MurasakiHana

ขอบคุณสำหรับการสนับสนุนนะค่ะ ยังไงก็ขอฝากผลงานไว้ด้วยค่า

ชื่อตอน : Cupid 24

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 22.9k

ความคิดเห็น : 129

ปรับปรุงล่าสุด : 30 มิ.ย. 2560 12:51 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
Cupid 24
แบบอักษร

“ก๊อก ก๊อก” เสียงเคาะกระจกดังขึ้น ผมยังไม่ทันได้ลงจากรถพ่อเลี้ยงก็เดินมาทางนี้แทนแล้ว รู้หน้าที่ดีเหมือนกันนะพ่อเลี้ยง

“ว่าไงครับตัวเล็กมาหาพ่อหรอครับ หืม” พี่ภพเปิดประตูฝั่งที่ลูกชายนั่งอยู่ก่อนจะนั่งยองๆคุยกับเจ้าตัวเล็ก

“คับ ปะป๋าพามา” ผมเองก็มองดูลูกชายที่คุยอยู่กับคุณพ่อของเขาแล้วอดยิ้มกับความน่ารักไม่ได้

“น้ำว่างๆเลยพาลูกมาหาพี่ นี่ให้ป้าสาเตรียมของว่างมาเผื่อด้วยนะครับ”

“คุงพ่อ อุ้มๆ” เจ้าตัวเล็กก็เรียกร้องให้คุณพ่ออุ้มใหญ่เลย ติดให้คนอุ้มจริงๆเลย

“มาครับๆพ่ออุ้มเอง ไหนขอชื่นใจหน่อย” ชื่นใจของพี่ภพก็คือให้ลูกชายหอมแก้มนั่นแหละครับ เจ้าตัวเองก็ชอบอกชอบใจใหญ่เวลาที่ลูกทำตามอย่างว่างง่าย

“เอาล่ะๆ คุณพ่อกับคุณลูกอย่าเพิ่งเล่นกันครับลงจากรถก่อนเนอะ” ผมเรียกให้ทั้งคู่ลงจากรถก่อน โดนที่พ่อเลี้ยงเป็นคนอุ้มเจ้าตัวเล็ก ส่วนผมก็เดินไปท้ายรถเพื่อนำของว่างลงมามีคนงานอาสาเดินมาถือของให้ผมซึ่งเอาจริงๆของแค่นี้ผมถือเองก็ได้ แต่ดูจากสายตาพ่อเลี้ยงแล้วถ้าผมยังถืออยู่คนงานอาจจะโดนกินหัวก็เป็นได้

“ของแค่นี้น้ำถือเองก็ได้นะครับ” ผมเอ่ยกับพ่อเลี้ยงหลังจากที่คนงานเดินถือของว่างนำไปที่ใต้ต้นไม้ใหญ่ต้นประจำของพวกเรา

“พวกนั้นก็เต็มใจจะมาช่วยน้ำอยู่แล้ว พี่ไม่ต้องสั่งก็มา” ผมเดินส่ายหน้าตามหลังพ่อเลี้ยงไป

            คนงานจัดการปูผ้าที่เตรียมมาและวางตะกร้าของว่างไว้ให้พร้อมเลย ผมเอ่ยขอบคุณพวกเขาไปก่อนจะให้แยกย้ายกันไปทำหน้าที่ของตัวเอง ใช่ว่าผมจะไม่รู้ว่าทุกคนเต็มใจที่จะช่วยเหลือผมเพราะตั้งแต่เข้ามาในฐานะแม่เลี้ยงของไร่ลมเหนือ ผมก็ได้รับการเคารพจากคนงานทุกคนโดยไม่มีใครคัดค้านอะไรเลย ที่สำคัญเจ้าตัวเล็กยังได้พี่เลี้ยงเต็มไร่เลย

“คุงพ่อ”

“ว่าไงครับลูก”

“หม่ำๆ” น้องต้นรักกำลังยื่นแซนวิชชิ้นใหญ่จ่อปากคุณพ่ออยู่ เรียกเสียงหัวเราะและรอยยิ้มของคนรอบข้างได้เป็นอย่างดี

“มาครับๆหม่ำๆกัน”

