Thichadad3938

ขอบคุณนักอ่านทุกท่านที่สนับสนุนนะคะ หากนิยายมีคำผิด หรือ ข้อผิดพลาดประการใด ต้องขออภัยที่ทำให้เสียอรรถรสในการอ่านค่ะ (Puingfungfing.)

บัวหลงจันทร์ ๐๗

ชื่อตอน : บัวหลงจันทร์ ๐๗

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 10k

ความคิดเห็น : 58

ปรับปรุงล่าสุด : 18 พ.ค. 2561 17:58 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
บัวหลงจันทร์ ๐๗
แบบอักษร

image

บัวหลงจันทร์ ๐๗

ทั้งสองพระองค์ทรงดำเนินทอดพระเนตรร้านรวงของชาวบ้านที่ตั้งเรียงรายละลานตา ก่อนที่สายพระเนตรคมดุจนกเหยี่ยวขององค์จันทร์จักสะดุดเข้ากับร้านขายเครื่องประดับที่ไม่ใช่เครื่องทองที่มีราคาสูงแต่ก็ดูงามสะดุดพระเนตรจึงได้จับจูงน้องน้อยให้เข้าไปในร้านน้ำชาที่มีแคร่ให้นั่ง

“ประเดี๋ยวน้องนั่งพักจิบน้ำในร้านนี้กับสายหยุดรอพี่ก่อนหนาเจ้าบัว”ทรงตรัสกับชายา

“แลพระองค์จักเสด็จไปไหนหรือพระเจ้าค่ะ”เจ้าบัวถามเสียงเบา

“พี่กับเจ้าเหมจักไปดูร้านรวงตรงนั้น มินานดอก”

“พระเจ้าค่ะ”

“สายหยุด”

“พระเจ้าค่ะ”

“ดูแลเจ้าบัวให้ข้าด้วย”

“พระเจ้าค่ะ หม่อมฉันจักดูแลพระชายาให้ดีพระเจ้าค่ะ”

“ดี”

“เหม เจ้าไปกับข้า”

“พะย่ะค่ะ”รับพระบัญชา แลตามหลังนายเหนือหัวไป

หนึ่งนาย แลหนึ่งบ่าวมาหยุดอยู่ที่ร้านขายเครื่องประดับที่มีชายกลางคนแต่งกายดูดีกว่าพ่อค้า แม่ค้าทั่วไปเป็นคนขาย

“เชิญนายท่านดูก่อนได้หนาจ๊ะ เครื่องประดับงามๆซื้อไปฝากภรรยา ฝากบุตรได้หนาจ๊ะ”

“.....”ทรงทอดพระเนตรเครื่องประดับงามทั้งหลาย ไม่ว่าจักเป็นปิ่นปักผม กำไล เข็มกลัด หรือแม้แต่เข็มขัดเงินลายงาม พระเนตรคมกวาดไปทั่วแผงค้าก่อนจักหยุดอยู่ที่ปิ่นปักผมอันเดียวในร้านที่ทำมาจากทองคำแท้เนื้อดี หัวปิ่นเป็นทรงดอกบัวตูมลงยาพื้นสีแดง ติดลายประจำยาม แบบดาวเพดาน ประดับเม็ดพลอยสีแดงสดที่กึ่งกลางดาวแต่ละดวง วางระยะของลายเรียงแถวสลับแบบตาสัปปะรด ติดสร้อยระย้าเป็นสาย 5 เส้น

“ปิ่นรัตนาอันนี้ข้าได้จากเจ้านายชั้นสูงของแคว้นทางใต้ มันอยู่มานานนัก หากแต่มิมีใครซื้อดอกจ้ะเพราะว่าราคามันสูงเหลือเกินนายท่าน”

“เท่าใด”ทรงหยิบปิ่นรัตนาขึ้นทอดพระเนตรอย่างพอพระทัย ต่อให้ราคาจักสูงสักเพียงใด หากพระองค์คิดว่ามันคู่ควรกับเจ้าบัวงามแล้วย่อมมิสน

"ห้าชั่งจ้ะนายท่าน”มีหลายคนที่เมื่อรู้ราคาก็รีบปล่อยปิ่นรัตนาแสนสวยนี้ลงทันที หากแต่นายท่านผู้นี้กลับทอดมองปิ่นรัตนาอย่างพึงใจมิยอมปล่อย

