-[TAKE]-

รักเทค ก็อย่าทิ้งกันน้าาา อยู่กับเทคนานๆ แค่เข้ามาอ่านก็ดีใจแล้ววว

ชื่อตอน : ราตรีที่ 28

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 31.5k

ความคิดเห็น : 80

ปรับปรุงล่าสุด : 08 พ.ค. 2560 00:47 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 400
× 0
× 0
แชร์ :
ราตรีที่ 28
แบบอักษร

28

ณ เมืองหลวงเสียนหยางแห่งแคว้นฉิน

ใบหน้าของสตรีมีนามว่า ‘หวงเหวยผิง’ บูดบึ้งและเต็มไปด้วยโทสะ สองมือปัดเครื่องเรือนในทิ้งอย่างไม่ใยดีเมื่อไม่ได้ดั่งอารมณ์หมาย แม้ว่าจะถูกห้ามปรามก็ไม่สามารถหยุดได้ และสาเหตุที่ทำให้นางเป็นเช่นนี้คือซ่งจินเหลียงโดยแท้

หวงเหวยผิงเป็นบุตรีของแม่ทัพใหญ่ที่ดูแลด่านหน้าเมือง นำออกศึกมาหลายสงคราม สร้างความดีความชอบไม่น้อย นอกจากแม่ทัพหวางมู่แล้วก็ยังมีแม่ทัพผู้กล้าคนอื่นที่คอยปกป้องบ้านเมือง และมีพี่ชายที่เป็นรองแม่ทัพใหญ่มีนามว่า ‘หวงอี้ชิง’ ในขณะนี้กำลังปกครองชายแดนทางเหนือ น่าเสียดายนักที่บิดาของนางต้องมาเสียชีวิตด้วยโรคร้ายไปเมื่อสามปีก่อน

ด้วยความเป็นบุตรีเพียงคนเดียวของตระกูลหวง นางจึงเป็นหญิงที่เอาแต่ใจอยู่ไม่น้อย ก่อนหน้าจะเกิดศึกกับแคว้นโจว หวงเหวยผิงถูกส่งไปอยู่อีกเมืองเพื่อศึกษา ใช้เวลาอยู่นานสองปีถึงได้กลับมาอีกครั้ง และมาดหมายจะมาพบซ่งจินเหลียงให้หายคิดถึง แต่ใครจะคิดเล่าว่าองค์ฮ่องเต้ตามสนมที่เป็นชายไปยังต้าฉี หวงเหวยผิงรอแล้วรอเล่าก็ไม่พบว่าซ่งจินเหลียงจะกลับมาสักทีจึงได้ระบายอารมณ์

“คุณหนู ไม่ว่าอย่างไรเสียฝ่าบาทต้องเห็นคุณหนูสำคัญกว่าสนมต่ำต้อยเป็นแน่”

‘เหมยฮวา’ หญิงรับใช้คนสนิทตัวสั่นงงๆ กล่าว

หวงเหวยผิงหน้าเบ้ อารมณ์ขุ่นมัวยังไม่หายขาด นึกสงสัยนักว่าพระสนมชายผู้นั้นมีอะไรดีถึงทำให้ซ่งจินเหลียงหลงใหลได้ขนาดนั้น ได้ข่าวว่าเป็นเพียงพระสนมอัปลักษณ์ ความงามก็มีได้ไม่ถึงครึ่งของนางกำนัลในวังบางคนด้วยซ้ำไป จนนึกอยากเห็นหน้าเสียแล้ว

“เจ้าว่าพระสนมชายนั่นมีเล่ห์กลอันใด”

“บ่าวว่าเรื่องนี้อาจมีเงื่อนงำ” เหมยฮวาทำหน้าเคร่งครึม

หวงเหวยผิงก็ทำหน้าเคร่งครึมเช่นเดียวกัน

“เจ้าหมายความว่าเช่นไร”

เหมยฮวาทำท่าอึกอักอย่างไม่กล้าพูด แต่พอเห็นสีหน้าบึ้งตึงของหวงเหวยผิงจึงต้องรายงาน

