมันไม่ได้ สภาพเด็กใจแตกหาเงินไปเที่ยวชัดๆ ผมไม่ได้ตัดสินมันด้วยความที่มันอยู่กับวัดเป็นเด็กวัดนะ คุณค่าของคนไม่ได้วัดกันที่ตรงนั้น แต่ผมตัดสินมันด้วยเงินที่มันรับจากผมไปต่างหาก เออๆเงินที่ผมยัดเยียดให้มันไปก็ได้ ก็คนไม่ถูกชะตากันนี่หว่าแถมมันยังคอยมองผมแบบกวนตีนอีกต่างหาก

"พี่จะอะไรกับผมกันนักหนาวะ เออๆแล้วแต่พี่แล้วกันเอาที่พี่สบายใจ ตกลงพี่ลากผมมาจิกกัดแค่เนี๊ยะ งั้นขอตัวไปเรียนแล้วนะพี่เสียเวลาอนาคตของชาติหมด พี่ก็ไปเรียนได้แล้วมั้ง" ผมอดขำไม่ได้ ก็มันพยายามจะเปิดรถแต่เปิดไม่ออกนั่งหันรีหันขวางหาปุ่มเปิดใหญ่

"ไอ้พี่แก่เปิดเร็วๆดิวะ คนจะไปเรียนสายแล้วนะเนี่ย"

"กูชื่อโปรดแล้วกูก็แก่กว่ามึงหลายปี มาอ้งมาไอ้เดี๋ยวกูตบปากฉีกเลย" ผมพูดเสียงเข้มใส่มัน แค่จะขู่เล่นเฉยๆตัวเท่าหมากระเป๋าแบบนี้ใช้กำลังด้วยไม่ลงหรอกเสียศักดิ์ศรีชะมัด

"ผมก็ไม่ได้ชื่อไอ้เด็กเวร ผมชื่อปอรักเรียกให้มันถูกๆดิ ทีตัวเองยังอยากให้คนอื่นเขาเรียกชื่อตัวเองแบบให้เกียรติเลย แต่ตัวเองกลับเรียกจิกหัวคนอื่นแบบนี้ใครมันจะไปเรียกพี่ได้ลงวะ ​พูดจาไม่ให้เกียรติคนอื่นเขา แล้วจะหวังมาให้เขาให้เกียรติเราเหรอตลกอ่ะพี่" ผมเท้ากระตุกขึ้นมาเฉยๆเมื่อเห็นปากแดงๆกำลังพูดจาลอยหน้าลอยตามาให้ ไอ้เด็กนี่ไม่เห็นโลงศพไม่หลั่งน้ำตาจริงๆสินะ

ป๊อก! "โอ๊ย ไรวะไอ้แก่เจ็บนะเว้ย!" ไวเท่าความคิดผมดีดนิ้วใส่หน้าผากเหม่งๆมันเต็มแรง มันถึงกับน้ำตาคลอไม่ถึงนาทีหน้าผากมันแดงเถือก โชว์ผลงานให้ผมเห็นอย่างชัดเจน หึหึ สะใจว่ะ

"มึงจะลงไปไหนก็ลงไปเลยป่ะ เดี๋ยวจะโดนอีกที" ผมปลดล็อกประตูแล้วไล่มันลงไปให้พ้นหูพ้นตา มันก็หน้าหงิกจ้องมองไม่ยอมลงไปสักที จนผมตั้งท่าจะดีดมันอีกทีนั่นแหละมันถึงรีบลนลานลงไปแถมปิดประตูรถดังโครม ถ้าประตูรถกูพังกูจะเรียกเงินจากมึงหมดตัวเลยไอ้เด็กสิบแปดมงกุฎ! 


