Thichadad3938

ขอบคุณนักอ่านทุกท่านที่สนับสนุนนะคะ หากนิยายมีคำผิด หรือ ข้อผิดพลาดประการใด ต้องขออภัยที่ทำให้เสียอรรถรสในการอ่านค่ะ (Puingfungfing.)

บัวหลงจันทร์ ๐๘

ชื่อตอน : บัวหลงจันทร์ ๐๘

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 9k

ความคิดเห็น : 63

ปรับปรุงล่าสุด : 01 ส.ค. 2560 15:59 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 300
× 0
× 0
แชร์ :
บัวหลงจันทร์ ๐๘
แบบอักษร

image

บัวหลงจันทร์ ๐๘

“เจ้าบัว”

“อึก...ฝ่าบาท”

“หืม..ว่าอย่างไรเจ้า รอประเดี๋ยวหนาน้องหมอหลวงกำลังมาแล้ว”

“หมะ หม่อมฉันมิเป็นไรพระเจ้าค่ะ มิต้องตามหมอหลวงดอก”

“มิได้ให้หมอตรวจหน่อยหนาเจ้า”

“อึก มิเอาพระเจ้าค่ะ บัวมิตรวจ”

“โธ่ เจ้าบัว ใยจึงดื้อเยี่ยงนี้”

“ฮือ หม่อมฉันมิตรวจหนาพระเจ้าค่ะ มิเอา บัวมิให้ตรวจ ฮือออ”ร้องงอแง โผเข้ากอดพระภัสดาซุกหน้ากับพระอังสะ

“เจ้าบัวไห้หรือเจ้า เป็นกระไรไปคนดี”โอบร่างน้อยแนบพระอุระ ลูบเกศานุ่มปลอบโยน

“บัวมิตรวจ มิให้หมอตรวจหนาพระเจ้าค่ะ ฮือ”

“จ้ะๆ มิให้หมอตรวจหนา หยุดไห้เถิด พี่ใจมิดีเลยเจ้า”โยกกายเล็กเบาๆ

“ฮือออ”กอดพระภัสดา แลสะอื้นไห้อย่างช้ำใจ

.

.

.

วันรุ่งขึ้นองค์จันทร์ แลเจ้าบัวทรงขึ้นเกี้ยวเสด็จไปยังบ้านสายหยุดตั้งแต่เช้าตรู่ ทรงโอบประคองร่างบอบบางของเจ้าบัวไว้แนบพระอุระมิยอมปล่อย

“เป็นเยี่ยงไรบ้างเจ้า หน้าซีดหมดแล้ว...เหตุใดจึงมิยอมให้หมอหลวงตรวจหนา”ทรงตรัสพระสุระเสียงดุ หากแต่ก็เจือด้วยความห่วงใย

“บัวมิเป็นไรพระเจ้าค่ะ”ซุกซบพระอุระอุ่น แขนเรียวกอดพระกฤษฎีอย่างออดอ้อน นัยน์ตากวางหลับลง

“เฮ้อ...ดื้อจริงเชียว”กอดน้องน้อยแน่น พระพักตร์ซบลงบนกลุ่มผมหอม

มินานขบวนเสด็จของเจ้าหลวง แลพระชายาก็มาหยุดอยู่ที่เรือนหลังเล็กของครอบครัวสายหยุด บิดามารดาของทั้งสายหยุด แลเหมต่างมารอรับเสด็จนายเหนือหัวทั้งสอง

“ถวายพระพรเจ้าหลวง แลพระชายาพะย่ะค่ะ”บิดาของเหม อดีตองครักษ์ประจำพระวรกายเจ้าหลวงองค์ก่อนเอ่ยพร้อมหมอบกราบ

“มิต้องมากพิธีดอกท่านเขม”

“เป็นพระกรุณาพะย่ะค่ะ”

“ทูลเชิญทั้งสองพระองค์เสด็จเข้าข้างในก่อนเถิดพะย่ะค่ะ”บิดาของสายหยุดกล่าว

“ขอบใจท่านลุง”

“มิได้พะย่ะค่ะ เชิญฝ่าบาท แลพระชายาพะย่ะค่ะ”

