June snow

ขอบคุณ​สำหรับ​การ​ติดตาม​อ่าน​และ​คอมเมนท์​นะคะ​ อ่านฟรี​ไม่ติด​เหรียญ​จ้า​😊😊

92. มี​สุข​ก็​ต้อ​ง​มีทุกข์​ (เนียร์​กร)

ชื่อตอน : 92. มี​สุข​ก็​ต้อ​ง​มีทุกข์​ (เนียร์​กร)

คำค้น : เนียร์​กร​

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 17.7k

ความคิดเห็น : 94

ปรับปรุงล่าสุด : 16 มี.ค. 2562 17:47 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 2,200
× 0
× 0
แชร์ :
92. มี​สุข​ก็​ต้อ​ง​มีทุกข์​ (เนียร์​กร)
แบบอักษร

กร Part 

เช้าวันเสาร์หลังจากที่เมื่อคืนผมกลับจากบ้านพี่เนียร์ผมก็กลับมานอนที่บ้านใหญ่เพราะว่าต้องตื่นเช้าทำบุญวันเกิด เพราะเป็นวันเกิดของผมกับกิจ  และช่วงเย็นเพื่อนๆผมก็จัดงานเลี้ยงวันเกิดให้เหมือนกับทุกๆปี หลังจากทำบุญใส่บาตรกับครอบครัวเสร็จเเล้วผมก็อาบน้ำแต่งตัวไปทำงานเพราะว่ามีงานช่วงเช้า 

ผมมาถึงบริษัทเกือบ9โมงเพื่อนๆร่วมงานต่างก็มาอวยพรวันเกิดให้ผมและหลังจากนั้นเพื่อนสนิทผมก็ทยอยส่งข้อความมาอวยพร และต่างก็อวยพรแบบเดียวกันคือ ให้สมหวังกับความรัก.. 

สมหวังงั้นหรอทุกวันนี้ผมไม่รู้ว่าสมหวังมั้ยเพราะสิ่งที่ผมได้รับจากพี่เนียร์นั้นมันมากกว่าสมหวัง และย้อนไปเรื่องเมื่อคืนผมเตรียมการกับนนนิดหน่อยเพื่อให้พี่เนียร์ยอมพูดสารภาพออกมา 

และทางบ้านพี่เนียร์เองก็ไม่ได้มีปัญหาอะไร พ่อแม่และพี่แนนต่างก็ยินดีกับผม 

สรุปคือทุกคนรู้เรื่องมาพักหนึ่งแล้วแต่ไม่พูดอะไรออกมารอให้พี่เนียร์ยอมรับตัวเองก่อน 

ขอให้มึงสุขสมอารมณ์หมายกับผู้ชายที่หมายปอง

ผมอมยิ้มขำกับข้อความอวยพรสุดท้ายที่เป็นของไอ้เก่งที่ตอนนี้เป็นพ่อหม้ายเต็มตัวแล้วหลังจากที่หย่ากับเมียและเลี้ยงลูกด้วยตัวเอง..

และตอนนี้ลูกก็กำลังน่ารักน่าชังมากๆ..... 

ผู้ชายที่หมายปองงั้นหรือไม่รู้ว่าตอนนี้ตื่นหรือยัง เพราะเมื่อคืนทำท่างอนๆใส่ผม เรื่องที่ผมรู้เห็นเป็นใจกับนนหลอกให้พี่เนียร์สารภาพออกมา 

เฮ้อ.. ไม่รู้ลืมรึเปล่าว่าวันนี้วันเกิดผม  

จริงๆผมก็ไม่ได้คาดหวังอะไรจากพี่เนียร์เพราะสิ่งที่ผมได้รับทุกวันนี้มันเกินความคาดหมายอยู่แล้ว  แรกจากที่แอบรัก ตอนนี้กลายเป็นคนรัก 

ทุกอย่างมันยังคงเหมือนกับความฝันอยู่เลย และเมื่อไม่กี่วันมานี่ พี่เนียร์บอกรักผม 

มันทำให้ผมรู้สึกว่า ความรักของผมกำลังก้าวข้ามไปอีกขั้น....... แต่ลึกๆในใจผมเองก็ยังเกิดความกลัว 

" สุขสันต์วันเกิดสุดหล่อ " หลินหุ้นส่วนผมเปิดประตูเดินเข้ามาพร้อมกับวางแฟ้มตรงหน้าผม 

" ขอบคุณ และนั่นอะไร "  ผมส่งยิ้มหวานและถามหลินมองไปที่แฟ้มงาน

" ไม่รู้ว่าจะเป็นข่าวดีของนายมั้ยงานใหม่ที่เซี่ยงไฮ้ " 

" อื้ม แล้วไง " 

ผมถามหลินกลับ แล้วหลินก็เล่าว่างานนี้ผมต้องไปประสานงานเองทางโน้นเค้าขอมาซึ่งบริษัทนี้ค่อนข้างเรื่องมากแต่ด้วยกำไรที่สูงทำให้พี่ชาติรับงานนี้ 

" ระยะเวลาเท่าไหร่ " 

" ก็เร็วสุดก็2เดือน " หลินตอบมองหน้าผมเหมือนกำลังคิดหนัก ถ้า2เดือนนั่นหมายความว่าผมต้องห่างจากพี่เนียร์เป็นเวลา2เดือนหรือถ้าช้ากว่านั้นก็อาจจะ3เดือน 

" กำหนดเดินทางเมื่อไหร่ "  ผมถาม

" แล้วแต่ทางเราล่ะ กรเกย์นายไม่เป็นไรแน่นะ " 

" เรื่องอะไร ถ้าเป็นเรื่องของแฟนหนุ่มผม คุณหลินไม่ต้องห่วงหรอกครับ " 

ผมบอกยิ้มๆ หลินก็พยักหน้าอืมๆ แล้วหลินก็ปลอบผมว่าความห่างไกลบางทีมันก็พิสูจน์อะไรได้หลายอย่าง และที่สำคัญที่สุดคือมันสามารถพิสูจน์ความมั่นคงแข็งแรงของพวกผมทั้งคู่ได้  

ผมก็พยักหน้ารับอืมอาจจะจริงอย่างที่หลินบอก

" แล้วความรักโอเครดีมั้ยช่วงนี้ " 

หลินหันกลับมาถามยิ้มๆ

" มันดีนะเหมือนทุกอย่างกำลังดีขึ้นเรื่อยๆ "

" แล้วเรื่องล่างบน " หลินแอบกระซิบ 

" ยังปกติ " ผมตอบ

" แล้วถ้าอีกฝ่ายขอล่ะ " 

หลินถามผมได้แต่นิ่งไปเพราะมีเรื่องเดียวที่ผมเดาใจพี่เนียร์ไม่ออกและหลายครั้งที่ผ่านมา เรื่องเซ็กซ์เราพูดคุยกันมากเรื่องความชอบไม่ชอบและก็ศึกษาเพิ่มเติมแต่สิ่งที่ยังคาใจผมอยู่ก็คือเรื่องที่พี่เนียร์คิดจะจับกดผมนี่ล่ะ 

