สามกันยา

ขอบคุณที่รักกัน ❤

ตอนที่ ๕๓ เรื่องแฟนเก่า [ ดำเกิง & ขมิ้น ]

ชื่อตอน : ตอนที่ ๕๓ เรื่องแฟนเก่า [ ดำเกิง & ขมิ้น ]

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย อีโรติก

คนเข้าชมทั้งหมด : 5.5k

ความคิดเห็น : 61

ปรับปรุงล่าสุด : 10 พ.ค. 2560 22:28 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ ๕๓ เรื่องแฟนเก่า [ ดำเกิง & ขมิ้น ]
แบบอักษร



ในขณะที่คู่รักบ้านนาช่วยกันสร้างเนื้อสร้างตัวจากกิจการค้าวัสดุก่อสร้าง หนุ่มสาวผู้อยู่เผชิญโชคในเมืองหลวงก็ไม่ยอมน้อยหน้า ทั้งสองตกลงกันว่าจะตั้งใจเก็บเงินเพื่อกลับบ้านนาและถือโอกาสนี้พัฒนาตัวเองไปพร้อมกัน โดยโทนตัดสินใจมองหาลู่ทางศึกษาต่อเพื่อที่จะยกระดับความรู้ความสามารถของตนเองให้สูงพอสำหรับตำแหน่งงานที่ดีกว่าเดิม ส่วนคำแพงที่อยู่ในช่วงพิสูจน์ฝีมือด้านงานเอกสารของเธอก็ต้องตั้งใจทำผลงานให้ออกมาดีเช่นกัน เรียกได้ว่าเดินหน้าเต็มอัตรา แม้จะล้มลุกคลุกคลานไปบ้าง แต่โดยรวมก็ถือว่ายังพอไหว

...ดีกว่าจะไม่มีกันและกันน่ะนะ

หลังจากคืนที่ฝันร้าย โทนกับคำแพงได้ไปพบพี่ต่อเพื่อมอบสลากกินแบ่งรัฐบาลเจ้าปัญหาให้นายตำรวจใหญ่ได้นำไปใช้สอย ทั้งสองไม่ลืมที่จะเล่าถึงความฝันที่เป็นต้นสายปลายเหตุที่ทำให้พวกเขาตัดสินใจเช่นนั้น

ในตอนแรก พี่ต่อปฏิเสธที่จะรับ เขาบอกว่าเป็นโชคของโทน ก็ควรให้โทนเก็บไว้ แต่เมื่อเด็กทั้งสองยังคงยืนยันว่าจะสละสิทธินี้ ทั้งยังขู่ว่าถ้าพี่ต่อไม่รับ พวกเขาจะทำลายสลากให้เสียหายจนนำไปขึ้นเงินไม่ได้ นายตำรวจใหญ่จึงต้องรีบตะครุบแผ่นกระดาษชุดนั้นเอาไว้ทันที...เดี๋ยวก็รู้ว่าเขาจะทำอะไรกับเงินก้อนนี้

และเมื่อไร้โชคก้อนโตที่จะเข้ามาพร้อมการเปลี่ยนแปลง ซ้ำก่อนกลับจากบ้านพี่ต่อพวกเขายังปฏิเสธความช่วยเหลือที่เกินจำเป็นจากพี่แก้ว ทำให้กล้ายางนาพลัดถิ่นทั้งสองจำต้องดิ้นรนดูแลตัวให้มากยิ่งขึ้น ที่เคยปล่อยตัวตามกิเลสเมื่อครั้งที่พี่ต่อเดินเข้ามาในชีวิตก็ต้องรัดเข็มขัดให้ตึง ไม่ออกเที่ยวบ่อยจนติดเป็นนิสัย อะไรที่พอหยิบจับเป็นเงินเป็นทองก็คว้าไว้หมด ถือว่าเป็นการยืนหยัดด้วยตัวเองอีกครั้งหลังจากที่ได้เรียนรู้ชีวิตในหลายแง่มุม...    