“อืม”ทรงประคองเมียรักเข้าไปในบ้านสายหยุดที่จัดเตรียมสถานที่เพื่อทำพิธีสู่ขอบุตรคนเดียวของบ้าน ทั้งสองพระองค์ทรงประทับลงบนตั่ง เจ้าบัวมองข้าวของสำหรับพิธีสู่ขอ แลน้ำตารื้น แต่ก็ต้องกลั้นไว้

“ไหวหรือไม่เจ้าบัว หน้าน้องซีดจนแทบมิมีสีเลือดแล้วหนา”ตรัสพลางทาบพระหัตถ์ลงบนปรางนวล พระพักตร์ฉายแววกังวล

“หม่อมฉันมิเป็นไรพระเจ้าค่ะ”

“แน่หนา”ตรัสถามอย่างมิไว้วางพระทัย

“พระเจ้าค่ะ”ยิ้มหวานให้พระภัสดาพระทัยสั่น

เมื่อถึงฤกษ์งามยามดีพิธีสู่ขอสายหยุดจึงเริ่มขึ้น

"ได้ยินมาว่า บ้านนี้มีฟักแฟงแตงเต้าดกงาม ก็ใคร่จักมาขอพันธุ์ไปเพาะปลูกบ้าง"องค์จันทร์ทรงตรัสพร้อมแย้มพระสรวลในขณะที่สายหยุดหน้าแดงซ่าน ข้างๆกันนั้นเป็นเหมที่นั่งนิ่งเงียบหากแต่ใบหน้าคมแดงระเรื่อ ดวงตาประกาย แลริมฝีปากยกขึ้นน้อยๆ

“ยินดีพะย่ะค่ะ”บิดาของสายหยุดกล่าว

“หึหึหึ เช่นนั้นข้าจักให้ท่านเขมคุยเรื่องสินสอดทองหมั้น...ท่านเขม”ทรงตรัส แลให้บิดาของเหมกล่าวต่อ

“พะย่ะค่ะ...วันนี้ฤกษ์งามยามดี ข้าจึงขอให้องค์จันทร์มาเป็นผู้ใหญ่สู่ขอหนูสายหยุดให้เจ้าเหมบุตรชายข้า แลมิต้องห่วงข้าจักจัดสินสอดทองหมั้นให้สมเกียรติหนูสายหยุด มิให้น้อยหน้าใครเทียว”

“มิได้ๆ สินสอดทองหมั้นพอเป็นพิธีก็พอท่านเขม ขอเพียงพ่อเหมรัก แลดูแลสายหยุดจนแก่เฒ่าก็เพียงพอแล้ว”มารดาของสายหยุดกล่าว

“เรื่องนั้นมันแน่อยู่แล้วท่าน เจ้าเหมบุตรข้าตั้งแต่เล็กจนโตก็ฝักใฝ่รักใคร่เพียงหนูสายหยุดผู้เดียวมาตลอด”

“ได้ยินเช่นนี้ข้าก็เบาใจว่าสายหยุดจักได้คู่ครองที่ดีเช่นพ่อเหม”

“ฝ่าบาท...”เจ้าบัวที่ได้รับฟังพิธีสู่ขอตั้งแต่ต้นก็เกิดความสงสัย

“หืม...”

“หมายความว่ากระไรพระเจ้าค่ะ ทรงสู่ขอพี่สายหยุดให้ใครกันแน่พระเจ้าค่ะ”

“จักสู่ขอสายหยุดให้ใคร ก็ให้ไอ้เหมมันหนาสิเจ้า..เจ้าถามเช่นนี้หมายความว่าเยี่ยงไร คิดว่าข้ามาสู่ขอสายหยุดให้ใครกัน”

“.....”

“ว่าอย่างไรเจ้าบัว”

“หม่อมฉันคิดว่าพระองค์จักสู่ขอพี่สายหยุดเข้าวังเป็นสนมพระเจ้าค่ะ”สารภาพเสียงแผ่วพลางก้มหน้างุด

“กระไรหนา!!!”ทรงเผลอตรัสเสียงดังจนเจ้าบัวสะดุ้ง อีกทั้งยังทำให้ผู้ใหญ่ที่กำลังคุยเรื่องสินสอดชะงัก

“มีกระไรหรือพะย่ะค่ะฝ่าบาท”

“อ่า...มิมีกระไร”

“.....”

