1Nightstand / น้ำตาแม่มด

เรื่องนี้จะอัพวันเว้นวันนะคะ เป็นเรื่องที่สองที่มีความดาร์กในอดีตของนางเอกค่อนข้างเยอะ ฝากติดตามเรื่องใหม่นี้ด้วยนะคะ ดาว ไลค์ หรือคอมเม้น ทุกอย่างเป็นกำลังใจชั้นเลิศสำหรับไรท์ อาจจะเขียนไม่เก่ง แต่ความตั้งใจเต็มร้อยค่า....😀😁

Move...ย้ายที่อยู่

ชื่อตอน : Move...ย้ายที่อยู่

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย อีโรติก

คนเข้าชมทั้งหมด : 1.6k

ความคิดเห็น : 5

ปรับปรุงล่าสุด : 10 พ.ค. 2560 11:24 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
Move...ย้ายที่อยู่
แบบอักษร


...ตอน Move...​ย้ายที่อยู่


ผ่านมาเกือบสองอาทิตย์แล้วที่ทิชาได้กลับมาเมืองไทย หลังจากที่เธอไปกลับอเมริกาไทยเพื่อช่วยงานเจ้านายหนุ่มอยู่หลายครั้ง และวันพรุ่งนี้ก็เป็นวันที่ผู้บังคับบัญชาของเธอจะเดินทางกลับมาทำงานที่ไทยอย่างถาวร ซึ่งเธอต้องไปรับเขาที่สนามบินตามคำบัญชาและต้องกลับมาที่โรงแรมเพื่อประชุมประจำไตรมาส เรียกได้ว่าพรุ่งนี้คงเป็นวันที่วุ่นวายอีกวันหนึ่งสำรับเธอ ซึ่งมันทำให้ตอนนี้หญิงสาวต้องมายุ่งยากใจกับเหล่ากระเป๋าเสื้อผ้าและของใช้ส่วนตัวอีกกล่องหนึ่ง

ถึงจะรู้ว่าน้องชายของทรายจะย้ายเข้ามาอยู่ในห้องพักของผู้บริหารแทนเธอล่วงหน้ามาหลายอาทิตย์​ แต่เนื่องจากเธอไม่ได้อยู่ประจำเคลียงานที่ไทยค่อนข้างนานทำให้กองเอกสารที่เธอต้องจัดการมีอยู่จำนวนมาก ไหนจะต้องเตรียมแผนงานรอไว้สำหรับการกลับมาบริหารงานของทรัพย์ ส่งผลให้เธอไม่มีเวลาไปหาที่พักแห่งใหม่ มีหลายต่อหลายครั้งที่อยากจะโทรไปฟ้องเรื่องการขัดคำสั่งของร่างสูงกับทราย แต่เพราะรู้ว่าเธอไม่ได้มีสิทธิในห้องพักนี้จึงทำได้แค่ทำใจปล่อย

ในตอนแรกเธอตั้งใจจะหาห้องพักในโรงแรมใช้เป็นที่อยู่อาศัยชั่วคราว แต่ช่วงเย็นหลังจากที่ทำงานเสร็จแล้วติดต่อไปที่รีเซฟชั่นของโรงแรมทำให้รู้ว่าตอนนี้ทุกห้องในโรงแรมได้ถูกจองเต็มทุกห้องไปตลอดทั้งอาทิตย์ เพราะมีทั้งกลุ่มทัวและการจัดประชุมสัมนาที่โรงแรมของเธอ บวกกับช่วงนี้เป็นช่วงไฮซีซั่นทำให้ทุกโรงแรมเต็มไปด้วยนักท่องเที่ยวยากต่อการจองห้องพักแบบกระทันหัน

“เฮ้อออ! ต้องกลับไปพักที่บ้านจริงๆใช่ไหม”ทิชาถอนหายใจออกมาอย่างหนักใจ ก่อนจะทำใจปล่อยว่างพยักหน้าเป็นสัญญาณให้พนักงานโรงแรมเคลื่อนย้ายข้าวของของเธอไปรอที่รถก่อน “ฝากทำความสะอาดด้วยนะคะ พรุ่งนี้บอสจะเข้ามาพักตั้งแต่เช้า และอาจอยู่ที่นี้เป็นการถาวรเลย”