เทศกาลกินผลไม้ประจำฤดูที่ทางจังหวัดจัดให้มีขึ้นเป็นประจำทุกปี คืองานที่จะช่วยประชาสัมพันธ์จังหวัดให้เป็นที่รู้จักของนักท่องเที่ยวที่นิยมการลิ้มลองอาหารพื้นถิ่น งานที่จัดขึ้นนี้ไม่ได้มีเพียงกิจกรรมชิมผลไม้ซึ่งเป็นผลผลิตจากไร่ของชาวบ้าน หากแต่ยังมีกิจกรรมระดมทุนช่วยกาชาด การออกร้านของเอกชน ตลอดจนการแสดงสดในยามค่ำคืน ซึ่งเหล่านี้ล้วนแต่ดึงดูดประชาชนทั้งในและนอกจังหวัดให้แวะเวียนมาอุดหนุนเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจในพื้นที่ให้เติบโตอย่างรวดเร็ว

งานนี้จะจัดขึ้นทุกปี ปีละเจ็ดวัน ซึ่งนับว่ามากพอที่คนทำงานหนักจะมีเวลามาเดินดูร้านรวงต่าง ๆ ได้ แต่ถึงอย่างนั้นคนหนุ่มซึ่งเป็นลูกชายกำนันตำบลโนนยางนาก็ไม่เคยพลาดการมาเที่ยวในคืนวันเปิดงานที่มักจะมีนักร้องชื่อดังมาแสดงสดบนเวที

ทุกปีเขามากับเพื่อน แต่ปีนี้คนตัวโตที่แต่งกายเรียบง่ายทว่าดูดีนั้นมาพร้อมศรีภรรยา

ดำเกิงจูงแขนคนตัวเล็กเดินเที่ยวไปตามงานที่จัดขึ้นในยามค่ำคืน แวะซื้ออาหารว่างไว้กินเล่นยามที่เดินเตร่ซื้อของ ซึ่งเบื้องหลังของเขานั้นเป็นแสน แสบ และโหน่งที่อาศัยติดรถมาด้วย ทั้งสามบอกว่าจะมาเที่ยวงานแบบโต้รุ่งดูสักครั้ง

เพราะชอบเที่ยวงานกลางคืน ดำเกิงจึงรู้ดีว่าก่อนที่การแสดงของศิลปินคนโปรดจะมีขึ้นจะต้องมีการกล่าวเปิดงานอย่างเป็นทางการ โดยมีผู้ว่าราชการจังหวัด นักการเมืองท้องถิ่น หรือบางปีก็จะมีถึงระดับรัฐมนตรีมากล่าวเปิดงาน เช่นนี้แล้วชายหนุ่มจึงเลือกที่จะเดินดูร้านรวงเพื่อฆ่าเวลาไปพลาง ๆ

ขณะที่เดินดูของตามซุ้มต่าง ๆ ด้วยกัน ขมิ้นก็แวะไปซื้อลูกชิ้นปิ้งในร้านที่ขึ้นป้ายว่าเป็นลูกชิ้นหมูแท้ทำมือ เธอเลือกไม้นั้นไม้นี้ไปวางบนจานเพื่อให้เจ้าของร้านนำไปอุ่นให้อีกที

"จะเอาอะไรเพิ่มอีกไหมดำ?" คนตัวเล็กหันกลับไปถามสามีซึ่งยืนรออยู่กับลูกสนุนที่นอกตัวร้าน พบว่าเขากำลังชะเง้อมองไปอีกทาง ดูคล้ายกับว่ากำลังสอดส่ายสายตามองหาบุคคล...

