junepopo

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

CHAPTER51: I NEED MY GIRL (NWE UPDATE)

ชื่อตอน : CHAPTER51: I NEED MY GIRL (NWE UPDATE)

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย อีโรติก

คนเข้าชมทั้งหมด : 13.2k

ความคิดเห็น : 87

ปรับปรุงล่าสุด : 17 ก.พ. 2561 02:27 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
CHAPTER51: I NEED MY GIRL (NWE UPDATE)
แบบอักษร

CHAPTER51: I NEED MY GIRL (50%)


“ทะ ท้องเหรอ”

หญิงสาวพยักหน้าตอบรับ แม้ใบหน้าจะซูบซีดเพราะแพ้ท้องเป็นอย่างหนัก แต่ถึงอย่างนั้นก็เต็มไปด้วยความสุขที่เห็นได้อย่างชัดเจน

“ผมไม่ได้ฝันไปใช่มั้ย”ศัลยแพทย์หนุ่มถามด้วยเสียงตื่นเต้นปนเหลือเชื่อ แววตามีประกายแวววาวเต็มไปด้วยความสุข

“ผลตรวจเป็นแบบนี้ทุกอันเลยค่ะ”หญิงสาวชี้ให้ดูที่ตรวจครรภ์นับสิบอันจากหลายยี่ห้อที่วางอยู่บนโต้ะ ทุกอันขึ้นขีดสีม่วงสองเส้นชัดเจน อลันยกมือขึ้นปิดปากตัวเอง น้ำตาเขาซึม ความสุขอย่างที่ไม่สามารถอธิบายออกมาได้เป็นคำพูดเกิดขึ้นทันที มันสุขเสียจนท่วมท้นหัวใจ เป็นความสุขอย่างที่ไม่เคยได้รับมาก่อน เขาพุ่งเข้าไปโอบกอดคนตัวเล็ก แล้วยกขึ้นอุ้มจนตัวลอย

“ที่รักเรากำลังจะมีลูกแล้ว”

“เบาๆค่ะแอล ลูกตกใจกันพอดี”เฌอร์มาลบอกกับคนที่เพิ่งได้รับตำแหน่งคุณพ่อหมาดๆ อลันตกใจรีบวางภรรยาลงด้วยความแผ่วเบา เขาดีใจมากไปหน่อยจนลืมตัว

“ขอโทษครับ ผมดีใจมากไปหน่อย”อลันประคองให้ภรรยานั่งลงบนโซฟาตัวนุ่ม เขาย่อตัวลงตรงหน้าว่าที่คุณแม่มือใหม่ ยื่นมือไปลูบตรงท้องอย่างแผ่วเบา ก่อนจะก้มลงไปประทับจูบบางเบาที่ท้องของเธอ

“ขอบคุณนะครับลูกที่เลือกพ่อกับแม่”อลันเอ่ยด้วยน้ำเสียงละมุนแล้วเงยหน้าไปสบตาภรรยา เฌอร์มาลน้ำตาคลอ เธอเองก็ดีใจไม่ต่างจากเขา ทั้งสองคนโอบกอดกัน รู้สึกผูกพันธ์แนบแน่นขึ้นไปอีกเมื่อมีสายสัมพันธ์เป็นโซ่ทองคล้องใจขึ้นมาอีกหนึ่งชีวิต

ผ่านไปสองสัปดาห์นับตั้งแต่เฌอร์มาลรู้ว่าตัวเองตั้งครรภ์ ตอนนี้อายุครรภ์เข้าสู่สัปดาห์ที่แปด อาการแพ้ท้องมีอยู่ไม่ขาด แต่ถึงอย่างนั้นไม่ได้กำเริบหนักอย่างที่เป็นกังวล มีบ้างที่คลื่นไส้วิงเวียนเหม็นกลิ่นอาหาร แต่ก็ไม่ได้เป็นตลอดเวลา ยังดีที่พอทานอาหารได้บ้าง เฌอร์มาลยังคงไปดูแลร้านดอกไม้ของตัวเอง แม้จะขัดใจอลันเป็นอย่างมาก เพราะเขาไม่ยอมให้เธอทำงานอะไรเลย ทะนุถนอมเสียยิ่งกว่าไข่ในหิน ประคบประหงมจนแทบจะไม่ได้หยิบจับอะไรเลย พูดคุยเกลี้ยกล่อมกันอยู่นานถึงจะยอมให้มาทำงานที่ร้าน อันที่จริงอย่าเรียกว่าทำงานเลย เพราะถึงแม้อลันจะยอมให้มาที่ร้านดอกไม้ แต่ก็ไม่อนุญาติให้ออกไปส่งหรือทำงานหนักๆ จะทำได้แต่เพียงงานเบาๆ อย่างจัดดอกไม้หรือรับโทรศัพท์และเฝ้าร้านแค่นั้น จนเฌอร์มาลต้องจ้างพนักงานเพิ่มอีกสองคน แม้ว่าชีวิตจะเกิดการเปลี่ยนแปลงขึ้น แต่ยังคงมีสิ่งหนึ่งที่รบกวนจิตใจของเฌอร์มาลจนไม่อาจเรียกได้ว่าอยู่ในช่วงที่ชีวิตมีความสุขอย่างแท้จริง นั่นก็เพราะยังคงเป็นกังวลเรื่องของณฉัตรกับชานนท์ ตั้งแต่ชานนท์มาถึงที่ร้านในวันนั้น เขาไม่ได้ปรากฏตัวอีกเลย และณฉัตรเองก็มีท่าทีเปลี่ยนไปอย่างเห็นได้ชัด น้องสาวของเธอกลายเป็นเด็กเก็บตัว ไปโรงเรียนตามปกติ ถึงเวลากลับบ้านไม่ยอมแม้แต่จะแวะเวียนมายังร้านดอกไม้ด้วยซ้ำ ที่เลวร้ายที่สุดคงจะเป็นการที่ณฉัตรไม่ยอมพูดคุยกับเธอแม้แต่น้อย เหมือนกับว่ากำลังหลบหน้ากัน เป็นเวลาเกือบสองสัปดาห์ที่คนทั้งสองไม่ได้พูดคุยกันเลย ทั้งที่เฌอร์มาลอยากบอกข่าวดีเรื่องที่เธอตั้งท้องให้ณฉัตรรับรู้มากเหลือเกิน

“คุณเฌอร์ค่ะ วันนี้เราเคลียร์ออเดอร์หมดแล้วนะคะ”พนักงานสาวในร้านบอกกับเฌอร์มาล เจ้าของร้านพยักหน้ารับทราบ ก่อนจะบอกให้ทุกคนเลิกงานได้เร็วกว่าปกติ อลันส่งคนรถมารอรับที่หน้าร้านทุกตอนเย็น และหากเขาไม่ติดงานก็จะมารับด้วยตัวเอง

กริ๊ง!!!

เสียงโทรศัพท์ภายในร้านดังขึ้น เฌอร์มาบที่กำลังหยิบกุญแจเตรียมปิดร้านหยุดชะงัก

เดินกลับมารับโทรศัพท์

“สวัสค่ะร้านดอเตอร์ฟลาวเวอร์ค่ะ”

ไม่รู้ว่าปลายสายเอ่ยอะไร แต่จู่ๆเฌอร์มาลก็มีทีท่าเหมือนจะหน้ามืดก่อนจะค่อยๆทรุดนั่งลงบนเก้าอี้ พนักงานในร้านรีบปรี่เข้าไปดูอาการทันที

“คุณเฌอร์เป็นอะไรคะ”

“เดี๋ยวหนูไปหยิบยาดมมาให้ค่ะ”

“จะเป็นลมรึเปล่าค่ะหน้าซีดเชียว”

“เฌอร์จะกลับบ้านค่ะ ฝากทุกคนเก็บร้านด้วนนะคะ”เฌอร์มาลบอกแค่นั้น แล้วหยิบกระเป๋าของตัวเอง ลุกออกไปจากร้าน ท่ามกลางความงุนงงของคนในร้าน ทุกคนมองหน้ากันต่างไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้น

“ฉัตร! ฉัตร!”เฌอร์มาลเคาะประตูห้องนอนน้องสาว ส่งเสียงเรียกแต่ไม่มีเสียงตอบกลับมา จนกระทั่งหัวหน้าแม่บ้านได้ยินเสียงถึงขึ้นมาดู

“คุณเฌอร์มีอะไรรึเปล่าค่ะ”

“ป้านุ่นค่ะ พี่หมี่ไปรับฉัตรกลับมาจากโรงเรียนรึยังค่ะ”เฌอร์มาลถามหัวหน้าแม่บ้าน

“อ้าว นี่หนูฉัตรยังไม่กลับมาเหรอคะ ก็ตอนบ่ายแกเพิ่งโทรมาที่คฤหาสถ์บอกว่าวันนี้ไม่ต้องไปรับจะกลับแท็กซี่เองเพราะมีกิจกรรม หนูฉัตรบอกว่าเรียนคุณเฌอร์แล้ว”หัวหน้าแม่บ้านรายงาน เฌอร์มาลตกใจที่ได้ยินอย่างนั้น ก่อนหน้านี้ทางโรงเรียนโทรศัพท์มาบอกว่าณฉัตรขาดเรียนติดต่อกันหลายวันโดยที่ไม่ยื่นใบลา มันจะเป็นไปได้ยังไงทั้งที่น้องสาวของเธอไปโรงเรียนทุกเช้าและกลับตามเวลา โดยที่มีคนขับรถไปรับส่ง

“ป้านุ่นค่ะ ช่วยตามพี่หมี่มาพบกับเฌอร์หน่อยได้มั้ย พอดีเฌอร์อยากถามอะไรนิดนึง”

