นาบิ

มาคุยกันได้ที่เพจ : Boy's love_나비 เด้อจ้า 🤗

ตอนที่ 2 รับผิดชอบ? [100%]

ชื่อตอน : ตอนที่ 2 รับผิดชอบ? [100%]

คำค้น : ซ่า,สายลม,นิรุจ,ปราญ,สายลมที่รัก,stromylove

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 287

ความคิดเห็น : 1

ปรับปรุงล่าสุด : 14 พ.ค. 2560 14:47 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 2 รับผิดชอบ? [100%]
แบบอักษร

​Stormy Love สายลมที่รัก

ตอนที่ 2 รับผิดชอบ?

By...Nabi




“ใครงอน ทำไมลมต้องงอนด้วย” เขาไม่ยอมรับกับความรู้สึกบางอย่างของตัวเองในตอนนี้ ไม่อยากยอมรับและไม่กล้ายอมรับ กลัวเจ็บไม่ชอบความรู้สึกเจ็บ ซ่าถือวิสาสะยกแขนมากอดร่างบางเอาไว้หลวมๆ สายลมดิ้นหนีไม่ได้เขานอนได้ท่าเดียวคือท่านอนหงายเพราะยังคงใส่เฝือกเอาไว้ทั้งขาและแขน


“อยากรู้อะไรพี่จะบอกทุกอย่าง” เขาพูดง้อ จู่ๆสายลมก็หลับตาแน่นรู้สึกเหมือนมีภาพบางอย่างแวบไปแวบมาอยู่ในหัวเขาจับภาพได้เป็นบางเหตุการณ์แถมยังเป็นเหตุการณ์ที่มีซ่าอยู่ในนั้นเสียด้วย สายลมในตอนนี้ถูกซ่ากอดเอาไว้ ความอบอุ่นของวงแขนแกร่งทำให้สายลมจับภาพบางอย่างได้มันเป็นเรื่องราวที่น่าอาย เป็นสิ่งที่เขาคิดสงสัยมาตลอดตั้งแต่ที่ซ่าพูดกับเขาตอนอยู่ในห้องน้ำวันนั้น วันนี้เขากำลังจะได้รู้แล้วว่า...


ความสัมพันธ์ของพวกเขามันลึกซึ้งแค่ไหน


ภาพในหัวมันไหลเข้ามาเรื่อยๆเป็นเหตุการณ์ที่ทำให้เขาทั้งรู้สึกดีและรู้สึกแย่ไปพร้อมๆกัน


..

..

 มีผู้ชายคนหนึ่งประคองสายลมเข้ามาในห้องพักของแขกในที่ไหนสักที่ เขาวางร่างบางลงบนเตียงอย่างแผ่วเบา สายลมรู้สึกร้อนและความต้องการบางอย่างก็พุ่งสูงขึ้นจนแทบจะควบคุมตัวเองไม่ได้ มือบางยกขึ้นถอดเสื้อออกและตามด้วยกางเกงชายร่างสูงคนนั้นเดินไปเปิดกล้องวิดิโอที่เขาเตรียมเอาไว้อย่างไม่รีบร้อนพร้อมกับหยิบบุหรี่ขึ้นมาจุดสูบ ค่อยๆปลดกระดุมเสื้อทีละเม็ดนั่งดูคนตัวเล็กกระสับกระส่ายตัวแดงก่ำอยู่หน้ากล้อง

“อื้ออออ...อืออ..” สายลมครางกระเส่ากัดริมฝีปากเอาไว้ไม่ให้เกิดเสียงน่าอายขึ้นอีกครั้งแต่ก็อดกลั้นไม่ได้อยู่ดี

“ไม่ต้องห่วงนะเด็กน้อยพี่ไม่ยอมให้น้องลมของพี่ต้องช่วยตัวเองหรอกนะครับ เพราะเดี๋ยวพี่จะช่วยให้น้องลมขึ้นสวรรค์เอง” เสียงทุ้มหื่นพูดจบก็ทิ้งบุหรี่ลงแล้วเดินขึ้นเตียงไปหาสายลมอย่างไม่รีบร้อน เขายังคงใส่เสื้อผ้าครบชุดมีแค่แกะกระดุมเสื้อออกสองสามเม็ดเท่านั้น

หมั่บ

มือบางถูกตรึงเอาไว้ในระดับสายตาทั้งสองข้างและก่อนที่เรื่องทุเรศจะเกิดขึ้นกับเขา สายลมได้ยินเสียงคนทุบประตูดังขึ้นเขาจึงตัดสินใจตะโกนเรียกให้ใครก็ได้มาช่วยเขาที ถึงแม้มันจะเป็นเสียงสุดท้ายที่เขามีก็ตาม

“ชะ...ช่วยด้วยยยยยย**!” เสียงร้องดังขึ้นถึงแม้จะไม่รู้ว่าจะมีคนเข้ามาช่วยตนเองหรือเปล่า ชายร่างสูงที่สายลมยังนึกไม่ออกว่าเขาเป็นใคร ได้ปล่อยมือจากการจับข้อมือเล็กมาเป็นปิดปากบางเอาไว้ทันที

“เงียบปาก**!!” เขาสั่งเสียงเข้มแต่ไม่ดังมาก ร่างเล็กได้ยินเสียงประตูดังขึ้นเรื่อยๆเหมือนคนด้านนอกต้องการพังประตูเข้ามา ตอนนี้สายลมเหลือเพียงชั้นในตัวเดียวเนื่องจากร่างเล็กถอดออกเองกับมือด้วยความร้อนภายในและโน้ตก็พยายามจะถอดปรากการชั้นสุดท้ายออก

ปึง*!!*

เสียงแรงถีบครั้งสุดท้ายก่อนจะมีผู้ชายร่างสูงสองคนพุ่งเข้ามาในห้อง

“ไอ้โน้ต ไอ้สัด**!!” เสียงชายคนหนึ่งซึ่งคุ้นหูเป็นอย่างมากดังขึ้นอย่างโมโหพร้อมกับเดินเข้าไปกระชากคอเสื้อของผู้ชายที่ชื่อโน้ตเหวี่ยงลงพื้นและตามขึ้นคร่อมทับโดยที่อีฝ่ายไม่ทันตั้งตัว

พลั่ก พัวะ*!*

เสียงหมัดกระทบแก้มหนาดังขึ้นอย่างแรงซ่ารัวหมัดใส่โน้ตไม่กี่ครั้งโน้ตก็ตั้งหลักได้และได้โอกาสพลิกตัวมาต่อยซ่าคืน ส่วนผู้ชายอีกคนเขาจำได้ว่าเป็นคนรักของสายฟ้าก็เดินไปดูตัวเขาที่ตอนนี้ร้องไห้ตัวสั่นร่างกายเกือบเปลือยร่างสูงจึงเอาผ้าห่มห่อตัวคนตัวเล็กเอาไว้ สายลมรู้สึกดีใจมากที่มีคนมาช่วยแต่ร่างกายก็ยังมีต้องการที่จะปลดปล่อย