"มองอะไรอยู่เหรอ?" ขมิ้นถามขึ้นอย่างสนใจเมื่อพบว่าคนตัวสูงเขย่งตัวสุดเท้าเพื่อการณ์นี้

“เหมือนจะเห็นเพื่อนเก่าน่ะ” ชายหนุ่มตอบอย่างไม่ใส่ใจ ซึ่งขมิ้นเองก็ไม่ได้ซักไซ้รายละเอียดมากไปกว่าที่เขาอยากบอก เธอกลับไปสนใจเรื่องน้ำจิ้มลูกชิ้น เลือกทั้งแบบเผ็ดและแบบหวาน ไม่ลืมที่จะถามเด็กทั้งสามที่เดินอยู่ด้วยกันด้วยว่าจะรับอะไรเพิ่มเติมหรือไม่...

“พี่ทิพย์แน่เลย” เสียงของแสนดังกระทบโสตเมื่อหญิงสาวหันไปขอความเห็นเรื่องอาหาร เพราะมัวแต่พูดกับแสบและโหน่งหลังจากที่ดำเกิงแอบย่องไปทักทายเพื่อนเก่า ชายหนุ่มจึงไม่ทันสังเกตว่าภรรยาของลูกพี่กำลังสนใจฟังข้อมูลที่ออกจากปากของเขา

“ใครคือพี่ทิพย์เหรอ?” ขมิ้นที่เดินมาร่วมวงสนทนาถามขึ้นบ้าง เนื่องจากชื่อที่ได้ยินเมื่อครู่ไม่คุ้นหูเอาเสียเลย

“ก็พี่ทิพย์ แฟนเก่าพี่ดำไง คนนี้พี่ดำรักมากเลยนะ” เผลอตอบโดยไม่รู้ตัวว่าใครคือคนตั้งคำถาม ซึ่งกว่าจะฉุกคิดได้ ขมิ้นก็พยักหน้าหงึก ๆ เป็นเชิงเข้าใจเรื่องราวเสียแล้ว

“จ...เจ๊” แสนเรียกฐานะที่เขาใช้กับขมิ้นด้วยเสียงตะกุกตะกัก ไม่รู้ว่าเธอได้ยินอะไรไปบ้าง ตะกี้ยังเห็นเลือกลูกชิ้นอยู่เลย แล้วทำไมจู่ ๆ ถึงมายืนร่วมวงกันได้ แถมไอ้สองตัวที่ยืนอยู่ด้วยกันยังไม่คิดจะสะกิดบอกเขาอีกด้วย โอ้ ให้ตายเถอะ ถ้าพี่ดำรู้ว่าขมิ้นได้ข้อมูลจากเขา ชีวิตคงจบไม่สวยแน่ ๆ

“แล้วนี่ดำหายไปไหน?” หญิงสาวไม่ได้มีท่าทีเกรี้ยวโกรธอย่างที่พวกเขาคาดการณ์ เธอยังคงสงบเหมือนไม่เคยได้ยินเรื่องแฟนเก่าของสามีมาก่อน ซึ่งนั่นทำให้ลูกสมุนทั้งสามโล่งอกโล่งใจและยอมพูดความจริงออกมา

“ไปหาพี่ทิพย์จ้ะ แถวชิงช้าสวรรค์โน่น” โหน่งชี้ให้ดูตำแหน่งที่ดำเกิงเดินไป แต่ทว่าขมิ้นกลับมองไม่เห็นเพราะเธอตัวเล็กกว่าทุกคนในกลุ่ม หญิงสาวจึงทำเพียงพยักหน้าแล้วกลับไปสนใจถุงลูกชิ้นปิ้งที่พร้อมรอการชำระเงิน

แม้หัวใจดวงน้อยจะไม่หวั่นไหวไปกับเรื่องแฟนเก่าของสามี เนื่องจากว่าเธอนึกถึงตอนที่ตนเองไปเยี่ยมสัก ดำเกิงก็ยังให้เกียรติเธอ ไม่หึงหวงแบบไร้เหตุผล ซ้ำยังอาสาพาไปทุกครั้งที่เอ่ยชวน แต่ในตอนนี้ หลังจากที่ได้ยินความจากปากของแสนว่าผู้หญิงที่ชื่อทิพย์คือคนที่ดำเกิง ‘รักมาก’ ก้อนเนื้อในอกก็เจ็บปวดไปหมด

