-[TAKE]-

รักเทค ก็อย่าทิ้งกันน้าาา อยู่กับเทคนานๆ แค่เข้ามาอ่านก็ดีใจแล้ววว

ชื่อตอน : ราตรีที่ 30

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 30.8k

ความคิดเห็น : 92

ปรับปรุงล่าสุด : 11 พ.ค. 2560 23:47 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 400
× 0
× 0
แชร์ :
ราตรีที่ 30
แบบอักษร

30

หนิงลี่ลืมตาขึ้นมาอีกครั้งในวันต่อมา ก็พบว่าตัวเองได้นอนอยู่บนเตียงกว้างที่เดิมแล้ว มีหมอหลวงคอยดูแลอยู่ไม่ห่างกาย และมีเซียวถิงเย่คอยรับใช้ไม่เปลี่ยน แต่สิ่งที่เปลี่ยนคือหนิงลี่ไม่อาจลุกมาเดินเหินได้เหมือนปกติ ตรงมันถึงจะไม่ได้ฉีกขาดแต่เวลาเดินแข้งขาก็อ่อนแรงจนล้มพับไปกับพื้นหลายครั้งจนเซียวถิงเย่ต้องมาคอยประคอง ใบหน้าของนางแดงก่ำยามที่ได้สัมผัสตัว หนิงลี่ก็คิดได้ทันทีว่าเซียวถิงเย่ก็คงรู้ว่าเกิดอะไรขึ้นเมื่อคืน

มันช่างน่าอายนัก!

เมื่อคิดได้ดังนั้นหนิงลี่ก็แทบอยากเอาหน้าแทรกแผ่นดินหนีอยู่ร่ำไป ที่นี่เป็นวังหลวงย่อมต้องรู้อยู่แล้วเป็นเรื่องธรรมดา แถมซ่งจินเหลียงยังเสด็จมาที่นี่ด้วยตนเอง ไม่ต้องเดาให้มากความหนิงลี่ก็รู้ชะตากรรมตัวเองเป็นอย่างดีว่าคงถูกเอาไปพูดปากต่อปาก

กว่าหนิงลี่จะเดินได้เป็นปกติก็ปาเข้าไปวันที่สอง ในวันแรกซ่งจินเหลียงได้มีภารกิจมากจึงไม่อาจมาดูอาการด้วยตนเอง พอเข้าวันที่สองก็ได้เห็นหน้า แต่ซ่งจินเหลียงไม่ได้มาแค่ให้เห็นเพียงอย่างเดียว แต่กลับสร้างความระทมให้ร่างกายอีกรอบ

ไม่สิ! หลายรอบด้วยซ้ำ!

ร่างกายที่ช้ำอยู่แล้วก็ช้ำหนักเข้าไปอีก ตรงนั้นของซ่งจินเหลียงมันเล็กเสียเมื่อไหร่เล่า! สอดใส่เข้ามาทีก็เหมือนกับเอาท่อนไม้ใหญ่มายัดก้น แถมเจ้าตัวยังคงยิ้มหน้าตายทำเหมือนไม่รู้สึกทุกข์ร้อน จนหนิงลี่อยากไล่ตะเพิดให้รู้แล้วรู้รอด ทว่าก็ได้แต่เก็บเสียงเอาไว้ในลำคอ

เมื่อร่างกายถูกรุกรานอย่างหนัก หนิงลี่ก็ตื่นขึ้นมาในตอนสายอีกวัน นับว่าเป็นความโชคดีที่ซ่งจินเหลียงมีพระมหากรุณาธิคุณพาร่างกายที่อ่อนล้าไปยังสวนวังหลวงที่อยู่ด้านหลังพร้อมกับหนังสือที่หนิงลี่ไม่เคยอ่านกองโต เมื่ออยู่ต่อหน้าหนังสือหนิงลี่ก็เหมือนคนหูหนวกตาบอด ทุกเล่มมันน่าสนใจไปหมดจนไม่สนใจคนรอบข้าง