“เจ้าเหม”

“ขอรับ”เมื่ออยู่ต่อหน้าผู้อื่นจึงเลี่ยงการใช้คำราชาศัพท์

“จ่ายอัฐให้พ่อค้า ข้าจักกลับไปรอที่ร้านน้ำนั่นกับเจ้าบัว”

“ขอรับ”ก้มหัวเมื่อคนเป็นนายเดินออกจากร้านเครื่องประดับพร้อมปิ่นรัตนาในพระหัตถ์ องค์จันทร์ทรงใช้ซับพระพักตร์ห่อปิ่นงามเอาไว้ แลเหน็บที่ชายพกเก็บไว้ ประเดี๋ยวค่อยประทานให้เจ้าบัวเมื่อถึงวังหลวง

“.....”ในขณะที่พ่อค้ากลางคนตาโตนิ่งค้างเมื่อทรงเมื่อพระองค์ทรงซื้อปิ่นรัตนาที่อยู่กับแผงมานานเพราะมูลค่าที่สูงลิบของมัน

“นี่ค่าปิ่นรัตนา...แลนี่ค่ากำไลหัวบัว”เหมยื่นอัฐถุงใหญ่ให้พ่อค้า ชายกลางคนมือไม้อ่อนรับถุงอัฐหนักเสียจนร่วงลงบนแผง

“ขะ ขอบใจจ้ะ ขอบใจนายท่าน”อัฐมากมายที่ได้รับนั่นทำให้ชายกลางคนกลายเป็นเศรษฐีตั้งตัวได้เลยทีเดียว

เหมเก็บกำไลเข้าที่ชายพก กำไลที่ซื้อให้สายหยุดคนงาม เป็นกำไลหัวบัวเอี้ยวเรียบๆที่มีปลายเป็นรูปดอกบัวหลวง ทำด้วยนากแท้ทำให้ราคามิสูงเท่าปิ่นรัตนาที่องค์จันทร์ซื้อให้พระชายา หากแต่ก็มีมูลค่า

.

.

.

กว่าจักเสด็จกลับวังหลวงก็เย็นย่ำ องค์จันทร์ แลพระชายาเมื่อรับพระกายาหารเย็นแล้วก็เสด็จเข้าตำหนักหลวงพักผ่อนทันที

“เจ้าบัว”ทรงตรัสเรียกเมียรักที่ถวายงานรับใช้บีบนวดพระอังสะคลายความเมื่อยล้าให้พระภัสดา

“พระเจ้าค่ะ”ขานรับพลางหยุดมือที่บีบนวดพระภัสดา เคลื่อนกายมารอรับพระบัญชาที่ตรงหน้าพระพักตร์

“พี่มีของจักให้เจ้า”ตรัสพลางใช้พระดัชนีเกี่ยวปลายเกศานุ่มของเมียเล่น

“กระไรหรือพระเจ้าค่ะ”

“.....”ทรงหยิบห่อซับพระพักตร์ออกจากใต้พระเขนย คลี่ผ้าออกเผยให้เห็นปิ่นรัตนาที่นอนนิ่งอยู่บนฝ่าพระหัตถ์

“ปิ่นรัตนา...ให้หม่อมฉันหรือพระเจ้าค่ะ”ช้อนนัยน์ตากวางถาม

“พี่ให้เจ้า....มา หันหลังมาพี่จักปักให้”ตรัสพลางจับร่างบางให้นั่งหันหลังให้พระองค์

“.....”เจ้าบัวนั่งนิ่ง กุมมือตัวไว้บนตัก

องค์จันทร์รวบเกศายาวนุ่มสลวยของเจ้าบัวแล้วม้วนเกล้าขึ้นก่อนจักปักด้วยปิ่นรัตนา เผยให้เห็นลำคอระหงขาวผ่องเย้ายวน แลลาดไหล่เล็กสีน้ำนมเนียนไร้ไฝฝ้า ทอดพระเนตรเมียรักด้วยความหลงใหล ทรงฝังพระนาสิกกับซอกคอเมีย กดพระโอษฐ์จูบแต้มบนผิวเนื้ออ่อน