“มึงจะทำเหี้ยอะไรห้ะ**! ไอ้ชั่ว” ซ่าด่าอีกครั้งและพลิกตัวกลับมาคร่อมโน้ตได้อีกครั้งและง้างหมัดต่อยโน้ตอย่างหมาบ้าจนโน้ตเลือดกลบปากไม่ต่างจากเขาเลย

“พี่ซ่า” เสียงเรียกแผ่วเบาทำให้ซ่าเผลอหันกลับไปมอง โน้ตได้จังหวังจึงผลักซ่าล้มลงไปกองกับพื้นแล้วกระโดดหน้าต่างหนีไปอย่างรวดเร็ว

“ไอ้เหี้ยโน้ต**! สัดเอ๊ย” ซ่าสบถและทำท่าว่าจะวิ่งตามไปแต่เมษดึงแขนซ่าเอาไว้ก่อนซ่าหันกลับไปมองทันที

“มาดึงกูไว้ทำเหี้ยอะไร” ซ่าถามอย่างโมโหและร้อนใจที่จะตามโน้ตไป

“มึงใจเย็นก่อนตอนนี้สายลมปลอดภัยแล้วมึงอยู่กับน้องที่นี่แหละเดี๋ยวกูตามมันไปเอง” พูดจบก็รีบวิ่งออกไปทางประตูและตามไปดักหน้าโน้ตทันที ซ่ายืนนิ่งสักพักเขาหายใจเข้าออกอย่างแรงก่อนจะหันกลับมามองสายลมที่นั่งตัวสั่นร้องไห้ไม่หยุด

“พี่ซ่า” สายลมเรียกซ่าอีกครั้ง ซ่าจึงรีบเดินเข้าไปหาร่างเล็กก่อนจะดึงเอาร่างบางที่สั่นระริกไปทั้งตัวเข้ามากอดไว้แนบอก

“อือ...อื้ออ..พี่ซ่า” ลมอยากบอกอะไรบางอย่างแต่ก็ไม่กล้าพูด จนใบหน้าแดงก่ำลามไปถึงใบหู ไม่ไหวแล้วเขาอยากปลดปล่อย เอาไอ้สิ่งๆร้อนๆนี่ออกไปจากร่างกายของเขาที

“เป็นอะไร...มันทำอะไรลมอีกบอกพี่มา” ซ่าถามเสียงเข้มสายลมค่อยๆเปิดผ้าห่มออกมา ซ่ามองต่ำลงไปตามสายตาของสายลมก็เห็นแก่นกายเล็กค่อยๆตื่นตัวขึ้นมาอย่างที่เจ้าตัวอดทนเอาไว้ไม่ได้เพราะฤทธิ์ยาบางอย่าง

“ลมคือพี่...” เขาไม่กล้าแตะต้อง แต่ก็แทบทนไม่ไหวเมื่อเห็นร่างบางทุรนทุราย สายลมเลื่อนมือไปปิดกลางกายเอาไว้ด้วยความอาย นอนตะแคงหนีใบหน้าแดงก่ำ เขาจะต้องช่วยตัวเอง ซ่ามองดูการกระทำของร่างเล็กจนเส้นบางๆระหว่างความดีกับความต้องการขาดสะบั้นลง มือหนาจับไหล่บางให้นอนหงายสายลมมองซ่าด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความต้องการ ไม่ไหว...ไม่ไหวแล้ว

“พี่จะช่วยลมเอง” เขาคงเลวกว่าโน้ตไม่รู้กี่เท่าถ้าทำแบบนี้ มันแปลกที่สายลมไม่ปฏิเสธ สายตาคมมองไปที่ประตูและกวาดสายตาไปรอบห้องก็เห็นว่าโน้ตตั้งใจจะถ่ายคลิกเอาไว้ทำร้ายสายลมด้วย ร่างหนากัดฟันกรอดเขาอยากฆ่าโน้ตให้ตายคามือเสียเดี๋ยวนี้ เขาจึงตัดสินใจเอาผ้าห่มห่อตัวร่างเล็กเอาไว้แล้วช้อนอุ้มไว้ในอ้อมแขนก่อนพาเดินออกไปข้างนอก เดินไปขอให้พนักงานทางร้านเปิดห้องให้พวกเขาใหม่พร้อมกับแจ้งว่าห้องเดิมประตูพัง เมื่อได้ห้องใหม่แล้วร่างสูงวางสายลมลงบนเตียงนุ่ม ร่างเล็กตัวแดงก่ำส่ายหน้าไปมาด้วยความทุรนทุราย

“พะ..พี่ซ่า ช่วยลมด้วย” เขาร้องขออย่างไม่อาย ตอนนี้ความต้องการมันมีมากกว่าความอับอาย มือเล็กถอดปราการชั้นสุดท้ายออกด้วยมือตัวเองพร้อมกับทำท่าจะจัดการมันด้วยตัวเองและซ่าจับมือเล็กเอาไว้ก่อน

“อื้อออ...ปล่อย ลมไม่ไหวแล้ว” เขาร้องบอกอย่างขัดใจเมื่อซ่าไม่ยอมให้เขาได้ขยับส่วนนั้นด้วยตัวเอง ซ่ามองเข้าไปในดวงตาใสก็เห็นว่าสายลมมองเขาด้วยสายตาสั่นๆมีหยาดน้ำใสๆเอ่อคลอ ยิ่งทำให้สายลมดูเซ็กซี่ขึ้นไปอีก ร่างสูงเองก็ทนไม่ไหวแล้วเหมือนกัน เอายืดตัวขึ้นถอดเสื้อออกอย่างรวดเร็วก่อนจะแยกเรียวขาเล็กออกจากกัน สายลมสะดุ้งเล็กน้อย

“อ๊ะ...อื้ออออ..พะ..พี่ซ่า...ซี๊ดดดด” เสียงเล็กครางกระเส่าทันทีเมื่อลิ้นร้อนของร่างสูงแตะเข้าที่ส่วนปลายของแก่นกายเล็กที่ตอนนี้แข็งขืนขึ้นมาพร้อมระบายเต็มที่ ใบหน้าหวานสะบัดไปมาอย่างกระสับกระส่ายสายลมทั้งตื่นเต้นทั้งกลัวทั้งร้อนไปทั่วร่างกาย เขาไม่เคยทำแบบนี้กับใครมาก่อนเลย มือเล็กเอื้อมไปขยุ้มกลุ่มผมดำที่ขยับขึ้นลงอยู่ตรงกลางลำตัวของเขา ร่างเล็กไม่เข้าใจเหมือนกันว่าทำไมกับซ่าเขาถึงได้ไม่รู้สึกขยะแขยงเหมือนตนที่โน้ตทำกับเขา