“ได้ค่ะคุณเฌอร์ เดี๋ยวป้าไปเรียกหมี่มาให้”

“ผมไปส่งคุณหนูถึงหน้าโรงเรียนทุกวันครับ พอบ่ายสามโมงครึ่งก็ไปรอรับหน้าโรงเรียน วันนี้ก็ไปส่งถึงตอนเจ็ดโมงครึ่ง แต่ว่าไม่ได้ไปรับเพราะป้านุ่นบอกว่าหนูฉัตรโทรมาบอกว่าจะกลับเอง แล้วเธอก็รายงานคุณเฌอร์เรียบร้อยแล้ว”คนขับรถที่คอยรับส่งณฉัตรเป็นประจำรายงานกับเฌอร์มาล

“คุณเฌอร์ค่ะ มีอะไรรึเปล่าค่ะ เกิดอะไรขึ้น”หัวหน้าแม่บ้านถามด้วยความเป็นห่วง เมื่อเห็นสีหน้าของเฌอร์มาลไม่สู้ดีนัก หญิงสูงวัยหับคนขับรถมองหน้ากันอย่างไม่เข้าใจสถานการณ์

“ทางโรงเรียนโทรมาบอกว่าณฉัตรไม่ได้ไปเรียนหลายวันแล้วค่ะ”

“ตายจริง!”หัวหน้าแม่บ้านเอามือทาบอกด้วยความตกใจ คนขับรถทำหน้าตาตื่นเขาไม่อยากจะเชื่อสิ่งที่ได้ยิน

“เป็นไปไม่ได้ครับ ผมไปรับไปส่งหนูฉัตรถึงหน้าโรงเรียนทุกวัน”

“ฉัตรคงหนีออกไปหลังจากที่พี่หมี่ไปส่งแล้วก็กับมารอที่หน้าโรงเรียน”เฌอร์มาลสันนิษฐาน

“คนอย่างหนูฉัตรเนี่ยนะจะโดดเรียน เป็นไปไม่ได้ ป้าไม่เชื่อ”

“ผมก็ไม่เชื่อครับ”

“หนูฉัตรมีปัญหาอะไรรึเปล่าคะ ดูหมู่นี้แกเก็บตัวเงียบซึม หายหน้าไปจากในครัวแล้วก็ไม่ไปที่เรือนกระจกเลย”หัวหน้าแม่บ้านตั้งคำถาม คนขัยรถพยักหน้าเห็นด้วย หลายวันมานี้ณฉัตรเงียบผิดปกติ และดุไม่ร่าเริงเหมือนกับเด็กสาวคนก่อนที่เคยสดใสและยิ้มเก่

“เฌอร์จะออกไปข้างนอก ถ้าฉัตรกลับมา ป้านุ่นโทรหาเฌอร์ด้วนเลยนะคะ”เฌอร์มาลบอก

แล้วรีบผละออกไปทันที ปล่อยให้คนทั้งสองยืนงุนงง

โรงแรมแกรนด์คริสตัล

“ชานนท์ คุณเอาน้องฉันไปไว้ที่ไหน”เฌอร์มาลมาตามหาณฉัตรถึงโรงแรม เมื่อพบกับชานนท์จึงไม่รีรอที่จะถามหาน้องสาว

“เอาฉัตรไปไว้ที่ไหน หมายความว่ายังไง”ชานนท์แสดงสีหน้างงงวย แต่ก็เข้าใจได้แทบจะในทันที

“ฉัตรหาย

ไปเหรอ”

“คุณไม่ต้องมาแกล้งถาม คุณเอาฉัตรไปไว้ที่ไหน”

“นี่ ใจเย็นนะเฌอร์ ผมไม่ได้เอาฉัตรไปไว้ที่ไหนทั้งนั้น ผมไม่เจอฉัตรมาเป็นอาทิตย์แล้ว ไปหาที่โรงเรียนก็ไม่เคยเจอ ผมขาดการติดต่อจากเธอ ผมคิดว่าเฌอร์สั่งห้ามเสียอีก” ชานนท์บอกกับเฌอร์มาล เขาไม่ได้โกหกแม้แต่น้อย ตั้งแต่วันที่เขาไปหาเฌอร์มาลที่ร้านดอกไม้วันนั้น เขาก็ไม่ได้เจอกับณฉัตรอีกเลย แม้จะคอยไปดักรอเจอที่โรงเรียน ร้านดอกไม้ หรือพยายามติดต่อทางโทรศัพท์ก็ไม่เคยได้พบหรือพูดคุยกัน จนเขาคิดว่าต้องเป็นฝีมือเฌอร์มาลสั่งห้ามณฉัตรเป็นแน่ แต่กลับกลายเป็นว่าเฌอร์มาลเองมาถามหาน้องสาวเอากับเขา

“ไม่จริงอ่ะ คุณเอาเธอไปซ่อนไว้ที่ไหนใช่มั้ย บอกฉันมาเถอะชานนท์”

“ฟังนะเฌอร์ ณฉัตรไม่ได้อยู่กับผม” ชานนท์ยื่นมือทั้งสองไปจับไหล่เฌอร์มาลเหมือนให้เธอตั้งสติ คนท้องบวกกับมีอาการเครียดแทบจะยืนด้วยขาตัวเองไม่อยู่ ชานนท์สังเกตุเห็นความอ่อนเพลียอ่อนล้านั้น

“คุณเป็นอะไรทำไมหน้าซีด”

“ไม่ต้องมาสนใจฉัน ฉันแค่อยากจะหาตัวฉัตรให้เจอ”

“ณฉัตรไม่ได้อยู่ที่นี่ ไปหาที่อื่น”เสียงที่ดังขึ้นจากด้านหลัง เป็นเสียงของอลิสา คู่หมั้นสาวของชานนท์ ร่างอรชรก้าวฉับๆเข้ามาหาคู่หมั้นหนุ่มพร้อมทั้งยกมือขึ้นคล้องแขนแสดงความเป็นเจ้าของ ชานนท์ส่งสายตาไม่พึงพอใจให้แก่คู่หมั้นทันที ต่อลิสาไม่ได้สนใจอะไรมากนัก

“อยากไปตามหาน้องสาวใจแตกของคุณก็ไปหาที่อื่น เพราะว่าตอนนี้ชานนท์ไม่มีเวลาว่างไปเล่นด้วยเหมือนแต่ก่อน พวกเรากำลังยุ่งกับการเตรียมงานแต่งที่จะจัดขึ้นในเดือนหน้า อย่ามาที่นี่อีก”

“อลิสา” ชานนท์เรียกชื่อคู่หมั้นด้วยน้ำเสียงบ่งบอกความไม่พอใจ แต่อลิสายักไหล่เหมือนไม่สนใจ อีกทั้งยังยิ้มเยาะใส่เฌอร์มาล

“งั้นก็ดีแล้วค่ะ ถ้าน้องสาวดิฉันไม่ได้อยู่ที่นี่ แล้วฉันก็อยากขอร้องให้คุณอลิสาช่วยดูแลอย่าให้ว่าที่สามีของคุณมายุ่งวุ่นวายกับน้องสาวฉันอีก ไม่อย่างนั้นฉันจะลากเขาเข้าคุกด้วยข้อหาพรากผู้เยาว์” เฌอร์มาลทิ้งท้ายประโยคไว้แค่นั้น ก่อนจะหันหลังให้กับคนทั้งสอง ชานนท์สะบัดมือของอลิสาที่เกาะแขนตัวเองออก ทำท่าจะก้าวตามเฌอร์มาลไป แต่ถูกอลิสาเรียกไว้

ชานนท์ ลองคุณไปหามันสิ ฉันจะเอาเรื่องนี้ไปกับคุณพ่อคุณแม่ แล้วไอ้เรื่องควบกิจการโรงแรมมันจะไม่มีวันเกิดขึ้นอีก

“คุณขู่ผมเหรออลิส”

“ก็ลองไปดูสิค่ะ จะได้รุ้ว่านี่มันคำขู่ หรือว่าคำจริง”

เฌอร์มาลกลับมาเข้ามาคฤหาสน์ด้วยความรู้สึกมืดแปดด้าน เธอเที่ยวตามหาณฉัตรทั้งวัน ตั้งแต่ทราบข่าวจนกระทั่งตอนนี้ที่มืดค่ำ มีเพียงหัวหน้าแม่บ้านและคนขับรถเท่านั้นที่รู้ว่าณฉัตรหายไป หมี่ไปดักรอที่โรงเรียนและถามหาณฉัตรกับเพื่อนฝูงที่สนิท แตไม่มีใครพบเจอณฉัตร ที่อื่นๆที่เคยไปส่งก็ไม่มี

“เราแจ้งความดีมั้ยคะคุณเฌอร์” ป้าเป็นห่วงจนอกจะระเบิดอยู่แล้ว หัวหน้าแม่บ้านทุบอกตัวเอง หญิงสูงวัย

“ผมว่าบอกคุณอลันให้ทราบก่อนดีมั้ยครับ ท่านจะได้ช่วยหาทางออก” หมี่เสนอ

“แอลยังอยู่ในเคสผ่าตัดอยู่เลยค่ะ”

“คุณท่านก็ไม่อยู่ เราจะทำยังไงดีคะ”

“เฌอร์จะออกไปหาน้องอีกรอบค่ะ แจ้งความตอนนี้น้องยังหายไปไม่ถึงยี่สิบสี่ชั่วโมง ตำรวจไม่รับแจ้งแน่ แต่เฌอร์รออย่างนี้ไม่ได้ค่ะ เฌอร์ต้องเป็นบ้าตายแน่ๆ” เฌอร์มาลกุมขมับตัวเอง ทั้งอการเครียดอาการแพ้ท้องเข้าจู่โจมจนรู้สึกอ่อนล้าเต็มที แต่ก็ทนนิ่งเฉยอยู่ไม่ได้