แม่บ้านของโรงแรมที่หญิงสาวตามขึ้นมาพยักหน้ารับว่าเข้าใจ ก่อนจะเดินแยกตัวเข้าไปในห้องพักพร้อมอุปกรณ์ทำความสะอาดเพื่อจัดการทุกอย่างตามคำสั่ง ส่วนทิชาก็แยกตัวออกไปเพื่อกลับไปพักผ่อนหลังจากโหมงานหนักมาหลายวัน


รถสีขาวเปิดประทุน มินิ คูเปอร์ รุ่น MINI Cabrio142 ยังคงจอดนั่งอยู่ในลานจอดรถของโรงแรม เครื่องยนต์ที่สตาร์ทติดทิ้งไว้แต่ไม่มีทีท่าจะเคลื่อนขับออกไป เนื่องจากผู้เป็นเจ้าของที่นั่งอยู่หลังพวงมาลัยยังไม่รู้จุดหมายปลายทางในวันนี้ของตัวเอง

ร่างบางชั่งใจอยู่นานสุดท้ายก็ตัดสินใจล้วงหยิบโทรศัพท์มือถือในกระเป๋าถืออกมาแล้วกดต่อสายหาผู้ให้กำเนิด “แม่ค่ะ นี้ชานะ ตอนนี้แม่สะดวกคุยกับชาไหม”ทิชาตัดสินใจกดต่อสายไปหาผู้เป็นแม่ที่มักออกไปนั่งวิปัสนาที่ต่างจังหวัดมากกว่าอยู่ประจำบ้านที่กรุงเทพฯ

[คุยได้ลูก ทิชามีอะไรรึป่าว แม่ไม่เห็นหน้าเรามาหลายเดือนแล้วนะ ลุงชัยยศก็บอกแม่ว่าลูกไม่ค่อยกลับบ้าน ลูกไปพักที่ไหนลูก] ชื่อของสามีใหม่ของแม่ทำเอาหญิงสาวรู้สึกคลื่นเหียนอยากจะอ้วกออกมาอย่างทันทีทันใด ‘เป็นห่วงนะเหรอ ชีกอบ้ากามล่ะไม่ว่า’ ร่างบางแทบอยากจะกดตัดสายทิ้ง เธอรู้ดีเหตุผลที่ตัวเธอไม่กลับบ้านก็เพราะสามีใหม่ของแม่นั้นแหละ

“คือ...งานที่ชาทำต้องไปต่างประเทศค่อนข้างบ่อยนะคะ อีกอย่างงานที่รับผิดชอบอยู่มันก็เยอะมาก บวกกับได้สวัสดิการบ้านพักแถวๆที่ทำงานด้วย ชาเลยสะดวกจะพักที่นี้มากกว่ากลับบ้านนะคะ” หญิงสาวอ้างเหตุผลอีกอย่างตอบออกไป เพราะไม่อยากให้แม่เป็นกังวล “แล้ววันนี้แม่อยู่บ้านหรือเปล่าคะ ชาอยากเข้าไปหา ไม่ได้เจอแม่นานแล้ว”

[อยู่จ้ะลูก แม่พึ่งกลับมาจากเชียงราย กว่าจะนัดกันออกไปวิปัสสนากันอีกครั้ง คงอีกอาทิตย์หรือสองอาทิตย์หน้า ทิชากลับมานอนบ้านกับแม่ช่วงนี้นะ แม่คิดถึงลูกมากเลย] คำตอบของแม่ช่างเป็นข่าวดีสำหรับเธอมาก หนึ่งอาทิตย์คงนานพอให้เธอหาที่พักใหม่ได้ ตอนนี้กลับไปนอนที่บ้านก่อนล่ะกัน

“ได้ค่ะ ทิชาจะกลับบ้าน แม่ให้ป้าน้อมเตรียมมื้อเย็นให้หนูหน่อยนะ ตอนนี้หนูหิวมากกก” เลขาสาวตอบกลับไปอย่างอารมณ์ดี ก่อนจะอ้อนผู้เป็นแม่ทิ้งท้ายเหมือนตอนยังเป็นเด็กๆ

[ได้จ้า...เดี๋ยวแม่บอกป้าน้อมให้ทำของโปรดหนูไว้ให้นะ รีบกลับมานะลูก แม่จะรอหนูทานข้าวด้วยกัน]

