-[TAKE]-

รักเทค ก็อย่าทิ้งกันน้าาา อยู่กับเทคนานๆ แค่เข้ามาอ่านก็ดีใจแล้ววว

ชื่อตอน : ราตรีที่ 29

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 32.5k

ความคิดเห็น : 106

ปรับปรุงล่าสุด : 08 พ.ค. 2560 22:50 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 300
× 0
× 0
แชร์ :
ราตรีที่ 29
แบบอักษร

29

ในคืนที่เงียบสะงัด มีสองร่างกำลังทาบทับ กายที่เป็นที่รองรับอารมณ์นอนคว่ำหน้าส่งเสียงร้องอื้ออ้าในลำคอ ริมฝีปากกัดหมอนใบนุ่มแน่นเพื่อระบายความอึดอัด ส่วนร่างที่กำลังกระทำสอดใส่ความแข็งขืนเข้ามา กระแทกกระทั้นอย่างไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อย

แผ่นหลังหนิงลี่โก่งสะท้านเฮือก ยามที่ซ่งจินเหลียงนึกครึกส่งมือใหญ่ฟาดลงบนก้นดังเพียะหนึ่งครั้งยังพอว่าแต่กลับมีครั้งที่หนึ่งและครั้งที่สองและสามตามมาติดๆ จนหนิงลี่นึกเกรงว่าในวันพรุ่งคงได้ก้นระบมนั่งไม่ได้เป็นแน่

หนิงลี่นอนหอบหายใจเข้าออกอย่างรุนแรง ทำราวกับว่าอากาศมันกำลังจะหมดไปเสียอย่างนั้น บทรักหยามโลนยังคงไม่หยุด ซ่งจินเหลียงโอบประคองคนใต้ร่าง พลางฝากรอยฟันเอาไว้ทั่วทั้งแผ่นหลัง ด้วยร่างกายที่เป็นบุรุษ เนื้อหนิงลี่จึงได้ตึงแน่นอย่างน่าหมั่นเขี้ยว ไม่เหมือนกับผิวของหญิงสาววัยแรกแย้มที่อ่อนนุ่มเหมือนเต้าหู้

เป็นเวลาเท่าไหร่กันหนอ ที่หนิงลี่ต้องทนอยู่เช่นนี้

สมองที่เคยชาญฉลาดไม่อาจประวิงเวลาได้ หนิงลี่รู้สึกเหมือนตัวเองกำลังถูกตอกเสาเข็ม ทั้งหนักหน่วง รุนแรง แต่ในความเจ็บแปลบนั้นกลับมีความหฤหรรษ์ซ่อนอยู่

ทุกครั้งที่ส่งเสียงครางซ่งจินเหลียงจะยิ่งตอกย้ำในจุดเดิมมากขึ้นเป็นเท่าตัว ขยับเอวไหว ช้าบ้าง เร็วบ้าง เป็นไปตามธรรมชาติของห้วงอารมณ์ที่กำลังจมดิ่งอยู่ในตัณหาราคะ

“อึก! อ๊า”

หนิงลี่ปรือตาน้อยๆ รอบด้านพร่ามัวไปหมด

“อาลี่”

ได้ยินเสียงกระซิบแผ่วข้างหู

หากแต่สมองหนิงลี่เหมือนคนพิการใช้การอะไรไม่ได้แล้ว ส่วนนั้นมันทั้งเจ็บและชา ไหนจะยังรอยแดงตามลำตัวที่ซ่งจินเหลียงฝากฝัง ไม่คาดคิดว่าการร่วมรักครั้งที่สองมันจะหนักหนาสาหัสกว่าครั้งแรกนัก หนิงลี่นึกภายในใจ...รู้อย่างนี้ไม่น่ายอมแต่ทีแรกโดยแท้!