" ถ้ามองเหมือนการแชร์ความสุข เรื่องรสนิยมก็ไม่น่ายึดติดจริงมั้ย " ผมเอ่ย หลินทำตาโต

" นี่ๆอย่าบอกนะนายจะยอม " 

" ถ้าอีกฝ่ายร้องขอ นะ " 

ผมบอกยิ้มเพราะว่ากับหลินผมคุยด้วยได้ทุกเรื่องเพราะว่าเธอเป็นผู้หญิงที่ไม่ชอบกล้วยหอมอยู่แล้ว 

" โอว... ชั้นชักอิจฉาพวกนายแล้วสิ " 

หลินบอกยิ้มสดใสทำท่าสยิวกิ้วจนผมเองก็ยังขนลุก ผมได้แต่ยิ้มไม่พูดอะไรออกมาจากนั้นผมก็คุยเรื่องงานกับหลินต่อสักพักและก่อนหลินเดินออกไป

" อ๋อ งานนี้พี่ชาติให้โจ้ไปเป็นผู้ช่วยนายนะ " 

หลินหันมาบอกก่อนจะเปิดประตูออกไปทำงานต่อโดยบอกว่าเย็นนี้เจอกัน และหลังจากที่หลินออกไปแล้ว  ผมก็นั่งคิดถ้าโจ้ไปด้วยพี่เนียร์รู้จะคิดมากหรือป่าวนะ 

" พี่กรครับ มีพัสดุมาส่ง " เสียงรุ่นน้องที่ทำงานบอกผ่านประตูเข้ามา ผมจึงเดินเปิดประตูออกไป  สิ่งที่เห็นคือตุ๊กตาหมียักษ์ตัวใหญ่ สีดำวางอยู่หน้าห้อง ใครเล่นอะไรนะ.. ผมคิดทำหน้างง

" คุณกฤติธีป่าวครับ " เด็กส่งของถามผมพยักหน้ารับอย่างงงๆ 

" สุขสันต์วันเกิดครับ " เด็กส่งของบอกยิ้มๆและเดินเอากระดาษมาให้ผมเซ็น ผมเซ็นรับอย่างงงๆและบอกขอบคุณเสียงเบาพร้อมกับส่งยิ้มไปให้แล้วเด็กคนนั้นก็เดินออกไป 

ผมหันมามองตุ๊กตาตัวใหญ่แล้วอุ้มเข้าไปในห้องท่ามกลางสายตายิ้มๆของเพื่อนร่วมงาน  

และพยายามหากระดาษแนบมาเพื่อจะได้รู้ว่าใครส่งพลางนึกถึงเพื่อนๆไม่น่าจะใช่เพราะผมจะไม่ค่อยรับของขวัญวันเกิด แค่คำอวยพรหรือการ์ดก็พอผมหยิบสายคล้องคอตุ๊กตาขึ้นมาอ่าน 

" ใกล้มือ "  

ชื่อของหมีตัวนี้ พร้อมกับการ์ดอวยพรวันเกิดอันเล็กแนบมาด้วย ชื่อแปลกดีแฮะ ใครกันนะที่ส่งมาให้ 

ขณะที่ผมกำลังนึกอยู่ประตูห้องก็ถูกเปิดพรวดพราดเข้ามาพร้อมกับร่างสูงของพี่เนียร์ที่วันนี้ แต่งตัวสีขาวทั้งชุด ยิ่งทำให้ดูดีเข้าไปอีก

" น่ารัก " 

พี่เนียร์เอ่ยทำตาโตพร้อมกับเดินไปยกตุ๊กตาหมีขึ้นมากอดฟัดเหมือนเด็กสามขวบ ที่เจอของเล่นถูกใจ และไม่ทักทายผมเลย 

" หอมด้วยนะ ใครให้มาอะ "  

พี่เนียร์ถามอีกและก้มสูดดมตุ๊กตาตัวนั้น อย่างไม่รังเกียจ

" ไม่รู้ มีแค่การ์ดอวยพร " ผมชี้ไปที่การ์ด พี่เนียร์มองทำหน้างงนิดนึง แต่ก็ยิ้มเจ้าเล่ห์ออกมา

" หนุ่มน้อยสาวใหญ่ที่แอบชอบนายซื้อให้รึเปล่า"   

พี่เนียร์เอ่ยขึ้นทำหน้าทำตาเหมือนเด็ก ท่าทางน่าหมั่นเขี้ยว 

" ไม่ใช่น่าจะใช่ เพราะว่าพวกเค้ารู้ว่าผมไม่รับของขวัญวันเกิด " 

ผมตอบเสียงเรียบ เพราะเรื่องนี้ผมรู้ดี

" เออ งั้นคงเป็นคนโง่ซักคน ที่หลงนายหัวปักหัวปำโดยที่ไม่รู้ว่านายชอบอะไรแบบไหน " 

พี่เนียร์พูดเสียงห้วนๆแล้ววางตุ๊กตาลงบนโต๊ะอย่างแรงแต่ผมจับน้ำเสียงได้เหมือนพี่เนียร์กำลังไม่พอใจ 

" พูดอะไรแบบนั้นครับ " 

" หึ... เจ้านายเเกคงโง่มากเลยนะ ใกล้มือ " 

พี่เนียร์พูด พร้อมกับทุบเบาๆที่ตุ๊กตา

แต่.... เดี๋ยวนะ.... ใกล้มือ... พี่เนียร์รู้ได้ไงผมยังไม่ได้บอก.... รึว่า... จะเป็น.... ผมหลุดยิ้มออกมาเมื่อคิดอะไรได้ 

" คนให้ไม่ได้โง่หรอกครับ คนรับต่างหากที่โง่ "

" ทำไม " พี่เนียร์หันมาถามทำตาขวางๆ

" ไม่บอกครับ " 

ผมบอกแล้วก้มลงหอมแก้มพี่เนียร์จนร่างสูงพี่เนียร์ขยับออกห่าง แต่ผมก็เดินตามไปสวมกอดจากทางด้านหลังเอาคางเกยบ่าไว้ พี่เนียร์ก็ยืนนิ่งให้ผมกอด

" ขอบคุณสำหรับของขวัญวันเกิดนะครับ " 

" ขะ  ของขวัญอะไร " 

พี่เนียร์ถามเสียงแผ่วแล้วผมก็เดินไปหยิบตุ๊กตาขึ้นมากอดแล้วจุ๊บที่ตุ๊กตาทีนึง

" น้องใกล้มือนี่ไง​ " พี่เนียร์ทำตาโตทันทีที่ผมพูดจบ

" นี่ ระ.. ระ... รู้หรอ " 

พี่เนียร์ถามทำหน้าตื่นๆผมพยักหน้ารับ

" ชื่อมันแปลว่าอะไรครับชื่อแปลกดี " 

ผมถามยิ้มกริ่ม

" ก็ เนียร์กรไง!! ไม่ฉลาดเล้ย " 