รักมาก...คำนี้ดูพิเศษเหลือเกิน

เมื่อครู่นี้ ตอนที่แสนเผลอเล่าออกมาก่อนที่จะหันมาพบว่าเธอยืนฟังอยู่ เขาเล่าว่าทิพย์คือเพื่อนสมัยเรียนของดำเกิง เป็นคนที่ดำเกิงตามจีบอย่างเอาจริงเอาจัง จากเป็นคนเกเรก็หันมาตั้งใจเรียนเพื่อที่จะได้คบกับทิพย์ เขาเป็นผู้เป็นคนอยู่พักใหญ่ในช่วงที่คบกับเธอคนนี้ แต่เมื่อเรียนจบ เธอก็บอกเลิกแบบไร้เยื่อใยว่าไม่เคยรักเขาเลย นั่นทำให้คนที่พยายามจะดีอย่างดำเกิงหันมาเสเพลเหมือนเดิม แต่ยังเป็นโชคดีของพ่อกำนันกับแม่พิกุลที่ดำเกิงเศร้าเสียใจอยู่พักหนึ่งก็จับได้ใบแดง ต้องระเห็จหอบน้ำตาเข้าไปร้องไห้ในกรมทหาร ซึ่งข้อนี้โทนที่ไปเป็นทหารด้วยกันก็เคยเล่าให้ขมิ้นว่าดำเกิงนอนร้องไห้ทุกคืน ทำให้ถูกครูฝึกทำโทษครั้งแล้วครั้งเล่า กระทั่งชายหนุ่มเหนื่อยแล้วเลิกเสียใจไปเอง

หญิงสาวจำได้ว่าตอนแรกที่ได้ฟังโทนเล่า เธอยังหัวเราะใจในความขี้แยของดำเกิง แต่ว่าตอนนี้เธอหัวเราะไม่ออกเสียแล้ว ในหัวมีแต่ความอยากรู้ว่าเธอคนนั้นจะหน้าตาเป็นอย่างไรหนอ ถึงได้ทำให้สามีของเธอช้ำหนักถึงเพียงนั้น หญิงสาวคิดเองว่าเธอคงจะสวยเอามาก ๆ เพราะขนาดลำไยที่ว่าเลิศสุดในหมู่บ้านก็ยังไม่สามารถเปลี่ยนแปลงดำเกิงได้เลยสักนิด

ขมิ้นถอนหายใจอย่างลืมตัว เธอเดินตามหลังสามหนุ่มไปยังโต๊ะญี่ปุ่นที่ทางการจัดไว้ให้ผู้มาเที่ยวงานได้นั่งรับประทานอาหาร แสนบอกว่าลูกพี่ของเขาให้มารออยู่ตรงนี้ เวลาเขากลับมาจะได้ไม่คลาดกัน

หญิงสาวนั่งใจลอยในขณะที่คนหนุ่มทั้งสามช่วยกันจัดการลูกชิ้นปิ้งและอาหารอื่น ๆ ที่ซื้อมาตุน มือเล็กจับไม้เสียบลูกชิ้นจิ้มตามก้อนกลม ๆ เสียจนพรุน ตอนนี้ภาพผู้หญิงที่มีใบหน้าสะสวยลอยไปลอยมาอยู่ในมโนจิตเต็มไปหมด คงสวยมาก ดำเกิงถึงได้ตามไปทักทายอย่างลับ ๆ แบบนี้