พระสนมหนิงลี่…เดิมทีเป็นเพียงแค่ชนชั้นสามัญหน้าตาอัปลักษณ์ เพราะมีรอยแดงขึ้นน่าเกลียดตรงหน้า แต่กลับถูกจับมาเป็นเชลยศึกจนได้รับแต่งตั้ง อีกทั้งรอยแดงที่เกิดจากภูมิแพ้กลับหายดี ได้รับความเอ็นดูจากซ่งจินเหลียงมากกว่าสนมอื่น ได้รับความไว้วางใจจากท่านเสนายินหย่งที่ขึ้นเรื่องความหัวแข็ง ในศึกของแคว้นโจวหนิงลี่ยังได้ออกคำสั่ง สร้างชื่อเสียงลือชาไปทั้วทั้งแคว้น

ถ้าไม่เรียกว่าโชคดีเข้าข้าง แล้วจะเรียกอะไรได้

นอกเสียจาก…เล่นมนต์ดำ

เหมยฮวาขบคิด

“คุณหนู บ่าวว่าพระสนมเล่นไม่ซื่อ เกรงว่าฝ่าบาทกำลังอยู่ในภัยอันตราย บ่าวรู้จักกับญาติคนหนึ่ง เดิมทีสามีของนางก็รักใคร่เอ็นดูครอบครัวเป็นอย่างดี แต่เมื่อไม่กี่เดือนก่อนก็เปลี่ยนไป สืบได้ความว่าสามีของนางมีบ้านน้อยอยู่ไม่ห่างกันนักและนางก็ทำเสน่ห์ใส่จนสามีที่เคยดีแปรเปลี่ยนเป็นคนละคน”

หวงเหวยผิงทำหน้าตกใจตื่น “เจ้าคิดว่า!...”

“เจ้าค่ะ พระสนมลี่อาจทำเสน่ห์ใส่ฝ่าบาท

หวงเหวยผิงตื่นตระหนกยิ่งกว่าเก่า นางเดินวนไปมาอย่างใช้ความคิด บางทีเหมยฮวาอาจพูดถูก ถ้าหากว่าไม่เสน่หาที่หน้าตาแล้วจะเสน่หาได้ที่ใด นอกเสียจากว่า...

เมื่อรู้แจ้งประจัก นางจึงจึงวิ่งโร่ไปบอกเกล่ากับพี่ชายผู้เป็นรองแม่ทัพที่ตอนนี้กำลังอยู่ในเรือน หลังจากจบศึกแล้วซ่งจินเหลียงได้ประทานอนุญาตให้พักผ่อน หากแต่นางกลับถูกอี้ชิงเขกหัวทีหนึ่ง ที่บังอาจใส่ความพระสนม หวงเหวยผิงกุมหน้าผาที่เป็นรอยแดง ริมฝีปากยู่ใส่พี่ชายตน

เมื่อเห็นท่าทีของน้องสาวอี้ชิง หรือ หวงอี้ชิงจึงขบขันก่อนยกมือปัดเป็นการบอกนัยๆ ว่าไม่อยากฟังเรื่องไร้สาระ จนนางต้องเดินคอตกออกนอกห้อง

ลับหลังน้องสาวตนแล้ว หวงอี้ชิงนึกถึงสิ่งที่นางกล่าวมาสักครู่ เดิมทีเขาเป็นรองแม่ทัพอยู่ชายแดนทางเหนือ คอยปกปักรักษาความสงบของแผ่นดินจากคนรุกรานที่มาจากด้านนอก จนเจอเข้ากลับกลุ่มโจรที่บังอาจล้อเล่นกับองค์ฮ่องเต้ สร้างความเสียหายให้นักต่อนัก การศึกที่เต็มไปด้วยความยากลำบาก ด้วยที่ว่าเหล่าโจรรู้หนทางหนีทีไล่เป็นอย่างดี ไม่ว่าจะพยายามกำจัดอย่างไรเสียก็ทำไม่ขาด

จนวันหนึ่งได้รับคำสั่งจากเบื้องบนให้ปฎิบัติตามแผนที่ถูกไปให้ ใช้เวลาไม่นานพวกโจรป่าก็ถูกำจัดสิ้น หวงอี้ชิงได้รู้ภายหลังว่าแท้จริงแล้วเป็นพระสนมชายที่เพิ่งได้รับแต่งตั้งมาหมาดๆ มิหนำซ้ำซ่งจินเหลียงยังกล่าวอีกว่าให้เตรียมจัดกองทัพเพื่อพร้อมรบ คำสั่งให้เดินทางไปยังแคว้นโจว บุกยึดตีเมืองในขณะที่ซ่งจินเหลียงที่ปลอมเป็นอี้ชิงตัวปลอมอยู่ในเมืองหลวงเสียนหยางเพื่อล่อลวงโจวอี้หาน