ซ่งจินเหลียงคล้ายคนกำลังอดกลั้น นับจากที่ได้โอบกอดร่างนี้ในอ้อมแขนก็ตอนสงครามกับแคว้นโจว ชายหนุ่มไม่อาจรั้งรอเวลาได้นานกว่านี้ เมื่อถึงคราวระบายออกจึงได้ทำทุกวิธีทางเพื่อให้สิ่งที่คับแน่นตอบสนองตนเองจนกว่าจะพึงพอใจ

การร่วมรักกับหนิงลี่นั้นถึงจะเกิดขึ้นมาแล้วครั้งหนึ่ง แต่นั่นมันก็นานมากแล้ว กว่าจะหักห้ามใจตัวเองไม่ให้ทำรุนแรงได้ในคราวแรกก็ต้องใช้ความอดทนพอสมควร หนิงลี่ที่ยังไม่คุ้นชินจำเป็นต้องได้รับการทนุถนอม หากไม่เช่นนั้นแล้วช่องทางคับแคบด้านหลังจะฉีกขาดได้ง่าย ส่วนใหญ่โตที่ใหญ่กว่านิ้วกระเสือกกระสนเข้าไปอย่างยากลำบาก ซ่งจินเหลียงใช้ความสามารถในเชิงรบบนเตียงให้เป็นประโยชน์ คอยหลอกล่อให้อีกฝ่ายยอมโอนอ่อนแต่โดยดี

เมื่อทุกอย่างเข้าที่จึงได้เริ่มบรรเลงเพลงรักบทใหม่ที่รุนแรงกว่าเดิมหลายเท่า จับร่างที่เล็กกว่าเปลี่ยนท่าทีทุกครั้งที่ความต้องการปะทุเดือด เพลิงกามารมณ์โหมกระหน่ำจนห้ามไม่อยู่

“ฝ่า...ฝ่าบาท อ๊า!~”

เป็นอีกครั้งที่ซ่งจินเหลียงคิดว่าพระสนมผู้นี้ไม่จดจำเอาซะเลย เห็นทีคงต้องลงโทษครั้งใหญ่โทษฐานที่ขัดราชโองการองค์ฮ่องเต้

“อาลี่ เจ้าอยากถูกข้าลงโทษมากหรือ”

ขยับกายไหวเนิบ ถอดถอนออกมาจนเกือบหลุดแล้วกระแทกเข้าไปใหม่

คนใต้ร่างผวากรีดร้อง กายใหญ่ทะลวงเข้าไปโดนจุดกระสัน

“อื้อ อ๊า”

ลงโทษ?...นี่เขาทำผิดอะไรหรือ หนิงลี่ไม่เข้าใจสักนิด แค่นี้ก็เหมือนลงโทษกันอยู่แล้ว หากมากกว่านี้มีหวังคงได้ขาดใจตายแน่ๆ

ดูเหมือนว่าเจ้าตัวจะยังไม่รู้ความผิด ซ่งจินเหลียงจึงได้เปลี่ยนบทลงโทษโดยการเปลี่ยนท่าทางให้พระสนมนอนหงายโดยที่สิ่งเชื่อมต่อไม่หลุด หนิงลี่ร้องหวืดในลำคอ หอบหายใจถี่รัว สองขาถูกจับท่าทีให้เหยียดสูงขึ้นฟ้า เห็นเพียงแค่เข่าตัวเองที่ลอยอยู่เหนือตัว เล็บทั้งสิบจิกแน่นลงบนที่นอนผืนนุ่ม เกร็งร่างสั่นสะท้านจนเกือบเป็นตะคริว

ซ่งจินเหลียงได้ลงโทษตามที่พูดไว้ หนักหน่วงกว่าทุกครั้งจนหนิงลี่นึกว่าจะตายเสียให้ได้ แต่ถึงอย่างนั้นก็ยังคงนึกไม่ออกอยู่ดีว่าตนนั้นทำอะไรผิด กว่าจะล่วงรู้ความผิดตนก็เกือบสายไปเสียแล้ว

“ท่าน...ท่านพี่”

องค์จักรพรรดิพึงใจกับคำตอบ ให้รางวันโดยการก้มหน้าลงไปจุมพิตที่แก้มนิ่ม

“เก่งมาก อาลี่ของข้า”