“ค่ะแม่ ชาจะรีบบึ้งรถตรงกลับบ้านเลย เดี๋ยวเจอกันนะคะ”ทิชากดวางสาย แล้ววางโทรศัพท์ไว้ที่กล่องวางโทรศัพท์ จากนั้นยกเบรกมือเปลี่ยนเกียร์และเหยียบคันเร่งออกรถทันที

ไม่นานนักรถคู่ใจของเธอก็เล่นเข้ามาจอดในโรงรถของบ้านหลังใหญ่ หญิงสาวก้าวลงจากรถแล้วเอี้ยวตัวไปหยิบกระเป๋าใบเล็กที่เบาะหลัง ส่วนกระเป๋าใบใหญ่และข้าวของอื่นๆเธอทิ้งเอาไว้ที่เดิม เพราะไม่อยากเหนื่อยขนขึ้นลงหลายๆรอบ

“แม่ค่า ชากลับมาแล้วค่า”เสียงเรียกของหญิงสาวเรียกสมาชิกในบ้านให้มารวมตัวหน้าบ้านได้ทันที เหล่าแม่บ้านมองคุณหนูของบ้านกลับบ้านมาอย่างยินดี ร่างระหงวางกระเป๋าทิ้งไว้ตรงประตูเข้าบ้านแล้วเดินไปสวมกอดร่างท้วมเล็กๆของแม่อย่างคิดถึง “คิดถึงจังเลยค่ะ”

“แม่ก็คิดถึงลูกเหมือนกัน ทำงานหนักไปไหมลูก เนื้อตัวจะเหลือแค่กระดูกแล้ว” มือเหี้ยวย่นของหญิงสูงวัยลูบตามใบหน้าและเนื้อตัวของลูกสาวอย่างสำรวจ

“ชากลับมาให้แม่กับป้าน้อมขุนให้อ้วนแล้วไงค่ะ ชาหิวมากเลยมีอะไรกินบ้างค่ะ”ทิชาย่อตัวนิดๆถูแก้มกับไหล่ของแม่อย่างออดอ้อน เรียกสายตาเอ็นดูจากคนรอบๆได้เป็นอย่างดี

“แม่ให้ป้าน้อมทำยำวุ้นเส้น แกงส้มชะอมกุ้ง และทอดมันปลากรายไว้ให้ลูกแล้ว ป่ะไปกินกันเถอะ ปล่อยให้หิวนานๆจะไม่ดีกับสุขภาพนะ”หญิงสาวประคองแม่เดินไปยังห้องอาหาร โดยทิ้งข้าวของให้เหล่าแม่บ้านขนไปเก็บที่ห้องของเธอ

“อ้าว...ลูกชากลับมาแล้วเหรอลูก”เสียงห้าวของผู้ชายดังขึ้นทันทีที่ทั้งสองย่างกายเข้ามาในห้องนั่งเล่น ทิชาเบ้หน้าทันทีกับใบหน้าหื่นกามที่มองมายังเธออย่างไม่เจียมสังขารที่แก่จนแทบลงโรงอยู่แล้ว ยังมาทำชีกอกับคนรุ่นลูก เธอมองชายแก่อย่างรังเกียจโดยไม่คิดจะสงวนท่าที ไหนเมื่อเข้าไม่คิดจะปิดบังท่าทางที่ไร้ซึ่งความผิดชอบชั่วดีต่อหน้าแม่ของเธอ เธอก็ไม่คิดจะรักษาท่าทางเช่นกัน

“แม่ค่า...ไปกินข้าวกันดีกว่า ชาหิวแล้ว”หญิงสาวไม่คิดจะตอบกลับคำทักทายนั้น เธอพาแม่เดินต่อไปยังห้องกินข้าว ทำเหมือนในบ้านหลังนี้มีแค่แม่กับเธอ ส่วนอีกคนเป็นแค่ธาตุอากาศที่ทำให้บรรยากาศในบ้านหลังนี้มีแต่มลพิษ

“ชา ทำไมไม่ทักทายลุงชัยหน่อยล่ะลูก” สมร แม่ขอทิชาเอ่ยขึ้นอย่างไม่สบายใจ 

“แม่ขา วันนี้แม่ไปนอนกับชานะ ชาไม่ได้นอนกับแม่นานแล้ว” ร่างบางยังคงทำเป็นไม่สนใจ ชวนแม่คุยไปอีกเรื่อง

