Finland (ช้อย)

เปิดเรื่องใหม่แล้วนะค๊า ช่วยกันเม้นเยอะ ๆ ช้อยจะได้มีกำลังใจ ขอบพระคุณค่าที่อยู่ด้วยกันมาตลอด / กราบ

Chapter 35 : ก็กูรักมึงไง...!!

ชื่อตอน : Chapter 35 : ก็กูรักมึงไง...!!

คำค้น : ดอกหญ้าที่ปลายฟ้า,คนคุก,เด็กแว้นที่รัก,รักร้าย ๆ สไตล์ลูกทุ่ง,กุมหัวใจมังกร,แสงสว่างแห่งรัก,ไอ้พี่เขยจอมหื่น,เด็กขายน้ำกับชายขี้เหงา,ทหารเกณฑ์ฉ่ำรัก,finland,ช้อย,

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 14.3k

ความคิดเห็น : 141

ปรับปรุงล่าสุด : 06 พ.ค. 2560 07:17 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 300
× 0
× 0
แชร์ :
Chapter 35 : ก็กูรักมึงไง...!!
แบบอักษร

ไนท์........................

หลายวันมานี้ตั้งแต่ผมพ้นโทษออกมาอย่างงง ๆ  ผมก็สังเกตเห็นไอ้อาร์มมันเปลี่ยนไป มันซึมไม่ค่อยพูดค่อยจา

“เป็นอะไรไปวะ พักนี้กูเห็นมึงเครียด ๆ...?”  ผมเข้าไปกอดคอถามกับมัน

“เปล่าไม่มีอะไร”  มันคลี่ยิ้มบอกกับผม  มันก็คงมีเรื่องที่ต้องคิดบ้างแหล่ะ ผมก็ไม่อยากจะไปซักไซ้จุ้นจ้านกับมันมากนัก กลัวมันจะรำคาญ

ตอนนี้ผมไม่ได้ไปช่วยงานที่บ้านนายอีกแล้ว ผมก็กลับมาทำที่หน่วยของผมตามเดิม แต่ดูเหมือนเรื่องของใบหม่อนก็ยังคาราคาซังอยู่ ผมไม่ได้ข่าวคราวของเธออีกเลยนับจากวันที่ผมไปส่งเธอวันนั้น  ตกเย็นหลังจากทำงานเสร็จผมก็มาเตะตะกร้อกับเพื่อน ๆ เหมือนอย่างเคย ไอ้อาร์มมันยังไม่กลับได้ยินว่า ผบ.ร้อยเรียกไปพบ

“กูเลิกก่อนว่ะพวกมึงเล่นกันต่อเหอะ เหนื่อยชิบหาย”   ผมบอกกับพวกไอ้ออมไป แล้วเดินออกมานั่งที่ม้าหินอ่อนข้างสนาม  ไม่นานไอ้ภูมิก็เลิกเล่นแล้วตามมานั่งใกล้ ๆ ผม

“เอ่อคือ.. คือว่า”  มันอ้ำ ๆ อึ้ง ๆ เหมือนมีเรื่องที่จะพูด

“มีอะไรวะไอ้ภูมิ...?”  ผมถามมันไป

“ปะเปล่า”   มันรีบปฏิเสธ

“ไอ้ไนท์กูมีเรื่อง.....”   แล้วมันก็หันมาเหมือนจะบอกอะไรอีกครั้ง

“เป็นอะไรของมึงห๊ะ..? อ้ำ ๆ อึ้ง ๆ อยู่ได้”   ผมเริ่มชักรำคาญมันขึ้นมา

“ไอ้....”   มันยังไม่ทันที่จะได้พูดอะไร

“ไอ้ภูมิ..!!”  เสียงไอ้อาร์มก็ตะโกนดังขึ้นมาซะก่อน  ผมหันไปมองเห็นไอ้อาร์มมันรีบจ้ำอ้าวเดินเข้ามาหาพวกผม