นั่งรออยู่นานก็ยังไม่มีวี่แววของคนที่สั่งให้รอ ในที่สุดขมิ้นขอตัวไปห้องน้ำ บอกกับลูกน้องว่าขากลับจะแวะซื้อน้ำมาให้ จากนั้นคนตัวเล็กที่เดินหายไปในฝูงชน

คำว่า ‘รักมาก’ ยังคงตามหลอกหลอนเธอทุกย่างก้าว จำได้ว่าเท่าที่อยู่กันมาแค่คำว่ารักก็ยังไม่ค่อยจะมีให้กัน วัน ๆ ก็ทำแต่งาน ต่างคนต่างทำหน้าที่ของตัวเอง ซึ่งต่างจากตอนที่เขาตามจีบลำไย ชายหนุ่มพร่ำบอกว่ารักซ้ำไปซ้ำมาราวกับว่ามันคือลมหายใจ

ขมิ้นถอนหายใจอีกหน ก่อนจะถือโอกาสนี้เดินเล่นเพียงลำพังโดยไม่สนใจว่าดำเกิงจะกลับไปรวมกลุ่มอย่างเดิมหรือยัง ช่างปะไร ทีเขายังไปคนเดียวได้ แล้วทำไมเธอถึงต้องรอ ?

คนตัวเล็กเข้าซุ้มนั้นออกซุ้มนี้เป็นว่าเล่น ทำตัวประชดประชันอยู่ฝ่ายเดียวนานร่วมชั่วโมงจึงย้อนกลับไปที่โต๊ะนั่ง หวังใจว่าดำเกิงจะกลับมาแล้วหัวเสียที่เธอหายไป แต่ไม่เลย เขากลับมาแล้วก็จริง แต่ชายหนุ่มไม่มีท่าทีวุ่นวายใจแต่อย่างใด เขานั่งหัวเราะคิกคักอยู่กับลูกน้องโดยข้างกันนั้นมีผู้หญิงผมยาวนั่งอยู่ด้วย

ขมิ้นใจสั่นเมื่อคิดว่าผู้หญิงคนดังกล่าวคงจะเป็นทิพย์ที่แสนเล่าให้ฟัง เพียงเห็นจากด้านหลัง ลักษณะการนั่งตัวตรง ไม่หันหน้าล่อกแล่กไปมา ก็รู้ได้เลยว่าเป็นคนบุคลิกดี หาใช่สาวชาวบ้านที่กระโดกกระเดกทั่ว ๆ ไป ดูอย่างเส้นผมดำขับของเธอสิ ดำเงาราวกับท้องฟ้ายามเที่ยงคืน ต่างจากลูกน้องของลำไยที่ย้อมสีโดยขาดการบำรุงรักษาจนผมแห้งเสีย 

คนใจน้อยไม่อยากจะพิเคราะห์อะไรมากไปกว่านี้ ขนาดเห็นแค่ข้างหลัง ทิพย์ยังดูดีไม่มีที่ติ แล้วถ้าเจอหน้ากัน ดำเกิงคงบอกกับตัวเองว่าเขาคิดผิดที่แต่งงานกับนังขมิ้นเหลืองอ่อนเป็นแน่

หญิงสาวลังเลอยู่นานว่าตนเองควรอยู่หรือเดินเลี่ยงไปจากสถานการณ์นี้ แต่ไม่ทันจะได้ตัดสินใจ พ่อตัวดีที่หายหน้าไปนานก็หันมาพบและเรียกเธอไว้เสียก่อน

“ขมิ้นมานี่เร็วเข้า” เขากวักมือเรียกด้วยใบหน้าใสซื่อ ทำให้คนที่ถูกจับได้หมดทางหนี จำต้องเดินเข้าไปในดงโต๊ะญี่ปุ่นอย่างช่วยไม่ได้

เมื่อภรรยาตัวน้อยเดินเข้ามาใกล้ ดำเกิงก็จับที่ข้อมือเล็กดึงให้ไปนั่งข้างเขาแล้วแนะนำเพื่อนเก่าให้รู้จัก จึงเป็นครั้งแรกที่ขมิ้นได้เห็นหน้าของผู้หญิงที่เธอนึกอิจฉาแบบจัง ๆ 