“ปะป๋า” เจ้าตัวเล็กวิ่งมาหาผมทั้งๆที่ในมือก็ถือแซนวิชชิ้นเดิมอยู่

“อย่าวิ่งสิครับ เดี๋ยวหกล้มปะป๋าจะทำโทษซ้ำนะ” เจ้าตัวทำหน้าเศร้าขึ้นมาทันที

“น้ำอย่าดุลูกสิ หนูเรียกปะป๋าทำไมครับลูก” ให้ท้ายกันได้ตลอดสินะ แบบนี้ลูกจะเสียคนไหมเนี้ย สงสัยจะต้องลองคุยกับพ่อเลี้ยงดูสักหน่อยแล้ว

“ว่าไงครับเรียกปะป๋าทำไมเอ่ย” ผมใช้เสียงอ่อนลงเรียกลูกก่อนจะอุ้มขึ้นมานั่งตักตัวเอง

“ปะป๋าดุ” ดุนิดเดียวเองน้ำตาคลอเบ้าซะแล้วเจ้าลูกชาย

“โอ๋ๆนะครับ ปะป๋าเป็นห่วงหนูนะครับถึงได้ดุ”

“ฮึกๆ” ต้นรักส่งเสียงสะอื้นเบาๆออกมา

“ยังไม่ตอบเลยว่าเรียกปะป๋าทำไมครับ” เสียงสะอึ้นเงียบลง พร้อมกับเจ้าลูกชายที่หันหน้ามาทางผม หน้าตามีคราบน้ำตาอยู่บ้าง

“...” ต้นรักไม่ตอบอะไรผมเพียงแค่ยื่นแซนวิชชิ้นนั้นมาให้ผม เดาได้ไม่ยากเลยว่าเจ้าตัวอยากทำอะไร ผมจึงกัดแซนวิชชิ้นนั้นไปหนึ่งคำ แค่นั้นก็เรียกรอยยิ้มที่หายไปให้กลับมาอยู่บนหน้าของเจ้าตัวเล็กได้แล้ว

“อยากให้ปะป๋ากินแซนวิชนนี่เอง อร่อยที่สุดเลยครับลูก”

“ลูกใครเนี้ยน่ารักจริงๆเลย” พ่อเลี้ยงอุ้มลูกไปฟัดแก้มนิ่มๆนั่น

“คุงพ่อ พอๆ” ลูกชายคนเก่งก็ได้แต่เรียกให้คุณพ่อปล่อยแต่มีหรือคนตัวสูงจะยอมปล่อยตามที่ลูกขอ ชอบแกล้งลูกเป็นประจำอยู่แล้วด้วยซ้ำ

“พี่ภพพอเถอะครับดูสิลูกหน้ามุ่ยหมดแล้ว” ผมเองก็อดขำกับท่าทางงอนๆของเจ้าลูกชายไม่ได้

            พวกเรานั่งกันอยู่สักพักใหญ่ๆ คนงานก็เดินมาตามพ่อเลี้ยงให้ไปช่วยดูงานในไร่ทำให้เวลาพักของพ่อเลี้ยงหมดลง ส่วนผมกับลูกก็กลับไปรอที่บ้านเหมือนหมดเวลาสนุกของเจ้าตัวเล็กไปเลยก่อนกลับก็งอแงอยากอยู่กับคุณพ่อซะอย่างนั้น เล่นเอาผมเหนื่อยเลยต้องพยายามหาอะไรมาล่อจนลูกยอมกลับมาด้วย ส่วนเรื่องนี้เอามาล่อก็คือต้องสัญญาว่าจะให้คุณอานาวาพาพี่วินมาหานั้นเอง วินหรือนาวินเป็นเด็กที่ไปและนาวารับมาเป็นลูกบุญธรรมเห็นว่าประวัติของเด็กคนนี้ก่อนจะได้มาอยู่กับทั้งคู่ไม่ได้ดีเท่าไหร่นัก ไฟกับวาเคยพานาวินมาที่ไร่อยู่ครั้งหนึ่งซึ่งพอต้นรักได้เล่นด้วยก็ติดเขาแจไม่ยอมให้เขากลับบ้าน ร้องไห้อยู่พักใหญ่เชียวละครับ

“พี่แก้วเดี๋ยวผมฝากลูกไว้สักพักนะครับ ขอตัวไปคุยโทรศัพท์สักครู่”

“ได้เลยค่ะ เดี๋ยวพี่ดูนายน้อยให้” ว่าจบพี่แก้วก็พาต้นรักขึ้นไปชั้นบน ส่วนผมก็ต่อสายหาไฟทันที