หนิงลี่มองเห็นซ่งจินเหลียงผ่านแสงเทียน ดวงตาพราวระยับเป็นประกายสวยรับกับใบหน้าที่งดงามประดุจหนึ่งเซียนที่ลงมาจุติ

หากซ่งจินเหลียงเป็นเซียนจริงก็คงจะเป็นเซียนแห่งกามแน่!...หนิงลี่ไม่อาจสลัดความคิดนั้นได้สักนิด

แทนที่จะถูกปล่อยให้เป็นอิสระ กลับถูกกายใหญ่จับเปลี่ยนท่าทางอีกครา โดยครั้งนี้ไม่ได้นอนอยู่บนเตียงเหมือนอย่างเก่า ถ้าจำไม่ผิดซ่งจินเหลียงบอกว่าจะให้รางวัลตน แต่มันเป็นรางวัลที่หนิงลี่ไม่พึงปรารถนาสักนิด หากเป็นไปได้ก็อยากเป็นอิสระจากร่างใหญ่นี่เหลือเกิน

เข่าด้านซ้ายถูกยกชันพาดกับขอบเตียง ขาขวายังคงเหยียดตรง หนิงลี่อยู่ในท่ายืนหันหลังให้คนกระทำ ซ่งจินเหลียงจับแขนทั้งสองข้างไว้แน่น แล้วช่องทางที่ถูกรุกรานก็ถูกกระทำชำเราไม่ต่างจากครั้งก่อนๆ หนิงลี่ไม่อาจรั้งตัวยืนอยู่ได้ ถ้าไม่ได้ซ่งจินเหลียงประคองเอาไว้เกรงว่าคงได้ร่วงหล่นพื้นแน่ๆ

“ท่านพี่...ข้า...ข้า อ๊า”

ข้าไม่ไหวแล้ว...

หนิงลี่อยากเอ่ยประโยคนี้กับซ่งจินเหลียงเหลือเกิน แต่ติดตรงที่ว่าไม่สามารถพูดได้เต็มปาก ส่วนกลางลำตัวมันโป่งนูน เด้งรับแรงกระแทกไปมา

แววตาพราวทอดมองคนใต้ร่าง ซ่งจินเหลียงปล่อยมือหนึ่งแล้วเอื้อมไปจับสิ่งที่กำลังอ่อนไหวของอีกฝ่าย มันร้อนรุ่มจนรู้สึกได้อย่างชัดเจน ใช้นิ้วโป้งกลึงนิดหน่อยเส้นเอ็นที่อยู่รายรอบก็กระตุกพร้อมที่จะปลดปล่อยสิ่งที่ค้างคาได้อยู่ทุกเมื่อ

“อาลี่...”

ลามเลียใบหู ขบเม้มพร้อมกับเสียงกระซิบ

“ฮึก ท่านพี่...”

หนิงลี่อยากร้องขอ อยากอ้อนวอนให้ปล่อย ติดแต่ว่าซ่งจินเหลียงคงไม่ยอมโดยง่าย

“คิดจะไปก่อนข้างั้นหรือ บางทีข้าคงต้องลงโทษเจ้าให้เข็ดหลาย”

จะลงโทษอะไรอีกเล่า! แค่นี้ก็จะไม่ไหวแล้ว...

ซ่งจินเหลียงทำเหมือนที่กล่าว ลงโทษนักโทษที่ไม่มีความผิดด้วยเจตนารมณ์ของตัวเอง ถึงจะไม่มีทั้งพยานและหลักฐาน แต่หนิงลี่คือนักโทษที่กระทำความผิดอย่างรุนแรง

ทำให้จักรพรรดิหลงใหลจนโงหัวไม่ขึ้น

ความผิดนี้มันช่างร้ายกาจยิ่งนัก ไม่สามารถที่จะให้อภัยได้ หากให้พวกกรมเสนามาสอบสวน เห็นทีว่าผู้ร้ายใต้ร่างคงไม่มีความยอมรับความผิดของตัวเอง ก็มีแต่จะต้องลงไปสอบสวนให้รู้แจ้งด้วยตนเอง

ตัวต่อตัว เนื้อต่อเนื้อ

กระทำให้หลาบจำจนไม่กล้าที่จะต่อกร

“อ๊า!~”

พรวด!