“ไอ้ภูมิมึงไม่เป็นเล่นตะกร้อกับผัวมึงเหรอวะ...?”  ไอ้อาร์มมันถามไอ้ภูมิ

“ เออ เออ  ไปก็ได้วะ กูหายเหนื่อยแล้วเหมือนกัน”  แล้วไอ้ภูมิก็รีบวิ่งกลับไปเล่นตะกร้อกับไอ้ออมตามเดิม

“เหนื่อยมั้ยวะ...?”  ไอ้อาร์มมันถามกับผม

“นิดหน่อย กูเพิ่งเลิกเล่นมาเนี่ย แล้วมึงไปพบ ผบ. ทำไมวะ...?”  ผมถามมันกลับ

“ไม่มีอะไร ก็แค่เรียกไปคุยเฉย ๆ”  มันบอกกับผม ผมได้แต่พยักหน้ารับ

“กูไม่รู้ว่าจะมีโอกาสได้นั่งอยู่กับมึงแบบนี้ไปอีกนานแค่ไหน”   แล้วมันก็พูดขึ้นมาเบา ๆ

“ห๊ะ.. มึงว่าอะไรนะกูได้ยินไม่ถนัด...?”  ผมหันไปถามมันอีกครั้ง

“เอ่อคือ กูแค่คิดว่ากูอยากมีมึงอยู่ใกล้ ๆ แบบนี้ตลอดไป”  มันยิ้มตอบกับผม

“ถ้าปลดประจำการเมื่อไหร่เราก็ได้อยู่ด้วยกันตลอดไปไง”  ผมยิ้มบอกกับมันไปเพราะเราเคยสัญญากันเอาไว้  มันคลี่ยิ้มบางให้กับผม ผมไม่ได้คิดไปเองหรือรู้สึกไปเอง ไอ้อาร์มมันเหมือนมีเรื่องในใจจริง ๆ สีหน้ามันดูเศร้า ๆ ถึงแม้จะยิ้มก็ตาม

มึงเป็นอะไรกันแน่...?  กูเป็นห่วงนะเว้ย   ผมได้แต่เฝ้ามองมันไม่กล้าที่จะถามอะไรกับมันมากนัก

สองวันต่อมา

“ไอ้อาร์มมีแขกมาหา”  เพื่อนในค่ายวิ่งมาบอกมันขณะที่พวกเราเพิ่งกินข้าวเสร็จ

“ใครวะ....?”  มันพูดขึ้นมาเบา ๆ  ไม่นานนัก

ฮิ้ววววววววว  “แม่เจ้าโว้ย สวยอย่างกับนางฟ้า แม่เทพธิดาเดินดิน”   แล้วเสียงโห่ฮา ผิวปากก็ดังขึ้น  ผมกับไอ้อาร์มหันไปมอง

“พิม”  แล้วไอ้อาร์มก็พูดขึ้นมา  ผมหันไปมองเห็นหน้ามันเสียตกใจยืนนิ่งแทบไม่ขยับ

“อาร์มอยู่นี่เอง พิมตามหาซะทั่ว”  แล้วผู้หญิงสาวสวยที่ชื่อพิมก็รีบปรี่เข้ามาหามัน

หมับ...!! เธอรีบจับแขนไอ้อาร์มเอาไว้แน่น

“พิมมาได้ยังไงครับ..?”  ไอ้อาร์มรีบถามพร้อมกับพยายามแกะมือของเธอออก

“พิมมากับคุณหญิงแม่ค่ะ คุณหญิงแม่จะมาเยี่ยมอาร์มพิมเลยขอตามมาด้วย”   หญิงสาวยิ้มหน้าระรื่นบอกกับไอ้อาร์มไป

“เอ่อ.. คือ เพื่อนของอาร์มเหรอคะ...?”  แล้วเธอก็หันมามองทางผม

“ชื่อไอ้ไนท์เป็น.....”  ไอ้อาร์มมันยังพูดไม่ทันจบ

“เป็นเพื่อนกันใช่มั้ยคะ...? เราชื่อพิมเป็นคู่หมั้นของอาร์ม ยินดีที่ได้รู้จัก”   สิ้นเสียงที่เธอแนะนำตัวผมต้องสะอึกยืนนิ่งทำอะไรไม่ถูก หน้าชาเหมือนโดนใครตบเข้าที่หน้าฉาดใหญ่ๆ