พี่เนียร์เอ่ยเหน็บ เนียร์กรงั้นหรอผมพยายามนึกตามยังทำหน้างงอยู่

" จะบอกว่าโง่ก็พูดมาเถอะครับ " ผมบอกยิ้มๆ เมื่อแปลความหมายออก ทำไมถึงได้คิดลึกซึ้งขนาดนั้นนะ แต่ก็ชอบมากๆเลย 

" เออ.. โง่ ทีเรื่องอื่นล่ะเก่งนักฉลาดนักรู้ไปหมด " 

พี่เนียร์พูดเร็วส่งสายตาขวางๆมาที่ผมจนผมหลุดหัวเราะออกมาเสียงดัง แล้วเดินไปก้มลงหอมแก้มพี่เนียร์ซ้ายทีขวาทีและจูบที่หน้าผาก อย่างเร็วโดยที่พี่เนียร์ไม่ทันตั้งตัว

" ชอบนะครับ ชอบทั้งตุ๊กตาหมีทั้งคนให้ " 

" ชอบก็พิสูจน์สิ " 

พี่เนียร์เอ่ยเบาหน้าแดงเรื่อๆ มีแอบเขินด้วย น่ารักชะมัดเลย... 

" ยังไงครับ " 

" อุ้มเดินไปร้านอาหารxx ที่อยู่ถัดไป2ช่วงตึก " 

พี่เนียร์พูดแล้วยิ้มเจ้าเล่ห์ออกมา เจ้าเล่ห์ดีนักนะ ผมคิดในใจ เพราะเท่าที่เรียนรู้คบกันมาพี่เนียร์จะเป็นแบบนี้นิสัยใจคอจะออกแนวเด็กหน่อยบางครั้งบางคราวก็เป็นผู้ใหญ่ที่น่านับถือและบางครั้งก็เด็กเลย แต่ยังผมก็รักผู้ชายคนนี้อยู่ดี 

" ไม่มีปัญหา " 

ผมบอกยิ้มแล้วอุ้มเจ้าหมียักษ์ขึ้นพาดบ่า แล้วเดินเปิดประตูออกไปผมไม่สนใจเสียงเอ่ยแซวของเพื่อนร่วมงานเดินยิ้มออกไป ผมเดินไปได้สักพักพี่เนียร์ก็เดินตามมา

" น่ารักว่ะ " 

พี่เนียร์กระซิบบอกแล้วเดินนำหน้าผมไปตามถนนที่ตอนนี้ผู้คนเริ่มออกจากออฟฟิศเพราะเที่ยงพอดี 

ท่ามกลางสายตาของมนุษย์เงินเดือนสาวๆหลายคนที่มองมาต่างหากันยิ้มและพูดคุยกันหัวเราะคิกคักแต่ก็ไม่ได้อยู่ในสายตาผมเลย 

เพราะสายตาผมนั้นได้จับจ้องที่แผ่นหลังของพี่เนียร์ที่เดินนำหน้าไปโดยไม่ละสายตาแล้วพี่เนียร์ก็หยุดเดินหันมา  ผมจึงเดินจ้ำไปให้ พี่เนียร์ยิ้มกริ่มให้ผมและหยิบมือถือขึ้นมาถ่ายรูปผม 

" ยิ้มหน่อยกรเกย์ จริงจังหน่อย เวลานายยิ้มน่ารักมากๆเลยนะ " 

พี่เนียร์เอ่ยพร้อมกับถ่ายรูปผมที่กำลังฉีกยิ้มกว้างไปสองสามรูป ขณะที่พี่เนียร์กำลังก้มลงมองรูปในมือถือ ผมก็ฉวยโอกาสยกหมีตัวใหญ่ขึ้นบังแล้วจุ๊บที่แก้มพี่เนียร์  

" น่ารักก็รักผมให้เยอะๆนะคร้าบ " 

ผมเอ่ยขึ้นเสียงอ้อนๆพี่เนียร์ที่ทำหน้าอึ้งๆ สักพักเหมือนได้สติกลับมายกเท้าเตะที่หน้าขาผมอย่างแรงสองครั้ง จนผมร้องเสียงหลงออกมา 

" โอ๊ย.. เจ็บ.. " ผมครวญครางเสียงเบาๆ

" โล่งโจ้งโล่งแจ้งขนาดนี้ แถมยังข้างถนนอีกยังกล้าทำ นี่แน่ะๆ " 

พี่เนียร์กระหน่ำเตะมาที่หน้าขาผม ซ้ายทีขวาทีจนผมต้องหลบเป็นพัลวัน 

" ก็พี่เนียร์น่ารักนี่ครับ " 

" ยัง ยัง อีก " 

พี่เนียร์พูดพร้อมกับยกเท้าขึ้นเตรียมจะจัดการผมอีกรอบ ผมจึงรีบวิ่งไปนำหน้าหนีไป 

โหดร้ายแฮะ... แต่ก็ยังน่ารักดูดีเหมือนเดิม ผมคิดแล้วยิ้มออกมา เดินเข้าไปร้านอาหารพร้อมกับกอดตุ๊กตาหมีไว้แน่น ช่างเป็นวันเกิดที่มีความสุขจริงๆ

2NCafe

17.00 น.

หลังจากอิ่มมื้อเที่ยงง่ายๆผมกับพี่เนียร์ก็แยกกัน พี่เนียร์บอกว่ามีนัดกับเพื่อน ส่วนผมก็ไปที่ร้านนนนัทเพื่อช่วยเตรียมงานเลี้ยงเล็กๆของคืนนี้ แต่เมื่อมาถึงกิจกับนัทอาสาจะทำเองให้ผมไปนอนพัก  และผมหลับไป จนเกือบจะ5โมงเย็นพี่เนียร์ก็ขึ้นมาปลุกผมให้อาบน้ำแต่งตัวเพื่อนๆมากันหมดแล้ว และผมอาบน้ำเสร็จพี่เนียร์ก็เห็นรอยช้ำที่ขาผม จึงบอกว่าจะทายาให้  

" เจ็บรึเปล่า " พี่เนียร์ถามขณะที่กำลังทายาแก้ฟกช้ำที่ขาผม ที่ตอนนี้ขึ้นรอยช้ำชัดเจนมาก 

" เจ็บนิดหน่อยครับ " 

" คราวหน้าอย่าทำแบบนั้นอีก ไม่ชอบ " 

พี่เนียร์เอ่ยก้มหน้าก้มตาทายาอย่างขมักเขม้น

" ถ้าพี่ไม่ชอบผมก็จะไม่ทำแบบนั้นอีกเลย " ผมตอบเสียงเบา พี่เนียร์เงยหน้าขึ้นมาหรี่ตามองเหมือนจับน้ำเสียงผมได้ จนผมต้องหันหน้าหนี 

" นายกำลังไม่พอใจรึเปล่า " 

" เปล่า พอแล้วล่ะครับ เดี๋ยวเพื่อนๆรอ " 

ผมบอกพร้อมกับถดขาหนีแต่ พี่เนียร์ปล่อยขาผมจังหวะที่ผมกำลังจะลุกขึ้นพี่เนียร์ก็ผลักร่างผมนอนราบกับที่นอนแล้วเอาตัวเองขึ้นมาคร่อมทับร่างผมไว้   แล้วก้มลงเอาประกบปากผม กระหน่ำจูบบดเบียดขบเม้มริมฝีปากล่างของผม 

อืม... อื้ม...