ฮัลโหล ว่าไงมึง” ปลายสายรับด้วยเสียงกวนๆ

“โทรมาคุยเฉยๆไม่ได้ไง” ผมเองก็กวนกลับไปบ้าง ไม่ได้อยู่กับพวกมันแอบเหงาปากเหมือนกันนะเนี้ย

กูรู้นิสัยมึงเถอะ ปกติถ้าโทรคุยเฉยๆมึงจะโทรหาวา แต่ถ้าโทรหากูคือต้องมีเรื่องให้กูช่วย” มันอ่านทางผมออกอีกแล้ว

“เบื่อคนรู้ทัน เออกูจะโทรมาบอกว่าอยากให้พานาวินมาเล่นกับต้นรักที่นี่หน่อย พามาวันเกิดลูกกูด้วยล่ะ”

ไว้กูจะบอกมึงอีกที แต่คงไม่มีปัญหา

“เออขอบใจมึงมาก ไม่รู้ว่าทำไมลูกกูถึงได้ติดลูกมึงขนาดนั้น เอาลูกมึงมาขู่ได้ผลดีเลยล่ะ”

กูก็เพิ่งเห็นนาวินเล่นกับเด็กคนอื่นได้เหมือนกัน อยู่ที่นี่ไม่ค่อยเข้าสังคมพาไปเล่นกับหลานรักบ้างกูว่าก็ดี

“ยังไงอย่าลืมบอกกู กูว่าจะชวนที่บ้านมาหากูกับลูกเหมือนกัน นานๆเจอกันทีอยากอยู่ให้ครบๆ อีกอย่างวันเกิดต้นรักด้วยแกคงอยากให้มากันทุกคน” ผมคิดจะชวนป๊ากับแม่แล้วก็พี่ไม้ให้ขึ้นมาหาผมที่นี่เหมือนกัน เพราะพ่อเลี้ยงไม่มีเวลาพาผมลงไปพบพวกท่านเท่าไหร่ จะให้ผมไปเองกับลูกก็ไม่มีทางแน่นอน

งั้นแค่นี้ก่อนไว้จะเอาของขวัญไปให้หลาน” เราคุยกันอีกนิดหน่อยก่อนผมจะเป็นคนตัดสายเพราะเริ่มได้ยินเสียงลูกงอแง

            ผมเดินขึ้นมาชั้นสองของบ้านตรงไปยังห้องนอนของเจ้าตัวเล็ก ยิ่งเดินใกล้เข้ามาเท่าไหร่เสียงของต้นรักก็ดังขึ้นเท่านั้น ไม่รู้ว่าคราวนี้งอแงอะไรอีกนะ

“พี่แก้วครับ แกงอแงเรื่องอะไรหรือ” ผมเดินเข้ามาถามพี่แก้วพร้อมๆกับพี่ลูกชายตัวแสบวิ่งเข้ามากอดขาผมไว้แน่น

“นายน้อยไม่ยอมให้พี่เก็บของเล่นนะสิค่ะ บอกว่าจะรอเล่นกับปะป๋าพี่เห็นว่าน้องน้ำยังไม่ขึ้นมาเลยจะพาแกลงไปข้างล่าง” ที่แท้ก็รอผมมาเล่นด้วยนี่เอง

“โอเคครับ ขอบคุณพี่แก้วมากครับเดี๋ยวผมดูแกต่อเอง” พี่แก้วพยักหน้ารับก่อนจะขอตัวออกไปเพื่อไปช่วยป้าสาเตรียมมื้อเย็น

“ไหนแถวนี้มีใครงอแงหรือเปล่าเอ่ย” ผมแกล้งทำเป็นถามลูก ส่วนคนโดนถามก็รีบเอามือเล็กๆเช็ดน้ำตา น่าแกล้งจริงๆเลย

“ไม่มีคับ” ว่าจบแล้วก็ยิ้มยิงฟันโชว์ผมซะด้วย

“เราเก็บของเล่นกันก่อนดีกว่าครับ เดี๋ยวปะป๋าพาไปหาคุณย่า”

“แต่...หนูจะเล่น” แววตาอ้อนๆของลูกมันทำให้ผมเกือบใจอ่อนแล้วนะ แต่ผมมีทีเด็ดกว่านั้น