ฟุ่บ ฟุ่บ ฟุ่บ

เสียงการขยับขึ้นลงดังขึ้นเรื่อยๆจากช้าก็เพิ่มความเร็วขึ้นจนสายลมครางกระเส่าเด้งสะโพกสวนกลับอย่างไร้ซึ่งความอาย ซ่าเองก็รู้ว่าสายลมต้องการอะไรเขาทั้งดูดทั้งเลียทั้งรูดรั้งให้จนกระทั่งสายเล็กตัวกระตุกเกร็ง

“อื้ออออออออออ” สายลมครางออกมาเฮือกสุดท้ายเมื่อตนเองได้ปลดปล่อยออกมาสมใจ ร่างบางนอนหอบหายใจเหนื่อยหอบนอนมองเพดานห้องตาลอย ร่างสูงกลืนน้ำรักของคนตัวเล็กลงไปเล็กน้อยก่อนคายที่เหลือออกมาเพื่อใช้มันเป็นสารหล่อลื่นให้เขาได้สัมผัสร่างกายบางได้อย่างเต็มที่ ซ่าถอดกางเกงพร้อมกับชั้นในออกอย่างรวดเร็ว ก่อนก้มลงมาทาบทับร่างเล็กอีกครั้ง

“อย่าเกร็งนะคนดี พี่จะช่วยให้ลมหายอึดอัดเองนะครับ” พูดไปพลางใช้น้ำรักลูบไปที่ช่องทางหฤหรรษ์ไปด้วย ไม่ทันที่สายลมจะได้ตั้งสติ นิ้วยาวก็สวนเข้าไปในตัวของเขาอย่างรวดเร็วทำเอาสายลมตัวกระตุก

“อ๊า...อะไร...อื้ออออ เจ็บ” เขาร้องบอกทั้งน้ำตามันเป็นความเจ็บที่มาพร้อมกับความเสียวกระสันอย่างบอกไม่ถูก นี่ซ่ากำลังจะทำอะไรกับเขากัน

“ชู่ววว ผ่อนคลายนะครับ จะได้หายอึดอัดไง” ซ่าพูดกล่อมพลางจูบขมับชื้อเหงื่อไปด้วย ตอนนี้สายลมเริ่มผ่อนคลายและเขาก็สอดนิ้วแกร่งเข้าไปด้านในได้ถึงสามนิ้ว

จุ๊บ

“เก่งมาก” เขาจูบที่ริมฝีปากบางเร็วๆเน้นๆจนเกิดเสียง แล้วพูดชมให้สายลมมีกำลังใจมากขึ้นจนเขารู้สึกได้ว่าตอนนี้ร่างเล็กพรั่งพร้อมสำหรับเขาแล้วในตอนนี้ ซ่าก้มลงไปไล่เลียพร้อมกับดูดเม้มซอกคอขาวลงมาจนถึงยอดอกสีสด

“อ๊ะ...อ่า” ลิ้นร้อนตวัดเลียยอดอกเล็กจนร่างบางสั่นระริก แก่นกายที่พึ่งปลดปล่อยออกไปตื่นตัวขึ้นมาใหม่อีกครั้งฤทธิ์ยาบางอย่างที่อยู่ในกายบางยังคงอยู่ แขนเรียวเอื้อมไปโอบรอบคอร่างสูงเอาไว้ ซ่าผละออกมาเขาหยุดนิ่งมองตากับสายลมก่อนก้มลงไปจุมพิตที่ริมฝีปากบาง ไล่เลียจนร่างบางยอมเปิดปากให้ลิ้นร้อนเข้าไปควานหาความหวานได้อย่างเต็มที่ ในขณะเดียวกันนิ้วยาวทั้งสามถูกถอนออกมาพร้อมกับจับเอาแท่งร้อนของตนเองจ่อไปที่ช่องทางรัก เขาไม่ยอมผละริมฝีปากออกมา ข้างบนก็จูบกันอย่างดุเดือนเร่าร้อนข้างล่างก็ค่อยๆสอดใส่เข้าไปทีละนิดๆ

สวบ

“อื้อออออออออออ”

“อึ่ก” สายลมเจ็บมากแต่พูดหรือร้องออกมาไม่ได้เพราะถูกซ่าบดจูบอยู่ เขาจึงกัดปากซ่าไปเต็มแรงขนร่างสูงเลือดซิบ แต่เขาก็ไม่ได้ว่าอะไรเพราะรู้ดีว่าสายลมคงจะเจ็บมาก เมื่อร่างกายผสานเป็นหนึ่งเขาจึงค่อยๆผละริมฝีปากออกมาช้าๆ ก็เห็นว่าร่างเล็กน้ำตาไหลลงมาแววตาสั่นไหวเหมือนกำลังตัดพ้อให้กับชีวิตที่แสนบัดซบ ซ่าชะงักมือหนาเอื้อมไปเกลี่ยน้ำตาออกจากแก้มเนียน

“พี่หยุดไม่ได้แล้ว” เขาบอกเสียงแผ่วพร่า เขาไม่สามารถหยุดการกระทำตรงนี้ได้แล้วจริงๆ สายลมสบตากับร่างสูงนิ่งๆก่อนจะเบี่ยงหน้าหนีมองไปทางอื่น แต่ร่างสูงก็ตามประกบจูบจนสายลมยอมให้เขาจูบอีกครั้ง ช่วงล่างจึงขยับเข้าออกอย่างช้าๆ

“อ๊ะ...อื้อออ...อ่า” ทันทีที่ซ่าขยับร่างกายสายลมก็ตัวกระตุก ร่างกายขยับตามแรกกระแทก จากช้าๆก็เริ่มเร็วขึ้นเรื่อยๆ ตอนนี้ร่างสูงไม่สามารถคีพลุคผู้ชายใจเย็นได้อีกต่อไป ซ่าค่อนข้างอารมณ์รุนแรงกับเรื่องบนเตียง เขาจบความต้องการลงที่ท่ามาตรฐานหนึ่งรอบและเริ่มพลิกกายพาสายลมเปลี่ยนท่าไปเป็นให้ร่างบางอยู่ด้านบน ส่วนตัวเขาก็เด้งสะโพกสวนขึ้นอยู่ด้านล่างโดยที่สายลมไม่ได้ทำอะไรเลย ท่านี้ทำให้การสอดใส่ลึกขึ้นกวาเดิมยิ่งทำให้สายลมเสียวซ่านกับการถูกกระแทกมากขึ้นกว่าเดิม มือเล็กจับสองไหล่แกร่งเอาไว้เพื่อพยุงตัวใบหน้าแหงนเชิ่ดขึ้น

“อ่า....ซี๊ดดดด เสียงเป็นบ้า” เสียงทุ้มครางกระเส่าไม่แพ้กัน เขาพอใจกับร่างกายของสายลมเป็นอย่างมาก มันคงเป็นเพราะสายลมคือคนที่เขารัก เขาถึงได้ภาคภูมิใจที่ได้เป็นผู้ชายคนแรกของร่างเล็ก