“พิมพ์แล้วแม่อยู่ที่ไหน...?”  ไอ้อาร์มรีบเปลี่ยนเรื่องคุยทันที 

“คุณหญิงแม่อยู่ในห้องกับผู้พันค่ะ อาร์มใจร้ายมากเลยนะไม่ติดต่อพิมไปเลย พิมเสียใจนะคะ”  พิมพูดเหมือนกับน้อยใจไอ้อาร์ม ยิ่งผมได้ยินมันยิ่งเจ็บเหมือนมีใครเอามือมาบีบเข้าที่ขั้วหัวใจแรง ๆ  ผมอยากเดินไปจากตรงนี้แต่มันก้าวขาไม่ออก

“พิมเรามีเรื่องต้องคุยกัน”  แล้วไอ้อาร์มมันก็บอกกับพิม

“อ๋อถ้าเป็นเรื่องแต่งงาน คุณพ่อของอาร์มท่านได้เกริ่นกับพ่อพิมเอาไว้แล้ว เราให้ทางผู้ใหญ่จัดการดีกว่าเน๊อะ”  พิมยิ้มหน้าบานบอกกับไอ้อาร์มไป  ผมทนฟังต่อไปไม่ไหวอีกต่อไป  ตอนนี้มันทั้งเจ็บทั้งสับสนไปหมด มันเกิดอะไรขึ้น ผมพยายามตั้งสติคิด ไอ้อาร์มมันโกหกผมมาตลอดอย่างนั้นเหรอ...? หรือว่าเป็นแค่เรื่องเข้าใจผิด ทำไมมันหลอกผมให้ผมเพ้อฝันไปกับมัน แต่พอมาคิดอีกทีไอ้อาร์มมันไม่ใช่เป็นคนแบบนั้น  ผมคิดจนหัวแทบจะระเบิด  ตอนนี้ผมทำได้อย่างเดียว

“กูขอตัวนะ”   แล้วผมก็บอกออกไป ผมกลั้นใจก้าวขาเดินออกมาจากตรงนั้น

หมับ...!! “เดี๋ยวดิมึงอย่าเพิ่งไป”  ไอ้อาร์มรีบเข้ามาคว้าแขนผมเอาไว้

“มึงยังเชื่อใจกูอยู่ใช่มั้ยวะ...?”  มันถามผมด้วยสีหน้าที่เจ็บปวด  ผมไม่รู้จะตอบมันไปยังไงดีเหมือนกัน

“อย่าปล่อยให้ผู้หญิงคอยนาน”  ผมตบไหล่เบา ๆ บอกกับมันไป แล้วเดินจากมา ถ้าจะไม่ให้คิดอะไรเลยมันก็คงจะเป็นไปไม่ได้ ผู้หญิงมาหาถึงที่ถึงแม้ไอ้อาร์มมันจะไม่ได้คิดอะไรกับผู้หญิงคนนั้นก็ตาม แต่พ่อกับแม่มันหล่ะ  พอนึกถึงพ่อกับแม่มันขึ้นมา

“คุณหญิงแม่”   ผมจำคำพูดที่พิมพูดถึงแม่ของมันได้  ผมแม่งไม่รู้เรื่องอะไรของมันเลยจริง ๆ คิดแล้วก็น่าสมเพชตัวเอง

“มึงเป็นใครกันแน่...? ตลอดเวลามึงโกหกกูมาตลอดใช่ไหม...?”   คำถามมากมายมันประดังเข้ามาในหัวผม ตอนนี้ผมไม่รู้จะเชื่ออะไรมันดีแล้ว

“ไหนมึงเคยสัญญากับกูไว้ไงว่าเราจะอยู่ด้วยกันตลอดไป”   พอนึกถึงคำพูดมันขึ้นผมก็เจ็บแปลบเข้าที่กลางอกมันเหมือนมีก้อนอะไรมาจุกอยู่ที่คอ