ที่สวนด้านหลัง...มีต้นดอกท้อออกดอกสวยสะพรั่ง ทิวทัศน์ด้านหน้าก็งดงามไม่มีที่ติ นับว่าเป็นอีกสถานที่หนึ่งที่หนิงลี่พึงใจปรารถนามาบ่อยๆ

สวนดอกท้อแห่งนี้...มันช่างน่ารื่นรมย์เสียจริง

“เจ้าชอบหรือไม่”

หนิงลี่ที่อยู่ในท่านังสบาย เอนกายพิงกับหน้าอกแกร่งของคนถามจนได้ยินเสียงหัวใจเต้นแผ่วของอีกฝ่าย

“ข้าชอบมาก”

หนิงลี่พยักหน้ารับตอบตามความจริง

“เจ้าชอบก็แล้ว ถ้าหากว่าเจ้าชอบข้าจะพาเจ้ามาบ่อยๆ”

“ขอบพระทัย ฝ่าบาท”

พระสนมรับรู้ได้ถึงมือใหญ่ที่โอบกอดตัวเองไว้แน่น พลางดวงตาก็ค่อยๆ ปิดลงอย่างช้าๆ อาจเป็นเพราะฤทธิ์ของยาหรือเพราะความสบายใจกันแน่ ทำให้หนิงลี่รู้สึกง่วงได้เพียงนี้

หรืออาจเป็นเพราะอยู่ใกล้ซ่งจินเหลียงกันแน่...

การใช้ชีวิตอยู่ในวังหลวงของหนิงลี่เริ่มง่ายขึ้นมากกว่าแต่ก่อน ถึงจะถูกพระสนมคนอื่นว่ากระทบกระทั่งบ้างว่าตนเองเป็นชายไม่สามารถมีบุตรได้เหมือนดั่งอิสตรี ไม่ช้าก็เร็วซ่งจินเหลียงก็ต้องหาผู้มาสืบทอดราชบัลลังก์ หากได้โอรสเมื่อใดพระสนมลี่ที่เป็นที่รักย่อมต้องตกกระป๋องอย่างง่ายดาย คำกล่าวหาที่เป็นจริงนั้นหนิงลี่ไม่ได้เก็บเอาไปฟ้องโร่แก่องค์ฮ่องเต้ ในเมื่อมันเป็นความจริง

เขาท้องไม่ได้...เขาไม่สามารถมีลูกให้สืบสกุลได้

อีกทั้งวัยที่เริ่มมากขึ้นก็ต้องย่อมทำให้ร่างกายโรยรามากกว่างดงามเป็นธรรมดา หนิงลี่ที่เริ่มตระหนักได้ถึงข้อนี้จึงด้แต่อดทนเก็บความทุกข์ไว้ในอก

“พระสนม ฮ่องเต้ให้มาเรียนว่าตอนนี้ฮ่องเต้อยู่ที่สระบัว เรียนเชิญให้พระสนมไปหาพ่ะย่ะค่ะ”

ขณะที่กำลังกลัดกลุ้มกับความคิดตัวเองอยู่นั้น ขันทีด้านนอกก็มารายงาน หนิงลี่จึงได้รีบรุดไปหาซ่งจินเหลียงตามพระบัญชา

เมื่อเดินไปถึง สองขาที่ก้าวเดินฉับๆ ก็หยุดนิ่งอยู่กับที่ พลันมองไปยังร่างของชายหญิงคู่หนึ่ง หนิงลี่จำได้ว่านางมีนามว่าหวงเหวยผิง เป็นน้องสาวของรองแม่ทัพอี้ชิง...หวงเหวยผิงในเวลานี้นางแต่งตัวสวยงาม กำลังหัวเราะต่อกระซิกกับซ่งจินเหลียง หวนนึกถึงสิ่งได้ยินจากปากพระสนมคนอื่นเมื่อวันก่อน

ไม่ช้าก็เร็วซ่งจินเหลียงก็ต้องแต่งตั้งพระชายา

หรือบางทีตำแหน่งนี้มันถูกกำหนดเอาไว้แล้วนะ

“พระสนม” เซียวถิงเย่เรียกด้วยน้ำเสียงอ่อน นึกเห็นใจพระสนมตนยิ่งนัก

“กลับกันเถอะ”