ผมครางเบาแล้วพี่เนียร์ก็สอดลิ้นเข้าไปในโพรงปาก ผมเผยอปากเล็กน้อยอย่างเคลิบเคลิ้มจูบตอบสนองกลับลิ้นแลกลิ้นเกี่ยวกระหวัดจนเกิดเสียงครางในลำคอ จูบเริ่มร้อนแรงวาบหวามมากขึ้นผมเอื้อมมือไปกดรั้งบั้นท้ายพี่เนียร์ลงทำให้ทุกสัดส่วนของร่างกายแนบติดกันจนไม่เหลืองช่องว่าง ความร้อนรุ่มช่วงล่างที่เบียดเสียดกันเมื่อครู่ส่งสัญญาณอันตรายว่าถ้ามากกว่านี้อาจจะเลยเถิดพี่เนียร์เลยผละริมฝีปากออก  

" พอใจรึยัง " 

" ยังครับ " ผมบอกยิ้มๆแล้วรั้งท้ายทอยพี่เนียร์ลงจูบ พี่เนียร์ก็ไม่ขัดข้องปล่อยให้ผมจูบนำไป จนกระทั่งเสียงประตูเปิดพรวด 

" อะ แฮ่ม!! " เสียงกระแอมเบาๆทำให้ผมกับพี่เนียร์ผละออกจากกัน มองไปที่ประตูร่างสูงของไอ้นนยืนยิ้มเจ้าเล่ห์อยู่ผมนั้นทำสีหน้าปกติแต่พี่เนียร์นี้หน้าขึ้นสีเป็นริ้วแดงๆเรื่อคงอายน้องชายตัวเอง 

" เข้าห้องคนอื่นทำไมไม่เคาะประตู " 

พี่เนียร์ต่อว่าไอ้นน ไม่ตอบอะไรยกมือขึ้นเคาะประตูสองครั้ง 

" เพื่อนๆรอเจ้าของงานอยู่ " 

ไอ้นนบอกยิ้มๆแล้วเดินออกจากห้องไป และผมก็แต่งตัวส่วนพี่เนียร์บอกว่าจะลงไปทีหลัง... 

ผมเดินเข้าไปในสวนหลังบ้านของนนนัท ตอนนี้ถูกจัดแต่งด้วยลูกโป่งสีสดมีโต๊ะตัวยาวตั้งอยู่ตรงกลางบนโต๊ะมีอาหารและเครื่องดื่มวางอยู่ ผมเดินไปทักทายกับนัทและกิจที่กำลังทำย่างเนื้อย่างบาร์บีคิวกันอยู่ทั้งสองถึงไล่ให้ผมไปช่วยโจ้ยกจานชามมาเพิ่ม ผมมองหาเพื่อนๆคนอื่นไม่เห็นมีใครมา 

คงยังติดงานกันอยู่เสกต่อบอกว่าจะเข้ามา6โมงกว่าๆ ส่วนไอ้เก่งผมไม่แน่ใจ ผมเดินเลาะไปที่สวนหลังบ้านเพื่อช่วยโจ้แต่เสียงคนทะเลาะกันทำให้เท้าผมหยุดกึก.......... 

หมอปิติกับโจ้ ทั้งสองรู้จักกันงั้นหรอ และดูจากสายตาที่มองกัน มันอาจจะมากกว่ารู้จักกัน และทำไมถึงทะเลาะกันล่ะ... ถึงจะอยากรู้แต่ผมก็มีมารยาทพอถึงเดินหลบไปจากที่นั่น

ผ่านไป20นาที ผมกำลังย่างบาร์บีคิวอยู่โจ้ก็เดินออกมาและเดินมาหาผมสักพักหมอปิติก็เดินตามออกมาและเดินไปหาพี่เนียร์ที่นั่งอยู่โต๊ะ พี่เนียร์มองผมตาเขม็ง เห้อ.. โจ้อีกสินะผมคิดแต่ก็ไม่ได้เเสดงอะไรออกมา ลอบมองเสี้ยวหางตาโจ้แดงๆผมคิดว่าโจ้คงร้องไห้มา นี้มันเรื่องอะไรกันนะ และพอมองไปที่หมอปิติก็จ้องมองมาที่ผมเหมือนกัน 

" เกิดอะไรขึ้น ไม่สบายรึป่าว " ผมถามโจ้ด้วยความเป็นห่วงเมื่อเห็นมือโจ้สั่นๆแถมหน้ายังดูซีดๆ

" ผมสบายดีครับ " โจ้ตอบเสียงเบา ๆ

" มีอะไรก็ปรึกษาพี่คนนี้ได้นะ " 

ผมบอกยิ้มๆ โจ้ยิ้มตอบแล้วมองไปที่หมอหนุ่มนั่งอยู่แล้วหันกลับมามองผมทำหน้าเหมือนกำลังชั่งใจอะไรบางอย่างแล้วโจ้ก็เขย่งตัวขึ้นเอาริมฝีปากแตะเบาที่แก้มผม  

" เห้!! "  ผมอุทานออกมาด้วยความตกใจ

" ขอบคุณนะครับ " 

โจ้เอ่ยยิ้มหวานให้แล้วหมุนตัวเดินไปด้านหลังของสวน ผมเอามือขึ้นลูบแก้มตัวเองไปมา พลางคิดถึงสิ่งที่โจ้ทำเมื่อกี้เหมือนต้องการให้ใครบางคนเห็น ... และใครบางคนที่ว่านั้นพี่เนียร์รึหมอกันเเน่ ผมคิด หันหลังกลับมาเจอกับพี่เนียร์ที่ยืนทำหน้าบึ้งตึงและเเววตานั้นเหมือนกำลังโกรธสุดๆ

" ไหนว่าไม่มีทางเกิดขึ้นไง "  พี่เนียร์เอ่ยและวางกล่องของขวัญเล็กลงบนโต๊ะแล้วเดินไป ยังไม่ทันฟังคำอธิบายอะไรจากผม 

" มันไม่ใช่อย่างนั้นนะ พี่เนียร์กำลังเข้าใจผิด " 

ผมพูดพี่เนียร์หยุดเดินและหันหน้า ยิ้มหยันๆที่มุมปาก

" แล้วเข้าใจถูกมันคืออะไร นายกับเด็กนั่นและเล่นเกมจูบหอมแก้มกันหรอ.. หึหึ.. " 

พี่เนียร์พูดน้ำเสียงหยันๆ แล้วเดินหนีไป 

" เดี๋ยวครับ " ผมเรียกไว้ 

" อย่าเพิ่งพูดอะไรตอนนี้ ไม่อยากฟัง " 