“ฝ่าบาท..อ๊ะ”สะดุ้งเมื่อพระหัตถ์ร้อนกอบกุมที่ยอดอกทั้งสองข้างพลางเค้นคลึง พระนาสิก แลพระโอษฐ์ก็ยังซุกไซร้ไปตามซอกคอ แลลาดไหล่สีน้ำนม

“งามนักเจ้าบัว...เจ้าคงเป็นดอกบัวที่งามที่สุดในภุมริกา แลศศิมณฑลเป็นแน่”พระกรโอบตวัดรัดเอวบางเข้าหาพระองค์จนสะโพกอิ่มแนบชิดกับพระเพลา ฝ่าพระหัตถ์ร้อนลูบไล้ตามแขนเสลาไปมา เลื่อนขึ้นคลายปมผ้าแถบผืนงาม

“อ๊ะ...”มือเล็กรีบตะครุบปมผ้าแถบไว้มั่นมิยอมให้พระภัสดาถอดออก

“หืม...ตามใจพี่หน่อยหนาคนดี”ตรัสอ้อนชิดใบหูเล็ก ไล้พระชิวหาตามขอบหู แลดูดเม้มที่ติ่งหูนิ่ม

“อื้อ..ฝ่าบาท”เมื่อถูกเล้าโลมมากขึ้นเรี่ยวแรงที่มีก็ค่อยๆหดหาย เจ้าบัวงามตัวอ่อนพิงพระอุระกว้าง มือเล็กทั้งสองร่วงลงพร้อมๆกับผ้าแถบสีหวานเผยให้เห็นผิวกายขาวโพลน แลเม็ดบัวสีชมพูระเรื่อ พระดัชนีเกลี่ยเบาๆที่เม็ดบัวนุ่มหยุ่นทั้งสองข้างจนมันหดตัวชูชันแข็งเป็นไตจึงได้ประคองเจ้าบัวลงนอนราบบนพระยี่ภู่ แลทาบทับพระวรกายตามลงไป

“เมื่อใดจักท้องหนาเจ้า หืม..พี่รอลูกของเราอยู่หนา”ตรัสเรียกเลือดร้อนๆให้มาวิ่งวนบนดวงหน้างาม

“.....”เบือนหน้าหลบสายพระเนตรคม ก่อนจักกัดริมฝีปากตัวเชิดหน้าครางเสียงแผ่ว มือเล็กจิกพระเขนยแน่นระบายความกระสันซ่านที่พระภัสดาประทานให้ ริมฝีปากบางกรีดร้องครางเครือ บ้างก็ถูกบดขยี้ด้วยพระโอษฐ์ บ้างก็ถูกพระชิวหาไล้เลีย ดูดดึงจนบวมเจ่อ

สายธารน้ำอุ่นสาดซัดใส่กลีบบัวครั้งแล้วครั้งเล่าจนไร้เรี่ยวแรง เสียงไก่ขันร้อง แลแสงสีส้มปรากฏบนขอบฟ้า องค์จันทร์จึงยอมปล่อยให้เจ้าบัวพักผ่อน ดวงหน้างามซบบนพระอุระกว้าง นัยน์ตากวางหลับพริ้ม ริมฝีปากบางเผยอรับอากาศ เนื้อตัวขาวผ่องมีริ้วรอยแดง เกศายาวยุ่งเหยิงพันกัน หากแต่ก็น่าเอ็นดูนัก องค์จันทร์ทอดพระเนตรเมียรัก แลมีรอยพระสรวลบางๆที่พระโอษฐ์ พระองคุลีสางเกศายุ่งเบาๆ พระหัตถ์ข้างหนึ่งเชยคางแหลมขึ้นประทับจูบที่ปลายจมูกโด่งรั้น กกกอดร่างน้อยที่ชอกช้ำ เพราะ ฝีพระหัตถ์พระองค์แนบพระอุระ พระโอษฐ์วนเวียนจูบหอมเจ้าบัวมิหยุด

.

.

.