“คุณอย่าเพิ่งออกไปไหนเลยค่ะ กำลังท้องกำลังไส้ มืดค่ำขนาดนี้จะไปหาที่ไหน รอคุณแอลดีกว่านะคะ เชื่อป้า ระหว่างนี้ก็ให้หมี่ออกไปหา เรารออยู่ที่นี่เถอะ” หัวหน้าแม่บ้านเสนอกับเฌอร์มาล เมื่อเห็นท่าว่าคนท้องจะไม่ไหวเพราะดูใบหน้าซูบซีดและอ่อนเพลียมาก

“แต่เฌอร์เป็นห่วงฉัตร”

“ป้าทราบค่ะ แต่คุณเฌอร์ก็ต้องเป็นห่วงตัวเองด้วย ตอนนี้ไม่ได้ตัวคนเดียวแล้วนะคะ คุณยังมีอีกชีวิตอยู่ในตัวคุณ ไม่เป็นห่วงตัวเองก็เป็นห่วงลูกเถอะค่ะ” คนอาบน้ำร้อนมาก่อนเข้าใจสถานการณ์ดี เฌอร์มาลลูบท้องตัวเองช้าๆ ก่อนจะนั่งลงเพื่อสงบสติอารมณ์ตัวเอง

“งั้นเฌอร์จะรอแอลค่ะ”

เสียงระฆังภายในโบสถ์ตีบอกเวลาเมื่อครบชั่วโมง ตอนนี้เป็นเวลาสองทุ่มตรง ภายในโบสถ์วิหารร้างผู้คน จะมีก็เพียงแต่เด็กสาวในชุดนักเรียน นั่งมองเหม่อคล้ายสติล่องลอยอยู่กับที่มาร่วมสี่ชั่วโมง เธอไม่ได้มาอยู่ในที่แห่งนี้เพื่อขอร้องหรืออ้อนวอนต่อพระผู้เป็นเจ้า หากแต่ในยามที่รู้สึกเหมือนสิ้นไร้ทุกสิ่งและเหมือนเหลือตัวคนเดียวอยู่บนโลก การได้อยู่ใกล้พระเจ้าที่สุดคงพอจะทำให้อบอุ่นใจขึ้นมาบ้าง เสียงระฆังบอกเวลาทำให้คนที่นั่งเหม่อสะดุ้งน้อยๆ เธอยกนาฬิกาข้อมือตัวเองขึ้นมาดูแล้วพบว่ามันเป็นเวลาสองทุ่มตรง ซึ่งหมายถึงเลยเวลากลับบ้านมานานมากโข แต่เด็กสาวไม่ได้ร้อนรนอะไรเลย ในเมื่อตอนนี้เธอไม่มีความรู้สึกอยากกลับไปบ้านสักนิด

ฉันไม่เคยคิดมาก่อนว่าตัวเองจะรู้สึกในแบบที่เป็นอยู่

ฉันไม่รู้ว่าโกรธหรือเกลียดเฌอร์มาลหรือเปล่า

แต่การได้เห็นหน้าเฌอร์มาล มันทำให้ฉันเจ็บปวด

มันเหมือนว่าฉันกำลัง...

ถูกทรยศ

ณฉัตรเป่าปากระบายลมหายใจของตัวเอง แค่นึกถึงสิ่งที่ได้รู้ได้เห็นมาเมื่อวันก่อน ขอบตาก็ร้อนผ่าว ภายในหัวใจเหมือนถูกมีดนับร้อยเล่มกรีดลงไปบนเนื้อ มันเจ็บเสียจนคิดว่ากำลังจะตาย

“ทำไมต้องเป็นเฌอร์ด้วย”

ณฉัตรเอ่ยกับตัวเอง ตลอดเวลาที่ผ่านมาเธอคิดว่าเป็นเพียงคนเดียวที่เป็นเจ้าของหัวใจของชานนท์ แต่เปล่าเลย คนที่ชานนท์รักแท้ที่จริงแล้วคือพี่สาวของตัวเอง ทั้งคำพูด สีหน้าแววตาและสิ่งที่แสดงออกมาในวันนั้น มันทำให้ณฉัตรมั่นใจ ว่าชานนท์ยังคงรักเฌอร์มาลอยู่ และเธอไม่เคยได้เข้าไปใกล้หัวใจของเขาได้เลยสักนิด ชานนท์เข้าหาเธอด้วยเหตุผลอย่างอื่น เหตุผลที่ไม่ใช่ ความรัก

“ประทานโทษค่ะ โบสถ์จะปิดแล้วนะคะ” เจ้าหน้าที่ดูแลโบสถ์เข้ามาแจ้งณฉัตร สองสามวันที่ผ่านมา เด็กสาวหน้าตาสะสวยคนนี้มานั่งอยู่ภายในโบสถ์เป็นวันๆ มาตอนเช้าแล้วก็กลับตอนเย็น หากแต่วันนี้อยู่จนมืดค่ำจนถึงสองทุ่ม

“โบสถ์จะปิดแล้วเหรอคะ”

“ใช่ค่ะ”

“ขอโทษด้วยค่ะ หนูขอเวลาอีกสักครู่ เดี๋ยวหนูจะออกไปแล้วค่ะ” ณฉัตรบอกกับเจ้าหน้าที่ หญิงสาวพยักหน้ารับรู้ก่อนจะเดินออกไป ณฉัตรกลับมาอยู่กับตัวเองอีกครั้ง แววตาสับสนนั้นแข็งกร้าวขึ้น เด็กสาวแหงานหน้าขึ้นมองรูปปั้นพระเยซูคริสต์ที่ตั้งอยู่กลางโบสถ์ เธอยกมือขึ้นมาทำท่าสวดภาวนาและหลับตาลง

พระเจ้าค่ะ หากความรักนั้นไม่ได้เป็นของหนู

หากความรู้สึกที่เกิดขึ้นทั้งหมดไม่ใช่ความจริง

หนูจะคืนความรักนั้นให้กับเจ้าของที่แท้จริงค่ะ

ได้โปรดประทานความเข็มแข็งให้หนูด้วย

....................................................................................

แก๊ง แก๊ง แก๊ง

เสียงระฆังในโบสถ์ดังขึ้นเมื่อเวลาเวียนมาครบชั่วโมง ณฉัตรลืมตาตัวเองขึ้น ภาพในอดีตที่ผุดวาบเข้ามายามที่หลับตาหายมลายไปในตอนนั้น ดวงตาคู่สวยปรับให้ชินกับแสงเบื้องหน้า แสงแดดที่ลอดมาตามหน้าต่างกระเบื้องโมเสดสาดส่องกระทบรูปปั้นพระคริสต์ แม้วันเวลาจะเปลี่ยนไปนานแค่ไหน แต่ทุกอย่างรวมถึงสถานที่นี้ยังคงเดิม

“ขอให้พระผู้เป็นเจ้าจงอวยพรให้กับพวกเราแม่ลูกด้วยเถอะค่ะ”

ณฉัตรเอ่ยขึ้น พลางเลื่อนสายตามองท้องตัวเอง มือลูบสัมผัสหน้าท้องเบาๆ ไม่กี่ชั่วโมงก่อนหน้านี้เธอเพิ่งรู้ว่าตัวเองกำลังตั้งครรภ์ได้สี่สัปดาห์

“คุณณฉัตรกำลังตั้งครรภ์ จากนี้ต้องเข้ารับการฝากครรภ์และก็เตรียมตัวสู่การเป็นคุณแม่ ยังไงหากมาตามนัดครั้งต่อไป พาคุณพ่อมาด้วยนะคะ จะได้ให้คำแนะนำพร้อมกัน”

คำพูดของสูตินารีแพทย์จากคลินิกแห่งหนึ่งยังคงดังก้องอยู่ในหัว ทันทีที่รู้ว่าในร่างกายตัวเองกำลังมีอีกชีวิตหนึ่งเติบโตอยู่ภายใน มันนำมาซึ่งหลากหลายความรู้สึก ทั้งตกใจสับสนและวิตกกังวล แต่เหนืออื่นใด มันมาซึ่งความรู้สึกพิเศษและอิ่มเอมอย่างน่าแปลกประหลาด เธอจะเรียกความรู้สึกนั้นว่า ความสุข จะได้ไหมนะ

ตรู้ดดดดดดดดด

เสียงโทรศัพท์ดึงณฉัตรออกมาจากความคิด คนที่โทรเข้ามาคือชานนท์ ตั้งแต่เมื่อวานซืนเขายังไม่ปรากฏตัวสักครั้งจนกระทั่งตอนนี้ ณฉัตรลังเลอยู่เพียงชั่วครู่ก่อนจะกดรับรับโทรศัพท์

อยู่ไหน คนปลายสายเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงห้วนปนหงุดหงิด จนณฉัตรจับความรู้สึกได้ เขาคงรู้เรื่องเมื่อวันก่อนแล้ว

“ฉันอยู่ข้างนอกค่ะ”

“กับไอ้อลันนะเหรอ”

ไม่ผิดจากที่คิด ณฉัตรกลืนก้อนฝืดลงคอ หลังจากที่รู้ว่าตัวเองท้อง สิ่งแรกที่เป็นกังวลและต้องรับมือให้ได้รวดเร็วที่สุดคือชานนท์ ถ้าหากเขารู้ว่าเธอท้องกับอลัน จะเกิดอะไรขึ้น

“ฉันอยู่คนเดียวค่ะ กำลังจะกลับแล้ว”