“....ไว้กลับวังหลวงก่อนเถิดเจ้า จักโดนดี”ตรัสขู่ข้างใบหูเล็กของเจ้าบัว

“ฝ่าบาท”ครางเสียงอ่อยอย่างสำนึกผิดที่ด่วนสรุปทั้งที่ยังมิทราบความจริงแน่ชัด

.

.

.

เมื่อกลับมาถึงวังหลวงองค์จันทร์ก็ทรงแยกไปที่ตำหนักทรงงาน ส่วนเจ้าบัวก็กลับเข้าตำหนักหลวง ผลัดเปลี่ยนผ้าแล้วพระภัสดาก็ยังมิกลับมา จึงได้เสด็จเข้าเฝ้าพระมารดาศศิธร

“พี่สายหยุด”เสร็จพิธีสู่ขอสายหยุดก็กลับวังหลวงรับใช้พระชายาตามเดิม

“พระเจ้าค่ะ”

“ข้าใคร่อยากเข้าเฝ้าพระมารดา มิได้เข้าเฝ้าพระองค์ท่านหลายวันแล้ว”

“เยี่ยงนั้นหม่อมฉันจักให้ข้าหลวงเตรียมการเสด็จไปตำหนักพระมารดาหนาพระเจ้าค่ะ”

“จ้ะ”

.

.

.

ทางด้านองค์จันทร์เมื่อกลับมาถึงวังหลวงก็ส่งเมียรักเข้าตำหนักหลวง แลเสด็จมาที่ตำหนักทรงงานพร้อมองครักษ์คนสนิทว่าที่เจ้าบ่าว

“.....”

“ทรงเสด็จมาที่ตำหนักทรงงานทำไมหรือพะย่ะค่ะ”

“.....”

“.....”

“เฮ้อ...เจ้าบัวคิดว่าข้าไปสู่ขอสายหยุดมาเป็นสนม”

“หา..เอ่อ แลฝ่าบาทว่าอย่างไรพะย่ะค่ะ”

“ข้าก็บอกหนาสิว่ามาขอให้เอ็ง”

“.....”

“แต่เห็นทีคงต้องลงโทษกันหน่อยแล้ว ฟังมิได้ศัพท์จับไปกระเดียด”

“.....”

.

.

.

เจ้าบัวเข้าเฝ้าพระสัสสุอยู่มินานก็เสด็จกลับตำหนักหลวง เมื่อเปิดพระทวารห้องบรรทมออกก็พบพระภัสดาประทับรออยู่บนพระแท่นบรรทม

“ฝ่าบาท”

“ไปไหนมาเจ้าบัว”

“หม่อมฉันไปเข้าเฝ้าเสด็จแม่มาพระเจ้าค่ะ”ว่าพลางเดินเข้าไปนั่งพับเพียบบนพื้นข้างพระบาท

“.....”

“.....”

“...รู้หรือไม่ว่าเจ้ามีความผิด”

“รู้พระเจ้าค่ะ..หม่อมฉันขอประทานอภัยที่ฟังมิได้ศัพท์ แลจับไปกระเดียด”

“แลที่ร่ำไห้เมื่อคืนวานเพราะคิดว่าพี่จักรับสายหยุดเป็นเมียอีกคนงั้นหรือ”

“...พระเจ้าค่ะ”

“ข้าจักลงโทษเจ้าเยี่ยงไรดี เจ้าบัว”ช้อนใต้คางแหลมเชยใบหน้างามขึ้น

“สุดแล้วแต่พระองค์เถิดพระเจ้าค่ะ”นัยน์ตากวางแดงระเรื่อ

“...”มิตรัสตอบจับต้นแขนกลมกลึงทั้งสองข้างรั้งให้เจ้าบัวลุกขึ้น พระกรตวัดรวบเอวน้อยเข้าหาองค์ ดันให้ร่างบางนั่งลงบนพระเพลา

“ฝ่าบาท...บัวขอประทานอภัยพระเจ้าค่ะ”กล่าวพลางพนมมือกราบลงบนพระอังสะกว้าง

“เจ้าจักไถ่โทษเยี่ยงไรเจ้าบัว”ตรัสถามพลางไล้หลังพระหัตถ์ไปตามต้นแขนเนียน

“.....บัวมิทราบพระเจ้าค่ะ องค์จันทร์ประสงค์ให้บัวทำกระไร โปรดรับสั่งเถิดพระเจ้าค่ะ”

“หืม...เยี่ยงนั้นทำให้ข้าพอใจสิเจ้า”

“ทำให้พระองค์พอพระทัยหรือพระเจ้าค่ะ”

“ใช่ ทำให้ข้าพอใจ”พระโอษฐ์อุ่นแตะแต้มไปตามเนื้อนวล

“หะ หากแต่นี่ยังกลางวันแสกๆอยู่เลยหนาพระเจ้าค่ะ”

“.....”