“ไอ้ไนท์”  แล้วเสียงเรียกชื่อผมก็ดังขึ้น  ผมหันไปมองเห็นไอ้ภูมิยืนอยู่  มันทำหน้าเศร้าเดินเข้ามาหาผม

“ขอโทษนะเว้ยที่กูไม่ได้บอกมึงแต่แรก”  แล้วมันก็พูดขึ้นมา

“มึงหมายความว่าไงวะ...?”  ผมถามมันไป

“กูรู้เรื่องของไอ้อาร์มมาก่อนว่ะ มันเล่าให้กูฟังและมันไม่ให้กูบอกกับมึง”  ไอ้ภูมิมันบอกกับผมเสียงอ่อย ๆ

“ไอ้อาร์มมันรักมึงมากนะเว้ย ที่มันทำทั้งหมดก็เพื่อมึง มึงได้ออกจากคุกก็เพราะมันไปขอให้พ่อมันช่วย”  ผมได้แต่นิ่งฟังไอ้ภูมิมันพูด

“แล้วมึงรู้มั้ยว่ามันต้องยอมแลกกับอะไร...?”  ไอ้ภูมิมันเอ่ยถามกับผม ผมเงยหน้าขึ้นมอง

“มันต้องแต่งงานกับคนที่มึงเจอเมื่อกี้นี้ไง ถ้ามันไม่ยอมพ่อมันก็ไม่ช่วยมึงเหมือนกัน”   ไอ้ภูมิมันบอกกับผม  ผมได้ยินถึงกับสะอึก ถึงว่าทำไมผมถูกปล่อยตัวโดยไม่ทราบสาเหตุ

“แล้วเรื่องที่มันเป็นถึงลูกนายพล มันไม่ยอมบอกมึงก็เพราะมันกับพ่อมันไม่ค่อยลงรอยกัน”  

“กูรู้ว่ามึงกำลังสับสน ถ้าเป็นกูก็คงทำอะไรไม่ถูกเหมือนกัน แต่กูอยากให้มึงรู้ว่าไอ้อาร์มมันทำทุกอย่างก็เพื่อมึง”  ไอ้ภูมิมันย้ำบอกกับผมอีกครั้ง

“ทำไมมันต้องเอาชีวิตทั้งชีวิตของมันแลกกับกูด้วย กูยอมติดคุกซะดีกว่าที่จะต้องเห็นมันทุกข์ใจอยู่แบบนี้”  ผมบอกกับไอ้ภูมิไป

“ก็เพราะมันรักมึงไง” คำคำนี้ของไอ้ภูมิมันกระแทกเข้ามาในใจผมอย่างจัง  ผมลุกขึ้นแล้วรีบเดินไปตามหามันทันที

“ไอ้ไนท์นั่นมึงจะไปไหนวะ...? ไอ้ไนท์....!!”  ไอ้ภูมิมันตะโกนตามหลังผมมา  ผมรีบจ้ำอ้าวเดินไปที่ตึกบัญชาการ พอไปถึงผมเห็นไอ้อาร์ม พิม และคงเป็นแม่ของมันยืนอยู่ที่หน้าตึก  ไอ้อาร์มมันยืนหันหลังให้มันเลยไม่เห็นผม

“ผมขอโทษนะพิม ผมไม่ได้ชอบพิม ผมไม่อยากให้พิมต้องมานั่งเสียใจเพราะผม พิมยังมีโอกาสได้เจอคนที่ดีกว่าผมอีกตั้งมากมาย ผมขอโทษที่แต่งงานด้วยไม่ได้”  ผมได้ยินไอ้อาร์มมันบอกกับพิม พิมปล่อยโฮออกมาทันทีแล้ววิ่งออกไป

“อาร์มลูกจะขัดคำสั่งพ่อไม่ได้นะ ทางผู้ใหญ่ได้คุยตกลงกันเอาไว้แล้ว”   แม่มันบอกกับมัน