“อ๊ะ...อื้อออออ...พี่ซ่า..อ๊า” สายลมเรียกซ่าเสียงหลงเมื่อร่างสูงพลิกกายให้สายลมคว่ำกายลง มือหนายกสะโพกเล็กขึ้นมาก่อนจะจ่อแท่งร้อนและสอดเข้าไปทีเดียวจนสุดความยาว ทันทีที่ท่าทางลงตัวเขาก็ขยับสะโพกกระแทกอย่างแรงและเร็วจนสายลมส่ายหน้าไปมาเพราะมันเสียงจนแทบทนไม่ไหว เสียวเหมือนใจจะขาดเสียให้ได้

“อ่า...ซี๊ดดดด” ร่างสูงส่งเสียงครางต่ำอย่างพอใจยิ่งทำให้สายลมเกิดอารมณ์อยากปลดปล่อยขึ้นมามากกว่าเดิม ซ่าเหมือนรู้เขาเอื้อมมือมาด้านหน้าและเร่งขยับแก่นกายให้สายลมไปด้วย กระแทกสะโพกรุนแรงและเร็วเท่าไหร่ก็ขยับให้สายลมเร็วเท่านั้น เขากระแทกสะโพกด้วยความอึดอยู่สักพักจนในที่สุดก็ยอมให้ตนเองและสายลมได้ปลดปล่อยความต้องการออกมา ร่างเล็กครางลั่นก่อนตัวเกร็งกระตุกพร้อมกับปลดปล่อยน้ำรักออกมาจนเต็มฝ่ามือหนา ซ่าเองเมื่อได้ปลดปล่อยแล้วก็ค่อยๆผ่อนสะโพกลงจนหยุดนิ่ง ร่างเล็กของสายลมทรุดลงนอนนิ่งอยู่บนที่นอนยับยู่ทันทีอย่างหมดแรง ร่างสูงนอนตาลงไปเช่นกัน เขาก้มลงหอมแก้มเนียนเบาๆก่อนจะหลับตามกันไปในเวลาไม่นาน

ความอบอุ่นข้างกายและแรงขยับอ้อมกอดทำให้ร่างเล็กที่นอนหลับตาพริ้มเพราะเหนื่อยอ่อนกับสิ่งที่เกิดขึ้นเมื่อคืนที่ผ่านมาขยับตัวตื่นลืมตาขึ้นมาในความมืดสลัวไร้แสงแดดยามเช้า ไร้ซึ่งแสงไฟนีออนสีเหลืองอ่อน แผงอกแกร่งเปล่าเปลือยอยู่ตรงหน้า สายลมไม่ได้ผลักให้ออกห่างหรือขยับกายหนีสัมผัสอบอุ่นนี้ นอนนิ่งมองแผงอกนั้นอยู่นานเพื่อตอกย้ำกับตัวเองว่า

...เขาตกเป็นของซ่าแล้ว...

ผู้ชายร่างสูงที่เขาพยายามหนีและปฏิเสธความรู้สึกของอีกฝ่ายนักหนา แต่มาวันนี้เขากลับหนีไม่พ้น มือบางกำผ้าห่มแน่นดวงตาแดงก่ำเสียจนแทบบ้าไม่อยากร้องไห้ออกมาให้ใครสมเพชเวทนายิ่งต่อหน้าซ่ายิ่งไม่อยากทำ เขาผิดเองเมื่อคืนนี้เขายอมเองมันเกิดขึ้นก็เพราะฤทธิ์ยาที่โน้ตให้พนักงานผับใส่มันลงในแก้วไวน์ของเขา แค่อึกเดียวรู้เรื่องทั้งคืน ร้องขอให้ซ่าช่วยเขาปลดปล่อยจากอารมณ์กระสันซ่านทุกข์ทรมานนั่น อย่างคนหน้าไม่อาย ต้องการแล้วต้องการอีกไม่จบไม่สิ้น พึ่งได้นอนหลับพักผ่อนจริงจังไปเมื่อไม่กี่ชั่วโมงที่ผ่านมา ตอนนี้ก็ตื่นขึ้นมารับความจริง ตื่นมารับความเจ็บปวด

นี่คือสิ่งที่เขาได้จากการมอบความรักให้ใครบางคน...

มันคือความย่อยยับ...

ยิ่งซ่าขยับอ้อมกอดให้แน่นขึ้นเท่าไหร่สายลมก็ยิ่งเกลียดตัวเองมากขึ้นเท่านั้น น้ำตาร่วงเผาะลงมาเบาๆไร้เสียงสะอื้น เส้นเลือดปูนโปนขึ้นมาที่ขมับเล็กมือขย้ำผ้าห่มจนแทบอยากจะฉีกให้มันขาดเป็นชิ้นๆคามือ บางอย่างที่ยุกยิกอยู่ในอ้อมกอดทำให้ซ่าค่อยๆลืมตาตื่นขึ้นมา สิ่งแรกที่เห็นคือแสงที่ส่องเข้ามาภายในห้องลิ่มแสงเส้นเล็กๆเหมือนพระอาทิตย์กำลังขึ้น ตอนนี้ก็คงเป็นเวลาใกล้รุ่ง ก่อนจะก้มลงหอมหัวคนในอ้อมกอดแล้วก็ต้องชะงักเมื่อเห็นว่าคนตัวเล็กกำลังร้องไห้ ซ่าดันสายลมออกมาเล็กน้อยเพื่อมองหน้าให้ชัดๆสายลมหลบสายตาไม่ยอมเงยหน้าขึ้นมามองด้วยความอับอายกับเรื่องที่เกิดขึ้นเมื่อคืนนี้

“เป็นอะไร ร้องไห้ทำไม” ซ่าถามน้ำเสียงเป็นกังวล สายลมกัดฟันกรอดเหมือนต้องการหยุดร้องไห้และตอบคำถามของซ่าแต่มันก็หยุดไม่ได้สักที

“พี่ขอโทษ...ขอโทษ” ซ่าดึงเอาร่างเล็กเข้ามากอดแนบอกลูบผมนิ่มพร้อมกับพึมพำว่า ขอโทษอยู่อย่างนั้นซ้ำๆเพราะมันเป็นสิ่งเดียวที่เขาทำได้ในตอนนี้ เขารู้ดีว่าสายลมกำลังเสียใจและรับไม่ได้กับเรื่องที่เกิดขึ้น

..

..