“ทระ ทรงรอคืนนี้ก่อนได้หรือไม่พระเจ้าค่ะ”

“ได้ คืนนี้ก็ได้พี่จักรอ”

“...พระเจ้าค่ะ”ก้มใบหน้าลงซ่อนริ้วแดงๆที่พาดผ่านปรางขาว ขณะที่องค์จันทร์กกกอดลูบไล้กายบางไปมา เวียนจูบหอมมิห่าง เอาล่ะ ข้าจักอดใจไว้คืนนี้

.

.

.

และแล้วเพลาที่องค์จันทร์รอคอยก็มาถึงเสียที ดวงอาทิตย์ลาลับขอบฟ้า เจ้าบัวงามหายไปจนป่านนี้ก็ยังมิกลับมา น้องน้อยบอกเพียงว่าจักลงครัวทำกายาหารค่ำถวายพระภัสดา

“ทูลฝ่าบาทสำรับพระกายาหารมาแล้วพระเจ้าค่ะ”

“เจ้าบัว”

ร่างบางก้าวเข้ามาในตำหนักหลวงพร้อมข้าหลวงที่เดินถือสำรับอาหารคาวหวานตามหลังมา

“ขอประทานอภัยที่ให้รอหนาพระเจ้าค่ะ”

“มิเป็นไรเจ้า แลทำกระไรมาเสียเยอะแยะ”ทอดพระเนตรสำรับที่เรียงราย

“แสร้งว่ากุ้ง แกงลูกกล้วย ยำทวาย หมูโสร่ง แลบุหลันดั้นเมฆพระเจ้าค่ะ”

“หืม...เหตุใดจึงทำเยอะเช่นนี้เล่า”

“ก็ทรงตรัสว่าโปรดอาหารที่หม่อมฉันทำ หม่อมฉันจึงคิดว่าหากทำพระกายาหารคาวหวานถวายพระองค์คงจักทำให้ทรงพอพระทัยพระเจ้าค่ะ”

“.....”องค์จันทร์เมื่อได้สดับสิ่งที่เมียรักเอ่ยก็ถึงกับยกพระหัตถ์ลูบพระพักตร์องค์เอง

“.....”เจ้าบัวก้มหน้าซ่อนรอยยิ้ม พลางตักแกงลูกกล้วยป้อนพระภัสดาที่ตีพระพักตร์เรียบตึงใส่ หากแต่ก็ยอมอ้าพระโอษฐ์รับอาหารที่เมียป้อน เจ้าบัวปรนนิบัติพระภัสดามิขาดตกบกพร่อง เอาอกเอาใจ

“เสวยบุหลันดั้นเมฆดูหนาพระเจ้าค่ะ ตอนหม่อมฉัน แลภุชงค์ยังเด็กเสด็จแม่ชมนาดท่านทำให้กินบ่อยๆพระเจ้าค่ะ.....เป็นอย่างไรพระเจ้าค่ะ”ป้อนขนมสีสวยให้

“หอม หวาน”

“ทรงโปรดหรือไม่พระเจ้าค่ะ”

“กระไรที่เจ้าทำพี่ก็โปรดหมดแล หากแต่...”

“แต่กระไรหรือพระเจ้าค่ะ”

“พี่ยังมิพอใจดอกหนา...เจ้าก็รู้เจ้าบัวว่าทำอย่างไรพี่จึงจักพอใจ”

“.....”

.

.

.