รุ่งขึ้นองค์จันทร์ทรงเสด็จออกว่าราชการตามปกติ ปล่อยให้เจ้าบัวพักผ่อนในห้องบรรทมทดแทนเรี่ยวแรงที่หดหายเพราะถูกพระองค์รังแก โดยมีสายหยุด แลพระพี่เลี้ยงจากภุมริกาคอยดูแลปรนนิบัติ

“พระชายาทรงจับไข้ พระวรกายร้อนเหลือเกินข้าว่าเรียกหมอหลวงท่านมาตรวจเถิด”สายหยุดว่า ใบหน้างามติดกังวล มือน้อยลากผ้าชุบน้ำลอยดอกมะลิหอมกรุ่นไปตามพระฉวีที่แดงระเรื่อเพราะพิษไข้

“ข้าก็ว่าเช่นนั้น เยี่ยงนั้นเจ้าถวายการดูแลพระชายาก็แล้วกันหนา ประเดี๋ยวข้าจักไปตามหมอหลวง”

“จ้ะ”รับคำพลางตั้งหน้าตั้งตาใช้ผ้าลูบซับความร้อนออกจากพระวรกายบอบบาง ตามพระฉวีขาวๆมีรอยพระหัตถ์องค์จันทร์เป็นริ้วแดงๆปรากฏให้สายหยุดหน้าแดงซ่านด้วยรู้ว่านั่นคือรอยกระไร

“อื้อ..”พระสุระเสียงหวานครางเครือก่อนนัยน์ตากวางจักปรือปรอยขึ้น

“พระชายาทรงเป็นเยี่ยงไรบ้างพระเจ้าค่ะ”

“อืม..พี่สายหยุด”

“ทรงรอประเดี๋ยวหนาพระเจ้าค่ะ พี่อิ่มกำลังไปตามหมอหลวงอยู่”

“...จ้ะ”

“เยี่ยงนั้นสายหยุดเช็ดพระองค์ให้หนาพระเจ้าค่ะ”

“...”พยักพระพักตร์น้อยๆ ก่อนจักหลับพระเนตรลงปล่อยให้คนสนิทปรนนิบัติ

มินานหมอหลวงก็เข้ามาถวายการรักษา ถวายโอสถ แลให้สายหยุดคอยเช็ดพระองค์ให้บ่อยๆ แลกลับไป สวนทางกับองค์จันทร์ที่เมื่อเสร็จราชกิจก็รีบกลับตำหนักหลวงทันที ระหว่างที่ขุนนางถวายฎีกาก็ทรงแทบมิมีสมาธิด้วยนึกเป็นห่วงเจ้าบัว เมื่อองครักษ์คนสนิทมาทูลความว่าเมียรักจับไข้ล้มป่วยจนต้องตามหมอหลวงเข้าไปที่ตำหนัก

“สายหยุด”

“ฝ่าบาท ถวายพระพรพระเจ้าค่ะ”

“มิต้องมากพิธี เจ้าบัวเป็นเยี่ยงไรบ้าง หมอหลวงว่าอย่างไรบ้าง”ตรัสถาม พระสุระเสียงติดกังวล ทรงดำเนินไปประทับบนพระแท่นบรรทมข้างเจ้าบัวงามที่หลับใหลด้วยฤทธิ์โอสถ

“หมอหลวงท่านว่าพระชายาทรงจับไข้อ่อยเพลีย มิมีกระไรน่าห่วงพระเจ้าค่ะ เสวยโอสถ แลเช็ดพระองค์บ่อยๆให้ไข้ลดเป็นพอพระเจ้าค่ะ”

“แลเจ้าบัวหลับไปนานเท่าใดแล้ว”พระหัตถ์ลูบศีรษะเมียคล้ายจักปลอบโยน

“หม่อมฉันคิดว่าอีกมินานพระชายาคงตื่นบรรทมพระเจ้าค่ะ”

“เยี่ยงนั้นเจ้าไปพักผ่อนเถิดข้าจักดูแลเจ้าบัวเอง”

“พระเจ้าค่ะ”

เมื่อสายหยุดออกจากห้องบรรทมไป องค์จันทร์ก็หันกลับมาทอดพระเนตรเจ้าบัวต่อ ทรงไล้ข้อพระองคุลีไปตามแก้มอุ่น

“หายไวๆหนาเจ้า เจ้าป่วยเยี่ยงนี้พี่ใจมิดีเลย”ตรัสพลางโน้มพระพักตร์จรดพระนาสิกกับหน้าผากมน

.

.

.