“ว้า แย่จังนะครับปะป๋ากะจะพาหนูไปขอคุณย่าเรื่องให้พี่วินมาหาซะหน่อย”

“ไปๆ เก็บๆ” งัดไม้นี้มาใช้บ่อยๆดีกว่า พูดถึงนาวินไม่ได้เลยเจ้าลูกคนนี้

            ผมช่วยลูกเก็บของเล่นให้เข้าที่เข้าทางก่อนจะพาแกลงมาหาคุณแม่ด้านล่าง มุมใหม่ของคุณแม่คือบ่อปลาคาร์ฟขนาดใหญ่ ไม่นานมานี้พ่อเลี้ยงเพิ่งได้ปลาพวกนี้มาจากคุณลุงยุทธ เห็นว่าคุณแม่ชอบเลยรับไว้แล้วสร้างบ่อปลาเพิ่มขึ้นมา

“คุงย่า” เสียงดังๆของต้นรักเรียกให้คุณแม่ท่านหันมาสนใจทางนี้แทน

“ว่ายังไงครับหลานย่า”

“พี่วิง!” คุณแม่ท่านทำหน้างงไปเลยครับ ก็มาถึงเล่นพูดถึงพี่วินเลยนี่

“นาวินลูกของเพื่อนน้ำนะครับคุณแม่ เคยมาที่นี่แล้วครั้งหนึ่ง” ผมอธิบายเพิ่มให้คุณแม่ฟัง

“อ๋อ แม่พอจะนึกออกแล้วมีอะไรหรือเปล่าหนูน้ำ”

“คือน้ำอยากให้น้องนาวินเขามาอยู่เป็นเพื่อนเล่นกับต้นรักนะครับ เลยอยากจะมาขอคุณแม่ไว้”

“หนูน้ำว่าอะไรดีแม่ก็ว่าดีจ้ะ น้องรักเองก็ชอบพี่วินเขาด้วยใช่ไหมครับ”

“คับ”

“คุณแม่จะว่าอะไรไหมครับถ้าน้ำจะชวนที่บ้านมาด้วยไหนๆก็นานๆเจอกันที น้ำเลยอยากให้อยู่กันพร้อมหน้าพร้อมตา”

“แม่ไม่ว่าหนูหรอกลูก จะมากันตอนไหนแม่ก็ต้อนรับเสมอ เราเป็นครอบครัวเดียวกันแล้วนะ” ผมชอบรอยยิ้มอบอุ่นของคุณแม่ ท่านใจดีเสมอเลย

“ขอบคุณครับ”

ต่อตรงนี้

และแล้ววันงานที่ทุกคนรอคอยก็มาถึง ก่อนหน้านี้ประมาณ 3 วันป๊ากับแม่ของผมได้เดินทางมาที่นี่แล้วเห็นว่าจะมาอยู่สักอาทิตย์หนึ่ง นานๆมาทีก็ดีครับผมคิดถึงพวกท่านจะลงไปหาที่นู่นก็คงไม่สะดวกพ่อเลี้ยงเองก็ไม่ยอมให้ผมพาลูกไปคนเดียวด้วย ส่วนพวกไฟกับวาเพิ่งมาถึงเมื่อวานนี้เองครับ ไม่ต้องบอกก็รู้ว่าน้องต้นรักดีใจแค่ไหนที่พี่วินของแกมาด้วย

“พี่วิงคับ” ดูความติดพี่ชายคนนี้สิครับ พอนาวินมาแล้วทิ้งพ่อทิ้งปะป๋าเรียกหาแต่พี่วินอย่างเดียวเลย

“ครับน้องรัก”

“เล่งกัน”

“ไปครับๆแต่ต้องเก็บของตรงนี้ก่อนนะ” พอได้ยินนาวินพูดแบบนั้นเจ้าตัวดีก็ทำหน้ามุ่ยคิดว่าคงมีคนเก็บให้แน่ๆถึงชวนไปเล่นที่อื่น

“เก็บๆ” ถึงจะไม่อยากเก็บแต่ทั้งคู่ก็ช่วยกันเก็บของตรงนี้ก่อนจะไปเล่นของเล่นอื่นๆต่อ พวกผมเองก็มองดูลูกอยู่ใกล้ๆแต่ไม่อยากไปขัดความสนุกของเด็กๆเขา