“ลม...ลม” เสียงเรียกดังขึ้นทำให้เขาลืมตาขึ้นพร้อมกับหยาดน้ำตาที่ไหลลงมาที่หางตาเบาๆ ซ่าเองก็มองเห็นน้ำตาของสายลมถึงแม้จะมืดแต่เขาก็มองเห็นได้ชัดเจน


“เป็นอะไร ปวดหัวหรอ” เขาถามด้วยความเป็นห่วง สายลมตวัดสายตามองร่างสูงด้วยสายตาตัดพ้อ อย่างนี้นี่เอง...เรื่องทุกอย่างมันเป็นแบบนี้นี่เอง ที่ซ่าทำทุกอย่างตอนนี้ก็คงต้องการทำเพื่อรับผิดชอบสิ่งที่เกิดขึ้นกับเขาในตอนนั้นสินะ ความสัมพันธ์ทางกายในครั้งนั้นคงจะทำให้ซ่ารู้สึกผิดมาก สายลมคิดไปเองว่าซ่าคงไม่ได้รักตนเองจริงๆร่างสูงเพียงแค่ต้องการรับผิดชอบสิ่งที่ร่างสูงทำผิดไว้กับเขาเท่านั้น


“ร้องไห้ทำไม หืม?” เขาถามเสียงอ่อนโยน มือหนาจะยกมาเกลี่ยน้ำตาออกให้แต่สายลมก็ปัดออกอย่างแรง


“ออกไป” พูดไล่เสียงสั่น ซ่าขมวดคิ้วไม่เข้าใจว่าสายลมกำลังเป็นอะไร นี่มันเกิดอะไรขึ้น จู่ๆสายลมก็หลับตาแน่นเหมือนปวดหัว ร่างสูงเรียกอยู่นานจนกระทั่งร่างเล็กลืมตาขึ้นมาพร้อมกับหยาดน้ำตาที่เอ่อคลอ


“ไม่ พี่จะไม่ไปไหนทั้งนั้นจนกว่าลมจะบอกพี่ว่าลมเป็นอะไร งอนพี่เรื่องอะไรอีก” เขาไม่ยอมออกไปตามคำขับไล่ของร่างเล็ก พยายามพูดกับสายลมด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน สายลมร้องไห้หนักขึ้นกว่าเดิมแต่ไร้เสียงสะอื้น มันเหมือนมีก้อนอะไรบางอย่างจุกอยู่ที่อก ไม่รู้ว่ามันคืออะไรเหมือนกัน


“ไม่ได้งอน ลมไม่อยากเห็นหน้าพี่ซ่าเข้าใจมั้ย...ฮึก” สุดท้ายก็กลั้นเอาไว้ไม่ไหว ร้องไห้สะอึกสะอื้นออกมาจนได้ ร่างสูงยิ่งเห็นคนตรงหน้าเป็นแบบนี้เขายิ่งทิ้งสายลมไปไหนไม่ได้ เขาอยากดึงเอาร่างเล็กเข้ามากอดปลอบแต่ก็ทำได้แค่ลูบหัวเบาๆเพราะสายลมยังบาดเจ็บสัมผัสมากไม่ได้


“พี่ขอโทษ ถ้าเป็นเรื่องที่โต๊ะอาหาร คือพี่...” เขาพยายามอธิบาย


“ไม่ใช่! ฮึก...พี่ซ่ากลับไปเถอะ ลมยังไม่อยากคุยกับพี่ตอนนี้” สายลมเองก็พยายามสงบสติอารมณ์ตนเองเหมือนกัน เขาจะไม่บอกซ่าว่าเขาจำอะไรได้บ้างแล้ว แต่เขาจะรอให้ร่างสูงเป็นคนบอกเขาเองเรื่องสำคัญแบบนี้ซ่าต้องบอกสายลมตามความจริงเท่านั้น แต่ถ้าคำตอบของซ่ามันเป็นแค่การรับผิดชอบสายลมก็คงเสียใจไม่น้อย ร่างสูงถอนหายใจเขาจะยอมถอยให้ก่อนเมื่อเห็นว่าสายลมยังไม่พร้อมจะบอกอะไรเขาในตอนนี้


“ก็ได้ พี่ยอมกลับไปก่อนก็ได้ แต่พรุ่งนี้เราต้องคุยกันให้รู้เรื่อง” เขารีบบอกเอาไว้ก่อน จะให้เรื่องมันคาราคาซังอยู่แบบนี้เขาไม่ชอบ สายลมหันหน้าหนีไม่ยอมตอบอะไรซ่าอีก ร่างเล็กยังคงนอนร้องไห้ ซ่าอยากเช็ดน้ำตาให้แต่เขาก็ต้องยอมถอนให้ก่อน ร่างสูงลุกลงจากเตียงนอนอย่างช้าๆ ก่อนเดินออกไปตามที่สายลมต้องการ


“ฮึก...ฮืออออออ...พี่แค่อยากรับผิดชอบลมใช่มั้ย ไม่จำเป็น...ไม่ต้องมารับผิดชอบ...ฮึก...ลมไม่ต้องการ” พอซ่าเดินออกไปพ้นกรอบประตูพร้อมกับปิดประตู ร่างเล็กก็ร้องไห้โฮออกมาพร้อมกับพูดตัดพ้อร่างสูงทันที ความทรงจำที่ไหลย้อนกลับเข้ามาในหัววันนี้มันทำให้เขาเข้าใจอะไรบางอย่างได้บ้างแล้ว


---------------60%-----------------


สายลมเย็นยามค่ำคืนผัดเอาความเหน็บหนาวกระทบผิวกายหนาดวงตาคมเข้มเหม่อมองไปบนท้องฟ้าที่มืดมนยามรัติกาล กาลเวลาก็คงเหมือนชีวิตคืนนี้อับแสงพรุ่งนี้เช้าก็มีแสงสว่างเข้ามา ไม่มีชีวิตไหนในโลกที่จะต้องอับแสงตลอดไป มือหนาล้วงกระเป๋ากางเกงไว้ท่าทีสุขุม เมื่อใดที่สมองอันชาญฉลาดของเขาเผลอนึกย้อนไปถึงความทรงจำในอดีตมันสร้างความเจ็บปวดให้เขาแทบทุกครั้งไป


เคยได้ยินไหมว่า คนพูดเขาไม่เคยจำในสิ่งที่เขาพูด คนฟังต่างหากที่จำฝังใจและเก็บเอามาให้ตัวเองนึกเจ็บใจเล่นไม่มีใครแคร์ความรู้สึกของเราเท่าตัวเราเองอีกแล้ว ชายร่างสูงพรูลมหายใจออกมาเบาๆ ชีวิตวันนี้ผ่านพ้นไปแล้ว เขาเคยคิดอยู่ชั่ววูบหนึ่งว่าชีวิตต่อจากนี้ไปเขาจะอยู่ไปทำไม อยู่ไปเพื่ออะไร มีชีวิตไปวันๆโดยไร้จุดหมายรอวันที่ความตายจะมากระชากวิญญาณและพรากเอาลมหายใจไปจากเขาแค่นั้นหรือ ความคิดนั้นดับวูบลงด้วยมือเล็กๆที่ยื่นมาจับมือเขาเอาไว้แน่นด้วยแรงที่มีเพียงน้อยนิด ทำให้เขาได้สติกลับมาอยากมีชีวิตอีกครั้ง ต่อจากนี้ไปชีวิตของเขามอบให้แก่เด็กผู้หญิงคนหนึ่ง เด็กหญิงนิลิณ