เมื่อเจ้าบัวตื่นก็ทรงป้อนข้าว ป้อนน้ำ ป้อนยาเอาใจเมีย

“ฝ่าบาท..”

“หืม อยากได้กระไรหรือไม่”

“มิได้พระเจ้าค่ะ หากแต่หม่อมฉันป่วย หากอยู่ใกล้พระองค์จักติดไข้ อย่างไรให้หม่อมฉันแยกตำหนักก่อนดีหรือไม่พระ...อ๊ะ!!”ยังทูลมิทันจบก็ถูกพระหัตถ์บีบปากจนสะดุ้ง นัยน์ตากวางคลอน้ำด้วยความตกใจ

“...อย่าได้พูดว่าจักแยกตำหนักอีกหนาเจ้าบัว เพราะพี่มิมีวันยอมเด็ดขาด”ตรัสพระสุระเสียงเรียบ มิพอพระทัย

“....ขอประทานอภัยพระเจ้าค่ะ”ก้มหน้าอย่างลุแก่โทษ

“...พี่ขอโทษหนาเจ้า เจ็บหรือไม่”ถอนพระปัสสาสะ แลเกลี่ยเบาๆที่รอยแดงจางๆรอบริมฝีปากบาง

“มิได้พระเจ้าค่ะ”

“ขอโทษหนาคนดี”กดจูบเบาๆซ้ำๆที่มุมปากน้องไถ่โทษ พระกรตระกองกอดร่างแน่งน้อยจนเจ้าบัวเคลิ้มหลับคาพระอุระของพระภัสดา

เมื่อเจ้าบัวงามเข้าสู่ห้วงนิทราแล้ว องค์จันทร์จึงออกจากตำหนักหลวงเสด็จรับลมยามค่ำคืน โดยรับสั่งมิให้ข้าหลวงติดตาม ทรงดำเนินไปตามสวนพฤกษาพลางหมายมั่นในพระทัยว่าหากเจ้าบัวหายป่วยจักพามาชมต้นมหาหงส์ที่มีรับสั่งให้ข้าหลวงปลูกเพิ่ม หากแต่ก็ต้องหยุดไว้แค่นั้นเมื่อสายพระเนตรคมสะดุดกับสองร่างคุ้นตาที่ยืนหลบมุมในที่มืด ทรงดำเนินเข้าไปใกล้อย่างเงียบเชียบมิเกิดเสียงจนได้ยินบทสนทนา

“พี่เหม....”

“พี่ให้สายหยุดจ้ะ”องครักษ์หนุ่มว่าพลางประคองมือน้อยขึ้น คล้องกำไลนาคหัวบัวลงบนข้อมือบาง

“...พี่เหม”สายหยุดหน้าแดงซ่าน ใบหน้างามก้มงุดยามที่ชายหนุ่มจรดริมฝีปากบนฝ่ามือตนแผ่วเบา แต่อุ่นซ่านไปถึงหัวใจ

“ชอบหรือไม่เจ้า”ถามพลางขยับเข้าใกล้ร่างบาง เชยคางมนขึ้นเกลี่ยแก้มนวลที่มีริ้วสีแดงพาดผ่าน

“สวยมากเลยจ้ะ หากแต่พี่เหมมิต้องเสียเบี้ยเสียอัฐซื้อให้สายหยุดดอกนะจ๊ะ”สายหยุดว่าพลางยกมือกุมทับมือใหญ่ของพ่อเหม เอียงแก้มแนบใบหน้ากับฝ่ามือใหญ่ หลับตาพริ้ม

“มิเป็นไรดอก ถือเสียว่าพี่ซื้อมาหมั้นเจ้าหนา”

“พี่เหม...”สายหยุดเขินอายเสียจนใบหน้างามแดงก่ำเป็นลูกตำลึง ดวงตาคู่งามค่อยๆหลับลงยามที่ใบหน้าคมคร้ามของเหมก้มมาใกล้จนปลายจมูกเสียดสีหยอกเย้ากัน