หัวใจของหนิงลี่เจ็บแปลบไปชั่วขณะ ความน้อยเนื้อต่ำใจเข้ามาในอกด้านซ้ายจนมันไม่สามารถห้ามได้ จนต้องเป็นฝ่ายก้าวถอยหลังหนี

ลับหลังพระสนมชายไปแล้ว หวงเหวยผิงที่ใช้หางตามองก็ยกยิ้มมุมปากด้วยความชอบใจ ผิดกับซ่งจินเหลียงที่มีสีหน้าบูดบึ้งอย่างเห็นได้ชัดที่หนิงลี่กล้าขัดคำสั่ง มาดหมายจะให้มาดูสระบัวที่ดอกกำลังผลิบานสวยงาม องค์จักรพรรดิผู้เป็นใหญ่กลับต้องมารอพระสนมแค่เพียงหนึ่งคน!

เมื่อได้โอกาสหวงเหวยผิงจึงได้ใช้มารยาหญิง หลอกล่อให้ซ่งจินเหลียงคล้อยตาม คำพูดที่ฟังดูว่ากำลังพยายามปกป้องพระสนมลี่ แต่ใครจะรู้เท่าความคิดนาง หวงเหวยผิงแค่ต้องการกำจัดหนิงลี่ให้ออกห่างจากซ่งจินเหลียงเท่านั้น หากมีความรักก็ต้องย่อมมีการผิดใจได้ง่าย ถ้ามีมือที่สามเข้ามาแทรก

“เหวยผิง”

“ฝ่าบาท” หวงเหวยผิงโน้มกายขานรับ ริมฝีปากที่ถูกแต่งแต้มด้วยสีแดงคลี่ยิ้มบาง

“นับจากวันนี้เจ้า ไม่ต้องมาหาข้าอีก”

ซ่งจินเหลียงกล่าวแค่นั้นก่อนเดินออกไป สร้างความงุนงงและความเจ็บแค้นให้หวงเหวยผิงยิ่งนัก

“ข้าไม่ดีตรงไหน! ข้าไม่งดงามตรงไหน! ใยฝ่าบาทถึงไม่สนใจข้า!”

น้ำเสียงเกรี้ยวกราดอย่างโมโหถูกสาดใส่ข้ารับใช้ที่อยู่ใกล้ตัว ดวงหน้างามบูดบึ้งไปตามอารมณ์โทสะ ริมฝีปากกระจับบูดเบี้ยวยามที่นึกถึงพระสนมผู้เลื่องชื่อ และไหนจะท่าทีที่หมางเมินของซ่งจินเหลียงที่อยู่ในสระบัวนั่นอีกด้วย นางอุตส่าห์ยอมทนไปศึกษาจนมีความรู้แตกฉาน คอยทำทุกอย่างเพื่อให้ตนเองนั้นดูเหมาะสมกับองค์ฮ่องเต้

ปีนี้หวงเหวยผิงมีอายุสิบหกปีแล้ว เมื่อสองปีก่อนนางอายุแค่สิบสี่ปีเท่านั้น ได้เห็นซ่งจินเหลียงครั้งแรกก็ตอนที่ตามขบวนเสด็จ

เด็กสาวในวัยสิบสี่ปีมีความรักครั้งแรกให้กับองค์จักรพรรดิ

“คุณหนูเจ้าคะ คุณหนูอย่าเพิ่งใจร้อน ตอนนี้ฮ่องเต้แค่โดนมนต์ดำจึงได้หลงพระสนมลี่จนหัวปักหัวปำ คุณหนูของบ่าวงดงามขนาดนี้มีหรือที่ฮ่องเต้จะไม่สน” นางพูดเพื่อเอาใจอีกฝ่าย

คนฟังหยุดนิ่ง มองไปยังสาวใช้ “แล้วข้าจะทำเช่นไรเล่า ในเมื่อไม่มีโอกาสได้เข้าใกล้ฝ่าบาทเช่นนี้”


เหมยฮวาออกความคิด “คุณหนูเจ้าคะ มีสำนวนที่ว่าหนามยอกต้องเอาหนามบ่ง ในเมื่อพระสนมลี่สามารถใช้มนต์ดำได้ เราก็ต้องใช้ได้เหมือนกัน”