“คุณพ่อ” แค่คิดถึงเสียงใสก็ดังขึ้นราวกับรู้ว่าตอนนี้เขากำลังต้องการกำลังใจจากเจ้าเด็กน้อยมากแค่ไหน


 “หืม” เขาขานรับโดยไม่ได้หันไปมองสบตากับคนเรียก เด็กน้อยเดินเข้ามายืนเคียงข้างยกมือขึ้นมาแตะเข้าที่แขนแกร่งหวังให้ผู้เป็นเพราะจับมือเล็กของตัวเองเอาไว้ นิรุจเองก็ชักมืออกมาจากกระเป๋ากางเกงและจับมือเล็กไว้ด้วยความอบอุ่น นิลิณยิ้มตาหยีเธอมีความสุข เด็กน้อยยังคงไร้เดียงสาไม่รู้เรื่องรู้ราวอะไรที่พ่อกับแม่ต้องแยกทางกัน มันดีที่เธอสนิทกับพ่อมากกว่าแม่ เธอชอบความอบอุ่นของนิรุจถึงแม้จะแข็งกระด้างไปบ้างแต่พ่อก็คือพ่อ เธอเงยหน้ามองผู้เป็นพ่อแต่อีกฝ่ายเอาแต่เหม่อมองฟ้า คำถามไร้เดียงสาเกิดขึ้นมาท่ามกลางเสียงจิ้งหรีดเรไร


“คุณแม่จะมาหานิลิณมั้ยคะ นิลิณคิดถึงคุณแม่” เมื่อคำถามจบลงเธอรับรู้ถึงแรงบีบที่ฝ่ามือเล็กได้อย่างชัดเจน เพียงแค่เธอถามถึงแม่บังเกิดเกล้าที่จากกันมาหลายปีเพียงเท่านี้ พ่อถึงขั้นบีบมือเธอแสดงให้เห็นได้อย่างชัดเจนว่าพ่อไม่พอใจ นิรุจก้มมองคนถามสายตาเรียบนิ่งเย็นชา นิลิณทำหน้าไม่ถูก เธอยอมรับว่าเกรงกลัวคนเป็นพ่อยิ่งกว่าอะไรไม่ว่านิรุจจะสั่งจะสอนเธอหรือดุด่าตักเตือนอย่างไรเธอก็ไม่กล้าหืออือใดๆ ทำเพียงแค่ก้มหน้ารับฟังและปฏิบัติตาม แต่ก็เพราะคำสั่งสอนของพ่อคนนี้ถึงทำให้เธอเป็นเด็กน่ารัก และเป็นที่รักของทุกๆคนทั้งในไร่และที่โรงเรียน


“ไปโรงเรียนวันแรกเป็นยังไงบ้าง” เขาเปลี่ยนเรื่องคุยไปเสียเฉยๆทำเอาเด็กน้อยยืนงง เธอต้องการคำตอบที่ชัดเจนจากพ่อว่าแม่จะมาหาเธอไหม แต่ในเมื่อพ่อไม่ตอบแถมยังเลี่ยงประเด็นเสียขนาดนี้เธอคงไม่คิดถามย้ำซ้าอีกให้ต้องเสียความรู้สึก


“สนุกมากเลยค่า คุณครูใจดี นิลิณมีเพื่อนใหม่หลายคนเลย” เธอตอบคำถามผู้เป็นพ่อด้วยรอยยิ้มสดใส เมื่อพูดถึงเพื่อนๆที่โรงเรียนก็ทำให้เด็กน้อยลืมเรื่องแม่ไปทันที


“มีใครมารังแกรึเปล่า” นิรุจถามลูกสาวด้วยความเป็นห่วง นิลิณเป็นเด็กน่ารัก อ่อนโยน น่าทะนุถนอมและที่สำคัญเธอเป็นคนค่อนข้างไวต่อความรู้สึก อ่อนแอไม่สู้คน มันคงเป็นเพราะเขาเองที่สอนให้เธอเป็นคนอ่อนโยนมีจิตใจเมตตา คงไม่แปลกที่จะมีคนมาแกล้งมาแหย่เพราะเห็นว่าเธอไม่คิดสู้กลับ


 “นิลิณไม่เป็นไรหรอกค่า คุณพ่อ” เธอไม่อยากให้พ่อไม่สบายใจจึงตอบเลี่ยงๆ เขาจ้องเขาไปในดวงตาใส สายลมล่อกแล่กเหมือนกำลังเก็บความลับไว้ไม่มิด


“พูดแบบนี้แสดงว่ามี”


“เปล่าค่า คือนิลิณไม่อยากให้คุณพ่อไม่สบายใจ มีหลายคนที่ดี ที่ไม่ดีก็มี คุณพ่อไม่ต้องเป็นห่วงหรอกค่า” เธอรีบพูดแก้ต่าง เด็กน้อยสี่ขวบช่างมีความคิดที่เป็นผู้ใหญ่เกินตัวจนนิรุจยังอดภูมิใจไม่ได้ นีบวันนิลิณยิ่งมีนิสัยคล้ายกับเขาถึงแม้หน้าตาจะได้ทางแม่มาเยอะแต่เขามั่นใจว่านิลิณจะต้องได้นิสัยของเขาไปบ้างไม่มากก็น้อย เขาถอนหายใจนั่งยองๆลงไปในระดับเดียวกับที่ลูกสาวตัวน้อยยืนอยู่ มือหนาลูบหัวเล็กเบาๆ


 “น่ารักแบบนี้จะไม่ให้เป็นห่วงได้ไง” เขาบอกยิ้มๆ เด็กน้อยเองก็พลอยยิ้มตามไปด้วย เธอโผเข้ากอดพ่อเต็มวงแขนเล็กนิรุจก็กอดตอบพร้อมกับหอมแก้มใส


  “วันนี้อยากฟังนิทานเรื่องอะไร” เขาถาม ร่างสูงอาจจะดูแข็งกระด้างแต่ใครจะรู้ว่าเขาต้องอ่านนิทานให้ลูกสาวตัวน้อยฟังก่อนนอนทุกคืน เด็กน้อยทำหน้านึกอย่างน่าเอ็นดู


 “อืม...ชาวนากับงู่เห่าค่า” ชาวนากับงูเห่าช่างตรงกับชีวิตของเขาเหลือเกิน ชาวนาผู้ยากไร้และจิตใจดีเห็นงูเห่าผู้น่าสงสาร จึงเก็บมาเลี้ยง เลี้ยงด้วยความรักและภัคดี แต่สุดท้ายชาวนาก็ได้พบกับบทเรียนราคาแพงแสนแพงนั่นคือ งูเห่ามันเลี้ยงไม่เชื่อง ไม่ว่าจะเลี้ยงดูมันดิบดีแค่ไหนสุดท้ายด้วยสัญชาตญาณมันก็ฉกชาวนาจนตายอยู่ดี แต่มันต่างกันตรงที่ตัวเขาไม่ได้ตายไปจากโลกนี้  เขาตายทั้งเป็น