สายธารสีขาวขุ่นไหลทะลักจากส่วนปลายพร้อมกับเสียงครางสุดท้ายจบลง หนิงลี่เหนื่อยอ่อนยิ่งกว่าวิ่งรอบกองทัพหลายสิบรอบ มากกว่าอ่านหนังสือหนักเป็นเวลาหลายวัน หรือมากกว่าทำศึกสงครามกับแคว้นไหน สายธารอุ่นไหลเลอะมือผู้ที่กอบกุมมันไว้ พอเห็นหน้าซ่งจินเหลียงแล้วหนิงลี่นึกหวั่นเสียจริง ส่วนแข็งขืนมันเต้นตุบตับอยู่ในช่องทางอ่อนนุ่มโดยที่ยังไม่ขยับ หนิงลี่เกรงว่าซ่งจินเหลียงจะควบคุมตัวเองไม่อยู่

แล้วมันก็เป็นอย่างที่คิด...

เมื่อคนยังไม่เสร็จสมอารมณ์หมายถอนกายออก ซ่งจินเหลียงจับพระสนมที่อ่อนเปลี้ยหมดแรงให้มานั่งบนเก้าอี้ที่อยู่ในมุมห้อง

“ฝ่า...ท่านพี่”

หนิงลี่กลืนน้ำลายเอือกใหญ่ลงคออย่างยากลำบาก เห็นทีว่าคงไม่จบเพียงง่ายๆ

คนตัวโตกว่าจับแยกขาทั้งสองข้าง จนเผยให้เห็นแก่นกลางที่ห่อเหี่ยว ถึงกระนั้นก็ไม่อาจทำให้นึกหวั่นไหวได้ ในเมื่อมันเหี่ยวได้ก็ต้องตั้งได้เช่นเดิม

พออยู่ในท่านี้แล้วทำให้เห็นสิ่งใหญ่โตชัดเจนมากขึ้นกว่าเดิมนัก จนหนิงลี่ต้องเป็นฝ่ายเบือนหน้าหนีไปอีกทาง แต่ก็ถูกจับให้หันหน้ามองตรงเหมือนเดิม พร้อมกับริมฝีปากอุ่นชื้นที่ทาบทับกับริมฝีปากตน หนิงลี่เอนกายพิงกับพนักเก้าอี้ ก้นงอนถูกยกลอยสูงเพื่อให้รองรับสิ่งแปลกปลอมเข้ามาอีกครั้ง

นับครั้งไม่ถ้วนแล้วที่ซ่งจินเหลียงใช้เจ้าสิ่งนั้นทรมานร่างกายตน แต่มันเป็นความทรมานที่สุขสมจนเหมือนขึ้นสวรรค์มากกว่าตกนรกหมกไหม้

หัวใจของหนิงลี่เต้นไม่เป็นส่ำ มันไม่อาจห้ามตัวเองไม่อยู่ ถึงจะคอยปฎิเสธแต่ในใจส่วนลึกแล้วหนิงลี่กลับมีความต้องการอย่างล้นพ้น สองมือโอบต้นคอแกร่งเอาไว้แน่น รสจูบที่ร้อนแรงประสานกับกายใหญ่ที่โยกไหวอย่างช้าๆ สลับเร็ว