“รีบกลับมาที่คอนโด พี่มีเรื่องต้องคุยกับเธอ”

ตื้ดๆๆๆๆๆ

ณฉัตรมาถึงคอนโดอย่างรวดเร็ว สูดหายใจเข้าลึกๆก่อนจะเปิดประตูเข้าไปในห้อง ชานนท์นั่งรออยู่ด้วยท่าทางเคร่งเครียด บรรยากาศภายในห้องเต็มไปด้วยความอึดอัด และสายตาที่ชานนท์จ้องมองมายังณฉัตรนั้นมันก็ทำให้หญิงสาวหายใจไม่ออก

“ฉันกลับมาแล้วค่ะ”

“ไปไหนมา” ชานนท์ลุกขึ้นจากโซฟา เดินเข้ามาณฉัตร เขาเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงเย็นชา โดยที่สายตาไม่ละไปจากร่างบอบบางตรงหน้า ณฉัตร กระชับกระเป๋าที่สะพายไว้แน่น ภายในกระเป๋ามียาบำรุงครรภ์อยู่

“ไปเดินเล่นสูดอากาศมาค่ะ อยู่ในห้องมันเบื่อๆ” ณฉัตรโกหก

“ก็ดีที่แค่ไปเดินเล่น ไม่ได้ออกไปเล่นชู้กับผัวของพี่สาว”

“คุณชานนท์ค่ะ”

“ทำไม ทนฟังความจริงไม่ได้เหรอ อ่อ หรือคิดว่าไอ้การที่ไปแอบลอบมีอะไรกับพี่เขยไม่ใช่การเล่นชู้ เพราะว่าพี่สาวตัวเองตายไปแล้ว ก็เลยไม่รู้สึกผิดกับอะไร”

เพี้ยะ

ใบหน้าคร้ามคมของร่างสูงหมุนคว้างไปตามแรงตบ ความแสบแล่นริ้วอยู่บนใบหน้าแต่ก็ไม่เท่ากับความรู้สึกโกรธ ชานนท์กระตุกยิ้มมุมปากอย่างเย้ยหยัน เขาถูมุมปากตัวเองเบาๆ

“อย่าเอ่ยถึงเฌอร์ อย่าพูดถึงพี่สาวฉัน”

“เพราะว่ามันจะทำให้เธอรู้สึกผิดนะเหรอ รู้สึกรับตัวเองขึ้นมาไม่ได้รึไง”

“ฉันยอมรับว่าตัวเองเลว แต่คนเลวอย่างคุณก็ไม่มีสิทธิ์มาว่าฉัน”

“แล้วคนเลวอย่างเธอมันควรมีสิทธิ์ได้รับความสุขจากการมีไอ้อลันรึไง ทำพี่สาวตายไปคนนึงแล้ว อย่างน้อยเธอต้องหักห้ามความรู้สึกตัวเองบ้างสิ ไหนบอกว่าที่ผ่านมาต้องทนทุกข์ทรมานกับสิ่งที่ตัวเองทำ แล้วตอนนี้มันคืออะไร ความรู้สึกผิดนั้นมันหายไปจากใจเธอแล้วรึไง”

ณฉัตรชาวาบไปกับสิ่งที่ชานนท์พรั่งพรูออกมา ไม่มีคำไหนที่ผิดไปจากที่เขาพูด ความจริงมันกระแทกเข้าจู่โจมจนแทบยืนไม่ไหว

“ฉันรู้ดีว่าตัวเองไม่ควรจะได้รับความสุขอะไรทั้งนั้น ฉันก็เลยลงโทษตัวเองให้จมปรักทรมานทุกข์ทนอยู่กับคนอย่างคุณไงค่ะคุณชานนท์”

เส้นริ้วในสมองชานนท์ขาดผึงลงในวินาทีนั้น เขาคว้าแขนณฉัตรแล้วเหวี่ยงเธอลงบนโซฟา ร่างเล็กลงไปนอนจมอยู่บนโซฟาตัวโต ก่อนจะทันได้ตั้งตัวก็ถูกร่างหนาถ่าโถมขึ้นมาทาบทับไว้

“คุณชานนท์ปล่อยฉัตรค่ะ”

มือทั้งสองถูกตรึงไว้บนโซฟา ร่างกายณฉัตรหนักอึ้งด้วยแรงของคนบนร่าง เธอไม่อยากขยับตัวหรือดิ้นแรงมากนักเพราะกลัวว่าจะเป็นอันตรายต่อลูกในท้อง

“รู้มั้ยว่าทำไมฉันถึงปล่อยเธอไว้จนถึงตอนนี้” ชานนท์กดน้ำเสียงต่ำตั้งคำถามกับคนใต้ร่าง เขาตรึงเธอไว้ด้วยสายตาที่ยากจะเข้าใจ มันมีประกายไฟอยู่ในแววตานั้นหากแต่ก็ไหววูบและอ่อนลงในแทบทันที

“เพราะว่าเธอเหมือนเฌอร์มาล และในตอนที่ฉันมองเธอ แม้กระทั่งตอนนี้ ฉันก็ยังเห็นเฌอร์มาลในตัวเธอ เพราะอย่างนั้น...” น้ำเสียงชานนท์เริ่มสั่นพร่า ความรู้สึกของเขาก็เช่นกัน เขารู้สึกว่าตัวเองเปราะบางเหลือเกิน ยามที่จ้องมองดวงตาณฉัตร

“เพราะอย่างนั้น ฉันถึงไม่อยากให้แววตาที่เหมือนกับของเฌอร์มาล จ้องมองมาที่ฉันด้วยความรังเกียจและผิดหวัง”

“เธอจะเข้าใจไหมณฉัตร การที่ต้องติดอยู่กับความรู้สึกใดความรู้สึกหนึ่ง และความรู้สึกนั้นมันเกิดขึ้นเพียงกับคนๆเดียว แต่ว่าคนๆนั้นเขาไม่ได้อยู่แล้ว มันเป็นยังไง”

“คุณไม่ได้รู้สึกอะไรกับฉันเลย แต่คุณก็ยังทำอย่างนี้กับฉัน คุณไม่ได้อยากมีฉันไว้ แต่คุณก็ไม่ยอมปล่อยฉันไป ทำไมล่ะ” ณฉัตรถามด้วยห้วงน้ำเสียงที่ขาดหายไปในท้ายประโยค บางทีคำถามของเธออาจเป็นสิ่งที่เธอเองรู้ดีที่สุด

“เพราะว่าเธอเป็นเพียงสิ่งเดียวที่ทำให้ฉันรู้สึกเหมือนได้เข้าใกล้เฌอร์มาล แล้วรู้อะไรอีกอย่างมั้ย “ชานนท์แค่นหัวเราะออกมา

“เพราะว่าเธอรักไอ้อลันไง นั่นละฉันถึงไม่มีวันปล่อยเธอไป จำใส่หัวเอาไว้ณฉัตร เธอไม่มีวันได้อยู่กับมัน ไม่มีวัน” ชานนท์กดแรงบีบข้อมือณฉัตร แค่นน้ำเสียงออกมาราวกับคำราม ก่อนจะผละตัวเองออกมาจากร่างณฉัตร เขาถอยห่างเธอทันทีเพราะไม่อยากทำอะไรที่รุนแรง เขาไม่ใช่ผู้ชายที่นิยมทำร้ายร่างกายผู้หญิง แม้จะกราดเกรี้ยวมากมายขนาดไหนก็ตาม

“อย่าไปเจอมันอีก ไม่ว่าจะด้วยเหตุผลอะไร ต่อให้ต้องตายก็อย่าไปเจอมัน ไม่อย่างนั้นจะหาว่าฉันไม่เตือน” ชานนท์บอกด้วยน้ำเสียงเหี้ยมเกรียม เงียบกันไปชั่วครู่หนึ่ง ก่อนที่เขาจะออกคำสั่ง

“พรุ่งนี้เตรียมตัวออกงาน ทำหน้าที่ในฐานะว่าที่ภรรยาให้ดีที่สุด แล้วเราจะได้อยู่ด้วยกันอย่างสงบสุข” ชานนท์เอ่ยแค่นั้น เขาไม่หันไปมองณฉัตรซ้ำสอง ร่างสูงเดินออกไปจากห้อง เสียงกระแทกปิดประตูทำให้ณฉัตรสะดุ้งสุดตัว หญิงสาวรีบดีดตัวลุกออกขากโซฟา ก่อนจะวิ่งเข้าไปในห้องแล้วล็อกประตูห้องนอนอย่างแน่นหนา ร่างบางแนบแผ่นหลังไปกับบานประตูเงี่ยหูฟังเสียง เมื่อแน่ใจว่าชานนท์จากไปแล้ว จึงค่อยๆทรุดลงไปกองอยู่กับพื้นอย่างหมดแรง