“ก็ได้จะลูก แม่ก็คิดถึงลูกเหมือนกัน”หญิงชราถอนหายใจออกมาอย่างหนักใจ ไม่ว่าจะผ่านไปกี่ปีลูกของเธอก็ยังไม่สามารถเข้ากับสามีใหม่ของเธอได้ สมรนั่งมองลูกตักอาหารเข้าปากอย่างเอร็ดอร่อยสลับกับตักมาใส่จานให้เธออย่างเอาใจ เมื่อลูกสาวเธอมีความสุขแบบนี้ เธอคงไม่เปลี่ยนอะไรไม่ได้ โตๆกันแล้ว จะคงแก้ไขอะไรก็ลำบาก ตามสำนวนที่ว่าไม่อ่อนดัดง่าย ไม้แก่ดัดยาก

สองสาวนั่งทานอาหารด้วยกันอย่างมีความสุข ไม่คิดจะเอ่ยชวนชายอีกคนที่นั่งหงุดหงิดดูทีวีอยู่ในห้องนั่งเล่นเพียงคนเดียว เมื่อทานเสร็จทิชาก็พาแม่ขึ้นไปยังห้องนอนของเธอ ร่างบางเร่งรีบอาบน้ำและมาทิ้งตัวนอนพูดคุยกับแม่จนถึงดึกดื่นให้สมกับความคิดถึงที่ทั้งคู่ไม่ได้เจอกันมานาน


ที่สนามบินสุวรรณภูมิ


เช้าวันรุ่งขึ้นทิชาออกจากบ้านตั้งแต่เช้าตรู่ เพราะต้องไปรับทรัพย์ที่สนามบิน และต้องบรีฟเนื้อหาที่จะใช้ในการประชุมระหว่างที่ขับรถไปโรงแรม ซึ่งเธอต้องขับรถเข้าโรงแรมก่อนเพื่อเปลี่ยนรถที่มีขนาดใหญ่กว่าสะดวกสบายกว่าในการไปรับผู้บริหารคนปัจจุบัน ตอนนี้ร่างบางนั่งรออยู่เก้าอี้ตรงประตูทางออก สายตาไม่ได้จดจ้องผู้คนที่เดินส่วนไปมาบริเวณนั้นเพราะมัวแต่มกมุ่นอยู่กับตัวหนังสือในเอกสาร เธอจะเงยหน้ามามองประตูเป็นพักๆเพื่อมองหาเจ้านายหนุ่ม

“ทำไมเครื่องแลนดิงช้าแบบนี้เนี้ย กว่าจะถึงโรงแรม กว่าทรัพย์จะได้พัก จะมีเวลาฟังข้อมูลในการประชุมกี่นาทีเนี้ย"

“บ่นอะไรครับป้า”เสียงที่เธอคุ้นเคยดังมาจากทางด้านหลัง ร่างบางหันไปมองอย่างรวดเร็ว ก่อนดวงตากลมจะเบิกโตอย่างตกใจที่เห็นร่างสูงของคนที่เธอบ่นถึงมายืนอยู่ใกล้ๆแทนที่จะยังอยู่ในส่วนรอรับกระเป๋าของผู้โดยสาร

“นายมาอยู่นี้ได้ไง ทำไมฉันไม่เห็นนายออกมาจากประตูล่ะ”นิ้วชี้ชี้สลับไปยังประตูทางออกของผู้โดยสารขาออกกับร่างสูงที่มายืนอยู่ใกล้เธออย่างไม่เข้าใจ

“ผมออกมาได้ซักพักแล้ว หิวกาแฟเลยรีบไปซื้อแล้วกลับมาหาพี่นี้ไง”ชายหนุ่มโบกแก้วกาแฟในมือที่ตอนนี้ปริมาณกาแฟภายในลดลงไปเกือบครึ่งแก้วเป็นการยืนยัน “ไปยังครับ ผมมีประชุมต่อใช่ไหม”