เมื่อฟังนิทานจนจบเด็กน้อยไม่เคยหลับก่อนเลยเพราะรอฟังข้อคิดดีๆจากในนิทานที่พ่ออ่านให้ฟัง


 “อย่าทำตัวเองให้เหมือนกับงูเห่า เราต้องกตัญญูต่อผู้มีพระคุณ” เขาสอน นิลิณพยักหน้ารับรู้เธอจะจำให้ขึ้นใจว่าจะไม่มีวันทำตัวให้เหมือนงูเห่าที่ฉกชาวนา เพราะชาวนาคือผู้มีพะคุณ


 “นิลิณรักคุณพ่อค่า” เธอพูดเสียงใสพร้อมกอดเอวหนาเอาหน้าซุกตักแกร่ง ตอนนี้เริ่มจะง่วงนอนแล้ว เขาวางหนังสองลงกับโต๊ะหัวเตียง จัดท่าให้เด็กน้อยนอนลงกับหมอนอย่างสบายๆ ก้มลงจุมพิตเบาๆที่หน้าผากเนียน


 “ฝันดี” เขาบอก เด็กน้อยยิ้มรับก่อนจะเข้าสู่ห้วงนิทรา นิรุจนั่งเฝ้าลูกสาวสักพักเพื่อดูให้แน่ใจว่านิลิณหลับสนิทแล้วเขาจึงเอื้อมมือไปปิดไฟที่โคมไฟหัวเตียงจนภายในห้องนอนเล็กมืดสนิท เขาเดินออกมาจากห้องนอนลูกสาวอย่างแผ่วเบา พลางนึกไปถึงคำถามที่นิลิณถามค้างเอาไว้เพราะเขาไม่อยากตอบ


 “อย่าถามถึงงูเห่าตัวนั้นอีกนะ มันฉกพ่อจนเกือบตาย ถึงไม่ตายก็เหมือนตายทั้งเป็น พ่อไม่ตีมันให้ตายคาบ้านเราก็ดีแค่ไหนแล้ว” เขาตอบคำถามของลูกสาวเบาๆอยู่ที่หนาประตู โดยที่เด็กน้อยก็หลับไหลไม่รู้ความ

..

..

 เวลานี้ดึกมากแล้วเหมยรู้สึกหิวน้ำยามดึกจึงลุกขึ้นมาเดินออกไปที่ห้องครัวใหญ่ เธอตั้งใจจะแอบกินน้ำผลไม้ของแขกที่มาพัก ในมือถือแก้วน้ำส้มพร้อมกับยกดื่มสายตาล่อกแล่กมองซ้ายมองขวา ก่อนจะมองไปเห็นเงาตะคุ่มๆกำลังเดินออกมาจากห้องของแขกคนใหม่ เธอตาโตด้วยความตกใจก่อนเพ่งสายตามองให้ชัดว่าเป็นใคร


 //พ่อเลี้ยง!// เหมยตกใจแทบทำแก้วแตกไม่คิดว่าจะเห็นพ่อเลี้ยงซ่าที่นี่ในยามวิกาลเช่นนี้


//ทำไมถึงออกมาจากห้องคุณสายลม?// เธอพยายามตั้งคำถามกับตนเองเพื่อหาคำตอบเอาเอง และในที่สุดนางก็มโนไปไกลมากและสรุกเอาเอง


 //หรือว่าทั้งสองคนจะ...อึ๋ย! เรื่องนี้ต้องถึงหูคุณหนูปิ่น// เธอพูดกับตัวเองอย่างหมายมาด แววตาร้ายกาจหัวเราะหึหึอย่างที่ตัวร้ายในละครชอบทำกัน พลางยกแก้วน้ำส้มขึ้นจิบดื่มเบาๆ

..

..

 ร่างสูงเจ้าของไร่ภูฟ้าครามเดินกลับบ้านใหญ่ด้วยความไม่เข้าใจว่าคนรักกำลังเป็นอะไรหรือรู้สึกอะไร สิ่งที่เขาคิดมากตอนนี้คือ เขาทำอะไรผิดพลาดไปหรือเปล่า เรื่องของปิ่นที่ยังคลุมเครือหรือเรื่องความรู้สึกของเขาที่มีให้ร่างบาง เขาเองก็ชัดเจนขนาดนี้แล้วยังจะต้องการความชัดเจนอะไรอีก มีสิ่งหนึ่งที่เขาสังเกตได้ก่อนที่สายลมจะร้องไห้ตัดพ่อเขานั้นร่างเล็กหลับตานิ่งไปพักหนึ่งมันนานพอที่จะทำให้เขาเดาได้ว่าความทรงจำบางอย่างได้กลับเข้ามาในความทรงจำของร่างเล็ก หรือมันอาจจะเป็นความทรงจำที่เลวร้ายเกี่ยวกับเขาและสายลมจนทำให้เจ้าตัวร้องห่มร้องไห้ตัดพ้อเขาไล่เขาออกมาได้ขนาดนั้น ร่างสูงคิ้วขมวดเดินเข้าบ้านก่อนจะสะดุ้งเมื่อเจอเข้ากับหัวหน้าแม่บ้านที่ทำงานมานานและเป็นคนเก่าคนแก่ที่เขาเคารพนับถือ


 “ป้ามะลิ ยังไม่นอนอีกหรอครับ” ซ่าถามเสียงสุภาพเขาพยายามตีเนียนยืนนิ่งเพื่อไม่ให้โดนซักมากว่าไปไหนมา ป้ามะลิยิ้มรับ


“กำลังจะเข้านอนแล้วค่ะคุณหนู พอดีป้าออกมาเดินตรวจตราอะไรนิดหน่อยน่ะค่ะ แล้วนี่คุณหนูไปไหนมาคะ” เธอถามน้ำเสียงสุภาพนอบน้อม ป้ามะลิเรียกซ่าว่าคุณหนูเพราะเห็นกันมาตั้งแต่เด็กๆและก็เรียกร่างสูงแบบนี้มาแต่ไหนแต่ไรแล้วจึงไม่ได้เรียกว่าพ่อเลี้ยงแบบที่คนอื่นเรียกกัน


 “ผมก็ไปเดินตรวจอะไรนิดหน่อยเหมือนกันครับ งั้นผมขอตัวไปอาบน้ำนอนก่อนนะ เหนียวตัวจะแย่” เขาโกหกไปนิดหน่อย พร้อมกับพูดเลี่ยงเพื่อขอปลีกตัวออกไปก่อนที่จะโดนซักอะไรไปมากกว่านี้


“เชิญค่ะ คุณหนู” ป้ามะลิพูดยิ้มๆพร้อมกับโค้งตัวเล็กน้อย ซ่าก้าวขายาวๆเดินขึ้นบันไดบ้านตรงเข้าห้องนอนของตนเองทันที คืนนี้เขาคงนอนไม่หลับทั้งคืนแน่ๆเพราะมัวแต่คิดถึงเรื่องของสายลม

..