พระสนมลี่ที่ได้ถูกมองว่ามอมเมาฮ่องเต้ จะเป็นเช่นไรหรอ...นึกอยากรู้เสียจริง

การเดินทางกลับสู่เมืองหลวงของเสียนหยางเป็นไปอย่างเชื้องช้า เนื่องจากว่าซ่งจินเหลียงได้รักษาคำมั่นที่เคยให้ไว้โดยการพาเข้าเยี่ยมชมแคว้นหาน เป็นเวลาสิบวันที่หนิงลี่อยู่ต่างแคว้น ได้รับการต้อนรับขับสู้จากเจ้าแคว้นเป็นอย่างดี แคว้นหานเป็นเพียงแค่ดินแดนเล็กๆ ถูกรายลอบด้วยแคว้นใหญ่ ทหารจึงมีอยู่ไม่มากนัก หากต้องทำศึกก็คงเกรงว่าจะแพ้ย่อยยับ

ยังโชคดีที่ซ่งจินเหลียงไม่ได้ยุ่งย่ามร่างกายเหมือนดั่งที่เคยลั่นวาจาไว้ ทีแรกหนิงลี่นึกหวั่นไหวอยู่ไม่น้อย แต่กลับพบว่าซ่งจินเหลียงยังคงให้คำมั่นรักษาสัจจะ

หากยังไม่กลับถึงเสียนหยาง จะยังไม่แตะต้องร่างกาย

ซ่งจินเหลียงเป็นฮ่องเต้ พูดคำไหนย่อมคำนั้น ตรัสแล้วไม่คืนคำ...จะมีก็เพียงแต่โอบกอดไว้ในอ้อมกอดอุ่นๆ เกือบทุกคืน

เมื่อเดินทางมาถึงหน้าประตูเมือง เหล่าราษฎรต่างก็มาถวายความเคารพ ส่งเสียงโห่ร้องทรงพระเจริญหมื่นปี หมื่นๆ ปีดังไปทั่ว หนิงลี่ที่นั่งอยู่บนหลังอาชาตัวเดียวกับซ่งจินเหลียงถึงกับนั่งตัวเกร็งด้วยความไม่เคย

“ฝ่าบาท!”

เสียงเจื้อยแจ้วของหญิงสาวดังขึ้น หนิงลี่ผินหน้าหันมองก็พบว่าหญิงนางหนึ่งวิ่งหน้าแป้นยิ้มให้แต่ไกล ทันทีที่อยู่ต่อหน้าประพักตร์นางถวายความเคารพท่าทีสวยงามเหมือนดั่งดอกบัว หนิงลี่มองนางด้วยความไม่รู้ว่าใคร ดูจากการแต่งตัวแล้วก็คงไม่ใช่บุคคลธรรมดาเป็นแน่

ส่วนด้านข้างของนางก็เป็นชายสูงใหญ่ รูปร่างกำยำล่ำสัน ไม่เคยเห็นหน้ามาก่อน จนอดแปลกใจไม่น้อย

“ฝ่าบาท ขอต้อนรับเสด็จกลับพ่ะย่ะค่ะ”

ซ่งจินเหลียงหันมองดวงหน้าคนคุ้นตา

“อาลี่...นี่อี้ชิง...อี้ชิงตัวจริงอย่างไรเล่า”

พระสนมผู้ไม่รู้จึงได้รับรู้ ว่าชายตรงหน้าคืออี้ชิงผู้เป็นรองแม่ทัพ...หนิงลี่คิดมาตลอดว่าอี้ชิงคือบุคคลที่ซ่งจินเหลียงสร้างขึ้นไม่มีตัวตน ไม่คาดคิดว่าจะมีอี้ชิงตัวเป็นๆ แถมยังดูหล่อเหลาสมชายชาตรี ไม่มีผ้าพันแผลพันเกินครึ่งหน้าเหมือนตอนที่ซ่งจินเหลียงปลอมตัวสักนิด

เซียวถิงเย่นางกำนัลคนสนิทครั้นพอได้ข่าวว่าพระสนมลี่กลับมาแล้ว นางวิ่งโร่เข้าหาร้องห่มร้องไห้เกาะชายเสื้อหนิงลี่ด้วยความปลื้มปิติ นึกเสียว่าจะไม่ได้เห็นหน้าพระสนมเสียแล้ว เสียงร้องของนางสะอึกสะอื้นดูน่าสงสารจนกลายเป็นเป้าสายตาของใครต่อใครหลายคน หนิงลี่จับประคองให้นางลุกขึ้นพร้อมกับปลอมประโลมไปด้วย