ภาพลักษณ์ที่ดูเอาการเอางานของร่างสูงช่างแปลกตามากสำหรับทิชา เธอผ่ายมือบอกทิศทางของรถตู้ที่จอดรอชายหนุ่มอยู่แล้วเดินนำไปด้วยสีหน้าที่เต็มไปด้วยความแปลกใจปนสงสัย เธอลอบหันกลับมามองเจ้านายหนุ่มอยู่บ่อยครั้งแต่ก็เจอใบหน้าที่นิ่งเฉยไร้รอยยิ้มหยอกล้อจากเขา ทั้งๆที่ทุกครั้งที่เจอหน้ากันชายหนุ่มจะส่งยิ้มกวนๆและคอยป่วนเธอให้ปวดหัวอยู่เสมอ

“ทรัพย์ไม่สบายหรือเปล่า วันนี้ทำงานไหวใช่ไหม”ตอนนี้ทั้งสองขึ้นมาอยู่บนรถตู้ของโรงแรมแล้ว และหญิงสาวก็พูดบรีฟเนื้อหาที่ใช้ในการประชุมครั้งนี้มาได้พักใหญ่ โดยที่ร่างสูงก็รับฟังเธออย่างตั้งใจ ไร้ซึ่งการงอแงหรือโต้แย้งออกมาอย่างทุกที

“สบายดีครับ มีอะไรรึป่าว ผมเห็นพี่มองหน้าผมแปลกๆหลายครั้งแล้วนะ”ทรัพย์ถามกลับมาด้วยน้ำเสียงใสซื่อ ทำเหมือนสิ่งที่ตัวเองแสดงออกนั้นเป็นนิสัยที่ปฏิบัติมาโดยตลอด ทั้งที่ในใจแอบหัวเราะขำกับสีหน้าของหญิงสาวที่มองมายังเขา

“ก็นายไม่เห็นบ่นว่าขี้เกียจ ง่วงนอนหรือไม่อยากทำงานออกมาเลย ก่อนมาไทยถูกของแข็งฟาดหัวมาก่อนหรือเปล่า มันเลยเปลี่ยนได้ขนาดนี้” มือบางกดศีรษะของชายหนุ่มลงมา และพยายามแหวกเส้นผมหารอยแผลที่อาจเป็นสาเหตุที่ทำให้ร่างสูงเปลี่ยนไปได้ขนาดนี้

“5555 เปล่าซะหน่อย ผมก็ยังเป็นผม แต่ก็แค่อยากเปลี่ยนตัวเองให้ดีขึ้น เผื่อคนแถวนี้จะใจอ่อน ชอบผู้ชายเอาการเอางานก็ได้”ใบหน้าหล่อที่ตีนิ่งมานานเริ่มมีรอยยิ้มและสายตาแพรวพราวปรากฏขึ้น “แล้วพี่ทิชารู้สึกยังไงครับ ตกหลุมรักผู้ชายเอาการเอางานคนนี้บ้างรึเปล่า”

คำหยอดของร่างสูงสร้างรอยแดงแห่งความเขินอายให้กับเลขาสาวทันที ทรัพย์มองสีหน้าที่เปลี่ยนไปของหญิงสาวอย่างถูกใจ ก่อนจะก้มหน้าก้มตาอ่านเอกสารในมืออย่างอารมณ์ดี

“มะ..ไม่...”

“ชู้ววว...ใกล้ประชุมแล้วใช่ไหมครับ ผมขอเวลาศึกษาเอกสารต่ออีกนิดนะ”ประโยคปฏิเสธของร่างบางถูกขัดทันทีด้วยสีหน้าจริงจังของเขา นิ้วชี้หนายกขึ้นมาแตะริมฝีปากของหญิงสาวเป็นการหยุดคำโต้แย้งทุกอย่าง ก่อนที่เขาจะหันไปอ่านเอกสารการประชุมอีกครั้ง ทำเหมือนว่าเมื่อกี้ตนไม่ได้ทำให้ทิชาเขินอายกับประโยคกึ่งหยอดกึ่งจีบของตน

“ตาบ้า”สุดท้ายชาก็ได้แต่บ่นพึมพำกับตัวเอง เพราะร่างสูงหันกลับไปคร่ำเคร่งกับงานอีกครั้ง ขืนเธอยังจะโวยวายต่อไป คงกลายเป็นยายป้าขี้บ่นอยู่คนเดียวแน่