พี่เนียร์พูดแล้วเดินออกจากร้านไป ผมยืนนิ่งอยู่ตรงนั้นพักหนึ่ง ในหัวมันอื้อไปหมด การวิ่งตามไปขอโทษและอธิบายนั่น มีแต่จะทำให้ทะเลาะกันมากขึ้น แล้วผมจึงตัดสินใจเดินกลับเข้าไปในงาน และคิดว่าพรุ่งนี้ค่อยไปคุยรอให้พี่เนียร์อารมณ์เย็นลงก่อนและตอนนี้เพื่อนๆผมรออยู่ แม้ในใจจะร้อนรุ่มแต่ผมก็ทำได้เพียงยิ้มอ่อนให้กับทุกคน และเมื่อนนนัทถามหาพี่เนียร์ผมก็บอกแค่ว่า พี่เนียร์มีธุระด่วนและหมอปิติก็มาอวยพรผมก็ลากลับไป น่าจะหลังจากที่โจ้ออกไปไม่นาน

มีบางอย่างผิดปกติกับสองคนนั้น แต่ผมก็ไม่มีเวลาคิดถึงเรื่องคนอื่น

งานวันเกิดผ่านไปมันก็เหมือนกับทุกๆปีที่ผ่านมาความสุขที่ผมมีตอนนี้คือ การที่เห็นเพื่อนๆผมมีความสุขกับความรักเส้นทางที่พวกเค้าเลือก นนนัท เสกต่อ ต้นกิจ วันนี้ต่างก็ยิ้มแย้มแจ่มใส ส่วนเก่งวันนี้ก็พาลูกชายมาด้วย นั่นทำให้ทุกคนเบี่ยงเบนที่จะถามถึงพี่เนียร์ และที่สำคัญ นนนัทหรือต้นกิจที่รู้เรื่องผมอยู่แล้วก็ไม่ได้ถามอะไรมาก เกี่ยวกับพี่เนียร์ 

4วันผ่านไปพี่เนียร์ไม่ยอมรับโทรศัพท์ ผมได้แต่ส่งข้อความไปขอโทษ และเล่าเรื่องราวในแต่ละวันให้ฟัง และข้อความนั้นพี่เนียร์อ่านทุกข้อความแต่ไม่มีการตอบกลับ และวันนี้ผมต้องเดินทางไปทำงานที่เซี่ยงไฮ้ และผมรู้จากนนว่าพี่เนียร์ไปทำงานที่รีสอร์ทแล้วตั้งแต่เมื่อวาน.... พี่เนียร์เลี่ยงที่จะเจอผม และก่อนเดินทางผมทำได้แค่ส่งข้อความไปบอกว่า ผมไปทำงานที่เซี่ยงไฮ้2เดือน..... 

2เดือนผ่านไป 

พี่เนียร์ยังไม่รับโทรศัพท์ไม่มีข้อความและไม่มีการติดต่อทางอื่นตั้งแต่วันที่ผมเดินทาง ผมทำได้แค่ส่งข้อความไป และเดือนแรกๆมันถูกเปิดอ่าน แต่หลังๆมาไม่มีการเปิดอ่านเลย 

ผมรู้จากนนว่าพี่เนียร์กลับมาบ้านแค่บางอาทิตย์และงานที่กรุงเทพฯพี่เอกกับพี่เเนนรับช่วงต่อแล้วนั้นก็หมายถึงพี่เนียร์ต้องทำงานประจำที่รีสอร์ท และยิ่งสถานการณ์แบบนี้ยิ่งทำให้ผมรู้สึกว่าความรักของผมมันเริ่มห่างออกไป 

ย้อนกลับไปผมรู้ว่าพี่เนียร์โกรธผมเรื่องโจ้ และเรื่องนี้ผมก็ถูกตำหนิจากกิจเหมือนกันว่าสักวันโจ้จะทำให้เกิดปัญหาแต่ผมคิดว่าเรื่องแบบนี้มันคือความเชื่อใจมากกว่านั้นทำให้ผมไม่โทษโจ้เลยกับเรื่องทั้งหมดที่เกิดขึ้น... 

และผมเลือกที่จะเงียบเพราะว่าพูดไปหมดแล้ว ... และก็รู้ว่ามันไม่มีประโยชน์เลย... 

ตอนนี้ผมได้แค่รอ... รอเพื่อจะกลับไปเจอและใช้เวลาเพื่อพิสูจน์ตัวเองให้พี่เนียร์เห็น ความจริงใจของผม 

และ2เดือนที่ผ่านมาโจ้ขอโทษผมตลอดเรื่องวันนั้นและผมก็ได้รู้เรื่องราวระหว่างหมอปิติกับโจ้จนหมดเปลือกก็วันนี้และทุกอย่างที่ได้ยินมามันทำให้ผมรู้สึกสงสารโจ้มากกว่าไปโกรธเคืองกับเรื่องที่โจ้ทำ 

" ทำแบบนั้นเพราะอะไร " ผมถามหลังจากที่โจ้เล่าเรื่องให้ฟังทั้งหมดระหว่างเค้ากับหมอปิติ

" ผมโกรธ ผมเกลียดเค้า " 

โจ้ตอบเสียงเบาผมก็รับฟังพยักหน้าอืมไม่พูดอะไรออกมาและคิดว่า นายแน่ใจได้ยังไงว่ามันคือความเกลียดมันอาจจะไม่ใช่ก็ได้... แต่ผมก็ไม่ได้พูดออกไป เพราะผมไม่กล้าพูดตอนนี้  

ส่วนเรื่องพี่เนียร์โจ้บอกว่ากลับไปนี้โจ้จะไปบอกอธิบายให้ฟังเกี่ยวกับเรื่องทั้งหมดแต่ผมก็ห้ามไว้ 

" แค่ขอโทษในสิ่งที่ทำไปก็พอ " 

ผมบอกโจ้เพราะว่าผมรู้นิสัยพี่เนียร์ดี ถ้าโกรธถึง2เดือนขนาดนี้คงไม่ได้มีแค่เรื่องโจ้แน่ๆแต่เรื่องอะไรนั้นผมคิดว่าผมคงรู้เร็วๆนี้

" แต่พี่เค้าก็ยังโกรธพี่กรอยู่ แถมสาเหตุยังมาจากผมอีก " โจ้เอ่ย

" ยังไงความรักที่เพิ่งเริ่มมันเปราะบางมันก็ย่อมมีแต่มีร้าว จริงมั้ย " 

ผมเอ่ย โจ้ก็พยักหน้ารับ

" พี่เชื่อว่าสักวันความรักของพี่กับเค้ามันจะมั่นคงแข็งแรงมากขึ้นจนใครๆต้องอิจฉาเลยล่ะ ฉะนั้นอย่าคิดมาก " ผมบอกยิ้มๆ เพราะผมเองก็มั่นใจแล้วว่าโจ้รักชอบผมแบบพี่ชายจริงๆ 

" อะไรทำให้พี่กรมั่นใจขนาดนั้นครับ " 

" ความรักมั่ง" 

ผมตอบยิ้มๆแล้วเอามือตบที่บ่าโจ้เหมือนกับปลอบใจอีกฝ่ายโจ้ก็ทำหน้างง กับคำพูดผมแล้วผมก็เดินเข้าไปเก็บกระเป๋าเดินทาง.... อีก2วันแค่นั้น พี่เนียร์รอผมนะครับ.... 