“สายหยุดคนดี”แนบริมฝีปากดูดซับน้ำผึ้งหวานจากคนสนิทของพระชายา สายหยุดเอียงหน้าเผยอปากรับลิ้นร้อนที่สอดเข้ามาเย้า แขนเรียวเสลายกขึ้นกอดรอลำคอแกร่ง เช่นเดียวกับเหมที่ตวัดกอดรัดเอวบางให้แนบชิดกายแกร่ง จุมพิตรสหวานล้ำดำเนินเนิ่นนานท่ามกลางสายพระเนตรคมที่ทอดพระเนตรมาตั้งแต่ต้น องค์จันทร์ตกพระทัยมิคิดว่าสหายทั้งสองจักมาพลอดรักกันเยี่ยงนี้ หากแต่เมื่อทรงตั้งสติได้ความโกรธกริ้วก็เข้ามาแทน ทรงกริ้วที่เหม แลสายหยุดมาพลอดรักกันในที่ลับตาคนทั้งๆที่มิได้เป็นสามีภรรยากัน กริ้วที่เหมรุ่มร่ามมิให้เกียรติสายหยุด

“ไอ้เหม!!! สายหยุด!!!!”พระสุระเสียงที่ดังขึ้นทำเอาเหม แลสายหยุดผละออกจากกันราวต้องของร้อน

“ฝ่าบาท!!”เมื่อหันมาเจอต้นตอของเสียง ทั้งคู่ก็รีบคุกเข้าหมอบกราบนายเหนือหัวทันที

“ตามข้าไปที่ตำหนักทรงงานประเดี๋ยวนี้ ทั้งคู่!!!”รับสั่งพระสุระเสียงกร้าว ก่อนจะเสด็จไปมิหันมามองอีก สายหยุดกลัวเสียจนน้ำตาคลอจวนเจียนจักหยด มือน้อยสั่นไปหมด

“มิต้องกลัวหนาสายหยุด..”แม้จักปลอบเช่นนั้นหากแต่ในสายตาของเหมก็ยังเจือความกังวลไว้จนปิดไม่มิด

.

.

.

“ฮึก อึก...”สายหยุดหลุดสะอื้นทั้งๆที่พยายามกลั้น ข้างๆคือเหมที่คุกเข่าก้มหน้า เบื้องหน้าคือองค์จันทร์ที่มีพระพักตร์เรียบตึง

“ฝ่าบาท...”ยังมิทันที่เหมจัดได้เอ่ยพระสุระเสียงทุ้มก็เอ่ยขึ้นก่อน

“กี่ครั้งแล้ว....กี่ครั้งแล้วที่พวกเอ็งลักลอบพลอดรักกัน”

“....ฮึก ฝ่าบาท”สายหยุดสะอื้น

“หม่อมฉันขอประทานอภัยพระเจ้าค่ะ”เหมหมอบกราบ

“นี่คงมิใช่ครั้งแรกล่ะสิ”

“...”

“...”

“ข้าถาม!!”

“เฮือก..อึก พระเจ้าค่ะ”

“พะย่ะค่ะ”

“หึ งามหน้านัก”

“หม่อมฉันขอประทานอภัยพระเจ้าค่ะ”

“ไอ้เหม”

“พะย่ะค่ะ”

“...เอ็งรู้ใช่หรือไม่ว่าข้ารู้สึกเช่นไรกับสายหยุด”

“...พะย่ะค่ะ”

“อึก..มิจริงพระเจ้าค่ะ”ระหว่างที่องค์จันทร์ แลเหมกำลังเคร่งเครียด สายหยุดก็แทรกขึ้น

“.....”

“....”

“ฮึก...ฝ่าบาทก็แค่รักสายหยุดเหมือนน้องนุ่ง”

“.....”

“....”

“ตั้งแต่ทรงพระเยาว์ ก็มีแค่พี่เหม แลสายหยุดเป็นสหาย ฮึก”

“.....”

“....”

“...พระองค์จึงคิดว่าความรู้สึกที่มีให้สายหยุดคือความรัก แต่หาได้ใช่ความรักเช่นคนรักไม่ ทรงรักสายหยุดเหมือนน้องชายเฉกเช่นเดียวกับที่รักพี่เหม”

“.....”

“....”

“ทรงแค่เอ็นดูสายหยุด อึก ลองถามองค์เองเถิดพระเจ้าค่ะว่าทรงรักใครจริง”

“.....”

“....”