 สภาพการจราจรที่ค่อนข้างติดของกรุงเทพในยามเช้า ทำให้กว่าที่ทั้งสองจะเดินทางมาถึงโรงแรมก็ใช้เวลาไปชั่วโมงกว่าๆ รถตู้แล่นมาจอดด้านหน้าของโรงแรม โดยมีพนักงานหลายๆฝ่ายของโรงแรมออกมายืนรอต้อนรับผู้บริหารหนุ่มเป็นแถวอย่างเรียบร้อย ประตูรถถูกเปิดออกก่อนที่ชายหนุ่มจะก้าวลงด้วยท่าทางสง่างาม

“ยินดีค้อนรับค่ะ/ครับบอส”เสียงต้อนรับของพนักงานทุกคนดังขึ้นพร้อมๆกัน ทำให้เสียงมันดังกึกก้องไปทั่วห้องโถงของโรงแรม

“สวัสดีครับ ขอบคุณทุกคนมากนะครับที่มารอต้อนรับผมแบบนี้ ตอนนี้แยกย้ายกันไปทำงานกันเถอะครับ ลูกค้าของโรงแรมกำลังรอพวกเราอยู่”สิ้นประโยคของทรัพย์พนักงานทุกคนก็โค้งตัวลงและแยกย้ายไปทำหน้าที่ของตัวเองทันที ส่วนชายหนุ่มก็เดินตรงไปยังลิฟต์เพื่อขึ้นไปยังชั้นผู้บริหาร

“ยังเหลือเวลาอีกประมาณชั่วโมงกว่าๆถึงจะเข้าประชุม บอสจะนอนพักก่อนไหมคะ”ทิชาเปลี่ยนสรรพนามในการสนทนากันทันที หญิงสาวเดินเคียงข้างร่างสูงไปทำหน้าที่ของเลขาอย่างเต็มที่

“ก็ดีครับ งั้นอีกประมาณชั่วโมงหนึ่งผมวานพี่...เออคุณทิชาปลุกผมด้วยล่ะกัน”ในตอนแรกชายหนุ่มจะใช้คำที่คุ้นชินเรียกอีกฝ่ายออกไป แต่เมื่อสบกับตาหวานที่ถลึงตามองมาอย่างดุจึงรีบเปลี่ยนชื่อที่เรียกทันที

“ได้ค่ะ พักผ่อนให้สบายนะคะ”เมื่อทั้งสองเดินมาถึงห้องพักของผู้บริหาร เลขาสาวก็โค้งตัวขอตัวแยกออกไปทันที

“เดี๋ยวสิครับ”ทรัพย์หันมองซ้ายขวาเมื่อไม่เห็นใครบนชั้นนี้นอกจากพวกเขาสองคน ก็จัดการรั้งแขนบางเอาไว้และลากให้เธอเดินตามเขาเข้ามาในห้องทันที “อยู่เป็นเพื่อนผมก่อนสิ”

“บอสสสส...ทำอะไรคะ ใครมาเห็นจะเอาไปพูดในทางเสียๆหายๆได้นะ”มือบางตีรัวลงที่มือที่จับแขนของเธอเอาไว้ แต่ก็ไม่อาจหนีการจับกุมถูกลากเข้ามาในห้องพักของชายหนุ่มจนได้

“อยู่กันสองคนแล้ว แทนตัวเหมือนเดิมนะครับ”ชายหนุ่มวางกระเป๋าเป๋ที่สะพายอยู่ด้านหลังออก แล้วลากเลขาสาวให้เดินตามมายังส่วนห้องนอน “นะครับ นะ...พี่ชา”

“เออ..เข้าใจแล้ว ทรัพย์ปล่อยพี่ก่อนนะ พี่ต้องรีบไปเตรียมเอกสารให้นายสำหรับใช้ตอนประชุม”ร่างบางพยายามแกะงัดมือที่จับแขนเธอออก แต่สุดท้ายร่างของเธอก็ถูกอุ้มขึ้นไปนั่งบนเตียงโดยมีร่างสูงช่างอ้อนนอนอยู่ข้างๆ