ผมกลับมาได้2วันแล้วและกำลังเคลียร์งานที่เหลือส่งต่อให้หลินรับช่วงเพราะว่าผมจะหยุดพักผ่อนยาว และก็ตกใจนิดหน่อยที่รู้ว่าวันนี้มาโจ้มาลาออก โดยให้เหตุผลว่าปัญหาครอบครัว ผมเองก็ไม่ได้ห้ามอะไรเพราะรู้ว่าโจ้ทำงานที่ผมแค่ชั่วคราวเท่านั้น และเมื่อวานผมไปกินข้าวที่บ้านนนนัทมา มีเรื่องที่ทำให้ผมใจร้อนรุ่มคือเรื่องพี่เนียร์นนบอกว่า ตอนนี้พี่เนียร์มีเด็กหนุ่มมาชอบและดูเหมือนว่า เด็กคนนั้นจะตื้อมากด้วย นั่นทำให้ผมกลัว...  และก็เป็นอย่างที่ผมกลัว 

ผมแอบมาพักที่รีสอร์ทพี่เนียร์ได้2วันแล้วโดยที่พี่เนียร์ไม่รู้ พี่เนียร์กับเด็กหนุ่มคนนั้นไปไหนมาไหนด้วยกันบ่อย บางคืนก็กลับมาดึกๆและเมื่อบ่ายวันนี้พี่เนียร์ออกไปกับเด็กคนนั้นจนเกือบ2ทุ่ม ทั้งสองคนก็ก็กลับเข้ามา และยืนคุยกันอยู่หน้าบ้านพักของพี่เนียร์ และวันนี้ทั้งวันผมพยายามโทรหาพี่เนียร์ตลอดแต่ก็ปิดเครื่อง 

ตลอดเวลา2เดือนที่ผมอยู่เซี่ยงไฮ้ ความรู้สึกเดียวที่ผมมีคือความคิดถึง และเมื่อ2วันมานี่ความรู้สึกมันบอกอธิบายไม่ถูกเลย มันรู้สึกเจ็บปวดหนึบในใจตลอดเวลาแค่คิดว่า พี่เนียร์มีคนอื่น 

และถ้าเป็นเรื่องจริง ผมจะรับมันได้แค่ไหน

และหมดลงแล้วความมั่นใจที่ผมมี เมื่อผมเดินออกจากมุมมืดของสวนที่ผมแอบมองมาตลอด2วัน 

นี่เป็นครั้งแรกในชีวิตที่ผมทำเรื่องแบบนี้  ภาพตรงหน้าที่ผมเห็นคือเด็กหนุ่มร่างเล็กที่กำลังเขย่งปลายเท้าขึ้นจูบที่ปลายคางพี่เนียร์และพี่เนียร์ก็ยืนนิ่งให้เด็กคนนั้นจูบทำให้ผมรู้สึกเจ็บปวดไปทั่วร่างเหมือนมีใครเอาเข็มมาทิ่มแล้วพี่เนียร์ก็หันมาสบตาผม ไม่มีท่าทีตกใจอะไร ทั้งที่เราไม่ได้เจอกันหรือพูดคุยกัน2เดือนกว่าและสายตาที่มองนั้นดูว่างเปล่าไม่มีท่าทีรู้สึกผิดอะไรเลยนั่นทำให้ผมปรับสีหน้านิ่งพยายามข่มอารมณ์ความเจ็บปวดเดินไปหยุดตรงหน้าพี่เนียร์ 

" เพิ่งมีsex กันมารึครับกับเด็กนี่ " 

ผมเอ่ยถามตรงๆด้วยอารมณ์โกรธจนลืมควบคุมคำพูดตัวเองพร้อมส่งสายตาคมไปที่เด็กหนุ่มหน้าใสนั่น ที่ยืนกุมมือพี่เนียร์แน่น

" แค่จูบ " 

พี่เนียร์ตอบเหมือนเพิ่งไปกินข้าวหรือกินกาแฟมา จะย่ำยีความรู้สึกกันไปถึงไหนรึว่ามันถึงเวลาแล้วที่ผมจะหยุดจบความรักที่มันคาราคาซังมานานและผมเดินผ่านคนทั้งคู่ไปโดยไม่มีคำพูดใดๆหลุดออกมาจากปากผมอีกเลย  พยายามเดินทรงตัวเองให้นิ่งทั้งที่ในใจมันเจ็บร้าวไปหมด  ความเจ็บปวดนี้ไม่เหมือนที่ผมเคยเห็นพี่เนียร์มีแฟนเมื่อหลายปีก่อน และไม่เหมือนกับที่พี่เนียร์ปฏิเสธผมและไม่เหมือนกับทุกครั้งที่ผ่านมา ครั้งนี้มันเจ็บปวดมากกว่าทุกครั้ง 

แต่ผมก็ได้แค่บอกตัวเองว่า เจ็บไม่เท่าไหร่กร... นายแค่ทำให้มันเหมือนกับทุกๆครั้งที่ผ่านมา  

เนียร์  Part

ผมมองตามแผ่นหลังของกรที่เดินลับหายไปในความมืด จบลงแล้วละครฉากหนึ่งที่ผมสร้างขึ้น เมื่อ2วันก่อนผมรู้ว่ากรเข้าพักที่รีสอร์ท นั่นทำให้ผมดึงภีมเด็กนักศึกษาฝึกงานมาช่วยแสดงละครให้ แลกกับค่าตอบแทนนิดหน่อย ทุกอย่างถูกจัดฉากขึ้นเพื่อให้กรเห็น และจุดประสงค์คือเพื่อให้กรหึงหวงและแสดงออกมาบ้าง หลายครั้งที่ท่าทีเฉยๆนั่นมันทำให้ผมคิดมาก ผมรู้ว่ากรรักผม แต่ผมก็ยังกลัวว่าความรัก20ปีของกรมันจะจืดจางและหมดลงไปในที่สุด ผมยอมรับว่าผมโกรธกรเรื่องของโจ้  ทั้งที่บอกว่าไม่มีอะไรแต่มันก็ยังเกิดขึ้นและต่อหน้าต่อตาผมด้วย และผมก็รู้นิสัยตัวเองดีว่า ถ้าเผชิญหน้ากันตอนนั้นคงมีแต่แตกหัก เพราะความใจร้อนวู่วามของผม แต่นั่นก็ไม่ใช่เหตุผลเดียวที่ผมไม่ตอบข้อความไม่รับสายของกร  

ย้อนไปเมื่อเดือนก่อนผมรู้ว่าจากชาติชายว่าโจ้ไปกับกรด้วยนั่นมันทำให้ผมเหมือนถูกทรยศหักหลังกรไม่ได้บอกผมในข้อความและคำว่ารักแท้แพ้ใกล้ชิด ที่ชาติชายพูดยั่วยุอารมณ์ของผมนั้นทำให้ผมคิดมาก 