“หลานป๊าดูจะดีใจที่นาวินมาหามากกว่าพวกป๊ามาหาอีกนะ” ป๊าของผมพูดติดตลกซึ่งเอาจริงๆผมก็คิดเหมือนป๊าแหละครับ

“นั้นสิป๊า แม่ว่าทั้งลูกทั้งหลานคงไม่รักเราแล้วแน่ๆเลย”

“โอ๋ๆ คนสวยครับใครจะไม่รักคนสวยกันไหนบอกน้ำซิ น้ำจะจัดการให้” ผมว่าอ้อนๆไม่ได้อายสายตาของคนอื่นๆที่อยู่ด้วยสักเท่าไหร่ คิดถึงแม่อยากอ้อนแม่นี่

“ต้นไม้ล่ะมั่ง เดี๋ยวนี้ก็ไม่ค่อยมีเวลาให้ป๊าให้แม่”

“อ้าว ที่ผมไม่มีเวลาให้คงต้องโทษคนนี้แล้วแหละครับ” พี่ไม่ชี้ไปที่พะแพงที่นั่งอยู่ข้างๆกัน

“พะแพงเกี่ยวอะไรด้วยล่ะพี่ไม้ไหนบอกน้ำหน่อย”

“ถามเจ้าตัวเองเลยไหมล่ะ” ว่าไปนั้นดูเจ้าตัวจะกล้าพูดไหมนั่น

“เอาละ งานนี้พะแพงต้องตอบเองแล้วแหละนะพี่ไม้ไม่ช่วยแกแล้ว” นาวาเองก็ช่วยจี้พะแพงอีกคน

“คือตอนนี้..เรากำลังวางแผนเรื่องแต่งงานกันอยู่น่ะ” พะแพงตอบเสียงเบาก่อนจะนั่งหน้าแดงแจ๋อยู่อย่างนั้น

“ในที่สุดก็จะได้แต่งกันสักทีนะ ลุ้นอยู่ตั้งนาน”

“เห็นด้วยกันน้ำนะ” ไฟที่เงียบอยู่นานก็พูดขึ้นบ้าง

“นั่งอยู่ตั้งนานนึกว่าเป็นใบ้ไปแล้วซะอีก” ผมอดแขวะมันไม่ได้

“ว่าเพื่อนนะเรา”

“นิดหน่อยครับพี่ภพ” พูดจบก็เจอสายตาล้อเลียนจากทุกคน แล้วคิดว่าผมะไม่เขินหรือไงกัน

“เดี๋ยววันนี้สัก 6 โมงเย็นเราค่อยเริ่มงานกันดีกว่าเนอะแดดไม่ค่อยร้อนด้วย” คุณแม่ท่านเสนอมาซึ่งผมและทุกคนต่างเห็นด้วย เราพูดคุยกันสักพักป๊ากับแม่และคุณแม่ก็ขอตัวไปพักผ่อนกันสักหน่อยก่อจะถึงเวลาเริ่มงาน

“ป๊าไฟครับ” ไม่นานนาวินก็เดินมาหาไฟ

“ว่าไงวิน”

“ผมอยากเอาของขวัญไปให้น้อง น้องอยากได้ของขวัญแล้ว”

“รอตอนเย็น ให้ในงานดีกว่า”

“บอกน้องนะครับว่าอาบอกว่ารอถึงเวลางานก่อน”

“คุณอาน้ำครับ”

“ว่าไงครับ”

“น้องอยากได้ของขวัญมากๆอยู่อย่างหนึ่งแต่ผมหาให้น้องไม่ได้ คุณอาจะหาให้น้องได้ไหมครับ” ผมกับทุกคนมองหน้ากัน

“อะไรครับที่น้องอยากได้มากๆ” ผมเองก็สงสัยนะอะไรที่ลูกอยากได้กันแน่ แล้วทำไมลูกไม่เคยบอกผมเลยว่าอยากได้อะไร แต่คำพูดหลังจากนั้นมันทำให้ผมสะอึกไปเลย มันจุกไปหมดจนขอบตาร้อนผ่าว

“น้องอยากได้แม่ครับ” ราวกับว่าทุกอย่างกำลังหยุดเคลื่อนไหวด้วยคำหนึ่งคำที่มีความหมายมากกว่าคำใดๆสำหรับผม ฝ่ามือหนาวางเข้าที่ไหล่ผม เราสบตากันเนิ่นนานสื่อความรู้สึกออกมาทางสายตา