“นี่เจ้าหมายความว่า...” หวงเหวยผิงขบคิดตาม สบดวงตาข้ารับใช้

“เจ้าค่ะ!” เหมยฮวาพยักหน้ารับอย่างรู้ความคิดหวงเหวยผิงเช่นกัน

การวางแผนจึงได้เริ่มต้นขึ้น...ในวันถัดมาเหมยฮวาแอบออกไปด้านนอกเพื่อทำธุระ ใช้เวลาก็เกือบค่อนวันเข้าไปแล้วคนที่เหมยฮวาไปพบเป็นนักพรตห่มขาว และมีนวดเคราสีขาว ใบหน้าชราเหี่ยวย่น ก่อนตะวันตกดินนางก็กลับเข้ามาในเรือนอีกครั้ง พอมีคนถามนางก็ปัดว่าออกไปพบญาติด้านนอกมาก

เมื่ออยู่ในที่ลับตาคน เหมยฮวาจึงรีบนำสิ่งนั้นมาให้ผู้เป็นนายโดยที่ไม่มีคนนอกได้รู้ ของสองสิ่งที่นางนำมาให้คือยาเสน่ห์ที่ได้มาจากชนเผ่าหนึ่งซึ่งมีความเชื่อและนับถือพวกภูติผีกับกับตุ๊กตาฟางที่ถูกมัดติดกันสองตัว ทั้งสองตัวต่างก็มีผ้าแดงติดเอาไว้อย่างละผืน เหวยฮวาแจ้งว่าสิ่งนี้คือตุ๊กตาที่สื่อรัก มันจะทำหน้าที่ผูกด้ายแดงของสองคนให้รวมเป็นหนึ่ง แค่เขียนชื่ออีกฝ่ายและของตัวเองด้วยเลือดก่อนจะนำไปไว้ที่ใต้หมอน เหวยฮวายังกล่าวด้วยความมั่นใจอีกว่าไม่นานนักซ่งจินเหลียงจะต้องหันมาหาหวงเหวยผิงเป็นแน่

หวงเหวยผิงทำตามคำแนะนำแต่โดยดี นางกรีดนิ้วตัวเองจนเลือดออกแล้วเขียนชื่อซ่งจินเหลียงลงไปบนตุ๊กตาตัวหนึ่ง และชื่อของนางตัวหนึ่ง

ในเมื่อพระสนมลี่สามารถใช้มนต์ดำได้ นางก็ใช้ได้เช่นกัน!

“เหวยผิง เจ้ากำลังทำอะไร”

แผนการที่ยังไม่เริ่มกลับถูกผู้เป็นพี่ชายเข้ามาเห็น หวงอี้ชิงมองสิ่งที่อยู่ในมือนาง แม้แต่เด็กอมมือยังรู้ว่าเป็นอะไร ดวงหน้าเข้มเกรี้ยวกราดเมื่อเห็นได้ว่าหวงเหวยผิงทำอะไรไม่คิด

“ท่านพี่! ของข้านะ!” นางทำหน้างอเหมือนเด็ก

หวงอี้ชิงส่ายหน้า แย่งเจ้าตุ๊กตาตัวต้นเหตุมาไว้ในมือ

“เหวยผิง อย่าหาว่าข้าไม่เตือนเจ้า ฝ่าบาทไม่ใช่คนที่เจ้าจะเล่นตลกด้วยได้ หากเจ้ายังรักชีวิตก็อย่าทำผิด ต่อให้เป็นข้าก็ไม่อาจช่วยเจ้าได้”

ความเป็นห่วงน้องสาวเพียงคนเดียวจึงเอ่ยเตือน หวงเหวยผิงยังคงเป็นเพียงแค่เด็กสาวที่ยังไม่รู้จักผิดชอบชั่วดี ในสายตาของนางอาจเห็นซ่งจินเหลียงเป็นบุรุษรูปงามจนสามารถถวายหัวใจให้โดยง่าย เบื้องหน้าคือรอยยิ้มดั่งเทพบุตร แต่เบื้องหลังนั้นคือปีศาจร้ายในคราบมนุษย์ เขาที่เป็นรองแม่ทัพย่อมเห็นซ่งจินเหลียงที่กลายเป็นปีศาจมานักต่อนัก ร่างงดงามนั่นฆ่าคนอย่างเลือดเย็น