ผมอายุ39ปีนับวันเริ่มแก่ ส่วนกรยังหนุ่มอนาคตไกล นั่นทำให้ผมกังวล ยิ่งความรักชายชายด้วยเเล้ว ไม่มีอะไรเป็นหลักประกันว่า ผมจะไม่ถูกเบื่อและวันนั้นผมกลับไปเอาของที่ห้องกรผมเจอบางอย่างด้วยความโกรธผมจึงอยากเอาคืนกรบ้าง 

จากเหตุการณ์เมื่อครู่ ผมมองหน้าของกรที่ซีดๆนั้น ทำให้หัวใจผมปวดหนึบขึ้นมา แววตาตัดพ้อที่ส่งมาและแผ่นหลังที่สั่นเทานั้นทำให้ผมรู้ว่าผมทำผิดอย่างไม่น่าอภัย การประชดประชันไม่เกิดผลดีกับใคร เสียงเตือนของนนยังแว่วอยู่ในหัวผม

ผมยืนนิ่งอยู่หน้าประตูบ้านพักของกร กำลังจะเคาะประตู แต่ประตูก็ถูกเปิดออก โดยเจ้าของห้องกรทำหน้าตกใจสักพักก็ปรับสีหน้านิ่ง ไม่พูดอะไรเดินผ่านผมไป ในมือถือกระเป้ ใจผมหายวูบ จะกลับงั้นหรือ

" เราต้องคุยกัน " ผมเอ่ยกรหยุดนิ่งทันที

" ถ้าเป็นเรื่องเมื่อกี้ผมไม่อยากคุยตอนนี้ " 

กรเอ่ยโดยไม่หันมามอง

" ถ้าไม่คุยตอนนี้ก็ไม่ต้องคุยกันอีกเลย " 

ผมขู่กรหันหน้ามา 

" งั้นว่ามา " 

" เรื่องเมื่อกี้ที่นายเห็นพี่กับเด็กคนนั้น " 

ผมเอ่ยเกริ่นนำดูท่าทีของกร

" หึ... แล้วไงครับ " 

กรถามเสียงปกตินั่นยิ่งทำให้ผมโมโหอารมณ์เริ่มกักเก็บไม่อยู่

" หึงหวง หรือรู้สึกยังไงก็พูดออกมาสิวะ " 

ผมโพล่งออกมาอย่างเหลืออด เมื่อเห็นท่าทีของกรยังเฉยๆอยู่

" ผมก็แค่ไม่อยู่ในสายตาพี่ชั่วคราว " กรบอก

" แฟนมีคนอื่น นายรู้สึกแค่นี้นี่นะ ไหนกว่ารักรักหนาไง หึ.. ที่แท้ก็แค่คำลวงๆ " 

ผมบอกยั่วยุอารมณ์ของอีกฝ่าย กรไม่พูดอะไรออกมาเดินก้าวเท้ายาวสองก้าวคว้าเอาข้อมือผมดึงลาก กรกำลังโกรธสุดๆผมรู้ได้จากแรงบีบที่ข้อมือ 

" มันเจ็บ ปล่อยนะโว้ย " 

ผมโวยพยายามบิดข้อมือออกจากมือหนาของกร ผมโวยวายตลอดทางน้ำตาแทบร่วงรู้สึกเจ็บที่ข้อมือ จนกรลากพาผมมาถึง ห้องนอนแล้วปล่อยข้อมือผมผลักผมลงบนที่นอนแล้วเอาร่างตัวเองคร่อมล็อคผมไว้ มือใหญ่รวบขึงข้อมือผมไว้ทั้งสองข้าง 

" มันเจ็บ ปล่อยสิวะ " 

ผมทั้งดิ้นทั้งถีบแต่ก็สู้เรี่ยวแรงของกรไม่ได้

" ผมเองก็เจ็บ  " กรพูดสายตาคมจ้องมองผมนิ่ง 

" ทีนี้รู้รึยังว่ารู้สึกยังไง " 

" พี่เนียร์ก็เลยเอาคืนผมโดยการมีอะไรกับเด็กนั่นหรือ " กรพูดเสียงสั่นๆทำหน้าเศร้าๆ

" ก็บอกแล้วไงว่าแค่จูบไม่มีอะไรมากกว่านั้นทั้งหมดมันก็แค่ละครฉากหนึ่ง " 

ผมบอกความจริงออกมาเริ่มสงสารกรที่ตอนนี้นัยน์ตาคลอๆเหมือนกำลังจะร้องไห้ 

" จริงๆหรือครับ " 

กรถามเสียงดัง ผมพยักหน้าอืมๆ

" ผมกับโจ้ก็ไม่มีอะไรกัน " 

กรบอกแล้วปล่อยมือผม พร้อมกับขยับตัวเองไปนั่งพิงหัวเตียง ไม่มีอะไรกันงั้นหรอ ผมจึงขยับตัวเอื้อมมือไปหยิบบางอย่างในลิ้นชักออกมา บางอย่างที่ผมหยิบมาจากห้องกร แล้วโยนลงตรงหน้ากร 

" แล้วนี่ อะไร " 

กรทำหน้าตกใจเมื่อเห็นเจลตัวช่วยที่ผมหยิบผมรู้ว่ามันผิดปกติทุกครั้งที่มีอะไรกันกรจะใช้อีกตัว มันคนละแบบ แต่แบบนี้มันมีรูปผู้หญิงเปลือยติดอยู่และบรรยายสรรพคุณการใช้งานเป็นภาษาอังกฤษมันทำให้ผมสงสัยและหนักหนากว่านั้นคือเจลมันถูกเปิดใช้แล้ว และมันไม่ใช่ช่วงเวลาที่กรอยู่หรือมีอะไรกับผม และด้วยสิ่งนี้ทำให้ผมคิดเรื่องเอาคืนบ้าๆนั่น กรหยิบหลอดเจลนั้นมือไม้สั่น หน้าซีดๆนั่นยิ่งทำให้ผมรู้สึกว่าเรื่องนอกใจนอกกายเป็นเรื่องจริง

" หึหึ.. ใช้ไปกี่ครั้งแล้วล่ะกับใคร โจ้ หรือว่าผู้หญิง "

" พี่เคยนอนกับผู้หญิงมาพี่ก็น่าจะรู้ว่า ผู้หญิง​น่ะ​ไม่จำเป็นต้องใช้หรอก " 

กรบอกแล้วกำหลอดเจลแน่น กรไม่สบตาผมเป็นครั้งแรกที่กรหลบตาผม

" งั้นก็กับโจ้ " 

ผมถาม กรไม่ตอบยิ่งทำให้ผมคิดหนัก

" นายทำได้ไงกรนายนอกใจพี่ นายมีอะไรกับคนอื่น แล้วๆยังๆมามีอะไรกับพี่... นายนี่มัน.." 