“ลองถามองค์เองเถิดพระเจ้าค่ะ...ว่าเมื่อทรงตื่นบรรทมใครที่พระองค์คิดถึงเป็นคนแรก”

“...เจ้าบัว”ทรงตอบเสียงแผ่ว

“.....”

“เวลาทรงงาน ทรงพระทัยลอยถึงใคร”

“...เจ้าบัว”

“.....”

“เวลาหลับพระเนตรลงทรงเห็นใคร”

“...เจ้าบัว”

“.....”

“หากสายหยุด แลพระชายากำลังจักจมน้ำ พระองค์จักทรงช่วยใครพระเจ้าค่ะ”

“...เจ้าบัว”

“.....”

“ฮึก...ทรงรักพระชายา หาใช่สายหยุดไม่”

“.....”

“....”

“ทรงมีพระชายาอยู่เต็มพระทัย หาได้มีที่ให้สายหยุดไม่”

“.....”

“....”

“ทรงแค่เอ็นดูสายหยุดเหมือนน้อง...ตั้งแต่เยาว์วัยทรงมีเพียงสายหยุด แลพี่เหมเป็นสหาย พระองค์จึงได้คิดว่ารักสายหยุด หากแต่เมื่อได้พบกับพระชายา พระองค์ก็ตกหลุมรักพระชายาทั้งพระทัย”

“.....”

“....”

“ทีนี้ทรงตอบสายหยุดได้หรือไม่พระเจ้าค่ะ ว่าทรงรักใคร”

“เจ้าบัว”

“.....”

“พระเจ้าค่ะ ทรงรักพระชายา”

“.....”

“.....”

“.....”

“....ขอบใจสายหยุด ขอบใจที่ทำให้ข้ารู้ใจตัวเอง แลขอบใจที่ทำให้ข้าตาสว่างก่อนจักได้พลั้งเผลอทำร้ายใจเจ้าบัวเข้า”

“มิได้พระเจ้าค่ะ”

“...แต่!!..เรื่องที่พวกเจ้าลักลอบพลอดรักกันในที่ลับตาคนเช่นนั้น สมควรหรือไม่”

“...หม่อมฉันขอประทานอภัยพะย่ะค่ะ”เหมที่เงียบมานานเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงหนักแน่น

“แค่ขอโทษหรือไอ้เหม..เอ็งทำรุ่มร่ามกับสายหยุดที่เปรียบเสมือนน้องของข้า เช่นนี้จักต้องโทษเช่นไร หา!!”

“...ฝ่าบาท ไม่หนาพระเจ้าค่ะ สายหยุดยอมเองพระเจ้าค่ะ”

“...งามหน้านัก”

“หม่อมฉันสมควรตาย ทรงลงโทษหม่อมฉันตามพระทัยเถิดพะย่ะค่ะ”

“ดี!!...เช่นนั้น ข้าจักให้เอ็งกลับบ้านไปเสีย ออกจากวังหลวงกลับบ้านไปเสีย!!”

“ฝ่าบาท”เหมครางเสียงแผ่ว

“ฝ่าบาท”สายหยุดร้องเสียงหลงพลางส่ายหน้าไปมา ดวงตาหวานรื้นน้ำตาอีกครา

“...กลับไปบ้านเจ้า แลบอกให้พ่อเจ้ามาสู่ขอสายหยุดให้ถูกตองตามประเพณีเสีย”

“หา..ฝ่าบาท”

“ฝ่าบาท”

“เข้าตามตรอกออกตามประตู..หากยังมิได้ผูกข้อไม้ข้อมือ แต่งงานกัน ก็อย่าหวังว่าจักได้พลอดรักกันอีก!!!”

“ฝ่าบาท...”

“ขะ ขอบพระทัยพระเจ้าค่ะ”

“ขอบพระทัยพะย่ะค่ะ”

“หึหึหึ ไอ้เหม กว่าข้าจักได้พลอดรักกับเจ้าบัว ก็ต้องทำให้ถูกต้องตามประเพณี..เจ้าก็เช่นกัน หากยังมิได้ทำพิธีให้ถูกต้องตามประเพณี ห้ามเข้าใกล้สายหยุดอีก มิเช่นนั้นข้าจักขังคุกเจ้า”

“ขะ ขอบพระทัยพะย่ะค่ะ”แค่นี้ก็เป็นพระมหากรุณาล้นพ้นแล้ว

“...หากหมดเรื่องแล้ว ข้าจักกลับตำหนักไปกกเจ้าบัวแล”ตรัสพลางลุกเสด็จออกจากตำหนักทรงงาน

“ขอบพระทัยพระเจ้าค่ะ”

“ขอบพระทัยพะย่ะค่ะ”

“หึหึหึ”

.