"ว่าไงมึง กูไม่ค่อยเห็นหน้าเห็นตามึงเลยนะตกลงมึงเป็นน้องรหัสกูจริงๆใช่มั้ยไอ้ดิว" ผมพยักหน้ารับไหว้ไอ้ดิว 

ไม่รู้ว่าผมโชคดีหรือโชคร้ายที่ได้มันมาเป็นน้องรหัส ไม่ใช่ว่ามันไม่ดีหรืออะไรแต่มันเอาแต่เงียบปลีกตัวอยู่เงียบๆ ไปเลี้ยงสายรู้ไหมว่ามันทำอะไร มันนั่งจิ้มโทรศัพท์คุยกับใครไม่รู้ตลอดงานพวกรุ่นพี่ในสายต่างก็พากันว่ามันคือทายาทของผมอย่างแท้จริง ไม่ใช่เรื่องที่มันเอาแต่นั่งจิ้มโทรศัพท์อยู่กับโลกโซเชียลนะ เพราะผมไม่มีแอพโซเชียลใดๆในโทรศัพท์เลย จะมีก็แต่ไลน์ที่เอาไว้คุยกับเพื่อนและให้ไอ้โยส่งคำเชิญเกมส์แค่นั้น เด็กๆหรือคนที่นอนด้วยกันผมก็ไม่ให้ไลน์สักคนเห็นจากไอ้โยแล้วรำคาญแทน แต่ที่คนอื่นเขาว่าไอ้ดิวมันเป็นทายาทของผมคงเป็นเรื่องที่มันมีโลกส่วนตัวสูงเข้าถึงยากอะไรแบบนี้มั้ง

"ผมเคยได้ยินมาว่าตอนพี่อยู่ปีหนึ่ง พี่ก็ไม่เคยไปงานเลี้ยงสายหรือเลี้ยงอะไรซักอย่างเลยนี่" มันตั้งใจกวนประสาทผมชัดเจนครับ ปากมันพูดมาเนิบๆแต่มือกลับจิ้มโทรศัพท์อย่างเมามัน

"สัส เดี๋ยวกูสั่งซ่อมเลยนี่"

"ท่านโปรดครับให้ผมพูดตรงๆมั้ยท่าน นอกจากผมแล้วก็ไม่มีใครกล้าเป็นน้องรหัสท่านหรอก ขนาดผู้หญิงที่ตามกรี๊ดท่านผมก็ยังเห็นเขาคุยกันว่าถ้าให้มาเป็นน้องรหัสท่านเขาก็ไม่เอา ท่านต้องขอบใจผมมากกว่าที่ทำให้สายรหัสของท่านไม่ขาดไม่ใช่เอะอะอะไรก็สั่งซ่อมสั่งซ่อม นี่มันปี2017ระบบโซตัสมันควรเบาบางลงได้แล้ว" ไอ้ดิวมันพูดเอื่อยๆทำไมเหมือนผมมองเห็นตัวเองเมื่อปีที่แล้วเลยวะ จะต่างกันก็ตรงผมไม่ใด้จิ้มโทรศัพท์อย่างมัน แต่ผมนั่งกระดิกขาพ่นควันบุหรี่ใส่พี่โฬมพี่รหัสตัวเอง

"แล้วตกลงวันนี้ท่านจะไปกินมั้ยอ่ะ ถ้าไม่ไปผมจะได้ไปหาอะไรกินกับเพื่อน"

"เพื่อนหรือเมียวะ มึงคุยกับกูน่ะโปรดให้เกียรติด้วยการมองหน้าคู่สนทนามึงบ้างไม่ใช่เอาแต่ก้มหน้าคุยอยู่กับเมียโทรศัพท์มึง" ผมส่ายหัวบอกมันเสียงเรียบๆอย่างเหนื่อยใจ อะไรจะมึนขนาดนี้วะถ้ามันอยู่กับไอ้โยผมนึกภาพไม่ออกว่าไอ้มึนที่วันๆขลุกอยู่แต่โทรศัพท์ กับไอ้สมาธิสั้นที่อยู่เฉยๆนิ่งๆได้ไม่เกินสิบนาที ใครมันจะประสาทกินก่อนกัน