“ผมไม่ได้รักพิมแม่ก็รู้ ผมจะแต่งงานกับพิมได้ยังไง”  ไอ้อาร์มมันบอกไป

“ผมมีคนที่ผมชอบแล้วครับและผมจะอยู่กับเค้าไปตลอดชีวิต”   แล้วไอ้อาร์มมันพูดขึ้น

“อาร์ม เรื่องนั้นมันเป็นไปไม่ได้ พ่อโกรธมากเลยนะรู้มั้ย อาร์มขัดคำสั่งพ่อครั้งแล้วครั้งเล่า ครั้งนี้พ่อคงไม่ยอมง่าย ๆ อาร์มก็รู้นิสัยของพ่อดี”   แม่มันบอกมันไปอีกครั้ง

“ยังไงผมก็รักไอ้ไนท์  มันเป็นเรื่องจริงที่ผมไม่อาจปฏิเสธได้ครับแม่”   มันบอกกับแม่มันไปด้วยน้ำเสียงที่จริงจัง

“อาร์มทำไมลูกเป็นคนอย่างนี้”  แม่มันน้ำตาคลอพูดด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ

“ผมขอโทษครับแม่ที่เป็นลูกอกตัญญูทำให้พ่อกับแม่ต้องเสียใจ ผมมันไม่ดีเอง”   มันก้มหน้ารู้สึกผิดบอกกับแม่มัน แม่มันน้ำตาอาบแก้ม ผมเห็นแล้วเจ็บจี๊ดเข้าที่กลางอก เป็นเพราะผมมันถึงต้องมีปัญหากับทางบ้าน  ผมรีบเดินเลี่ยงออกมาไม่อยากให้มันเห็นผมในตอนนี้

ถ้าไม่มีผมมันก็คงไม่ต้องตกอยู่ในสภาพนี้ ถ้าไม่มีผมมันกับครอบครัวก็คงไม่มีปัญหากัน มันก็คงไม่ต้องขัดคำสั่งของพ่อมัน และมันก็คงแต่งงานกับพิมตามที่พ่อมันได้คาดหวังเอาไว้

“กูเห็นใจมึงนะไอ้ไนท์”   ไอ้ภูมิมันเดินเข้ามาตบไหล่ปลอบผมเบา ๆ ผมรีบปาดน้ำตาออก

“แล้วมึงจะทำยังไงต่อไปวะ...?”  มันถามผมขึ้น

“ไม่รู้ว่ะ ตอนนี้กูคิดอะไรไม่ออก กูอยากกลับบ้านไปหาครอบครัวกู”  ผมบอกกับมันไป มันได้แต่พยักหน้ารับ

พอวันรุ่งขึ้นผมก็ลากลับบ้าน เมื่อคืนไอ้อาร์มมันไม้ได้กลับไปที่โรงนอน ผมไม่รู้ด้วยซ้ำว่ามันอยู่ไหน มันคงทุกข์ใจไม่น้อยและคงอยากอยู่คนเดียว  ผมนั่งรถเมล์กลับบ้านด้วยใจที่เจ็บช้ำ ครั้งแรกที่ผมได้รู้จักกับไอ้อาร์มผมไม่เคยคิดด้วยซ้ำว่าผมจะตกลงปลงใจกับมันได้ทั้ง ๆ ที่มันก็เป็นผู้ชายเหมือนกับผม  แต่เมื่อผมได้ตัดสินใจที่จะรักและสัญญากับมันว่าเราจะอยู่ด้วยกันตลอดไปแล้ว ความคิดของผมในตอนนั้นคิดแค่เพียงว่าเมื่อใจเราสองคนรักกันก็ไม่ต้องไปแคร์ใคร มีแค่ผมกับมันก็พอ แต่ตอนนี้มันไม่ใช่อย่างที่คิด ผมลืมนึกถึงคนรอบข้างไป ชีวิตไม่ได้มีแค่ผมกับมันสองคน มันยังมีพ่อมีแม่และที่สำคัญมันเป็นถึงลูกนายพล ซึ่งแตกต่างจากผมลิบลับ

พอกลับมาถึงบ้านผมก็นั่งซึมเป็นหมาเหงาอยู่ที่ระเบียงคิดถึงแต่เรื่องไอ้อาร์ม ผมไม่รู้จะตัดสินใจยังไงดีเหมือนกัน