“ฮึก ฮือออ”ณฉัตรยกมือขึ้นปิดปากตัวเองกลั้นเสียงสะอื้นไม่ให้ลอดออกมา

เราอยู่แบบนี้ไม่ได้ แม่จะทำให้หนูเป็นอันตราย แม่จะปกป้องหนูเองนะลูก

ดูเหมือนว่าการเริ่มต้นเช้าวันใหม่ ไม่ได้สวยงามอย่างที่คิดมากนัก นับตั้งแต่หัวรุ่ง ณฉัตรตื่นมาด้วยอาการวิงเวียนศีรษะ พะอืดพะอมจนรู้สึกอึดอัดไม่สามารถนอนต่อได้อีกต่อไป เธอรู้ตัวเองดีว่าคงเป็นอาการของคนแพ้ท้อง แต่ถึงอย่างนั้นก็ยังแอบหวังว่าเจ้าตัวน้อยที่อยู่ในร่างกายเธอจะประนีประนอม ไม่กลั่นแกล้งคนเป็นแม่ อายุครรภ์เพียงไม่กี่สัปดาห์ ยังไม่น่าจะแพ้ท้องรุนแรง หลังจากตื่นขึ้นมักพัก ณฉัตรหาอาหารให้ตัวเองทาน หากตัวคนเดียวคงปล่อยเลยตามเลยไม่หาอะไรใส่ท้อง แต่ในเมื่อตอนนี้เธอยังมีอีกหนึ่งชีวิตอยู่ในร่างกาย แบบแผนชีวิตจึงต้องปรับเปลี่ยน ณฉัตรทำโจ้กง่ายๆพร้อมกับดื่มน้ำผลไม้กล่องที่พอจะมีอยู่ในตู้เย็น เมื่อสำรวจว่าแทบจะไม่มีของกินอะไรเลย จึงตัดสินใจจะออกไปยังมินิมาร์ทใกล้ๆเพื่อหาซื้อของกินกักตุนไว้ อย่างน้อยในมือเช้าของวันต่อๆไป เธอคงมีอะไรที่พอจะใส่ท้องได้บ้าง หลังจากอาบน้ำแต่งตัวเสร็จเรียบร้อย จึงออกเดินไปยังมินิมาร์ทที่ตั้งอยู่ใกล้ๆ เลือกของกินและของใช้บางอย่างที่จำเป็นต่อหญิงตั้งครรภ์ เมื่อได้ของที่ต้องการทุกอย่าง ณฉัตรไม่ลืมที่จะแวะไปยังร้านขายหนังสือ ว่าที่คุณแม่มือใหม่ให้ความสนใจกับนิตยสารแม่และเด็ก รวมถึงหนังสือพัฒนาการลูกน้อยในวัยต่างๆ ยิ่งได้ลองอ่าน ยิ่งรู้สึกว่าการเป็นแม่คนช่างมหัศจรรย์กว่าอะไรทั้งหมด ณฉัตรใช้เวลาในร้านหนังสือนานพอสมควร เธอเลือกซื้อหนังสือนิตยสารที่เกี่ยวกับแม่และเด็กมาหลายสิบเล่ม เอาไว้อ่านประกอบความรู้ หลังจากเสร็จสิ้นทุกอย่างเวลาก็ล่วงเลยจนเกือบเที่ยง ก่อนกลับแวะซื้อชิฟฟอนเค้กและของหวานอื่นๆอีกหลายชนิด ไม่รู้ว่าเป็นอะไรไปถึงได้รู้สึกอยากกินของหวานแทนข้าวเสียอย่างนั้น  ณฉัตรหอบทุกอย่างกลับห้อง จัดข้าวของเข้าที่ ก่อนจะแกะราดหน้าทะเลที่แวะซื้อก่อนเข้าคอนโดออกมา แต่ทานได้เพียงคำสองคำก็มุ่ยหน้า แล้วไสถ้วยออกห่างตัว

"เมื่อกี้ยังอยากทานอยู่เลย " พึมพำกับตัวเอง รีบดื่มน้ำตาม ก่อนจะกันไปแกะกล่องเค้ก

“อื้มมมมมม”คนท้องกัดเค้กเนื้อนุ่มรสหวานละมุนเข้าเต็มคำ รู้สึกดีและมีความสุขอย่างมาก น่าประหลาด เธอเองไม่ได้เป็นคนที่โปรดปรานของหวานมากนัก แต่ตอนนี้กลับยัดเค้กทั้งชิ้นเข้าปากด้วยความเอร็ดอร่อย

ตรู้ดดดดดดดดด

 เสียงมือถือดังขัดจังหวะการกิน ณฉัตรปาดครีมเค้กออกจากนิ้ว ก่อนจะหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาดู เป็นชานนท์ที่โทรเข้ามา

“ค่ะ”

เตรียมตัวสำหรับออกงานคืนนี้ด้วย จะให้คนส่งชุดและช่างแต่งหน้าทำผมไปให้  คนปลายสายเอ่ยแค่นั้น ก่อนจะตัดสายทิ้ง ณฉัตรดูเวลาบนหน้าจอมือถือ ตอนนี้เป็นเวลาบ่ายโมง อีกไม่นานในห้องนี้คงวุ่นวายไปด้วยช่างแต่งหน้าทำผม หญิงสาวรีบจัดการเค้กตรงหน้าให้หมด ก่อนจะรีบจัดแจงตัวเอง เพื่อเตรียมตัวให้พร้อมสำหรับทำตามคำสั่งของชานนท์

ต้องทำตัวเชื่อฟังว่าง่ายและปกปิดเรื่องที่ตัวเองตั้งท้องให้ได้นานที่สุด จนกว่าจะคิดหาทางออกให้กับเรื่องนี้ได้

โรงแรมแกรนด์คริสตัล

เลาจ์หรูบนชั้นสามสิบสามของโรงแรมแกรนด์คริสตัล ถูกเนรมิตเป็นงานเลี้ยงสังสรรค์ในกลุ่มผู้ถือหุ้นและผู้บริหารในเครือโรงแรม ดูผิวเผินก็เหมือนงานสังสรรค์หรูหราทั่วๆไป หากแต่คนบางกลุ่มรู้ดีว่างานวันนี้จัดขึ้นเพื่อวัตถุประสงค์ใด ในช่วงไตรมาสหลัง ผลประกอบการโรงแรมทั้งสาขาหลักและในเครือค่อนข้างสุ่มเสี่ยง อีกทั้งไม่นานมานี้คนในยังสร้างปัญหาโดยการปั่นหุ้นโรงแรม สร้างความเสื่อมเสียชื่อเสียงในวงกว้าง เพราะฉะนั้นวันนี้จึงจัดงาน เพื่อต้องการให้ทุกคนมาอยู่รวมกัน และประเมินดูภาพรวม ถึงทิศทางในการบริหารรวมถึงปฏิกิริยาที่มีต่อผู้บริหารคนปัจจุบัน พูดง่ายๆคือการประเมินว่า ฝ่ายไหนเป็นฝ่ายไหน เพราะเดิมทีทั้งผู้บริหารและผู้ถือหุ้นก็แตกเสียงกันอยู่กลายๆ

“วันนี้ยังไงต้องเรียกความเชื่อมั่นกลุ่มผู้ถือหุ้นกลับมาให้ได้ ไม่ใช่วาระการประชุมอย่างเป็นทางการก็จริง แต่ก็รู้กันอยู่ ว่าคนที่มางานคาดหวังอะไร”ที่ปรึกษาคนสนิทเอ่ยกับชานนท์ ประธานบริหารแกรนด์คริสตัลพยักหน้ารับทราบ เขาเข้าใจสถานการณ์ดีทุกอย่าง เพราะฉะนั้นหน้าที่ของเขาคือการเรียกความเชื่อมั่นของผู้ถือหุ้นทีมบริหารกลับมา

“ผมเข้าใจเรื่องนั้นดี ที่ยังเป็นกังวลคือพวกตัวเหลือบที่คอยขัดแข้งขัดขาผมอยู่เสมอ กำจัดยังไงก็ไม่หมดสักที”ชานนท์จิบไวน์ขาวในแก้วที่ถืออยู่ สายตาซัดทอดไปทางกลุ่มนักธุรกิจอาวุโสที่จับกลุ่มคุยกัน กลุ่มคนเหล่านี้นคือทีมบริหารชุดเก่า เป็นคนของอดีตพ่อตาเขา แม้กิจการจะถูกควบแต่บุคคลเหล่านี้. ยากแก่การกำจัดให้หมดไปในคราวเดียว เพราะจะส่งผลต่อโครงสร้างในการบริหารงาน ชานนท์ จึงจำยอมเก็บหอกข้างแคร่เหล่านี้ไว้

“คนพวกนั้นจะไปทำอะไรได้ อย่างดีก็แค่ขัดแข้งขัดขา แต่ไม่มีอำนาจหรือกำลังสนับสนุนมากพอ ไม่ต้องกังวลเรื่องแบบนั้นหรอก”

ที่ปรึกษาบอกให้สบายใจ เขาจับตาคนกลุ่มนี้มาตลอด แต่ไม่เห็นความผิดปกติอันใดที่จะนำไปสู่ปัญหา จึงไม่อยากให้ความสนใจมากนัก

ณฉัตรมาถึงโรงแรมตามเวลานัดหมาย หญิงสาวสวยอ่อนหวานในชุดเดรสสีขาวสะอาด ที่ชานนท์ส่งมาให้ ผมสลวยถูกถักเป็นเปียคาดไว้ แล้วปล่อยผมยาวสยายถึงกลางหลัง ชานนท์คงต้องการให้เธอดูเหมือนเด็กสาวสดสวย บริสุทธิ์ผุดผ่องต่อหน้าแขกของเขา

“มาแล้วเหรอ”ชานนท์ระบายยิ้มละมุน พร้อมกับเดินไปต้อนรับว่าที่เจ้าสาวของเขาด้วยใบหน้ายิ้มแย้ม ร่างสูงโอบเอวประคองหลังเบาๆ แสดงความเป็นเจ้าของ

“ไม่ต้องพูดอะไร แค่ยิ้มและทำหน้ามีความสุขด็พอ”ชานนท์ก้มลงกระซิบใส่หูณฉัตร ก่อนจะพาเธอเดินเข้าไปในงานเพื่อพบปะแขกทุกคน