"อ่ะ เลิกกับเมียโทรศัพท์ก่อนก็ได้ครับท่านโปรด เชิญสั่งกระผมมาได้เลยว่าคืนนี้ท่านโปรดจะพากระผมไปเลี้ยงที่ไหน เอาที่ผับท่านเลยมั้ยครับ กระผมยังไม่เคยมีโอกาสได้ลิ้มลองเหล้าชั้นดีบรรยากาศชั้นเยี่ยมที่ผับท่านซักที" คิ้วกับเท้าผมกระตุกเป็นจังหวะเมื่อไอ้น้องรหัสหน้ามึนๆที่วันๆมันไม่ค่อยยุ่งไม่ค่อยสุงสิงกับใครมันกำลังกวนประสาทใส่ผม ขนาดผมตอนแรกรู้จักกันผมยังอดรำคาญความเงียบของมันไม่ได้ เมื่อก่อนก็คิดไปว่าไอ้นี่มันเหมือนผมมากไปละ แต่พอกินเหล้าด้วยกันสักอาทิตย์ปากมันเริ่มไม่เงียบเหมือนอย่างเคย พอๆกับเบอร์สี่สิบสี่ของผมที่เตรียมประเคนให้มัน24ชั่วโมง เดี๋ยวเถอะกูจะหลอกไปให้การ์ดที่ร้านมันกระทืบเอาสักวัน!


"คิดยังไงอยากกินลาบวะพี่"

"ไม่ต้องคิดอะไร เหตุผลสั้นๆเลี้ยงน้องเวรอย่างมึงแค่ลาบก็หรูแล้วไอ้สัส" ผมยักคิ้วอย่างกวนตีนให้ไอ้ดิวมัน คิดว่ามึงทำเป็นคนเดียวรึไงไอ้ท่าทางกวนตีนน่ะกูนี่แหละตัวพ่อ หึหึ

"กี่ที่ครับ" ผมยืนมองไอ้เด็กสิบแปดมงกุฎกำลังก้มหน้าก้มตาเช็ดโต๊ะอย่างแปลกใจ ตั้งแต่อาทิตย์ก่อนที่ผมลากมันมาดีดหน้าผากผมก็ไม่ได้มาหาเปาอีก เลยไม่มีธุระอะไรต้องมาแถวนี้

"เวลาลูกค้าเข้าร้าน มึงต้อนรับลูกค้าแบบไม่มองหน้ารึไงวะไอ้เด็กสิบแปดมงกุฎ" สิ้นคำมันก็หันขวับมา พอเห็นหน้าผมเท่านั้นแหละมันรีบเอามือปิดหน้าผากตัวเองทันทีสงสัยจะกลัวโดนดีดอีก ไม่คิดว่าจะเจอมันที่นี่ดีเหมือนกันจะได้มีอะไรเล่นสนุกๆ ไอ้ผมเองก็ไม่ได้เจอมันหลายวันแล้ว ชีวิตเลยออกจะจืดชืดพอเจอหน้ามันรู้สึกว่ากระปรี้กระเปร่าขึ้นเยอะ

"วันนี้มึงโดนอีกแน่ ไอ้เด็กเวรสิบแปดมงกุฎจอมต้มตุ๋น" ผมกระซิบบอกตอนที่เดินผ่านมันมาและเรียกมันอย่างเต็มยศกับทุกตำแหน่งที่แต่งตั้งให้ด้วย เดี๋ยวมันจะหาว่าผมไม่ให้เกียรติมันเหมือนวันก่อนอีก รู้สึกว่าอารมณ์ตัวเองตอนนี้ดีระดับเก้าเต็มสิบ และคาดว่าจะเต็มสิบในไม่ช้าเพราะไอ้เด็กที่ยืนหน้าหงิกงออยู่ตรงหน้านี่แหละ วันนี้กูจะให้เกียรติมึงเต็มที่เลยไอ้เด็กเวร!