..

 เช้า....


 เสียงไก่ขันดังเจื้อยแจ้วในยามเช้าตรู่เป็นนาฬิกาปลุกชั้นดี ร่างเล็กงัวเงียตื่นขึ้นมารู้สึกปวดหัวปวดตาไปหมดเนื่องจากเมื่อคืนร้องไห้เสียน้ำตาอย่างหนัก ยกมือข้างที่ไม่เจ็บขึ้นมาขยี้ตาเล็กน้อยก่อนมองไปรอบๆห้อง แสงแดอ่อนๆสาดส่องเขามาเล็กน้อยไร้ซึ่งความร้อน เพราะยังคงเช้ามากและตอนนี้เป็นฤดูปลายหนาวต้นร้อนเป็นช่วงเวลาที่เย็นสบายสุดๆ สายลมเย็นผัดเข้ามาแผ่วๆ เขาอยากลุกลงจากที่นอนแต่ด้วยสภาพร่างกายที่ยังไม่แข็งแรงบวกกับอาการปสดศีรษะทำให้ร่างเล็กต้องนอนนิ่งๆอยู่บนเตียงอย่างนั้นจนกว่าเบญจาจะเข้ามา


แกร๊ก


ผ่านไปสักพัก เสียงเปิดประตูดังขึ้นใบหน้าหวานหันไปมองในใจแอบหวังว่าจะเป็นซ่ามาตามง้อเขาแต่เช้า แต่ก็ไม่ใช่เป็นเบญจาพยาบาลสาวที่เข้ามาทำกิจวัตรช่วยเขาทั้งพาลงจากเตียงไปอาบน้ำจนกระทั่งใส่เสื้อผ้า แล้วพาลงมาข้างล่าง สายลมบอกกับเบญจาว่าจะไม่ไปทานข้าวที่บ้านใหญ่แต่จะทานอะไรเบาๆที่เรือนรับรอง เบญจาเองก็ไม่อยากขัดจึงยอมรับหน้าที่เป็นแม่ครัวทำอาหารเช้าให้สายลมทาน


“ตื่นแต่เช้า จะไปเดินอ่อยผู้ชายแถวไหนล่ะ” ไม่ทันไรเสียงเสนียดหูก็ดังขึ้นพร้อมกับเจ้าของเสียงที่ปรากฏตัวเยื้องกรายเข้ามาในห้องครัวของบ้าน สายลมไม่พูดด้วยกลับนั่งกินข้าวต้มปลาฝีมือเบญจาไปนิ่งๆ


“นี่นาย ฉันกำลังพูดกับนายอยู่นะ” ปิ่นขึ้นเสียงด้วยไม่พอใจที่อีกฝ่ายเมินตนเอง สายลมถอนหายใจวางช้อนลงแล้วเงยหน้ามองหญิงสาวเล็กน้อย


“ฉันไม่ได้จะไปอ่อยใคร ก็เลยไม่ได้ตอบ” สายลมตอกกลับ ปิ่นยกยิ้มเยาะ


  “อย่ามาสตอ ฉันรู้นะว่าเมื่อคืนนายอ่อยพี่ซ่าจนเขาแอบย่องเข้ามาหานายถึงห้องน่ะ” เธอพูดใส่อารมณ์อย่างไม่ยอมและไม่พอใจ เธอดูออกตั้งแต่แรกแล้วว่าซ่ากับสายลมต้องมีอะไรบางอย่างเกี่ยวข้องกันที่เธอยังไม่รู้ สายลมชะงักเมื่อได้ยินที่ปิ่นพูด


“รู้ได้ยังไง” เขาถามกลับ ปิ่นแสยะยิ้ม


 “จะรู้ได้ยังไงมันก็เรื่องของฉัน แต่สิ่งที่ฉันอยากรู้ให้ชัดเจนกว่าที่พี่ซ่าบอกก็คือ นายกับพี่ซ่าเป็นอะไรกัน” ปิ่นเริ่มเปิดประเด็น สายลมจะตอบตามที่ซ่าบอกทุกอย่างในเมื่อบอกกับเขาว่าเขาคือคนรักเขาก็ไม่อายที่จะป่าวประกาศให้ทุกคนได้รู้ว่าเขาเป็นคนรักกัน


“ฉันเป็น...คนรักของพี่ซ่า” สายลมตอบอย่างมั่นใจ ปิ่นตาโตตกใจเล็กน้อยก่อนจะหัวเราะขำกับสิ่งที่สายลมพูดเธอเชิดหน้าขึ้นอย่างเริ่ดๆ เหมยเองก็ชูคอเป็นคนสนิทของปิ่นไปแล้วจนตะขบที่ยืนอยู่ตรงนั้นแอบหมั่นไส้


“ตลกสิ้นดี...บอกว่าเป็นคนรักของพี่ซ่างั้นหรอ...หึ...ฉันเป็นว่าที่คู่หมั้นของพี่ซ่า เรากำลังจะหมั้นกันในอีกหนึ่งเดือนข้างหน้า ถ้าไม่เชื่อก็โทรไปถามทางผู้หลักผู้ใหญ่บ้านพี่ซ่าดูก็ได้ ถามคนงานในไร่เขายังรู้เลยว่าฉันคือว่าที่นายหญิงของไร่ภูฟ้าคราม ไม่ใช่เด็กตุ๊ดอย่างนาย” ปิ่นกำพูดตอกหน้าสายลมไป ทุกคำพูดของปิ่นทำเอาสายลมแทบช็อค เขานั่งนิ่งไม่ได้ตอบโต้กับอีกฝ่ายเลย


 ว่าที่คู่หมั้น?


 พี่ซ่ามีคู่หมั้นแล้ว.....


“เช้านี้พี่ซ่าไม่อยู่ ฉันเลยต้องมาทานข้าวที่นี่ เหมยไปตักข้าวต้มมาให้ฉันสักถ้วยซิ” เธอพูดกับเหมยอย่างอารมณ์ดีที่ตอกหน้าสายลมจนอึ้งไปได้ แต่ภายในใจก็ยังคงคุกรุ่นไม่น้อยเหมือนกันที่ได้ยินอีกฝ่ายบอกว่าเป็นคนรักของซ่า เธอไม่ยอมให้ซ่าไปรักใครคนอื่นเด็ดขาด นอกจากเธอคนเดียวเท่านั้น 


--------------------------100%-----------------------



มาอัพแล้วจ้า ชักสงสารสายลมแล้วสิเนี่ย TT


รัวเม้นมาให้กำลังใจนาบิกับสายลมหน่อยเร้ววววววว 


แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น

}