“คุณอาเป็นอะไรหรอครับ”

“เราไปเล่นกับน้องก่อนนะ บอกน้องว่าของขวัญไว้เอาตอนเย็น” นาวาเป็นคนพูดกับวินเพื่อให้เจ้าตัวออกไปจากบริเวณนี้เพื่อเราจะได้คุยกันสะดวกๆ

“ถึงเวลาที่แกต้องคิดวิธีบอกลูกแล้วนะน้ำ พี่รู้ว่ามันอาจจะฟังดูไม่ชินแต่ถ้าสำหรับพี่แกควรให้ลูกเรียกแกว่าแม่” พี่ไม้แสดงความคิดเห็นออกมาบ้าง

“เราเห็นด้วยกับพี่ไม้นะน้ำ ยังไงน้ำก็อุ้มท้องน้องรักมาเอง”

“พวกเราก็คิดแบบนั้นนะ” ไฟและนาวาเองก็เห็นด้วยกับพี่ไม้และพะแพง

“เรา...เราไม่รู้จะทำยังไงดี ลูกอยากได้แม่” ผมไม่รู้แล้วต้องทำยังไง

“ผมขอเวลาอยู่กับต้นน้ำตามลำพังได้ไหมครับ” พ่อเลี้ยงคงอยากคุยกับผมอย่างจริงจังสินะ ไม่นานทุกคนก็ออกไปปล่อยให้ผมและพ่อเลี้ยงอยู่กันแค่สองคน

“น้ำ พี่รู้ว่ามันยากที่จะให้ผู้ชายอย่างเราๆถูกเรียกว่าแม่ แต่น้ำอย่าลืมนะว่าน้ำเองเป็นแม่ของลูกจริงๆน้ำเป็นคนให้กำเนิดเขามาดูแลเขามามากกว่าใครๆ แล้วแบบนี้น้ำจะปล่อยให้ลูกต้องการแม่หรอ”

“แต่น้ำก็ให้ลูกเรียกว่าปะป๋าแล้วนะครับ น้ำรู้ตัวเสมอว่าน้ำเป็นแม่ของแก” ผมตอบไปตามความจริงลูกคือลูกของผมและความจริงข้อนี้จะไม่มีวันเปลี่ยนแปลงไปอย่างแน่นอน

“พี่เองก็อยากจะคุยกับน้ำเรื่องนี้หลายครั้งแล้วแหละแต่ก็ไม่ได้คุยเสียที พี่อยากให้ลูกเรียกน้ำว่าแม่”

“แต่น้ำ...น้ำ”

“ค่อยๆคิดนะน้ำ ที่พี่พูดมันก็เป็นแค่ความคิดพี่ซึ่งคนอื่นๆก็คิดว่าน้ำควรทำแต่ทุกอย่างมันก็ต้องขึ้นอยู่กับการตัดสินใจอขงน้ำเองด้วย” มันยากที่จะพูดความรู้สึกต่างๆมันมาจุกอยู่ที่อก คนเป็นแม่อย่างผมจะทำอย่างไรดีนะ

“พี่ภพถ้าน้ำบอกลูกให้เรียกน้ำว่าแม่ แล้วน้ำจะบอกลูกยังไงครับที่แม่ของแกไม่ใช่ผู้หญิงเหมือนแม่ของคนอื่นๆเขา”

“พี่เชื่อว่าลูกต้องเข้าใจและรับได้ ลูกรักน้ำมากเหมือนที่น้ำรักลูก สายใยของความเป็นแม่ลูกกันมันไม่เสื่อมไปไหนหรอกเชื่อพี่นะ” พี่ภพจับมือผมไปกุมไว้ก่อนจะมอบจุมพิตลงที่หน้าผากของผมอย่างแผ่วเบาอย่างให้กำลังใจ

“ครับน้ำจะเชื่อพี่ น้ำจะให้ลูกเรียกน้ำว่าแม่” ผมตัดสินใจแล้ว และคิดว่ามันเป็นการตัดสินใจที่ถูกต้องและจะทำให้ลูกมีความสุขมากที่สุด