จักรพรรดิผู้มากด้วยตัณหากามราคะ

ร้อนแรงดั่งไฟเผาร่างจนแทบหลอมละลายไปกับอกแกร่ง

ช่องทางคับแคบตอบรับส่วนแปลกปลอมเป็นอย่างดี วงแหวนรอบนอกที่เหมือนกลีบดอกไม้โอบรัดท่อนแกร่ง มันหุบขยายตามแรงส่งของอีกฝ่าย ส่วนที่เพิ่งปลดปล่อยเมื่อสักครู่ยามที่ได้ถูกกระตุ้นรอบสองมันก็ตั้งขึ้นมาอย่างว่าง่าย ทำเหมือนกับเต็มใจที่จะให้สิ่งนั้นรุกรานเต็มประดา

“อาลี่...เจ้าตอบข้า เจ้าทำสิ่งใดกัน...ข้าถึงได้หลงใหลเจ้านัก”

ประสาทการรับรู้ของหนิงลี่หายไปชั่วขณะ มันถูกปลุกอีกครั้งโดยคนตั้งคำถาม...หนิงลี่ไม่รู้...ไม่รู้อะไรสักอย่าง เขาไม่ได้ทำอะไรเลยแท้ๆ แต่ใยซ่งจินเหลียงจึงได้กล่าวหาเล่า

“ท่านพี่ เบา...เบาหน่อย”

คนๆ นี้เอาแรงมาจากไหนกันนะ!

คนถูกกระทำนึกเอ็ดตะโรในใจ ไม่รู้สึกเหนื่อยบ้างหรือไงนะ...ทำมาก็หนึ่งชั่วยามแล้วแต่กลับมีเรี่ยวแรงมหาศาล ไม่รู้จักเหน็ดจักเหนื่อย แต่ดูเขานี่สิ! แทบจะสลบให้รู้แล้วรู้รอด กลับต้องถูกปลุกด้วยแรงกระแทกที่ไม่บันยะบันยัง หนิงลี่นึกไม่ออกเลยว่าสภาพของวันพรุ่งนี้จะเป็นเช่นไร เกรงว่าคงเดินไม่ได้แน่ๆ

“อาลี่...อาลี่...”

ซ่งจินเหลียงไม่ได้ฟังที่หนิงลี่พูดสักนิด พยายามกระเสือกกระสนเข้าช่องทางอ่อนนุ่ม ตอกเข้าไปยังด้านในให้ลึกที่สุด ประสานกันจนเป็นหนึ่งเดียว

เสียงร้องคารญครางดังลั่นไปทั่วทั้งห้อง ไม่ต้องเกรงว่าใครจะมาได้ยิน ถึงจะมาได้ยินก็ช่าง ซ่งจินเหลียงไม่คิดจะใส่ใจอยู่แล้ว อีกอย่างหนึ่งเหล่านางกำนัลหรือขันทีต่างก็เอาหูเอานาเอาตาไปไร่ ไม่มีใครกล้ามาสอดมือเข้ามายุ่งแม้ว่าหนิงลี่จะร้องทรมานเหมือนขาดใจรอนๆ

ซ่งจินเหลียงจับที่ส่วนกลางลำตัวอีกฝ่าย ใช้มือขยุ้มสิ่งที่เหมือนกับตัวเองด้วยความหมั่นเขี้ยว บีบเค้นรูดขึ้นลงไปตามจังหวะพร้อมกับก้มลงไปที่หน้าอกบาง ลิ้นอุ่นร้อนลากไล้เลียวนตุ่มไตเล็กทั้งสองข้างสลับกันไปมา เป็นการกระทำที่อุอาจจนหนิงลี่ไม่อาจรับความเสียวกระสันนั้นได้อีกแล้ว ซ่งจินเหลียงเก่งกาจในเรื่องบนเตียงจนเกินไป

เพียงไม่นาน...สายธารสีขาวก็ถูกปลดปล่อย มันพุ่งพรวดเข้าไปด้านในอย่างรู้งานจนหยาดหยดสุดท้าย ซ่งจินเหลียงเกร็งร่างครู่หนึ่ง เขายังคงไม่ถอดถอนมันออก ยังคงแช่ค้างไว้อยู่ที่เดิม มองพระสนมผู้นอนหมดเรี่ยวหมดแรงบนเก้าอี้ไม้ หนิงลี่ไม่ได้แตกต่างจากตนเลยสักนิด ถึงจะปลดปล่อยรอบแรกไปแล้วแต่ก็ยังสามารถปลดปล่อยรอบที่สองได้อย่างสบาย...และมันก็คงได้อีกหลายครั้ง