“ข้าจะยึดสิ่งนี้เจ้าเอาไว้”

หวงอี้ชิงกล่าวแค่นี้ก็เดินออกไป โดยไม่ฟังคำคัดค้านของน้องสาว



ในห้องพระอักษร

มีสองร่างนั่งอยู่บนแท่นที่นั่งเดียวกัน ร่างที่เล็กกว่านั่งอยู่บนตักจักรพรรดิ

พระสนมถูกเรียกตัวมาพบที่ห้องพระอักษร ในตอนแรกคิดว่าซ่งจินเหลียงมีธุระจะให้รับใช้ แต่ปรากฎว่าถูกจับมาอยู่ในท่าทางที่เหมือนเด็ก ครั้นพอจะถามหาเหตุผลซ่งจินเหลียงก็เอาแต่เงียบจนไม่กล้าที่จะเอ่ยถามให้มากความ พระสนมผู้ไม่รู้ได้แต่นักตักจนง่วงหงาวหาวนอน

นี่ก็ผ่านไปหลายชั่วยามแล้วก็ไม่มีท่าทีว่าจะปล่อย

ใช่ว่าภายในห้องจะมีกันอยู่สองคนที่ไหนเล่า!

นอกจากซ่งจินเหลียงแล้วก็ยังมีนางกำนัลอีกสองคนคอยอยู่ปรนนิบัติกับขันทีที่คอยฝนหมึก ถึงจะไม่มีใครพูดก็พอรู้ได้ว่าภายในใจคงกำลังคิดอยู่แน่...ความอึดอัดถาโถมเข้ามาจนต้องส่งสายตาบอกถึงความนัย ซ่งจินเหลียงไม่สะทกสะท้านต่อความอยากรู้นั้น จนหนิงลี่ต้องก้มหน้านิ่งอีกรอบ

“ฝ่าบาท”

ครั้นพอไม่ไหวก็เอ่ยปากถาม

ซ่งจินเหลียงวางพู่กันในมือ สบดวงตากังวล ก่อนจะยกมือขึ้นเป็นสัญญาณให้ข้ารับใช้ที่อยู่ในห้องออกไปให้หมด ไม่นานนักก็เหลือเพียงสองร่างที่ยังคงนั่งอยู่ท่าเดิม

“เจ้าทำความผิด”

“ฝ่าบาท ข้าผิดอันใด”

หนิงลี่ไม่รู้...ไม่รู้ว่าตัวเองทำอะไรกันแน่

“อาลี่” จับดวงหน้ามนที่บัดนี้ดูเศร้าหมองลงอย่างเห็นได้ชัด พระสนมผู้นี้ไม่ใช่ชายงามล่มเมือง ไม่ได้มีหน้าตาดั่งเทพธิดา เป็นเพียงแค่คนธรรมดาคนหนึ่งที่สามารถกุมหัวใจองค์จักรพรรดิได้อยู่หมัด

เรื่องข่าวลือที่หนาหูมีหรือที่องค์จักรพรรดิจะไม่รู้ ช่างน่าขันนักที่ขบคิดกันไปได้ หากหนิงลี่ใช้มนต์แล้วอย่างไรเล่า แค่นี้เขาก็หลงจนแทบอยากกลืนกินไปทั้งตัว ไหนจะยังพวกพระสนมคนอื่นที่มักคอยกลั่นแกล้ง สาดเสียเทเสียสร้างความร้านฉานโดยการเป่าหูเรื่องบุตร คนพวกนั้นช่างน่าจับประหารให้รู้แล้วรู้รอด

“ข้ามีแค่เจ้า รักข้า อยู่กับข้า ต่อให้เจ้ากลายเป็นชายแก่ ข้าก็จะไม่มีวันทอดทิ้งเจ้า”