การกระทำของพระสนมประจักต่อสายตาของผู้พบเห็น บ้างชื่นชมที่หนิงลี่ไม่ลืมตัว ไม่นึกรังเกียจนางกำนัลที่ฐานะต่ำต้อยกว่าตน ผิดกับหวงเหวยผิงที่มองอย่างคนจับผิดตั้งตัวจรดเท้า

นี่น่ะหรือพระสนมลี่

สายตานั้นคนถูกมองรับรู้…หนิงลี่เพิกเฉยทำเป็นไม่ใส่ใจ ได้รู้ความทีหลังว่านางเป็นน้องสาวของอี้ชิง คุณสมบัติล้ำเลิศ ทั้งหน้าตาและฐานะ ไม่มีส่วนใดเลยที่จะไม่เหมาะสมกับซ่งจินเหลียง ช่างเป็นคู่ที่เป็นกิ่งทองใบหยก

ครั้นพอคิดได้ดังนั้นหนิงลี่ก็นึกเจ็บแปลบอยู่ภายในใจ เดิมทีซ่งจินเหลียงก็มีสนมอยู่มาก แต่กลับไม่ทีชายาสักคน หรือบางทีตำแหน่งชายาจะมีไว้ให้เพียงแค่หญิงเพียงคนเดียว

หนิงลี่ไม่อาจทนความคิดน้อยเนื้อต่ำใจนั้นได้ จึงพยายามทำตัวเป็นปกติ ไม่แสดงผ่านสีหน้าและท่าทางให้มากจนเกินงาม นึกสำเหนียกตัวเองอยู่เสมอว่าเป็นเพียงแค่สามัญชน ไม่มีทางจะไปเทียบกับคนอื่น

“ฝ่าบาท ท่านหนีไปเที่ยวเล่นข้างนอก แต่ท่านกลับไม่รอข้า ช่างน่าน้อยใจนัก”

หวงเหวยผิงแสดงท่าทีเป็นเจ้าของโดยการจับมือถือแขน ทำตัวออดอ้อนน่ารัก ดวงตาพราวเหลือบมองทางพระสนมลี่ที่ยืนไม่ห่าง ทำเหมือนไม่เห็นอยู่ในสายตา แต่นางกลับถูกพี่ชายตัวดีดึงตัวออกอย่างไม่เกรงใจ

“ฝ่าบาท ท่านกับพระสนมเดินทางมาเหนื่อย อาจต้องการพักผ่อน”

หวงอี้ชิงรู้ใจเสมอ…เขารู้ว่าซ่งจินเหลียงต้องการเช่นไร

“ท่านพี่!” หวงเหวยผิงเอ็ดตะโร

ใยเล่าถึงต้องมาขัดขวาง!

หวงอี้ชิงโน้มตัวคารวะผู้ที่ถูกเรียกขานว่าพระสนม แม้จะเกิดจากชนชั้นสามัญ แต่บัดนี้หนิงลี่ก็ถือได้ว่ามียศมากกว่าตน

“นับเป็นวาสนาที่ได้พบท่าน”

“เอ่อ ท่านรองแม่ทัพ ท่านกล่าวเกินไป”

หนิงลี่รีบยกมือปฎิเสธ ตนไม่ใช่ผู้วิเศษวิโสมาจากไหน ไม่ได้มีความจำเป็นต้องพูดเช่นนั้น

การต้อนรับขับสู่เป็นไปอย่างเรียบง่าย หนิงลี่กลับเข้าเรือนตัวเองพร้อมกับเซียวถิงเย่ ส่วนซ่งจินเหลียงนั้นเห็นว่ามีงานกองเท่าภูเขารออยู่มาก ไม่อาจรั้งรอเวลาได้นานกว่านี้อีกแล้ว จึงต้องนั่งสะสางภารกิจให้เสร็จสิ้น โดยที่มีหวงเหวยผิงคอยอยู่ข้างกายไม่ห่าง

ความเหนื่อยจากการเดินทางมาหลายวัน ทำให้หนิงลี่เข้านอนแต่หัววัน ความง่วงถาโถมเข้ามาราวกับเกลียวคลื่น ใช้เวลาเพียงไม่นานหนิงลี่ก็หลับพล็อยอย่างไม่รู้ตัว