***"อย่าตัดสินใครว่าเขาดีหรือเลว เพียงเพราะคุณเห็นเขาแค่ด้านเดียว ทุกคนมีมุมที่ดีและไม่ดีรวมอยู่ในตัวทั้งนั้น อยู่ที่ด้านไหนจะชัดเจนมากกว่ากัน"

จากประโยคด้านบน ฟางว่าอิท่านมันมีมุมเลวมากกว่าเน๊อะ ไม่รู้ว่าใครเคยเจอประโยคประมาณว่า เด็กอนุบาลมักแสดงกิริยาว่าชอบใครโดยการแกล้งมั้ย เหมือนฟางอ่านเจอที่ไหนมาซักที่นานมาแล้ว ทำไมยิ่งเขียนยิ่งรู้สึกว่าอิท่านมันเป็นแบบนี้ก็ไม่รู้ แต่ไม่หรอกน่าฟางพยายามสื่อว่าอิท่านมันไม่ได้ชอบ แต่มันอยากเอาชนะมันก็แค่คนไร้ซึ่งวุฒิภาวะทางอารมณ์ อยากแกล้งเพราะไม่ถูกชะตาอยากแกล้งเพราะปอรักดันไปมองมันประมาณเด็กที่รักหัวเข็มขัดมองหน้าหาเรื่องอ่อ ไรงี้ 

อีกเรื่องเน้อ เรื่องก็แค่ตัวแทน ตอนเปิดเรื่องฟางเขียนไปว่ามินเข้าปี1เปิดเทอมช่วงตุลารึเปล่าไม่แน่ใจแต่จำได้ว่าเปิดไม่กี่เดือนก็ปิดเทอม1ตอนสิ้นปี อันนี้ฟางอ้างอิงมาจากลูกชายปีที่แล้วเข้ามหาลัยเอกชนแห่งหนึ่งย่านท่าน้ำบางนา ฟางจำได้ว่าวันเปิดเทอมยังไปหาเอาเสื้อไปให้ช่วงตุลานี่แหละ ไม่รู้จะเกี่ยวกับอาเซียนๆอะไรรึเปล่าไม่แน่ใจไม่ได้ตามข่าวเลยรำคาญข่าวการบ้านการเมืองใน3-4ปีหลังๆนี้มาก พอๆไอดังคุกๆขาเหยียบเข้าคุกไปขาละ แต่ปีนี้ฟางถามลูกชายว่าเปิดเทอมเมื่อไหร่ปรากฏว่าเป็นเดือนมิ.ยอ่ะ น้องๆนักศึกษาที่เข้ามาอ่านอาจเกิดความงุงงงฟางเลยขอนัดแนะอย่างนี้เน้อ ฟางขอเอาเวลาเปิดปิดเทอมมหาลัยของท่านโปรดในปี2เป็นตค.-ธคเป็นเทอม1 มค-เมษา เป็นเทอม2 ส่วนน้องปอก็เปิดตามนักเรียนทั่วไปเลย น้องปอเจอโปรดช่วงเปิดเทอมม.5เทอม2 ประมาณสิ้นตุลาจ้าว เพราะเนื้อหาบางส่วนมันจะเชื่อมโยงกับบางเหตุการณ์ของเรื่อง ก็แค่ตัวแทน ทำให้ไม่สามารถกลับไปแก้ไขได้เน้อ ส่วนตอนโปรดขึ้นปี3 ฟางจะย้อนกลับไปอ่านเหตุการณ์ที่เกี่ยวเนื่องกันก่อนค่อยมาแจ้งเน้อจ้าว เพื่อความลื่นไหลและไม่ตะขิดตะขวางใจของคนอ่านเน้อ 

ขอบคุณสำหรับความเอ็นดูที่ให้น้องปอรัก และความอารีย์ที่ให้อิท่านอย่างมากมายล้นพ้น คาดว่าตอนนี้ก็คงได้รับความเอื้ออารีย์จากผู้ชมอีกมากมาย เสาร์-อาทิตย์นี้ ฟางอาจไม่ได้มาแต่จะแวะเอาอิมเมจมาแปะไว้ให้เผื่อหลายๆท่านจะยังไม่ได้เห็นอิมเมจพระ-นาย ของเราเน้อจ้าว แต่วันจันทร์มาแน่นอน อีกไม่กี่ตอนจะxxxกันละเน้อ เดี๋ยวฟางไปนึกก่อนจะเอายังไงดี ไปแล้วหนาจ้าวว

ปล.วันจันทร์จะเอารายชื่อท่านที่จอง ก็แค่ตัวแทน มาแปะให้จ้าว ยังเปิดจองกันอย่างต่อเนื่องจนถึง30มิย.เน้อ


แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น