คนฟังเหมือนเงียบงัน ทว่าหัวใจกลับเต้นแรงไม่หยุดหย่อน

เป็นครั้งแรกในรอบหลายวันที่หนิงลี่รู้สึกสบายใจ แต่กระนั้นก็ไม่อาจปิดความเขินอายนี้ได้ มือใหญ่ที่โอบกระชับรอบเอวจนหนิงลี่ต้องฝังตัวอยู่ในอ้อมอกอุ่น

“ฝ่าบาท ข้ามิใช่หญิง ท่านไม่จำเป็นต้องทำเช่นนี้”

“เจ้าไม่ใช่หญิง แต่สำหรับข้าเจ้าเป็นหญิง กว่าจะได้เจ้ามาใช่ว่าจะง่ายดาย หากข้าไม่รักษาเจ้าไว้ให้ดีๆ ข้ากลัวว่าเจ้าจะทอดทิ้งข้า” ซ่งจินเหลียงมีแววตาเศร้าหมอง

หนิงลี่จับประคองใบหน้างดงามกว่าตน

“หากท่านไม่ทอดทิ้งข้า ข้าก็จะไม่ทอดทิ้งท่าน”

วันคืนที่สงบสุขของเมืองเสียนหยาง มีองค์ฮ่องเต้ซ่งจินเหลียงผู้ปกครองแผ่นดิน ในเงามืดที่ไม่มีใครสักเกต ร่างหนึ่งกำลังแอบลอบมองภายนอกจากที่หลบซ่อน ดวงตาที่เกี้ยวกราดเต็มไปด้วยโทสะ สองมือกำแน่นจนเล็บจิกเข้าไปในเนื้อ ลมหายใจแผ่วเบาคอยระมัดระวังไม่ให้ใครได้ยิน แอบเดินย่องดั่งหนูตรงไปยังจุดที่หมาดหมายไว้

การลอบเข้าวังหลวงมันเป็นเรื่องยากพอสมควร กว่าที่จะเข้ามาถึงจุดนี้เขาต้องเสี่ยงอันตรายมาหลายครั้ง...ริมฝีปากคลี่ยิ้มร้ายเมื่อเห็นนางกำนัลคนหนึ่งเดินผ่านมาแต่เพียงผู้เดียว ก่อนจะลงมือจับตัวนางด้วยความเร็ว

ไม่! เขาไม่ได้ทำตายในทันที แค่ทำให้สลบไปเท่านั้น

เขาลากนางกำนัลผู้โชคร้ายไปอีกทางหนึ่ง สายตาทอดมองอย่างนึกรังเกียจเดียจฉันท์ อีกไม่นานนางผู้นี้จะต้องตายอย่างน่าอนาถ ช่างน่าสงสาร...แต่มันเป็นเพราะโชคร้ายของนางเอง

คนกระทำคือ...ซูลี่

อดีตแม่ทัพคนงามแห่งแคว้นฉี

ซึ่งบัดนี้มีแต่ความเคียดแค้นอยู่เต็มอก พวกมันต่างเสวยสุขหน้าชื่นตาบาน ส่วนเขาต้องระทุกข์อย่างแสนสาหัส ผู้เคยเป็นใหญ่อยู่เหนือใครต่อใครกลับมีชีวิตที่ตกต่ำเพราะคนเพียงคนเดียว

“อาลี่ ข้าจะต้องฆ่าเจ้าให้ได้!”




----------------

TAKE

มารผจนต่อไป...

เหมือนจะมีคนถามว่า เทคคือคนๆ เดียวกับคนที่แต่งเรื่อง นาง(นาย)ร้าย ที่รัก หรือเปล่า คำตอบคือคนๆ เดียวกันจ้าา เป็นเทคเองน่อ เทคคนเดียวเลยยยย แถมน้องเรย์ยังเป็นลูกรักเทคด้วย คริๆ สงสารน้องเรย์ ใครอยากบ่อน้ำตาแตกก็เข้าไปอ่านกันซะน้าาา


เอาตามที่แนะนำกันเลยย เมจคือหยางหยาง นางสวยมากจริมๆ




แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น