ในคืนเดียวกันนั้น...บนเตียงกว้างที่มีคนนอนอยู่ ในยามวิกาลที่มีแสงเทียนประดับกลับมีเงาของอีกคนก้าวเข้ามาในห้อง

ร่างสูงใหญ่โน้มกายเข้าหาคนกำลังหลับฝัน ริมฝีปากนุ่มบดเบียดแก้มนิ่มด้านขวาด้วย ก่อนเคลื่อนไปที่ริมฝีปาก สอดลิ้นอุ่นร้อนเข้าไปยังโพรงปากอ่อนนุ่ม กวาดลิ้นเลียไล้ต้อนทุกสัมผัสพร้อมกับสอดมือเข้ารอยแยกตรงสาบเสื้อ สัมผัสได้ถึงเนื้อแน่นๆ ที่มีมัดกล้ามนิดหน่อย

“อืม...”

คนหลับเคลิบเคลิ้มไปกับสัมผัสนั่น ดวงตาทั้งสองข้างขยับเคลื่อนไหว ร่างกายสั่นสะท้านจนไม่อาจควบคุมตัวเองได้อีกแล้ว พลันลืมตาขึ้นมาถึงกับสะดุ้งเมื่อตัวเองกำลังถูกรุกรานจากคนคุ้นเคย

เป็นซ่งจินเหลียงมิใช่ใครอื่น

“ฝ่าบาท!”

ซ่งจินเหลียงหยุดการกระทำตัวเอง

“เจ้ากล้าหลับอย่างนั้นหรือ”

ในความมืดที่มีแสงเทียนสว่างไสว หนิงลี่เห็นรอยยิ้มที่ผุดขึ้นบนใบหน้าได้อย่างชัดเจน ซ่งจินเหลียงละหน้าออกห่างเพียงนิด สองสายตาสบประสานเป็นหนึ่งจนหัวใจของหนิงลี่เต้นไม่เป็นส่ำ มือใหญ่ลูบไล้ใบหน้า จากดวงตาเคลื่อนมาตรงแก้มและลำคอ

คนถูกสัมผัสสะท้านวาบไปทั้งตัว จนต้องเป็นฝ่ายถอยหนี หากแต่ซ่งจินเหลียงไม่ให้สมดั่งปรารถนา จับตรึงแขนทั้งสองข้างลงกับเตียงนุ่มก่อนขึ้นคร่อมร่าง ใช้หัวเข่าทั้งสองข้างกักกันไม่ให้ได้มีโอกาสหนี หลังตรงเหยียดพลางมองคนใต้ร่าง ดวงตาทั้งสองประกายเต็มไปด้วยความต้องการอย่างล้นพ้น

“ฝ่าบาท! ข้า...”

หนิงลี่ยังไม่พร้อม...ความเหนื่อยทำให้เขาเริ่มตัวเกร็งจนกล้ามเนื้อบางส่วนกระตุก

“อาลี่ ข้าเร่งรีบทำงานที่ค้างให้เสร็จ แต่เจ้าคิดจะนอนหนีข้าอย่างนั้นรึ”

ซ่งจินเหลียงถอดเสื้อของตัวเองออก จนเห็นมัดกล้ามที่สมส่วนสมชายชาตรี คืนนี้ไม่ใช่เพียงแค่นอนกอดกันเหมือนอย่างทุกคืนเป็นแน่

“แต่ฝ่าบาท...ข้า...ข้า”

หนิงลี่อึกอักอย่างไม่กล้าสบตา ก็ใครเล่าจะคิดว่าซ่งจินเหลียงจะอุกอาจบุกเข้ามายามวิกาลเช่นนี้ นึกว่าจะกลับไปนอนที่ตำหนักของตัวเองเสียอีก

องค์จักรพรรดิโน้มกระซิบแผ่ว “อาลี่ ข้าบอกเจ้าแล้วว่าถ้ากลับถึงเสียนหยางเมื่อไหร่ ข้าจะกอดเจ้า”

เส้นผมยาวสลวยปรงลงมาถูกแก้ม ได้กลิ่นหอมอ่อนๆ ลอยมาจากร่างของเจ้าตัว ความหวาดกลัวทำให้หนิงลี่ผวาเฮือกจนต้องเป็นฝ่ายเบือนหน้าหนี แต่กลับถูกนิ้วเรียวจับกลับมาเหมือนอย่างเดิม