หลังจากผมและพี่ภพคุยกันเรียบร้อยแล้วเราก็มาช่วยกันดูคนงานจัดสถานที่สำหรับงานวันเกิดน้องต้นรัก และเตรียมของขวัญให้ลูกรวมทั้งคนอื่นๆที่เอาของขวัญมาวางรวมกันไว้ คนงานเองก็มีของขวัญมาให้เหมือนกันบางคนรวมกันซื้อบางคนช่วยกันทำ ผมเองก็อดดีใจไม่ได้ที่ลูกชายของผมเป็นที่รักของทุกคนขนาดนี้ เราตรวจสอบความเรียบร้อยของทุกอย่างก่อนจะเข้าบ้านเพื่อพาเจ้าตัวเล็กไปเปลี่ยนเสื้อผ้าเพื่อลงมางานวันเกิดของเจ้าตัว

“มาแล้วครับๆ เจ้าของวันเกิดของเรามาแล้ว”

“คุงพ่อขนมเยอะ” ลงมาก็พูดถึงขนมเลยดูสิ

“ครับลูกมาดูของขวัญก่อนดีไหม หืม”

“มาเลยหลายตา ตามีของขวัญมาให้ เป็นของตากับยายนะลูก” ชองขวัญของป๊ากับแม่เป็นทองคำรูปพรรณซึ่งผมเองก็ไม่คิดว่าท่านจะให้เป็นทองแบบนี้

“จ๋วยจัง ขอบคุงคับ” เจ้าลูกชายตัวดีรับของแล้ววางไว้ใกล้ๆกับกล่องอื่นๆ ของคุณแม่เองก็เป็นทองเช่นเดียวกับป๊าและแม่

“มาหาอาเลยครับอันนี้เป็นของอาทั้งสองคนนะครับ” เล่นจัดของเล่นชุดใหญ่ไฟกระพริบขนาดนี้มาให้ลูกผมไม่หลงมันก็คงจะแปลกแล้วล่ะ

“ขอบคุงคับ ชอบมากเยย” ว่าแล้วเจ้าตัวก็วิ่งไปหานาวินต่อทันที

“อย่าวิ่งนะครับ” เป็นนาวินที่ดุเจ้าตัวดีแทนผมซะแล้ว

“พี่วิงๆ”

“นี่ของขวัญของพี่นะพี่เลือกเองเลยด้วย” ของขวัญของนาวินเป็นกล่องดนตรีน่ารักๆกล่องหนึ่ง ดูท่าลูกชายผมจะชอบมันมากซะด้วยสิ

“หนูชอบจัง” หลังจากนั้นคนอื่นๆก็นำของขวัญของตัวเองมาให้ต้นรักกันจนครบทุกคน พี่ภพให้ทุกคนเริ่มทานอาหารไปพลางคุยกันไปพลาง เมื่อผมเห็นเวลาว่าสมควรผมจึงหันมาถามลูก

“หนูอยากได้ของขวัญอะไรมากที่สุดครับ”

“แม่ หนูอยากได้แม่”

“หนูเรียกปะป๋าว่าแม่ดีไหมครับ”

“แต่แม่ต้องเป็นผู้หญิง” ก็จริงอย่างที่ลูกบอกแต่ผมก็คุยกับลูกอย่างใจเย็นท่ามกลางสายตาของทุกคนที่ให้กำลังใจผม

“หนูอยากให้ปะป๋าเป็นแม่ไหม ปะป๋าจะเป็นแม่ให้หนูเอง” เราแค่เปลี่ยนให้มันถูกต้องแค่นั้นไม่ใช่เรื่องยากอะไรเลย

“อยากคับ หนูอยากได้แม่”

“งั้นต่อจากนี้ไปเรียกปะป๋าว่าแม่นะครับ”

“คับคุงแม่ รักคุงแม่ที่สุดเยย” ผมกอดลูกไว้รู้สึกได้ถึงความโล่งใจและมีความสุข ทุกคนแสดงความยินดีกับผมที่ลูกเข้าใจและยอมรับโดยไม่มีปัญหาอะไรเลย ตอนนี้ผมรู้สึกมีความสุขมากจริงๆ



______________________________________________________________________________________________________

ตัวเองครบแล้วนะเออออออออ

มันอาจจะงงๆหน่อยเพราะเรามีเวลานิดเดียวเอง

รอเค้าหน่อยนะ เวลาเค้ามีน้อยจริงๆอะ


อย่าลืม

Comments

กดถูกใจ

กดติดตาม

เป็นกำลังใจให้เค้านะ

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนค่า

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น