.

.

เมื่อเสด็จกลับมาถึงตำหนักหลวงก็พบเจ้าบัวนั่งมองมาทางพระทวารอยู่บนแท่นบรรทม

“เจ้าบัวตื่นขึ้นมาทำไมหนาน้อง”

“ทรงไปไหนมาหรือพระเจ้าค่ะ”

“พี่ไปเดินเล่นรับลมมาเจ้ามิได้ไปไหนไกลเลยจ้ะ”

“...พระเจ้าค่ะ”

“นอนต่อหนาเจ้า”ตรัสพลางประคองร่างน้อยให้นอนลง

“ทรงบรรทมกับหม่อมฉันหนาพระเจ้าค่ะ”ออดอ้อนอย่างที่ไม่เคยทำ

“จ้ะ...นอนหนาคนดี”แล้วองค์จันทร์จักหนีไปไหนพ้น ทั้งรักทั้งหลง แลยิ่งรู้พระทัยองค์เองอย่างแจ่มแจ้งเช่นนี้แล้วด้วย

“หม่อมฉันหนาว”

“พี่กอดหนาเจ้า”ตระกองกอดอย่างทะนุถนอม

“พระเจ้าค่ะ”

“นอนหนาคนดี จักได้หายไวๆหนา”เวียนหอมผมนุ่มจนเจ้าบัวหลับไป

“.....”ใบหน้างามซุกซบกับพระอุระกว้าง

“พี่รักเจ้าหนาเจ้าบัว”กดจูบที่ริมฝีปากบางเบาๆซ้ำๆ พระโอษฐ์หยักแย้มยิ้มอย่างสุขพระทัย

.

.

.

สามวันต่อมาหลังจากที่เจ้าบัวหายไข้ดีแล้ว องค์จันทร์จึงได้ออกกำหนดการงานแต่งงานของเหม แลสายหยุด

“...เจ้าบัว วันพรุ่งพี่จักไปบ้านสายหยุด น้องไปกับพี่หนา”

“ไปบ้านพี่สายหยุดหรือพระเจ้าค่ะ”

“จ้ะ”

“ไปทำกระไรหรือพระเจ้าค่ะ”

“พี่จักไปสู่ขอสายหยุดหะ...”...ให้เจ้าเหม

“สะ สู่ขอพี่สายหยุดหรือพระเจ้าค่ะ”ยังมิทันได้ตรัสจบเสียงหวานก็เอ่ยขึ้น

“จ้ะ...พี่จักไปสู่ขอสายหยุด”องค์จันทร์ตรัสพลางแย้มพระโอษฐ์ให้เมียรัก

“.....”หากแต่ดวงใจของเจ้าบัวได้สลายไปแล้ว จักทรงเสด็จไปบ้านพี่สายหยุดเพื่อสู่ขอหรือ วันที่ข้ากลัว เหตุใดจึงมาถึงไวเช่นนี้ มือเล็กบนตักขยุ้มโจงกระเบนของตนแน่น ริมฝีปากบางขบกัดแน่นกลั้นเสียงสะอื้น นัยน์ตากวางคลอน้ำ พยายามอย่างยิ่งที่จักมิให้น้ำตาไหล

“เป็นกระไรไปเจ้าบัว”

“...มะ มิมีกระไรพระเจ้าค่ะ หม่อมฉันเพียงแต่รู้สึกมิใคร่จักสบายเท่าใด อึก”

“เจ้าบัว”ขยับพระวรกายเข้าประคองร่างน้อย

“อึก..อ่อก อ้วก”มือเล็กยกปิดปากตน ก่อนจักอาเจียนออกมาจนพระภัสดาตกพระทัย

“เจ้าบัวงาม!!”

“อ่อก!!”

“ตามหมอหลวง!!”

“อึก อ่อก!!”

“เจ้าบัว!!”

ความคิดเห็น