บรรยากาศภายในงานไม่เลวร้ายเท่าไหร่นักในความคิดของณฉัตร เธอแทบจะไม่ต้องพูดคุยกับใครเลยด้วยซ้ำ ที่ทำก็แค่ยืนส่งยิ้มโง่ๆแล้วทำตัวเหมือนสิ่งของชิ้นหนึ่งที่ชานนท์จะหยิบจะเหวี่ยงไปโอ้อวดใครต่อใครได้ตามแต่ใจ สำหรับเขาเธอคงมีประโยชน์เพียงอย่างเดียว นั่นคือความสวยงามที่ไม่ว่าใครก็ต่างพากันชื่นชมและตกตะลึง

“คุณชานนท์ค่ะ ฉัตรขอนั่งพักได้รึเปล่าคะ”ณฉัตรถามขึ้น เมื่อรุ้สึกว่าชานนท์พาเธอเดินรอบงาน จนรู้สึกเหนื่อยและวิงเวียนศีรษะนิดหน่อย

“เหนื่อยแล้วเหรอ”

“ค่ะ”

“งั้นพี่จะพาไปนั่ง”

ในที่สุดก็ได้นั่งพักอย่างสงบ โชคดีที่ไม่มีใครนั่งร่วมโต้ะ เพราะยังไม่ถึงเวลาเสิร์ฟดินเนอร์ แขกพากันจับกลุ่มพูดคุยและดื่มกันเป็นเสียส่วนใหญ่ บรรยากาศเต็มไปด้วยเสียงสนทนาของผู้คน

เคล้าคลอเสียงดนตรีแจส แล้วจู่ๆณฉัตรก็รู้สึกได้ว่าเสียงผู้คนเงียบลงไปถนัดเหลือเพียงเสียงดนตรี และดูเหมือนว่าสายตาของทุกคนจะจับจ้องไปยังทิศทางเดียวกัน ณฉัตรจึงมองตามสายตาผู้คนเหล่านั้นด้วยอยากรู้ว่ามีใครหรือสิ่งใดที่ดึงความสนใจของพวกเขา

“นั่นมัน..”

“ใช่เธอเหรอ”

“แล้วข้างๆนั่นมัน…”

“นายแพทย์อลันนี่”

ณฉัตรตัวแข็งทื่อ การปรากฏตัวของอลันไม่เพียงแต่สร้างความตกใจให้กับเธอ แต่คนอื่นๆก็มีความตกใจระคนแปลกใจเป็นอย่างมาก เมื่อผู้บริหารสูงสุดในเครือปรีชาเวชย์ปรากฏตัวขึ้นพร้อมกับ   อลิสา ลูกสาวเจ้าของกิจการโรงแรมคนเก่าและอดีตภรรยาประธานบริหารโรงแรมแกรนด์คริสตัล ใครๆก็รู้ว่าพวกเขาจบกันไม่สวย ทั้งเรื่องความสัมพันธ์และการทรยศหักหลังในธุรกิจ เพราะฉะนั้นเป็นเรื่องแปลกประหลาดไม่น้อยที่คนทั้งสองปรากฏตัวในงานเลี้ยงภายในแบบนี้

“ใครเชิญสองคนนี้มา”ที่ปรึกษาเอ่ยถามชานนท ผู้บริหารหนุ่มก็อยากถามคำถามเดียวกันนี้ แต่เมื่อเห็นว่ากลุ่มกรรมการบริหารอวุโสเข้าไปต้อนรับ ทุกอย่างจึงไขข้อสงสัย

“ไหนคุณบอกว่าไอ้แก่พวกนั้นจะไม่สร้างปัญหาให้กับผมไง”ชานนท์บดกรามแน่น สีหน้าเขาฉาบตึง แต่ยังเก็บอาการไว้ได้ ที่ปรึกษาคนสนิทหน้าถอดสีในทันที

“ก็คนพวกนั้นไม่เคยทำตัวมีปัญหามาก่อน ผมไม่คิดว่าจะเป็นแบบนี้”

“ไม่สร้างปัญหา แต่นำตัวปัญหามาเหยียบถึงที่”ชานนท์กระแทกแก้วไว้ลงบนถาดของบริการที่รอรับ สายตาเขาจดจ้องไปยังตัวปัญหาที่เอ่ยถึง รวบรวมสติและตั้งรับกับสิ่งที่กำลังจะเกิดขึ้น

“สวัสดีครับคุณอลัน สวัสดีอลิส ผมไม่คิดมาก่อนว่าจะได้มีโอกาสต้อนรับพวกคุณในงานภายในแบบนี้ เพราะผมไม่ได้บอกหรือเชิญคนนอก”ชานนท์เข้าไปทักทายอลันกับอลิสาที่กำลังจับกลุ่มยืนคุยกันอยู่ นายแพทย์ใหญ่ส่งยิ้มที่เคลือบไปด้วยยาพิษร้ายแรงนั่นให้กับชานนท์

“ผมมาตามคำเชิญของผู้หลักผู้ใหญ่ พอดีวิชั่นและทัศนคติหลายๆอย่างของผม เป็นไปในทิศทางเดียวกับพวกท่าน แล้วอีกอย่างผมกำลังศึกษาธุรกิจการโรงแรมอยู่ด้วย หวังว่าจะได้รับคำแนะนำจากผู้มีประสบการณ์นะครับ”อลันยื่นมืออกไปตรงหน้า ชานนท์ไม่มีทางเลือกอื่น เขากดความรู้สึกที่อยากกระโดดถีบยอดหน้าคนตรง หน้าไว้จนลึกสุด ก่อนจะยื่นมือออกไปจับ คนทั้งสองเขย่ามือกันเบาๆ อลิสาแอบยิ้มสะใจอยู่ข้างๆ

“งั้นเชิญ คุนอลันร่วมโต๊ะกับผมดีกว่า เราจะได้คุยกันสะดวก”ชานนท์ผายมือเชื้อเชิญก่อนจะเดินนำไป อลันพาอลิสาเดินตามไปยังโต๊ะ. ซึ่งมีคนเพียงคนเดียวนั่งอยู่

“ที่รักครับดูสิพี่พาใครมา”ชานนทฺ์เดินเข้าไปหาณฉัตร โอบเอวหญิงสาวไว้ด้วยท่าทางแสดงความเป็นเจ้าของ ณฉัตรไม่รู้ว่าตัวเองต้องทำหน้ายังไงเมื่อไม่ได้เตรียม

ใจไว้สำหรับสถานการณ์แบบนี

“สวัสดีค่ะคุณอลัน สวัสดีค่ะคุณอลิสา”ณฉัตรยกมือไหว้คนทั้งสอง อลิสากรีดยิ้มด้วยความเสแสร้ง หญิงสาวยกมือขึ้นคล้องแขนอลัน ทำราวกับว่าเป็นเจ้าข้าวเจ้าของเขา ซึ่งอลันเองไม่ได้มีท่าทีปฏิเสธแต่อย่างใด กลับกัน เขามีใบหน้ายิ้มแย้มดูพึงพอใจ และไม่ชายตาแลณฉัตรแม้แต่น้อย นั่นทำให้หญิงสาวรู้สึกปวดแปลบอยู่ลึกๆ และจู่ๆก็รู้สึกคลื่นไส้ขึ้นมาอย่างน่าประหลาด

“สวัสดีค่ะคุณณฉัตร ตั้งแต่วันนั้นก็ไม่เคยเจอกันอีกเลย สบายดีนะคะ”อลิสาชวนคุย

“ก็ดีค่ะ”ตอบไปทั้งๆที่ไม่กล้าเงยมองหน้าคนทั้งสอง รู้สึกได้ถึงแรงบีบตรงแขน

“ไปนั่งกันเถอะครับ อย่ายืนคุยกันแบบนี้เลย”ชานนท์เชื้อเชิญ ทุกคนจึงนั่งลง  ประจวบกับถึงเวลาเสิร์ฟดินเนอร์พอดิบพอดี แขกเหรื่อทั้งหลายจึงนั่งประจำที่ของตน และเมนูแรกก็ถูกเสิร์ฟออกมาวางอยู่ตรงหน้า ซุปเห็ดทรัฟเฟิลครีมขาวข้นพร้อมรับประทาน กลิ่นหอมโชยลอยอยู่เหนือถ้วยซุป เสิร์ฟพร้อมกับขนมปังชั้นดี

“ซุปนี่รสชาติดีมากเลยนะ ที่รักลองชิมดูสิครับ”ชานนท์เชื้อเชิญให้ณฉัตรลองชิมถ้วยในซุป หญิงสาวได้แต่จ้องมองไปยังซุปข้นในถ้วยแล้วชั่งใจ กลิ่นของซุปอาจจะหอมกรุ่นสำหรับคนอ่น แต่สำหรับเธอมันชวนคลื่นเหียน ณฉัตรไม่นึกอยากชิมซุปตรงหน้าสักนิด แต่ก็ต้องจำทนหยิบช้อนขึ้นมาตักแล้วส่งเข้าปาก

รสชาติไม่ได้แย่มาก อร่อยด้วยซ้ำ แต่กลิ่นเกินทน

“ทานเยอะๆนะครับ”ชานนท์บอกกับณฉัตร สายตาของเขาเหลือบไปยังคนที่นั่งอยู่ฝั่งตรงข้าม เยื้องไปอีกสามสี่ที่นั่ง อลันไม่ได้มองมายังเขาและณฉัตรเลย กลับกัน เขากำลังพูดคุยอย่างออกรสออกชาติกับกลุ่มผู้ถือหุ้น โยมีอลิสาคอยรับส่งบทสนทนา และอากัปกิริยาที่หัวเราะคิกคักนั่นกทำให้เขาหงุดหงิดไม่น้อย