“อยู่เป็นเพื่อนจนกว่าผมจะหลับได้ไหม กินเวลาพี่ไม่นานหรอกผมสัญญา” ทรัพย์เลื่อนมือลงมาจับที่มือบางแทน แล้วจับมันไปวางบนผมของเขาหวังให้เธอลูบกล่อมเขานอน “ผมพึ่งกลับมาจากอเมริกาที่เวลาต่างจากประเทศไทยเกือบ 24 ชั่วโมง พี่ช่วยกล่อมผมนอนหน่อยไม่ได้เหรอ”

“เออ...”สายตาอ้อนๆราวกับลูกแมวช้อนตาขึ้นมามองเธอ ทำเอาทิชาตัวแข็งถื่อทำตัวไม่ถูกว่าจะวิ่งหนีออกไปหรือยอมกล่อมเด็กโข่งให้หลับตามคำขอดี

“นะครับ น้า...เดี๋ยวผมไม่มีแรงทำงานต่อนะ” ชายหนุ่มยกเรื่องงานมาช่วยกระตุ้นเพราะรู้ดีว่าร่างบางต้องยอมตามใจแน่

“ก็ได้” หญิงสาวยอมตกปากรับคำไป เพราะรู้ฤทธิ์ของคนตรงหน้าดีว่าเวลาง่วงนั้นไม่ต่างกับเด็กสี่ขวบที่จะพูดไม่รู้เรื่องและเอาแต่ใจตัวเองเป็นที่หนึ่ง เรียกว่ามันอาจทำให้เธอเหนื่อยเพิ่มเป็นสองเท่าได้ “หลับตาสิ” เลขาสาวถลึงตาดุอีกครั้งเมื่อเห็นคนที่บอกให้กล่อมนอนยังคงลืมตาแป๋วจ้องหน้าของเธออยู่

“เข้าใจแล้วครับ”ทรัพย์ยอมหลับตาตามที่อีกฝ่ายบอก ก่อนจะแย้มยิ้มออกมาเมื่อรู้สึกถึงสัมผัสที่อ่อนโยนลูบผ่านกลุ่มผมของเขาช้าๆอย่างแผ่วเบา มีเสียงฮัมเพลงหวานเบาๆจากร่างบาง ก่อนที่เขาจะค่อยๆเคลิ้มหลับไปจริงๆ

ทิชารอจนแน่ใจว่าร่างสูงได้เข้าสูงห้วงนินทราไปจริงๆ เธอจึงค่อยเคลื่อนตัวลงจากเตียงแล้วเดินออกจากห้องด้วยเสียงที่เบาแผ่ว ไม่นานเธอก็กลับมานั่งยังตำแหน่งโต๊ะเลขาของตัวเองได้อย่างปลอดภัย มือบางกดนาฬิกาบนโต๊ะเพื่อตั้งเวลาหนึ่งชั่วโมงสำหรับไปปลุกผู้เป็นนาย จากนั้นหญิงสาวก็หันมาสนใจเอกสารบนโต๊ะของเธอ เธอจมลงไปในโลกของตัวหนังสือและตัวเลขหวังจัดเตรียมทุกอย่างให้พร้อม เพื่อให้การประชุมครั้งแรกของเจ้านายของเธอผ่านไปได้ด้วยดีและได้รับการสนับสนุนกับความพึงพอใจจากผู้ถือหุ้นคนอื่นๆ ตามที่เธอได้สัญญากับทรายไปในคร่าวแรกว่า เธอจะสนับสนุนและช่วยทรัพย์อย่างเต็มที่ เพื่อให้เขากลายเป็นผู้บริหารฝีมือเก่งและบุคคลที่ทุกคนนับถือในความสามารถ


____________________________________________________________________________________________________________



สมร แม่ของทิชา


ชัยยศ พ่อเลี้ยงหื่นกามของทิชา


#ไรท์แก้ไขเนื้อหาแล้วนะคะ คอมเม้นเป็นกำลังใจให้กันหน่อยสิ เงียบๆแบบนี้ไรท์รู้สึกหดหู่จังเลย

#แฮะๆ นั่งพิมพ์จากไอแพด ลำบากกว่าคอมมาก ดัวหนังสืออาจตกหล่น เว้นวรรคแปลกๆ ก็ขอโทดด้วยนะคะ วันตันทร์กลับถึงบ้านจะรีบแก้ไขให้ทันที


1Nightstand >>> เพจ

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น