ภายในห้องบรรทม องค์จันทร์กึ่งนั่งกึ่งนอนในพระหัตถ์ถือจอกน้ำจัณฑ์ ทรงทอดพระเนตรร่างบอบบางของเมียรักที่ยืนตัวแข็งอยู่หน้าพระแท่นบรรทม

“รอกระไรเล่าเจ้าบัว”ตรัสพระสุระเสียงกระเส่า

“ฝ่าบาท...”เจ้าบัวงามครางเครือ สีหน้าราวกับจักร่ำไห้ด้วยความเขินอาย

“เร็วเข้า ถอดผ้าเสีย แลขึ้นมาหาพี่บนเตียงนี่”ตรัสสั่งพระเนตรแพรวพราวพลางกระดกนำจัณฑ์เข้าพระโอษฐ์

“.....”เจ้าบัวก้มหน้าหลบสายพระเนตรที่มองมาอย่างจาบจ้วง มือเล็กสั่นน้อยๆยกขึ้นค่อยๆปลดผ้าแถบสีขาวผืนบางของตน เจ้าบัวงามเชื่องช้าจนขัดพระทัยองค์จันทร์ หากแต่ความเชื่องช้านั้นก็ดูยั่วยวนไม่น้อย ผ้าแถบผืนบางร่วงหล่นลงพื้น เผยให้เห็นเนื้อนวลขาวผ่องต้องแสง แขนเรียวเสลายกกอดตัวปกปิดเม็ดบัวสีหวานให้พ้นสายพระเนตร

“ผ้าโจงกระเบนเล่า..ถอดเร็วเข้า”

“ฝ่าบาท...”

“เร็ว”หาได้ใจอ่อนยอมเช่นทุกครั้งที่ผ่านมาไม่

“.....”นัยน์ตากวางหลับแน่น มือเล็กไล้ไปตามขอบโจงกระเบนค่อยๆปลดจนคลายออกเป็นซิ่น มือสั่นแกะปมออกช้าๆ มินานผ้าโจงผืนงามก็ร่วงกองอยู่ที่เท้าบาง เจ้าบัวงามก้มหน้าคางชิดอก กอดตนแน่น ร่างงามยืนนิ่งไม่ไหวติ่ง องค์จันทร์ระบายพระปัสสาสะแรงขึ้นตามอารมณ์หนุ่ม กระดกน้ำจัณฑ์เข้าพระศอดับความร้อนรุ่ม

“มาหาพี่นี่เจ้า”อ้าพระกรออกรอรับร่างน้อยที่ค่อยๆขยับเท้าเดินอย่างอิดออด เมื่อเจ้าบัวก้าวเข้ามาในรัศมีพระกร องค์จันทร์ก็รวบร่างงามของเมียเข้ากอด ดึงรั้งให้น้องน้อยนั่งคร่อมพระเพลา สะโพกอิ่มบดเบียดอยู่บนพระอูรู พระหัตถ์ข้างหนึ่งเคลื่อนลงบีบเค้นก้อนเนื้อนุ่มที่ห่อหุ้มกลีบบัวไว้ อีกข้างประคองเอวบาง เจ้าบัวหลับตาแน่น เม้มริมฝีปากกลั้นเสียงครางเครือ มือบางวางบนพระอังสะบีบระบายความซ่านเสียว

“อื้อ”

“เจ้าบัว ก้มลงมาจูบพี่”รับสั่ง

“ฝ่าบาท อ๊ะ”นัยน์ตากวางปรือปรอยมองพระพักตร์งามขององค์จันทร์ ดวงหน้างามก้มลงทาบริมฝีปากลงบนพระโอษฐ์เคล้าคลึงราวกับต้องมนต์เสน่ห์ ลิ้นเล็กไล้เลียเบาๆ สัมผัสกับพระชิวหาร้อนชื้นเกี่ยวกระหวัดดูดซับน้ำผึ้งหวานของกัน และกัน เจ้าบัวกอดรอบพระศอแน่นเอียงใบหน้ารับจุมพิตที่องค์จันทร์เป็นผู้สานต่อ ปลายนิ้วเล็กลูบไล้เบาๆที่หลังพระศอ องค์จันทร์เหวี่ยงร่างน้อยให้นอนลงบนพระยี่ภู่ แลตามเข้าทาบทับทันที พระหัตถ์เลื่อนลงต่ำปลดโจงกระเบนสีดำเขม่าขององค์เอง แลกระชากออก บัดนี้ทั้งองค์จันทร์ แลเจ้าบัวงามต่างก็เปลือยทั้งคู่

.

.

.