ทิพย์ที่ว่านี้ไม่ได้ต่างไปจากอาหมวยลูกสาวนายห้างที่ขมิ้นเคยเห็นตอนไปซื้อของในร้านชำ ผิวขาวจัดเหมือนคนไม่เคยเจอแสงแดด ใบหน้าค่อนไปทางกลมและกว้าง ทว่าเครื่องหน้านั้นดูจิ้มลิ้มเย้ายวน ดูมีแรงดึงดูดที่แม้แต่ขมิ้นเองยังรู้สึกหวั่นใจ

“นี่เหรอแฟนที่บอกว่าทำงานเก่ง” ทิพย์ถามพลางส่งยิ้มให้คนตัวเล็กที่มีท่าทีเกร็ง ๆ

ขมิ้นรู้สึกว่าหญิงสาวที่นั่งอยู่ตรงข้ามกันนี้ดูมีเสน่ห์ลึกลับ แม้จะไว้ผมยาวแต่ก็ไม่ใช่สาวหวานอย่างคำแพงหรือลำไย แต่เธอดูมั่นใจในตัวเองและมีราศีนางพญาที่คอยทำให้คนที่เข้าใกล้รู้สึกว่าต้องยอมอยู่ใต้บัญชาของเธอ สมแล้วที่ทิพย์สยบดำเกิงจนอยู่หมัด

“ไม่ได้เก่งแค่เรื่องทำงานนะ อย่างอื่นก็เก่ง” คนอารมณ์ดีตอบกำกวม ซึ่งเขาก็เฉลยในตอนหลังว่าหมายถึงเรื่องเก็บเงิน

การสนทนาเป็นไปอย่างสนุกสนาน ขมิ้นที่นั่งเงียบในช่วงแรกก็เริ่มคลายกังวลเมื่อทิพย์ชวนคุย อีกอย่าง หญิงสาวก็ไม่ได้มีท่าทีวางก้ามว่าเป็นคนรักเก่าที่มาก่อน ส่วนดำเกิงเองก็ไม่ได้ให้ความสำคัญกับเพื่อนเก่ามากไปกว่าการพูดคุยถามไถ่สารทุกข์สุกดิบ ทำให้ปัญหาที่ค้างคาใจคนตัวเล็กคลายไปได้บ้าง

แต่ก่อนที่จะได้ทำอะไรต่อ ขมิ้นที่นั่งขัดสมาธิข้างสามีก็รู้สึกถึงอะไรบางอย่างที่ยุกยิกอยู่ใต้โต๊ะ ดูคล้ายเป็นการสะกิดเกาหน้าแข้งของเธอจนน่ารำคาญ หญิงสาวนึกไม่ออกว่าใครจะเข้าไปอยู่ตรงนั้นได้ 

เธอตัดสินใจก้มดูที่ใต้โต๊ะ แล้วก็ต้องตกใจสุดขีดเมื่อพบว่าสิ่งที่รบกวนเธอนั้นคือเด็กเล็กคนหนึ่งซึ่งมีใบหน้าขาวราวกับถูกทาด้วยแป้งทั้งกระป๋อง ยิ่งยามต้องแสงไฟที่ส่องเข้าไปใต้โต๊ะยิ่งส่งให้ใบหน้าที่ขาวจัดตัดกับริมฝีปากแดง ๆ ดูแตกต่างเสียจนน่ากลัว !