องค์ฮ่องเต้ทำเหมือนอดอยากปากแห้งจนหนิงลี่นึกสะพรึง ใบหน้าซูบซีดมองคนบนร่างที่บัดนี้ทำท่าเหมือนยังไม่เต็มอิ่ม

“ท่านพี่ เข้าไม่ไหวแล้ว”

ขืนได้ทำกันอีกสักรอบมีหวังหนิงลี่ได้นอนจมตายกับเตียงแน่ๆ

ซ่งจินเหลียงยังคงไม่ฟังเช่นเดิม “อาลี่ ตอนอยู่บ้านเจ้าข้าก็ไม่กอดเจ้า ตอนอยู่ที่แคว้นหานข้าก็ไม่ได้กอดเจ้า ข้าทำตามสัญญาที่ให้ไว้ ถึงคราวนี้เจ้าต้องทำตามข้า”

ไม่พูดเปล่าแต่อุ้มร่างพระสนมไปยังเตียงใหญ่ จับให้นอนราบกับที่นอนเช่นเดิม

“ท่านพี่ ข้าเหนื่อยแล้ว”

วิงวอนร้องขออีกครา หวังว่าซ่งจินเหลียงจะเห็นใจ แม้สักนิดก็ยังดี

องค์จักรพรรดิยกยิ้มร้าย “หากเหนื่อย เจ้าก็แค่นอนเฉยๆ ดีหรือไม่”

มันเป็นคำตอบที่ทำให้คนฟังไม่ชอบใจนัก ซ่งจินเหลียงไม่ปล่อยให้เวลารั้งรอไปมากกว่านี้อีกแล้ว เขาจัดการคนใต้ร่างซะจนหมดแรงพูด กระทำไปหลายยก จนแสงเทียนที่อยู่ในห้องเริ่มค่อยๆ อันตธารหายไปกับเปลวไฟที่ร้อนแรงดั่งคนสองร่างที่อยู่บนเตียง

กว่าจะจบศึกรักที่หนักหน่วงก็พาไปเกือบค่อนคืน หนิงลี่นอนสลบไสลไม่ได้สติ ผิดกับซ่งจินเหลียงที่ยังมีแรงเหลือเฟือ เขาทำเพียงแค่หอบหายใจโยนอ่อนเท่านั้น

เมื่อถอนกายออกมาช่องทางที่ถูกรุกรานอย่างหนักก็กลวงโบว๋ อาจเป็นเพราะสิ่งนั้นเข้าไปเติมเต็มอยู่หลายชั่วยาม ยังโชคดีที่ซ่งจินเหลียงได้เตรียมพร้อมให้พระสนมอย่างดีทำให้ไม่มีเลือดออก...มือหนาปัดปอยผมที่ปรกหน้าคนหลับก่อนที่ร่างใหญ่จะนอนลงอยู่เคียงคู่ ซ่งจินเหลียงยังคงจดจ้องใบหน้าที่ไม่ได้งดงามไม่ห่าง อีกไม่กี่ชั่วยามก็คงถึงเวลาเช้าแล้ว

บางที...คงต้องให้ร่างกายหนิงลี่พักผ่อนบ้าง

ซ่งจินเหลียงคิดเช่นนั้นก่อนหลับไป มาดหมายมั่นในใจถึงวันพรุ่งนี้ไว้ล่วงหน้า ไม่ว่าจะยังไงเสียก็จะต้องรักษาคำพูด ฮ่องเต้ตรัสคำไหนคำนั้นไม่คืนคำ!


-------------

TAKE

ปาดเหงื่อเลยทีเดียวเชียว ฮ่าๆ

ปวดนิ้วไปหมดเลยยย


แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น