“อาลี่ ข้าอดทนมามากพอแล้ว ข้าไม่อยากบังคับเจ้า เป็นของข้าอีกครั้งแต่โดยดีเถิด”

ประโยคที่ดูเหมือนออกคำสั่งแต่สายตากลับวิงวอนร้องขอ จนหนิงลี่หวั่นไหว ไม่อาจห้ามได้อีกต่อไปแล้ว เขาครุ่นคิดทีหนึ่งก่อนพยักหน้ารับอย่างยินยอม ในเมื่อมันห้ามไม่ได้ก็คงต้องปล่อยเลยตามเลย ถึงจะเคยผ่านการเสพสมกับมาแต่มันก็แค่หนึ่งครั้ง...แต่มันก็แค่เพียงครั้งเดียว หนิงลี่ยังคงจำได้ดีถึงส่วนแปลกปลอมที่สอดเข้ามาด้านใน ช่องทางด้านหลังที่ไม่เคยถูกรุกรานกลับถูกโหมกายใส่ไม่ยั้ง เมื่อคิดถึงสิ่งที่น่าอาย หนิงลี่ก็ไม่อาจควบคุมสติตัวเองได้อยู่

ซ่งจินเหลียงพึงใจกับคำตอบ เดิมทีเขาก็แค่ร้องขอไปอย่างนั้น ถึงแม้หนิงลี่จะไม่ยอม แต่เขาจะต้องใช้ทุกวิธีทางเพื่อได้โอบกอดร่างที่เล็กกว่าได้แน่

ความอดทนอดกลั้นมาถึงขีดจำกัดเสียแล้ว

ซ่งจินเหลียงจับหนิงลี่ถอดอาภรณ์ตัวบางที่สวมใส่อย่างไม่รั้งรอเวลา เป็นอีกครั้งหนึ่งที่ได้เห็นรูปกายของหนิงลี่เต็มตา

ผิวกายพระสนมไม่ได้อ่อนนุ่ม ไม่ได้ขาวดุจน้ำนม รูปร่างของหนิงลี่จัดได้ว่าตัวไม่เล็กไม่ใหญ่ เป็นมาตรฐานของชายหนุ่มทั่วไป อาจเป็นเพราะตัวของหนิงลี่ผอมเหมือนโครงกระดูกมากกว่าจนเผยให้เห็นซีกโครงและไหปลาร้าอย่างชัดเจนมากกว่ามัดกล้าม

ซ่งจินเหลียงยกยิ้ม...ก้มหน้าลงไปที่ซอกคอหอมกรุ่นอ่อนๆ

TAKE

สรุปแล้ว เทคก็กลับมาใช้นามปากกาเทค เหมือนเดิม แฮ่ๆ >< ดีที่สุดชื่อนี้ ใช้มา 4 ปีแล้วก็ใช้มันต่อไปก็แล้วกัน

อีบุ๊ค ยังไม่น่อ ยังไม่ได้ทำหนังสือเลยยย รอทำหนังสือก่อนแล้วอีบุ๊คตามมาแน่ๆ

ส่วนลงจบไหม? ขอบอกเลยว่าจบไม่ต้องกลัวว่าไม่จบ

และที่สำคัญ อาลี่ ท้องไม่ได้นะจ๊ะ มันเป็นเรียลลล มันท้องบ่ได้ ไม่ได้ทำให้ท้องได้มาแต่แรก

และ...หลายคนอาจนึกสงสัย อี้ชิง นางมีตัวตนนะเออ ไม่ได้เขียนมโนชื่อให้ชายซ่งปลอมตัวมาแต่แรก ด้วยเหตุผลที่ว่า หากเป็นอี้ชิงไม่เคยมีตัวตนมาก่อน พวกในราชสำนักต้องรู้ และนังโจวก็ต้องรู้ ดังนั้นเพื่อเป็นแผนซ้อนแผน อี้ชิงตัวจริงที่อยู่ชายแดนทางเหนือ ถ้าจำได้จะมีฉากนึงที่หนิงลี่คิดแผนการ อี้ชิงเป็นรองแม่ทัพอยู่เพียงแค่เทคไม่ได้เอ่ยชื่อ กะเก็บนางไว้มาโผล่ตอนหลังจบสงคราม

จะงงกันไหมเน่อ

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น