เด็กคนนั้นเผยยิ้มแป้นเมื่อพบว่ามีคนมอง ขมิ้นหวีดร้องลั่น ปากก็บอกว่ามีผีเด็กอยู่ใต้โต๊ะ ใครก็ได้ช่วยที ผีเด็กจับขาของเธอ

อาการตกใจนี้ทำให้คนที่นั่งร่วมโต๊ะรวมทั้งโต๊ะข้าง ๆ แตกตื่น มีเพียงทิพย์ที่ยังคงนั่งอยู่ที่เดิมก่อนจะคว้ามือเข้าไปใต้โต๊ะแล้วลากเอาผีที่ว่านั้นออกมา

“ขอโทษที นี่ลูกชายพี่เอง” หญิงสาวยิ้มแห้ง ๆ ก่อนจะติดตะขอสายจูงไว้กับชุดที่ลูกชายตัวอ้วนสวมอยู่ “หมู่นี้แกมีพัฒนาการใหม่ แบบว่าชอบมุดโต๊ะน่ะจ้ะ อุตส่าห์ติดสายจูงไว้ก็เอาออกเองได้” บ่นไปตามเรื่องก่อนจะเล่าถึงลูกสาวคนโตที่ไปขึ้นเวทีเปิดงานกินผลไม้ประจำฤดูกับพ่อที่เป็นนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัด แล้วไหนจะอีกสองคนที่นอนหลับอยู่กับพี่เลี้ยงที่บ้าน อีกคนที่ไปเที่ยวต่างประเทศกับตายาย นี่ก็บ่นว่าท้องคนที่หกแล้ว เล่นเอานับจำนวนลูกกันไม่หวาดไม่ไหว

ขมิ้นไม่แปลกใจที่คนตรงหน้าจะลูกดกขนาดนี้ อย่างที่บอก เครื่องหน้าอันเย้ายวนของเธอชวนให้ปั่นป่วนในช่องท้องจริง ๆ

ดำเกิงอุ้มเด็กชายตัวอ้วนไปนั่งตัก ป้อนน้ำป้อนขนมราวกับเป็นลูกของตัวเอง ซึ่งเจ้าผีมุดโต๊ะตนนี้ก็ดูจะออดอ้อนขอความเอ็นดูเสียเหลือเกิน น้าตั้มอย่างนั้น น้าตั้มอย่างนี้ พลอยทำให้น้าขมิ้นอยากป้อนขนมให้อีกคน

หญิงสาวส่งขนมให้สามีนำไปป้อนให้หลาน อดคิดไม่ได้ว่ายามที่ดำเกิงเอ็นดูเด็กก็ดูน่ารักดีเหมือนกัน แววตาอ่อนโยนจ้องมองปากแดงฉ่ำเคี้ยวตุ้ย ๆ นิ้วมือทั้งห้าคอยประคองพุงโต ๆ นั้นไว้แนบตัก เขาดูเหมาะที่จะเป็นพ่อคน...จริง ๆ

หากจะว่ากันตามจริง ในช่วงแรกที่แต่งงานกัน ชายหนุ่มก็อ้อนขอว่าอยากมีลูกสักคนสองคน แต่ตอนนั้นขมิ้นเห็นว่าฐานะของครอบครัวยังไม่มั่นคง อีกทั้งเธอเองก็อยากเรียนรู้ตัวตนของเขาให้ดี จึงได้แต่ปฏิเสธและคุมกำเนิดเอาไว้เสมอมา 

ส่วนในตอนนี้ที่กิจการค้าวัสดุก่อสร้างเริ่มมั่นคงขึ้นเรื่อย ๆ เรื่องการศึกษาดูใจกันก็มากพอที่จะเชื่อใจกันได้ แต่ดำเกิงกลับลืมเรื่องลูกไป ไม่เอ่ยขอให้เธอตั้งครรภ์ลูกให้เขาอีก ซึ่งตัวเธอเองก็ลืมนึกถึงเช่นกัน ขมิ้นเดาว่าคงเพราะงานหนักที่ทำให้ต่างฝ่ายต่างลืมสนใจ

หรือบางที...นี่อาจจะถึงเวลาแล้วก็เป็นได้


###



แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น