ทางด้านเหม แลสายหยุดที่กลายเป็นคู่หมั้นคู่หมายหมาดๆ เมื่อเจอหน้ากันก็เกิดความเขินอาย เอาแต่หลบหน้ากัน นิ่งเงียบมิมีใครพูดกระไร

“พี่เหม”

“สายหยุด”หากแต่เมื่อเปิดปากพูดกลับพูดขึ้นพร้อมกันเสียอย่างนั้น

“พี่เหมพูดก่อนเถิดจ้ะ”

“สายหยุดพูดก่อนเถิด”

“พี่เหมพูดก่อนเถิดจ้ะ”

"สายหยุดพูดก่อนเถิดเจ้า"

“มิเป็นไรดอกจ้ะ พี่เหมพูดก่อนเถิด”

“สายหยุด”

“พี่เหม”

“...พี่มิคิด มิฝันเลยว่าจักมีวันนี้ได้ ราวกันฝันไปเลยล่ะเจ้า”

“สายหยุดก็เช่นกันจ้ะ”

พูดคุยกันได้แค่นั้นก็เงียบต่อ มีเพียงเสียงลมหายใจเท่านั้นที่ดังอยู่ แค่ประโยคสั้นๆ ธรรมดาๆ แต่กลับทำให้สายหยุด แลเหมหน้าแดงก่ำราวกับลูกตำลึง

“อะ องค์จันทร์ แลพระชายาบัวงามคงมิเรียกใช้เราสองคนแล้ว เช่นนั้นเราไปเดินเล่นที่สวนพฤกษากันดีไหมสายหยุด”

“จ้ะ”

“พี่ขะ ขอจับมือหนาเจ้า”

“จ้ะ”

มือใหญ่หยาบกร้านของเหมเลื่อนกอบกุมมือนุ่มของสายหยุดไว้แน่นก่อนจะพากันเดินเคียงคู่ไปยังสวนพฤกษา อากาศช่วงกลางคืนหนาวเย็น สายลมพัดเอื่อยๆหอบเอากลิ่นหอมของดอกไม้นานาพันธ์ให้กระจายฟุ้งไปทั่วบริเวณ

“สายหยุด”

“จ้ะ พี่เหม”

“สายหยุดว่า...เราจักมีลูกกันกี่คนดีเจ้า”

“พี่เหม..ถามกระไรเยี่ยงนี้เล่า”มือเล็กยกตีอกแกร่งเบาๆ อายเสียจนตัวแทบจักบิด

“ก็..พี่จักได้เตรียมตัวถูกไงเจ้า”ถามเองหน้าแดงเอง องครักษ์หนุ่มผูเก่งกาจเรื่องการต่อสู้ไม่เป็นสองรองใคร กลับต้องมาตกม้าตายเพราะไม่ประสาเรื่องรัก

“...สะ สายหยุดแล้วแต่พี่เหมเลยจ้ะ”

“พี่อยากมีลูกสักสิบคน...”

“บ้าหรือพี่เหม สายหยุดจักไปมีให้ไหวได้อย่างไรตั้งสิบคน”

“อ่า...มากไปหรือเจ้า เยี่ยงนั้นสักห้าก็ได้”

“สะ สามก็พอกระมังจ๊ะ”

“สามเองหรือ”

“สะ สี่ก็ได้”

“สี่เองหระ...”

“แค่สี่ก็พอจ้ะ มากกว่านี้มิไหวดอก”

“จ้ะ สี่ก็สี่”

“.....”

“.....”

“.....”

“...เอ่อ เราจักคุยกระไรกันดีสายหยุด”

“มะ ไม่รู้สิจ๊ะ”

“.....”

“.....”

“...อ่า สายหยุดชอบกำไลหัวบัวที่พี่ให้หรือไม่เจ้า”

“พะ พี่เหมเคยถามสายหยุดแล้วหนาจ้ะ สะ สายหยุดชอบจ้ะ”

“อ่า..งะ งั้นหรือ พี่เคยถามแล้วหรือ”

“จ้ะ”

“.....”

“.....”

หันหน้าหนีกัน หากแต่มือก็ยังคงจับกันแน่น

.

.

.

~~~~~~~~~ตอนหน้าองค์จันทร์ค่อยรังแกน้องบัวหนาเพคะ~~~~~~~~~~~~

ความคิดเห็น