ผมพูดเหมือนคนเสียสติ 

" ผมไม่ได้ทำอะไรกับใครทั้งนั้นเจลนั่นผมชื้อมาใช้เอง " 

กรบอกก้มหน้าก้มตาผมนิ่งไป

เดี๋ยวนะ.. ซื้อมาใช้เอง

แต่เจลนั่นมันใช้สำหรับตรงนั้นนี่... รึว่ากรจะรับ.. 

" นี่กรนายจะยอมงั้นเหรอ " 

ผมถามพร้อมกับโน้มหน้าไปใกล้ๆ กรตกใจขยับตัวหนี แต่ผมดึงมือกรไว้

" ถ้าพี่ยังเอ่อ.. อยากจะทำแบบนั้น " 

กรตอบหน้าแดงๆ ผมยิ้มออกมา อยากจะทำนั่นสิจริงๆผมเองก็ลืมเรื่องรุกรับไปแล้ว เพราะว่าสิ่งที่กรมอบให้ผมก็มีความสุขดีอยู่แล้ว แต่ก็ไม่ลองไม่รู้นี่หว่า.. ผมคิด

" ทำไมอยู่ๆถึงยอมล่ะ นายเป็นรุกนี่ " 

" เพราะว่ารักไงครับจึงยอม " 

กรตอบเมื่อได้ยินคำว่ารัก ผมยิ้มออกมาด้วยความดีใจ 

" นี่ขยับมาใกล้ๆหน่อยดิ ไม่คิดถึงรึไง " 

ผมเอ่ยเปลี่ยนสีหน้าท่าทีพร้อมกับอ้าแขนออกกว้าง แต่กรไม่ตอบ ไม่สนใจขยับตัวลุกขึ้นและเดินหยิบกระเป๋าเป้ ผมรีบกระโดดลงจากที่นอน หยิบกระเป๋ากรออกแล้วสวมกอดจากทางด้านหลัง กรยืนนิ่งไม่มีท่าทีขัดขืน

" นี่ไม่คิดถึงรึไง " ผมเอ่ยอ้อนๆ

" คิดถึงครับ แต่ผมยังเคืองพี่เนียร์อยู่ ปล่อยเถอะ " 

กรบอกเสียงเบาพยายามแกะมือผมออก แต่ไม่ได้ผลหรอกนั่นยิ่งทำให้ผมกอดแน่นมากกว่าเดิม 

" ไม่ปล่อย คิดถึงอยากกอดนี่ " ผมยังคงออดอ้อนเสียงหวาน และอธิบายให้ฟังอีกครั้ง

" นี่ถ้าเป็นเรื่องจูบนั่นมันไม่มีอะไรเลย แค่แตะๆถากๆและทีนายยังให้โจ้หอมแก้มตั้งสองครั้งเลยนั่นยังไม่นับที่พี่ไม่เห็นอีก ต่างคนต่างทำ และต่างก็ไม่มีอะไรในกอไผ่ ถือว่าตอนนี้เราหายกันแล้วนะ " กรยังนิ่งอยู่

" ขอโทษนะ​"  ผมพูดอีกพร้อมกับล้วงมือไปแกะเข็มขัดของกร จังหวะที่กรเผลอนิ่งฟังคำพูดยาวของผม 

" จะทำอะไร ปล่อยนะครับ " กรถามเสียงตื่นๆเมื่อขบวนการแกะเข็มขัด สำเร็จเพราะตอนนี้กางเกงยีนส์กรหลุดลู่ลงไปอยู่บนพื้นแล้ว ผมจูบที่ซอกคอขาวของกร 

" อยาก.... อยากทำ... " 

ผมกระซิบเสียงเบาๆแล้วมือก็ลูบคลำแนวขอบกางเกงในกร 

" แต่ผมไม่... อยาก.. " 

กรบอกเสียงสั่นเมื่อมือผมไล่ลูบต่ำลงไปสัมผัสความร้อนรุ่มของแกนกายที่ซ่อนอยู่ภายใน แล้วผมก็คว้าเอามือกรมาจับที่กลางลำตัวผม กรสะดุ้งถดมือหนี 

" เราทั้งคู่ต่างก็ต้องการ รึว่าช่วงที่ห่างกัน นายไม่ขาดแคลน " 

ผมบอกแล้วคลายอ้อมกอดออกเดินไปนั่งหันหลังทำท่างอนๆ กรเงียบไปไม่ตอบ ผ่านไปสักพัก

" เห้ย!!. "  

ผมร้องดังเมื่อกรดึงร่างให้นอนลงและจับล็อคแขนผมไว้เหมือนที่ผมทำกับกรก่อนหน้านี้  ฉิบหาย.. ล่ะ... ผมอุทานในใจ เพราะกรตอนนี้เปลือยไปทั้งตัวผมกลืนน้ำลาย 

เมื่อลอบลงไปมองช่วงล่างไอ้นั่นๆ ของกรมัน เหมือนกำลังชี้หน้าผมอยู่ 

" ตอนนี้ผมเริ่มอยากล่ะ.....ทำเลยมั้ย " 

" ดะ.. เดี๋ยวก่อน... ถ้านายยอมให้พี่กดนายพี่จะยอมนายทั้งอาทิตย์ "

ผมเอ่ยข้อตกลงออกไปกรทำท่าคิดนาน ตกลงซะทีสิวะ ผมรู้ว่าข้อเสนอผม ผมได้เปรียบเพราะวันนี้วันศุกร์ อย่างน้อยกรจะอยู่รีสอร์ทแค่เสาร์อาทิตย์และผมไม่คิดว่ากรจะขับรถไปกลับเพื่อมาทำอย่างว่า 

" ตกลง แต่ผมจะยอมให้พี่แค่ครั้งเดียวและพี่จะต้องยอมผมทั้งอาทิตย์ จะไม่มีการร้องขออะไรทั้งนั้นตลอดทั้งอาทิตย์ " 

กรเอ่ยเน้นน้ำเสียงหนักที่คำว่าทั้งอาทิตย์จนผมรู้สึกขนลุกซู่ 

" เออดิ.. กษัตริย์ตรัสแล้วไม่คืนคำ " ผมบอก

" อย่าเป็นโจรล่ะกัน เพราะว่าอาทิตย์หน้าผมลาพักร้อนทั้งอาทิตย์ " 

กรบอกยิ้มเจ้าเล่ห์แล้วกดปลายเน้นจมูกลงที่กลางเป้าของผม แล้วเดินโท่งๆเข้าห้องน้ำไป

ทิ้งให้ผมนิ่งอึ้งอยู่ ลาทั้งอาทิตย์ ฉิบหาย... ล่ะ... ผมอดเป็นห่วงร่างกายช่วงล่างขึ้นมา ยิ่งห่างมาเป็นเดือนๆแบบนี้กรเกย์มันใส่ไม่ยั้งแน่ แต่เดี๋ยวนะนี่พวกผมสองคนดีกันแล้วหรอ.. 

__________________________________________________

แอบแปะอิมเมจน้องใกล้มือ หมีของพี่กร อิอิ ♥️♥️

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น

}