เมนูแรกผ่านไป ณฉัตรกล้ำกลืนฝืนกินซุปได้เพียงไม่กี่คำก็ต้องวางมือ กลิ่นซุปแรงเสียจนเธออยากชะย้อนทุกอย่างออกมาเสียด้วยซ้ำ เมื่อบริกรเก็บถ้วยซุปกลับไปจึงค่อยรู้สึกหายใจโล่งขึ้นมาหน่อย แม้ว่าอยู่ในระหว่างมื้ออาหาร ที่เสิร์ฟแต่เมนูหรูรสเลิศ แต่ความสนใจกลับตกอยู่ที่ตัวบุคคลมากกว่าอาหารเลิศรสตรงหน้า ผู้ถือหุ้นรายใหญ่ต่างพากันให้ความสนใจกับอลัน ณฉัตรไม่รู้ว่าพวกเขาพูดคุยกันด้วยเรื่องใด รู้แต่เพียงชานนท์ไม่สบอารมณ์อย่างที่สุด สีหน้าของคนที่นั่งข้างกันเริ่มแปรเปลี่ยนเป็นตึงเครียด ชานนท์ไม่แตะต้องอาหาร หากแต่ดื่มไวน์ไปหลายต่อหลายแก้ว จนณฉัตรนึกกลัวว่าเขาจะขาดสติ แล้วเผลอทำเรื่องที่ไม่เข้าท่า แต่ชานนท์เงียบไปถนัด เงียบจนน่ากลัว มีบางครั้งที่ณฉัตรแอบเหลือบไปมองอลัน แล้วความรู้สึกบางอย่างก็วิ่งปราดคล้ายกับทำให้เลือดสูบฉีด มันเป็นความรู้สึกอบอุ่นใจอย่างน่าประหลาด เมื่อนึกว่าพ่อของลูกอยู่ใกล้แค่เอื้อม แต่ในวินาทีถัดมาหัวใจที่ฟูฟ่องก็ถูกบีบจนลีบฝ่อ เมื่อรับรู้ได้ว่าเธอไร้ตัวตนสำหรับเขา อลันไม่แม้แต่จะปรายตามองหรือให้ความสนใจกับเธอแม้แต่เพียงนิด ซึ่งมันก็ดีแล้วสำหรับสถานการณ์ทุกอย่างในตอนนี้ แต่ถึงอย่างนั้นก้อดจะรู้สึกปวดร้าวอยู่ลึกๆภายในใจ ณฉัตรจมดิ่งกับความรู้สึกนั้น ก่อนที่บางอย่างจะดึงเธอกลับสู่สภาวะปกติ กลิ่นของอาหารที่บริกรเพิ่งวางเสิร์ฟลงตรงหน้าแทบจะทำให้ณฉัตรเด้งตัวลุกขึ้นทันที กลิ่นอาหารนั้นทั้งแรงและเหม็น ชวนให้พะอืดพะอมจนอยากอาเจียนเสียเดี๋ยวนี้ ใบหน้าหวานเหยเก จ้องมองเมนูล็อบเตอร์มักกะโรนีอบชีส ราวกับเป็นอาหารที่น่าสะอิดสะเอียด กลิ่นชีสที่เคยหอมกรุ่นกลับเป็นกลิ่นที่น่าสะอิดสะเอียด

“อุปส์”ณฉัตรยกมือขึ้นมาปิดปากตัวเอง อยากจะลุกหนีออกจากโต้ะเต็มที แต่เพราะชานนท์นั่งอยู่ข้างๆกัน และเขาคงประกบติดเธอตลอดเวลา หากเธอแสดงอาการแพ้ท้องและเหม็นกลิ่นอาหารเหล่านี้จนอาเจียน เขาต้องสงสัยและหาทางบีบคั้นเอาความจริงจากเธอเป็นแน่ เพราะฉะนั้นจึงได้แต่อดกลั้น พยายามไม่แตะอาหารตรงหน้าแม้แต่นิด

“ทำไมไม่ทานล่ะ”ในที่สุดชานนท์ก็สังเกตได้ว่าณฉัตรไม่แตะอาหารตรงหน้าเลย เขามองณฉัตรนิ่งแล้วซัดทอดสายตาไปยังอลัน ที่กำลังคุยอยากออกรสออกชาติถึงโปรเจคการลงทุนในต่างประเทศ ชานนท์ยื่นมือออกไปตักอาหารให้กับณฉัตร ใช้สายตากดดันให้เธอรับประทานอาหารในจาน

“ทำหน้าเหมือนกินอะไรไม่ลง เพราะว่าอาหารไม่อร่อยหรือเป็นเพราะอย่างอื่นกันแน่”ณฉัตรรู้สึกว่าชานนท์กำลังพาลทุกอย่างแล้วใช้เธอเป็นที่รองรับอารมณ์ของเขา

“ฉันแค่รู้สึกอิ่มแค่นั้นค่ะ”

“อิ่มหรือจุกจนกลืนอะไรไม่ลง”

ณฉัตรสูดลมหายใจตัวเองเข้าลึกๆ ไม่อยากต่อล้อต่อเถียงกับเขา แข็งใจตักอาหารตรงหน้าขึ้นมาแล้วช้อนเข้าปากอย่างรวดเร็ว

“ฮึก..อือ”

มันแทบจะขย้อนออกมาทันทีในวินาทีแรก ทั้งกลิ่นและรสชาติทรมานกันอย่างที่สุด ชานนท์ทำสีหน้าพอใจที่เขามีอำนาจเหนือณฉัตร สามารถบังคับเธอได้ ณฉัตรยื่นมือสั่นเทาหยิบแก้วน้ำตรงหน้าแล้วยกขึ้นดิ่ม มันไม่ได้ช่วยให้รู้สึกหายพะอืดพะอมแม้แต่น้อยกลับกัน เธออยากอาเจียนพุ่งลงบนโต๊ะเสียตั้งแต่ตอนนี้

“ฉะ ฉัตร”

“คุณชานนท์ครับ เชิญทางนี้สักครู่”ที่ปรึกษาของชานนท์เดินเข้ามาแล้วกระซิบเรียกให้เขาลุกไปจากโต๊ะ ทั้งสองคนสื่อสารกันผ่านสายตา ชานนท์รู้ว่าคงเป็นเรื่องสำคัญ เขาหันไปดูอลันและอลิสาที่นั้งอยู่ปลายโต้ะของอีกฝั่ง ก่อนจะลุกตามที่ปรึกษาของเขาไป ทันทีที่ชานนท์คล้อยหลัง ณฉัตรไม่อาจทนนั่งอยู่ที่โต๊ะอาหารได้ต่อ หญิงสาวลุกพรวดออกจากโต๊ะ แล้วตรงดิ่งไปยังประตูทางออกอันนำไปสู่ห้องน้ำหญิงด้วยท่าทีกึ่งเดินกึ่งวิ่ง

“เรียกผมออกมาจากโต๊ะ ถ้าไม่ใช่เรื่องสำคัญจริงๆ ผมเล่นงานคุณแน่”ชานนท์เอ่ยกับที่ปรึกษาของเขา ทั้งสองอยู่กันตามลำพังในห้องพักวีไอพี

“ผมสืบรู้แล้วครับว่าทำไมหมออลันกับคุณอลิสถึงมาอยู่ในงานได้”ชานนท์มีท่าทีให้ความสนใจทันที เขาอยากรู้เหลือเกินว่าคนทั้งสองปรากฏตัวขึ้นในถิ่นของเขาด้วยเหตุผลอะไร

“พวกกรรมการบริหารอาวุโสเป็นคนเชิญมา คนพวกนี้กำลังร่วมมือกันทำอะไรบางอย่าง โดยมีคุณอลิสาเป็นตัวเชื่อมระหว่างหมออลันกับพวกเขา”

ไม่ผิดไปจากที่ชานนท์คาดการณ์ พวกหอกข้างแคร่กำลังสร้างปัญหาให้กับเขา

“ทำอะไรบางอย่างคืออะไร”

“มีข่าวลือว่าหมออลันสนใจหุ้นของโรมแรมแกรนด์คริสตัล โครงการเมกะโปรเจคศูนย์การแพทย์ที่ฟิลลิปปินส์ เขาอยากสร้างโรงแรมเพื่อรองรับลูกค้าซึ่งเป็นญาติผู้ป่วยที่เข้าไปรับการรักษาที่นั่น ทำแบบเซอร์วิสครบวงจร คุณชานนท์เข้าใจใช่ไหมว่ามันหมายถึงอะไร”ที่ปรึกษาเอ่ยอย่างตื่นเต้นแววตาเป็นประกาย หากโรงแรมแกรนด์คริสตัลได้ร่วมในโปรเจคนี้ เท่ากับเป็นการกอบกู้สถานการณ์ที่สุ่มเสี่ยงของโรงแรมได้เป็นอย่างดี แต่ชานนท์คิดกลับกับ คนอย่างอลัน ปรีชาไวยกิจนะเหรอ จะยอมหยิบยื่นโอกาสงามให้กับเขา โดยทีไม่มีอะไรเบื้องหน้าเบื้องหลัง

“นี่มันข่าวดีชัดๆนะครับ ผมว่าแทนที่เราจะระแวง เปลียนมาเป็นสานสัมพันธ์แล้วก็ดึงเขามาร่วมงานกับทางเราไม่ดีกว่าเหรอครับ”

“คุณคิดว่าคนอย่างนายแพทย์อลัน จะเดินเข้ามายื่นทองให้กับคนอื่นฟรีๆนะเหรอ ผู้ชายคนนั้นร้ายกาจกว่าที่คุณคิด”