“มีอะไรวะไอ้น้องชายสีหน้าไม่ค่อยดี...?”   ไอ้นนท์มันเดินเข้ามานั่งใกล้ ๆ

“มีเรื่องที่ต้องคิดหนักว่ะ”   ผมก้มหน้าบอกกับมันไปเบา ๆ

“เรื่องไอ้อาร์มใช่มั้ยวะ...?”   แล้วไอ้นนท์ก็พูดขึ้น  ผมเงยหน้าขึ้นมองมัน

“ทำไมมึงรู้วะ..?”  ผมย้อนถามมันกลับไป

“เรื่องที่ทำให้มึงเป็นทุกข์ใจมากขนาดนี้คงหนีไม่พ้นเรื่องของไอ้อาร์มหรอก กูเป็นพี่มึงนะไอ้ไนท์ทำไมจะดูไม่ออก ทะเลาะเรื่องอะไรกันมา...?”  ไอ้นนท์มันถามผมเพราะความเป็นห่วง

“ไม่ได้ทะเลาะกัน เพียงแต่......”    ผมตัดสินใจเล่าเรื่องทั้งหมดให้ไอ้นนท์มันฟัง อย่างน้อยมันก็เป็นพี่ผมและรู้เรื่องของผมกับไอ้อาร์มมาตลอด

“แล้วทำไมมึงหนีมันมา...? เวลาแบบนี้มึงต้องอยู่ข้าง ๆ มันสิวะ”  ไอ้นนท์มันบอกกับผม

“ถ้ากูอยู่ข้าง ๆ มันก็ยิ่งทำให้มันลำบากใจมากขึ้นไปอีก ไหนจะครอบครัวไหนจะกู”  ผมบอกกับมันไป

“มันก็จริงอย่างที่มึงพูด ไอ้อาร์มมันคงตัดสินใจลำบากน่าดู”  ไอ้นนท์มันบอกกับผม

**“แต่สำหรับกูไม่ได้ตัดสินใจลำบากอะไรเลย...!!”**  แล้วเสียงไอ้อาร์มก็ดังขึ้น ผมกับไอ้นนท์รีบหันไปมองเห็นมันยืนอยู่ที่บันไดบ้าน

“มึงมาได้ไงวะ...?”  ผมรีบถามไป  มันเดินเข้ามาหาผม

“ไอ้ภูมิมันบอกว่ามึงกลับบ้านกูเลยรีบตามมา ทำไมมึงกลับบ้านไม่บอกกูซักคำ...?”   มันมองผมด้วยใบหน้าที่เจ็บปวด  ไอ้นนท์รีบเดินเลี่ยงออกไป 

“กูไม่อยากให้มึงลำบากใจ”   ผมบอกมันไปอีกครั้ง

“กูบอกแล้วไงกูไม่เคยลำบากใจ กูบอกกับพ่อแม่กูไปตามความจริงทุกอย่าง เรื่องนั้นมึงไม่ต้องเป็นห่วง” 

หมับ....!! มันโผเข้ามากอดผมเอาไว้แน่น

“มึงอย่าหนีกูไปอีกนะ”   ไอ้อาร์มเสียงสั่นเครือบอกกับผม  ผมกลั้นน้ำตาไม่ให้มันไหลออกมา

“ทำไมมึงต้องทำเพื่อกูขนาดนี้วะ...?”  ผมถามมันไป

“ก็เพราะกูรักมึงไง”   คำพูดนี้เหมือนเป็นคำที่ง่าย ๆ แต่สำหรับหัวใจผมมันยิ่งใหญ่ยากที่จะเอาอะไรมาเปรียบได้  น้ำตาผมไหลอาบแก้มผมพูดอะไรไม่ออกได้แต่กอดมันเอาไว้แน่น



.........................................................................

To be continue.........................

.........................................................................


กราบขอบพระคุณเป็นอย่างสูงที่กรุณาติดตามมาตลอดนะคะ

1 เม้น = 1 กำลังใจที่สำคัญ

ขอบพระคุณค่ะ 


finland (ช้อย)

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น

}