อ้วกกกกกกกกกกกกก

เศษอาหารพุ่งลงชักโครกเป็นระลอก ณฉัตรโก่งคออาเจียนเสียงดังโอ้กอ้าก ทุกอย่างที่กินเข้าไปขย้อนออกมาจากกระเพาะอาหาร ณฉัตร พยุงตัวเองพิงไปกับฝาผนังห้องน้ำ ปาดหยดน้ำตาไหลอาบแก้มออกลวกๆ ปรับการหายใจของตัวเองให้เป็นปกติ ยังคงคลื่นไส้อยู่แต่อาเจียนไม่ออก เวลาผ่านไปหลายนาที จึงออกมาจากห้องน้ำ เปิดน้ำบ้วนปาก หญิงสาวยืดตัวตรงจ้องมองเงาที่สะท้อนในกระจก ใบหน้าที่แต่งแต้มด้วยเครื่องสำอางซีดเผือดและมีเม็ดเหงื่อเกาะพราว

“อีกนิดเดียวฉัตร อีกนิดเดียว หนูก็อดทนเพื่อแม่นะคะลูก แค่นิดเดียว เดี๋ยวแม่จะพากลับบ้าน”ณฉัตรลูบท้องตัวเอง ดึงทิชชู่ออกมาเช็ดหน้าเช็ดตาแล้วทำตัวให้เป็นปกติมากที่สุด ก่อนจะทำใจออกไปเผชิญกับความจริงอีกครั้ง

“ว้าย”

แขนเล็กถูกดึงกระชากแล้วลากยังทางบันไดหนีไฟทันทีที่ผ่านพ้นประตูห้องน้ำออกมา ร่างบางปลิวหวือติดมือใครบางคนไป เธอสับเท้าก้าวเร็วๆตามจังหวะรีบเร่งของเขา ไม่มีเวลาแม้แต่จะเอ่ยทักท้วง เพราะกว่าจะเอ่ยคำพูดออกมาได้ ก็ถูกพาออกมายังลานจอดรถที่โล่งกว้าง

“คุณอลันค่ะ ปล่อยฉัตรก่อนค่ะ”ณฉัตรร้องบอก เมื่อฝีเท้าช้าลงและคนที่เดินนำอยู่หยุดชะงัก ร่างสูงหันมาสบตากับคนตัวเล็ก เขาถอยตัวเองออกห่าง แต่ไม่ยอมปล่อยมือ สายตาสำรวจใบหน้าเหมือนต้องการแสกนให้ทะลุปรุโปร่ง

“คุณอลันมีอะไรรึเปล่าค่ะ”ณฉัตรกลั้นใจถามออกไป ไม่อยากสะบัดตัวแล้วหนีเขาไปในตอนนี้ อะไรบางอย่างมันดึงรั้งเธอไว้ แม้รู้ว่าเสี่ยงที่ชานนท์จะมาพบเห็น

“ไม่สบายเป็นอะไร”น้ำเสียงที่ถามไม่ได้แข็งกระด้างเหมือนใบหน้าบึ้งตึงที่กำลังแสดงอยู่ ฟังก็รู้ว่าเป็นห่วง ณฉัตรส่ายหน้าเบาๆ

“ฉัตรไม่ได้เป็นอะไรค่ะ”

“โกหก ก็เห็นอยู่ว่าหน้าซีด แล้วบนโต๊ะอาหารก็ทำท่าเหมือนไม่สบาย เหมือนจะอาเจียนยังไงยังงั้น”ณฉัตรชะงักไปกับสิ่งที่ได้ยิน ตลอดเวลาบนโต๊ะดินเนอร์ เธอคิดว่าอลันไม่สนใจไม่เหลียวมองมาที่เธอด้วยซ้ำ แต่กลับกลายเป็นว่าเขาคอยสังเกตเธอตลอดเวลา แค่รู้ว่าเขาไม่ได้เมินหรือยังคงปรายตามองเธอบ้าง แค่นั้นก็รู้สึกดีจนเกินบรรยาย

“คือ ฉัตรเครียดนิดหน่อยค่ะ เลยไม่อยากทานอะไร ฉัตรบายดีค่ะ คุณอลันไม่ต้องเป็นห่วงนะคะ”ณฉัตรฝืนยิ้ม ทำเหมือนตัวเองกำลังสบายดี ทั้งที่ตอนนี้แทบยืนไม่ไหว อลันไม่วางใจมากนัก เขารู้จักณฉัตรดีพอสมควร ต่อให้ไม่สบายจริงๆ เด็กดื้อคนนี้ก็จะบอกว่าสบายดี

“รู้รึเปล่าว่ากำลังโกหกหมออยู่นะ เป็นคนไข้ที่ไม่น่ารักเลย”อลันยื่นมือออกไปแตะปลายจมุกเบาๆ ร่างสูงขยับเข้ามาประชิดร่างบาง แล้วประคองเธอไว้

อึก อึก

ณฉัตรก้าวถอยหลังดีดตัวออกจากร่างสูงแทบจะทันที สองมือยันแผงออกไม่ให้เขาเข้ามาใกล้ เมื่อได้กลิ่นน้ำหอมที่โชยออกมาจากตัวเขา มันกระตุ้นให้เธออยากอาเจียนออกมาเสียเดี๋ยวนั้น

“คุณอลันอย่าเข้ามาใกล้ฉัตรค่ะ”

ท่าทีที่แสดงออกเหมือนว่ารังเกียจกันไม่อยากให้เข้าใกล้นั้น สร้างความงุนงงงให้กับอลันอย่างที่สุด

“เป็นอะไรไป”

“อย่าเข้ามาค่ะ คุณอลันหยุดอยู่ตรงนั้นแหละ”ณฉัตรยกมือขึ้นห้าม ตั้งป้อมกันไม่ให้อลันเข้ามาใกล้ตัวเอง กลิ่นน้ำหอมของเขาแทบจะทำให้เธออาเจียนลงตรงนี้

“ไม่สบายเหรอ เป็นอะไร”อลันถามอย่างเป็นห่วง ใบหน้าเรียวซีดเผือดและมีเหงื่อผุดพราว ตั้งแต่บนโต๊ะดินเนอร์ เขาทำเหมือนไม่ให้ความสนใจเธอ ทั้งที่ความจริงสายตาไม่อาจจะละไปจากเธอได้ เพียงแค่เห็นสีหน้าท่าทางที่เหมือนคนป่วย ก็แทบเต้นเร่า อยากลุกขึ้นไปกระชากดึงตัวเธอออกมาจากไอ้สาระเลวนั่นเป็นที่สุด

“เปล่าค่ะ ฉัตรไม่ได้เป็นอะไร ฉัตรขอตัวก่อนนะคะ”ณฉัตรถอยตัวออกห่าง ทำท่าจะวิ่งไปจากตรงนั้น แต่ถูกอลันดึงกระชากเข้าสู่อ้อมอกทันที ใบหน้าซุกไปจนจมออกของเขา

“ทำไม หรือว่ารังเกียจ”

ณฉัตรส่ายหน้าอยู่บนออกเขา อยากบอกให้เขารู้เหลือเกินว่าเธอแพ้ท้อง แล้วยิ่งเขาเข้ามาใกล้ ก็เหมือนว่าเจ้าตัวน้อยในท้องจะกลั่นแกล้งกัน

อย่าเกเรกับแม่สิค่ะคนดี

ฮึก อึก...

“ปะ ปล่อยค่ะ”

“ไม่”

อลันกดศีรษะให้แนบไปกับอกเขา โอบกอดคนตัวเล็กไว้ไม่ยอมปล่อย คนตัวโตไม่รู้เลยว่าเมียแพ้กลิ่นน้ำหอมตัวเอง ได้แต่คิดว่าณฉัตรกลัวว่าชานนท์จะมาพบเห็นตอนเธออยู่กับเขา ซึ่งเขาไม่กลัวและไม่สนอะไรทั้งนั้น

“ฮึก อื้อ อ้วกกกกกกกกกกกกกกกก”

ณฉัตรอดกลั้นไว้ไม่ไหวอีกต่อไป น้ำหอมกลิ่นArmani Code Men EDT เล่นงานเข้าให้แล้ว

ของเหลวเหนียวหนืดที่ผ่านการย่อยไปบางส่วนซึมเปรอะเปื้อลงบนสูทอาร์มานิ ณฉัตรอาเจียนใส่หน้าอกของเขา คนตัวเล็กขยุ้มชุดสูทรกำแน่นแล้วอาเจียนออกมาเป็นระลอก จนกระทั่งเหลือเพียงน้ำลาย

“ฮึก ฮือออออ ฉัตรบอกแล้วว่าห้ามคุณอลันเข้ามาใกล้”คนตัวเล็กสะอึกสะอื้นพลางใช้หลังมือเช็ดปากตัวเอง อลันที่ตกใจจนนิงอึ้งไปได้สติ เขาปาดน้ำตาออกจากแก้มใส จ้องมองด้วยสายตาสุดแสนจะเป็นห่วง

“ไม่สบายขนาดนี้ยังกล้าโกหกหมออีกว่าไม่เป็นไร ทำไมถึงได้เป็นคนไข้ที่ดื้อนักน่ะ เป็นเมียหมอ ห้ามดื้อกับหมอรู้มั้ย”

“ฮึก ฮือ เพราะคุณอลันนั่นแหละ”ณฉัตรทุบไหล่คนตัวโตเบาๆเหมือนโกรธ

“อะ อ้าว ทำไมถึงเป็นเพราะพี่ล่ะ”อลันถามอย่างงุนงง

“ฉัตรเหม็นคุณอลัน”

“………………….”

อลันหมดสิ้นคำพูด ได้แต่ทำหน้าตาโง่ๆ ตามประสาคนที่เมียเหม็นขี้หน้า ได้แต่ตั้งคำถามกับตัวเอง

กูทำอะไรผิด!

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น